PDA

View Full Version : ประสบการ์ณเยือนสวรรค์


nina_yong
05-10-2006, 11:55 PM
กราบสวัสดีทุกท่านคะ

ดิฉันเป็นสมาชิกใหม่ก็จริง แต่ความจริงแฝงเข้ามาอ่านตั้งแต่เวบพลังจิตเปิดใหม่ๆ ชอบอ่านของคนอื่นแต่ไม่ได้สมัครสมาชิก

<O:p</O:p
<O:p
เคยโทรหาคุณสโนว์ที่ อังกฤษด้วย
จำได้ไหมคะ คุณเคยบอกว่า ฝันล่วงหน้าว่ามีคนเสียงอย่างนี้โทรมาหา แล้วดิฉันเป็นคนแนะนำให้คุณเข้าไปอ่านเวบคุณเมืองบัว(อาจารย์เมืองบัว)เอง
แล้วก็เวบพระภิกษุนิรนาม

<O:p</O:p
<O:p
อ่านของคนอื่นมานาน ก็มีโอกาส อยากจะทำบุญก็ไมได้มีโอกาสเพราะอยู่ต่างแดน

ก็ขอเล่าเรื่องประสบการณ์ที่เชื่อมั่นพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ให้ฟังกันนะคะเพื่อจะให้คนอื่นมั่นใจว่าสวรรค์มีจริงเผื่อจะเป็นอานิสงค์ให้แก่ตนเอง บิดาที่ล่วงลับ มารดา ญาติทั้งที่ยังอยู่และล่วงลับ และเจ้ากรรมนายเวร <O:p</O:p
<O:p


เมื่อสี่ห้าปีที่แล้ว ตอนปี45 ดิฉันชอบศึกษาธรรมะทางเนตมาก เพราะอยู่ต่างแดน ตอนกลับไทยก่อนนั้นก็เคยไปฝึกมโนที่บ้านสายลมกับวัดท่าซุง แต่ก็ได้แต่ยังลังเลไม่แน่ใจว่าเราวางอารมณ์ถูกไหม<O:p</O:p
<O:p</O:p
แต่เมื่อกลับไปอยู่ต่างแดนก็พยายามภาวนาตลอด มรณสติมั่ง เรียนรู้ที่จะรักษาศีลห้า (แต่ก็ได้ไม่ดี)
<O:p</O:p
<O:p</O:p
ก็มีเรื่องให้แปลกใจเรื่อยๆคือ ตอนที่นอนหลับ ดิฉันจะรู้สึกตัวว่าตัวเองพุ่งออกจากร่างเหมือนออกจากกระบอกไม้ไผ่ตามที่หลวงพ่อว่า ไปตามที่มืดๆ เหมือนในอวกาศ เหาะแบบสะเปะสะปะ ในใจก็คิดถึงนิพพานมั่ง แต่ก็ไปไม่ถึงฝั่ง กลับมาร่างเดิม ที่แปลกคือทุกครั้งที่เหาะกลับมา โดยส่วนมากจะรู้สึกตัวตื่นทันที <O:p
<O:p
มีหนหนึ่งที่เหมือนดิฉันเหาะอยู่แล้วมีใครเกาะขา ดิฉันก็เลยเตะออกไป
<O:p<O:p
น่าแปลกคือช่วงนั้น คนที่บ้านจะสนิทกับลุงคนหนึ่งที่นั่งสมาธิเห็นนั่นเห็นนี่ แถมบอกถูกหมดว่าที่บ้านพ่อแม่เรากำลังทำไร พูดไรอยู่ แล้วก็มีอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้ที่บ้านเคารพท่านมาก และเชื่อว่าท่าน ‘ของจริง’ ลุงท่านนี้ก็มาบอกพ่อกับแม่ที่บ้านว่า บอกลูกสาวหน่อยว่า อย่าไปเที่ยวที่ไหนมากน่ะ ลุงตามไปเอากลับมาไม่ไหว
<O:p</O:p
<O:p
ดิฉันเลยถึงบางอ้อว่าที่เราไปไหนไมได้เพราะลุงแกมาตามเฝ้าดูแลนี่เอง แถมเราอาจจะเตะลุงไปแล้วก็ได้
<O:p<O:p

แต่มีเรื่องที่อัศจรรย์ที่สุดในชีวิตที่ดิฉันได้เคยพานพบมา และแม้จะเจออะไรแปลกๆอีก ก็ไม่มีหนใดจะเท่ากับหนนั้นที่ดิฉันได้ประสบมาในชีวิต เป็นความรู้สึกที่อิ่มเอิบที่สุด………..เหนือจะว่าได้….นั่นก็คือ

ปกติดิฉันจะกลับไทยชาวงเดือนธันวาคมของทุกปี แต่ไม่ทราบว่าทำไมปีนั้น ดิฉันใจร้อนรุ่มมาก อยากกลับบ้านตอนสงกรานต์ ลังเลใจว่าจะกลับไหม และแล้วก็มีคืนหนึ่ง…
<O:p</O:p<O:p</O:p

