NoOTa
05-10-2006, 11:10 AM
<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=0 width=567 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top>ครูแนน หรือ นางสาว อริสรา ธนาปกิจ</TD></TR><TR><TD class=Text_Story vAlign=top><!-- http://www.palungjit.com/board/<img src='images/3832539low.jpg' border=0 align=left hspace=10 vspace=5 width=200> http://www.palungjit.com/board/images/3832539low.jpg (http://www.palungjit.com/board/) "ถ้าเราจมอยู่กับปัญหา ไม่ได้ออกมาเป็นผู้ดูมันจะคิดอะไรไม่ออก แต่การนั่งสมาธิเหมือนได้เคลียจิตใจที่ จะพร้อมนับหนึ่งใหม่ เวลาที่เราคิดอะไรไม่ออก แต่ละวันเราจะมีขยะความคิดมาก ถ้าเราได้นั่งสมาธิ อย่างน้อยวันละครั้ง จะทำให้สมองโปร่ง เหมือนกับทำให้เรามีสติที่จะแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้" นี่เป็นเหตุผลของการนั่งสมาธิ ของ ครูแนน หรือ นางสาวอริสรา ธนาปกิจ รองผู้อำนวยการและหัวหน้า ทีมเอ็ดดูเทนเนอร์ ผู้วางโครงสร้างและพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษ แห่งสถาบันเอ็นคอนเซ็ปท์ อี แอคเคเดมี่ ซึ่งมีสาขาทั่วประเทศ ๑๖ สาขา
"ถ้าเราจมอยู่กับปัญหา ไม่ได้ออกมาเป็นผู้ดูมันจะคิดอะไรไม่ออก แต่การนั่งสมาธิเหมือนได้เคลียจิตใจที่ จะพร้อมนับหนึ่งใหม่ เวลาที่เราคิดอะไรไม่ออก แต่ละวันเราจะมีขยะความคิดมาก ถ้าเราได้นั่งสมาธิ อย่างน้อยวันละครั้ง จะทำให้สมองโปร่ง เหมือนกับทำให้เรามีสติที่จะแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้"
นี่เป็นเหตุผลของการนั่งสมาธิ ของ ครูแนน หรือ นางสาวอริสรา ธนาปกิจ รองผู้อำนวยการและหัวหน้า ทีมเอ็ดดูเทนเนอร์ ผู้วางโครงสร้างและพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษ แห่งสถาบันเอ็นคอนเซ็ปท์ อี แอคเคเดมี่ ซึ่งมีสาขาทั่วประเทศ ๑๖ สาขา
ครูแนน กล่าวถึงประโยนช์ของการทำสมาธิว่า ทำให้จิตใจสงบนิ่งแล้ว ขณะเดียวกันก็ทำให้เราได้พักผ่อน ควบคู่กันไปด้วย การนั่งสมาธิเป็นการพักผ่อนที่ดี มากกว่าการนอนหลับ บางครั้งเราทำงานมาเหนื่อย เราไม่ได้เหนื่อย จากการใช้แรงงาน แต่เป็นงานที่ต้องคิดเตรียมหลักสูตร เจอผู้คนมากมาย การนั่งสมาธิจึงเป็นการพักผ่อนอย่างแท้จริง เพราะการนั่งสมาธิจะไปถึงจิตถึงใจของเราทีเดียว
อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ออกกำลังกายเพื่อต้องการให้ร่างกายแข็งแรง ในทางกลับกัน ถ้าพูดถึงเรื่องจิตของเรา ถ้าหากเรานั่งสมาธิจิตจะนิ่ง จิตนั้นจะยิ่งมีพลัง เมื่อจิตเราแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า ความสุขเสมอความสุขมันไม่มี
ครูแนน บอกด้วยว่า การนั่งสมาธิเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนนั่งเครื่องบิน นั่งอยู่ในรถ เราก็นั่งสมาธิได้ ทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง จัดระเบียบของจิตใจทางความคิดให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น
