PDA

View Full Version : ความลึกลับของมนุษย์ต่างดาว


กระเจียว
20-09-2004, 04:20 AM
ยุคทองของจานบินรุ่นใหม่ เรี่มขี้นเมื่อปี ค.ศ.1947 เมื่อวันที่ 24 เดือนมิถุนายน นาย เคนเนธ อาโนลย์นักธุรกิจได้ขับเครื่องบินผ่านเทือกเขา เวอร์จิเนียร์รัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกาและได้พบเห็นจานบิน 9 ลำซึ่งในตอนแรกเขากลับคิดว่ามันเป็นอาวุธลับของรัสเซียแต่เมื่อเขาถ่ายภาพมาให้นักข่าวดู นักข่าวกลับคิดว่ามันเป็นเครื่องบินลำใหม่ของอเมริกัน แต่ก็ยังไม่มีใครสรุปได
เช้าวันต่อมาหนังสือพิมพ์ได้ลงข่าว เรื่องของอาโนลย์ว่า“พบวัตถุลึกลับไม่ทราบสั_ชาติบุกรุกน่านฟ้าอเมริกัน” ข่าวได้แพร่สะบัดออกไป ทั่วอเมริกาทีแรกนักวิทยาศาสตร์ไม่สนใจอะไรมากแต่ต่อมามีรายงานของการพบเห็นจานบินมาจากทั่วโลกตกเดือนละ400 รายจานบินซึ่งเป็นพาหนะของมนุษย์ดาวอื่นๆสามารถเดินทางไปทั่วจักรวาลได้โดยใช้พลังแม่เหล็กของจักรวาลอันที่จริงโลกเราก็สามารถประดิษฐ์ยานบินได้แล้วเมื่อสมัย
แอตแลนติสยังไม่จม มีการติดต่อสื่อสารกับมนุษย์นอกโลกเป็นบางเวลา
รัสเซียเป็นอีกประเทศนึงที่เก็บความลับเรื่องจานบินไว้ได้ดีที่สุดไม่แพ้อเมริกาเนื่องจากเมื่อสมัยสงครามเย็น ต่างฝ่ายต่างก็คิดว่าจานบินเป็นอาวุธลับ
ของอีกฝ่ายถ้าดูตามรายงานจะไม่พบว่ารัสเซียสนใจเรื่องพวกนี้ แต่จานบินที่ตกในรัสเซียเมื่อปีค.ศ.1968เป็นเครื่องชี้ได้ว่าพวกเขาเก็บเรื่องนี้เป็นความลับเพราะข้อมูลของจานบินที่ตกถูกเก็บไว้เป็นความลับสุดยอด

กระเจียว
20-09-2004, 04:21 AM
จนกระทั่งปีค.ศ.1998หน่วยงานเค.จี.บี.ได้นำแฟ้มลับมาเปิดเผย ที่มีทั้งรูปถ่ายวีดีโอ บันทึกผลชันสูตรเป็นว่ามียานต่างดาวมาตกในป่าและเจ้าหน้าที่กองทัพก็ยึดไว้ซึ่งในภาพยนต์จะเห็นว่าเป็นกองพลทหารอากาศ ที่เข้ามาควบคุม และศพมนุษย์ต่างดาวก็ถูกชันสูตรในสภาพไม่ครบ32เนื่องจากในแฟ้มแสดงให้เห็นแต่เพียงส่วนอกและแขนของตัวต่างดาวตัวนี้เท่านั้น

แต่สำหรับกรณีจานบินตกในสหรัฐอเมริกา ดูท่าจะได้ข้อมูลมากกว่าอย่างเช่นกรณียานตกที่รอสเวลล์ ทางการสหรัฐฯไม่ได้ปกปิดอะไรเลยเรารู้ทั้งข้อมูลทุกอย่างเช่น ตกเวลา 5 ทุ่ม ของวันที่ 4 ก.ค.ปีค.ศ.1947ที่นิวเม็กซิโก เมืองรอสเวลล์ ที่ไร่ของชายที่ชื่อ แมคบราเซลมีมนุษย์ต่างดาว 6 ตัว รอด 1 ตัวที่เหลือเสียชีวิตดังเห็นได้ว่าอเมริกาเปิดเผยข้อมูลได้มากกว่าที่รัสเซียทำและถึงแม้ทางการสหรัฐฯจะขู่ไม่ให้เปิดเผยแต่คนทั่วโลกก็ได้รับทราบข่าวสารบ้างแล้ว

เฉพาะประเทศที่นักข่าวเปิดใจกว้างกับเรื่องลึกลับและอย่างกรณียานอวกาศนอกโลกตกที่เบอร์มิวด้าเมื่อปีค.ศ.1992ข้อมูลก็สามารถล้วงเข้าไปค้นคว้าได้ง่าย พบว่าก่อนเกิดเหตุมียานลึกลับบินว่อนแถวเบอร์มิวด้า สหรัฐฯเลยส่งกองทัพอากาศและกองทัพเรือบุกโจมตีปิดทางออกหมด และตามข้อมูลบอกว่ามียานลึกลับอีกลำบินดูอยู่ห่างๆแต่ยานลึกลับลำที่ถูกโจมตีนี้โดนยิงตกในทะเลรัฐบาลเลยส่งเรือดำน้ำเข้าไปกู้พบมนุษย์ต่างดาว 9 ศพ เสียชีวิตหมด ตามผลการวิจัยของแพทย์คือหมดอากาศหายใจถ้าดูจากรูปคดีคือน้ำเข้าไปในเครื่องตรงจุดที่โดนยิงเลยทะลุมนุษย์ต่างดาวก็เลยจมน้ำตายอย่างน่าเวทนาตามรายงานนักวิจัยยังระบุไม่ได้ว่ามนุษย์ต่างดาวกลุ่มนี้มาจากดาวอะไร?