ดิฉันนอนหลับไปแล้วรู้สึกว่าตัวเองพุ่งออกจากร่างเหมือนออกจากกระบอกไม้ไผ่อีกละ เป็นความรู้สึกที่เหมือนจริงเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา คือรู้ตัวว่าอยู่ไหน ทำไร แต่ครั่งนี้ไม่ได้ไปสิ้นสุดที่ทางมืดแล้วเข้าร่างเหมือนเดิม ดิฉันไปหยุดอยู่ที่ที่หนึ่งด้วยความรู้สึกที่มีคือ รุป กลิ่น เสียง (ยกเว้นรส)<O:p
เป็นความรู้สึกที่เกิดมามิเคยพานพบแล้วเต็มไปด้วยความตื่นเต้นว่าดิฉันกำลังมาสวรรค์แห่งหนึ่ง…<O:p</O:p
<O:p
ที่ทราบเพราะที่นั้นดูด้วยตาก็มองไม่เห็นที่สิ้นสุด มีเหมือนศาลาใหญ่โต ไม่มีผนัง ทำด้วยแก้ว ใสเลื่อมๆเป็นประกายระยิบระยับ อากาศดูเย็นๆๆๆ พิ้นเป็นแก้วใส่ประกายเช่นกัน มองไม่เห็นกำแพงเพราะบรรยากาศรอบๆดูจะเป็นกระกายจนมองไม่เห็นรอบๆ รู้แต่ว่าต้องกว้างใหญ่มากๆ <O:p</O:p
<O:p
…………………ดิฉันว่า ว่าจะถึงวันตาย ดิฉันคงไม่เจอบรรยากาศที่แสนจะสุขขนาดนั้นอีก……………..<O:p</O:p<O:p
ใจดิฉันตื่นเต้นมาก…รู้ตัวด้วย!ว่าตัวด้วยว่า ไมได้ฝันแน่ๆ แต่ได้จิตเหาะออกมาอยู่ในสวรรค์ด้วยสติสัมปัญชัญญะเต็มร้อย<O:p</O:p
<O:p
ไม่ทันจะตื่นเต้นมาก ก็ปรากฏเห็นพระภิกษุ ใส่จีวรสีเหลือง เสียดายจำลักษณะท่านไม่ได้ <O:p<O:p
ดิฉันก็ไปคุกเข่าที่หน้าท่าน แล้วกราบลงไป การขยับเคลื่อนไหวนั้น ประดุจการที่เราสั่งให้สมองคิดทำงาน ไม่ใช่เหมือนเช่นเราเป็นผู้ดูแล้วเห็นภาพเราเอง แต่เป็นเหมือนเรากำลังอยูในตัวเราที่ขยับเคลื่อนไหว
<O:p
<O:p
แปลก ดิฉันจำตนเองไมได้ว่าตอนนั้นตัวเองเป็นเช่นไร เพราะเรารู้สึกว่าไปด้วยตัวเองจริงๆ ไม่ได้เห็นเหมือนดูหนังที่เราเห็นเป็นตัวเรา ดังนั้นจึงไม่ได้ก้มมองตัวเอง จำได้แต่ว่าตัวเองตัวโปร่ง ไม่มีความหนัก รู้สึกตัวเองสะอาด เย็นๆ<O:p</O:p
<O:p
เมื่อก้มลงกราบไปแล้ว พระภิกษุที่ท่านนั่งสมาธิ อย่แท่นแก้วใสประกาศก็เอื้อนพระโอษณ์ตรัสออกมาคำเดียวว่า “ขอให้มีความกตัญญู”

<O:pเมื่อฟังแล้ว ดิฉันไม่ได้ตอบอะไรท่านไป จำได้แต่ว่า ตอนนั้น ตื่นเต้นมาก คิดในใจว่านอกจากจะได้มาสวรรค์จริงแล้ว ยังได้ยินเสียงจริงๆด้วย เพราะถึงฝึกมโน ดิฉันก็มีแต่ลังเลสงสัยว่า ไมได้ยินเสียงจริงๆ จะมั่นใจได้อย่างไร

<O:pสุ้มเสียงของพระท่านดังกังวาน ฟังมีพลัง และหากจำไม่ผิด ท่านจะไม่อ้าพระโอษณ์มาก แต่เยื้อนพระโอษณ์ออกมาอย่างนุ่มนวล <O:p
<O:p

แว่บต่อมาที่ดิฉันคิดในใจคือ ความอึ้งกิมกี่ บวกแอบโกรธท่านนิดๆ ว่าทำไมต้องสอนให้ดิฉันมีความกตัญญูด้วย ในเมื่อดิฉัคิดว่าตัวเองก็ไมได้อกตัญญู (ลูกของประทานอภัยที่ปรามาสท่านด้วยค่ะ)

<O:p
เมื่อคิดเสร็จก็พลันพบว่าตัวเองมาปรากฎอยู่ที่ที่หนึ่ง และแว่บหนึ่งเห็นเหมือนตัวเองเป็นตัวแก้วใสประกาย กลมกลืนไปกับสถานที่<O:p

ตรงหน้าดิฉันคือสระบัวเล็กๆที่สวยงามอย่างยิ่ง มีดอกบัวตูมแก้วสองสามดอกในสระ ใบบัวแก้ว สระนำที่เห็นเป็นแก้วประกาย ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเป็นแก้วประกาย รวมทั้งพื้นแก้วที่ส่งประกายระยิบระยับ <O:p

เป็นสุดยอดของสุดยอด ทั้งความสวยงาม ความเย็นของสถานที่ ความโอ่งถางของสถานที่
เป็นหนึ่งในสุดยอดของชีวิต….
<O:p
วินาทีนั้น ดิฉันเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มสุดจะบรรยาย เหนื่อคำบรรยายจริงๆ วินาทีนั้น ดิฉันแน่ใจว่าตัวเองได้เดินอยู่ในสวรรค์ที่ใดที่หนึ่งจริงๆ<O:p
อยู่ในสถานที่ที่ดิฉันฝันถึงมตลอดว่าจะได้มา เคยอ่านเจอมั่ง แต่ ณ ตอนนั้น ดิฉันกำลังเหยียบอยู่ด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยแทบจะทุกสัมผัส…

<O:p<O:p
หู.. สามารถได้ยิ่นสุ้มพระเสียงของพระอรหันต์ หรือพระพุทธเจ้าองค์ใดดีองค์หนึ่ง หรือองค์ใดที่ปฎิบัติดีแน่ๆ

<O:pจมูก.. เมื่อหายใจเหมือนได้กลิ่นเย็นๆประทะที่จมูก ความเย็น สงบ…สงบ..สบาย<O:p</O:p
ตา..ได้เห็นภาพ…อันสวยเกินจะบรรยาย…<O:p</O:p
กาย..สามารถควบคุม เดินไปมาได้ <O:p</O:p
ใจ..สามารถคิดได้ตลอด ปรุโปรง รู้ตัวว่าอยู่ที่ใด จะทำการใดต่อไป<O:p</O:p
<O:p
และแล้วดิฉันก้รู้สึกตัวกลับเข้าร่าง
<O:p</O:p
เมื่อพิจารณาประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดก็พบว่าตัวเองได้ไปสวรรค์ชั้นใดชั้นหนึ่งมาจริงแน่ๆ เพราะอาการที่พุ่งออกไปเหมือนออกจากกระบอกไม้ไผ่คืออาการของจิตที่พุ่งออกไปจริงๆ วึ่งจะเล่าเรื่องหลักฐานการออกไปจริงๆให้ฟังตอนหลัง<O:p</O:p
<O:p</O:p


ต่อค่ะ เมื่อกลับมา ดิฉันก็แปลกใจว่าทำไมท่านเตือนให้เรากตัญญู เราก้ไม่น่าจะอกตัญญูมากจนท่านต้องมาเตือน แต่ดิฉันก็ทราบหลังจากนั้นไม่กี่เดือนค่ะว่าทำไม…
<O:p</O:p
<O:p</O:p