"หากว่างจากงาน ก็จะเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่จ.เชียงใหม่เป็นประจำ เพื่อให้ชีวิตมีแนวทาง จนมีเพื่อนๆ หลายคนแซว เพื่อนบางคนไม่เคยเห็นเรานั่งสมาธิปฏิบัติธรรม พอเขาเห็นกันหลายคนก็ปฏิบัติตาม วันนี้สังเกตเห็นคนรุ่นใหม่สนใจที่จะเข้าหาธรรมะ ปฏิบัติกันมาก แม้ลูกศิษย์เองก็จะมาสมาธิวิธีการนั่งสมาธิ ก่อนนอนจะทำให้อ่านหนังสือได้ดีขึ้น สมองก็ปลอดโปร่ง เหมือนเป็นการลับสมองอย่างหนึ่ง" ครูแนนกล่าว พร้อมกับพูดถึงเรื่องพระเครื่องว่า
เคยได้รับพระเครื่องจากพ่อให้แขวนติดตัว เนื่องจากท่านเป็นคนชอบสะสมพระเครื่อง รวมทั้งสอนให้สวดมนต์ นั่งสมาธิ ท่านเคยให้เอาพระไว้แขวนติดตัวเหมือนกัน เวลาผ่านไปได้ปฏิบัติธรรมด้วยตัวเอง จึงเป็นเหตุผล ไม่แขวนพระเครื่อง การศึกษาธรรมะพร้อมปฏิบัติธรรมทำให้คิดว่าได้ในที่สุดแล้วพระก็อยู่ในใจ
ทั้งนี้เธอได้พูดถึงเรื่อพระเครื่องไว้อย่างน่าคิดว่า "ต่อให้เราแขวนพระเครื่อง แต่เป็นคนไม่มีศีลไม่มีธรรม การแขวนพระเหล่านั้นอาจไม่ได้ช่วยอะไรเราได้มาก เพราะศีลต่างหากที่ปกป้องตัวเรา "
ส่วนความเชื่อเกี่ยวกับปาฏิหาริย์นั้น ครูแนน บอกว่า ปาฏิหาริย์เหล่านี้ไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะไม่เชื่อว่าทำให้คนเราพ้นทุกข์ได้จริง และไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเรา ตรงนี้เขาเรียกว่าเป็นโลกียธรรม คือไม่ใช่เป็นโลกุตรธรรม คือทำให้หลงอยู่ในกิเลสอยู่ดี แต่ถ้าเอามาใช้ในแง่ประโยชน์ก็อาจจะช่วยได้ เป็นการนำคนไปสู่สิ่งที่ดีงาม จะว่าไปแล้วก็อันตรายอยู่ดี ตรงนี้ก็จะเป็นการขัดเกลาจิตใจตัวเองมากกว่า
แต่ครูแนนก็ไม่ได้ปฏิเสธเสียเลยทีเดียว ทั้งนี้เธอได้ยกตัวอย่างปาฏิหาริย์ในพระไตรปิฎกมาอธิบายให้ฟังว่า อภิญญา ๖ หรือ อภิญญาสมาบัติ ที่มีคุณสมบัติ ๖ ประการ ดังนี้ ๑.อิทธิฤทธิญาณ มีความรู้ในการแสดงฤทธิ์ได้ต่างๆ ๒.ทิพโสตญาณ มีความรู้เหมือนมีหูทิพย์ ๓.เจโตปริยญาณ รู้วาระจิตของคนและของสัตว์ ๔.จุตูปปาตญาณ รู้ว่าสัตว์ที่ตายแล้วไปเกิด ณ.สถานที่ใด ๕.ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ รู้ระลึกชาติแต่หนหลังได้ นับชาติไม่ถ้วน และ ๖.อาสวักขยญาณ รู้กระบวนการในการตัดกิเลส โดยนำเอา อภิญญา ๕ มาเป็นบาทฐาน จนหมดกิเลส
ตามหลักการแล้ว ท่านจะเรียก อภิญญา ๖ ก็ต่อเมื่อผู้นั้นทรงคุณธรรม ของพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์
"วันนี้อยากจะบอกว่า กิเลสที่อยู่ในใจก็ยังมี แต่เชื่อว่าคงจะลดลงเรื่อยๆ และอยากบอกว่า ธรรมะสอนให้เราเรียบง่าย เพราะธรรมะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทุกลมหายใจเป็นการปฏิบัติธรรมอยู่แล้ว การศึกษาธรรมะทำให้เข้าใจว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร เช่น บ้านสำคัญที่ไหน สำคัญอยู่ที่คนอยู่ และอยู่ที่จิตใจไม่ได้อยู่ที่อิฐหรือปูนในการก่อสร้าง จึงมองว่าการปฏิบัติธรรมไม่ว่าจะทำอยู่ที่ไหน ทำแล้วทำให้เรามีความสุขมากกว่า" ครูแนน กล่าวทิ้งท้าย
