guawn
15-10-2006, 05:02 AM
<TABLE id=Table9 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=left height=118><TABLE id=Table1 cellSpacing=0 cellPadding=1 width="100%" border=0><TBODY><TR bgColor=#2b3189><TD class=messageblack vAlign=top align=left bgColor=#ffffff height=32><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=1 width="100%" border=0><TBODY><TR bgColor=#2b3189><TD class=messageblack vAlign=top align=left bgColor=#ffffff>ครูเพลง ไพฑูรย์ ขันทอง แขวนพระแล้ว แจ๋วทุกเรื่อง
</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD class=messageblack vAlign=top align=left width="100%"><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR></TR><TR><TD class=messageblack vAlign=top align=left>จัดเป็นอีกหนึ่ง คนดัง ของวงการเพลงลูกทุ่งเพราะนอกจากมีชื่อทางด้าน เล่นตลกหน้าเวที แล้วยังมีชื่อเป็น นักแต่งเพลง ที่ขายดีแห่งยุคอีกผู้หนึ่งและหลาย ๆ มิวสิกวิดีโอ ยังมีหุ่นและหน้าตาที่เหมือน เมาตลอดกาล ไปโชว์โฉมร่วมแสดงกับศิลปินเจ้าของเสียงเพลงที่ทั้ง คนดัง ผู้นี้แต่งเองและของครูเพลงผู้อื่นแต่งเรียกเสียงฮามาแล้วนับร้อยเรื่องเพราะ คนดัง ผู้นี้ก็คือตลก ดาร์กี้ ขี้เมา หรือชื่อจริงก็คือ ไพฑูรย์ ขันทอง ครูเพลงผู้เกรียงไกรที่คนในแวดวงเพลงลูกทุ่งรู้จักดีแห่งยุคนั่นเอง
ครูเพลง ดาร์กี้ หรือ ไพฑูรย์ ขันทอง เป็นคนลูกทุ่งอีกผู้หนึ่งที่กว่าจะประสบความสำเร็จกับงานที่ชอบก็ต้องอาศัย ความทรหด พร้อมรอ โอกาส และ พระเครื่องในคอ เป็นที่ยึดมั่นมากว่า 30 ปี เพราะมีบ้านเกิดที่ อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ในครอบครัวชาวนาแบบคนชนบทจึงไปเป็น เด็กวัด เพื่ออาศัยเรียนหนังสือที่ วัดบางโฉมศรี ตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี จึงได้สัมผัสกับ พระเครื่อง ตามแบบฉบับของเด็กวัดทั่วไปจึงนิยม แขวนพระ มาตั้งแต่เด็กเพราะมีโอกาสได้กราบ หลวงพ่อนั้นหลวงปู่นี่ นับสิบ ๆ รูปที่ลงท้ายก็คือเป็นต้องขอ พระเครื่อง มาแขวนคอแบบสลับสับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามแต่โอกาส
กระทั่งในปี พ.ศ. 2505 เป็นช่วงที่เติบใหญ่เป็นวัยรุ่นจึงทราบว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านการ ร้องเพลงลูกทุ่ง ตามประสา เด็กบ้านนอก จึงหันเหชีวิตสู่วงการเพลงลูกทุ่งโดยมุ่งสู่ กรุงเทพฯ ไปสมัครเป็นนักร้องกับวงดนตรีลูกทุ่งเล็ก ๆ คณะหนึ่งที่ไม่มีชื่อเสียงอะไร ระหว่างนั้นก็ทำหน้าที่ขนอุปกรณ์ดนตรีพร้อม ร้องเพลงหน้าเวที