ดังนั้นถ้าคำนวณดูแล้วในรอบ 30 ปีที่ผ่านมามียานบินตกบนโลกของเราถึง 20 ลำทั้งที่ตกเองและโดนยิงตก และผู้ขับขี่จานบินส่วนให_่ตายตัวที่เหลือรอดก็โดนจับขังแต่ปัจจุบันเสียชีวิตหมดแล้วและบางส่วนหลบหนีออกมาได้เช่นกัน

กระเจียว
20-09-2004, 04:25 AM
มนุษย์ต่างดาวที่มาเยี่ยมเยือนเราอย่างเป็นทางการ มีถึง 9 เผ่าพันธ์แล้วและตามข้อมูลสายสืบซีไอเอมีบางพวกจ้องจะยึดครองดาวโลกสหรัฐฯจึงนำยานบินที่เสียหายและถูกเก็บเอาไว้ใน เอเรีย 51 มาซ่อมและดัดแปลงเป็นยานรบในสมัยนี้เช่นสเต็ลหรือบี-29ต่างก็มีต้นแบบจากจานบินที่ตกทั้งสี้นสหรัฐฯสร้างโครงการที่เรียกว่า สตาร์วอร์ขึ้นในปีค.ศ.1953ในยุคสมัยของประธานาธิบดีไอเซนเฮาว์ โครงการนี้รวบรวมอาวุธทุกชนิดที่สร้างขึ้นมาบนโลกเพื่อป้องกันการรุกรานของมนุษย์ต่างดาวและยึดครองจักรวาล
โดยโครงการนี้ชักใยอยู่เบื้องหลังองค์การนาซ่าบุคคลระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้มอบหมายให้นาซ่ารวบรวมทรัพยากรของทุกดวงดาวที่ไปสำรวจมา และพัฒนาอาวุธของตนจนเป็นให_่ในโลกนี้แล้ว

จนกระทั่งปีค.ศ.1998ยุคประธานาธิบดีบิลคลินตัลได้ยุบโครงการนี้ลงเพราะให้เหตุผลว่าสี้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุจากข้อมูลของนาซ่า ดวงจันทร์ของดาวโลกเคยถูกภัยพิบัติของสงครามอวกาศถล่มเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน และดาวอังคารก็เป็นฐานที่ตั้งของกลุ่มต่างดาว บนดวงจันทร์มีการพบหลุมที่เกิดจากการระเบิดของนิวเคลียร์ และมีการพบซากปรักหักพังรวมทั้งโดมบนดวงจันทร์ด้วยเหมือนกับที่นาซ่าพบปิรามิดบนดาวอังคารและร่องรอยของสายน้ำ แสดงให้เห็นว่าในอดีตอารยธรรมของดวงดาวคงเจริ_มากกว่าที่เป็นอยู่และดาวโลก
คงเคยที่จะเป็นศูนย์กลางคมนาคมดวงอาทิตย์คือดาวฤกษ์ที่ส่องแสงในตัวเองได้จ้ามากเป็นดาวที่ปล่อยความร้อนมีผลทำให้มนุษย์โลกคงอยู่บนดาวดวงนี้ได้ในอดีตนักวิทยาศาสตร์บางพวก
ค้นพบทฤษฏีมนุษย์ในต่างดาวได้โดยกล่าวว่า

ก่อนที่ดาวโลกจะเจริ_มีดาวดวงนึงชื่อว่า ดาวเคราะห์เฟธิออนเป็นดาวที่เจริ_ก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์มากอยู่ในระบบสุริยะจักรวาลเดียวกับเราด้วย!!! โดยปัจจุบันดาวดวงนี้ไม่ถูกบันทึกไว้เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่เพียงพอว่ากันว่าสาเหตุที่ดาวเฟธิออนหายไปจากระบบสุริยะของเราอย่างลึกลับเป็นเพราะเกิดสงครามจักรวาล เนื่องจากพบเศษอุกกาบาตลอยอยู่ในบริเวณที่ของดาวดวงนี้คือระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดีซึ่งคาดว่าอยู่ระหว่างนี้เพราะระยะทางของดวงดาวไกลเกินเฉลี่ยและดาวเฟธิออนก็คงเป็นเศษอุกกาบาตที่ลอยอยู่บริเวณนั้น
เรียกว่า”แอสเตอรอยด์”เนื่องจากอุกกาบาตที่ตกบนโลกบางส่วนมีซากฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวด้วยและมีอีกหลาย
เหตุการณ์ที่มนุษย์เราไปตีความว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวโดยใช่เหตุ?เช่น ปรากฏการณ์วงกลมปริศนา(Cropcircle)ที่เกิดขึ้นบนทุ่งห_้าทั่วโลกนับหมื่นแห่งนั้นก็ดันมีคนไปหาว่าพวกจานบินมาทำเอาไว้ทั้งที่วงกลมปริศนานี้ ไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้องกันเลย แค่เกิดรอยประหลาดบนทุ่งห_้าเป็นรูปการตีวงในลักษณะจินตคณิตแต่เคยมีการตรวจนับ พบว่าในปี ค.ศ.1990มีไอ้วงแบบเนี้ย ที่อังกฤษนับพันวง ปัจจุบันนี้(ต้น ค.ศ.2000)นักวิทยาศาสตร์ตีความว่าเกิดจากพลาสม่ารึไม่ก็พายุทอร์นาโดแต่ก็มีคนอ้างอีกว่าเกิดจากพลังของโลกที่ขอความช่วยเหลือด้านปั_หามลพิษ(เป็นทฤษฎีไกอา ที่ว่าโลกก็เป็นสิ่งมีชีวิต) และก็มีอีกเหตุการณหนึงที่บางคนก็ไปโทษมนุษย์ต่างดาวอีก คือ