สามสี่เดือนต่อมา พ่อดิฉันก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตค่ะ…<O:p<O:p
ก็เลยถึงบางอ้อค่ะว่าทำไมเราร้อนรุ่มอยากกลับบ้านเพราะตอนนั้นมีวันหยุด easter สามารถกลับไทยได้ ท่านคงมาเตือนให้เรานึกถึงท่านมากๆ กลับไปบ้านไปหาท่าน ร่ำลาท่านซะ…
<O:p</O:p
<O:p
จนบีดนี้ ดิฉันยังไม่ทราบเลยค่ะ ว่าท่านเป็นใคร..มีใครทราบไหมคะ..<O:p</O:p
<O:p
หลังพ่อดิฉันเสีย ดิฉันทุกข์ทรามานมากๆ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเสียใจแทบจะเป็นบ้าได้ขนาดนั้น ความทุกข์ในชีวิตที่ผ่านมา อกหัก ลำบากยังไง เทียบไมได้แม้เสี้ยวที่พ่อที่รักยิ่งได้จากไป
<O:p</O:p
<O:p
ดิฉันก็ยิ่งเพียรปฎิบัติกว่าเดิม พยายามภาวนาดับทุกข์ เพื่อจะได้พบท่านที่อีกภพอื่น อีกครั้ง…
<O:pและแล้ว ดิฉันก็ทำสำเร็จในอีกปีต่อมา …
<O:p</O:p
<O:p<O:p</O:p
<O:p
ตอนนี้กล่าวสรุปว่า ดิฉันเชื่อกว่าเดืมว่าสวรรค์มีจริง ได้รู้แล้วว่ามันสงบ มีสุขเพียงใด…..<O:p</O:p
สุข สวย สงบ ไม่ทราบจะมาบรรยายอย่างไรให้ฟัง<O:p</O:p
ไม่ทราบว่าทุกท่านจะเชื่อไหม<O:p</O:p
ฉันได้แต่ย้อนนึกถึงที่เราเคยฟังพระท่านเล่าว่าไปสวรรค์มา มันเป็นอย่างนี้เอง <O:p</O:p
เล่าให้ผู้อื่นฟังก็ไม่เท่าได้เห็นเอง เหมือนทานอาหารรสปราณีตเพียงใด ก็ไม่สามารถบรรยาย บอกกล่าวให้คนอื่นทราบว่ามันมีรสชาติอร่อยและประณีตเพียงใด
<O:pแต่ที่แน่ ดิฉันขอบำเพ็ญธรรม หนีนรก ขอไปนิพพาน หรืออย่างน้อยที่สุดขอไปอยู่สวรรค์ที่พบเห็นมาด้วยเถิด<O:p</O:p<O:p
สาธุ…
<O:p
ปล.พยายามแก้ไขขนาด fontให้อ่านง่าย แต่ทำไม่ได้ ขออภัยด้วยค่ะ สมาขิกใหม่ไม่คุ้นมือ<O:p

Carbonato
06-10-2006, 12:13 AM
โมทนาครับ ผมอ่านจบแล้วแม้ตัวหนังสือจะอ่านลำบาก

แต่ถ้าจะให้ดี แก้ตัวหนังสือด้วยนะคร๊าบ
ท่านอื่นจะได้อ่านอย่างไม่ลำบาก เป็นบุญอย่างยิ่งครับ

โมทนาสาธุๆๆ

BOONCHAUY
06-10-2006, 08:34 AM
โมทนาครับผม

bridge
06-10-2006, 09:29 AM
ประสบการ์ณเยือนสวรรค์
<HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->กราบสวัสดีทุกท่านคะดิฉันเป็นสมาชิกใหม่ก็จริง แต่ความจริงแฝงเข้ามาอ่านตั้งแต่เวบพลังจิตเปิดใหม่ๆ ชอบอ่านของคนอื่นแต่ไม่ได้สมัครสมาชิก <O:p></O:p>
<O:p
เคยโทรหาคุณสโนว์ที่ อั งกฤษด้วย จำได้ไหมคะ คุณเคยบอกว่า ฝันล่วงหน้าว่ามีคนเสียงอย่างนี้โทรมาหา แล้วดิฉันเป็นคนแนะนำให้คุณเข้าไปอ่านเวบคุณเมืองบัว(อาจารย์เมืองบัว)เอง แล้วก็เวบพระภิกษุนิรนาม<O:p</O:p
<O:p
อ่านของคนอื่นมานาน ก็มีโอกาส อยากจะทำบุญก็ไมได้มีโอกาสเพราะอยู่ต่างแดน ก็ขอเล่าเรื่อง<O:p</O:p
ประสบการณ์ที่เชื่อมั่นพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ให้ฟังกันนะคะเพื่อจะให้คนอื่นมั่นใจว่าสวรรค์มีจริงเผื่อจะเป็นอานิสงค์ให้แก่ตนเอง บิดาที่ล่วงลับ มารดา ญาติทั้งที่ยังอยู่และล่วงลับ และเจ้ากรรมนายเวร <O:p</O:p
<O:p
เมื่อสี่ห้าปีที่แล้ว ตอนปี45 ดิฉันชอบศึกษาธรรมะทางเนตมาก เพราะอยู่ต่างแดน ตอนกลับไทยก่อนนั้นก็เคยไปฝึกมโนที่บ้านสายลมกับวัดท่าซุง แต่ก็ได้แต่ยังลังเลไม่แน่ใจว่าเราวางอารมณ์ถูกไหม<O:p</O:p
<O:p</O:p
แต่เมื่อกลับไปอยู่ต่างแดนก็พยายามภาวนาตลอด มรณสติมั่ง เรียนรู้ที่จะรักษาศีลห้า (แต่ก็ได้ไม่ดี) <O:p</O:p
<O:p</O:p
ก็มีเรื่องให้แปลกใจเรื่อยๆคือ ตอนที่นอนหลับ ดิฉันจะรู้สึกตัวว่าตัวเองพุ่งออกจากร่างเหมือนออกจากกระบอกไม้ไผ่ตามที่หลวงพ่อว่า ไปตามที่มืดๆ เหมือนในอวกาศ เหาะแบบสะเปะสะปะ ในใจก็คิดถึงนิพพานมั่ง แต่ก็ไปไม่ถึงฝั่ง กลับมาร่างเดิม ที่แปลกคือทุกครั้งที่เหาะกลับมา โดยส่วนมากจะรู้สึกตัวตื่นทันที <O:p
<O:p
มีหนหนึ่งที่เหมือนดิฉันเหาะอยู่แล้วมีใครเกาะขา ดิฉันก็เลยเตะออกไป<O:p></O:p>
<O:p
น่าแปลกคือช่วงนั้น คนที่บ้านจะสนิทกับลุงคนหนึ่งที่นั่งสมาธิเห็นนั่นเห็นนี่ แถมบอกถูกหมดว่าที่บ้านพ่อแม่เรากำลังทำไร พูดไรอยู่ แล้วก็มีอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้ที่บ้านเคารพท่านมาก และเชื่อว่าท่าน ‘ของจริง’ ลุงท่านนี้ก็มาบอกพ่อกับแม่ที่บ้านว่า บอกลูกสาวหน่อยว่า อย่าไปเที่ยวที่ไหนมากน่ะ ลุงตามไปเอากลับมาไม่ไหว<O:p</O:p
<O:p
ดิฉันเลยถึงบางอ้อว่าที่เราไปไหนไมได้เพราะลุงแกมาตามเฝ้าดูแลนี่เอง แถมเราอาจจะเตะลุงไปแล้วก็ได้<O:p></O:p>
<O:p
แต่มีเรื่องที่อัศจรรย์ที่สุดในชีวิตที่ดิฉันได้เคยพานพบมา และแม้จะเจออะไรแปลกๆอีก ก็ไม่มีหนใดจะเท่ากับหนนั้นที่ดิฉันได้ประสบมาในชีวิต เป็นความรู้สึกที่อิ่มเอิบที่สุด………..เหนือจะว่าได้….นั่นก็คือ

