PDA

View Full Version : มารู้จัก พระเบณจภาคี กันเถอะ


Kamen rider
07-10-2004, 10:42 AM
พระสมเด็จฯ วัดระฆัง พิมพ์ให_่
"จักรพรรดิแห่งพระเครื่อง"



สมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ให_่ จัดได้ว่าเป็นสุดยอดพระเครื่องตลอดกาล อีกทั้งเป็นสุดยอดความปรารถนาที่จะได้ไว้ในครอบครองของบรรดาเหล่าผู้นิยมพระเครื่อง หรือนักสะสมของเก่าทั้งหลาย ปรารภได้ว่าเป็น "จักรพรรดิแห่งพระเครื่อง"เลยทีเดียว แถมเป็นองค์ประธานสำหรับ "ชุดเบ_จภาคี"อีกด้วย สรุปความสั้นๆได้ชัดๆคือ สุดยอดไร้ที่เสมอเหมือน ครับ

ผู้สร้าง สมเด็จพระพุฒจารย์ ( โต พรหมรังสี )
สร้าง ปีพ.ศ.2409,ในสมัย รัชกาลที่4 ณ.วัดระฆังโฆษิตาราม กทม.
ขนาด ประมาณ : ฐาน ๒.๕ ซ.ม.,สูง ๓.๖ ซ.ม.,หนา ๐.๕ ซ.ม.
พุทธลักษณะ องค์พระนั่งปางสมาธิ ประทับบนฐาน๓ชั้น สถิตภายในซุ้มเรือนแก้ว
พระพุทธคุณ เมตตามหานิยม ,แคล้วคลาดภัยพิบัติ ,คงกระพัน ,โชคลาภ ฯลฯ
ส่องกล้อง
พระเกศ เป็นลักษณะเกศตรงปลายแหลม เอียงก็มี,ความยาวของเกศสามารถจำแนกได้ออกเป็น3ระดับ คือ เกศทะลุซุ้ม,เกศชนซุ้ม และเกศต่ำกว่าซุ้มลำพระเกศจะมีทั้งตรงเป็นส่วนมากและเอียงซ้ายของพระบ้างเล็กน้อย (เอียงขวาพระนั้นข้าพเจ้ายังมิเคยพบเห็นครับ)

พระพักตร์แลดูสมบูรณ์ได้ลักษณะดี เรียวยาว คางแหลม
พระศอ(คอ)ปรากฎให้เห็นเพียงลางๆ เนื่องจากบลอคพิมพ์เองตั้งใจให้ เส้นคอนั้นอยู่ลึกลงไปจาก พระพักตร์และช่วงลำพระองค์ จึงแกะออกมาให้เพียงตื้น ประกอบกับการกดพิมพ์ในสมัยก่อนที่ใช้มือกด จึงอาจไม่ได้ความหนักแน่นเท่าที่ควร ส่วนพระกรรณก็เช่นกัน ติดบ้างไม่ติดบ้าง

พระพาหา(แขน)ซ้าย-ขวาประสานกัน ในลักษณะเห็นเป็นเส้นต่อเนื่องกันวงพระพาหาขวาขององค์พระโค้งมากกว่าซ้าย
ซอกพระกัจฉะ(รักแร้)ด้านซ้ายของพระจะสูงกว่าด้านขวาเล็กน้อย ดังนี้จึงทำให้พระอังสา(ไหล่)ซ้ายนั้นเล็กสอบกว่าด้านขวาด้วยเช่นกัน

พระอุทรช่วงล่าง(ท้องน้อย)กลืนหายไปกับซอกลายของวงพระพาหา
พระกฤษฎี(เอว)คอดหรือบางองค์จะคอดน้อยมากๆจนมองคล้ายกับลำพระองค์เป็นแนวตรงดิ่งเลยก็มี
พระเพลา(หน้าตัก)ซ้ายขององค์พระมีเส้นวิ่งไปจรดข้อศอกพระพาหาซ้าย ส่วนพระเพลาขวาของพระจะไม่มีเส้นวิ่งเพราะวงพระพาหาที่ยกศอกขึ้นสูง
ฐาน3ชั้นบนชั้นฐานบนสุดบางบลอคมีเส้นบางๆวิ่งยาวคล้ายกับฐานเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งชั้นทั้งนี้ขอให้สันนิษฐานเป็นผ้าปูฐานก็จดจำได้ง่าย

