View Full Version : วิธีการเก็บศิษย์ของ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เท่าที่ทราบมีอยู่ ๗ วิธีคือ
Kamen rider
18-02-2005, 08:40 PM
http://www.konmeungbua.com/webboard/images_upload/20052182042381.jpg
๑. การออกหมายเกณฑ์ คือการตั้งสัตยาธิษฐานว่า ถ้าผู้ไดเป็นเชื้อสายของท่าน เมื่อได้อ่านหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งของท่าน หรือได้ฟังเทป หรือฟังวิทยุที่ท่านเทศน์ หรือได้อ่านได้ยินได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับตัวท่าน แล้วขอให้เกิดศรัทธาปสาทะจนต้องมาหาท่าน
๒. ฝากพระ พรหม หรือเทพยดา ให้ไปเข้าฝันตามตัวให้หรือให้ไปบอกในสมาธิ
๓. ท่านไปเข้าฝันเอง ทำให้ต้องตามมาหาท่าน (มีเรื่องเล่ากันหลายเรื่องแล้ว) หรือไปสงเคราะห์ด้วยอภิญญา
๔. ตามเพื่อน ญาติ พี่ น้อง หรือคนรักมาวัดหรือซอยสายลม หรือที่อื่นๆ เพื่อมากราบท่าน แล้วก็มาติดใจหลวงพ่อ
๕. แสวงหาพระดีไปทั่วประเทศ พอมาเจอหลวงพ่อวัดท่าซุงก็เลิกแสวงหา
๖. พอเห็นท่านครั้งแรกโดยบังเอิญก็ติดใจ ทำบุญด้วยทันทีโดยไม่รู้เลยว่าท่านเป็นใคร
คราวหนึ่ง ท่านขึ้นไปดอยตุงแล้วลงมาฉันก๋วยเตี๋ยวเพลอยู่ที่ร้านข้างถนนที่อำเภอแม่สาย มีผู้หญิงราวอายุ ๓๐ เศษ คนหนึ่งเดินผ่านมาพบเข้า ก็ไปซื้อลูกประคำมาถวายท่าน ท่านก็เอาประคำคล้องคอท่านทันที (ตามปกติท่านจะไม่คล้องลูกประคำ นอกจากเพื่อเจริญศรัทธาหมู่คณะเฉพาะงาน) พวกเราก็ล้อท่าน ท่านหัวเราะแล้วบอกว่า "ท่านแม่มาบอกว่า น้องรักเขาถวาย คล้องให้กำลังใจเขาหน่อย"
๗. ท่านตามไปเก็บเอง
เมื่อเป็นลูกศิษย์ท่านแล้ว ทุกคนจะทราบซึ้งในมหากรุธาอันมหาศาลของท่านเอง โดยมิต้องบรรยายในที่นี้ เพราะท่านทำทุกอย่างเพื่อสงเคราะห์ลูกหลานของท่านในทุกโอกาส"
ต้นตะขบ
18-02-2005, 09:06 PM
สาธุ... ขอกราบต่อความเมตตาของหลวงพ่อค่ะ
โมฆบุรุษ
19-02-2005, 08:22 AM
ขอเสริมข้อหนึ่งนะครับ
ว่าหากจำไม่ผิด หนังสือที่เป็นหนังสือเก็บลูกหลานบริวารของท่านโดยเฉพาะ คือหนังสือประวัติหลวงปู่ปานครับ
หากอยากที่จะชักชวนใครให้เข้ามาปฏิบัติในสายหลวงพ่อก็ควรจะให้เขาอ่านประวัติหลวงปู่ปานก่อนนะครับ
ผมเองก็ใช้วิธีนี้ เพื่อนผมธีระก็บูชาไปเป็นสิบเล่มเลยครับ เอาไว้แจกคนอื่นเผื่อจะได้ช่วยหลวงพ่อเก็บลูกหลานลูกศิษย์และบริวารท่านได้บ้างครับ
DevilBitch
19-02-2005, 03:59 PM
ยายไม่ทราบว่าใช่หรือไม่...เหตุมันเกิดเมื่อสิบกว่าปีแล้วค่ะ ตามข้อ 1,2,3 and 6
Ka...ก้มกราบน้อมนำด้วยความเคารพเจ้าค่ะ นมัสการด้วยจิตเสมอมาเจ้าค่ะหลวงพ่อเจ้าขา...Sathu...
MissyKelly
19-02-2005, 04:11 PM
โมทนาค่ะ
ณฐมณฑ์
21-02-2005, 01:31 PM
ดิฉันเองก็ได้รับการสงเคราะห์จากหลวงพ่อเหมือนกัน
ทำให้ทราบว่าหากตนปฏิบัติตามที่ท่านสอน จะฝึกได้คล่อง และตรงอัชฌาสัยตนเองมากกว่าทางอื่น
ดิฉันก็มีเรื่องเล่าเหมือนกัน แต่กลัวเล่าแล้วไม่มีคนอ่านอ่ะค่ะ
(bb-flower
ใช่ตะ เล่ามาเถอะคะพี่นางฟ้า รับรอง มิตรรักแฟนเพลงตรึม
แต่ก็รอฟังของท่านอื่นด้วยคะ :D
bubu'
21-02-2005, 10:10 PM
กราบนมัสการ หลวงพ่อ ครับ
ขอบคุณ ผู้มีจิตใจอันสูงส่ง ที่แนะแนว และนำทางสู่นิพพาน
จะขอพยายาม ด้วยสติปัญญาอันน้อยนิด
ขุนศรี1972
21-02-2005, 11:57 PM
อนุโมทนาค่ะ
ณฐมณฑ์
23-02-2005, 11:16 PM
คุณนางฟ้าถ่อมตนเกินไปครับ กรุณาเล่าเถอะครับ เป็นธรรมทาน รับรองคนฟังกันอุ่นหนาฝาคั่งแน่ คุณนางฟ้าจะไม่ได้หลับไม่ได้นอนอีกนะสิครับ (good)
โดนเรียกนางฟ้านอกกระทู้คุณยายที่รักแบบนี้...ดิฉันไม่มั่นใจสรรพคุณตัวเองเลยค่ะคุณอำนาจ
ดิฉันใกล้จะเขียนกระทู้กสิณแสงสว่างจบทั้งหมดแล้วค่ะ
หลังจากนั้น คงได้มาเล่าให้คุณอำนาจ น้องเพ็ญ และท่านที่สนใจได้ฟัง(อ่าน)นะคะว่า...
หลวงพ่อท่านสงเคราะห์เก็บลูกศิษย์อย่างดิฉันอย่างไรบ้าง
ถ้าไม่มีใครอ่านนะคะ ดิฉันจะค้อนคุณอำนาจเป็นคนแรกหละ! (b-oneeye)
tamsak
04-03-2005, 01:38 PM
ของผมเป็นลูกศิษย์แบบที่ 1 ประกอบกับแบบที่ 5 ครับ เย้..เย้...ดีใจที่ได้เป็นลูกศิษย์ติดสอยห้อยตามหลวงพ่อมาหลายชาติครับ
jeds22
04-03-2005, 02:25 PM
เป็นข้อ 1+5 ครับ
WebSnow
17-03-2005, 01:57 AM
ผมก็เป็นคนหนึ่ง ไม่เคยรูจักท่านตัวจริงๆ
ครั้งแรกหลวงพ่อมากับพระพุทธเจ้าเลยและท่านก็มาในฝันบางครั้ง
..ภูมิใจ..
ศิษย์น้อย
17-03-2005, 12:19 PM
เพิ่งสมัคร สมาชิกวันนี้วันแรกครับ...
...ตอนผมอยู่ ม.ต้น ได้พบหนังสือเกี่ยวกับท่านอาจารย์ในห้องสมุดโดยบังเอิญ รู้สึกว่าพิมพ์แจกงานอะไรสักอย่าง...