"ต่อให้เราแขวนพระเครื่อง แต่เป็นคนไม่มีศีลไม่มีธรรม การแขวนพระเหล่านั้นอาจไม่ได้ช่วยอะไรเราได้มาก เพราะศีลต่างหากที่ปกป้องตัวเรา "
เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง ภาพ พีระรัตน์ ธรรมจง
-->http://www.komchadluek.net/2006/10/05/images/3832539low.jpg (http://www.komchadluek.net/2006/10/05/photo_7786.php)
"ถ้าเราจมอยู่กับปัญหา ไม่ได้ออกมาเป็นผู้ดูมันจะคิดอะไรไม่ออก แต่การนั่งสมาธิเหมือนได้เคลียจิตใจที่ จะพร้อมนับหนึ่งใหม่ เวลาที่เราคิดอะไรไม่ออก แต่ละวันเราจะมีขยะความคิดมาก ถ้าเราได้นั่งสมาธิ อย่างน้อยวันละครั้ง จะทำให้สมองโปร่ง เหมือนกับทำให้เรามีสติที่จะแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้" นี่เป็นเหตุผลของการนั่งสมาธิ ของ ครูแนน หรือ นางสาวอริสรา ธนาปกิจ รองผู้อำนวยการและหัวหน้า ทีมเอ็ดดูเทนเนอร์ ผู้วางโครงสร้างและพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษ แห่งสถาบันเอ็นคอนเซ็ปท์ อี แอคเคเดมี่ ซึ่งมีสาขาทั่วประเทศ ๑๖ สาขา
"ถ้าเราจมอยู่กับปัญหา ไม่ได้ออกมาเป็นผู้ดูมันจะคิดอะไรไม่ออก แต่การนั่งสมาธิเหมือนได้เคลียจิตใจที่ จะพร้อมนับหนึ่งใหม่ เวลาที่เราคิดอะไรไม่ออก แต่ละวันเราจะมีขยะความคิดมาก ถ้าเราได้นั่งสมาธิ อย่างน้อยวันละครั้ง จะทำให้สมองโปร่ง เหมือนกับทำให้เรามีสติที่จะแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้"
นี่เป็นเหตุผลของการนั่งสมาธิ ของ ครูแนน หรือ นางสาวอริสรา ธนาปกิจ รองผู้อำนวยการและหัวหน้า ทีมเอ็ดดูเทนเนอร์ ผู้วางโครงสร้างและพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษ แห่งสถาบันเอ็นคอนเซ็ปท์ อี แอคเคเดมี่ ซึ่งมีสาขาทั่วประเทศ ๑๖ สาขา http://www.komchadluek.net/2006/10/05/images/3832549low.jpg (http://www.komchadluek.net/2006/10/05/photo_7787.php)
ครูแนน กล่าวถึงประโยนช์ของการทำสมาธิว่า ทำให้จิตใจสงบนิ่งแล้ว ขณะเดียวกันก็ทำให้เราได้พักผ่อน ควบคู่กันไปด้วย การนั่งสมาธิเป็นการพักผ่อนที่ดี มากกว่าการนอนหลับ บางครั้งเราทำงานมาเหนื่อย เราไม่ได้เหนื่อย จากการใช้แรงงาน แต่เป็นงานที่ต้องคิดเตรียมหลักสูตร เจอผู้คนมากมาย การนั่งสมาธิจึงเป็นการพักผ่อนอย่างแท้จริง เพราะการนั่งสมาธิจะไปถึงจิตถึงใจของเราทีเดียว
อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ออกกำลังกายเพื่อต้องการให้ร่างกายแข็งแรง ในทางกลับกัน ถ้าพูดถึงเรื่องจิตของเรา ถ้าหากเรานั่งสมาธิจิตจะนิ่ง จิตนั้นจะยิ่งมีพลัง เมื่อจิตเราแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า ความสุขเสมอความสุขมันไม่มี
ครูแนน บอกด้วยว่า การนั่งสมาธิเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนนั่งเครื่องบิน นั่งอยู่ในรถ เราก็นั่งสมาธิได้ ทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง จัดระเบียบของจิตใจทางความคิดให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น http://www.komchadluek.net/2006/10/05/images/3832551low.jpg (http://www.komchadluek.net/2006/10/05/photo_7788.php)