เนื้อ ประกอบไปด้วย ดินสอพอง, ข้าวสุก, กล้วยน้ำ, กล้วยหอมจันทร์(ทั้งเปลือก), เกสรดอกไม้, น้ำมันจันทน์, ปูนขาว, ทองทราย, น้ำมันตังอิ๊ว และขี้ธูปในอุโบสถวัดระฆัง ส่วนดินสอพอง สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) ได้เสกเป็นผงวิเศษทีมีอานุภาพ 5ประการ ด้วยส่วนผสมที่มากมายหลายหลากนี้ ส่งผลให้ส่วนผสมของพระแต่ละองค์มีความมากน้อยไม่เท่ากัน แตกต่างกันไป ดังที่ปรากฎให้เห็นนั้นจึงมีทั้งหยาบ และละเอียด(พระเนื้อละเอียดเพราะได้ส่วนผสมจากน้ำมันตังอิ๊วมาก) พระสมเด็จฯที่ผิวเนื้อหยาบนั้นจะมีรูพรุนอันเกิดฟองอากาศที่ผุดขึ้นมาแยกระหว่างผิวเนื้อพระ มากกว่าพระที่มีผิวละเอียด ทั้งนี้อาจมีคราบสีขาวติดแน่นอยู่กับพื้นผิวพระ ซึ่งเป็นแป้งโรยพิมพ์เดิม บางองค์พระอาจมีบ้าง ไม่มีบ้าง หรือเลือนหายบ้างเนื่องจากถูกเหงื่อไคลของผู้ใช้นั่นเอง
ด้านหลังการสังเกตุด้านหลังพระสมเด็จให้จดจำริ้วรอยต่างๆดังที่เกิดมาจากกระบวนการสร้างหรือตามธรรมชาตินั้น ข้าพเจ้าได้รวบรวมไว้ใน บทความลักษณะรอยต่างๆบนผิวด้านหลังของพระสมเด็จ

ราคานิยม สภาพสมบูรณ์เนื้อผิวพระเต็มครบ ไม่มีซ่อมนั้นหลักล้านขึ้นแน่นอนครับ หลายท่านอาจได้ยินได้ฟังข่าวคราวการให้เช่าบูชาสำหรับ สุดยอดพระเครื่ององค์นี้มาบ้างแล้วนะครับ สำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบ ผมบอกให้ฟังได้ว่าราคานั้นก็ สุดยอด!เช่นเดียวกันครับ( หลักสิบล้านได้ยินกันค่อนข้างหนาหูแล้ว )

Kamen rider
07-10-2004, 10:50 AM
ท่านทราบไหมว่า! พระรอด นั้นคือชื่อที่เรียกผิดเพี้ยนมาจาก พระนารอท หรือ พระนารทะ ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นพระนามสำคั_อันปรากฏให้เห็นในตำนานพุทธศาสนา หลายครั้งหลายครา เช่น เป็นพระนามของพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง ใน บทอาฎาฎิปริต,เป็นพระนามของพระโพธิสัตว์ ใน พรหมนารทชาดก และนามของบุตรพระโพธฺสัตว์ ใน นิบาตชาดก เป็นต้น นอกจากนี้แล้วยังปรากฎในคัมภีร์ของพรามณ ์และคัมภีร์ทางไสยศาสตร์ อีกมาก
ความเป็นพิเศษที่สุดของพระรอด ในบรรดาพระเครื่องทั้งหมดอย่างเด่นชัดนั้นคือ มีอายุเก่าแก่ที่สุด และอานิสงค์ทางแคล้วคลาดภยันตรายสูงสุด

สร้าง ประมาณ พ.ศ.๑๒๐๐
ผู้สร้าง พระนางจามเทวี ราชธิดาของพระจ้ากรุงละโว้(ลพบุรี)ผู้ซึ่งครองทศพิธราชธรรมอย่างเคร่งครัด เช่นนี้จึงเป็นที่โสมนัสของ ๒ฤาษี คือ สุกกทันต์ฤาษี และวาสุเทพฤาษี เพื่อเป็นการเสริมสร้างพระเกียรติให้กับพระนาง จึงใช้วิชาอาคมของท่านสร้างพระรอด จนเป็นที่กล่าวขานมาถึงทกวันนี้(กว่า ๑,๓๐๐ปีมาแล้ว)
ขนาด ประมาณ :ฐานกว้าง ๑ ซ.ม.,สูง ๒.๕ ซ.ม.
พุทธลักษณะ พระปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร นั่งประทับเหนืออาสนะ พิงผนังโพธิบัลลังค์ ๓ชั้น แสดงให้เห็นถึง ปางตรัสรู้อนุตรสัมโพธิ_าณ
พระพุทธคุณ เด่นทางแคล้วคลาด ดังได้สร้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ ลือเลื่องมาแล้วครั้งแต่สมัยลพบุรียังเป็น กรุงละโว้
ส่องกล้อง
พระพักตร์ เรียวงามได้สัดส่วนอ่อนช้อย พระเศียรทุย
เส้นประภามณฑล เรียวบางโค้งโอบพระเกศและพระเศียรแค่ยาวไม่ถึงพระกรรณ
สันพระนาสิก(จมูก) แหลมโด่งเล็กน้อย ส่วนปลายนั้นแบนผาย แลเห็นช่องพระนาสิกด้วยครับ
ส่วนพระเกศนั้นสั้นสูงเพียงเล็กน้อย บางคนเรียกพอให้เข้าใจง่ายๆว่า เกศจิ่มสั้น
พระกรรณ(หู)มีเส้นแตกวิ่งขัดกับลวดลายโพธิบัลลังค์ หรืออาจเรียกได้ว่าเส้นบลอคแตก มาชนกับพระกรรณซ้ายพระอีกทั้งติ่งเรียวแหลม ส่วนพระกรรณขวาเห็นได้ไม่ชัดเจนเท่าซ้ายเพราะแนบชิดกับใบพระพักตร์ โดยบลอคพิมพ์โดยมากของพระรอดนั้นจะเอียงมาทางขวา ส่วนพระพักตร์ตรงนั้นก็พอมีส่วนบลอคที่เอนไปทางซ้ายพระนั้นผมเองยังมิเคยได้พบเห็นครับ