เรื่องของ คดีวัวและสัตว์ตายปริศนา( Cantel mutilation)ในอดีตที่อเมริกาและ_ี่ปุ่นประสบปั_หานี้มากส่วนมากจะเกิดขึ้นกับวัวและสัตว์บางชนิดคือสัตว์เหล่านี้จะตายโดยประหลาด
กล่าวคือถูกผ่าตัดเอาไส้และอวัยวะภายในไป โดยหาฆาตกรไม่ได้ก็มีคนอ้างเหตุผลว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวอีกเพราะเค้าให้เหตุผลว่าก่อนเกิดเหตุการณ์จะมีผู้พบจานบินอยู่บริเวณนั้น และเมื่อเกิดเหตุการณ์สภาพสัตว์จะถูกเอาอวัยวะภายในไปหมดเลย โดยไม่มีรอยเลือดหยดแม้แต่นิดเดียวถ้าใช้มีดเลเซอร์ก็ต้องมีรอยไหม้แต่นี่เป็นแผลธรรมชาติเค้าเลยบอกว่าต้องเป็นพวกต่างดาวใช้เทคโนโลยีเอาไปแน่เลย

กระเจียว
20-09-2004, 04:27 AM
ซากมนุษย์ต่างดาวที่พบในนิวแม็กซิโก สหรัฐอเมริกา หลังจากที่ทหารได้ลำเลียง
ศพมนุษย์ต่างดาวไปเก็บ ไว้ภายในตึกลับในสนามบินกองทัพอากาศ
แหล่งข้อมูลหลายแห่งเปิดเผยว่า ทางการทหารมีศพ มนุษย์ต่างดาวอาจจะถึง สามศพ
นำไป โรงพยาบาลเพื่อผ่าศพพิสูจน์
เกลนน์ เดนนิส รู้จักผู้ที่เกี่ยวข้องกับการผ่าศพมนุษย์ต่างดาวคนหนึ่ง ซึ่งเป็น
พยาบาลอยู่ที่นั่น เธอได้เล่าว่า ในวันที่มีการผ่าศพมนุษย์ต่างดาว เธอลงเวร
ขณะที่เดินไป ภายในห้องปฎิบัติการใกล้กับห้องโถง เพื่อจะหยิบเอาสิ่งของบางอย่าง
ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ได้พบแพทย์ชายสองคน คนหนึ่งคือนาวาอากาศเอกนายแพทย์
สแตนฟอร์ด โฟลน ได้บอกให้เธอหยุดและขอให้เธอช่วย เธอเดินตามไปในห้อง จำได้ว่า
กลิ่นน้ำยาฉุนมาก สิ่งที่เห็นคือ แพทย์ทั้งสองคน กำลังผ่าศพมนุษย์ต่างดาวสามศพ


อีกคนคือนายแพทย์เจซซ์ จอห์นสัน จูเนียร์ ได้เคยเห็นภาพ สไลด์การผ่าศพมนุษย์ต่างดาว
ในระหว่างการประชุมส่วน เลน สตริงฟิลด์ เล่าว่า แพทย์หลายคนที่เคยเห็นศพมนุษย์ต่างดาว
พวกเขาเล่าว่า ศพทั่งสาม สูงราวสามฟุตครึ่ง มีน้ำหนักประมาณ สี่สิบปอนด์



ศีรษะให_่กว่ามนุษย์โลกมาก ดวงตากลมสองดวงคล้ายตาของชาวเอเซียหรือ
พวกมองโกลอยด์ ลึกและให_่มาก จมูกมีสันชัดเจนปากบางเฉียบ ไม่มีฟัน
ผิวเป็นสีน้ำตาลอ่อน หรือเทาอมชมพู มีเกล็ดเล็ก ๆ ขรุขระไม่มีกล้ามเนื้อเป็นริ้ว
บนศีรษะไมม่มีเส้นผม แต่มีขนบาง ๆ ลำคอเล็ก แขนยาวมาก ในร่างกาย
มีของเหลวไม่มีสี ไม่มีเม็ดเลือดแดง ไม่มีเซลล์น้ำเหลืองหรือเม็ดเลือดขาว
ไม่มีตัวนำออกซิเจน ไม่มีช่องกลืนอาหาร ไม่มีระบบย่อย


ภาพมนุษย์ต่างดาวที่ถูกเผยแพร่ ตรงกับคำให้การของผู้พบเห็นหลาย ๆ ท่าน
ศพที่ถูกผ่าพิสูจน์ ใช่ศพมนุษย์ต่างดาวจริงหรือไม่.....และคุณเชื่อหรือไม่ !