"หากว่างจากงาน ก็จะเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่จ.เชียงใหม่เป็นประจำ เพื่อให้ชีวิตมีแนวทาง จนมีเพื่อนๆ หลายคนแซว เพื่อนบางคนไม่เคยเห็นเรานั่งสมาธิปฏิบัติธรรม พอเขาเห็นกันหลายคนก็ปฏิบัติตาม วันนี้สังเกตเห็นคนรุ่นใหม่สนใจที่จะเข้าหาธรรมะ ปฏิบัติกันมาก แม้ลูกศิษย์เองก็จะมาสมาธิวิธีการนั่งสมาธิ ก่อนนอนจะทำให้อ่านหนังสือได้ดีขึ้น สมองก็ปลอดโปร่ง เหมือนเป็นการลับสมองอย่างหนึ่ง" ครูแนนกล่าว พร้อมกับพูดถึงเรื่องพระเครื่องว่า
เคยได้รับพระเครื่องจากพ่อให้แขวนติดตัว เนื่องจากท่านเป็นคนชอบสะสมพระเครื่อง รวมทั้งสอนให้สวดมนต์ นั่งสมาธิ ท่านเคยให้เอาพระไว้แขวนติดตัวเหมือนกัน เวลาผ่านไปได้ปฏิบัติธรรมด้วยตัวเอง จึงเป็นเหตุผล ไม่แขวนพระเครื่อง การศึกษาธรรมะพร้อมปฏิบัติธรรมทำให้คิดว่าได้ในที่สุดแล้วพระก็อยู่ในใจ
ทั้งนี้เธอได้พูดถึงเรื่อพระเครื่องไว้อย่างน่าคิดว่า "ต่อให้เราแขวนพระเครื่อง แต่เป็นคนไม่มีศีลไม่มีธรรม การแขวนพระเหล่านั้นอาจไม่ได้ช่วยอะไรเราได้มาก เพราะศีลต่างหากที่ปกป้องตัวเรา "
ส่วนความเชื่อเกี่ยวกับปาฏิหาริย์นั้น ครูแนน บอกว่า ปาฏิหาริย์เหล่านี้ไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะไม่เชื่อว่าทำให้คนเราพ้นทุกข์ได้จริง และไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเรา ตรงนี้เขาเรียกว่าเป็นโลกียธรรม คือไม่ใช่เป็นโลกุตรธรรม คือทำให้หลงอยู่ในกิเลสอยู่ดี แต่ถ้าเอามาใช้ในแง่ประโยชน์ก็อาจจะช่วยได้ เป็นการนำคนไปสู่สิ่งที่ดีงาม จะว่าไปแล้วก็อันตรายอยู่ดี ตรงนี้ก็จะเป็นการขัดเกลาจิตใจตัวเองมากกว่า
แต่ครูแนนก็ไม่ได้ปฏิเสธเสียเลยทีเดียว ทั้งนี้เธอได้ยกตัวอย่างปาฏิหาริย์ในพระไตรปิฎกมาอธิบายให้ฟังว่า อภิญญา ๖ หรือ อภิญญาสมาบัติ ที่มีคุณสมบัติ ๖ ประการ ดังนี้ ๑.อิทธิฤทธิญาณ มีความรู้ในการแสดงฤทธิ์ได้ต่างๆ ๒.ทิพโสตญาณ มีความรู้เหมือนมีหูทิพย์ ๓.เจโตปริยญาณ รู้วาระจิตของคนและของสัตว์ ๔.จุตูปปาตญาณ รู้ว่าสัตว์ที่ตายแล้วไปเกิด ณ.สถานที่ใด ๕.ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ รู้ระลึกชาติแต่หนหลังได้ นับชาติไม่ถ้วน และ ๖.อาสวักขยญาณ รู้กระบวนการในการตัดกิเลส โดยนำเอา อภิญญา ๕ มาเป็นบาทฐาน จนหมดกิเลส
ตามหลักการแล้ว ท่านจะเรียก อภิญญา ๖ ก็ต่อเมื่อผู้นั้นทรงคุณธรรม ของพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์
"วันนี้อยากจะบอกว่า กิเลสที่อยู่ในใจก็ยังมี แต่เชื่อว่าคงจะลดลงเรื่อยๆ และอยากบอกว่า ธรรมะสอนให้เราเรียบง่าย เพราะธรรมะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทุกลมหายใจเป็นการปฏิบัติธรรมอยู่แล้ว การศึกษาธรรมะทำให้เข้าใจว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร เช่น บ้านสำคัญที่ไหน สำคัญอยู่ที่คนอยู่ และอยู่ที่จิตใจไม่ได้อยู่ที่อิฐหรือปูนในการก่อสร้าง จึงมองว่าการปฏิบัติธรรมไม่ว่าจะทำอยู่ที่ไหน ทำแล้วทำให้เรามีความสุขมากกว่า" ครูแนน กล่าวทิ้งท้าย