พระอุระ(อก) งดงามกลมกลืน รับกับพระเศียรแลดูสมส่วน
ซอกพระกัจฉะ(รักแร้)เ ป็นรูปสามเหลี่ยมปลายแหลมสูง เกือบชนเส้นพระอังสา(ไหล่)บนทำให้องค์พระมีพระอังสาเล็ก ขนาดพอๆกับพระพาหา
สังฆาฏิ เป็นเส้นลึกกว้างพาดโค้งจากพระอังสาด้านซ้ายพระ มาบรรจบที่ลำตัวด้านขวาพระ
พระกฤษฎี(เอว) คอดอ่อนช้อยและมีพระนาภี(สะดือ)โบ๋ในบางบลอค
พระพาหา(แขน) ขวากางและหักข้อศอกเล็กน้อย พระหัตถ์จับหัวเข่ามีเส้นนิ้วและนิ้วหัวแม่โป้งสั้นกางแยกออก การวางพระหัตถ์ขวาบนหัวเข่าปลายนิ้วยาวเลยแข้ง ชิดกับเส้นฐาน
พระพาหาซ้ายพระจะกางออกกว้างมากกว่าขวา บริเวณพระพาหาท่อนล่างเลยข้อศอกมานิดจะมีเส้นน้ำตกวิ่งยาวจนมาสุดที่ฐานชั้นที่ ๒ โดยที่บนฐานชั้นนี้จะมีเส้นแตกเพิ่มรวมเป็น ๓เส้น

ฐาน ชั้นที่๑มีความหนามากและมีช่องห่างระหว่างชั้น๒ กว้างมากด้วยเช่นกัน ช่องระหว่างฐานชั้นที่๑และ๒มีเส้นขีดแซมบางๆลากยาว
เนื้อ ละเอียดแกร่ง ถึงแม้เป็นพระสกุลเดียวกันกับพระคง แต่มีความละเอียดมากกว่านัก อีกทั้งหนึกนุ่มอันเกิดจากส่วนผสมของว่านดอกมะขาม หรือคราบน้ำหมากที่ติดอยู่ตามซอกลวดลายขององค์พระ นั้นของให้พึงสังเกตไว้ให้ดี

ราคานิยม มากกว่าหนึ่งล้านขึ้นไป ในข้อแม้ ไม่หัก+ไม่แต่ง+ไม่ซ่อม

ชื่อเสียงพระรอดนั้น เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป ผู้คนกล่าวขวั_กันมามากกว่า๑พันปี พุทธคุณนั้นเด่นชัด บางท่านนิยมแสวงหาเป็นอย่างมาก ทั้งที่ไม่ค่อยมีความรู้ด้านพระเครื่องดีนัก เพราะเห็นว่าชื่อ พระรอดนั้นดีเป็นมหามงคล อันหมายถึงให้รอดจากภยันอันตรายนั่นเอง ทั้งที่จริงแล้วชื่อนั้นเรียกผิดเพี้ยนมาตั้งแต่แรก แต่ผู้รู้นั้นยังยอมรับเนื่องจากพุทธคุณของพระรอดที่เป็นที่กล่าวขานกันดังที่กล่าวมาแล้วนั่นเองครับ

Kamen rider
07-10-2004, 10:52 AM
พระนางพ_าจัดเป็นพระเครื่องที่ได้รับความนิยมมากที่สุดประเภทหนึ่ง จากนักสะสมพระฯรุ่นให_่ โดยเป็นที่ยอมรับทางด้านศิลป์ ,ความเก่าแก่และพุทธคุณ หากจัดอันดับพระเครื่องที่ผู้คนต้องการมีไว้ครอบครองมากที่สุดแล้ว พระนางพ_าติดอันดับไม่เกิน ๓ทุกโพลแน่นอนครับ หรือหากจะกล่าวให้ชัดคือ พระนางพ_านอกจากพระเป็นพระเครื่องในชุดเบ_(๕)จภาคีแล้วยังอยู่ในชุดพระเครื่องไตร(๓)ภาคีอีกด้วยครับ

