PDA

View Full Version : องค์บากทำฝรั่งทึ่ง บ่นโรงฉายน้อยไป


zipper
20-02-2005, 01:51 AM
องค์บาก สุดยอด เปิดฉายสุดสัปดาห์ 3 วันทำรายได้ 1.3 ล้าน US$ 385 โรงฉาย เฉลี่ยต่อโรง 3,359 อันดับ 17 ของ Box office คาดหากมีการเพิ่มโรงฉายน่าจะติด top 10 ได้ไม่ยาก

หนังองค์บากเปิดตัวในอเมริกาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเปิดตัวฉายแบบจำกัดโรงด้วยเป็นหนังที่เน้นศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทยที่ขนาดคนไทยอย่างเราอาจไม่เคยเห็นในเวทีมวยด้วยซ้ำ เพราะบางท่าอันตรายเกินกว่าจะนำมาใช้เป็นกีฬา ถือว่าสร้างความทึ่งให้กับฝรั่งไม่น้อย ดิฉันท่องในเน็ตแล้วบังเอิญได้เห็นกระแสจากอเมริกันชนในแง่ดีไม่น้อยเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ บ้างบอก จา พนม(Tony Jaa) คือ Action Hero คนใหม่ บ้างบอก เฉินหลง และ เจ็ท ลี คงต้องตกงานก็คราวนี้ บ้างบอก Tony Jaa จะก้าวไกลใน Hollywood แน่นอน และตอนนี้คนที่ดูหนังแล้วสนใจอยากเรียนมวยไทยกันเป็นทิวแถว บ่นหนังดีเกินกว่าจะฉายแบบจำกัดโรง แน่นอนหนังมีข้อเสียด้วยเนื้อเรื่องที่อ่อน และการแสดงอารมณ์ของนักแสดง แต่ส่วนใหญ่บอกนั่นเป็นปัญหาเล็กน้อย เพราะหนังขายฉาก Action ที่ทำให้ผู้ชมในโรงถึงกับอ้าปากค้างและตั้งคำถามว่าคนเราจะทำได้จริงอย่างที่จาทำหรือ แต่เมื่อเห็นกับตาก็ทึ่งไปตามๆกัน ผู้ชมบอก"ภาพ replay จำเป็นจริงๆสำหรับหนังเรื่องนี้ เพราะจะได้ยินเสียงร้อง อู้ อ้า ซี้ด ของผู้ชมในการได้เห็นฉากนั้นครั้งแรกกลบหมด แล้วคุณคงกระพริบตาไม่ได้เพราะจะทำให้พลาดฉาก Action เด็ดๆ"
บางคน บอกรอดูหนังเรื่องต่อไปของ Tony Jaa แทบไม่ไหว
นี่คือความเห็นบางส่วน ของผู้ชม


Best martial arts movie in the past 10 years?
Yet, i truly believe this movie is easily the best martial arts movie to hit western cinemas in the past 10 years. Tony Jaa is a breath of fresh air for martial arts fans. Jackie Chan''s recent movies have taken a more comical storyline and Jet Li''s movies, though still worthy of very positive reviews, will never be as good as the old days of the Shaolin Temple series and the Once upon a time in China series. Also, Tony Jaa introduces a fighting style which has yet to make an impact in movie theatres, Muay Thai. Although "Ong-Bak" lacks alot in terms of acting and plot, the fighting and action will leave you in awe scene after scene. It must also be taken into account that there are "NO stunt-doubles, NO computer graphics and NO strings attached", as mentioned on the movie website: ****.com
Watch out for the next Tony Jaa film, "Tom Yum Goong", which is shot in Sydney (Australia), and will be released later in the year in Thailand and will feature in the Asian film festival. Can''t wait for it!

