View Full Version : ประสบการณ์ถอดจิตของผม ช่วยแนะนำด้วยนะครับ
pattarawat
19-10-2006, 07:35 PM
ในช่วงเวลาที่ผมสนใจในเรื่องพุทธศาสนาและวิทยาศาสตร์ทางจิตอยู่มากนั้น ผมได้ศึกษาความรู้ทางด้านนี้มากขึ้น จากนั้นผมได้ฝึกมโนมยิทธิ (ฤทธิ์ทางใจ) จากเว็บพลังจิตนี้ ซึ่งทำให้ผมได้รับความรู้ทางธรรมมากขึ้นกว่าเดิมมาก โดยศึกษาแบบออนไลน์จากเว็บนี้ การฝึกมโนมยิทธิของผมนั้นเรียกได้ว่ายังไม่ถึงไหนเลย บางครั้งนั่งเป็นชั่วโมงจนกลายเป็นตัวเกร็ง ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ จิตยังไม่สามารถไปชมสวรรค์ ชมนิพพานได้ แต่ก็ยังไม่ล้มเลิก ยังคงฝึกฝนต่อไปเรื่อยๆ
แต่ประสบการณ์ของผมในการถอดจิตเกิดขึ้นเมื่อคืนก่อน ในขณะที่ผมนอนหลับอยู่นั้น ผมฝันเห็นภาพภัยพิบัติต่างๆ คนล้มตายระเนระนาด ไม่เหลือคราบของโลกที่น่าอยู่อีกต่อไป ผมเห็นดังนั้นก็รู้สึกปลง และจากนั้น ผมได้ยินเสียงพระเทศน์ให้ฟังอีก ท่านเทศน์ทำนองว่า "เห็นไหม ลูกเอ๊ย เห็นสัจธรรมไหม" อะไรทำนองนี้ครับ เสียงของท่านยิ่งทำให้ผมรู้สึกมีความสุขจนถึงขีดสุด มันวูบวาบในใจอย่างรุนแรง เหมือนจิตถูกพัฒนาขึ้นและเลื่อนชั้นขึ้น ชั้นแล้วชั้นเล่า จนกระทั่ง ผมก็รู้สึกว่าจิตของผมเบาหวิวและถอดออกจากร่าง จิตของผมออกจากร่างไปจริงๆ เพราะผมเห็นภาพทุกอย่างชัดเจน จิตผมถอยห่างจากโลกไปเรื่อยๆ และเรื่อยๆ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ผมเห็นโลกใบเล็กลงเรื่อยๆ จนไม่เห็น ผมควบคุมจิตไม่ได้เลย ผมกลัวมาก จึงพยายามพุ่งจิตกลับสู่โลก ใช้เวลาแป๊บเดียวเท่านั้นก็ถึงโลกแล้วครับ จากนั้น ผมเห็นอดีต ผมเห็นเพื่อนสมัยมัธยมยืนคุยกัน จิตผมพุ่งไปตรงไหนก็ไปได้ดังต้องการ จากนั้น ผมอยากกลับบ้าน ผมเลยพุ่งจิตไปที่บ้าน ระหว่างทางผมได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งถูกฆ่าด้วยมีดแหลมอย่างทรมาน แล้วถูกผลักลงตึกสูง แล้วจิตผมก็พุ่งไปที่หลุมฝังศพของเขา ผมก็งงเล็กน้อย แต่ก็กราบศพเขาเพราะคิดว่าคงได้รู้จักกันบ้างในอดีตชาติ จากนั้นผมก็พุ่งจิตไปที่บ้านอีก แต่ไม่สำเร็จครับ คงเป็นเพราะกำลังจิตทำได้เท่านี้ หรืออาจเป็นเพราะพระท่านอนุญาตได้เท่านี้พอให้เห็นอารมณ์แห่งจิต แล้วไปสานต่อเอง ผมสะดุ้งตื่นขึ้นในห้อง พร้อมกับความสุขอย่างมากที่มีโอกาสได้รับรู้อารมณ์นั้น ผมจะฝึกฝนต่อไปเรื่อยๆ ครับ เพราะเวลานั้น เวลาสิ้นยุคใกล้มาถึงแล้ว
อ่านแล้วรู้สึกอย่างไร หรือมีอะไรแนะนำในการปฏิบัติธรรม รีพลายคุยมาได้นะครับ อยากทราบความคิดเห็นจากเพื่อนๆ ครับ เพราะผมยังระดับอนุบาลอยู่ครับ ยังไม่ถึงไหนเลย
angus
20-10-2006, 05:30 AM
ขออนุโมทนาคุณเอ็มค่ะ (verygood)
คุณ 4
20-10-2006, 07:00 AM
นี่แหละ อิทธิบาท 4 โมทนาด้วยคับ
(f)
pattarawat
20-10-2006, 07:39 AM
ขออนุโมทนาคุณเอ็มค่ะ (verygood)
แหม... ไม่นึกว่าคุณได๋จะมาอ่านกระทู้ อิอิ ขอบคุณมากนะคร้าบ
(f) (f) (f)
pattarawat
20-10-2006, 07:41 AM
นี่แหละ อิทธิบาท 4 โมทนาด้วยคับ
(f)
คุณ 4 ก็มาด้วย (ตามคำเชิญ อิอิ) ขอบคุณมากนะคร้าบ
จะพัฒนาคุณธรรมอิทธิบาท 4 มากขึ้นนะครับ
(verygood) (b-oneeye) (f) (f)
poprock
20-10-2006, 08:02 AM
ดีใจกับพี่เอ็มด้วยนะครับ ...
ขอเป็นกำลังใจให้พี่ปฏิบัติต่อไปครับ..
pattarawat
20-10-2006, 03:39 PM
ดีใจกับพี่เอ็มด้วยนะครับ ...
ขอเป็นกำลังใจให้พี่ปฏิบัติต่อไปครับ..