ปกติดิฉันจะกลับไทยชาวงเดือนธันวาคมของทุกปี แต่ไม่ทราบว่าทำไมปีนั้น ดิฉันใจร้อนรุ่มมาก อยากกลับบ้านตอนสงกรานต์ ลังเลใจว่าจะกลับไหม และแล้วก็มีคืนหนึ่ง…
<O:p</O:p<O:p</O:p
ดิฉันนอนหลับไปแล้วรู้สึกว่าตัวเองพุ่งออกจากร่างเหมือนออกจากกระบอกไม้ไผ่อีกละ เป็นความรู้สึกที่เหมือนจริงเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา คือรู้ตัวว่าอยู่ไหน ทำไร แต่ครั่งนี้ไม่ได้ไปสิ้นสุดที่ทางมืดแล้วเข้าร่างเหมือนเดิม ดิฉันไปหยุดอยู่ที่ที่หนึ่งด้วยความรู้สึกที่มีคือ รุป กลิ่น เสียง (ยกเว้นรส)<O:p
เป็นความรู้สึกที่เกิดมามิเคยพานพบแล้วเต็มไปด้วยความตื่นเต้นว่าดิฉันกำลังมาสวรรค์แห่งหนึ่ง…<O:p</O:p
<O:p
ที่ทราบเพราะที่นั้นดูด้วยตาก็มองไม่เห็นที่สิ้นสุด มีเหมือนศาลาใหญ่โต ไม่มีผนัง ทำด้วยแก้ว ใสเลื่อมๆเป็นประกายระยิบระยับ อากาศดูเย็นๆๆๆ พิ้นเป็นแก้วใส่ประกายเช่นกัน มองไม่เห็นกำแพงเพราะบรรยากาศรอบๆดูจะเป็นกระกายจนมองไม่เห็นรอบๆ รู้แต่ว่าต้องกว้างใหญ่มากๆ <O:p</O:p
<O:p
…………………ดิฉันว่า ว่าจะถึงวันตาย ดิฉันคงไม่เจอบรรยากาศที่แสนจะสุขขนาดนั้นอีก……………..<O:p</O:p<O:p
ใจดิฉันตื่นเต้นมาก…รู้ตัวด้วย!ว่าตัวด้วยว่า ไมได้ฝันแน่ๆ แต่ได้จิตเหาะออกมาอยู่ในสวรรค์ด้วยสติสัมปัญชัญญะเต็มร้อย<O:p</O:p
<O:p
ไม่ทันจะตื่นเต้นมาก ก็ปรากฏเห็นพระภิกษุ ใส่จีวรสีเหลือง เสียดายจำลักษณะท่านไม่ได้ <O:p></O:p>
<O:p
ดิฉันก็ไปคุกเข่าที่หน้าท่าน แล้วกราบลงไป การขยับเคลื่อนไหวนั้น ประดุจการที่เราสั่งให้สมองคิดทำงาน ไม่ใช่เหมือนเช่นเราเป็นผู้ดูแล้วเห็นภาพเราเอง แต่เป็นเหมือนเรากำลังอยูในตัวเราที่ขยับเคลื่อนไหว <O:p
<O:p
แปลก ดิฉันจำตนเองไมได้ว่าตอนนั้นตัวเองเป็นเช่นไร เพราะเรารู้สึกว่าไปด้วยตัวเองจริงๆ ไม่ได้เห็นเหมือนดูหนังที่เราเห็นเป็นตัวเรา ดังนั้นจึงไม่ได้ก้มมองตัวเอง จำได้แต่ว่าตัวเองตัวโปร่ง ไม่มีความหนัก รู้สึกตัวเองสะอาด เย็นๆ<O:p</O:p
<O:p
เมื่อก้มลงกราบไปแล้ว พระภิกษุที่ท่านนั่งสมาธิ อย่แท่นแก้วใสประกาศก็เอื้อนพระโอษณ์ตรัสออกมาคำเดียวว่า “ขอให้มีความกตัญญู”

<O:pเมื่อฟังแล้ว ดิฉันไม่ได้ตอบอะไรท่านไป จำได้แต่ว่า ตอนนั้น ตื่นเต้นมาก คิดในใจว่านอกจากจะได้มาสวรรค์จริงแล้ว ยังได้ยินเสียงจริงๆด้วย เพราะถึงฝึกมโน ดิฉันก็มีแต่ลังเลสงสัยว่า ไมได้ยินเสียงจริงๆ จะมั่นใจได้อย่างไร

<O:pสุ้มเสียงของพระท่านดังกังวาน ฟังมีพลัง และหากจำไม่ผิด ท่านจะไม่อ้าพระโอษณ์มาก แต่เยื้อนพระโอษณ์ออกมาอย่างนุ่มนวล <O:p
<O:p

แว่บต่อมาที่ดิฉันคิดในใจคือ ความอึ้งกิมกี่ บวกแอบโกรธท่านนิดๆ ว่าทำไมต้องสอนให้ดิฉันมีความกตัญญูด้วย ในเมื่อดิฉัคิดว่าตัวเองก็ไมได้อกตัญญู (ลูกของประทานอภัยที่ปรามาสท่านด้วยค่ะ)
<O:p
เมื่อคิดเสร็จก็พลันพบว่าตัวเองมาปรากฎอยู่ที่ที่หนึ่ง และแว่บหนึ่งเห็นเหมือนตัวเองเป็นตัวแก้วใสประกาย กลมกลืนไปกับสถานที่<O:p