กระเจียว
20-09-2004, 04:31 AM
เมื่อพูดถึงเรื่องจานบินหรือมนุษย์ต่างดาวก็คงหนีไม่พ้นจากชื่อสถานที่ Area 51 นี่กันหรอกครับ Area 51 มีพื้นที่ไม่มากนักในทะเลทรายรัฐเนวาด้า ของประเทสสหรัฐอเมริกา เป็นสถานที่ของทหารที่โด่งดังมาก ว่าเกี่ยวข้องกับจานผีเอเลี่ยน อย่างที่ทราบกันนะครับว่า สหรัฐมี 50 รัฐ(ฮาวายเป็นรัฐที่ 50) ซึ่งการเป็นรัฐนั้น ต้องเป็นพื้นที่ที่ให้ความสำคัฐกับประเทศมากครับ ดังนี้ Area 51 จึงแปลตรงๆว่ารัฐที่ 51

สถานที่แห่งนี้ แฝงไปด้วยความลับของทางราชการมากครับ มีนักข่าวไปป้วนเปี้ยนอยู่เสมอแต่ก็ไม่ได้เห็นอะไรมากไปกว่าแสงประหลาดตอนกลางคืน ที่ลอยอยู่เหนือ Area 51 ลับถึงขนาดที่ว่า C.I.A. Central Intelligence Agency ของอเมริกาเองเคยเสียสปายจารกรรมให้สถานที่แห่งนี้ไปถึง 40 คน บ้อบ โรเบิร์ต ลาซาร.์ นักวิทยาศาสตร์ผู้หนึ่งมาเผยแพร่เรื่องให้สื่อมวลชนทึ่งเกี่ยวกับ Area 51 ว่าเขาเคยทำงานในที่แห่งนี้มาแล้ว บ็อบเล่าให้ฟังว่าแต่ก่อนนี้เขาเป็นนักฟิสิกส์ ทำงานที่ ลอส อะลามอส (ศูนย์ค้นคว้านิวเคลียร์ของอเมริกา) แต่ก็ได้ถูกโยกย้ายมายัง Area 51 บ็อบกล่าวว่าในเขต Area 51 นั้นมีฐานปฎิบัติการใต้ดินอยู่ลึกลงไปหลายชั้น มีนักวิทยาศาสตร์ทำงานอยู่หลายคน และมี ร.ป.ภ.ที่เข้มงวดมากและพวกเขาเหล่านั้นล้วนศึกษาเกี่ยวกับ ระบบการทำงานของจานบินทั้งสิ้น ทหารจะเรียกที่นี่เป็นรหัสว่าศูนย์ S4 ลับสุดยอก ซึ่งแม้แต่ประธานาธิบดีสหรัฐ ยังไม่มีสิทธิจะเข้ามา นอกจากที่บ็อบจะได้ศึกษาตัวยานแล้ว ยังได้อ่านเอกสารเกี่ยวกับแหล่งพลังงานของจานบินด้วย เขาอธิบายว่าจานบินนั้นใช้กระบวนการไฮโดรแมกเนติก คือเป็นการใช้ธาตุบางอย่างที่หาได้ตามดาวในจักรวาลทำปฏิกิริยานิวเคลียร์รีแอกชั่น เป็นเตาปฏิกรณ์ที่ยิงพลังงานด้วยโปรตอน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ใน Area 51 นี้กำลังคิดสร้างเตาปฏิกรณ์แอททิแมทเทอร์ขึ้นมาเลียนแบบ แต่ก็ยังไม่สำเร็จ

หลังจากที่บ็อบออกมาประกาศแก่สื่อมวลชน รัฐบาลสหรัฐก็ออกหมายจับทันที ตอนนี้เขาเป็นอย่างไรผม็้ไม่ได้ติดตามข่าวล่ะครับ สำหรับความลึกลับของ Area 51 ก็ยังไม่จบง่ายๆนะครับ รัฐบาลสหรัฐจะออกมาแถลงเมื่อโดนถามถึงเสมอๆว่าเป็นเพียงศูนย์การค้นคว้าด้านเครื่องบินของด้านการทหาร ซึ่งก็จริงครับ เครื่องบินเสตลธ์สร้างสำเร็จที่นี่ ได้รับสม_านามทางทหารว่า "ปีศาจล่องหน" เพราะเคลือบด้วยวัสดุพิเศษทำให้เครื่องบินหลบเรดาร์ของข้าศึกได้ แต่รัฐบาลสหรัฐก็ไม่เคยยอมบอกว่าวัสดุที่เคลือบนั้นเอามาจากไหนและทำไมถึงหลบเรดาร์ได้ ทั้งยังมีข่าวลือแปลกๆอยู่เสมอ ล่าสุดก็มีข่าวว่า Area 51 จะย้ายออกจากรัฐเนวาด้า ไปยังที่ลับๆ ปราศจากสื่อมวลชนที่คอยตามข่าว

กระเจียว
20-09-2004, 04:33 AM
...

กระเจียว
20-09-2004, 04:36 AM
พลังขับเคลื่อนยานของมนุษย์ต่างดาว
แหล่งพลังงานของยานบินคือ แอนทิแมทเทอร์ รีแอคเตอร์ (เครื่องปฏิกรณ์ยิงระเบิดสสารที่ประกอบด้วยอนุภาคที่เหมือนกัน แต่มีประจุไฟฟ้าตรงกันข้ามด้วยโปรตรอน) มีท่อกลวงตรงกลางยานจากพื้นขึ้นไปถึงยอด ซึ่งอาจเรียกว่าเป็นท่อเหนี่ยวนำคลื่นพลังโน้มถ่วงหรือพลังไฟฟ้าที่ผ่านเข้าไปในนั้น ช่วงล่างของท่อจะเชื่อมติดกับตัวแอนทิแมทเทอร์รีแอคเตอร์ ซึ่งมีลักษณะรูปร่างคล้ายครึ่งวงกลมคว่ำลง ติดกับพื้นของยาน ท่อกลวงตรงกลางหรือท่อเหนี่ยวนำจะเป็นท่อยาวต่อไปจนถึงยอดบนของยาน

