PDA

View Full Version : พี่เล็ก สมชาย ศักดิกุล ...จอมขโมยซีน เล่นหนังหลายเรื่อง เจอหน้าแล้วจะร้อง อ๋อ


Kamen rider
22-02-2005, 04:18 AM
เล็กเป็นนักดนตรีอาชีพที่ฝากฝีมือไว้เป็นที่ยอมรับในวงการเพลงคนหนึ่ง
ร่วมงานกับเฉลียงในชุด ‘ปรากฏการณ์ฝน’ เพียงครั้งแรกและครั้งเดียวก่อนจะกลับมาขึ้นเวที ในฐานะแขกรับเชิญเมื่อ 12 ปีให้หลัง ในคอนเสิร์ตแก้คิดถึงฯ
แม้จะไม่ใช่สมาชิกของเฉลียง แต่ไม่ว่าจะมีการพูดถึงเฉลียงขึ้นมาครั้งใด ก็ไม่เคยมีใครลืมว่าเพลงชุดแรกของเฉลียงมีเสียงร้องของ พี่เล็ก...สมชาย ศักดิกุล อยู่ด้วย

“สนุก แปลกดี คือจุดเด่นของเพลงเฉลียงในยุคนั้นจะแหวกออกมาเลย
เช่นเพลง ‘กล้วยไข่’ หรือเอา ‘ตูดแช่น้ำ’ ก่อนหน้านั้นไม่มีใครทำ แปลกและน่าจะประสบความสำเร็จ แต่ผลตอบรับตอนนั้นกลับมาไม่ค่อยดี เพราะอาจจะยังใหม่เกินไป และสื่อที่ออกไปยังไม่ค่อยตรงกลุ่มเป้าหมาย...
...นึกถึงเฉลียงแล้วจะนึกถึงความสนุกในเนื้อเพลง ไม่เหมือนชาวบ้าน สนุกสนานอยู่ในตัว มันมีเอกลักษณ์ มีการผสมผสานนำเรื่องราวใกล้ๆ ตัวมาพูดถึง เนื้อเพลงที่ออกมาจะค่อนข้างตรง อย่างมาเจอกันบนรถเมล์ ก็นำมาเขียนเป็นเรื่องราวได้แล้ว”

http://www.chaliang.com/people2.html

Kamen rider
22-02-2005, 04:28 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 border=0><TBODY><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" bgColor=#222244 border=0><TBODY><TR><TD>http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A3306075/A3306075-0.jpg</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD vAlign=top bgColor=#000000 rowSpan=2><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" bgColor=#204080 border=0><TBODY><TR><TD width=10> </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD align=left bgColor=#000000 colSpan=2><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 bgColor=#204080 border=0><TBODY><TR><TD width=10> </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>


คุณสมเล็กพากษ์เทนนิสในยูบีซี ด้วย

สัมภาษณ์คุณสมเล็กเมื่อปลายปีที่แล้ว ถามว่าจำได้ไหมว่าเล่นหนังมาทั้งหมดกี่เรื่อง พี่เล็กตอบว่าไม่เคยนับเลย แต่น่าจะเกิน 20 เรื่อง

แต่ทีรู้ นะครับ เจอหน้าแกบ่อยมาก เท่าที่จำได้ ก็มี




1.15 ค่ำเดือน 11
2.บุปผาราตรี
3.มนต์รักทรานซิสเตอร์
4.เจ้าสาวผัดไทย
5. คนหอนขี้เรื้อนในคืนเดือนเสี้ยว
6.สายล่อฟ้า
7. โรงเตี๊ยม
8. กั๊กกะกราวน์
9.โหมโรง
10. แจ๋ว
11. จี้ <!--MsgFile=6-->
13. ขุนกระบี่ ผีระบาด
14. ผีหัวขาด 2


มีเรื่องใหนอีกวาน บอกที<!--MsgFile=11-->






<!--MsgFile=30-->

Kamen rider
07-04-2005, 01:32 AM
http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=4583658882974

ตัวขโมยซีน "สมชาย ศักดิกุล"

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 2 ธันวาคม 2545 20:46 น.