The new martial arts master
Ong Bak is a movie that is a throwback to the old Kung Fu action flicks of the 70''s, not meant to be an artsy, epic film like "Crouching Tiger, Hidden Dragon". It''s got it all. Corny acting, an unoriginal story, a pain-in-the-ass bad guy, and of course, great action by a wonderful martial artist.
Tony Jaa is amazing. He is very versatile as he fights with grace like Jet Li, does stunts that Jackie Chan would take notes, and has a violent, bone-breaking power to him like Bruce Lee.
We''ve all must have heard it by now. "No wirework, no CGI, and no stuntmen." Tony Jaa is indeed the new Bruce Lee. What is also interesting is the fact that he brings the Thai fighting style to America screens, while Lee, Chan, and Li were from China. We all know of the martial arts history between China and Japan, (with monks, warriors, ninja, and samurai), but Thai fighting is definitely abusive. Victims receive crunched skulls from elbows, to devastating knee bashes in the chest, to wild kicks that appear out of nowhere and send you threw walls (or maybe whip-lashed off of a oncoming dirtbike).
Well, I said what I had to say about Tony Jaa. The movie itself is flawed. It is very entertaining, but the acting is poor in it. Plus, a mob boss who has a hole in his neck and needs to talk through a machine gets very annoying. And the main girl who sides with Tony Jaa and Dirty Balls (A characters name, no joke) has a very annoying voice. However, the movie is what I expected it to be, and was also very funny. Reminiscent of the old days.
This movie will go down as a martial arts classic and Tony Jaa is on his way up to immortality.


ได้เห็นแล้วคนเราเก่งโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยหน้าตาอันหล่อเหลา หากดีจริงเสียงของผู้ชมจะสะท้อนกลับมาเอง

Jaa you''re the best


ฉกมาจาก http://www.mthai.com/webboard/5/65725.html

Kamen rider
20-02-2005, 06:26 AM
“โทนี จา” ว่าเป็น “เฉินหลง” คนใหม่ เชื่อต้นสังกัดเพิ่มโรงฉายแน่นอน





เปิดตัวในยูเอสสามวันแรก ‘องค์บาก’โกยกว่าล้านสาม
แอลเอ (ไทยทาวน์ยูเอสเอนิวส์) : “องค์บาก” ประกาศศักดิ์ศรีหนังไทยในตลาดอเมริกา แค่สามวันแรกโกยไปแล้วกว่าหนึ่งล้านสามแสนดอลลาร์ ติดอันดับ 17 ของบ๊อกซ์ออฟฟิศ หลังนักวิจารณ์อเมริกันพร้อมใจกันเชียร์ “โทนี จา” ว่าเป็น “เฉินหลง” คนใหม่ เชื่อต้นสังกัดเพิ่มโรงฉายแน่นอน