เครื่องปฏิกรณ์มีขนาดให_่เท่ากับลูกบาสเกตบอล ลักษณะคล้ายครึ่งวงกลมคว่ำลงบนแผ่นโลหะเล็ก ๆ มันจะส่งสนามพลังหรือสนามกำลังดึงดูดออกมาโดยรอบ ซึ่งในช่วงเวลาที่มันทำงาน ก่อให้เกิดแรงผลักคล้ายแม่เหล็กสองแท่งที่มีขั้วเหมือนกันกระทำปฏิกิริยาต่อกัน สารหรือธาตุที่เป็นองค์ประกอบเชื้อเพลิงยิ่งน่าสนใจมาก มันคือธาตุที่ 115 ซึ่งตามทฤษฎีกล่าวว่า มันจะปรากฏอยู่รอบ ๆ ธาตุ 113-114 กลายเป็นธาตุที่มั่นคงและมีการรวมโปรตรอนกับนิวตรอนก่อให้เกิดธาตุใหม่ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ หากยิงอนุภาคพลังงานด้วยโปรตรอนมันก็จะแตกธาตุจนถึงธาตุ 116 และปล่อยสสารแอนทิแมทเทอร์ออกมา ซึ่งนั่นคือมันจะทำปฏิกิริยากับสสารซึ่งเรียกว่า "ปฏิกิริยาแอนนิไฮโลชั่น"

ปฏิกิริยาพื้นฐานดังกล่าวก่อให้เกิดพลังแม่เหล็กไฟฟ้า ตามท่อเหนี่ยวนำมากขึ้น ๆ และพลังที่เพิ่มขึ้นมากมายมหาศาลนี้เอง ที่ถูกนำไปใช้กับอะไรก็ได้ตามที่พวกเขาต้องการ

ธาตุที่ 115 ไม่ได้เกิดขึ้นบนโลก และไม่สามารถสังเคราะห์ได้เนื่องจากเป็นธาตุที่หนักมาก จากแหล่งข้อมูล ทุกฝ่ายระบุว่าธาตุนี้พบตามธรรมชาติบนโลกหรือดาวเคราะห์ที่ให_่กว่าโลกมาก อาจเป็นโลกที่มีพระอาทิตย์สองดวง ในแต่ละครั้งจานบินหรือยานของมนุษย์ต่างดาวจะใช้ธาตุ 115 จำนวนมากถึง 223 กรัม

การที่จานบินบินด้วยความเร็วสูง การบินเลี้ยวกลับเป็นมุมฉาก การหยุดนิ่งกลางอากาศและการเร่งความเร็วของจานบินและการดับเสียงโซนิคบูม รวมถึงการเร่งความเร็วขนาด 22,000 ไมล์ต่อชั่วโมงหรือมากกว่านั้น กล่าวกันว่า จานบินอาจใช้วิธีอาศัยสนามแรงโน้มถ้วงเทียม หรือบางทีอาจใช้คุณสมบัติพิเศษของมิติและกาลเวลา ซึ่งโลกเรายังไม่คุ้นเคยก็เป็นไปได้

กระเจียว
20-09-2004, 04:40 AM
เป็นเวลามากกว่า 20 ปีแล้ว ที่พื้นที่กสิกรรมของประเทศอังกฤษ เกิดคดีปริศนาที่ไม่ทราบที่ไปที่มา ซึ่งนำไปสู่เรื่องราวลึกลับ สารคดี และหนังสืออีกนับไม่ถ้วนจำนวนเล่ม ในช่วงเวลากลางคืน ได้ปรากฏมือลึกลับมาสร้างสั__ลักษณ์วงกลม อยู่กลางทุ่งนา พื้นที่เพาะปลูกข้าวสาลี ข้าวโพด หรือธั_พืชอื่นๆที่บังเอิ_ไปอยู่บนที่ดินผืนนั้น สั_ลักษณ์วงกลมที่ไม่ทราบที่มานี้ มีขนาดเล็กตั้งแต่สิบฟุตไปจนถึงขนาดให_่เส้นผ่านศูนย์กลางนับร้องฟุต มีรูปแบบง่ายๆไปจนถึงรูปแบบพิลึกกึกกือซับซ้อน เป็นวงเป็นรัศมี

ไม่มีใครทราบความหมาย ตลอดไปจนที่มาของวงกลมพวกนี้ เฉพาะที่อังกฤษ ในปีหนึ่งๆ มีวงกลมปริศนาเกิดขึ้นตามที่ต่างๆเป็นร้อยๆแห่ง มันคืออะไร? มาจากไหน? และต้องการสื่อความหมายอะไรกันแน่?