เมื่อครั้งที่ภาพยนตร์เรื่อง "2499 อันธพาลครองเมือง" ออกฉายหลายคนคงจำภาพของผู้ชายมีหนวดมาดกวนๆ ที่มารับบทเป็น "หมู่เชียร" ได้เป็นอย่างดี เพราะลีลามาดเท่ๆ ของเขาที่รวมเข้ากับโยคเด็ดที่ว่า "...ปืน มันมีไว้ยิงคน ถ้าชักออกมาแล้ว มันไม่ตาย เราตาย..." ก็ส่งให้ชื่อของ หมึก อภิชาติ ชูสกุล กลายเป็นดาราที่หลายคนจำได้ พร้อมๆ กับบอกว่าเขา "ขโมยซีน" ดาราคนอื่นๆ จากหนังเรื่องนี้

จาก " 2499ฯ" หลายปีทีเดียวที่วงการหนังไทยหาคนที่จะมารับคำๆ นี้ไป จนกระทั่งภาพยนตร์ "มนต์รักทรานซิสเตอร์" ของเป็นเอก รัตนเรืองออกมาเมื่อปีที่แล้ว คำๆ นี้จึงได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง โดยคราวนี้ผู้ที่เป็นเจ้าของฉายาใช้เพียง 1 คำ (2 พยางค์) คือ "สุดยอด..." เท่านั้นก็ทำให้เขาขโมยความเด่นของดาราคนอื่นๆ มา ก่อนที่เจ้าตัวจะมาตอกย้ำความเป็นจอมขโมยซีนอย่างสมบูรณ์แบบในภาพยนตร์เรื่อง "15 คำ เดือน 11"

เขาคือ สมชาย ศักดิกุล หรือถ้าคิดจะนับญาติ ด้วยวัย 49 ปีของเขา คงไม่น่าเกลียดเกินไปนักที่จะเรียกเขาว่า "พี่เล็ก" ผู้ชายที่สบถคำว่า "ไอ้เhย..." ได้อย่างไพเราะและน่ารักน่าชังมากที่สุดในตอนนี้...

หลายคนอาจรับรู้เรื่องราวของเขามาบ้างแล้วว่าเขาคืออดีตนักดนตรีวง "เดอะบ๊องค์" วงดนตรีที่นำเอาทำนองเพลงฝรั่งมาใส่เนื้อไทยแบบกวนๆ, เขาคือนักดนตรีรุ่นแรกของวงดนตรี "เฉลียง" ที่ร้องเพลง "อยากมีหมอน" รวมทั้งเขาคนนี้คือเจ้าของเสียงพากย์เทนนิสทุ้มนุ่มทางช่องยูบีซีที่เราได้ยินกัน...

แต่ (เชื่อเถอะ) ผู้ชายคนนี้ยังมีเรื่องราวและประสบการณ์ชีวิตอยู่อีกมากมาย ซึ่งเมื่ออ่านจบแล้ว คุณอาจจะต้องบอกว่า...เขากวนทีน...

"ผมเป็นนักศึกษาคนหนึ่งที่อยู่ในช่วงเหตุการณ์ 14 ตุลาพอดี แต่ว่าผมเดินสายกลาง คือตามข่าวการเมืองบ้างเหมือนกัน แต่ไม่ได้เข้าปงเข้าป่าอะไร จะเป็นทางสายบันเทิงมากกว่า..." พี่เล็กกล่าวเปิดเผยพร้อมกับยกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อที่เป็นผลพวงมาจากการฝึกเล่นกอล์ฟ

"เรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จบมาปี 2520 ก็เริ่มทำงาน ไปทำงานประกันชีวิต คือเพื่อนที่จบธรรมศาสตร์มาเขาทำอยู่ แล้วก็ชวนเราไปทำ ช่วงนั้นมันหางานยาก ผมก็เลยคว้าเอาไว้....ไม่ได้เป็นเซลล์ครับ ทำส่วนที่รับประกันชีวิตซึ่งก็ได้ใช้กฏหมายที่เราเรียนเป็นวิชาโทมาเหมือนกัน"

"ระหว่างที่ทำงานก็จะเล่นดนตรีไปด้วย เพราะตอนที่เรียนก็เล่นดนตรีในมหาวิทยาลัยรับงานเป็นจ๊อบๆ ไป พอเริ่มทำงาน ปี 2520 ก็มีเพื่อนที่เล่นดนตรีอยู่ที่โรงแรมมณเฑียร พอดีเขาขาดมือกีต้าร์ก็เลยชวนเราไปเล่นด้วย ก็ได้เข้าไปเล่น เลิกงาน 5 โมงโหนรถเมล์ไป 2 ป้ายถึงที่เล่นดนตรี เล่นจนถึง 3-4 ทุ่ม เป็นอย่างนี้ทุกวัน ตอนหลังๆ เราต้องเล่นรอบดึกด้วย ทำให้กว่าจะได้นอนก็ดึกมาก แถมตอนเช้ายังจะต้องตื่น 6 โมง มาทำงานอีก..."