หลังจากที่เปิดฉายในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ด้วยจำนวนโรง 387 โรงในหลายรัฐ ภาพยนตร์ไทยเรื่อง “องค์บาก” สามารถทำเงินในสุดสัปดาห์แรก (11-13 ก.พ) ได้สูงถึง 1,334,869 ดอลลาร์ อยู่ในอันดับที่ 17 ของตารางภาพยนตร์ทำเงินของสหรัฐฯ ทำให้องค์บาก กลายเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ ที่ทำรายได้ในสหรัฐฯ เกินหนึ่งล้านดอลลาร์ โดยในวันแรกที่เปิดฉายคือวันศุกร์ที่ 11 ก.พ. นั้น องค์บาก ทำเงินสูงถึง 435,000 ดอลลาร์ และทำได้อีก 509,000 ดอลลาร์ในวันเสาร์ที่ 12 ก.พ. และ 391,000 ดอลลาร์ในวันอาทิตย์ที่ 13 ก.พ.
ทั้งนี้ เชื่อว่ารายได้อันน่าพึงพอใจของ “องค์บาก” ในสุดสัปดาห์แรก น่าจะทำให้มีการเพิ่มจำนวนโรงฉายให้มากขึ้นในสัปดาห์ต่อไป เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับภาพยนตร์เรื่อง Crouching Tiger, Hidden Dragon ของแอง ลี ผู้กำกับชาวไต้หวัน ที่เปิดฉายในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2000 ด้วยจำนวนโรงเพียงแค่ 16 โรง แต่ทำเงินได้สูงถึง 663,205 ดอลลาร์ในช่วงสามวันแรก จึงมีการเพิ่มโรงฉายขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 2,027 โรงในเดือนมีนาคม ปี 2001 โดยภาพยนตร์จีนเรื่องนี้ สามารถทำเงินในสหรัฐฯ ได้สูงถึง 128,067,808 กลายเป็นภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศ ที่ทำรายได้ในสหรัฐฯ ได้สูงเป็นอันดับหนึ่งนับจนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ดี ยังเป็นที่น่าห่วงว่าผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์เรื่อง “องค์บาก” คือบริษัทเม็กโนเลียพิกเจอร์ ซึ่งเป็นบริษัทขนาดเล็ก จะมีอำนาจต่อรองเพื่อเพิ่มโรงฉายได้มากเท่าบริษัทโซนี พิกเจอร์ คลาสสิก ซึ่งจัดจำหน่ายภาพยนตร์เรื่อง Crouching Tiger, Hidden Dragon หรือไม่
สิ่งหนึ่งทำให้องค์บาก เป็นที่สนใจของผู้ชมชาวอเมริกันนั้น เชื่อว่าเป็นเพราะได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ภาพยนตร์อเมริกัน ซึ่งส่วนใหญ่ตอบรับภาพยนตร์เรื่อง “องค์บาก” ในแง่บวก โดยเฉพาะความสามารถเฉพาะตัวของ พนม ยีรัมย์ หรือโทนี จา กลายเป็นที่กล่าวขวัญถึงในทุกบทวิจารณ์ เช่นนักวิจารณ์ของลอส แอนเจลิส ไทมส์ ชื่อเคนเนธ ทูรัน บอกว่า จากนี้ไป ชื่อของ โทนี จา จะได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างมาก ในฐานะเป็นดารานักบู๊คนล่าสุดจากเอเชีย
“เขาเป็นแอ๊คชั่นฮีโร่แบบที่หาได้ยาก ไม่ใช่แค่เป็นสายพันธุ์เดียวกับบรู๊ซ ลี และเฉินหลง แต่สามารถเทียบชั้นกับทั้งสองได้เลย” นักวิจารณ์ของแอลเอไทมส์กล่าว และชื่นชมความสามารถของ โทนี่ จา ว่าทำให้ผูชมไม่สามารถละสายตาได้ ทั้งในฉากต่อสู้อันดุเดือด และฉากอื่นๆ ที่ไม่มีคู่ต่อสู้ เช่นฉากที่เขาวิ่งหนีคนร้ายในตลาด อันเป็นฉากที่ต้องใช้ความสามารถทางร่างกายอย่างสูงในการกระโดดข้ามโต๊ะ ตีลังการะหว่างแผ่นกระจก และวิ่งบนไหล่ของคนร้าย
เคนเนธ ทูรัน สรุปย่อหน้าสุดท้ายของบทวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่ององค์บาก ว่า “มันคือการแสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวเหนือธรรมชาติ และความว่องไวอันสง่างาม ดูแล้วเพลิดเพลิน ซึ่งนั่นแหละ เพื่อนทั้งหลาย คือสิ่งที่เรียกว่าความบันเทิง”
ส่วน โรเบิร์ท เค เอลเดอร์ นักวิจารณ์ภาพยนตร์ของหนังสือพิพม์ชิคาโก้ทริบูน ซึ่งให้คะแนน “เอลบ” กับองค์บาก ระบุในบทวิจารณ์ของเขาว่า โทนี จา คือ เฉินหลงคนใหม่
“โทนี จา ผสมความบ้าบิ่นเสี่ยงตายของเฉินหลงในยุคแรกๆ กับความดุร้ายแบบนิ่งเงียบของเจ็ตลี” และว่าในภาพยนตร์เรื่อง “องค์บาก” นั้น จาขยี้คู่ต่อสู้ด้วยมวยไทย การต่อสู้แบบประชิดตัวที่ใช้ศอกและเข่าเป็นอาวุธสำคัญ อีกทั้งยังยกย่องดนตรีประกอบ ซึ่งจัดทำใหม่โดย ลูค แบสซอง ผู้กำกับฝรั่งเศสชื่อดัง ซึ่งจัดจำหน่ายภาพยนตร์เรื่ององค์บากในยุโรป ว่าสามารถเพิ่มรสชาติความเป็นตะวันตกให้มากยิ่งขึ้น และปิดท้ายบทความของเขาว่าขณะนี้ ผู้กำกับ ปรัชญา ปิ่นแก้ว และโทนี จา กำลังร่วมงานกันอีกครั้ง (ต้มยำกุ้ง) ซึ่งเขาอยากให้มาฉายในอเมริกาโดยเร็ว