"ต่อให้เราแขวนพระเครื่อง แต่เป็นคนไม่มีศีลไม่มีธรรม การแขวนพระเหล่านั้นอาจไม่ได้ช่วยอะไรเราได้มาก เพราะศีลต่างหากที่ปกป้องตัวเรา "
เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง ภาพ พีระรัตน์ ธรรมจง
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ที่มา: คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/2006/10/05/j001_53138.php?news_id=53138
"ถ้าเราจมอยู่กับปัญหา ไม่ได้ออกมาเป็นผู้ดูมันจะคิดอะไรไม่ออก แต่การนั่งสมาธิเหมือนได้เคลียจิตใจที่ จะพร้อมนับหนึ่งใหม่ เวลาที่เราคิดอะไรไม่ออก แต่ละวันเราจะมีขยะความคิดมาก ถ้าเราได้นั่งสมาธิ อย่างน้อยวันละครั้ง จะทำให้สมองโปร่ง เหมือนกับทำให้เรามีสติที่จะแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้"
นี่เป็นเหตุผลของการนั่งสมาธิ ของ ครูแนน หรือ นางสาวอริสรา ธนาปกิจ รองผู้อำนวยการและหัวหน้า ทีมเอ็ดดูเทนเนอร์ ผู้วางโครงสร้างและพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษ แห่งสถาบันเอ็นคอนเซ็ปท์ อี แอคเคเดมี่ ซึ่งมีสาขาทั่วประเทศ ๑๖ สาขา
ครูแนน กล่าวถึงประโยนช์ของการทำสมาธิว่า ทำให้จิตใจสงบนิ่งแล้ว ขณะเดียวกันก็ทำให้เราได้พักผ่อน ควบคู่กันไปด้วย การนั่งสมาธิเป็นการพักผ่อนที่ดี มากกว่าการนอนหลับ บางครั้งเราทำงานมาเหนื่อย เราไม่ได้เหนื่อย จากการใช้แรงงาน แต่เป็นงานที่ต้องคิดเตรียมหลักสูตร เจอผู้คนมากมาย การนั่งสมาธิจึงเป็นการพักผ่อนอย่างแท้จริง เพราะการนั่งสมาธิจะไปถึงจิตถึงใจของเราทีเดียว
อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ออกกำลังกายเพื่อต้องการให้ร่างกายแข็งแรง ในทางกลับกัน ถ้าพูดถึงเรื่องจิตของเรา ถ้าหากเรานั่งสมาธิจิตจะนิ่ง จิตนั้นจะยิ่งมีพลัง เมื่อจิตเราแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า ความสุขเสมอความสุขมันไม่มี
ครูแนน บอกด้วยว่า การนั่งสมาธิเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนนั่งเครื่องบิน นั่งอยู่ในรถ เราก็นั่งสมาธิได้ ทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง จัดระเบียบของจิตใจทางความคิดให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น
"หากว่างจากงาน ก็จะเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่จ.เชียงใหม่เป็นประจำ เพื่อให้ชีวิตมีแนวทาง จนมีเพื่อนๆ หลายคนแซว เพื่อนบางคนไม่เคยเห็นเรานั่งสมาธิปฏิบัติธรรม พอเขาเห็นกันหลายคนก็ปฏิบัติตาม วันนี้สังเกตเห็นคนรุ่นใหม่สนใจที่จะเข้าหาธรรมะ ปฏิบัติกันมาก แม้ลูกศิษย์เองก็จะมาสมาธิวิธีการนั่งสมาธิ ก่อนนอนจะทำให้อ่านหนังสือได้ดีขึ้น สมองก็ปลอดโปร่ง เหมือนเป็นการลับสมองอย่างหนึ่ง" ครูแนนกล่าว พร้อมกับพูดถึงเรื่องพระเครื่องว่า