ขอบคุณป๊อบมากนะครับ ที่อุตส่าห์แนะนำเว็บพลังจิตให้รู้จัก ตอนนี้ก็ยังเดินป้อแป้อยู่เลยครับ แต่จะพยายามฝึกให้มากขึ้นครับ นึกถึงคำสอนของหลวงพ่อฤาษีลิงดำแล้วรู้สึกฮึดขึ้นมาทุกที ท่านว่า "ถ้าเอาจริงแล้วได้ทุกคน แต่ที่ไม่ได้เพราะมันไม่เอาจริง" อีกประโยคตรงที่ท่านบอกว่า "ครูบาอาจารย์สอนครั้งเดียวจำจนตาย ไม่ต้องมาสอนกันหลายๆ รอบเหมือนปัจจุบัน" เพราะหลายครั้ง เราเองที่หละหลวม ไม่เอาจริง ต้องคอยปล้ำสู้กับกิเลสในตัวของเราเองหลายครั้ง จนเอือมระอา แต่ตอนนี้จะปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉยๆ ไม่ได้แล้วครับ คงต้องเอาจริงเอาจังแล้ว
ไว้คุยกันนะป๊อบ
(verygood)
AJ_Purngkan
21-10-2006, 08:50 AM
ดีคั๊บ แล้วพยายามเข้านะครับ
ผมก็เคยเป็นนะครับแบบนี้ แต่ว่านานแล้วครับ
แต่ทุกวันนี้ผมทรมานมาก เพราะว่า ผมนั่งสมาธิ จะมีแสง ทำให้ผมปวดตา
มันจะติดอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผมปวดตา ตาจะบอด
อยากไปหาหมอแต่เค้าจะหาว่า บ้า
ผมเลยไม่กล้าไป ทำไงดีคั๊บพี่
pattarawat
21-10-2006, 09:12 AM
ดีคั๊บ แล้วพยายามเข้านะครับ
ผมก็เคยเป็นนะครับแบบนี้ แต่ว่านานแล้วครับ
แต่ทุกวันนี้ผมทรมานมาก เพราะว่า ผมนั่งสมาธิ จะมีแสง ทำให้ผมปวดตา
มันจะติดอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผมปวดตา ตาจะบอด
อยากไปหาหมอแต่เค้าจะหาว่า บ้า
ผมเลยไม่กล้าไป ทำไงดีคั๊บพี่
เอ... เรื่องนี้อาจต้องปรึกษาท่านผู้รู้อย่างคุณอ้น (carbonato) ลองส่ง pm ไปถามสิครับ รับรองคุณอ้นตอบให้แน่ๆ ครับ
ขอให้ประสบความสำเร็จกับการปฏิบัติธรรมนะครับ
(verygood)
Carbonato
21-10-2006, 02:33 PM
ดีใจกับพี่เอ็มด้วยนะครับ ...
ขอเป็นกำลังใจให้พี่ปฏิบัติต่อไปครับ..
(อันนี้ก๊อปมา พอดีขี้เกียจคิดคำพูด อิอิ )
Carbonato
21-10-2006, 02:38 PM
เอ... เรื่องนี้อาจต้องปรึกษาท่านผู้รู้อย่างคุณอ้น (carbonato) ลองส่ง pm ไปถามสิครับ รับรองคุณอ้นตอบให้แน่ๆ ครับ
ขอให้ประสบความสำเร็จกับการปฏิบัติธรรมนะครับ
(verygood)
ก่อนอื่น ต้องขออนุโมทนากับคุณ Supernova ที่อุตส่าห์เปิดกระทู้นี้ขึ้นมาสำหรับผู้ฝึกมโนมยิทธิ และก็พบว่า มีสมาชิกจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาเพื่อศึกษา และสนทนาธรรม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านนี้ ทำให้คนที่เป็น "ครูฝึกมโนมยิทธิ" ก็อดไม่ได้ที่อยากจะร่วมแจมด้วย เพื่อช่วยแก้ไขข้อติดขัดของทุกท่านค่ะ
พี่ไม่ได้มาคนเดียวนะคะ จะชวนครูท่านอื่นมาช่วยตอบด้วย เพราะเรามีเวลาว่างไม่แน่นอน อาจทำให้การตอบคำถามช้าไป ไม่ทันใจท่านทั้งหลาย
พี่เป็นครูฝึกมโนมยิทธิ ตั้งแต่รุ่นแรก ของวัดท่าซุงค่ะ และถ้าใครอยากสอบถามแบบส่วนตัว ก็เชิญส่งคำถามไปที่ pan9942@yahoo.com
อาจจะได้คำตอบเร็วกว่าบนเว็บบอร์ดนี้ แต่อย่างไรก็ตาม จะพยายามเข้ามาดูที่กระทู้นี้นะคะ
ครูปาน
ต้องถามครูฝึกมโนฯ รุ่นแรกจากวัดท่าซุงสิครับ
Pan&R (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=61066)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_309169", true); </SCRIPT>
ดีใจด้วยนะคะ ที่มีคนสนใจในมโนยิทธิ และปฏิบัติได้ด้วย
ไม่รู้จะแนะนำอะไร แค่อยากจะบอกว่าถ้าปฏิบัติได้จนถึงระดับหนึ่งแล้ว สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้เลย คือ สติ ที่จะต้องควบคู่กันไป เผลอเมื่อไหร่ มารเข้าแทรก อุปทานเกิดขึ้นได้เสมอ สติ คือสิ่งที่ทำให้เราไม่ประมาทนั่นเอง
ตัวเองก็ไม่ได้ดีอะไรมาก แค่อยากบอกให้รู้ในสิ่งที่ตัวเองเพลาดพลั้งก็เท่านั้น เพราะมันเกิดขึ้นได้กับทุกคนเสมอ แม้แต่คนที่มั่นใจว่าปฏิบัติได้ถูกต้องดีแล้วก็ตาม
พระอริยะสงฆ์ถึงท่านจะบรรลุธรรม แต่ท่านก็ยังตั้งอยู่ในความไม่ประมาท นับประสาอะไรกับเราซึ่งเป็นปุถุชนธรรมดา ซึ่งยังต้องเสี่ยงต่อสิ่งยั่วยุต่างๆ ขอให้ยึดหลักการปฏิบัติของพระท่านเป็นตัวอย่าง โดยมีสติเป็นพื้นฐานนะคะ
ขออนุโมทนาในการปฏิบัติธรรมด้วยค่ะ
Carbonato
21-10-2006, 02:55 PM
ในช่วงเวลาที่ผมสนใจในเรื่องพุทธศาสนาและวิทยาศาสตร์ทางจิตอยู่มากนั้น ผมได้ศึกษาความรู้ทางด้านนี้มากขึ้น จากนั้นผมได้ฝึกมโนมยิทธิ (ฤทธิ์ทางใจ) จากเว็บพลังจิตนี้ ซึ่งทำให้ผมได้รับความรู้ทางธรรมมากขึ้นกว่าเดิมมาก โดยศึกษาแบบออนไลน์จากเว็บนี้ การฝึกมโนมยิทธิของผมนั้นเรียกได้ว่ายังไม่ถึงไหนเลย บางครั้งนั่งเป็นชั่วโมงจนกลายเป็นตัวเกร็ง ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ จิตยังไม่สามารถไปชมสวรรค์ ชมนิพพานได้ แต่ก็ยังไม่ล้มเลิก ยังคงฝึกฝนต่อไปเรื่อยๆ
โมทนาครับ ของแบบนี้ ฝึกเรื่อยๆ อ่ะ แทนความหมายได้หมด...