แค่หยิบผมก็รู้สึกเหมือน ขนลุกบอกไม่ถูก ยืมไปอ่านแล้ว ตอนแรกๆ น้ำตาไหลเลย อยากไปกราบพระที่วัดท่าซุง แต่ตอนนั้นผมเด็กมากๆ และอยู่บ้านนอกที่สุรินทร์ ไม่กล้ารบกวนพ่อแม่ให้ท่านพาไป เพราะพ่อแม่ท่านก็เป็นชาวนาบ้านนอกๆ คนหนึ่ง ไม่ค่อยเดินทางไปต่างจังหวัดหรอก ครับ
ผมรู้สึกอยากไปกราบท่าน ตลอดเนืองๆ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีโอกาส สิ่งที่ได้รับจากท่านเจ้าอาวาสวัดท่าซุง ท่านเมตตาส่งหนังสือมาให้อ่าน
ตอนนี้ที่ห้องผมตั้งรูปบูชาหลวพ่อปาน รูป เสด็จพ่อร.๕ แต่รูป พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ นั้น ผมหาซื้อไม่ได้เลยครับ เลยเอาหนังสือของท่านใส่พานบูชาแทน
เพิ่งค้นพบเวปนี้โดยบังเอิญเร็วๆ นี้ รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก... คงได้เดินทางกราบพระอาจารย์ และศิษย์ท่านในเร็ววันนี้ครับ...
punmore
17-03-2005, 03:56 PM
ของผมเจ้านายที่ Office เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อ ท่านตามเจ้านายผม โดยการเข้าฝันพาไปดูร่างหลวงพ่อที่วัด และเค้าก็เอาประวัติหลวงพ่อปาน มาให้อ่าน อ่านแล้วก็เกิด ซึ่งในคำสอนของหลวงพ่อ ท่านสอนได้อย่างไม่มีทีติ และเข้าใจง่าย ตรงตามที่พระพุทธเจ้าสอนทุกอย่างครับ
ดีใจครับ ได้มาศึกษาธรรมะ ที่หลวงพ่อสอนครับ
aimmy
18-03-2005, 09:25 AM
ของเอมแบบแรกค่ะ
ได้พบหนังสือของท่านในห้องของท่าน President ค่ะ คนที่ไปทำความสะอาดเขาบอกว่าให้เอาทิ้งซะ เอมเห็นแล้วเห็นเป็นหนังสือพระ แต่กลัวว่าจะมีเจ้าของหรือเปล่า แต่ทุกคนยืนยันให้ทิ้ง เอมเลยไปขออนุญาติท่าน president ว่าเอมขอนะ เขายกให้เพราะเขาอ่านไม่ภาษาไทยไม่ออก จากนั้นก็เริ่มอ่านและทำตามและในที่สุดก็ได้มาซอยสายลม เพราะได้รู้จักกับรุ่นพี่ท่านหนึ่งที่เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อ แนะนำว่าอยู่ที่ไหนและเริ่มไปทำบุญที่สายลม และวัดท่าซุงค่ะ
เคารพ และศรัทธาท่านมาก เพราะแค่อ่านหนังสือและทำตามก็สามารถทำได้เลย ทั้งที่ตอนนั้นไม่รู้ด้วยว่า แบบนี้เรียกว่า มโนยิทธิ..
madoo
19-03-2005, 12:51 AM
สำหรับผมคงเริ่มจากแบบที่ 5 ก่อน แล้วเป็นแบบที่ 1 แล้วจึงเป็นแบบที่ 5+1คือช่วงแสวงหาครูบาอาจารย์ ไม่ได้พบหลวงพ่อ แต่ได้ฟังคำสอนจากเทป ที่เพื่อนมอบให้เป็นของขวัญ เป็นของขวัญที่ถูกกับจริตจริงๆ..จากนั้นจึงปาวารณาขอเป็นศิษย์และศึกษา-ปฏิบัติตามแนวคำสอนของหลวงพ่อมาตลอด
ปุจฉา
19-03-2005, 05:48 AM
ของกระผมก็มีหลายๆข้อด้วย....เรียกว่าท่านเหนื่อยในการลากผมเลย...ครับ
- เพื่อนชวนไปทำบุญที่ซอยสายลมหลายครั้งนะ(ถ้าจำไม่ผิด)ก็ไม่ได้ไป
- เพื่อนมันชวนบ่อยมั้ง ก็เลยไปแต่ไม่ได้ทำบุญเลย เห็นเป็นบ้านคนตอนนั้นไม่เข้าใจ ไม่ศรัทธาเลยครับ
- นานเป็นปีนะครับ เพื่อนเอาหนังสือมาให้อ่าน......เรียบร้อยครับ....ชอบใจอยากรู้
- ก็เริ่มอยากทำบุญ และไปกับเพื่อน .....ก็เริ่มถึงทำตามคำแนะนำในหนังสือ นั่งสมาธิ.....และท่องคาถาวิระทะโย.....
- เดือนที่ 2 เริ่มมีกำลังใจรักษาศีล 5 แบบเริ่มๆ ต้น
- เดือนที่ 3 ปลายเดือน คือ มกราคม ก็เลิกบุหรี่ได้สำเร็จ ทั้งที่พยายามก่อนหน้านี้นับครั้งไม่ถ้วนกับการติดมากว่า 15 ปี
- เดือนนี้ มีนาคม ฝันเห็นหลวงพ่อมาหาครับผม...และเพื่อนชวนไปฝึกมโนมยิทธิก็ได้ฝึกเป็นครั้งแรกครับ....
ณฐมณฑ์
23-07-2005, 03:24 PM
เมื่อตอนที่ดิฉันเป็นเด็กหญิง คุณแม่เคยพาดิฉันไปวัดท่าซุงเพื่อทำสังฆทานกับหลวงพ่อฤาษีฯ
คุณแม่เรียกหลวงพ่อว่าหลวงพ่อวีระค่ะ
ท่านเป็นศิษย์หลวงพ่อยุคแรกๆ เพราะคุณแม่มีบ้านที่อุทัยธานี
และคุณแม่เคยบอกดิฉันตอนเด็กๆ ว่าหลวงพ่อรูปนี้มีตาทิพย์
(ตอนเด็กๆ ดิฉันยังไม่รู้จักคำว่าอภิญญาค่ะ)
ดิฉันก็อยากมีโอกาสไปกราบหลวงพ่อท่าน
วันนั้นที่ได้ไปกราบและทำสังฆทานกับหลวงพ่อ หลวงพ่อท่านกำลังนั่งอยู่รูปเดียว คุณแม่ ดิฉัน และน้องสาวก็ก้มกราบและทำสังฆทาน
ตอนนั้น หลวงพ่อท่านเห็นดิฉันแขวนพระเป็นเหรียญหลวงพ่อปานค่ะ
ท่านก็ทักทำนองว่า"แขวนเหรียญหลวงพ่อปานซะด้วย เออ...ดีๆ "
ดิฉันก็งงๆ ว่าทำไมท่านมองแป๊บเดียวทราบว่าดิฉันแขวนเหรียญหลวงพ่อปาน
(ตอนนั้นไม่ทราบค่ะว่าหลวงพ่อเป็นศิษย์หลวงพ่อปาน)
คุณแม่จึงสนทนากับท่านว่า"ลูกคนนี้เรียนหนังสือที่อยุธยาค่ะ"
ท่านถามว่า"เรียนเก่งใช่ไหม"
คุณแม่ตอบว่า"เรียนเก่งค่ะ"
(ที่จริงไม่ได้เรียนเก่งนักหรอกค่ะ แต่คุณแม่ในตอนนั้นรู้สึกอย่างนั้น)
ท่านบอกคุณแม่ว่าเด็กคนนี้โตขึ้นแล้วจะดี
(ต่อมาดิฉันเข้าใจว่า"ดี"ในที่นี้น่าจะหมายถึงการสนใจปฏิบัติธรรมค่ะ)
แล้วก็มีบทสนทนาบางอย่างระหว่างหลวงพ่อกับคุณแม่ต่อไปอีกนิดหน่อย หลวงพ่อเมตตาดิฉันจึงบอกคุณแม่ให้ยกดิฉันให้เป็นลูกท่าน
ตอนนั้นดิฉันไม่เข้าใจถึงการยกเด็กให้เป็นลูกพระ นึกว่าจะต้องเก็บข้าวของมาอยู่วัดถาวร จึงลุ้นในใจว่า อย่ายกๆๆๆ
หลวงพ่อมองหน้าดิฉันก็หัวเราะเอ็นดูทำนองว่าเด็กคนนี้มันงงกลัวจะต้องมาอยู่วัด
แล้วคุณแม่ก็ยกดิฉันให้เป็นลูกหลวงพ่อวีระในตอนนั้นค่ะ
(เด็กหญิงคนนี้ในตอนนั้นก็เริ่มนึกภาพว่าจะทำยังไงถ้าจะต้องมาอยู่วัดตั้งแต่วันรุ่งขึ้น คิดประสาเด็กโง่ค่ะ)
จากนั้นหลวงพ่อท่านก็แจกวัตถุมงคลที่ท่านปลุกเสก
และให้ดิฉันดื่มน้ำมนต์ 3 อึก พร้อมกับท่องคำว่า "นิพพาน" โดยไม่ให้คิดอื่นใด
เมื่อดิฉันดื่มน้ำมนต์เสร็จท่านมองหน้าดิฉันแล้วก็บอกคุณแม่ว่า...
"เด็กคนนี้อีกหน่อยจะชอบทำสมาธิ จะชอบเอง เสียดายที่ไม่ใช่เด็กผู้ชาย ไม่งั้นผมจะจับมาฝึกสมาธิที่วัดซะเลย"
(ดิฉันได้ยินอย่างนั้นก็แอบยิ้มว่าโชคดีจังที่เป็นผู้หญิง แอบโง่อีกรอบแระ!)