ผู้สร้าง มีการสันนิษฐานว่า พระวิสุทธิกษัตรี เป็นผู้สร้าง
สร้าง ร่วมกึ่งศตวรรษ,วัดนางพ_า จ.พิษณุโลก
ขนาด ประมาณ : ฐานกว้าง ๒.๕ ซม.,สูง ๓.๕ ซม.
พุทธลักษณะ พระปางมารวิชัย
พระพุทธคุณ คงกระพัน แคล้วคลาด โดดเด่นที่สุดทางมหานิยม
ส่องกล้อง
พระเกศ ต้อฐานอูมปลายสอบแหลม, เส้นพระศก เป็นเส้นเรียวนูนแนบไปกับเส้นขอบใบพระพักตร์ ,ใบพระกรรณ ยาวเรียวปรกบ่า ,พระพักตร์ ตูมคล้ายกับผลองุ่น ส่วนพระเนตร,พระนาสิก(จมูก)และพระโอษฐ์(ปาก) ปัจจุบันมีปรากฏให้ได้ชมยากแล้วครับ
พระศอ(คอ) กลืนหาย หากสังเกตุจะเห็นได้เพียงตื้นเขินครับ
เส้นพระอังสา (ไหล่)ลาดโค้งคล้ายกับวงเล็บเปิดคว่ำ,โดยพระอังสามีขนาดความกว้างพอๆกับพระพาหา(แขน)

พระกฤษฎี(เอว) คอดเว้าสวยงามแสดงให้เห็นถึงสรีระของสตรีเพศ และพระอุทร(ท้อง) ป่องนูนเช่นเดียวกันกับพระอุระ(อก)
เส้นสังฆาฏิ เชื่อมกับปลายพระกรรณปลายสังฆาฏิข้างหนึ่งพาดเข้าซอกพระกัจฉะ ส่วนอีกข้างหนึ่งวิ่งลงปลายสุดที่พระนาภี(สะดือ)
พระพาหา(แขน) ขวาพระองค์พระหัตถ์มิได้สัมผัสถึงปลายชานุ พระพาหาซ้ายหักข้อศอกและโค้งงอคล้ายกับตะขอโอบลำพระองค์
พระชงฆ์(แข้ง ) บนลักษณะเป็นเส้นตรงเล็กบาง ส่วนพระชงฆ์ล่างหนากว่ามาก โดยเฉพาะพระชานุ(เข่า) ซ้ายพระหนาเป็นปม พระบาทข้างขวาพระองค์(ล่าง)จะเลยพระหัตถ์ไปอีกเพียงเล็กน้อย

เนื้อ เป็นพระเนื้อดินที่มีความละเอียดมากพอสมควร ,ความนุ่มอันเกิดจากว่านและมีความแกร่งสูงเพราะเป็นพระเครื่องที่มีความหนาแน่นมาก โดยมีส่วนผสมของเมล็ดแร่และเมล็ดทรายที่มีอยู่พอสมควร นับได้ว่าเป็นพระเนื้อดินในชุดเบ_จภาคีที่มีความแกร่งสูงที่สุด

ราคานิยม ระดับclassของเบ_จภาคี ล้านขึ้นแน่นอน
พระนางพ_าเป็นพระที่มีผิวเนื้อแกร่งแม้เวลาจะล่วงผ่านมาหลายร้อยปีแล้วก็ยังมีเส้นสายลวดลายงดงามอยู่อย่างชัดเจน เพียงแต่ในปัจจุบันค่อนข้างจะหาชมองค์ที่มีหน้าตาได้ยากแล้วครับ

Kamen rider
07-10-2004, 10:54 AM
พระกำแพงซุ้มกอ ขนานนามว่ามหัธนากรแห่งพระเครื่อง ความหมาย คือ บ่อเกิดแห่งเงิน เป็นมงคลนามคู่กับ กา_จนากรแห่งพระเครื่อง ของพระผงสุพรรณ ที่มีความหมายว่า บ่อเกิดแห่งทอง ถูกโฉลกโภคทรัพย์กันจึงนิยมจัดเข้าคู่กันเพื่อเสริมส่งกันทางด้านอำนาจแห่งทรัพย์
แต่ก่อนหน้านี้ พระกำแพงทุ่งเศรษฐีที่จัดเข้าชุดเบ_จภาคีนั้น คือ พิมพ์ปางลีลาเม็ดขนุน แล้วจึงมาเปลี่ยนเป็นพิมพ์ซุ้มกอในภายหลังด้วยเหตุผลง่ายๆคือ พิมพ์ซุ้มกอนั้นเป็นพิมพ์พระนั่ง ทั้งมีศิลปที่ดูวิจิตรงดงามยิ่งนัก เมื่อจัดเข้าชุดเบ_จภาคีแล้วจึงแลดูกลมกลืน เข้าชุดได้อย่างสวยงามและเหมาะสม