กลางวันทำงาน กลางคืนเล่นดนตรี ทำอยู่ 3 ปี จนร่างกายเริ่มออกอาการไม่ไหว ประกอบกับมีเรื่องที่ต้องทำให้เจ้าตัวต้องเลือกเอาระหว่างการเป็นพนักงานประจำออฟฟิศ กับการเป็นนักดนตรีประจำโรงแรม เขาจึงจำเป็นต้องตัดสินใจ

"คือเราไปทำงานเวลาที่เขากินข้าวผมก็ไปแอบนอนตรงหลังตู้เอกสาร พอบ่ายปุ๊บ คนอื่นเขาเข้ามาทำงาน ผมก็ออกไปทานข้าวประมาณ 20 นาที แล้วก็กลับมาทำงาน เป็นอย่างนี้ทุกวัน จนหัวหน้าเขาเห็นแบบไอ้นี่มันอดหลับอดนอนเหลือเกิน ประกอบกับช่วงนั้นผมทำงานมาประมาณ 3 ปี แล้ว ก็คือกำลังที่หัวหน้าเขาจะโปรโมตให้เราขึ้นมาเป็นหัวหน้าแผนก"

"กลางวันก็แย่ กลางคืนพอจะไปเล่นดนตรีอารมณ์ก็ไม่ค่อยมีแล้ว โห....เหนื่อย ร่างกายไม่สดชื่นทำอะไรก็ไม่ค่อยดี หัวหน้าเขาก็จะบอก เฮ้ย...เอ็งต้องเลือกแล้วว่ะ ต้องตัดสินใจ ถ้าเราเลิกเล่นดนตรีเขาก็จะเลื่อนให้เราขึ้นเป็นหัวหน้า สมัยนั้นทำงานบริษัทระดับปริญญาตรีเนี่ยมันประมาณ 1,750 เต็มที่ประมาณ 2,000 กว่าบาท ซึ่งมันก็ดูหรูแล้วล่ะ ผมก็มานั่งคิด คิดอยู่ตั้งนานว่าจะเอาอย่างไร...สมชายต้องเลือกเอาสักอย่างแล้วนะ จะได้โปรโมตขึ้นมาเป็นหัวหน้า หัวหน้าก็จะคอยบอกกับเราแบบนี้"

"จนเราตัดสินใจได้ก็บอกหัวหน้า เขาก็เออ...เป็นไง เราก็...ผมตัดสินใจแล้วครับ ตัดสินใจแล้วว่าเลิก...พอบอกแค่นี้ หัวหน้าเขายื่นมือออกมาเลย เออ...ดีตัดสินใจถูก ดีๆ ตกลงสมชายเลิกเล่นดนตรีใช่มั้ย ...เราก็...เปล่าครับ ผมจะเลิกทำงาน..."

พี่เล็กบอกว่าสาเหตุที่เขาตัดสินใจเลือกเช่นนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าเหตุผลที่เขาชอบดนตรี
"ถ้าโปรโมตผมขึ้นมาเป็นหัวหน้า เงินเดือนผมก็อาจจะเลื่อนกระโดดขึ้นมา จาก 2 พันกว่า เป็น 3 - 4 พัน แต่คิดแล้วงานมันหนัก รับผิดชอบสูงก็เลยไม่เอา กลายเป็นนักดนตรีอาชีพเต็มตัวเลย ตอนปี พ.ศ. 2524"

มาเป็น "เดอะบ๊องค์" ได้อย่างไร? เจ้าตัวคงจะถูกถามคำถามนี้มามากต่อมากแล้ว เพราะฉะนั้นเราก็เลยไม่ถามออกไป แต่สำหรับคนที่ยังไม่รู้คำตอบเราจะเล่าให้ฟัง...
"เดอะบ๊องค์" เกิดขึ้นในวันหนึ่งของปี พ.ศ.2526 - 2527 เมื่อเจ้าตัวและเพื่อนนักดนตรีกำลังอยู่ในช่วงที่ "ตกงาน" และวันหนึ่งของปี พ.ศ.2526 - 2527 อย่างที่กล่าว เล็กและเพื่อนที่ชื่อโย (โยธิน ธีรานนท์) ได้เข้าไปหาวิรัช อยู่ถาวร นักดนตรีที่มีชื่อคนหนึ่ง ที่ห้องอัดแห่งหนึ่ง เพื่อยืมเครื่องดนตรีอะไรสักอย่างหนึ่ง