นี่เป็นเหตุการณ์ที่ดิฉันจำได้ว่าหลวงพ่อท่านโปรดดิฉันในวัยเด็กของชาตินี้เช่นนั้นค่ะ
อันที่จริงช่วงวัยรุ่นดิฉันจำได้ไม่ละเอียดเท่านี้นะคะ
แต่ต่อมาดิฉันฝันเห็นอดีตในวัยเด็กแล้วจำได้ว่าเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นจริงๆ ในชีวิต
เมื่อนำรูปถ่ายพระ(ที่ดิฉันฝันเห็นถึงวันเหตุการณ์จริงในวัยเด็ก)ไปให้คุณแม่ดูว่าใช่หวงพ่อวีระไหม
คุณแม่บอกว่าใช่ และท่านจำได้ว่าเคยพาดิฉันไปทำบุญวัดท่าซุงค่ะ
ดิฉันจึงคิดว่าโชคดีจังที่มีโอกาสได้รำลึกรายละเอียดของเหตุการณ์ผ่านความฝันด้วย
ส่วนเรื่องที่คุณแม่ยกให้เป็นลูกท่านนั้นดิฉันจำได้ดี แม้ว่าจะไม่ได้ฝันเห็นเหตุการณ์ในอดีตก็ตามค่ะ
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ดิฉันเชื่อว่าดิฉันจะฝึกกรรมฐานจากคำสอนของหลวงพ่อได้อย่างรวดเร็วเหมือนลูกที่เรียนกับพ่อ
เหมือนศิษย์ที่ตามเรียนกับครูท่านนี้มาหลายชาติ
และเมื่อดิฉันอ่านตำราของท่านแล้วนำมาฝึกฝน ดิฉันก็เห็นผลอย่างรวดเร็วในด้านกสิณ มโนมยิทธิ และอื่นๆ ค่ะ
ณ โอกาสนี้จึงขอกราบแทบเท้าหลวงพ่ออีกครั้ง และจะปฏิบัติบูชาอย่างสม่ำเสมอเพื่อบูชาพระคุณหลวงพ่อไปตลอดชีวิตค่ะ
โมฆบุรุษ
23-07-2005, 10:23 PM
โมทนาครับพี่
ว่างๆก็แวะเข้าไปเยี่ยมกันที่ที่เคยเรียนเชิญไปด้วยนะครับ
ณฐมณฑ์
24-07-2005, 12:00 AM
ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์ชวนกัน
ช่วงนี้พี่ใกล้จะเขียนกระทู้ข้ามปีของพี่เสร็จแล้ว เหลือกระทู้สั้นๆ อีก 2 กระทู้ที่จะตั้ง กับจะตอบเรื่องกองกรรมฐานที่เหมาะสมที่รับปากไว้ข้ามปีให้เสร็จเร็วๆ นี้เช่นกันค่ะ โดยจะพยายามทำให้เสร็จก่อนที่เครื่องคอมพิวเตอร์พี่จะดื้องานอีกรอบ (ตอนนี้ก็เริ่มรวนๆ อีกแล้ว)
จากนั้นคงจะหมดหน้าที่ที่พี่มีที่นี่แล้วค่ะ
จากนั้นคงมีเวลาไปเยี่ยมคุณโมฆบุรุษที่นั่นได้มากกว่าทุกวันนี้ค่ะ
โมฆบุรุษ
25-07-2005, 12:39 AM
ไม่เป็นไรครับพี่
เอาสะดวกว่าครับ
ทำหน้าที่ให้เสร็จสิ้นก่อนดีกว่าครับ
อนุโมทนาครับ :)
tamsak
26-07-2005, 10:58 AM
คุณณฐมณฑ์โชคดีจังครับ ที่หลวงพ่อเมตตารับเป็นลูกด้วย แสดงว่่าอาจเคยเป็นลูกหลานของท่านมาหลายชาติแล้วก็เป็นได้นะครับ
ผมเคยเล่าเรื่องประสบการณ์เกี่ยวกับหลวงพ่อไว้ครั้งหนึ่งแล้ว แต่จำไม่ได้ว่าอยู่ในกระทู้อะไร เมื่อระลึกถึงเรื่องนี้คราใด
ก็รู้สึกปลาบปลื้มใจไม่หายเลยครับ ผมขออนุญาตเล่าสู่กันฟังถึืงความเมตตาของหลวงพ่ออีกสักครั้งละกัน...
ในสมัยที่หลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่ ผมเคยไปฝึกมโนมยิทธิกับหลวงพ่อที่บ้านซอยสายลมอยู่ 2-3 ครั้ง แต่เพราะความไม่เอา
ถ่านของผม พอกลับบ้านแล้วก็ไม่ได้ปฏิบัติต่อ พอนานเข้าก็ละเลยไป ยิ่งช่วงต่อๆ มาผมมีภาระเรื่องงานที่ต้องทำงาน
7 วัน ต่อสัปดาห์ (เพราะทำงาน 2 แห่ง พร้อมกัน) ก็เลยไม่ได้สนใจธรรมะและไม่ได้ปฏิบัติเลย แต่ในใจก็ยังมีความ
เคารพรักหลวงพ่ออยู่เสมอ จวบจนกระทั่งหลวงพ่อมรณะภาพในปี 2535 ไปแล้ว และอีกหลายปีต่อจากนั้้นผมจึงได้มี
โอกาสไปฝึกมโนมยิทธิอีกครั้งที่วัดท่าซุง โดยฝึกกับพระลูกศิษย์องค์หนึ่งของหลวงพ่อ และก็เช่นเคย..ยังไม่ได้อะไรเท่าที่ควร
ต่อมาคืนวันหนึ่ง เวลาประมาณตีสองกว่าๆ หลังจากกลับจากนั่งฟังเพลงที่ Lobby ของโรงแรมเซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว (ชื่อขณะนั้น) ผมได้เรียกรถแท็กซึ่คันหนึ่งให้ไปส่งที่บ้าน ระหว่างรถติดไฟแดงแถวสี่แยกรัชโยธิน คนขับแท็กซี่ก็ชวนผมคุย ปนบ่นๆ กับผมว่า "ดึกดื่นป่านนี้แล้วรถรายังติดเหมือนกลางวันเลย เนี่ย..ถ้าผมตายไปแล้ว ผมจะไปอยู่บนพรหมชั้น 16 เวลาคิดถึีงลูกเมีย ผมก็แค่นึกถึงแป๊บเดียวก็ไปหาลูกหาเมียได้แล้ว...." พอคนขับรถแท็กซี่พูดอย่างนี้ ผมก็รู้สึกเอะใจและคิดว่า
คนที่พูดได้ว่าเมื่อตนเองตายไปแล้วจะไปอยู่ที่ไหนได้ ต้องเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อแน่เลย ผมจึงไขข้อข้องใจของตนเองโดย
ถามคนขับแท็กซี่ไปว่า เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อใช่มั้ย แกก็ถามผมกลับมาว่า ทำไมคุณรู้ละ ผมก็บอกแกไปว่า ผู้ที่เป็นลูกศิษย์
ของหลวงพ่อและฝึกมโนมยิทธิได้แล้ว มักจะรู้ว่าสถานที่ที่ตนจะต้องไปหลังจากหมดอายุขัยแล้วเป็นที่ใด
คนขับแท็กซี่ได้เ่ล่าถึงการไปเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อของแกให้ผมทราบว่า เดิมทีแกไม่เคยรู้จักหลวงพ่อมาก่อนไม่ว่าขณะที่หลวงพ่อ
ยังมีชีวิตอยู่หรือมรณะภาพไปแล้ว เหตุที่ทำให้แกได้รู้จักกับหลวงพ่อก็ืคือ ในตอนเย็นหลังเลิกงานวันหนึ่ง ขณะแกเดินเข้าบ้าน
ที่บ้านของแกจะเปิดเป็นร้านรับตัดเย็บเสื้อผ้าเล็กๆ โดยภรรยาของแก แกเห็นลูกค้าผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในบ้าน พอแกเดินเข้าไป
ลูกค้าคนนั้นก็ลุกขึ้นยืนแล้วพูดกับแกด้วยสำเนียงของผู้ชาย (ประมาณว่าหลวงพ่อเข้าทรงร่างของลูกค้าคนนี้) โดยบอกกับแกทำนองว่า เป็นหลวงพ่อและมาตามแกซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์กันมาให้ไปฝึกมโนมยิทธิที่วัดท่าซุง คนขับแท็กซี่ก็บอกไปว่า แกไม่รู้จักวัดท่าซุง ว่าอยู่ที่ไหน หลวงพ่อก็ให้ถามเอาจากลูกค้าคนนี้ พูดเสร็จหลวงพ่อก็ออกจากร่างของลูกค้าคนนั้นไป หลังจากถามไถ่ที่มาที่ไป
ของหลวงพ่อและทางไปวัดท่าซุงแล้ว เมื่อมีโอกาสคนขับแท็กซี่ก็พาภรรยาและลูกไปฝึกมโนมยิทธิที่วัดท่าซุง และปฏิบัติเรื่อยมา
จนเดี๋ยวนี้...
เรื่องนี้เป็นตัวอย่างของความเมตตาที่หลวงพ่อมีต่อลูกศิษย์ของท่าน แม้จะไม่ได้พบท่านตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ แต่ท่านก็เมตตา
สงเคราะห์ให้โดยไปตามให้มาฝึกมโนมยิทธิจนได้..... ไว้ตอนหน้าผมจะมาเล่าเรื่องความเมตตาที่หลวงพ่อมีต่อผมให้ฟังนะครับ
ตอนนี้เที่ยงแล้ว หิวข้าวแล้วด้วย ขอไปทานข้าวก่อนแล้วกันครับ....