ไปด้วยชีวิตก็มีความสุขไปตามอัตภาพคือ อดมื้อกินมื้อ ดังนั้นช่วงไหนที่วงดนตรีไม่มีงานแสดงก็โยกตัวเองไปเป็น จับกังก่อสร้าง เพื่อเอาตัวรอดกระทั่งวงการเพลงลูกทุ่งมี ดาวรุ่ง ที่โด่งดังดุจติดจรวดเกิดขึ้นซึ่งดาวรุ่งผู้นั้นก็คือ ระพินทร์ ภูไท เจ้าของเพลง คุณนายโรงแรม อันลือลั่นนั่นเองซึ่งช่วงนั้นโด่งดังมากจึงเปิดวงดนตรีรับงานแสดงเฉกเช่น นักร้องดัง ทั่วไปจึงไปสมัครร่วมวงโดยทำหน้าที่ ร้องเพลง และ เล่นตลก ซึ่งมี เด๋อ ดอกสะเดา ที่ช่วงนั้นยังใช้ชื่อ กลิ่น ดอกพิกุล, โก้ กรุงสยาม, ถนอม จันทร์เกตุ, เพชร โพธิ์ทอง ร่วมทีมระหว่างนี้ก็แต่งเพลงลูกทุ่งไปตามมันสมองของ คนจบป.4 ที่จะร้อยเรียงออกมาเป็นเพลงได้จึงไม่ประสบความสำเร็จอะไรนักเพราะ นักร้องดัง ไม่แลแถม นายห้างเพลง ไม่สนใจและอยู่กับวงดนตรี ระพินทร์ ภูไท ได้ไม่กี่ปีก็ต้องผันตัวเองไปอยู่กับวงดนตรี ไพรวัลย์ ลูกเพชร เนื่องจาก ระพินทร์ ภูไท มีปัญหาชีวิตส่วนตัวจึง ดังเร็วและตกเร็ว แบบน่าเสียดาย
มาอยู่กับวงดนตรี ไพรวัลย์ ลูกเพชร จึงสนิทสนมกับนักจัดรายการวิทยุลูกทุ่งชื่อดังแห่ง คลื่น 04 อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ในยุคที่ทหารจีไอ เฟื่องฟู ซึ่งก็คือ เด็ดดวง ดอกรัก ซึ่งเป็นผู้ไปพบหนุ่มน้อยเสียงดีผู้หนึ่งชื่อ ยอดรัก สลักใจ ซึ่ง ร้องเพลงอยู่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในอำเภอตาคลี เด็ดดวง จึงชักชวนมาอัดแผ่นเสียงเพื่อปั้นให้เป็น นักร้องดัง โดยมี
ครูเพลง ดาร์กี้ ร่วมสนับสนุนและเป็นผู้ชี้แนะด้านเพลงตามแนวเสียงของ ยอดรัก พร้อมแต่งเพลงป้อนร่วมกับครูเพลง ชลธี ธารทอง ศิลปินแห่งชาติที่ช่วงนั้นโด่งดังมากจนได้ฉายา เทวดาเพลง เพราะแต่งเพลงไหนให้ใครร้องเป็นโด่งดังทั้งนั้นรวมทั้ง ยอดรัก สลักใจ ที่กลายเป็น ดาวรุ่ง ในช่วงนั้นก็จากเพลง จดหมายจากแนวหน้า ฝีมือแต่งของ ชลธี ธารทอง เช่นกันโดยมีเพลงจากสมองของ ครูเพลงดาร์กี้ เป็นตัวช่วยอีกหลายเพลงทั้ง รักน้องเมีย, ชวนน้องแต่งงาน เป็นต้น จึงทำการตั้งวงดนตรีรับงานแสดงทั่วไปรวมเวลา 13 ปี ที่ ยอดรัก และ ครูเพลงดาร์กี้ เป็นคู่บุญอยู่ร่วมงานกันมาแต่ในที่สุดก็ต้องเลิกรากันไปตามกาลเวลา
จากนั้น ครูเพลง ดาร์กี้ ก็หันมารับงานแสดงตลกตามถนัดพร้อมแต่งเพลงไปด้วยโดยมาดังเป็น พลุ แตก อีกครั้งกับงานแต่งเพลงเมื่อส่งเพลง มีเมีย เด็ก ตามประสบการณ์ชีวิตที่ตัวเองมีเมียเด็ก คราว ลูก ให้ พรศักดิ์ ส่อง แสง กลับมาแรงอีกหนเมื่อต้นปี 48 นี้เอง