เช่นเดียวกับ โรเจอร์ อีเบิร์ท นักวิจารณ์ภาพยนตร์ชื่อดังของสหรัฐฯ เจ้าของคอลัมน์วิจารณ์ภาพยนตร์ในหนังสือพิมพ์ชิคาโก้ซันไทมส์ และรายการวิจารณ์ภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ “ซีสเกิลแอนด์อีเบิร์ท” ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักวิจารณ์นิ้วโป้งทองคำ กล่าวถึงองค์บาก ว่าคำโฆษณาที่ว่า “ไม่มีการใช้ตัวแสดงแทน ไม่มีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิก ไม่มีการใช้ลวดสลิง” คือองค์ประกอบสำคัญของ “องค์บาก” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ทะลุผ่านเข้ามาในตลาดภาพยนตร์แอ๊คชั่นของสหรัฐฯ
“ผมนั่งดูภาพยนตร์ตลอดทั้งเรื่องด้วยความประทับใจว่า ฉากแอ๊คชั่นช่างสมจริงเหลือเกิน” เขาระบุ และว่าแม้ฉากต่อสู้เหล่านั้น สามารถทำให้สมจริงได้ด้วยมุมกล้อง เทคนิคการตัดต่อ ชนิดของเลนส์ และภาพสโลโมชั่น แต่บางฉากที่เห็นนั้นไม่สามารถใช้เทคนิคต่างๆ เข้าช่วยได้เลย
แม้นักวิจารณ์ร่างอ้วนคนนี้จะบอกว่า เนื้อหาขององค์บากจะไม่ดีนัก แต่การออกแบบฉากแอ๊คชั่น ที่ไม่ใช้เทคนิคคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วย ทำให้เขามีความสุขกับภาพยนตร์เรื่องนี้มาก
องค์บาก เข้าฉายในอเมริกาภายใต้ชื่อ องค์บาก: เดอะไทยวอร์ริเออร์ (Ong-Bak: The Thai Warrior) เป็นเวอร์ชั่นเดียวกับที่เข้าฉายในยุโรป คือผ่านการตัดต่อใหม่โดยลูค แบสซอง ให้กระชับและเน้นฉากต่อสู้เป็นหลัก ทำให้เรื่องราวความสัมพันธ์ของหมวย (ภุมวารี ยอดกมล) และเง็ก (รุ่งระวี บริจินดากุล) ผู้เป็นพี่สาว ถูกตัดทิ้งไปทั้งหมด มีความยาว 1 ชั่วโมง 47 นาที ได้เรทอาร์จากสหพันธ์ภาพยนตร์สหรัฐฯ (MPAA) เพราะมีฉากต่อสู้รุนแรง ภาษาหยาบคาย มีฉากใช้ยาเสพติดและฉากทางเพศ
ก่อนจะฉายในสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์นั้น องค์บาก เข้าฉายมาแล้วเกือบ 30 ประเทศทั่วโลก และประสบความสำเร็จในด้านรายได้เป็นอย่างดี เช่นทำเงินในอิตาลีทำเงินได้ 572,402 เหรียญยูโร เป็นต้น อีกทั้งยังคว้ารางวัลระดับนานาชาติมาครองสองรางวัล คือรางวัล “ออเรียนท์ เอ็กเพรส อวอร์ด” จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่สเปน (Catalonian International Film Festival) เมื่อปี 2003 และรางวัลภาพยนตร์แอ๊คชั่นแห่งเอเชีย (Action Asia Award) จากเทศกาลภาพยนตร์ชื่อ Deauville Asian Film Festival ในเมืองเดอวิล ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี 2004 ด้วย.
อนึ่ง รายได้กว่าหนึ่งล้านสามแสนดอลลาร์จากการฉายเพียงแค่สามวันแรกขององค์บาก ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้ในสหรัฐฯ สูงเป็นอันดับหนึ่ง โดยมี “สุริโยไท” ซึ่งเข้าฉายระหว่าง 22 มิถุนายน ถึง 16 พฤศจิกายน 2003 ตามมาเป็นอันดับสอง ด้วยรายได้ 454,255 ดอลลาร์ และสตรีเหล็ก ที่เข้าฉายระหว่างวันที่ 9 กันยายน 2001 ถึง 17 กุมภาพันธ์ 2002 เป็นอันดับสาม ด้วยรายได้ 110,825 ดอลลาร์
อันดับสี่คือ เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล (Last Life in the Universe) เข้าฉายระหว่าง 8-29 สิงหาคม 2004 ด้วยรายได้ 31,747 ดอลลาร์ อันดับห้า คือบิวตีฟูลบ๊อกเซอร์ ซึ่งเข้าฉายเมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา และยังคงฉายอยู่ด้วยจำนวนเพียงแค่ 2 โรง ทำรายได้จนถึงสุดวันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 31,490 ดอลลาร์
อันดับหก คือบางกอกเดนเจอรัส เข้าฉายระหว่าง 21 ตุลาคม 2001 ถึง 3 กุมภาพันธ์ ปี 2002 ทำเงินได้ 23,300 ดอลลาร์ และอันดับเจ็ด คือบางระจัน ที่เข้าฉายระหว่าง 8 สิงหาคม ถึง 26 กันยายน 2004 เป็นเงิน 22,826 ดอลลาร์.