สร้าง สมัยสุโขทัย ประมาณ พ.ศ.๑๙๐๐
ขนาด ประมาณ :ฐาน ๒ ซม.,สูง ๓ ซม.
พุทธลักษณะ พระปางสมาธิ-ขัดราบ ประกอบด้วยประภามณฑล ,พระอาสนะบัวหงายและกระหนก
พระพุทธคุณ โภคทรัพย์,มหานิยม
ส่องกล้อง
พระพักตร์ อูมดูท้วมๆ เปลือกพระเนตร ลักษณะคล้ายกับเมล็ดข้าว
พระเกศทับเส้นประภามณฑลก็มี,เพียงจรดก็มี
เส้นประภามณฑล ว่ากันแบบปากต่อปากว่าลักษณะคล้ายกับอักษร”ก”ทั้งนี้อาจเพียงเพราะว่าเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์และสามารถจดจำได้ง่าย
พระกรรณ(หู) ปลายแหลมแนบชิดกับพระพักตร์และเชื่อมต่อกับเส้นพระศก(ผม) รวมทั้งพระเกศ ทำให้แลดูเหมือนกับทรงหมวก

พระพาหา(แขน )ขวาขององค์พระข้อศอกมีลักษณะหักข้อ ส่วนพระพาหาซ้ายนั้นจะโค้งมนมากกว่า ,พระหัตถ์ขวาซึ่งประทับบนพระหัตถ์ซ้ายนั้นบางกว่ากันเล็กน้อย ส่วนซอกพระพาหาทั้ง ๒ข้างขุดลึกมากเพื่อส่งให้ลำพระองค์นูนเด่น
ลำพระองค์ ผึ่งผายตลอดร่างพระกฤษฎี(เอว)คอด สังฆาฏิเป็นเส้นนูนปลายข้างหนึ่งวิ่งเข้าซอกพระ กัจฉะ(รักแร้)ด้านขวาพระ
พระเพลา(หน้าตัก) กว้างถึงขอบ บริเวณเหนือปลายเท้ามีเม็ดตาตุ่มกลม(บางคนเรียกกำไลเท้า) ปลายพระบาทเรียวยาวบาง

ฐานเป็นแบบบัวหงายหรือบัวเล็บช้างโดยจะมีเม็ดตุ่มอยู่กลางบัวแต่ละกลีบ

ราคานิยม เท่าที่ทราบ จำนวนของพระซุ้มกอที่พบนั้นมีน้อยมาก ดังที่ปรากฏตามหนังสือพระเก่า หรือแม้แต่เล่มใหม่ๆก็ตามที จะเห็นแต่องค์เดิมๆซ้ำๆ
หากจะนำหลักเศรษฐศาสตร์ง่ายๆมาใช้ตามหลักdemand,supply ที่แตกต่างกันอย่างมหาศาล ก็ต้องหลักล้านขึ้น ตามฟอร์มครับ

Kamen rider
07-10-2004, 10:58 AM
เป็นพระเครื่องที่สำคั_ที่สุดในจังหวัดสุพรรณสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี รัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อให้เป็นอนุสรณ์การเฉลิมฉลองพระเกียรติ ในการที่พระสมเด็จนเรศวรได้รับชัยชนะในการสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา แห่งพม่า
....... พระผงสุพรรณนั้น เป็นพระเนื้อดิน แต่เหตุที่เรียกว่า "ผงสุพรรณ" นั้นมีที่มาครับคือ จากการที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยได้ทรงพระดำรัสเรียกพระเครื่องชนิดนี้ว่า "พระผงเกสรสุพรรณ" โดยอันผง คือผงเกสรดอกไม้ที่เป็นส่วนผสมในพระที่พระองค์(ร.๖)สามารถทอดพระเนตรเห็น ส่วนคำว่าสุพรรณ คือ จ.สุพรรณบุรี เพื่อให้เป็นพระเครื่ององค์สำคั_ประจำจ.สุพรรณบุรีและเรียกชื่อสามารถแล้วทราบได้ทันที จึงทรงโปรดประทานชื่อให้ดังนี้ ในปัจจุบันเราเรียกกันสั้นๆเพียง พระผงสุพรรณ จนเคยชินไปแล้วครับ