นักวิชาการและผู้สนใจศึกษาเรื่องราวของวงกลมปริศนา ขนานนามตัวเองว่า cereologists โดยมาจากชื่อของเทวีจากเทพปกรณัมของโรมันที่ชื่อว่า Ceres พวกเขาเชื่อมั่นในทฤษฏีสองประการ เกี่ยวกับความเป็นมาของวงกลมปริศนา หรือ crop circles นี้ว่า

ประการแรก crop circles น่าจะมาจากสภาพของดินฟ้าอากาศที่ผิดปกติ George Tenence Meaden ผู้เชียวชา_ด้านฟิสิกข์กล่าวว่า ลักษณะของวงกลมเหล่านี้น่าจะมาจากลมหมุนประเภทหนึ่ง ซึ่งไม่ปรากฏต่อสายตาชาวบ้านอย่างเราๆท่านๆมากนัก ภาษาวิชาการเค้าเรียกกันว่า "plasma vortex phenomenon" เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากลมหมุนลักษษระคล้ายลมหมุนธรรมดาแต่พ่วงประจุไฟฟ้าที่เกิดในบรรยากาศเข้ามาด้วย ลมหมุนที่เคลื่อนที่อยู่บนทุ่งนาจึงทำให้ธั_พืชที่อยู่ในบริเวณเกิดรูปร่างเป็นวงกลม crop circles ขึ้น เป็นไปได้ครับทฤษฎีนี้ มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนมาก แต่ว่า.. ลวดลายที่เกิดขึ้น (โปรดพิจารณาภาพประกอบ) มันอัศจรรย์พันลึกเกินกว่าจะทำใจรับได้ว่า มันเกิดขึ้นด้วยฝีมือของธรรมชาติอย่างเดียวครับ แต่ในเมื่อไม่มีคำอธิบายที่ดีกว่านี้ การรับฟังทฤษฎีนี้ไว้ก่อน ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร จริงไหม?




ประการที่สอง ก็หนีไม่พ้นการเกิดขึ้นด้วยฝีมือของ UFO ครับ เพราะหลายต่อหลายครั้งการเกิดขึ้นของ crop circles จะมีรายงานการพบเห็นสิ่งบินนอกพิภพเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

เมื่อไม่นานมานี้เอง ร่องรอยที่เกิดขึ้นบนทุ่งนา มีผู้สันนิษฐานว่า อาจจะเกิดจากร่องรอยการลงจอด หรือแสตนบายเหนือพื้นดินของ UFO แต่ทว่า นับวันลวดลายที่ปรากฏก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นทุกที จนแทบไม่น่าเชื่อว่า มันจะเกิดขึ้นจากลวดลายบนตัวยาน ดังนั้น นักจานผีวิทยาบางคน จึงตั้งประเด็นเอาไว้ว่า เป็นไปได้ไหมครับ ที่วงกลมปริศนานี้ จะเป็นข่าวสารที่นักบินของ UFO เหล่านั้นทิ้งเอาไว้ ด้วยเจตนาบางอย่างที่เรายังไม่ทราบ

WebSnow
20-09-2004, 04:41 AM
ทางรัฐบาลน่าจะมีการเปิดเผยข้อมูล
เผื่อคนภายนอกจะได้เอามาศึกษาต่อ

****************************************

ส่วนทางเขากะลาและ อ.เทพนม ไม่ทราบว่ายังติดต่อกับ UFO อยู่ไหม
ผมมีfaxของกลุ่มเขากระลาอยู่ แต่ยังไม่เคยติดต่อเลย ผมว่าน่าลองติดต่อและบอกให้เขามาเยี่ยมเว็ปพลังจิตบ้าง ดีไหม เผื่อได้ข้อมูลใหม่ๆ

กระเจียว
20-09-2004, 04:42 AM
ในบรรดา crop circles ทั้งหลายที่เกิดขึ้น มีอยู่เหมือนกันครับ ที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของพวกมือไม่อยู่สุข สร้างหลักฐานปลอมๆขึ้นมาเพื่อตบตาชาวโลก Jenny Randles ผู้เป็น cereologist ผู้เชี่ยวชา_ท่านหนึ่งกล่าวว่า "ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ของวงกลมปริศนาพวกนี้ เป็นของที่ทำขึ้นด้วยฝีมือของมนุษย์ หลังจากที่เราทำการศึกษาอย่างละเอียด เราพบว่า ง่ายมากที่จะแยกแยะ crop circles พวกนี้ ว่าอันไหนเกิดขึ้นด้วยฝีมือของคน และอันไหนที่เกิดขึ้นด้วยฝีมือของอะไรบางอย่าง ซึ่งปัจจุบันเราก็ยังไม่ทราบ"

แล้วเราจะแยกแยะได้อย่างไร ว่าอันไหน "จริง" อันไหนเป็นของ "ปลอม" ที่มนุษย์ทำขึ้นเอง

ไม่ยากเลยครับ ผู้เชี่ยวชา_บางท่าน อธิบายถึงวิธีแยกแยะ crop circles ผ่านททางผู้สื่อข่าว BBC ไว้ว่า วงกลมที่ถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์นั้น ห_้าหรือธั_พืช จะมีรอยหักหรือช้ำเป็นทางอย่างเห็นได้ชัด ที่เป็นอย่างที่ก็เกิดจากการแหวกหรือการเหยียบย่ำของคนทำล่ะครับ หลายรายที่เอาอย่างพี่หนุ่ย คือ ฝากรอยเท้าเอาไว้ด้วย เป็นรอยย่ำอยู่รอบบริเวณ crop circles เลยทีเดียว

"ใบข้าวสาลีเป็นสิ่งที่หัก หรือ ช้ำง่ายมาก" นักวิชาการท่านนั้นกล่าว ดังนั้นจึงไม่ยากเลยที่เราจะแยกแยะวงกลมปริศนานี้ออกว่าอันไหนจริงอันไหนปลอม เพราะของจริงนั้นไม่มีร่องรอยของการเหยียบย่ำ หัก หรือ ช้ำ ใบของธั_พืชจะเอนลู่ราบเป็นทางเดียวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย "ที่น่าแปลกใจก็คือ เราไม่พบแม้แต่รอยเท้าแมวซักตัว ในช่วงที่สำรวจวงกลมที่เชื่อว่าเป็นของแท้" เขากล่าวต่อ "นอกจากรอยเท้าของพวกเราที่เข้าไปสำรวจ เราไม่พบรอยเท้าใครอีกเลย ราวกับว่าคนทำบินหรือล่องหนมาสร้างขึ้นเสียอย่างนั้น"