MissyKelly
26-07-2005, 01:31 PM
ชมพูมีคนรอบข้าง พี่สาวหรือพี่กี๋ กับพี่ก้อง ที่เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อมาแนะนำค่ะ หลวงพ่อจะมาหาพี่กี๋บ่อยๆ แล้วก็จะบอกให้ช่วยเมตตาชมพู
แล้วพออ่านประวัติหลวงปู่ปาน (พี่ก้องนำมาให้) ก็ชอบมากค่ะ อ่านคำที่หลวงพ่อเขียนถึงลูกหลานที่ไร ร้องไห้ทุกที แล้วก็ชอบฟังหลวงพ่อเทศก์มากๆค่ะ
แต่ตอนนีชมพูเป็นลูกไม่ค่อยดีค่ะ พี่กี๋บอกว่าหลวงพ่อไม่ให้คบกับพี่ก้อง เฮ้ออออ
tamsak
26-07-2005, 02:04 PM
....หลังจากอิ่มหมีพีมันกับอาหารเที่ยงเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็ขอมาเล่าถึงความเมตตาของหลวงพ่อที่มีต่อ
ตัวผมบ้าง.... จากตอนที่แล้ว...หลังจากได้ฟังเรื่องราวของคนขับรถแท็กซี่แล้ว ผมก็มานั่งรำพึงกับตนเอง
ว่า ทำไมหนอเราจึงไม่โชคดีได้พบหลวงพ่อเหมือนอย่างที่ลูกศิษย์คนอื่นๆ ได้พบ บ้างก็พบในนิมิต ในสมาธิ
ในความฝัน บ้างก็ได้พบแบบเห็นองค์จริงของหลวงพ่อ บ้างก็พบในรูปแบบมาเข้าทรงอย่างที่คนขับแท็กซี่ได้พบ
หรือว่าหลวงพ่อจะลืมนับว่าเราเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่ออยู่ด้วยคนหนึ่ง
นับแต่วันนั้นไป...เวลาผ่านไปหลายเดือน จนกระทั่งวันหนึ่งหลังจากเลิกงาน พอกลับถึงบ้านผมรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว
ปวดศรีษะ ปวดเมื่อยตามแขน ขา และมีอาการเหมือนเป็นไข้หวัดใหญ่ ด้วยความอ่อนเพลียก็ทิ้งกายลงนอนบนเตียง ทั้งชุดที่กลับจากทำงาน แล้วเผลอตัวหลับไปนานแล้วก็ฝัน.....
ในฝันนั้น หลวงพ่อท่านมาหาในขณะที่ผมลุกขึ้นนั่งอยู่ที่ขอบเตียง ท่านเอามือมาลูบศรีษะผมด้วยความเมตตาแล้วพูด
กับผมว่า " นอนหลับซะนะลูก พอตื่นขึ้นมาลูกก็จะสบายหายจากอาการเป็นไข้หวัด.." ผมรู้สึกปลาบปลื้มและดีใจ
เป็นอย่างมาก ในขณะที่ฝันนั้นเอง ผมบอกกับตัวเองด้วยความดีใจว่าหลวงพ่อไม่ได้ลืมเรา หลวงพ่อรับเราเป็นลูกศิษย์
ของท่านด้วย ท่านจึงมาให้เราพบ แล้วผมก็หลับต่อไป พอรุ่งเช้า ผมตื่นขึ้นมาปรากฏว่าอาการไข้ต่างๆ มลายหาย
ไปสิ้น ทิ้งไว้แต่ความปลาบปลื้มใจให้แก่ผมตลอดมา นึกถึงคราวใดก็อิ่มอกอิ่มใจเสมอๆ.. นี่แหละครับความเมตตา
ที่หลวงพ่อมอบให้แก่ผม....
tamsak
26-07-2005, 02:10 PM
แต่ตอนนีชมพูเป็นลูกไม่ค่อยดีค่ะ พี่กี๋บอกว่าหลวงพ่อไม่ให้คบกับพี่ก้อง เฮ้ออออ
แล้วพี่กี๋บอกหรือเปล่าครับว่า หลวงพ่อให้เหตุผลอย่างไรถึงห้ามไม่ให้คบกับพี่ก้องน่ะครับ
ณฐมณฑ์
26-07-2005, 07:22 PM
คุณณฐมณฑ์โชคดีจังครับ ที่หลวงพ่อเมตตารับเป็นลูกด้วย แสดงว่่าอาจเคยเป็นลูกหลานของท่านมาหลายชาติแล้วก็เป็นได้นะครับ
ขอบคุณค่ะคุณtamsak
ดิฉันเชื่อว่าทุกท่านที่มาพบคำสอนหลวงพ่อก็เช่นกันค่ะ (ไม่ว่าจะเรียนโดยตรงกับท่านหรือเรียนจากตำราของท่าน) แล้วได้ลงมือปฏิบัติตามคำสอนนั้นย่อมเป็นผู้โชคดีเสมอนะคะ
เพราะมีโอกาสได้พบครูอย่างหลวงพ่อที่สอนให้เข้าใจง่าย และหลวงพ่อท่านก็เป็นผู้ที่พ้นทางแห่งกิเลสจริง
ดังนั้นดิฉันจึงเตือนตนเองและกระตุ้นคุณแม่ว่า เราต้องรีบปฏิบัติในชาตินี้อย่างไม่รีรอ เพราะถ้าเราเกิดอีกในชาติอื่นๆ เราอาจจะไม่พบพระดีๆ ที่เราเรียนแล้วเข้าใจง่าย ตรงทางเช่นนี้ก็ได้นะคะ
การพบครูดีนั้นเป็นวาสนาอย่างยิ่ง
ดิฉันเล่าข้ามคำสอนสำคัญในวันที่ได้พบท่านไปนิดนึงค่ะ
หลวงพ่อสอนด้วยว่า "ให้เป็นเด็กดีนะลูก รักษาศีลให้ครบ โตขึ้นให้เป็นคนดีไปตลอดชีวิต รักษาความดีให้เหมือนเกลือรักษาความเค็ม"
(ดิฉันอาจจะจำประโยคของท่านไม่ครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์ดีนะคะ)
ดิฉันตอนนั้นก็นึกในใจว่าการเป็นเด็กดีนั้นไม่ยาก และอยากจะโตขึ้นเป็นคนดีอยู่แล้ว จึงตอบหลวงพ่อไปว่า "ค่ะ"
หลวงพ่อก็บอกว่า "ดีลูก"
ช่วงสิบขวบต้นๆ ดิฉันจำได้ว่ารักนิพพานจับจิตจับใจทั้งที่ยังไม่รู้ว่านิพพานสูญหรือไม่สูญ
คือรักและปรารถนามาก ตั้งแต่นั้นก็ฝึกตัวเองว่าจะไม่เผลอตบยุง จะแค่ปัดๆ ไป จะพยายามรักษาศีลให้ครบห้าข้อ
พอฝึกที่จะไม่เผลอตบยุงตั้งแต่เด็กๆ ได้แล้ว ศีลข้ออื่นก็เหลือก็นับว่าไม่ยากเลยนะคะ
KomAon11
26-07-2005, 08:03 PM
อาจจะเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อหน่อยนะครับ..แต่ผมเป็นแบบที่จะว่าต่อไปจริงๆ
........ ตอนนั้นก็คงเป็นช่วง ปิดเทอม หลังจาก จบ ม.3 เทอม 2 ผมไป ร.ร.ประถมกับพ่อ(พ่อผมเป็นครูน้อย ร.ร.ประถมแห่งนั้น) ผมก็ไปกับพ่อ พอถึง ร.ร.แล้ว พ่อผมก็ไปทำงานของพ่อ หาเอกสาร และพิมพ์งานบางอย่าง ส่วนตัวผมก็ไปห้องสมุดของ ร.ร. .... ไปเจอหนังสือพระเครื่อง ถ้าจำไม่ผิด หนังสือโลกทิพย์ และก็มีอีกหลายเล่ม ..... ในหนังสือเล่มนั้น จะมีเรื่องของหลวงพ่อท่าน(คิดว่าคัดลอกมาจากหนังสือธัมมวิโมกข์) ตรงส่วนเนื้อหาของหลวงพ่อเป็นพิมพ์ขาว-ดำ เห็นหน้าหลวงพ่อใหญ่ๆ ดำๆ ทีแรกก็นึกอยู่ หลวงพ่ออะไรว่ะเนี่ย หน้าดำจัง(พิมพ์ขาว-ดำ มันคงจะเป็น color ให้สักวัน) แต่ปากท่านยิ้มแล้วยาวดี อิอิ(เป็นเด็กว่าไปเรื่อยหล่ะ เหอ เหอ).....
....... มีหลายตอน จากหลายเล่ม ผมก็ไปขุดมาจากกองหนังสือ ... หนังสือประมาณ 30 % ของหนังสือทั้งหมด มีปลวกเจาะ และมีรอยกรรไกรตัด หรือมีดตัดบางส่วนออกไป ... ผมอ่านเรื่องแรกคือ เรื่อง พระเจ้าพรหมมหาราช .. รู้สึกว่า ท่านพูดได้โดนใจจริงๆ ผมไม่เกิดความสงสัยเลย.. อ่านแล้วสนุกมากๆ วางไม่ลง ....