ส่วนประสบการณ์กับเรื่อง แขวนพระ ไว้ในคอครูเพลงคนดังผู้นี้บอกว่า ขาดไม่ได้เลย ถึงขั้น วันไหนหากลืมแขวนพระวันนั้นชีวิตจะมีแต่ ความกังวล เพราะ พระเครื่อง นี่เองที่ทำให้ชีวิตที่ก้าวจาก ลำบากสาหัส มามีชื่อเสียงและมีช่องทางทำมาหากินที่แม้จะไม่ใช่ระดับ เศรษฐี แต่ก็ไม่เดือดร้อนอะไรและวัน ๆ ก็มีความสุขในระดับที่ตัวเองพอใจรวมทั้งตลอด ชีวิตอันยาวนาน ในวงการเพลงลูกทุ่งต้องเดินทาง จากเหนือจดใต้ จากตะวันออกสู่ตะวันตก เจอะเจออุบัติเหตุหลายครั้งทางรถยนต์แต่ก็ไม่เคยตกที่นั่ง สาหัส เพราะก่อนเดินทางทุกครั้งจะต้องอาราธนาให้ พระในคอคุ้มครอง มาโดยตลอดจึงเชื่อมั่นว่าพระคุ้มครองโดยแท้ปัจจุบันจึงแขวนพระไว้หลายองค์ทั้ง สมเด็จวัดสะแก, หลวงปู่ทวดวัดทรายขาว, หลวงพ่อโตวัดบางพลี, หลวงพ่อปานขี่หนุมาน, หลวงพ่อคูณพันล้าน และ ปู่ชูชกนครปฐม
นั่นก็คือเหตุผล ส่วนตัว ที่ครูเพลงลูกทุ่งคนดังผู้นี้ยึดมั่นกับการแขวนพระโดยไม่ลืมย้ำว่า หากจะแขวนพระเพื่อยึดมั่นให้ท่านคุ้มครองแล้วก็จะต้องเป็นผู้ ประพฤติดี ด้วย หากเชื่อก็จดจำกันไว้แต่หากไม่เชื่อก็ต้อง ตัวใครตัวมันนะโยม.
ภวันตุเม
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE id=Table11 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle height=4>http://www.dailynews.co.th/dailynews/images/front_th/template/logo.gif (http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/home/default.htm) </TD></TR><TR><TD style="HEIGHT: 14px" vAlign=top align=left width=6 height=14>http://www.dailynews.co.th/dailynews/images/front_th/template/spacer.gif</TD><TD vAlign=top align=middle width=155><SCRIPT language=javascript>// URLs of slidesvar slideurl = new Array('http://ads.dailynews.co.th/news/images/2006/variety/10/8/102979_39503.jpg')// Comments displayed below the slidesvar slidecomment = new Array('')var picNo = new Array('0');var i = 0var nfunction changeImage(i){document.images['image1'].src =slideurl[i];contend.innerHTML=''+ slidecomment[i] +'';n = i + 1 numofpic.innerHTML = '' + n + ' / ' + slideurl.length + ''}function poppic(){var ncId=102979;var NewsType=1;window.open('/dailynews/pages/front_th/popup_news/popup_news_popuppic.aspx?ncId=' + ncId + '&NewsType=' + NewsType + '&picNum='+picNo[i],'','menubar=no,toolbar=no,location=no,directories=no,status=no,scrollbars=yes,resizable=yes,dependent,,');}function prevImage(){if(i == 0){i = slideurl.length-1;} else {i--;}changeImage(i)}function nextImage(){if(i == slideurl.length-1){i = 0;} else {i++; }changeImage(i)}</SCRIPT><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=150 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle>http://ads.dailynews.co.th/news/images/2006/variety/10/8/102979_39503.jpg (http://www.palungjit.com/board/)</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD class=messageblack vAlign=top align=left width="100%"><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR></TR><TR><TD class=messageblack vAlign=top align=left>จัดเป็นอีกหนึ่ง คนดัง ของวงการเพลงลูกทุ่งเพราะนอกจากมีชื่อทางด้าน เล่นตลกหน้าเวที แล้วยังมีชื่อเป็น นักแต่งเพลง ที่ขายดีแห่งยุคอีกผู้หนึ่งและหลาย ๆ มิวสิกวิดีโอ ยังมีหุ่นและหน้าตาที่เหมือน เมาตลอดกาล ไปโชว์โฉมร่วมแสดงกับศิลปินเจ้าของเสียงเพลงที่ทั้ง คนดัง ผู้นี้แต่งเองและของครูเพลงผู้อื่นแต่งเรียกเสียงฮามาแล้วนับร้อยเรื่องเพราะ คนดัง ผู้นี้ก็คือตลก ดาร์กี้ ขี้เมา หรือชื่อจริงก็คือ ไพฑูรย์ ขันทอง ครูเพลงผู้เกรียงไกรที่คนในแวดวงเพลงลูกทุ่งรู้จักดีแห่งยุคนั่นเอง
ครูเพลง ดาร์กี้ หรือ ไพฑูรย์ ขันทอง เป็นคนลูกทุ่งอีกผู้หนึ่งที่กว่าจะประสบความสำเร็จกับงานที่ชอบก็ต้องอาศัย ความทรหด พร้อมรอ โอกาส และ พระเครื่องในคอ เป็นที่ยึดมั่นมากว่า 30 ปี เพราะมีบ้านเกิดที่ อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ในครอบครัวชาวนาแบบคนชนบทจึงไปเป็น เด็กวัด เพื่ออาศัยเรียนหนังสือที่ วัดบางโฉมศรี ตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี จึงได้สัมผัสกับ พระเครื่อง ตามแบบฉบับของเด็กวัดทั่วไปจึงนิยม แขวนพระ มาตั้งแต่เด็กเพราะมีโอกาสได้กราบ หลวงพ่อนั้นหลวงปู่นี่ นับสิบ ๆ รูปที่ลงท้ายก็คือเป็นต้องขอ พระเครื่อง มาแขวนคอแบบสลับสับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามแต่โอกาส
กระทั่งในปี พ.ศ. 2505 เป็นช่วงที่เติบใหญ่เป็นวัยรุ่นจึงทราบว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านการ ร้องเพลงลูกทุ่ง ตามประสา เด็กบ้านนอก จึงหันเหชีวิตสู่วงการเพลงลูกทุ่งโดยมุ่งสู่ กรุงเทพฯ ไปสมัครเป็นนักร้องกับวงดนตรีลูกทุ่งเล็ก ๆ คณะหนึ่งที่ไม่มีชื่อเสียงอะไร ระหว่างนั้นก็ทำหน้าที่ขนอุปกรณ์ดนตรีพร้อม ร้องเพลงหน้าเวที ไปด้วยชีวิตก็มีความสุขไปตามอัตภาพคือ อดมื้อกินมื้อ ดังนั้นช่วงไหนที่วงดนตรีไม่มีงานแสดงก็โยกตัวเองไปเป็น จับกังก่อสร้าง เพื่อเอาตัวรอดกระทั่งวงการเพลงลูกทุ่งมี ดาวรุ่ง ที่โด่งดังดุจติดจรวดเกิดขึ้นซึ่งดาวรุ่งผู้นั้นก็คือ ระพินทร์ ภูไท เจ้าของเพลง คุณนายโรงแรม