เคยได้รับพระเครื่องจากพ่อให้แขวนติดตัว เนื่องจากท่านเป็นคนชอบสะสมพระเครื่อง รวมทั้งสอนให้สวดมนต์ นั่งสมาธิ ท่านเคยให้เอาพระไว้แขวนติดตัวเหมือนกัน เวลาผ่านไปได้ปฏิบัติธรรมด้วยตัวเอง จึงเป็นเหตุผล ไม่แขวนพระเครื่อง การศึกษาธรรมะพร้อมปฏิบัติธรรมทำให้คิดว่าได้ในที่สุดแล้วพระก็อยู่ในใจ
ทั้งนี้เธอได้พูดถึงเรื่อพระเครื่องไว้อย่างน่าคิดว่า "ต่อให้เราแขวนพระเครื่อง แต่เป็นคนไม่มีศีลไม่มีธรรม การแขวนพระเหล่านั้นอาจไม่ได้ช่วยอะไรเราได้มาก เพราะศีลต่างหากที่ปกป้องตัวเรา "
ส่วนความเชื่อเกี่ยวกับปาฏิหาริย์นั้น ครูแนน บอกว่า ปาฏิหาริย์เหล่านี้ไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะไม่เชื่อว่าทำให้คนเราพ้นทุกข์ได้จริง และไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเรา ตรงนี้เขาเรียกว่าเป็นโลกียธรรม คือไม่ใช่เป็นโลกุตรธรรม คือทำให้หลงอยู่ในกิเลสอยู่ดี แต่ถ้าเอามาใช้ในแง่ประโยชน์ก็อาจจะช่วยได้ เป็นการนำคนไปสู่สิ่งที่ดีงาม จะว่าไปแล้วก็อันตรายอยู่ดี ตรงนี้ก็จะเป็นการขัดเกลาจิตใจตัวเองมากกว่า
แต่ครูแนนก็ไม่ได้ปฏิเสธเสียเลยทีเดียว ทั้งนี้เธอได้ยกตัวอย่างปาฏิหาริย์ในพระไตรปิฎกมาอธิบายให้ฟังว่า อภิญญา ๖ หรือ อภิญญาสมาบัติ ที่มีคุณสมบัติ ๖ ประการ ดังนี้ ๑.อิทธิฤทธิญาณ มีความรู้ในการแสดงฤทธิ์ได้ต่างๆ ๒.ทิพโสตญาณ มีความรู้เหมือนมีหูทิพย์ ๓.เจโตปริยญาณ รู้วาระจิตของคนและของสัตว์ ๔.จุตูปปาตญาณ รู้ว่าสัตว์ที่ตายแล้วไปเกิด ณ.สถานที่ใด ๕.ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ รู้ระลึกชาติแต่หนหลังได้ นับชาติไม่ถ้วน และ ๖.อาสวักขยญาณ รู้กระบวนการในการตัดกิเลส โดยนำเอา อภิญญา ๕ มาเป็นบาทฐาน จนหมดกิเลส
ตามหลักการแล้ว ท่านจะเรียก อภิญญา ๖ ก็ต่อเมื่อผู้นั้นทรงคุณธรรม ของพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์
"วันนี้อยากจะบอกว่า กิเลสที่อยู่ในใจก็ยังมี แต่เชื่อว่าคงจะลดลงเรื่อยๆ และอยากบอกว่า ธรรมะสอนให้เราเรียบง่าย เพราะธรรมะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทุกลมหายใจเป็นการปฏิบัติธรรมอยู่แล้ว การศึกษาธรรมะทำให้เข้าใจว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร เช่น บ้านสำคัญที่ไหน สำคัญอยู่ที่คนอยู่ และอยู่ที่จิตใจไม่ได้อยู่ที่อิฐหรือปูนในการก่อสร้าง จึงมองว่าการปฏิบัติธรรมไม่ว่าจะทำอยู่ที่ไหน ทำแล้วทำให้เรามีความสุขมากกว่า" ครูแนน กล่าวทิ้งท้าย
"ต่อให้เราแขวนพระเครื่อง แต่เป็นคนไม่มีศีลไม่มีธรรม การแขวนพระเหล่านั้นอาจไม่ได้ช่วยอะไรเราได้มาก เพราะศีลต่างหากที่ปกป้องตัวเรา "
เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง ภาพ พีระรัตน์ ธรรมจง
-->http://www.komchadluek.net/2006/10/05/images/3832539low.jpg (http://www.komchadluek.net/2006/10/05/photo_7786.php)