...จะบอกว่าตึงไป หย่อนไป ก็ไม่รู้ว่า ...ไอ้ที่ทำหนะ ตึงหรือหย่อน ....แล้วแบบไหนพอดี อันนี้ก็บอกซะดิบดี แต่เข้าใจยากชิ๊ปหาย...
แต่คนเค้าพร้อมจริงๆ เค้าฟังรู้เรื่องแฮะ อันนี้โมทนาสาธุอย่างสูง...(i)
แต่ประสบการณ์ของผมในการถอดจิตเกิดขึ้นเมื่อคืนก่อน ในขณะที่ผมนอนหลับอยู่นั้น ผมฝันเห็นภาพภัยพิบัติต่างๆ คนล้มตายระเนระนาด ไม่เหลือคราบของโลกที่น่าอยู่อีกต่อไป ผมเห็นดังนั้นก็รู้สึกปลง
เคยฝึกไปถามเรื่องภัยพิบัติกับท่านท้าวมหาพรหม ตอนที่เคยคุยกะคุณ 12punna..ท่านไม่ตอบ..
ก็ต้องถามคนอื่นดูว่า เป็นไงกันมั่ง
และจากนั้น ผมได้ยินเสียงพระเทศน์ให้ฟังอีก ท่านเทศน์ทำนองว่า "เห็นไหม ลูกเอ๊ย เห็นสัจธรรมไหม" อะไรทำนองนี้ครับ เสียงของท่านยิ่งทำให้ผมรู้สึกมีความสุขจนถึงขีดสุด มันวูบวาบในใจอย่างรุนแรง เหมือนจิตถูกพัฒนาขึ้นและเลื่อนชั้นขึ้น ชั้นแล้วชั้นเล่า จนกระทั่ง ผมก็รู้สึกว่าจิตของผมเบาหวิวและถอดออกจากร่าง จิตของผมออกจากร่างไปจริงๆ เพราะผมเห็นภาพทุกอย่างชัดเจน จิตผมถอยห่างจากโลกไปเรื่อยๆ และเรื่อยๆ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ผมเห็นโลกใบเล็กลงเรื่อยๆ จนไม่เห็น ผมควบคุมจิตไม่ได้เลย ผมกลัวมาก จึงพยายามพุ่งจิตกลับสู่โลก ใช้เวลาแป๊บเดียวเท่านั้นก็ถึงโลกแล้วครับ
โมทนาครับ เรื่อยๆครับ โมทนา..
พระท่านสอนดีเสมอ และสอนถูกจังหวะเสมอ ท่านนี่เป็นที่สุดของผู้สอน
จากนั้น ผมเห็นอดีต ผมเห็นเพื่อนสมัยมัธยมยืนคุยกัน จิตผมพุ่งไปตรงไหนก็ไปได้ดังต้องการ จากนั้น ผมอยากกลับบ้าน ผมเลยพุ่งจิตไปที่บ้าน ระหว่างทางผมได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งถูกฆ่าด้วยมีดแหลมอย่างทรมาน แล้วถูกผลักลงตึกสูง แล้วจิตผมก็พุ่งไปที่หลุมฝังศพของเขา ผมก็งงเล็กน้อย แต่ก็กราบศพเขาเพราะคิดว่าคงได้รู้จักกันบ้างในอดีตชาติ จากนั้นผมก็พุ่งจิตไปที่บ้านอีก แต่ไม่สำเร็จครับ คงเป็นเพราะกำลังจิตทำได้เท่านี้ หรืออาจเป็นเพราะพระท่านอนุญาตได้เท่านี้พอให้เห็นอารมณ์แห่งจิต แล้วไปสานต่อเอง ผมสะดุ้งตื่นขึ้นในห้อง พร้อมกับความสุขอย่างมากที่มีโอกาสได้รับรู้อารมณ์นั้น ผมจะฝึกฝนต่อไปเรื่อยๆ ครับ เพราะเวลานั้น เวลาสิ้นยุคใกล้มาถึงแล้ว
อันนี้ไม่ทราบครับ อิอิ
..เรื่อยๆครับ เดี๋ยวท่านคงบอกเองเมื่อถึงเวลาเหมาะสม
อ่านแล้วรู้สึกอย่างไร หรือมีอะไรแนะนำในการปฏิบัติธรรม รีพลายคุยมาได้นะครับ อยากทราบความคิดเห็นจากเพื่อนๆ ครับ เพราะผมยังระดับอนุบาลอยู่ครับ ยังไม่ถึงไหนเลย
ก็บอกไปแล้วนะครับ อิอิ
ศุกร์
21-10-2006, 05:49 PM
ดีใจด้วย กำลังใจอย่าได้ถอยน๊ะ จำอารมณ์นั้นไว้ให้ดี พัฒนาเรื่อยๆ ขอให้สำเร็จๆ น๊ะค่ะ ^^
เราก็ได้อะไรๆ จากที่นี่เยอะ เลย ยังงัยๆ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน
ถ้าหากจะได้บ้าง ไม่ได้บ้างก็ไม่ต้องสนใจ ให้สนใจสมาธิอย่างเดียว ถึงเวลาปุ๊บ
จะได้ทันทีค่ะ ตอนได้แค่วูบเดียวว ..สำคัญคือสะสมความดีไว้เยอะๆ น๊ะค่ะ ^^
ThesLong
21-10-2006, 06:24 PM
ผมขอแนะนำละกันนะครับ คุณเคยถามตัวเองมั้ยเวลานั่งสงบจริงหรือป่าว และอีกอย่างการที่จะถอดจิตในความฝันไม่น่าจะมี แต่การที่นั่งแล้ว มองเห็นมีอยู่นะครับ ตาทิพ ตอนนี่ผมสามารถมองฝุ่นในอากาสได้ ชัดมากๆๆ กำลังฝึก
pattarawat