อันลือลั่นนั่นเองซึ่งช่วงนั้นโด่งดังมากจึงเปิดวงดนตรีรับงานแสดงเฉกเช่น นักร้องดัง ทั่วไปจึงไปสมัครร่วมวงโดยทำหน้าที่ ร้องเพลง และ เล่นตลก ซึ่งมี เด๋อ ดอกสะเดา ที่ช่วงนั้นยังใช้ชื่อ กลิ่น ดอกพิกุล, โก้ กรุงสยาม, ถนอม จันทร์เกตุ, เพชร โพธิ์ทอง ร่วมทีมระหว่างนี้ก็แต่งเพลงลูกทุ่งไปตามมันสมองของ คนจบป.4 ที่จะร้อยเรียงออกมาเป็นเพลงได้จึงไม่ประสบความสำเร็จอะไรนักเพราะ นักร้องดัง ไม่แลแถม นายห้างเพลง ไม่สนใจและอยู่กับวงดนตรี ระพินทร์ ภูไท ได้ไม่กี่ปีก็ต้องผันตัวเองไปอยู่กับวงดนตรี ไพรวัลย์ ลูกเพชร เนื่องจาก ระพินทร์ ภูไท มีปัญหาชีวิตส่วนตัวจึง ดังเร็วและตกเร็ว แบบน่าเสียดาย
มาอยู่กับวงดนตรี ไพรวัลย์ ลูกเพชร จึงสนิทสนมกับนักจัดรายการวิทยุลูกทุ่งชื่อดังแห่ง คลื่น 04 อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ในยุคที่ทหารจีไอ เฟื่องฟู ซึ่งก็คือ เด็ดดวง ดอกรัก ซึ่งเป็นผู้ไปพบหนุ่มน้อยเสียงดีผู้หนึ่งชื่อ ยอดรัก สลักใจ ซึ่ง ร้องเพลงอยู่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในอำเภอตาคลี เด็ดดวง จึงชักชวนมาอัดแผ่นเสียงเพื่อปั้นให้เป็น นักร้องดัง โดยมี
ครูเพลง ดาร์กี้ ร่วมสนับสนุนและเป็นผู้ชี้แนะด้านเพลงตามแนวเสียงของ ยอดรัก พร้อมแต่งเพลงป้อนร่วมกับครูเพลง ชลธี ธารทอง ศิลปินแห่งชาติที่ช่วงนั้นโด่งดังมากจนได้ฉายา เทวดาเพลง เพราะแต่งเพลงไหนให้ใครร้องเป็นโด่งดังทั้งนั้นรวมทั้ง ยอดรัก สลักใจ ที่กลายเป็น ดาวรุ่ง ในช่วงนั้นก็จากเพลง จดหมายจากแนวหน้า ฝีมือแต่งของ ชลธี ธารทอง เช่นกันโดยมีเพลงจากสมองของ ครูเพลงดาร์กี้ เป็นตัวช่วยอีกหลายเพลงทั้ง รักน้องเมีย, ชวนน้องแต่งงาน เป็นต้น จึงทำการตั้งวงดนตรีรับงานแสดงทั่วไปรวมเวลา 13 ปี ที่ ยอดรัก และ ครูเพลงดาร์กี้ เป็นคู่บุญอยู่ร่วมงานกันมาแต่ในที่สุดก็ต้องเลิกรากันไปตามกาลเวลา
จากนั้น ครูเพลง ดาร์กี้ ก็หันมารับงานแสดงตลกตามถนัดพร้อมแต่งเพลงไปด้วยโดยมาดังเป็น พลุ แตก อีกครั้งกับงานแต่งเพลงเมื่อส่งเพลง มีเมีย เด็ก ตามประสบการณ์ชีวิตที่ตัวเองมีเมียเด็ก คราว ลูก ให้ พรศักดิ์ ส่อง แสง กลับมาแรงอีกหนเมื่อต้นปี 48 นี้เอง
ส่วนประสบการณ์กับเรื่อง แขวนพระ ไว้ในคอครูเพลงคนดังผู้นี้บอกว่า ขาดไม่ได้เลย ถึงขั้น วันไหนหากลืมแขวนพระวันนั้นชีวิตจะมีแต่ ความกังวล เพราะ พระเครื่อง นี่เองที่ทำให้ชีวิตที่ก้าวจาก ลำบากสาหัส มามีชื่อเสียงและมีช่องทางทำมาหากินที่แม้จะไม่ใช่ระดับ เศรษฐี แต่ก็ไม่เดือดร้อนอะไรและวัน ๆ ก็มีความสุขในระดับที่ตัวเองพอใจรวมทั้งตลอด ชีวิตอันยาวนาน ในวงการเพลงลูกทุ่งต้องเดินทาง จากเหนือจดใต้ จากตะวันออกสู่ตะวันตก เจอะเจออุบัติเหตุหลายครั้งทางรถยนต์แต่ก็ไม่เคยตกที่นั่ง สาหัส เพราะก่อนเดินทางทุกครั้งจะต้องอาราธนาให้ พระในคอคุ้มครอง มาโดยตลอดจึงเชื่อมั่นว่าพระคุ้มครองโดยแท้ปัจจุบันจึงแขวนพระไว้หลายองค์ทั้ง สมเด็จวัดสะแก, หลวงปู่ทวดวัดทรายขาว, หลวงพ่อโตวัดบางพลี, หลวงพ่อปานขี่หนุมาน, หลวงพ่อคูณพันล้าน และ ปู่ชูชกนครปฐม