กระเจียว
20-09-2004, 04:44 AM
ไม่ยากเลยครับ จากภาพที่เห็น คนไม่กี่คน เครื่องมือง่ายๆบางอย่าง ได้แก่ ท่อนไม้ หรือ กิ่งไม้ เชือกเส้นยาวๆสักเส้น แผ่นไม้บางๆสักแผ่น ปักกิ่งไม้ที่จะเป็นจุดศูนย์กลางของวงกลมเอาไว้ แล้วก็ลากเชือกตามภาพครับ ใช้แผ่นไม้ช่วยนิดนึง ในกรณีที่จะทำลวดลายหรือต้องการไม่ให้ใบของธั_พืชมีรอยช้ำเกินความจำเป็น เผื่อถูกจับได้ว่าเป็นของปลอมไงครับ

เพื่อนๆที่ว่างอยากจะลองทำเล่นก็ไม่ยาก ออกแบบลวดลายตามต้องการแล้วก็เริ่มละเลงได้เลยครับ จะเอาสวยงามขนาดไหนก็ได้ แต่เจ้าของที่นาที่เราจะเข้าไปทำอาจไม่ชอบใจสักหน่อย ที่จู่ๆเราบุกรุกเข้าไปแบบนั้น สำหรับผู้ที่ไม่มีที่เป็นของตัวเองก็ขออนุ_าตเขาก่อนละกันนะครับ เดี๋ยวติดคุกหัวโตไม่รู้ด้วย



จนถึงทุกวันนี้ เราก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยังเร็วเกินไปครับ ที่จะสรุปว่า crop circles เป็นของปลอมไปเสียทั้งหมด เพราะว่า เรายังขาดการศึกษาเกี่ยวกับด้านนี้อยู่พอสมควร จากบันทึกครั้งแรกที่มีการพบเรื่องนี้ ก็มีเมื่อ 20 - 30 ปีที่ผ่านมานี่เอง ยังไม่มีการบันทึกหรือศึกษาย้อนหลังไปมากกว่านั้น เมื่อเร็วๆนี้ มีนักวิชาการบางคน พยายามที่จะใช้คอมพิวเตอร์ เข้ามาช่วยในการถอดรหัสความหมายที่ซ่อนอยู่ใน crop circles ซึ่งเชื่อได้ว่า ไม่ใช่ของที่เป็น man made แต่ก็ยังไม่มีข่าวคราวใดๆแพลมออกมา ถ้ามีรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อไหร่ นาย Sonic จะรีบนำมาเสนอก็แล้วกันนะครับ

WebSnow
20-09-2004, 05:10 AM
น้องกระเจียวหาข้อมูลและโพสดีจริงๆ มีการเน้นตัวอักษรด้วย

นายฉิม
20-09-2004, 07:08 AM
โพสต่อดิ กะลังอยากอ่านต่อ

Kamen rider
21-09-2004, 12:40 AM
#$#@%^$%&%^*^&( ...&%$GE^$#^ $^45745567

ลูกพลับ
21-09-2004, 12:49 AM
ผมเคยโทรศัพท์คุยกับดร.เทพนม ท่านเล่าให้ฟังว่า ในเมืองไทยมีฐานของมนุษย์ต่างดาวหลายที่ แต่อยู่คนละมิติกับเรา บางคนเท่านั้นที่จะสัมผัสได้ ท่านบอกว่าที่เชียงใหม่มนุษย์ต่างดาวเยอะมาก คือมาอยู่อาศัยในรูปแบบมนุษย์เรานี่ละครับ(คงจะแปลงร่างเอา) แต่ว่าเราไม่รู้ว่าตนนี้เป็นมนุษย์ต่างดาว แถมดร.ยังบอกวิธีการติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวให้ด้วย ผมยังทำไม่ได้ แต่ผมว่าพี่Websnow และพี่คนอื่นๆที่สมาธิระดับสูงน่าจะทำได้นะครับ

วิธี่ที่ ดร.บอกคือ ต้องทำสมาธิจนจิตแน่วแน่ในระดับนึง(ไม่แน่ใจว่าระดับไหน) แล้วส่งกระแสจิตบอกว่าขอให้ท่าน(มนุษย์ต่างดาว) มาปรากฏ ณ สถานที่นั้นๆ เวลาเท่านั้น ซึ่งถ้าจิตเราแน่วแน่พอ ก็จะส่งถึงได้ เพราะเวลามนุษย์ต่างดาวสื่อสารกับ ดร.ก็ใช้กระแสจิตเอา

ใครทำได้ผลยังไงอย่าลืมเล่าให้ฟังด้วยนะครับ ถ่ายรูปเผื่อด้วยยิ่งดี

Kamen rider
21-09-2004, 05:33 AM
..

ใบไม้
22-11-2004, 09:09 PM
ลึกลับจริงๆ

no.9
04-09-2007, 07:53 PM
ขออนุญาตขุดกระทู้เก่าของดีๆ เพื่อสมาชิกใหม่ได้อ่านกันครับ รวมถึงผมด้วย

Chayutt
05-09-2007, 10:56 AM
ดีคับดี...