21-10-2006, 09:08 PM
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่กรุณาชี้แนะและแสดงความคิดเห็นนะครับ ทั้งคุณอ้น คุณกุ๋ยเถรี คุณศุกร์ และคุณ ThesLong ผมได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นมากเลยครับในการที่จะปฏิบัติต่อไป อนุโมทนา สาธุ ครับ
ศุกร์
22-10-2006, 02:46 PM
ถอดจิตซ้อนตอนฝันมีค่ะ ถอดแล้วกลายเป็นพระพรหมสี่หน้า
ส่วนของกายก็แล้วแต่ว่าบุญบารมีที่สั่งสมมานั้น ทำมาด้วยลักษณะบารมีอะไร เช่น
ธิดาพญาไฟ เมื่อถอดแล้ว จะมีสี่หน้า มีเศียร ที่สูง
พื้นเสื้อพรหม เป็นสีแดงชาดประดับแก้วมณีสว่าง สวยดูดตา
อารมณ์นั้นเมื่อถอด ซ้อนกายทิพย์แล้วสภาวะจิตจะเปลี่ยน จะมีอำนาจ ทรงพลัง อย่างประหลาด
มือหนึ่งถือจักร มือหนึ่งถือพระขรรค์ และแต่ละมือจะมีสิ่งที่ถือไว้
องค์จะใหญ่โตขึ้น อย่างน้อยสองเท่าตัว บางคนก็สามถึงสี่เท่า แล้วแต่บารมีผู้นั้น
ไปแร่ะ มามั่วนิ่ม แต่ห้ามว่าน๊ะ ข้อความนี้ แค่ให้ความรู้เฉยๆ น๊ะจ๊ะ
เกิดอะไรขึ้นมาจะหาว่าไม่เตือนอีก ถึงจะเป็นนิทานก็เหอะ ^^'
pattarawat
22-10-2006, 03:45 PM
ถอดจิตซ้อนตอนฝันมีค่ะ ถอดแล้วกลายเป็นพระพรหมสี่หน้า
ส่วนของกายก็แล้วแต่ว่าบุญบารมีที่สั่งสมมานั้น ทำมาด้วยลักษณะบารมีอะไร เช่น
ธิดาพญาไฟ เมื่อถอดแล้ว จะมีสี่หน้า มีเศียร ที่สูง
พื้นเสื้อพรหม เป็นสีแดงชาดประดับแก้วมณีสว่าง สวยดูดตา
อารมณ์นั้นเมื่อถอด ซ้อนกายทิพย์แล้วสภาวะจิตจะเปลี่ยน จะมีอำนาจ ทรงพลัง อย่างประหลาด
มือหนึ่งถือจักร มือหนึ่งถือพระขรรค์ และแต่ละมือจะมีสิ่งที่ถือไว้
องค์จะใหญ่โตขึ้น อย่างน้อยสองเท่าตัว บางคนก็สามถึงสี่เท่า แล้วแต่บารมีผู้นั้น
ไปแร่ะ มามั่วนิ่ม แต่ห้ามว่าน๊ะ ข้อความนี้ แค่ให้ความรู้เฉยๆ น๊ะจ๊ะ
เกิดอะไรขึ้นมาจะหาว่าไม่เตือนอีก ถึงจะเป็นนิทานก็เหอะ ^^'
ขอบคุณคุณศุกร์มากนะครับ อนุโมทนา สาธุ ครับ ผมได้ความรู้ใหม่อีกแล้ว ซึ่งตรงกับประสบการณ์ของผมครับ เพราะผมรู้ว่าเกิดจากการพัฒนาต่อจากฝัน แต่ไม่ใช่ฝัน เป็นของจริงครับ เสียงเทศน์ของหลวงพ่อมาช่วยผมให้ได้รับประสบการณ์นี้ ผมบอกหลวงพ่อตลอดว่าผมอยากได้ประสบการณ์แบบนี้บ้าง
เพิ่มเติมอีกนิดครับ
ตอนที่ถอดจิตได้นั้น ผมอยากกลับบ้านและต้องการพิสูจน์ให้ทางบ้านรู้ว่าได้ถอดจิตมาบ้าน และได้เห็นอะไรบ้าง เกิดกิเลสในจิตครับ ผมว่าน่าจะเป็นเหตุที่ผมไม่ได้ไป และจิตถูกดึงกลับ (ไม่น่าเลยเรา) แต่ต่อไปจะพัฒนาขึ้นมากกว่านี้ครับ จะจดจำและยึดอารมณ์นั้นแบบที่คุณศุกร์แนะนำนะครับ
:cool: :cool: :cool:
chaichara
22-10-2006, 04:11 PM
ขออนุโมทนาด้วยน่ะครับ...สาธุ
boydd
22-10-2006, 04:18 PM
โมทนาคับพี่
พยายามต่อนะพี่
ผมคงไม่มีไรบอกอ่ะคับ เพราะว่า ยังไม่ได้ถึงไหนเลย อิอิ
ที่สำคัญมีผู้เชี่ยวชาญมา ให้ข้อมูลเพียบแล้ว อิอิ
pattarawat
22-10-2006, 07:17 PM
ขออนุโมทนาด้วยน่ะครับ...สาธุ
ขอบคุณคุณ chaichara เช่นกันคับ
:cool:
pattarawat
22-10-2006, 07:20 PM
โมทนาคับพี่
พยายามต่อนะพี่
ผมคงไม่มีไรบอกอ่ะคับ เพราะว่า ยังไม่ได้ถึงไหนเลย อิอิ
ที่สำคัญมีผู้เชี่ยวชาญมา ให้ข้อมูลเพียบแล้ว อิอิ
ขอบคุณบอยเช่นกันนะคับ
ใครบอกว่าบอยไม่ถึงไหนอ่ะ ก้าวหน้ามากกว่าพี่เอ็มอีก
ขอให้สู้ต่อไปนะครับผม
:cool: :cool:
angus