....บทพระเจ้าพรหมมหาราชไม่เท่าไหร่ .. พอไปเจอบทที่เล่าถึง พระองค์เจ้าวิภาวดี รังสิต ที่ท่านโดนยิงแล้วก่อนตายท่านจิตจับนิพพานได้... ส่วนนั้นหล่ะ อ่านสนุกมาก และที่สำคัญ .. มีคนตัดส่วนที่กำลังจะ climax เรื่องไป...ผมนี่ เซ็ง สุด สุด.. ที่อื่นมีหลายหน้า ดันมาตัดหน้าที่จะอ่าน ... บางเล่มก็ปลวกเจาะ ... (หนังสือสวยๆไม่ชอบ ชอบซะแบบนั้น เหอๆ นั่นแหละที่แปลกใจ) ... ผมสนใจแทบทุกอย่างในส่วนที่หลวงพ่อท่านเล่า ... ตอนนั้นอ่านติดขนาดต้องหอบหนังสือสองกองไปไว้บนรถพ่อแล้วก็เอามาอ่านที่บ้านต่อ
... ปลวกหล่นกันระนาว เหอะๆ จ๊อดด
... พอผมเข้าปีหนึ่ง มข. ผมถึงมาเอะใจคำว่า "หลวงพ่อพระราชพรหมญาณ" อีกที... ที่ชมรมพุทธศาสตร์และประเพณี มข.(มข = มหาวิทยาลัยขอนแก่น) .. ก็เลยขุดคุ้ยหนังสือแทบทุกเรื่องของท่านมาอ่าน สมใจมากตอนนั้น .. แต่ตอนนั้นชีวิตผมก็มีหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งที่โชคดีคือ ได้อ่านหนังสือหลวงพ่อเป็นเล่มๆ โดยเฉพาะเลย ...
.... เอาเป็นว่า ผมเจอบางส่วนคำสอนของหลวงพ่อในหนังสือพระเครื่อง อ่านแล้วติดใจอย่างหนัก วางไม่ลง อ่านแบบ ปลวกเจาะเลย .. [b-wai]
tamsak
27-07-2005, 09:43 AM
ดังนั้นดิฉันจึงเตือนตนเองและกระตุ้นคุณแม่ว่า เราต้องรีบปฏิบัติในชาตินี้อย่างไม่รีรอ เพราะถ้าเราเกิดอีกในชาติอื่นๆ เราอาจจะไม่พบพระดีๆ ที่เราเรียนแล้วเข้าใจง่าย ตรงทางเช่นนี้ก็ได้นะคะ
การพบครูดีนั้นเป็นวาสนาอย่างยิ่ง
คุณณฐมณฑ์d]กล่าวถูกต้องแล้วครับ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าเรารอจนต้องมาเกิดใหม่ในชาติอื่นๆ เราอาจจะไม่ได้่พบ
พระดีๆ ที่สอนตรง สอนให้เข้าใจง่าย สอนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายแบบหลวงพ่ออีก เพราะฉะันั้น เราจึงควร
เร่งรัดการปฏิบัติเพื่อติดตามหลวงพ่อไปพระนิพพานเสียในชาตินี้ หรืออย่างน้อยก็ไปพักบนสวรรค์หรือพรหมชั้นใด
ชั้นหนึ่งก่อน แล้วค่อยไปบำเพ็ญบารมีต่อข้างบนโน้น.....
demonicus
01-08-2005, 09:34 PM
โมทนาครับ เมื่อมีโอกาส ผมจะไปที่ซอยวายลม...ว่าแต่..ช่วยนำทางเด็กบ้านนอกหน่อยสิครับ ผมอยู่นครศรีธรรมราช
tamsak
02-08-2005, 03:08 PM
โมทนาครับ เมื่อมีโอกาส ผมจะไปที่ซอยวายลม...ว่าแต่..ช่วยนำทางเด็กบ้านนอกหน่อยสิครับ ผมอยู่นครศรีธรรมราช
ถ้าตั้งต้นจากสถานีขนส่งสายใต้ (ใหม่) ให้นั่งรถประจำทางสายใดก็ได้ (ขออภัยที่จำหมายเลขรถประจำทางไม่ได้ครับ) ที่มุ่งหน้าไปยังเส้นทางต่อไปนี้ ลาดพร้าว เกษตร สะพานใหม่ หรือรังสิต ก็ได้ เมื่อนั่งรถไปถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
รถจะมุ่งหน้าไปทางถนนพหลโยธิน ผ่านสนามเป้า ซอยอารีย์ เมื่อถึงซอยอารีย์ให้เตรียมตัวลงที่ป้ายรถเมล์ถัดไป
(หรือจะลงที่ป้ายซอยอารีย์ก็ได้ เยื้องๆ กับซอยอารีย์จะเป็นที่ตั้งของธนาคารกสิกรไทย สำนักพหลโยธิน) แล้วข้ามถนนไปยังซอยสายลม (ซอยพหลโยธิน 8) แล้วนั่งรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง
เข้าไปโดยบอกว่า "ไปบ้านหลวงพ่อฤาษีลิงดำ" รถมอเตอร์ไซด์รับจ้างทุกคันจะรู้จักครับ
tamsak
11-08-2005, 11:24 AM
คำสอนของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) จากเว็บพระรัตนตรัย
ขอแจ้งให้ทราบว่าทุกคนที่ต้องการเป็นศิษย์ ไม่ต้องขออนุญาต ขอให้ปฏิบัติตามนี้ อยู่ที่ไหนไม่เคยเห็นหน้ากันเลยก็รับเป็นศิษย์ คือ
๑[B].ศิษย์ชั้น ๓ พยายามรักษาศีล ๕ ได้เสมอ อาจจะขาดตกบกพร่องบ้าง แต่ก็พยายามรักษาให้ครบถ้วนมากที่สุดที่จะทำได้ อย่างนี้ขอรับไว้เป็นศิษย์ชั้น ๓ คือศิษย์ขนาดจิ๋ว
๒.ศิษย์รุ่นกลาง มีปฏิปทาดังนี้ มีศีลบริสุทธิ์เป็นปกติ พยายามรักษาอารมณ์ให้ทรงสมาธิเสมอตามสมควร ไม่ละเมิดศีลเป็นปกติ อย่างนี้ขอรับไว้เป็นศิษย์รุ่นกลาง
๓.ศิษย์เอก มีปฏิปทาดังนี้
(ก)รักษาศีล ๕ ครบถ้วนเป็นปกติ
(ข)เคารพพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ ไม่สงสัยในความดีของท่าน มีอารมณ์ตั้งมั่นว่า ถ้าตายไปจากคนชาตินี้ ขอไปนิพพานจุดเดียว พยายามละความโลภ ความโกรธ ความหลงเป็นปกติ
ถ้าปฏิบัติได้ตามที่กล่าวมานี้ มาพบหรือไม่มา ขออนุญาตเป็นศิษย์ หรือไม่ขออนุญาตก็ตาม ให้ทราบว่าอาตมารับเป็นศิษย์แล้วด้วยความเต็มใจ
attasaro
17-08-2005, 04:25 PM
ผมข้อ 1 ล้วน ๆเลยครับ เพิ่งไปบ้านสายลม ก็ครั้งแรกเองครับ คงต้องฝึกต่อไป นะครับ
attasaro
17-08-2005, 04:36 PM
ผมก็คนใต้ครับ ถ้ามาจากสายใต้ง่ายสุดเลยครับ สาย 28 ทีเดียวถึงครับ ลงตรงที่คุณ tamsak บอกนันละครับ ถูกต้องเลย แล้วนั่งมอไซค์เข้าไป 7 บาทครับ บอกไปบ้านหลวงพ่อ คนแถวนั้นรู้คับ
pat3112
18-09-2005, 01:41 PM
กราบนมัสการหลวงพ่อครับ
โมทนาพี่ๆทุกคนด้วยครับ
http://www.palungjit.com/buddhism/gallery/data/574/prasung_1_.JPG
ของแม่บ้าน เริ่มมากจากตอนเด็กแม่ชอบให้ท่อง คาถาปัจเจกพุทธเจ้า
อายุ 13-14 แม่บ้านซื้อหนังสือประวัติหลวงพ่อปาน
เก็บไว้อ่านแล้วรู้สึกผูกพันธ์ พอให้เพื่อนบ้านยืม แล้วมาทำหนังสือหาย
..เสียใจ เพราะเราเก็บของเราไว้ อุตส่าห์ให้ยืม แล้วไม่รักษา
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=40101&stc=1&d=1129585838
เวลาที่ได้ไปทำบุญ ที่ วัดบางนมโค จ.อยุธยา จะตื่นเต้น
จะชอบเข้าไปนั่งในกุฏิร้อยปี ของหลวงพ่อปาน รู้สึกคุ้นเคยสบายใจ
และชอบคุยกับ หลวงตาสนิทรองเจ้าอาวาส ท่านเฝ้าอยู่ในกุฏิ
หลวงตาสนิท อายุ 86 ปี เป็นศิษย์ติดตาม หลวงพ่อปาน พร้อมหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