ตรงหน้าดิฉันคือสระบัวเล็กๆที่สวยงามอย่างยิ่ง มีดอกบัวตูมแก้วสองสามดอกในสระ ใบบัวแก้ว สระนำที่เห็นเป็นแก้วประกาย ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเป็นแก้วประกาย รวมทั้งพื้นแก้วที่ส่งประกายระยิบระยับ <O:p

เป็นสุดยอดของสุดยอด ทั้งความสวยงาม ความเย็นของสถานที่ ความโอ่งถางของสถานที่
เป็นหนึ่งในสุดยอดของชีวิต….
<O:p
วินาทีนั้น ดิฉันเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มสุดจะบรรยาย เหนื่อคำบรรยายจริงๆ วินาทีนั้น ดิฉันแน่ใจว่าตัวเองได้เดินอยู่ในสวรรค์ที่ใดที่หนึ่งจริงๆ<O:p
อยู่ในสถานที่ที่ดิฉันฝันถึงมตลอดว่าจะได้มา เคยอ่านเจอมั่ง แต่ ณ ตอนนั้น ดิฉันกำลังเหยียบอยู่ด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยแทบจะทุกสัมผัส…<O:p></O:p>
<O:p></O:p>
หู.. สามารถได้ยิ่นสุ้มพระเสียงของพระอรหันต์ หรือพระพุทธเจ้าองค์ใดดีองค์หนึ่ง หรือองค์ใดที่ปฎิบัติดีแน่ๆ

<O:pจมูก.. เมื่อหายใจเหมือนได้กลิ่นเย็นๆประทะที่จมูก ความเย็น สงบ…สงบ..สบาย<O:p</O:p
ตา..ได้เห็นภาพ…อันสวยเกินจะบรรยาย…<O:p</O:p
กาย..สามารถควบคุม เดินไปมาได้ <O:p</O:p
ใจ..สามารถคิดได้ตลอด ปรุโปรง รู้ตัวว่าอยู่ที่ใด จะทำการใดต่อไป<O:p</O:p
<O:p
และแล้วดิฉันก้รู้สึกตัวกลับเข้าร่าง <O:p</O:p
เมื่อพิจารณาประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดก็พบว่าตัวเองได้ไปสวรรค์ชั้นใดชั้นหนึ่งมาจริงแน่ๆ เพราะอาการที่พุ่งออกไปเหมือนออกจากกระบอกไม้ไผ่คืออาการของจิตที่พุ่งออกไปจริงๆ วึ่งจะเล่าเรื่องหลักฐานการออกไปจริงๆให้ฟังตอนหลัง<O:p</O:p
<O:p</O:p
ต่อค่ะ เมื่อกลับมา ดิฉันก็แปลกใจว่าทำไมท่านเตือนให้เรากตัญญู เราก้ไม่น่าจะอกตัญญูมากจนท่านต้องมาเตือน แต่ดิฉันก็ทราบหลังจากนั้นไม่กี่เดือนค่ะว่าทำไม…<O:p</O:p
<O:p</O:p
สามสี่เดือนต่อมา พ่อดิฉันก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตค่ะ…<O:p></O:p>
<O:p
ก็เลยถึงบางอ้อค่ะว่าทำไมเราร้อนรุ่มอยากกลับบ้านเพราะตอนนั้นมีวันหยุด easter สามารถกลับไทยได้ ท่านคงมาเตือนให้เรานึกถึงท่านมากๆ กลับไปบ้านไปหาท่าน ร่ำลาท่านซะ…<O:p</O:p
<O:p
จนบีดนี้ ดิฉันยังไม่ทราบเลยค่ะ ว่าท่านเป็นใคร..มีใครทราบไหมคะ..<O:p</O:p
<O:p
หลังพ่อดิฉันเสีย ดิฉันทุกข์ทรามานมากๆ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเสียใจแทบจะเป็นบ้าได้ขนาดนั้น ความทุกข์ในชีวิตที่ผ่านมา อกหัก ลำบากยังไง เทียบไมได้แม้เสี้ยวที่พ่อที่รักยิ่งได้จากไป<O:p</O:p
<O:p
ดิฉันก็ยิ่งเพียรปฎิบัติกว่าเดิม พยายามภาวนาดับทุกข์ เพื่อจะได้พบท่านที่อีกภพอื่น อีกครั้ง…<O:p></O:p>
และแล้ว ดิฉันก็ทำสำเร็จในอีกปีต่อมา …<O:p</O:p
<O:p<O:p</O:p
<O:p
ตอนนี้กล่าวสรุปว่า ดิฉันเชื่อกว่าเดืมว่าสวรรค์มีจริง ได้รู้แล้วว่ามันสงบ มีสุขเพียงใด…..<O:p</O:p
สุข สวย สงบ ไม่ทราบจะมาบรรยายอย่างไรให้ฟัง<O:p</O:p
ไม่ทราบว่าทุกท่านจะเชื่อไหม<O:p</O:p
ฉันได้แต่ย้อนนึกถึงที่เราเคยฟังพระท่านเล่าว่าไปสวรรค์มา มันเป็นอย่างนี้เอง <O:p</O:p
เล่าให้ผู้อื่นฟังก็ไม่เท่าได้เห็นเอง เหมือนทานอาหารรสปราณีตเพียงใด ก็ไม่สามารถบรรยาย บอกกล่าวให้คนอื่นทราบว่ามันมีรสชาติอร่อยและประณีตเพียงใด
<O:pแต่ที่แน่ ดิฉันขอบำเพ็ญธรรม หนีนรก ขอไปนิพพาน หรืออย่างน้อยที่สุดขอไปอยู่สวรรค์ที่พบเห็นมาด้วยเถิด<O:p</O:p<O:p
สาธุ…<O:p
ปล.พยายามแก้ไขขนาด fontให้อ่านง่าย แต่ทำไม่ได้ ขออภัยด้วยค่ะ สมาขิกใหม่ไม่คุ้นมือ
---------------------------------------------
<O:pแก้ขนาดตัวอักษรให้

<!-- / message --><!-- edit note -->

สี่จุด
06-10-2006, 05:42 PM
อนุโมทนาบุญด้วย สาธุ....

suvicht
07-10-2006, 05:59 AM
ท่านคงเป็นคนที่อยากจะโปรดคุณ ขออนุโมทนาสาธุด้วยครับ

clearwanted
08-10-2006, 02:46 AM
Motana duay ka!!

den_siam2523
08-10-2006, 08:21 AM
สาธุด้วยคนนนะครับ

nina_yong
12-10-2006, 11:09 PM
วันนี้ไปอ่านเวบแห่งหนึ่งแล้วรู้สึกเหมือนเข้าตัวเองโดนด่าอย่างไรไม่ทราบค่ะ
มีทั้งว่าฝันไปสวรรค์ หรือเจอเทวดาสงเคราะห์ก็คิดว่าเป็นผู้วิเศษ