23-10-2006, 11:47 AM
ต้องถามครูฝึกมโนฯ รุ่นแรกจากวัดท่าซุงสิครับ
Pan&R (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=61066)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_309169", true); </SCRIPT>
คุณครูท่านแนะนำได้ดีมากเลยนะ ลองเมล์คุยกับท่านดู
pattarawat
23-10-2006, 04:58 PM
คุณครูท่านแนะนำได้ดีมากเลยนะ ลองเมล์คุยกับท่านดู
ตอนนี้ saved ไว้เรียบร้อยแล้วครับคุณได๋ เอ็มกำลังคิดอยู่ว่าจะปรึกษาประเด็นไหนที่จะเป็นประโยชน์สูงสุด เลือกเฉพาะบางประเด็นที่เอ็มยังติดขัดอยู่ จะได้ไม่รบกวนท่านมากเกินไปครับ
ขอบคุณคุณได๋นะครับ มาเยี่ยมอีกแล้ว
(verygood) (verygood)
yokeedevil
23-10-2006, 11:09 PM
ขออนุโมทนาค่ะพี่เอ็ม มีความเพียรดีมากค่ะ
จะเอาอย่างบ้างค่ะ
angus
24-10-2006, 01:18 AM
คุณ M & M ....สู้ๆๆๆ ฝึกปาย
เขาเรียกว่า ไม่เกินความวิริยะพากเพียร ไปได้ซินะแบบนี้เนี่ย สาธุ ๆ กำลังใจดี
pattarawat
26-10-2006, 09:57 PM
เขาเรียกว่า ไม่เกินความวิริยะพากเพียร ไปได้ซินะแบบนี้เนี่ย สาธุ ๆ กำลังใจดี
ขอบคุณคุณ Seel นะครับ
ผมก็หวังว่ากำลังใจจะไม่ถดถอยลงไป
ตอนนี้ได้เพื่อนหลายท่านแนะนำอย่างดีเลยครับ
Supernova
26-10-2006, 11:19 PM
โมทนากับพี่เอ็มด้วยครับ
ฝึกบ่อยๆครับก็จะคล่องครับ(เรียกว่า วสี) ทำวิปัสสนาควบคู่ไปด้วยก็จะเยี่ยมเลยครับ
pattarawat
27-10-2006, 10:42 AM
โมทนากับพี่เอ็มด้วยครับ
ฝึกบ่อยๆครับก็จะคล่องครับ(เรียกว่า วสี) ทำวิปัสสนาควบคู่ไปด้วยก็จะเยี่ยมเลยครับ
ขอบคุณโนวานะครับ ตอนนี้พี่เอ็มทำวิปัสสนาทุกวันเลยครับ
และฝึกมโนฯ ตอนดึกๆ
แต่ 2-3 วันมานี้ รู้สึกอีกอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะใช้ท่านั่งหรือท่านอน
คือว่า ตรงหน้าผากมันจะตุบๆ หน่วงๆ บอกไม่ถูก แรงมาก
แต่ไม่เจ็บนะครับ หรือว่าจะเป็นตาที่ 3 (อันนี้ไม่แน่ใจ)
ผู้รู้มาอ่านเจอช่วยแนะนำด้วยนะครับผม
pong-sit
27-10-2006, 11:04 AM
สาธุ สาธุ สาธุ เป็นกำลังใจให้นะครับ อาจารณ์เอ็ม (pattarswat)
pattarawat
27-10-2006, 11:16 AM
สาธุ สาธุ สาธุ เป็นกำลังใจให้นะครับ อาจารณ์เอ็ม (pattarswat)
ขอบคุณค้าฟ น้องกานต์ น้องรัก
จะสู้ต่อไปคับ จะเอานิพพานให้ได้ชาตินี้ อิอิ
(verygood) (verygood) (f) (f)
c-cew
27-10-2006, 01:37 PM
ขออนุโมทนา ด้วยครับ นี่แหละครับ ทางแห่งสัจธรรม
วันหลังผมต้องฝึกฝนบ้างแล้วล่ะครับ จะได้เป็นปลง และใจเย็นขึ้น...
pattarawat
27-10-2006, 10:37 PM
ขออนุโมทนา ด้วยครับ นี่แหละครับ ทางแห่งสัจธรรม
วันหลังผมต้องฝึกฝนบ้างแล้วล่ะครับ จะได้เป็นปลง และใจเย็นขึ้น...
ขอบคุณคุณ c-cew นะครับที่มาแวะกระทู้
และขออนุโมทนาด้วยนะครับที่จะฝึกปฏิบัติ
ขอให้มีกำลังใจดีและสำเร็จผลนะครับ สาธุ
มาจากดิน
17-08-2008, 03:55 PM
ฝันหรอกหรอ
kriengkripob
20-08-2008, 03:44 AM
อนุโมทนา
ตาแก่
23-09-2008, 10:46 PM
เราได้อ่านประสบการณ์ของนายแล้วก็รู้สึกดีนะ วันหลังเล่ามาให้ฟังอีกนะ เราชอบ หาเพื่อน อยู่ เพราะว่าเราเองก็อยากจะทำให้ได้เหมือนนาย แต่ไม่เหมือน
เราเองนั้นก็เพิ่งจะศึกษาหาความรู้ความเข้าใจทางธรรมมาประมาณ 1 ปี นี้เองละครับ ก่อนอื่น เราขอแนะนำตัวก่อนนะ เราชื่อ เอ พักที่ลาดพร้าว64 วังทองหลาง กทม.