Kamen rider
20-02-2005, 06:30 AM
เข้าไปดูเอง ยังไม่ลง ง่วงพอดี ไปล่ะ ....ฟิ้วววววววววววววววว..................

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A3304922/A3304922.html

WebSnow
20-02-2005, 06:42 AM
อนุโมทนาบุญ กา tony ja
ชอบมากกกกกกก สุดยอด ผมเชียร์เขาตั้งแต่แรกเลยและเขาทำตัวดีด้วย

และผมก็รูด้วยว่าต่อไปเขาจะก้าวสู่ inter
และผมก็รู้อีกว่า ต่อไปเขาจะมีผลงานเผยแผ่พุทธศาสนาบางส่วน

phuang
21-02-2005, 08:30 AM
ดีจังเลยค่ะ หนังไทยเราเอง

DevilBitch
21-02-2005, 03:02 PM
กะมัยเนียงมะบานมือ!! Go..Go..

phuang
21-02-2005, 03:05 PM
กะมัยเนียงมะบานมือ!! Go..Go..
มันแปลว่าอะไรคะเนี่ย

DevilBitch
21-02-2005, 03:29 PM
มันแปลว่าอะไรคะเนี่ย
(b-oneeye) ฝึกพลังจิตอีกนิ้ด และตามาคุนยายที่รักเรื่อยจะแปลออกเองแหละ อิอิ เนียงpuangละออจะนับจะนอยเน้อ...อิิอิ...

นายฉิม
21-02-2005, 03:43 PM
เนียงละออ แปลว่า น้องคนสวย

phuang
21-02-2005, 03:47 PM
เนียงละออ แปลว่า น้องคนสวย

อ๋อ จริงเหรอคะเนี่ย
แล้วอันอื่นละคะ พี่ฉิม แปลว่าอะไร(smile)

นายฉิม
21-02-2005, 03:51 PM
เห็นพี่เป็นเขมรหรือไงจ๊ะ น้อง puang หุหุ พี่ก็เดาไปเรื่อย

phuang
21-02-2005, 04:18 PM
เห็นพี่เป็นเขมรหรือไงจ๊ะ น้อง puang หุหุ พี่ก็เดาไปเรื่อย

อ้าว!!!!!!!
ภาษาเขมรหรอกเหรอคะ ถามจริงๆๆๆ
ขอโทษทีนะคะ ไม่ทราบมาก่อน(deejai)