อ่านแล้วรู้สึกเสียดแทงในอกไม่ทราบ
สาเหตุที่ชอบอ่านของชาวบ้านแต่ไม่เคยโพสเลยก็เพราะว่าเบื่อความมีอตตาตนตัวเอง แค่มีตัวตนสุมมุติในโลกความเป็นจริงก็ยังเอาตัวไม่รอด อีโก้ ถืออัตตาตัวตนทั้งนั้น แล้วจะมาสร้างตัวตนในเนตอีกทำไม...เพราะสร้างแล้ว ตัวเองก็มีแต่มานั่งอ่านกระทู้ของตน ดูข้อความคนอื่นว่าว่าถึงเราอย่างไรมั่ง สร้างอัตตา ยึดมั่นถือมั่นเข้าไปอีก

ตอนแรกไม่อยากจะดพสเลยจริงๆ เพราะเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่รู้ได้เฉพาะตัว ประจักษ์แจ้งแต่กับเจ้าตัว

หากการออกจากร่างโดยพุ่งเหมือนออกจากกระบอกไม้ไผ่ไม่ใช่เรื่องจริง เป็นแค่อุปทาน ทำไมครั้งอื่นๆ ดิฉันจึงสามารถไปเยี่ยมเยี่ยนบ้านเพื่อน รับทราบว่าข้างในบ้านตกแต่งอย่างไร มีเฟอร์นิเจอรื สีสันอะไร บอกรายละเอียดเล้กๆน้อยๆได้ถุกต้อง บอกต้ำแหน่งห้อง บอกว่าเวลานั้น ตอนนั้นคนในบ้านทำอะไรอยู่ เห็นคนในบ้านด้วยได้ถูกต้อง
...
ไม่อยากจะบ่นเลยค่ะ แต่กลัวความเชื่อมั่นของคนอ่านต่อสววรค์จะลดลง
และใจหยาบๆดวงนี้ก็ชั่วเกินจนทนไม่ได้ให้ใครมาว่าไม่จริง...

เห็นทีดิฉันต้องขอตัวไปปลีกวิเวกบำเพญธรรม เลิกยุ่งกับการดพสในเวบจะดีกว่า
ไม่ฟุ้งซ่านดี เพราะทุกวันนี้ก็ยังจะเอาตัวไม่รอดแล้ว

ขอบคุณค่ะ

แคท
19-10-2006, 11:04 PM
<TABLE id=HB_Mail_Container height="100%" cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0 UNSELECTABLE="on"><TBODY><TR height="100%" UNSELECTABLE="on" width="100%"><TD id=HB_Focus_Element vAlign=top width="100%" background="" height=250 UNSELECTABLE="off">หวัดดีค่ะ คุณนีนา

นั่น เป็นการ ทดสอบ จิต ของคุณนะค่ะ
ว่า คุณ จะปล่อยวาง ได้แค่ไหน
หาก ยังโกรธ ยัง มีอารมณ์ ตามคำ ที่เค้าว่า
ขอให้ รีบขจัด อารมณ์ เหล่านั่น

ชนะใจตนเอง สำคัญ ที่สุด
ให้กำลังใจ ค่ะ
</TD></TR><TR UNSELECTABLE="on" hb_tag="1"><TD style="FONT-SIZE: 1pt" height=1 UNSELECTABLE="on">
</TD></TR></TBODY></TABLE>

pong-sit
22-10-2006, 07:25 AM
อนุโมทนา สาธุครับ

pattarawat
22-10-2006, 09:01 AM
ขอให้กำลังใจคุณ nina นะคร้าบ พระอระหันต์ท่านหนึ่งบอกว่า แม้ว่าจะถูกด่า ถูกตำหนิว่าไม่ดีอย่างโน้น ไม่ดีอย่างนี้ ก็ยังมีความแช่มชื่นในอก ไม่โกรธ ไม่ตอบโต้ แต่กลับยังมีความสงบในใจไม่มีเปลี่ยน

ขอให้คุณ nina ก้าวไปสู่จุดนั้นนะครับ

ขออนุโมทนา สาธุครับ

toy2
22-10-2006, 09:50 AM
ดีจัง เราไม่มี ไม่ได้ ไม่เป็นไร คนอืนๆมีคนอืนๆได้เราดีใจด้วย
การเกิดและตายและเกิดนับชาติไม่ได้ของเรา คงมีสักชาติ ทีจะมีแบบ
เขาบ้าง เพราะเราไม่ได้ต้องการเข้านิพานคนเดียว ตราบใด ยังไม่บรรลุ
โพธิญาณ ยังไม่ได้สานต่อปณิฐาน ทีจะช่วยขนเหล่าสรรพสัตร์ให้พ้นจากกอง
ทุกข์ดั่งทีพระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงกระทําแล้ว ตราบนั้นแม้ต้องทุกข์ทรมาน
จนร่างกายแตกดับทบถมจนสูง ถึงพรมโลก หากยังไม่บรรลุโพธิญาณ
จะไม่ละความพยายาม ขอให้เจ้าของกระทู้พยายามต่อไป ความสมหวัง
ต้องเป็นของคุณแน้นอน ผมเชือว่าคุณหากตั้งใจแล้วต้องทําได้แน้นอน
เชื่อในสิ่งทีทํา ทําในสิ่งทีเชื่อ พยายามนะครับ

TONY JAAA
22-10-2006, 10:31 AM
โมทนาที่พระท่านมาย้ำเตือนให้รู้จักของดีในตัวครับ

ขอให้มีกำลังใจเดินต่อไปในทางพ้นทุกข์


..........................................