ขณะนั้นวิรัชกำลังทำเพลง (มีคนจ้างทำ) ที่มีเนื้อหาบ้าๆ บอๆ โดยจะเอาไปใส่กับทำนองดนตรีของเพลงต่างประเทศ ในตอนนั้นวิรัชเองก็ยังไม่รู้ว่าจะให้ใครร้องเพลงที่เขาทำนี้ แต่เขาก็เกิดไอเดียขึ้นมาทันทีเมื่อมองเห็นหุ่นของผู้ที่มาเยือนทั้งสองคน เป็นตัวเลข 1,0 ...
"เพราะตอนนั้นผมผอม แล้วเพื่อนที่ชื่อโยเนี่ยอ้วน พี่วิรัชแกก็เออ...โว้ยเลข 1 กับเลข 0 ได้เลยนี่หว่า แกก็ถามว่าเอามั้ย เราก็เอาสิไม่มีอะไรทำ..."

"ทำออกมาชุดหนึ่งไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าใดนัก แต่ที่เด็ดสุดก็ตอนที่เล่นคอนเสิร์ต คือตอนนั้นเราออกเทปกับรถไฟดนตรีช่วงนั้นรถไฟดนตรีเขามีวงฟรีเบิร์ด มีวงอะไรอีกเยอะแยะไปหมดเลย เขาก็จัดคอนเสิร์ตขึ้นที่โรงแรมดุสิตธานี เราก็ได้ไปโชว์ด้วย"

"ปรากฏว่าตอนนั้นวงของเล่าเนี่ยมันจะต้องมาคนที่มาเล่นรีวิวประกอบเพลง ก็ประมาณว่าหาคนมาเล่นตลก 2 คนประกอบเพลงกินกันเละละ ก็คือเอามาจากเพลง My Shrona นั่นแหละ ก็มีการซื้อข้าวเหนียว ซื้อลาบเลิบมานั่งกินกันบนเวทีเลย ตอนนั้นเราก็หาคนที่จะเล่นได้แล้วคนนึงเป็นน้องของพี่วินัยซึ่งเป็นนักดนตรีอยู่ในวงของเรา อีกคนหนึ่งปรากฏว่าเป็นใครรู้มั้ย...สันติสุข พรหมศิริ ครับ..."

มาได้อย่างไร?
"คือสันติสุขเนี่ยสมัยก่อนเขาจะเล่นดนตรีใกล้ๆ บ้านผม แล้วเขาก็เป็นเด็กสาธิตจุฬาฯ ซึ่งเพื่อนรุ่นน้องของผมเขาก็เป็นเพื่อนกัน เวลาจะซ้อมดนตรีพวกนี้ก็จะไปซ้อมห้องซ้อมที่เดียวกันกับวงของเราเนี่ยแหละ เวลาที่พวกผมไปเล่น วงของเขาก็จะขอตามไปดูด้วย ก็เจอเขา เราก็ไปถามว่า เออ..ตอนนี้พี่มีงานเล่นตลกอยู่ เอ็งจะเอากันมั้ยล่ะ เขาให้ 500...มันก็ถามแล้วเล่นอะไรบ้างพี่ เราก็เออ...เล่นตลกเนี่ย โดนพี่ถีบสักทีสองที ก็ได้ตังค์แล้ว ไอ้สันติสุขมันยกมือเลย สมัยนั้นมันยังไม่ได้เข้าวงการนะ...ผมเอาพี่ ไม่มีจะเเดกอยู่...ผมเอา"

"ตอนซ้อมๆ ผมก็ไม่ค่อยได้เล่นอะไรมาก สันติสุขมันก็ถามต้องมีบทถูกถีบด้วยใช่มั้ยพี่ เราก็เออ...มันก็บอก พี่โยตัวใหญ่ สงสัยพี่โยจะทีนหนัก งั้นผมให้พี่ถีบดีกว่า พี่ตัวผอมๆ สงสัยจะทีนไม่หนัก...เราก็เออๆ พอเล่นเข้าจริงๆ ไอ้สันติสุขส่งตูดให้ ผมถีบแม่...ซะตกเวทีไปเลย คนกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ มันก็ได้กันไปคนละ 500..."