ตอนที่เราเริ่มเข้าวัดเข้าวา เราเริ่มต้นจากการไปทัวร์ 9 วัด เริ่มสนใจทำบุญทำทาน แล้วก็ชอบไปนั่งหาหนังสือที่วัดอ่าน อ่านเจอครั้งแรกก็เป็นหนังสือของหลวงพ่อฤษีลิงดำแห่งวัดท่าซุง ตอนแรก เราก็ไม่คิดจะชอบอะไรหรอกนะ ชื่อท่านก็ฟังแปลก ๆ มากๆ ไม่คิดว่าเป็นพระด้วยซ้ำ แต่พอได้อ่านก็ยิ่งไม่อยากเชื่อเลย ว่าท่านจะทำได้จริง ได้ทีว่าท่านพบพระพุทธเจ้าได้ปานว่าเล่นๆ นะครับ
งง และไม่เชื่อ ปัจจุบันก็ยังไม่แน่ใจหรอก แต่ก็พยายามอยากจะเชื่อนะ เพราะอ่านหนังสือท่านเยอะมากๆ พอดีเพื่อนของเพื่อนเป็นลูกศิษย์ท่านพอดี บังเอิญรู้จักกันอีกแล้ว เขาก็เอาพระหลวงพ่อฤษีท่านให้เรา เพราะเขาเห็นว่าเราสนใจ และเขาบอกรับมาจากมือท่านเลย เพราะเขาเคยบวชทีวัดสระเกส และเป็นลูกศิษย์ท่านหลวงพ่อฤษีด้วย เขามีของดีจากหลวงพ่อท่านหลายอย่างเพื่อนเขารู้จักหลวงพ่อมานานแล้ว แต่เราเองเพิ่งรู้แต่โชคดีที่สนใจและบังเอิญรู้จักลูกศิษย์ท่านอีก หนังสือหลวงพ่อฤษีเยอะมาก เขาก็ให้เรามาอ่าน เราก็เกิดอยากไปหาท่านที่วัด ก็เลยไปหาที่วัดท่าซุง ไปคนเดียว ไปเช่าหนังสือและภาพท่านมาบูชากราบไหว้ และตอนที่เราไปทัวร์ 9 วัดก็บังเอิญวัดนั้นมีคนเอาภาพท่านมาจำหน่ายทีวัดพอดี เป็นล็อกเก็ตรูปท่านพร้อมด้านหลังเป็นยันต์เกาะเพ็ชรด้วย ตอนไปวัดท่าซุงไปลองถามพระที่จำหน่ายวัตถุมงคลหลวงพ่อเขาดูว่ารุ่นนี้มีให้เช่าหรือเปล่าเขาบอก สร้างมาตั้งนานแล้วประมาณ ปี 2535 ตอนนี้มีแต่รุ่งอื่น
ก็นับว่าดวงเราเองนั้นสมพงกับหลวงพ่อฤษีหลายอย่างแล้ว แต่ถามว่าเชื่อ 100%หรือยัง ก็ตอบว่ายังหรอก เพราะเราเองเป็นคนดื่อด่านพอควร ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ เรื่องถอดจิตไปสวรรค์หรือนรกนั้น ตอนที่เราอายุประมาณ 10 กว่าขวบ วัดบ้านเราเองก็มีคนมาสอนกันเยอะแต่เราเองนั้น ไม่ได้ไปได้ยินเพื่อนๆเขาพูดกันมากเหมือนกันบางคนก็เชื่อบางคนก็ไม่เชื่อ บางเล่าว่าไปสวรรค์เห็นเพชรนิลจินดาเต็มไปหมด บางคนที่ละโมภก็กอบเอาโกยเอามา อาการที่คนที่ไปสวรรค์นั้นแสดงออกมาคนดูจะเห็นอาการเลย เราไม่แน่ใจว่าตอนนั้นจะเป็นสำนักเดียวกันกับหลวงพ่อฤษีหรือเปล่าเพราะว่าคล้ายๆ กันมาก
เม้ามากแล้ว เราขอเริ่มเล่าประสบการณ์ของเราบ้างนะ
มีเรื่องว่า ตอนที่เราเริ่มหัดนั่งภาวนา สมาธิประจำเกือบ 1 ปี ก็เริ่มมีอาการแปลกเกิดขึ้นกะเรา คือตอนที่เรานั่งนั้นทรมาณมากๆคิดว่าจิตสงบช้าและไม่ถูกฉโลกกับเราแน่ เราลองเปลี่ยนเดินจงกรมและต่อด้วยการนอน นับลมหายใจเข้าออก เข้าออก นานเข้าก้อเกิดอาการแปลกๆ คือ เหมือนจิตจะหลุด พอแน่นๆที่น่าอกก็เป็นอันรู้โดยอัติโนมัติว่าจิตจะหลุดพอเราปล่อย จิตก็พุ่งออกไปเหมือนจร๊วตเลย เร็วมาก พอพุ่งปรื๊ดไปก็ไปเยอะไปเจอกับใครหลายครั้งคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนความฝันเลยแต่มันชัดเจน และเรารู้สึกตัวตลอดว่าไม่หลับ
มันเหมือนเราพุ่งไปแล้วก็พบเจอคนแปลกๆ และบางทีเราก็กำหนดว่าเราจะไปหาพ่อ หาแม่ หาย่าของเราที่เสียไปแล้ว บางทีก็พบบางทีก็ไม่พบ ไม่ได้พบทุกครั่งนะ บางทีก็พบกับธาตุ(ธาติใส่กระดูกคนตายนั้นแหละครับ) เขาพูดจากับเราได้ด้วย พูดสื่อกันด้วยจิต ส่วนมากพอเสร็จแล้วเราก็กลับ หรือบางทีสมาธิก็คลายออกทั้งที่คุยกันยังไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ เราเป็นประเภทออกไปแป๊บๆ นิดหน่อยก็กลับ ไม่สามารถไปนาน ๆได้ พอกำหนดก็ถึง หรือบางทีก็ไม่ถึง กลับไปอยูที่มืดๆ แล้วสมาธิก็คลาย ตอนหลังเรารู้ทันลองตั้งจิตสมาธิต่อกับไปต่อได้และก็ถึงที่เราสามารถสื่อสารกับเขาได้ ส่วนมากเราเจอแต่คนแปลกน่าไม่เคยเห็นมาก่อน มีครั้งหนึ่งเราเองกำหนดไปหาพ่อของเรา ก็เห็นพอเรานอนตัวผอมสูงยาวมาก