พุทธองค์ทรงสอนไว้ว่า

ไม้ซุงท่อนหนึ่งไหลไปตามแม่น้ำใหญ่ ไม่ติดฝั่งซ้าย ไม่ติดฝั่งขวา แล้วย่อมไหลลงทะเล

ใจเรากระทบโลกธรรมบ้าง เสวยสุขจากธรรมบ้าง เป็นของธรรมดา

ขอให้มีกำลังใจเดินไปเรือยๆ เหมือนท่อนซุงที่มุ่งสู่ทะเลใหญ่ดังพุทธดำรัสนั้นนะครับ

gitti
22-10-2006, 11:34 AM
อนุโมทนาค่ะ

chaichara
22-10-2006, 12:12 PM
ขอน้อมจิตอธิษฐานด้วยครับผม...สาธุ

countdown
22-10-2006, 12:23 PM
โมทนาด้วยครับอ่านไปอ่านมาขนลุกขนพองยังไงไม่รู้ นั่งแล้วยังกล้าๆ กลัวๆ ยุ เลยหมั่นทำบุญเอานะครับ

A~MING
22-10-2006, 02:21 PM
อนุโมทนาเช่นกันคะ

เดินทางไกล
22-10-2006, 04:29 PM
โมทนาสาธุครับ คุณnina อย่าพึ่งท้อนะครับ

magic power
22-10-2006, 04:50 PM
ผมรู้สึกดีใจแทนคุณ นีน่านะครับ ที่ได้พบประสพการณ์ที่แปลกมหัศจรรย์
ที่อีกหลายท่านอยากพบแต่ไม่ได้พบ ผมก็เริ่มฝึกหัดเป็นเด็กอนุบาลเหมือนกัน
ได้ไปฝึกที่บ้านสายลม แต่กลับมาแล้วก็เปลี่ยนมานั่งสมาธิ ภาวนา "พุทโธ"
เพราะต้องการอยากฝึกดูจิตในจิต มีบางครั้งที่รู้สึกว่า จิตใจสงบมาก
จนเกิดนิมิตว่า จิตเป็นสูญญาตา ไม่มีตัวตน มีแต่ความว่างเปล่าครับ!!!!!

(f)

Emotion580299
22-10-2006, 07:07 PM
โมทนาด้วยค่ะ

surad
22-10-2006, 09:34 PM
โมทนาครับ

Pattana
22-10-2006, 11:20 PM
วันนี้ไปอ่านเวบแห่งหนึ่งแล้วรู้สึกเหมือนเข้าตัวเองโดนด่าอย่างไรไม่ทราบค่ะ
มีทั้งว่าฝันไปสวรรค์ หรือเจอเทวดาสงเคราะห์ก็คิดว่าเป็นผู้วิเศษ

อ่านแล้วรู้สึกเสียดแทงในอกไม่ทราบ
สาเหตุที่ชอบอ่านของชาวบ้านแต่ไม่เคยโพสเลยก็เพราะว่าเบื่อความมีอตตาตนตัวเอง แค่มีตัวตนสุมมุติในโลกความเป็นจริงก็ยังเอาตัวไม่รอด อีโก้ ถืออัตตาตัวตนทั้งนั้น แล้วจะมาสร้างตัวตนในเนตอีกทำไม...เพราะสร้างแล้ว ตัวเองก็มีแต่มานั่งอ่านกระทู้ของตน ดูข้อความคนอื่นว่าว่าถึงเราอย่างไรมั่ง สร้างอัตตา ยึดมั่นถือมั่นเข้าไปอีก

ตอนแรกไม่อยากจะดพสเลยจริงๆ เพราะเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่รู้ได้เฉพาะตัว ประจักษ์แจ้งแต่กับเจ้าตัว

หากการออกจากร่างโดยพุ่งเหมือนออกจากกระบอกไม้ไผ่ไม่ใช่เรื่องจริง เป็นแค่อุปทาน ทำไมครั้งอื่นๆ ดิฉันจึงสามารถไปเยี่ยมเยี่ยนบ้านเพื่อน รับทราบว่าข้างในบ้านตกแต่งอย่างไร มีเฟอร์นิเจอรื สีสันอะไร บอกรายละเอียดเล้กๆน้อยๆได้ถุกต้อง บอกต้ำแหน่งห้อง บอกว่าเวลานั้น ตอนนั้นคนในบ้านทำอะไรอยู่ เห็นคนในบ้านด้วยได้ถูกต้อง
...
ไม่อยากจะบ่นเลยค่ะ แต่กลัวความเชื่อมั่นของคนอ่านต่อสววรค์จะลดลง
และใจหยาบๆดวงนี้ก็ชั่วเกินจนทนไม่ได้ให้ใครมาว่าไม่จริง...

เห็นทีดิฉันต้องขอตัวไปปลีกวิเวกบำเพญธรรม เลิกยุ่งกับการดพสในเวบจะดีกว่า
ไม่ฟุ้งซ่านดี เพราะทุกวันนี้ก็ยังจะเอาตัวไม่รอดแล้ว

ขอบคุณค่ะ

ขอโมทนากัยเจ้าของกระทู้ครับ อย่าเพิ่งท้อนะครับ คนอื่นเขาทำไม่ได้เขาก็อาจจะว่าคุณ สำหรับผมยังทำเช่นคุณไม่ได้เลย นี่แสดงว่าของเก่าคุณทำมาดี โปรดทำต่อไปเถิดครับ การนำความดีของคุณมาบอกเล่าในนี้เท่ากับว่าเป็นการให้กำลังใจผู้อื่นด้วย

แม้แต่พระพุทธเจ้าเองท่านก็ยังถูกนินทา แล้วนับประสาอะไรกับเรา ให้คิดเสียว่า มารไม่มีบารมีไม่เกิดนะครับ เป็นธรรมดาคนชมเรามากก็มี แต่ถ้ามีคนติเราแค่เพียงคนเดียว กำลังใจเราก็ตก โลกธรรมแปดครับ ปล่อยวางเสียบ้างก็ดี

สิ่งที่คุณทำมาผมว่าดีแล้ว ผมเองยังไม่ได้ครึ่งของคุณเลย เป็นกำลังใจให้ต่อไปครับ

jaychou1
23-10-2006, 09:55 AM
โมทนาครับ ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง แต่ความตายเป็นของเที่ยงได้อ่านแล้วรู้สึกว่าทำให้ผมมีกำลังใจขึ้นมาที่จะปฏิบัติความดีปลื้มใจดีจริง

pechklang
23-10-2006, 11:07 AM
ขอร่วมอนุโมทนากับคุณ Nina-Young ด้วยครับ

direkk
24-10-2006, 09:32 AM
ตามตำรา(ไม่แน่ใจว่าเล่มใหน)บอกว่า เมื่อจิตออกจากกายแล้ว จิตจะมีความเป็นทิพย์ หมายความว่าในขณะที่อยู่ข้างบน ถ้าต้องการรู้ว่าที่นี่ที่ใหน จิตจะบอกทันที คือรู้เองทันที (เสียดายที่ตอนนั้นคุณไม่ยอมสงสัย)

ถ้ามีโอกาศได้ไปอีก ขอให้นึกถึงพระพุทธเจ้าหรือหลวงพ่อฯ แล้วท่านจะมา ทีนี้คุณก็สามารถเรียนตรงกับท่านได้เลย

ขออนุโมทนากับผู้ที่ทำได้ด้วยครับ ตัวผมเองยังไม่เอาใหนเลย (กำลังพยายามอยู่ครับ)