"ถ้าเราจมอยู่กับปัญหา ไม่ได้ออกมาเป็นผู้ดูมันจะคิดอะไรไม่ออก แต่การนั่งสมาธิเหมือนได้เคลียจิตใจที่ จะพร้อมนับหนึ่งใหม่ เวลาที่เราคิดอะไรไม่ออก แต่ละวันเราจะมีขยะความคิดมาก ถ้าเราได้นั่งสมาธิ อย่างน้อยวันละครั้ง จะทำให้สมองโปร่ง เหมือนกับทำให้เรามีสติที่จะแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้" นี่เป็นเหตุผลของการนั่งสมาธิ ของ ครูแนน หรือ นางสาวอริสรา ธนาปกิจ รองผู้อำนวยการและหัวหน้า ทีมเอ็ดดูเทนเนอร์ ผู้วางโครงสร้างและพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษ แห่งสถาบันเอ็นคอนเซ็ปท์ อี แอคเคเดมี่ ซึ่งมีสาขาทั่วประเทศ ๑๖ สาขา
"ถ้าเราจมอยู่กับปัญหา ไม่ได้ออกมาเป็นผู้ดูมันจะคิดอะไรไม่ออก แต่การนั่งสมาธิเหมือนได้เคลียจิตใจที่ จะพร้อมนับหนึ่งใหม่ เวลาที่เราคิดอะไรไม่ออก แต่ละวันเราจะมีขยะความคิดมาก ถ้าเราได้นั่งสมาธิ อย่างน้อยวันละครั้ง จะทำให้สมองโปร่ง เหมือนกับทำให้เรามีสติที่จะแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้"
นี่เป็นเหตุผลของการนั่งสมาธิ ของ ครูแนน หรือ นางสาวอริสรา ธนาปกิจ รองผู้อำนวยการและหัวหน้า ทีมเอ็ดดูเทนเนอร์ ผู้วางโครงสร้างและพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษ แห่งสถาบันเอ็นคอนเซ็ปท์ อี แอคเคเดมี่ ซึ่งมีสาขาทั่วประเทศ ๑๖ สาขา http://www.komchadluek.net/2006/10/05/images/3832549low.jpg (http://www.komchadluek.net/2006/10/05/photo_7787.php)
ครูแนน กล่าวถึงประโยนช์ของการทำสมาธิว่า ทำให้จิตใจสงบนิ่งแล้ว ขณะเดียวกันก็ทำให้เราได้พักผ่อน ควบคู่กันไปด้วย การนั่งสมาธิเป็นการพักผ่อนที่ดี มากกว่าการนอนหลับ บางครั้งเราทำงานมาเหนื่อย เราไม่ได้เหนื่อย จากการใช้แรงงาน แต่เป็นงานที่ต้องคิดเตรียมหลักสูตร เจอผู้คนมากมาย การนั่งสมาธิจึงเป็นการพักผ่อนอย่างแท้จริง เพราะการนั่งสมาธิจะไปถึงจิตถึงใจของเราทีเดียว
อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ออกกำลังกายเพื่อต้องการให้ร่างกายแข็งแรง ในทางกลับกัน ถ้าพูดถึงเรื่องจิตของเรา ถ้าหากเรานั่งสมาธิจิตจะนิ่ง จิตนั้นจะยิ่งมีพลัง เมื่อจิตเราแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า ความสุขเสมอความสุขมันไม่มี
ครูแนน บอกด้วยว่า การนั่งสมาธิเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนนั่งเครื่องบิน นั่งอยู่ในรถ เราก็นั่งสมาธิได้ ทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง จัดระเบียบของจิตใจทางความคิดให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น http://www.komchadluek.net/2006/10/05/images/3832551low.jpg (http://www.komchadluek.net/2006/10/05/photo_7788.php)
"หากว่างจากงาน ก็จะเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่จ.เชียงใหม่เป็นประจำ เพื่อให้ชีวิตมีแนวทาง จนมีเพื่อนๆ หลายคนแซว เพื่อนบางคนไม่เคยเห็นเรานั่งสมาธิปฏิบัติธรรม พอเขาเห็นกันหลายคนก็ปฏิบัติตาม วันนี้สังเกตเห็นคนรุ่นใหม่สนใจที่จะเข้าหาธรรมะ ปฏิบัติกันมาก แม้ลูกศิษย์เองก็จะมาสมาธิวิธีการนั่งสมาธิ ก่อนนอนจะทำให้อ่านหนังสือได้ดีขึ้น สมองก็ปลอดโปร่ง เหมือนเป็นการลับสมองอย่างหนึ่ง" ครูแนนกล่าว พร้อมกับพูดถึงเรื่องพระเครื่องว่า