สร้าง พ.ศ.๒๑๓๕
ผู้สร้าง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ขนาด ฐานกว้าง ๒ซม.,ยาว ๓.๕ซม.โดยประมาณ
พุทธลักษณะ พระเครื่องพิมพ์ปางสะดุ้งมารรูปทรงสามเหลี่ยมตัดขอบด้าน ปลายสูง
พระพุทธคุณ โภคทรัพย์,เมตตามหานิยม,คงกระพัน ,เสน่ห์
ส่องกล้อง
พระพักตร์ ตอบเรียวยาวแลดูแล้วคล้ายกับฤาษีสูงอายุกำลังบำเพ็_ศีลพระขนง(คิ้ว)ซ้ายพระปลายเชิด สูง โหนกแก้มขวาพระให_่และมีลักษณะเหี่ยวย่น พระหนุ(คาง)สั้น
พระเกศ หนาปลายมลใต้ฐานมีพระเมาลีสั้นๆต้อ
พระกรรณ(หู) เบื้องขวาองค์พระกางผายส่วนด้านซ้ายแฟบ ปลายใบหูยาวเลยคาง
พระศอ(คอ)พระนั้นลางหายตามกาลเวลาซึ่งแต่เดิมนั้นก็กดพิมพ์ไว้ตื้นอยู่ หากสังเกตุระยะห่างระหว่างใบหน้าและบ่าพระจะเห็นได้ว่าพระศอนั้นชะลูดยาวมากทีเดียว

พระพาหาลีบยาว แขนพระซ้ายมีการหักที่ข้อศอกและทีข้อมืออีกครั้งหนึ่ง แลเห็นนิ้วโป้งได้เด่นชัดเพราะกางแยกออกมา ส่วนพระพาหาขวาพระอยู่ในลักษณะปางมารวิชัยและมีอาการหักข้อเช่นเดียวกับซ้าย
พระอุระ(อก)ผึ่งผายสง่างามแลเห็นเป็นก้อนนูนเด่นชัด ,พระกฤษฎี(เอว)คอดและพระอุทร(ท้อง)แฟบลักษณะผ่ายผอม แสดงให้เห็นลักษณะเด่นอันสำคั_ของพระฤาษีครับ
พระชงฆ์(เข่า)ด้านซ้ายองค์พระเป็นปมขนาดเขื่องให_่อย่างเห็นได้ชัด

เนื้อ ดินผสมว่านมีเกสรดอกไม้บางองค์จะมีเม็ดแร่ละเอียดปรากฏส่วนเรื่องคราบน้ำหมาหรือคราบรัก นั้นเกิดจากการใช้ของคนในสมัยก่อนครับ

ราคานิยม พุทธคุณเด่น พุทธศิลป์งดงามล้ำค่า เหมาะสมกับชายชาตรีเยี่ยงนักรบ โดยเฉพาะพิมพ์หน้าแก่นี่ ต้องเกินล้านครับ

คนเก่า
07-10-2004, 01:12 PM
พระผงสุพรรณหายากที่สุด

ในขณะที่พระที่สมเด็จโตสร้างไว้มีมากมาย หาได้ไม่ยาก หากถูกจำกัดและคอยคุมกำเนิดโดยวงการพุทธพาณิชย์ อีกมากมายหลายพิมพ์หลายเนื้อจึงไม่เป็นที่รู้จักยอมรับ

อย่างองค์ที่แสดงในรูป เชื่อว่าพลังอานุภาพสูงกว่าสมเด็จวัดระฆังเสียอีก ถ้าใครโชคดีพบเข้า จะสามารถขอซื้อได้ในราคาไม่เกิน 100 บาท

คนเก่า
07-10-2004, 01:16 PM
องค์นี้เปลี่ยนมือครั้งสุดท้าย 90 บาท

jay
08-10-2004, 03:55 AM
ถึง คุณ คนเก่า
ผมจะหามาบูชาได้ที่ไหนครับ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าสมเด็จโตสร้างไว้ครับ

คนเก่า
08-10-2004, 09:20 AM
ต่อไปนี้ให้รักษาศีลนะครับ อธิษฐานสมาทานเพื่อถวายบูชาสมเด็จโตท่าน ถ้ายังไม่แน่ใจตัวเองว่าจะทำได้ตลอดหรือไม่ ก็เลือกรักษาเป็นเวลาของทุกวัน เช่นตั้งแต่ 06:00 - 12:00น

ทุกวัน ให้สวดมนต์อย่างน้อย นโมฯ 3 จบ อิติปิโสทั้ง 3 ห้อง อธิษฐานขอสมเด็จท่านเมตตาสงเคราะห์ ให้ได้พระเครื่องที่ท่านสร้างไว้มาบูชาติดตัว แล้วสวดชินบั_รถวายท่านอย่างน้อย 3 จบ