YoUxIpUn
24-10-2006, 04:47 PM
ขอโมธนาด้วยคะ เป็นเกียรติอย่างยิ่งค่ะที่ได้อ่านบทความของคุณ

หนูเป็นคนหนึ่งนะคะที่อยากนั่งสมาธิอย่างจริงจัง

แต่กลัวว่าหากจิตกับกายไม่ได้อยุ่ที่เดียวกะจะเกิดปัญหาขึ้น กลัวว่าจะไม่มีใครช่วยได้เหมือนคุณนีน่า

ประสพการณ์ที่น่าจดจำยิ่งนัก
ขอใหคุณนีน่าทำต่อไปนะคะ พวกเราจะเป็นกำลังใจให้

พัชรวัฒน์
25-10-2006, 10:40 AM
โมทนา สาธุ
ค่อยๆปรับความคิดในการยอมรับนะครับเรื่องถูกติเตียน สรรเสริญ ท่านไม่ให้คบทั้งสองเรื่อง ค่อยๆทำใจยอมรับอย่างสงบ ดีกว่าไม่ลองทำเลย ผมก็ว่าเราอ่านเราลองแล้วหลายครั้ง ก็ยังมีหลุดได้ แต่ก็เพียงชั่วครู่แล้วระงับได้ แค่นี้ก็ดีบ้างสำหรับผมแล้ว พยายามนะครับ หนทางมักไม่ราบเรียบอยู่แล้ว มารไม่มีบารมีไม่เกิด คิดแบบนี้ก็สบายใจ

มหัศฤทธิ์
25-10-2006, 02:35 PM
ไปบ่อย ๆ คงได้เจอกัน...อนุโมทนากับความดีที่ได้ทำ...สาธุ

jikijung
26-10-2006, 12:00 PM
อยากไปเห็นสวรรค์มั่งจัง

intorachit
01-11-2006, 11:00 AM
อ่านแล้วอยากทำได้มั่งจังเลย

cochiga
02-11-2006, 02:39 PM
โมทนา สาธุค่ะ

WebSnow
17-11-2006, 12:18 AM
กราบสวัสดีทุกท่านคะ

ดิฉันเป็นสมาชิกใหม่ก็จริง แต่ความจริงแฝงเข้ามาอ่านตั้งแต่เวบพลังจิตเปิดใหม่ๆ ชอบอ่านของคนอื่นแต่ไม่ได้สมัครสมาชิก

<O:p</O:p
<O:p
เคยโทรหาคุณสโนว์ที่ อังกฤษด้วย
จำได้ไหมคะ คุณเคยบอกว่า ฝันล่วงหน้าว่ามีคนเสียงอย่างนี้โทรมาหา แล้วดิฉันเป็นคนแนะนำให้คุณเข้าไปอ่านเวบคุณเมืองบัว(อาจารย์เมืองบัว)เอง
แล้วก็เวบพระภิกษุนิรนาม


สวัสดีครับน้อง นินา ตอนแรกผมมาอ่านเกือบจำไม่ไ่ด้ นานมากเลย เกือบจะสี่ปีแล้ว
พอนึกไปนึกมาว่า เคยคุยกับน้อง...และเรื่องนี้ น้องก็เคยเล่าให้ฟัง...

ตามปกติผมจะไม่ให้เบอร์โทรศัพย์กับใคร
ใน Internet มีเบอร์โทรผมไม่เกิน 5 คน......

สาเหตุที่ให้เบอร์น้องนินาไป เพราะว่า นิมิต...

มีอยู่วันหนึ่งผมถอดกายทิพย์ออกเที่ยวไปที่ต่างๆ ขณะที่ผมกำลังท่องเที่ยว แล้วอยู่ๆก็ได้ยินทางหูทิพย์ เป็นเสียงผู็หญิงโทรศัพย์
แล้วต่อมาผมก็ได้ยินเสียง มาบอกผมว่า "ให้สอนน้อง"

ต่อมาน้องนินามาก่อานกระทู้ผมที่พันทิพย์และน้องนินามาขอเบอร์ผม เพื่อจะขอปรึกษาเ ผมนึกถึงเสียงที่ได้ยิน ผมก็เลยให้เบอร์น้องไป

แล้วก็ไม่ได้ิดต่อกันอีกเลย เพิ่งมาเจอคราวนี้

nina_yong
18-11-2006, 06:01 AM
กะแล้วว่าคุณWeb Snow คงจำไม่ได้ ถึงไม่เห็นตอบอะไร
แหม บทจะจำได้ก็จำได้แม้กระทั่งว่าคุยกันมาจะสี่ปีแล้ว

ตอนนี้ นีน่ามาเรียนที่ Nottingham, UK แล้วนะคะ ขอเบอร์อีกได้ไหมเนี่ย เผื่อไปเที่ยว London นัดทานกาแฟกัน(ว่าแต่ไว้ใจคุณได้ไหมคะ):P

Nakamura
18-11-2006, 07:33 AM
โมทนาด้วยครับ ^^

WebSnow
18-11-2006, 04:37 PM
กะแล้วว่าคุณWeb Snow คงจำไม่ได้ ถึงไม่เห็นตอบอะไร
แหม บทจะจำได้ก็จำได้แม้กระทั่งว่าคุยกันมาจะสี่ปีแล้ว

ตอนนี้ นีน่ามาเรียนที่ Nottingham, UK แล้วนะคะ ขอเบอร์อีกได้ไหมเนี่ย เผื่อไปเที่ยว London นัดทานกาแฟกัน(ว่าแต่ไว้ใจคุณได้ไหมคะ):P

wow จาก Australia มาเรียนอังกฤษ
ตอนนั้นผมก็คงจะบวชแล้ว ผมอาจจะจะบวชก่อนปีใหม่ แล้วยังไม่มีกำหนดสึก...
แทนที่จะไปเจอร้านกาแฟ ก็ไปทำบุญเจอที่วัดแทน เดี๋ยวสอนธรรมมะ

nina_yong
19-11-2006, 02:48 AM
วันไหนจะบวช วานบอกด้วยค่ะ เผื่อจะไปร่วมบุญด้วยได้
อนุโมทนาสาธุ

เตชะวโร
14-01-2008, 02:57 AM
โกรธหนอ ไม่พอใจหนอ ....

kitokung
29-03-2008, 01:08 AM
โมทนาครับ

อ่อนต่อโลก(ธรรม)
18-09-2008, 09:35 PM
อนุโมทนาครับ

_________________________

สุขอื่นยิ่งกว่า ความสงบไม่มี

jiradech panatuhk
22-09-2008, 04:28 PM
โมทนาครับ