คิดว่าท่านเป็นเปรตประเภทหนึ่งเเพราะท่านกรรมหนัก ทุกครั่งหากเราไม่ลืมพอจิตเราเป็นสมาธิระดับตัวเบาเหมือนตัวจะลอยได้หรือมีแสงสว่างโพรง เราก็คิดว่าสมาธิเราตอนนี้แนบแน่นและน่าจะมากพอที่จะอุทิศผลกุศลได้เราก็ไม่รอที่จะอุทิศทันทีก่อนสมาธิจะคลายตัว เพราะมันจะทรงตัวได้ไม่นาน เพราะเราฝึกเองและไม่ค่อยจะรู้หลักว่าจะต้องทำย้งไงต่อไป ส่วนมากพอสมาธิเราอยู่ในขั้นอุปจารสมาธิ (ราคิดเองนะเพราะเราอ่านเจอในหนังสือเขาว่าอาการที่เราเป็นอย่างนี้น่าจะเข้าระดับนี้)หรือไม่ก็น่าจะอัปนาเพราะว่าตัวเบาวิวเลย มองไปทางไหนก็สว่างเหมือนตาเรามีแสงสว่างสุกโพงไปทั่ว พอเรากำหนดว่าจะไปไหนมันก็พุ่งไปปรื้ดๆๆๆ สักครู่หากมันถึงมันก็หยุดของมันเอง
อย่างเช่นครั้งหนึ่งเรากำหนดว่าไปหาย่าเรา ก็ตรงไปที่ไหนแห่งหนึ่งเราเองก็ไม่มีรู้ว่าที่ไหน รู้แต่ว่ามันไกลมาก พรุ่งไปเร็วเหมือนมันจะไปรอบโลกได้อย่างนั้นแหละ มันมาหยุดอยู่ที่ธาตุขนาดใหญ่พอสมควร เราเองตอนแรกมองอะไรไม่เห็นมันเหมือนกับมืดๆสลัวๆ เราสัมผัสสิ่งนั้นด้วยมือก็รู้เองว่าเป็นธาตุ เราเลยคิดในจิตว่าทำจิตให้แจ่มชัดขึ้นก็มองเห็นเป็นรูปร่างชัดเจนขึ้น เหมือนในเวลาเดือนงาย แจ่มสว่างพอสมควรที่จะมองเห็นได้ ตอนแรกเขาถามเราเลยว่ามาทำไม พูดได้ด้วยนะครับธาตอันนี้ น่าจะใจดีและดูเป็นแดนอะไรสักแห่ง เขาบอกว่ามาหาใคร เราบอกมาหาย่า เขาบอกว่าท่านเสียมานานยัง เราบอก 10 ปี แต่จริงไม่ถึงหรอก 5 ปีน่าจะได้ เราลืม แล้วรีบตอบเพราะนึกไม่ออกเลยบอกไปตามที่คิด เขาบอกไม่มีนะ แถวนี้ไม่มี เขาบอกว่าไม่ใช่แดนชาวพุทธ เราก็งง จะว่าเป็นฝันก็ไม่น่าจะได้ แล้วจิตเราจะพุ่งออกไปรุ่นแรงมากและพอไม่เจอเราก็กลับ แล้วสมาธิก็คลายตัว
มีอีกครั้งเรานอนภาวนาอยู่ เราได้ยินทีวีเขาพูดว่า ประเทศลาวมีพระอรหันต์ทีสำเร็จมรรคผลด้วยการวาดรูป เราได้ยิน ขณะที่นอนอานาปนสติอยู่ ถือนับลมหายใจเข้าออกนั้นแหละ จิตก็มีอากรจะหลุด(เหมือนกับเราพอสมาธิเต็มที่แล้วมันจะต้องออกไปเที่ยวอย่างนั้นแหละ)พอได้ยินปุ๊บจิตหลุดพุ่งตรงไปเลย มองเห็นพระนั่งอยู่มีรัสมีสว่างไสวรอบตัวเลย เหมือนท่านรู้ว่ามีจิตเรามา เราก็ก้มกราบท่านเลย แล้วก็เลี้ยวขวากลับทันทีก็กลับมาเข้าร่างเกือบไม่ได้เเหมือนจิตเราเกิดรังเลสงสัย ก็เกิดความไม่แน่ใจของจิตก็เลยมีปัญหาคือเข้าร่างไม่ได้ เหนื่อยมากกว่าจะเข้าได้ เราเหมือนมองไม่เห็นร่างตัวเอง ได้แต่สัมผัสด้วยมือไปจับแขนตัวเองดูแล้วก็ไปหน้าทีวีที่กำลังเปิดและมีพี่เขจนอนอยู่หน้าทีวีก็มองดูเห็นเขาหลับอยู่ เรานั้นมีอาการเหนื่อยหอบเลย พอเข้าได้ก็รู้สึกเหนือยมาก และเป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่ออกไปแล้วกลับมาคือเหนือยเหมือนว่าเราใช่พลังงานไปเยอะ และเวลาเรานั่งสมาธิพอคิดพอมันเต็มที่มันก็จะออกของมัน ห้ามแทบไม่ได้ มีครั่งหนึ่ง เราเผลอไปจะออกแต่นึกอีกทีว่าไม่ออก แต่ไม่ทันเพราะพอนึกมันก็พุ่งไปทันที่เราเองคิดว่าจะจับที่นอนไว้ก็เหมือนทีนอนพุ่งตามตัวเราไปด้วย แต่พอสมาธิคลายกลับมาก็มีที่นอนอยู่ที่เดิมไม่มีอะไรเกิดขึ้น จะว่าฝันก็ไม่น่าจะใช่ เพราะยังไม่หลับ และก็เกิดขึ้นขณะที่เรารู้ตัวเต็มที่มีเพียงตาเท่านั้นที่หลับ ใจไม่หลับ รู้ทุกอย่างเลย ใครพูดทีวีเปิดก็ได้ยิน
วันหลังจะเล่าให้ฟังอีกนะ
นายเล่ามาเราอยากอ่านเพราะว่าเราไม่เคยเห็นสวรรค์เลย เราเคยแต่ไปนรกที่มืดๆ มัว ไม่รู่เหมือนกันว่าเราชอบไปหาคนที่เขาตายไป วันหลังเราจะลองกำหนดว่าไปสวรรค์ดู ว่าจะเป็นสวรรค์เหมือนของนายหรือเปล่า เพราะส่วนมากเราชอบไปนรก เพราะอะไร เราอาจมาจากที่นั้นก็ไม่รู้นะ มีครังหนึ่งเรายากลองกำหนดดูว่าเรามาจากไหน ชาติที่แล้วเป็นอะไรมาก่อน พอได้ทีสมาธิเต็มพร้อมออกเราก็กำหนดเลย จิตเราตรงไปที่มืดๆ มองไปรอบเหมือนถ้ำ และเราคิดว่าน่าจะเป็นถ้ำแน่เพราะรอบดวงจิตของเรานั้นมีค้างคาวเต็มไปหมดห้วยหัวอยู่ในถ้ำเราเลยคิดเอาเองนะว่าเราอาจจะเป็นค้างคาวมาเกิด