อักขรสัญจร
05-09-2007, 11:11 AM
#ขุทฺทก.อ. ๑/๖/๓๕-๓


จากคู่มือการศึกษาพระอภิธัมมัตถสังคหะ ปริเฉทที่ ๕ วิถีวิมุตตสังคหวิภาค ของพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร แห่ง อภิธรรมมูลนิธิ ได้อธิบายเกี่ยวกับทวีปทั้ง ๔ ไว้ดังนี้

--------------------------------------------------------------
ทวีปใหญ่ในทิศทั้ง ๔ ของภูเขาสิเนรุ แต่ละทวีปใหญ่ทั้ง ๔ ทิศนั้น แลดล้อมด้วยทวีปน้อยเป็นบริวาร อีกทวีปละ ๕๐๐ รวมทวีปน้อยมี ๒๐๐๐ ทวีป

ทวีปใหญ่ หรือพื้นแผ่นดินทั้ง ๔ ทิศ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์นั้น มีชื่อเรียกกันดังนี้คือ

๑. อุตตรกุรุทวีป อยู่ทางทิศเหนือของภูเขาสิเนรุ มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในทวีปนี้ มีลักษณะใบหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีคุณสมบัติ ๓ ประการ คือ
๑) ไม่ยึดถือเอาทรัพย์สินเงินทองว่าเป็นของตน
๒) ไม่มีการยึดถือในบุตร, ภริยา, สามี ว่าเป็นของตน
๓) มีอายุยืนถึง ๑๐๐๐ ปี

มนุษย์ในอุตตรกุรุทวีปนี้มีการรักษาศีล ๕ เป็นนิจ เมื่อตายไปแล้วย่อมเกิดในเทวโลก แน่นอน ดังสารัตถทีปนีฏีกา แสดงว่า
คติปิ นิพฺพตฺถา มโต สคฺเคเยว นิพฺพตฺตนฺติ
แปลความว่า มนุษย์อุตตกุรุนี้ เมื่อตายแล้ว ย่อมไปบังเกิดในชั้นเทวโลกอย่างแน่นอน

หมายความว่า เมื่อตายจากภพมนุษย์แล้วย่อมไปบังเกิดในชั้นเทวโลกแต่ถึงเวลาที่จุติจากเทวโลกแล้ว อาจไปเกิดในอบายภูมิ ๔ หรือมนุษย์ในทวีปอื่นใดก็ได้ จะไม่ไปสู่อบายภูมิเพียงชั่วภพถัดไปจากที่กำลังเป็นมนุษย์อุตตรกุรุเท่านั้น

๒. ปุพพวิเทหทวีป อยู่ทางทิศตะวันออกของภูเขาสิเนรุ มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในทวีปนี้ มีลักษณะใบหน้าตอนบนตัดโค้งมนลงส่วนล่างคล้ายบาตร มีอายุยืนถึง ๗๐๐ ปี

๓. อปรโคยานทวีป อยู่ทางทิศตะวันตกของภูเขาสิเนรุ มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในทวีปนี้ มีลักษณะใบหน้ากลม คล้ายวงพระจันทร์ มีอายุยืนถึง ๕๐๐ ปี

๔. ชมพูทวีป อยู่ทางทิศใต้ของภูเขาสิเนรุ มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในทวีปนี้ มีลักษณะใบหน้ารูปไข่ กำหนดอายุขัยไม่แน่นอน โดยความยิ่งหย่อนในคุณธรรม สมัยใดคนชมพูทวีปมีกาย วาจา ใจ เพียบพร้อมยิ่งด้วยคุณธรรมสมัยนั้นคนชมพูทวีปมีอายุยืนถึงอสงไขยปี สมัยใด คนชมพูทวีป กาย วาจา ใจ ย่อหย่อนด้วยคุณธรรม สมัยนั้นมีอายุลดน้อยถอยลงมาเพียง ๑๐ ปี เป็นอายุขัย

นี่แหละมนุษย์ต่างดาวจ้ะ

wellrider
05-09-2007, 06:38 PM
คือ แหม... ไม่ได้อยากอวดอะไรนะครับ

แต่ที่คุณกระเจียว โพสไว้ในความเห็น 1 ความเห็นที่ 2 ความเห็นที่ 3 และความเห็นที่ 5 ของกระทู้นี้

ผมเป็นคนเขียนเองครับ !

คือผมเขียนจากประสบการณ์ที่ได้รวบรวมมา พูดง่ายๆคือ โม้ให้ฟังเล่นๆ อาจจะมีบางส่วนโม้มากไปก็ได้ครับ อย่าเชื่อมาก ครับ55555

แต่ผมเป็นคนเขียนขึ้นมาจริงๆครับ (สาบานครับ)เมื่อปี 2544 แล้วมีคนนํามาเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต ไม่ยักทราบว่ามาถึงเว๊ปนี้ด้วย ส่วนบทความ ใน ความเห็น 4 6 และ 7 อันนี้ผมก็ไม่ทราบครับว่าคุณกระเจียวเอามาจากไหนเหมือนกันครับ

FenderMan
16-11-2007, 06:51 PM
5555 คุณ wellrider (http://board.palungjit.com/member.php?u=119305)

ผมอ่านก็ขแมงๆยังไงไม่ทราบแหละ สงครามจักรวาล และ S4 ที่ประธานาธิปดีเข้าไม่ได้นี่งงในเมื่อเขาก่อตั้งมาทำไมจะเข้าไม่ได้หรือคนก่อนสั่งเสียไว้

kooloop
17-11-2007, 02:35 AM
ชอบครับ