นั่นก็คือเหตุผล ส่วนตัว ที่ครูเพลงลูกทุ่งคนดังผู้นี้ยึดมั่นกับการแขวนพระโดยไม่ลืมย้ำว่า หากจะแขวนพระเพื่อยึดมั่นให้ท่านคุ้มครองแล้วก็จะต้องเป็นผู้ ประพฤติดี ด้วย หากเชื่อก็จดจำกันไว้แต่หากไม่เชื่อก็ต้อง ตัวใครตัวมันนะโยม.
ภวันตุเม
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE id=Table11 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle height=4>http://www.dailynews.co.th/dailynews/images/front_th/template/logo.gif (http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/home/default.htm) </TD></TR><TR><TD style="HEIGHT: 14px" vAlign=top align=left width=6 height=14>http://www.dailynews.co.th/dailynews/images/front_th/template/spacer.gif</TD><TD vAlign=top align=middle width=155><SCRIPT language=javascript>// URLs of slidesvar slideurl = new Array('http://ads.dailynews.co.th/news/images/2006/variety/10/8/102979_39503.jpg')// Comments displayed below the slidesvar slidecomment = new Array('')var picNo = new Array('0');var i = 0var nfunction changeImage(i){document.images['image1'].src =slideurl[i];contend.innerHTML=''+ slidecomment[i] +'';n = i + 1 numofpic.innerHTML = '' + n + ' / ' + slideurl.length + ''}function poppic(){var ncId=102979;var NewsType=1;window.open('/dailynews/pages/front_th/popup_news/popup_news_popuppic.aspx?ncId=' + ncId + '&NewsType=' + NewsType + '&picNum='+picNo[i],'','menubar=no,toolbar=no,location=no,directories=no,status=no,scrollbars=yes,resizable=yes,dependent,,');}function prevImage(){if(i == 0){i = slideurl.length-1;} else {i--;}changeImage(i)}function nextImage(){if(i == slideurl.length-1){i = 0;} else {i++; }changeImage(i)}</SCRIPT><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=150 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle>http://ads.dailynews.co.th/news/images/2006/variety/10/8/102979_39503.jpg (http://www.palungjit.com/board/)</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>