"วันหนึ่งมันมาหาผมตอนที่เล่นเป็นนักดนตรีอาชีพกันแล้วนะ ก็พาจินตราไปด้วยคือตอนนั้นยังเป็นแฟนกัน ก็ไปหาผมที่ผับซึ่งผมเล่นดนตรีอยู่ มันก็บอกกับจินตราว่า เนี่ยๆ คนนี้พี่เล็ก ตัวเองรู้มั้ยแต่ก่อนเราได้เงินเป็นครั้งแรกเพราะไปให้พี่เล็กถีบมา 1 ที ได้มา 500...จินตราก็หัวเราะใหญ่" เจ้าตัวเล่าพร้อมกับทำสีหน้าอย่างมีความสุขที่เคยถีบก้นคนที่ชื่อ "สันติสุข พรหมสิริ"

นั่นคือที่มาและเรื่องราวบางส่วนของเดอะบ๊องค์ ส่วนเรื่องที่เข้าไปอยู่ที่ "เฉลียง" นั้นพี่เล็กบอกว่าเป็นเพราะตอนนั้นเขาได้พบกับจิก ประภาส ชลศรานนท์ ซึ่งได้มาชักชวนเขาเข้าไปเป็นสมาชิกคนหนึ่งของเฉลียง โดยก่อนหน้านั้นเล็กรู้จักกับเต๋อ เรวัติ พุฒินันท์ อยู่แล้ว เนื่องจากทั้งคู่ตีเทนนิสกันเป็นประจำ โดยเหตุผลของการเลือกเขาเข้าไปนั้นเป็นเพราะเจี๊ยบ วัชระ ปานเอี่ยม ยังมีประสบการณ์ไม่พอ...

"ผมก็เอาเดโมมานั่งฟังๆ เพลงมันก็กวนๆ ดีนะ เออ...เหมือนเดอะบ๊องค์นิดๆ ก็ตัดสินใจรับก็รับ ก็ออกมาอัลบั้มเดียวคือปรากฏการณ์ฝน มันก็เงียบๆ ไป แล้วตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมไปอเมริกาด้วย..ไปทำอะไร (หัวเราะหึๆ)..คือตอนนั้นมีแฟนเป็นแหม่ม ก็วิ่งเข้าวิ่งอออกอยู่พักหนึ่ง ไปเล่นดนตรีตามร้านอาหารไทยอะไรแบบเนี้ย เราก็เลยออกจากเฉลียงโดยปริยาย"

จากนักดนตรี พี่เล็กก็กลายมาเป็นนักแสดง ในภาพยนตร์ "มนต์รักทรานซิสเตอร์" ของเป็นเอก รัตนเรือง โดยการชักชวนของเจ้าของโมเดลลิ่งซึ่งเป็นคนที่เล่นเทนนิสด้วยกันแนะนำให้ไปแคสฯ และกับงานแสดงเพียงเรื่องเดียว สมชายในบทลีลากวนๆ ของเสี่ยสุวัตรก็กลายเป็นนักแสดงหน้าใหม่ (รุ่นวัยกลางคน) ที่ใครๆ ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้จะต้องจำลีลาการแสดงของเขาได้อย่างติดตา

โดยเฉพาะการลากเสียงอย่างยียวนว่า ..."สุดยอดดด...."

"ตอนนั้นคนที่ทำงานยูบีซีรู้นะ ฮือฮากันใหญ่ เฮ้ย...พี่เล็กไปเล่นหนังเหรอ...มันก็ถาม ใครเป็นนางเอกล่ะพี่...เราก็บอกอุ้ม...โห อุ้มสิริยากร เหรอ...เออ แล้วพี่มีบทปล้ำหรือเปล่า...เราก็บอกเออมีสิ มีบทปล้ำด้วย พูดแค่นี้นะ มันไปพูดกันเลยเดี๋ยวหนังเรื่องนี้เข้าไปดูกันนะโว้ยพี่เล็กได้ปล้ำอุ้ม...มันไปสรุปกันเอง เฉยเลย เราก็เออๆ ไม่ได้โกหกนี่หว่า.."

"พอไปดูมา มันบอกพี่เล็กแม่มหลอกผม ไหนบอกปล้ำ ปล้ำไอ้ต๊อกนี่หว่า...เราก็บอก แล้วกรูโกหกมรึงตรงไหนวะ เสรือกมาถามต่อเนื่องกันเอง...แต่ช่วงนั้นคนเรียกป๋ากันใหญ่เลยนะ..." <!--MsgFile=16-->

jeds22
11-04-2005, 06:27 AM
สันติสุข เนี่ยนะสาธิต จุฬา
ทำไมไม่มีใครรู้เลย รุ่นไหน

auaik
28-06-2005, 03:07 PM
(b-wow)

มีละครด้วยนิ

ไม่ยักรู้ว่าแก

เป็นหนึ่งในวงเฉลียง