ตั้งแต่ท่านอายุ 13 ปี หลวงพ่อฤาษีแก่กว่าท่าน4 ปี
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=40104&stc=1&d=1129585838 http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=40103&stc=1&d=1129585838
แล้วหลวงตาสนิทท่านชอบเล่า เรื่องเก่าๆ ของหลวงพ่อปานให้ฟัง
เช่น ..." หลวงพ่อปานใจดี ชอบยิ้ม รักเด็ก ถ้าเด็กๆมาวิ่งซนในวัดเสียงดัง
ท่านไม่เคยเอ็ด ใครยากจนไม่มีเงินทำบุญ ท่านเรียกเข้ามาเลย
คนบ้าคนเพี้ยน ท่านก็จับมาล่ามโซ่ไว้ในวัด รักษาจนหาย ท่านเมตตาหมด
หลวงพ่อปาน เรียก หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมัยก่อนว่า ไอ้ลิงดำ
เพราะตัวดำ หลวงพ่อฤาษี เป็น คนบางลี่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี "
_________________________
ถือโอกาสโมทนาบุญ กันอีกรอบๆ นะคะ
ตอนไปเมืองไทย เมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้วค่ะ
ขอโมทนาบุญ ให้ทุกๆ ท่านด้วยนะคะ สาธุ
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=40102&stc=1&d=1129585838
วัดบางนมโค
-ทำบุญร่วมเป็นเจ้าภาพพิมพ์หนังสือประวัติย่อ หลวงพ่อปาน
-ร่วมบรูณะมณฑป หลวงพ่อปาน
-บูรณะกุฏิร้อยปี หลวงพ่อปาน
-ทำบุญวันคล้ายวันมรณะภาพหลวงพ่อปาน ที่ 4 สิงหาคม
-ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี บูรณะ อุโบสถวัดบางนมโค
-ค่าอาหารกลางวันและอุปกรณ์การศึกษา โรงเรียนวัดบางนมโค
-เช่าผ้าห่มองค์ หลวงพ่อปานและหลวงปู่แช่ม
-ค่าน้ำ-ไฟ -ค่าดิน-ทราย -ใช้หนี้สงฆ์
-ทำสังฆทาน
-ถวายปัจจัย แด่ หลวงตาสนิท รองเจ้าอาวาส วัดบางนมโค
อนุโมทนาบุญด้วยคะพี่ MBNY
ไม่รู้จัก ไม่รู้น่า แต่รู้สึกคุ้นเคย
ของผมถ้าเป็นคงเป็นข้อ1อะครับ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเวบไซต์เมื่อประมาณ4-5ปีที่แล้ว ลองsearchในGooGleดู ใช้คำว่าอะไรsearchจำไม่ได้แล้วก็ไปเจอเวบไซต์นึงของหลวงพ่อเข้า ก็ศรัทธาท่านนับตั้งแต่นั้นมาครับ
[b-wai] [b-wai] [b-wai]
รัตน์พิมล
04-02-2006, 02:29 AM
ของเรานี่ ถ้าครั้งแรกที่ได้ยินคำว่าหลวงพ่อฤาษีลิงดำ นานมากแล้วนะ ตั้งแต่เด็กๆเลย ตามคุณย่าไปทำบุญ ก้อไปวัดหลายแห่ง แต่ก้อติดใจกับพระที่อยู่ในโบสถ์ ที่แปะแผ่นทอง ในวัดท่าซุง พอเดินออกจากโบสถ์ก้อได้ยินเสียงที่คนเค้าไม่ดียินกัน เห็นในสิ่งที่ไม่มีคนเห็น ติดมาตั้งนั้นนะ ของเราน่าจะมาทางอภิญานะ ต่อมาก้อพี่ชายก้อชวนฝึกมโนมยิททธิ ก้อตุ่มๆต่อมๆไปเรื่อย จนมีคนๆนึง ที่รู้จักใจ ก้อมาเคยแนะนำน่ะ หนทางอีกยาวไกล...
(bb-flower
ชา ใคร่รู้
05-02-2006, 07:34 PM
.....สำหรับเรื่องของผม เริ่มตั้งแต่ผมยังเด็กๆเลยครับ เพราะว่าบ้านของผมอยู่ใกล้ๆกับวัดโพธิ์สุธาวาส ซึ่งเป็นวัดสาขาของวัดท่าซุง และทางวัดก็จะเปิดเทปธรรมะของหลวงพ่ออยู่เสมอ ผมก็พลอยได้ฟังไปด้วยแต่ตอนนั้นมันไม่คิดอะไร เอาแต่เล่นอย่างเดียว แต่ชอบฟังมากเวลาหลวงพ่อเทศน์เรื่องนรกสวรรค์ครับ รู้สึกสนุกมากครับ พอวันไหนไม่ได้ไปโรงเรียนถ้ารู้สึกเซ็งๆผมจะขี่จักรยานไปที่วัดแล้วไปนอนเล่นในวิหารหลวงปู่ปาน เพราะว่าเย็นสบายดีครับ ในวิหารจะมีรูปหล่อหลวงปู่ปาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ และหลวงพ่อเขียนครับ ตอนนั้นไม่รู้จักหรอกครับว่าท่านเป็นใคร บางทีเห็นแว่นของหลวงพ่อฤาษีลิงดำดูเลอะๆผมก็จะเอาเสื้อตัวเองเช็ดแว่นให้หลวงพ่อแล้วจึงเอากลับไปสวมที่รูปหล่อของหลวงพ่อ บางทีก็เอาทองคำเปลวที่มีคนซื้อมาวางไว้ในพาน มาปิดทองรูปหล่อหลวงปู่ปาน หลวงพ่อฤาษีฯ และหลวงพ่อเขียน ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไปทำไมคงเป็นอารมณ์นึกสนุกแบบเด็กๆอ่ะครับ
.....ตอนเด็กๆผมได้เรียนคาถาอาคมจากตาของผมเองซึ่งท่านเป็นหมอรักษาโรคด้วยน้ำมนต์ ต่อกระดูก และดับพิษสัตว์มีพิษ แต่ไม่ค่อยจริงจังเท่าไหร่เพราะห่วงเล่นมากกว่า ที่โรงเรียนก็จะเปิดเทปธรรมะของหลวงพ่อสด และให้เด็กนักเรียนนั่งสมาธิก่อนเข้าเรียน ตอนนั้นชอบเสียงหลวงพ่อสดมากๆครับ รู้สึกสบายใจดี ก็ได้หัดจับกสินลูกแก้วจากตอนนั้นแหล่ะครับแต่ก็ไม่จริงจัง(ตามฟอร์ม)
.....พอเรียนมัธยมได้เจออาจารย์สอนวิชาพระพุทธศาสนาที่ดีมากครับ คือท่านจะให้เด็กได้นั่งสมาธิ สวดมนต์ รักษาศีล และมีการจัดธุดงค์ด้วยครับ ช่วงนั้นเลยได้ไปธุดงค์กับอาจารย์ เป็นวัดป่าสายหลวงพ่อชาครับ ได้ฝึกเกี่ยวกับอิริยาบท และสติ จากที่นี่แหล่ะครับ ผมเลยชอบการธุดงค์ตั้งแต่นั้นมา
.....พอเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ได้อยู่ห้องพักเดียวกับเพื่อนที่เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนพระสุธรรมยานครับแต่ก็ยังไม่มีอะไรสะดุดใจ จนกระทั่งมีรุ่นพี่คนหนึ่งซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงพ่อมาคุยกับเพื่อนในห้องพัก ตอนแรกไม่ได้สนใจอะไร แต่พอได้ยินเขาคุยกันเรื่องนรกสวรรค์ อภิญาสมาบัติ ผมหูผึ่งเลยครับ รีบมาร่วมวงสนทนา แต่ตอนนั้นอีโก้มันสูงเพราะถือว่าเราเองก็ศึกษามาไม่น้อย ฝึกสมาธิมาก็มาก จึงยังไม่เชื่อ พี่เขาเลยส่งหนังสือคู่มือการปฏิบัติพระกรรมฐานมาให้อ่าน ผมอ่านรวดเดียวจบในคืนนั้นเลย อ่านจบน้ำตาไหลรู้สึกเหมือนได้เจอสิ่งที่ตามหามาแสนนาน(จะเวอร์ไปไหมครับ) แต่ก็ลังเลใจว่าจะขอฝึกมโนฯกับพี่เขาดีไหม เลยออกไปหาก๋วยเตี๋ยวผัดไทยกิน ร้านนี้เขาตั้งอยู่ริมถนนครับ ตอนนั้นดึกมากแล้ว คนกินก็เหลือไม่กี่คน ระหว่างที่ผมนั่งกินก๋วยเตี๋ยวผัดไทยใส่กากหมูอยู่นั้น มีรถสามล้อวิ่งมาแล้วเสียหลักพุ่งเข้ามาในร้าน รถพุ่งตรงมาหาผม ระหว่างนั้นผมนึกอะไรไม่ออก รู้สึกแต่ว่าเราจะตายแล้วจริงๆเหรอ ทำไมความตายมันง่ายดายแค่นี้เองเหรอ เราอยู่กับความตายตลอดเวลาจริงๆ พอรถจะมาถึงตัวผมก็ไถลไปข้างๆทันที คนในร้านกระเจิงไปหมด เหลือผมนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นคนเดียว ก็เลยตัดสินใจที่จะฝึกมโนฯทันที(กลัวว่าจะตายก่อนได้ฝึก)