เมื่อได้มาก็จะมีเหตุให้รู้ว่าเป็นของท่าน ต่อให้หยิบจากแผงพระด้วย ถ้าอยากสัมผัสรู้ด้วยตนเอง ก็เพิ่มไปในคำอธิษฐานเป็น ขอหลวงปู่สมเด็จโตเมตตาประทานพระเครื่องที่หลวงปู่สร้างไว้เองให้ลูก พร้อมกรุณาสงเคราะห์ให้ลูกได้สัมผัสรู้ได้ด้วยตนเองให้เกิดความมั่นใจหมดความกังขา แล้วสวดชินบั_ชรไปอีกอย่างน้อย 9 จบ

แต่ถ้าประสงค์ให้สำเร็จความปรารถนาเร็วขึ้น ก็จงรักษาศีลให้ได้ตลอดเวลาและเพิ่มจำนวนจบในการสวดชินบั_ชร

หากสวดจำนวนมากกว่า 9 จบ เมื่อสวดได้ 9 จบแล้วก็อาจกราบพระเสียก่อน เปลี่ยนอริยาบท แล้วค่อยสวดต่อ นอนสวดในใจทุกคืนจนหลับไปเลยยิ่งดี ตื่นมาก็สวดสัก 1 จบก่อนลุก ทุกเวลาตลอดวัน เมื่อไรที่สะดวกก็สวดในใจทันที ไม่ว่าจะเข้าห้องน้ำ เข้าส้วม ขึ้นรถลงเรือ สวดไปเรื่อยๆยิ่งดี

jay
08-10-2004, 10:28 AM
ขอบคุณครับ ที่แนะนำ

กรุงเก่า
19-10-2004, 02:24 PM
ผมเองอยากได้พระของสมเด็จโตมาก่อนแต่รู้ว่าสู้ราคาไม่ไหว ท่องชินบั_ชรอยู่เป็นประจำ พ่อตาให้สมเด็จถ้ำชามายังไม่รู้ตัวเลยว่าเป็นของสมเด็จท่านจนมารู้เอาภายหลัง พ่อตานั่งรถไฟไปเช่ามาตอนกรุแตกที่แถวบางปะอินหลายๆสิบปีมาแล้ว ภายหลังให้ผู้ทรงฌานสัมผัสกี่คนกี่คนก็บอกของสมเด็จท่าน ตอนหลังก็มาปฏิบัติธรรม ทีนี้มีโอกาสเป็นเจ้าของมากทั้งพระทั้งตะกรุดทั้งลูกอมทั้งลูกประคำ สมเด็จ ๑๖ชั้นก็มี ยี่สิบกว่าชั้นก็มี วรรณะคล้ายๆของคุณคนเก่านั่นแหละ ท่านปลุกไว้เมตตาก็มี แคล้วคลาดก็มีแต่ส่วนให_่จะครบทุกทาง พระของท่านมีมากแบบมากพิมพ์และหลายวัดด้วยทั้งใน กทม อยุธยา อ่างทองและอื่นๆที่ยังไม่รู้ ส่วนที่ข้างบนบอกพระผงสุพรรณสร้างในสมัยอยุธยาเพื่อฉลองชัยชนะนั้นผมค่อนข้างจะไม่เห็นด้วยน่าจะมีอายุมากกว่านั้น ถ้าเอาช่วงฉลองชัยนั้นน่าจะเป็นพระขุนแผนเคลือบกรุวัดให_่ชัยมงคลครับ บางครั้งเซียนพระเขาก็เดาเอาครับ อย่างเช่นพระหลวงพ่อโตกรุวัดบางกระทิงเซียนบอกสร้างสมัยอยุธยาแต่ผู้รู้สัมผัสกี่ทีกี่ทีก็ของสมเด็จโตครับ แต่เบ_จภาคีนี่พระแท้ทุกพิมพ์มีพุทธคุณครบทุกทางครับ สมัยก่อนพระสงฆ์ที่มีบารมีมากมีเยอะท่านปลุกเสกทีไรก็ครบทุกทางทุกทีเป็นเหตุให้เราแขวนเดี่ยวได้ ปัจจุบันมีน้อยองค์ลงที่จะทำแบบนี้ได้พอปลุกเองก็เลยมีแต่เมตตาอย่างเดียวซะเยอะ แต่มีเมตตาก็ยังดีกว่าพวกสร้างพระหาเงินเข้ากระเป๋าเพราะพระของเขาไม่มีพุทธคุณเลย อย่างพระรุ่นนามสกุลที่ทำหาเงินกันนี้ก็ไม่มีพุทธคุณ ส่วนพระหลวงปู่ทวดนี่ถึงจะใหม่และไม่แพงถ้าคนทำพิธีเชิ_ท่านได้ท่านมาให้ซะอย่างมีครบทุกทางเหมือนปี๒๔๙๗ทุกองค์ อยากได้ของท่านปฏิบัติดีแล้วท่านก็จะมีเหตุให้เราได้เองแหละครับ