เคยได้รับพระเครื่องจากพ่อให้แขวนติดตัว เนื่องจากท่านเป็นคนชอบสะสมพระเครื่อง รวมทั้งสอนให้สวดมนต์ นั่งสมาธิ ท่านเคยให้เอาพระไว้แขวนติดตัวเหมือนกัน เวลาผ่านไปได้ปฏิบัติธรรมด้วยตัวเอง จึงเป็นเหตุผล ไม่แขวนพระเครื่อง การศึกษาธรรมะพร้อมปฏิบัติธรรมทำให้คิดว่าได้ในที่สุดแล้วพระก็อยู่ในใจ
ทั้งนี้เธอได้พูดถึงเรื่อพระเครื่องไว้อย่างน่าคิดว่า "ต่อให้เราแขวนพระเครื่อง แต่เป็นคนไม่มีศีลไม่มีธรรม การแขวนพระเหล่านั้นอาจไม่ได้ช่วยอะไรเราได้มาก เพราะศีลต่างหากที่ปกป้องตัวเรา "
ส่วนความเชื่อเกี่ยวกับปาฏิหาริย์นั้น ครูแนน บอกว่า ปาฏิหาริย์เหล่านี้ไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะไม่เชื่อว่าทำให้คนเราพ้นทุกข์ได้จริง และไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเรา ตรงนี้เขาเรียกว่าเป็นโลกียธรรม คือไม่ใช่เป็นโลกุตรธรรม คือทำให้หลงอยู่ในกิเลสอยู่ดี แต่ถ้าเอามาใช้ในแง่ประโยชน์ก็อาจจะช่วยได้ เป็นการนำคนไปสู่สิ่งที่ดีงาม จะว่าไปแล้วก็อันตรายอยู่ดี ตรงนี้ก็จะเป็นการขัดเกลาจิตใจตัวเองมากกว่า
แต่ครูแนนก็ไม่ได้ปฏิเสธเสียเลยทีเดียว ทั้งนี้เธอได้ยกตัวอย่างปาฏิหาริย์ในพระไตรปิฎกมาอธิบายให้ฟังว่า อภิญญา ๖ หรือ อภิญญาสมาบัติ ที่มีคุณสมบัติ ๖ ประการ ดังนี้ ๑.อิทธิฤทธิญาณ มีความรู้ในการแสดงฤทธิ์ได้ต่างๆ ๒.ทิพโสตญาณ มีความรู้เหมือนมีหูทิพย์ ๓.เจโตปริยญาณ รู้วาระจิตของคนและของสัตว์ ๔.จุตูปปาตญาณ รู้ว่าสัตว์ที่ตายแล้วไปเกิด ณ.สถานที่ใด ๕.ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ รู้ระลึกชาติแต่หนหลังได้ นับชาติไม่ถ้วน และ ๖.อาสวักขยญาณ รู้กระบวนการในการตัดกิเลส โดยนำเอา อภิญญา ๕ มาเป็นบาทฐาน จนหมดกิเลส
ตามหลักการแล้ว ท่านจะเรียก อภิญญา ๖ ก็ต่อเมื่อผู้นั้นทรงคุณธรรม ของพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์
"วันนี้อยากจะบอกว่า กิเลสที่อยู่ในใจก็ยังมี แต่เชื่อว่าคงจะลดลงเรื่อยๆ และอยากบอกว่า ธรรมะสอนให้เราเรียบง่าย เพราะธรรมะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทุกลมหายใจเป็นการปฏิบัติธรรมอยู่แล้ว การศึกษาธรรมะทำให้เข้าใจว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร เช่น บ้านสำคัญที่ไหน สำคัญอยู่ที่คนอยู่ และอยู่ที่จิตใจไม่ได้อยู่ที่อิฐหรือปูนในการก่อสร้าง จึงมองว่าการปฏิบัติธรรมไม่ว่าจะทำอยู่ที่ไหน ทำแล้วทำให้เรามีความสุขมากกว่า" ครูแนน กล่าวทิ้งท้าย
"ต่อให้เราแขวนพระเครื่อง แต่เป็นคนไม่มีศีลไม่มีธรรม การแขวนพระเหล่านั้นอาจไม่ได้ช่วยอะไรเราได้มาก เพราะศีลต่างหากที่ปกป้องตัวเรา "
เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง ภาพ พีระรัตน์ ธรรมจง
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ที่มา: คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/2006/10/05/j001_53138.php?news_id=53138