ตาแก่
23-09-2008, 10:53 PM
ผมเองนั้นอยากทำให้ได้บ้างแต่เคยไปก็ไม่เหมือนกับของคุณครับ ส่วนมากไปที่ไหนก็บอกไม่ถูกครับมืด ๆ เหมือนจะเป็นที่นรกซะมากว่าครับ เหมือนฝันแต่เป็นเรื่องเป็นราว ได้พูดได้คุย แต่ได้ไม่นานครับ ไม่กี่นาที กำหนดไม่ได้ บางทีก็คุยได้รู้เรื่อง บางทียังไม่ได้อะไรก็คลายตัวกลับมาซะงั้นครับ
วันหลังหากผมออกไปจะลองกำหนดไปสวรรค์ดูบ้าง ไม่รู้จะเห็นสวรรค์อันเดียวกับคุณหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ
บางคนเขาบอกว่าเป็นความฝันอย่างหนึ่งคือฝันขณะที่มีสติ สมองทำงานเป็นการปรุงแต่งของจิตผมละไมรู้จะเชื่อใคร ตัวเองนั้นก็ฝึกแต่ไม่แน่ใจกับเหตุการแปลกๆของตัวเอง เพราะยังไม่เก่งพอ หากวันไหนกำหนดไปหาใครได้หมด ไปเที่ยวเหมือนร่างกายมนุษย์ออกไปแล้วเดินเล่นเหาะเล่นไปได้ช้าได้เร็วได้และดูรู้เห็นเหมือนตามนุษย์ได้ และเป็นเหตุการปัจจุบัน ก็น่าจะดีกว่าไปได้เฉพาะสวรรค์หรือนรก เราก็จะยอมเชื่อ100%แล้วละ แต่ตอนนี้จะออกไปก็อยากเต็มที ต้องเดินจงกรมต้องนั่งสมาธิ ต้องนอนภาวนาเกือบเป็นวันๆ ไม่ใช่คิดจะไปก็ไปได้เลย เป็นเพราะว่าสมาธิของเรายังกำหนดได้ไม่ดีพอ นี้ก็หลายวันแล้วนะที่เราอยากจะออกไปก็ก็ทำไม่ได้ไม่นิ่งพอ
เอ
ตาแก่
23-09-2008, 11:16 PM
เราเคยมีแสงนะเวลาจิตนิ่งสว่างเหมือนมีแสงมองไปก็สว่างไปหมดทั่วห้องเลย เป็นแต่พอสมาธิคลายตัวแล้วก็หายนะ ไม่เห็นมีอาการปวดตาเลย รู้สึกดีเสียอีก เราคิดว่าสมาธิเราแน่นดีนะถึงมีแสงสว่างได้ เราชอบอุทิศส่วนบุญเวลานี้แหละที่เรามีสมาธิแนบแน่น สว่าง ตัวเบาเหมือนลอยได้ (ไม่ลอยจริงนะแค่รุ้สึก) เพราะสังเกตุดูแล้ว บางทีเหมือนตัวเราไถลไปมารุ่นแรงมากในใจเราเองยังคิดว่าตัวเองจะเจ็บไปหมดเสียด้วยซ้ำ แต่พอคลายมาก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น เป็นแค่ความรุ้สึกครับ ผมสรุปเอง เหมือนเป็นอาการแสดงอย่างหนึ่งว่าเราเข้าสมาธิได้ดีระดับหนึ่ง และไม่น่าจะอันตรายอะไร หากนายปวดตาน่าจะมาจากเวลานายฝึกแล้วไปบีปมากไป เราเองก็ปวดหัวได้นะบางครั้ง แต่พอตอนหลังเราเองก็เรียนรู้จากประสบการณ์ของเราเอง อย่างเช่นเวลาเราจิตออกไปบางทีมันก็หยุดไปซะดื่อๆ อย่างนั้นแหละรู้สึกว่าไปไม่ถึงฝั่งที่กำหนด ก็หยุดเพราะสมาธิคลายตัววันหลังมันก็เป็นอีก เราเลยลองกำหนดต่อไปก็ทำได้นะรู้สึกว่าจิตมันเคลื่อนที่ต่อได้เหมือนหมดพลังงานเราก็เติมมันเข้าไปใหม่ เมื่อก่อนเราจะลืมตาเลยหากไม่เจออะไรตอนหลังมาก็ลองเติมสมาธิเข้าไปใหม่ก็ได้ผล มันพุ่งต่อไปได้ แต่สมาธิการถอดจิตของเรานั้นไม่เหมือนคนอื่นละมั่งเพราะของคนอื่นเขาออกไปกันแบบถอดร่างกายแต่เราเหมือนว่ามันพุ่งออกไปเหมือนพลังงานแล้วก็ไปหยุดของมันเอง เรากำหนดไม่ได้และก็ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน เพียงแต่เราออกมาปุ๊บก็กำหนดว่าไปหาพ่อที่เสียไปแล้วมันก็ตรงไปของมันอัตโนมัติ พอถึงมันก็หยุดเองรู้ว่าถึงโดยอัตฺโนมัติเช่นกัน
ดับกิเลสทั้ง5
04-10-2008, 08:37 PM
มโนมยิทธิ มันเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งในพุทธศาสนา ของจริงคือต้องตัดกิเลสทั้ง5ตัวให้หมด ถ้ายังหลงติดอยู่กับนิมตรต่างๆ หรือมโนมยิทธิ จะเป็นการปิดที่จะบรรลุธรรม การที่จะบรรลุธรรมได้ต้องภาวนาเท่านั้นเพื่อถ่ายถอนอำนาจกิเลสตัณหา อำนาจที่พวกคุณได้คือโลกียะไม่ใช่โลกุตระ ของพระพุทธเจ้า
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.