.....จากนั้นจึงได้ฝึกมโนฯกับพี่คนนั้น และก็ไปฝึกที่วัดท่าซุงต่อ ตอนมาที่วัดนี่แหล่ะที่ทำให้ผมเข้าใจอะไรหลายอย่าง เพราะมาได้ยินเทปหลวงพ่อที่วัด ทำให้เรานึกได้ว่าน้ำเสียงนี้คือเสียงที่เราคุ้นเคยตั้งแต่เด็ก เราจำได้ ตอนนั้นน้ำตาพาลจะไหล(อีกแล้ว) รู้สึกเหมือนตัวเองโง่มากๆที่อยู่ใกล้ๆหลวงพ่อแต่ไม่เคยไขว่คว้าอะไรเลย จากวันนั้นผมจึงได้เข้าสู่เส้นทางนี้อย่างเต็มตัว ได้พบได้เจอครูบาอาจารย์ และเพื่อนนักปฏิบัติอีกมากมาย รู้สึกว่าโชคดีเหลือเกินที่ได้เป็นลูกหลาน(ที่ไม่ค่อยดี)ของหลวงพ่อ และหลวงปู่ปานครับ
felies
05-02-2006, 08:47 PM
ผม รัก หลวงพ่อ ครับ :)
ของผม 5+1เท่าที่แสวงหามาที่เจอทั้งหมดไม่ถูกใจท่านอื่นๆที่เป็นพระสุปฏิปันโนนั้นถ้าเทียบความรู้สึกคือเหมือนกับท่านเหล่านั้นเป็นเหมือนปู่เหมือนเป็นตาเป็นลุงเป็นอาเท่านั้นความเคารพนั้นมีแต่ก็ไม่ได้เคารพแบบพ่อ ขณะที่หาพระดีอยู่นั้นก็ไปเจอหนังสือประวัติหลวงปู่ปานอ่านแล้วทนอยู่ไม่ได้เลยใจมันบอกเลยให้รีบไปหา เมื่อเจอหลวงพ่อใจมันบอกเลยว่านี่คือพ่อของเราพ่อที่ผูกพันพ่อที่ใจมันใฝ่ฝันหานิสัยใจคอของเรานี่ที่มันมีความรู้สึกมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าเราจำใครมานะ เราลอกเรียนแบบใครมานะ มันมีความรู้สึกเห็นภาพในใจเสมอมา พอมาพบหลวงพ่อทุกอย่างได้คำตอบอย่างแจ้งกระจ่างแก่ใจ ในตอนนี้จึงไม่แปลกอะไรที่ผมปารถนาพระโพธิญาณแบบวิริยาธิกะพิเศษตั้งใจไว้ว่าจะรักษาสมบัติที่พ่อให้ไว้นี้คือพระโพธิญาณนั้นยิ่งกว่าชีวิตและจะนำสมบัติอันสุดล้ำค่านี้ไปถวายพ่อท่านที่พระนิพพานเมืองแก้วในอนาคตกาลให้จงได้ ก็ดีใจและขอโมทนากับทุกๆคนที่ติดตามหลวงพ่อกันมานานและพากันติดตามเข้าพระนิพพานกันในชาตินี้ขอโมทนาครับ 8 มีนาคม 2549
เด็กชายพชร
27-02-2008, 09:02 AM
อนุโมทนา กับทุกท่านคะ
GROLY
29-02-2008, 05:30 AM
ของผมเป็นแบบที่8ครับ จากwebครับ รู้จักหลวงพ่อจากที่นี่ครับ ได้อ่านประวัติท่านแล้วศรัทธาเลยอธิษฐานจิตขอเป็นศิษย์ท่าน
wara43
29-02-2008, 01:59 PM
ขอโมทนาสาธุครับ สาธุ
sayamchai
29-02-2008, 05:26 PM
เคยอ่านประวัติพระเกจิต่างๆจากเวป เพื่อศึกษาประกอบกับพระเครื่องของเกจิต่างๆครับ เคยได้ยินชื่อหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ลิงขาว ไม่ทราบว่าหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท่านอยู่วัดท่าซุง คิดว่าทำอย่างไรจะมีโอกาสไปกราบท่าน หรือได้เหรียญท่านมาไว้บูชา วันหนึงไปที่โลตัสครับ เห็นเขามีกล้องส่องพระมาวางขายเลยซื้อมาอันหนึง วันแรกก็เอามาหัดส่องดูพระ ว่าเขาดูยัง ดูอะไร อยากรู้ วันแรกก็เอามานั่งส่องดูจตุคาม ต่างๆที่ตัวเองมี วันที่2 ไปทำงานขับรถไประหว่างรอเพื่อนที่จะนั่งรถไปทำงานด้วยอยู่นั้น นึกได้ว่าในเก๊ะหน้ารถ มีถุงใส่พระ เหรียญต่างที่ได้มาใส่ไว้อยู่ถูงหนึง ก็ยิบออกมาดูเหรียญหนึง ส่องดูเป็นเหรียญ ที่ระลึกสร้างวิหารหลวงปู่ไข่ วัดบพิตพิมุข ด้านหน้าเป็นรูป ร 5 ชุดทหารเรือ เพื่อนมาพอดี เลยยังดูไม่หมดทุกเหรียญ ตอนเย็นกลับถึงบ้านก็เลยไปเอาซองใส่พระมาดูต่อครับ กำลังหัดส่องพระ กำลังขยันส่อง สุดท้ายมาดูเหรียญสีเหลี่ยม เป็นพระผง ส่องไปก็เป็นพระใส่แว่นตา อยากรู้ว่าพระอะไรนะ ชื่ออะไร เจ้าพระคุณเอ๋ย อ่านแล้ว อ่านอีก เอ้ย เป็นไปได้ไง เป็นหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง ด้านหลังเป็นพระพุทธชินราช ใต้ฐานพระอ่าไม่ออกว่าเขียนว่ายังงัย กำลังแกะอยู่ อัศจรรย์จริงๆครับ สำหรับผม คาดไม่ถึงจริง อยูในรถเป็นปีมาแล้ว ไม่เคยทราบ เห็นว่าเป็นพระเก่าก็เก็บไว้เท่านั้นเอง..แปลกใจจริงๆ นึกถึตอนได้มา ไปออกค่ายที่สารคาม ไปขอข้อมูลเกี่ยวกับหมู่บ้านแวะไปที่วัดในหมู่บ้านไปหาหลวงตาท่านหนึงเป็นเจ้าอาวาส อายุประมาณ 80 ปี ท่านเล่าให้ฟังว่าสมัยท่านเป็นหนุ่มเคยอยู่แถวภาคกลาง ไปทำบุญ บิณฑบาตร ญาติโยมเขาคงให้มามั้งนะ ท่านก็จำไม่ได้ ท่านเก็บใส่ขันไว้ที่โตะหมู่ กุฏิท่าน วันนั้นไปกันหลายคน ท่านยกขันมาแล้วให้พวกเราหยิบเอาเอง ผมเองก็หยิบมา 4-5 เหรียญ ยังไม่ทราบว่าเป็นพระอะไรบ้าง กำลังหัดส่องดูครับ สาธุ อัศจรรย์จริงๆ สำหรับผมครับ ได้มาโดยไม่คาดคิดมาก่อน ขอบารมีหลวงปู่ด้วยครับ
Pongroch
02-03-2008, 06:52 PM
เป็นแบบที่1ค่ะ ไปวัดท่าซุง แล้วสนใจ ตามหาอ่านประวัติของท่าน นึกอยากรู้อะไรหรือหาอะไร เกี่ยวกับท่านก็เจอในไม่ช้า อยากได้ CDก็ได้ ดีใจมากค่ะ ขออนุโมทนา และตั้งมั่นศีล เพื่อเป็นลูกศิษฐ์ของท่านให้ได้ค่ะ
ของผมแบบที่ 1 ครับ
ได้อ่านหนังสือประวัติหลวงพ่อปาน อ่านแล้วชอบมากจนวางไม่ลง
รู้สึกว่าปีติมากเวลาหนังสือเล่มนี้
เลยสนใจศึกษาเรื่องราวทำสอนของหลวงพ่อทาง internet
ต่อมาพระอาจารย์ที่ผมนับถือจะสร้างสมเด็จองค์ปฐมสี่ศอก พร้อมด้วยรูปเหมือนหลวงปู่ปานและหลวงพ่อ ผมกับทางบ้านจึงรับเป็นเจ้าภาพโดยไม่ลังเล
ผมคิดว่าการสร้างพระใหญ่ควรจะบรรจุสิ่งที่เป็นมงคลไว้ภายใน
ไม่รู้จะหายังไง เลยบ่ายหน้าไปพึ่งคุณลุง Google จนได้ทราบเรื่องชมรมรักษ์พระบรมธาตุ
ที่ชมรมนี้แจกพระบรมธาตุเป็นสาธารณะประโยชน์ ผมจึงติดต่อเพื่อเชิญมาบรรจุ