ปาริสัชชา
02-11-2004, 04:12 AM
สาธุครับ...คุณกรุงเก่า เป็นวาสนาแท้ๆนะครับ

ปาริสัชชา
02-11-2004, 04:34 AM
พระสมเด็จฯที่ผมมีครับ...

mon_na
20-01-2005, 04:11 PM
อื่มม ดูพระไม่เป็น เห็นมี ที่บ้านเป็นตลับๆ พระนางพญา เบญจภาคี เป็นองค์เล็กๆ ที่บ้านอยู่พิษณุโลก มีพระนางพญาเยอะ ของเก่า แต่ไม่รู้ว่ายังไง อยากทราบวิธีดู ช่วยหน่อยนะคะ

nnn
18-02-2005, 08:10 AM
สมัยก่อนมีการเอาขี้ใส่กล่องแล้วห่อกระดาษให้คนจับพลังครับ เขาว่าจับแล้วขึ้นพลังแรง พอแกะห่อออกมา เป้นขี้ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รุ่นพี่ๆในวงการเล่าให้ฟังครับ โดยส่วนตัวผมไม่เชื่อครับ พวกจับพลัง ส่วนมากเป็นพวกหลงตัวเองครับ แล้วร้อยละ99.99ดูพระไม่เป็นสักคนครับ เล่นจนเพี้ยนของเก๊เต็มบ้าน ตามงานประกวดก็มีพวกจับพลัง ขอบอกแค่ว่า คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาดครับ เขาหลอกกินกันมานักต่อนักแล้วครับ พระแท้ๆที่มีพุทธคุณดีๆมีมากมายครับ จะไปเสียเวลากับพระอะไรไม่รู้แล้วเอามาจับพลังกัน มั่นใจว่าหลวงพ่อที่ตัวเองนับถือไม่ต้องจับหรอกครับพลัง แขวนเลย อีกอย่างวงการพระเครื่องเขาเน้นแบบวิทยาศาสตร์ครับ โดยเฉพาะอายุของพระเครื่องนั้น ใช้เครื่องตรวจหาความเก่าขององค์ประกอบทางคาร์บอนได้ตามสภาพเนื้อ ดูอย่างซากไดโนเสาร์ซิ เขายังรู้เลยว่าอายุเท่าไหร่เก่ากว่าพระเครื่องซะอีก ซึ่งการเล่นหาแบบนี้จะถูกต้องกว่ามาจับพลังมาก ที่ผมลองมากี่คนต่อกี่คน จับพลังไม่เคยเหมือนกันสักกะคน ทั้งที่พระองค์เดียวกันแท้ๆๆๆ คุณจับเองรู้เองแสดงให้คนอื่นรู้ด้วยได้ไหมหละ ส่วนวงการพระเขาชี้ให้ดูตำหนิหรือที่มาได้แจ่มแจ้ง อย่างนี้ซิถึงเรียกว่ามีมาตรฐานกล้าที่จะบูชามาไว้กับตัว ไม่มั่วจับยามเอา..............ไม่งั้นเขาจะกล้าจ่ายกันมากมายเหรอครับ เงินของคุณแท้ พระที่ได้มาก็ต้องแท้ด้วย..........

ขอบคุณ พี่สมเอก แห่งสาธุครับ

กรุงเก่า
18-02-2005, 09:09 AM
ก็เคยพบเรื่องบางท่านก็สัมผัสได้ไม่ตรงตลอดเวลาครับตามที่คุณ nnn ว่ามา อีกอย่างตามกลักสากลที่เล่นหากันนั้นก็ดีไม่ไช่ไม่ดีแต่ต้องใช้เงินมากเพราะเล่นเฉพาะพิมพ์เฉพาะเนื้อมีปริมาณไม่มากก็ต้องแพงหน่อย ทั้งๆที่มีพิมพ์อื่นให้บูชาได้ถูกๆ แต่ว่าถ้าได้แบบถูกต้องทั้งสองทางจะดีมากเช่น เนื้อและพิมพ์ทรงถูกต้องและสัมผัสพุทธคุณแล้วก็เป็นของพระองค์ที่ว่า ไม่ว่าให้ใครดูก็สะบายใจ จริงๆแล้วถ้าชอบก็คล้องคอได้หมดถ้าทำแล้วเราสบายใจมีกำลังใจขึ้นมาได้ขึ้นอยู่กับว่าเราชอบแบบไหนครับ

VrTech
12-08-2005, 02:00 PM
...

numq
26-12-2006, 02:45 PM
...