ก็ได้รับความกรุณาจากคุณปราโมช ประธานชมรมเป็นอย่างสูง
เมื่อถึงวันนัดหมาย พอเข้าไปที่ห้องชมรม...ตะลึงสุดๆ เพราะมีรูปขนาดใหญ่ของหลวงพ่อตั้งอยู่ จึงได้ทราบว่าคุณปราโมชเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อ และที่สนใจเรื่องพระธาตุก็เพราะบารมีหลวงพ่อแสดงปาฏิหาริย์ให้ปรากฏ
ผมเริ่มมีความรู้สึกว่าจะทำอะไร ไปที่ไหน ล้วนแต่พบเจอเรื่องราวของหลวงพ่อ
ตอนนั้นอดคิดไม่ได้ว่าหลวงพ่อดักหน้าดักหลังตลอด
จึงศึกษาคำสอนของหลวงพ่ออย่างจิงจัง จนมาลงเอยที่บ้านสายลมครับ
เด็กชายพชร
03-03-2008, 03:21 PM
ของดิฉันคงไม่ใช่ เลยซักข้อ
แต่ก็ขอศรัทธา และตั้งใจว่าจะถือศีล 5 และยึดหลักคำสอนของหลวงพ่อเหมือนทุกท่านคะ
ไปวัดท่าซุงมาด้วยคะ งดงามมาก
NCK2046
05-03-2008, 08:30 AM
สาธุ ขออนุญาตหลวงพ่อนำวิธีไปใช้มั่ง
เอาไว้ตามตัวมาช่วยกันทำงานเยอะๆ
ลัก...ยิ้ม
05-03-2008, 09:29 AM
โมทนาบุญทุกท่านจ๊ะ ของยิ้มเป็นประเภท 3 แล้วตามด้วย 4
ธรรมวิวัฒน์
05-03-2008, 01:44 PM
อนุโมทนาครับ
นกกระติ๊ด
08-03-2008, 03:45 PM
ก่อนที่ดิฉันจะเข้ามาดูเวปนี้อย่างจริงจัง ได้เปิดผ่านไปผ่านมาเห็นชื่อหลวงพ่อฤาษีลิงดำอยู่หลายครั้ง แต่ไม่สนใจเพราะคิดว่าเป็นเรื่องอิทธิฤทธิ์เวทย์มนต์ แต่หลังจากได้เกิดปาฏิหาร์ยกับตนเองบางอย่างในเรื่องการทำสมาธิ ไม่กี่วันจากนั้น ก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไร ได้ผ่านเข้ามาเวปนี้และก็ลองเปิดดูเรื่องของหลวงพ่อ โดยเริ่มที่เรื่องการทำสมาธิแบบง่ายๆ อ่านแล้วรู้สึกง่ายอย่างชื่อเรื่องจริงๆ และเกิดความรู้สึกดีมากๆ อย่างน่าประหลาด จากนั้นก็อ่านเรื่องประวัติหลวงพ่อปาน คาถาวิระทะโย และเรื่องอื่นๆ แทบทุกเรื่อง รวมทั้งได้ print สามเรื่องที่กล่าวถึงตอนแรกและจัดทำเป็นเล่มแจกให้เพื่อนที่สนิทมากๆ ซึ่งก็ต้องขออนุญาติผู้จัดทำมา ณ โอกาสนี้ด้วย
คืนหนึ่ง ดิฉันมีปัญหาที่เครียดมาก คืนนั้นประมาณตีสอง ก็ได้ตั้งจิตถึงหลวงพ่อให้ท่านช่วย ไม่นานก็มีกลิ่นหอม หอมมากๆและหอมนานจนมั่นใจว่าไม่ใช่คิดเองแน่นอน กลิ่นเหมือนดอกการะเวกแต่หอมจัดมาก ดิฉันมั่นใจว่าเป็นท่านแน่ ท่านได้มาช่วยดิฉัน แล้วจากนั้นปัญหาก็สามารถผ่านลุล่วงได้ดี ความจริงปัญหาไม่ใช่ของตัวเอง แต่เป็นความพยายามในการทำให้ผู้ที่เราผูกพันด้วยพ้นทุกข์ คงเพราะเหตุนี้กระมัง ท่านจึงได้มาช่วย
หนังสือหลวงพ่อปานได้เปิดโลกทัศน์ทางศาสนาให้ดิฉันได้มาก อ่านแล้วได้พบคำตอบในสิ่งที่ไม่รู้ไม่เข้าใจและไม่สามารถถามใครได้ บังเกิดเป็นความปิติ ความศรัทธา และความเลื่อมใสในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างไม่มีข้อสงสัยอีกเลย
การที่ดิฉันได้เซฟบทความจากเน็ต และมาเรียบเรียงเพื่อ print จัดทำเป็นเล่ม ทำให้ดิฉันได้ซึมซาบทุกบทความและเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ขาดอยู่เพียงแค่ยังไม่สามารถปฏิบัติตามได้ครบถ้วนเท่านั้น
ดิฉันขอกราบเป็นลูกศิษย์ขององค์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ขอท่านได้ประทานสติ ปัญญา และดวงตาที่เห็นธรรมให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเทอญ(rose)
TaeyoLySiS
11-03-2008, 01:44 PM
แบบที่หนึ่งค่ะ
ตอนเด็กๆ ที่บ้าน คุณลุงรับนิตยสารธรรมวิโมกข์
เลยลองเอามาอ่านดู
ซึ้งจับใจ
แต่เท่าที่ทราบตอนนั้นรู้สึกว่าท่านจากโลกนี้ไปแล้ว
LNS@BDZ
12-03-2008, 08:26 PM
สำหรับการมาเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อของ L นี่ เริ่มต้นจากตอนประถมกลางๆ ประมาณ ป.3-ป.4 คุณยายก็หยิบนิตยสารของวัดมาให้อ่าน เพิ่งมารู้เมื่อไม่นานว่าไม่ใช่ธัมมวิโมกข์ แต่เป็นนิตยสาร"สารธรรม" ของดร.ปริญญา อ่านมาตอนนั้น 2 เล่ม เห็นแล้ว ความรู้สึกก็เช้ยเฉย ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย ก็ผ่านไป ตอนนั้น
เวลาผ่านมา จนมาถึงตอน ป.5 ช่วงนั้นทำงานเดินสายตอบปัญหาธรรมะ ทำรางวัลให้โรงเรียนมาตลอด ตอนนั้นมีความคิดอยู่ว่า เราควรจะหันมาปฏิบัติธรรมบ้าง แล้วก็มีความคิดจะบวชเณรด้วย ก็เลยทำให้พอปิดเทอมใหญ่มาถึง ก็ได้ไปบวชที่วัดเบญจฯ อยู่ที่วัดศึกษาพระกรรมฐานอยู่ 1 สัปดาห์ ก็ไม่ได้ผลอะไรเท่าไหร่ วัดนี้สอนสุกขฯ จริงๆ แล้ว ความพอใจตั้งแต่ตอนนั้น จะรักแนวฉฬภิญโญมากกว่า แต่ก็ไม่มีที่สอน หลังจากตอนนั้นก็ลืมๆ ไป ไปทำอย่างอื่นแทน ตรงนี้ก็เลยถูกวางไปช่วงนึง
ต่อมาช่วง ม.2 ช่วงนั้นความสนใจก็เริ่มบูมมาอีกครั้งนึง ก็บังเอิญได้ไปอ่านหนังสือธรรมปฏิบัติ เล่ม 4 กับเล่ม 5 ของหลวงพ่อที่แผนกทันตะ ร.พ.ราม ช่วงนั้นดัดฟันอยู่ ก็ไปทำฟันประจำ ก็ได้อ่านมาเรื่อยๆ ก็เริ่มสนใจหลวงพ่อตอนนั้น ต่อมาช่วงกลางปีนั้นเอง ก็เข้ามาที่เว็บพลังจิตโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็เป็นแนวที่ตัวเองสนใจตอนนั้นอยู่แล้ว ก็มาเป็นสมาชิกเว็บนี้ ก็มารู้ว่าสายหลวงพ่อจะสอนแนวฉฬภิญโญด้วย ก็สนใจ
ตอนนั้นก็รู้ว่ามีการฝึกมโนมยิทธิด้วย ก็ไม่รู้จะบอกที่บ้านยังไง ก็เลยตัดสินใจไปบอกกับพระที่วัด ตอนไปทำบุญกับคุณพ่อคุณแม่ พระก็ไม่ว่าอะไร พอมาที่บ้าน ก็ปรากฏว่ามีคนที่บ้านที่ฝึกอยู่แล้ว ก็คือทางบ้านไฟเขียวให้
ก็ไปบ้านสายลมครั้งแรกและฝึกมโนมยิทธิ เดือนเมษายน 2550 แล้วหลังจากนั้นก็มาที่บ้านสายลมเป็นประจำทุกเดือน มาเองบ้าง กับคุณพ่อคุณแม่บ้าง ตอนนี้ L ก็ยอมรับว่า ฝากทั้งใจและกายให้กับหลวงพ่อแล้ว ตอนนี้ก็มีความตั้งใจแล้วว่าจะหยุดความคิดที่จะหาอาจารย์ต่อไว้ที่ท่านครับ
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.