View Full Version : มงคล ๓๘ ประการ ประกอบ ภาพจิตรกรรมฝาผนัง สวยๆ
Kamen rider
06-10-2004, 09:53 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><b><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>มงคล ๓๘ ประการ</span></span></b><br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol.jpg" border="0"><br><br><br><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ที่มาของมงคล ๓๘ ประการ</span></span><br><br><span style='color:orangered'>กาลเมื่อ ๒๕๐๐ กว่าปีที่ผ่านมา _ ณ.ชมพูทวีป <br>มหาชนและคนทั้งหลาย _ผู้อาศัยอยู่ในโลกใบนี้ <br>ต่างคนต่างก็มีความปริวิตก _หวาดกลัวต่อความทุกข์ยากเดือดร้อนจากภัย<br>ที่จักเป็นอันตรายต่อตน และคน ทั้งทรัพย์สินในครอบครัว<br>ด้วยอาศัยอำนาจแห่งความกลัวนี้ <br>ชนทั้งหลายได้พากันขวนขวายแสวงหาที่พึ่งพาอาศัย ที่ตนเชื่อว่าประเสริฐ<br>และทรงอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อจักได้คุ้มครองปกปักรักษาชีวิตและทรัพย์สินของตนๆ<br>ให้อยู่รอดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวงที่จักอุบัติขึ้น<br>บางขณะก็ใช้ที่พึ่งนั้น ให้ช่วยปัดเป่า รักษาอาการเจ็บไข้และโรคร้ายทั้งปวง <br>บางทีก็ใช้ที่พึ่งนั้นดลบันดาลให้พืชผลทางเกษตรของตนเจริ_งอกงาม<br>หรือไม่ก็ใช้ที่พึ่งนั้นช่วยปกป้องภัยพิบัติอันจักพึงมีแก่พืชผลทางเกษตรทรัพย์สินและชีวิตตน<br>ซึ่งบางครั้งก็ดูเหมือนว่าที่พึ่งเหล่านั้นได้ดลบันดาลให้สำเร็จประโยชน์ตามที่ขอได้จริง</span><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_0a.jpg" border="0"><br>๑. ความเชื่อของมนุษย์สมัยโบราณ นับถือเทพเจ้า และสัตว์ต่างๆ<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_0b.jpg" border="0"><br>๒. ความเชื่อเรื่องบูชายั_<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_0c.jpg" border="0"><br>๓. การแห่นางแมวขอฝน<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_0d.jpg" border="0"><br>๔. ความเชื่อเรื่องน้ำศักดิ์สิทธิ์<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_0e.jpg" border="0"><br>๕. ขอหวยที่ต้นไม้<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_0f.jpg" border="0"><br>๖. รักษาโรคด้วยหมอผี<br><br><br><span style='color:purple'>แต่ก็บ่อยครั้งหรือหลายครั้งที่ที่พึ่งเหล่านั้นมิได้ช่วยให้สำเร็จประโยชน์ตามที่ขอได้เลย <br>แถมยังป็นตัวทำลายชีวิตทรัพย์สินของผู้เคารพยอมรับบูชาเสียอีก<br>และชนิดของที่พึ่งเหล่านั้นก็มีมากมายหลายชนิดหลายประเภท <br>มีชีวิตบ้าง ไม่มีชีวิตบ้าง ตัวอย่างเช่น <br>ผู้คนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้แม่น้ำลำคลองก็พากันเคารพบูชา<br>แม่พระคงคา บูชาเจ้าสมุทร บูชาผีน้ำ พรายภูติน้ำ<br>หรือที่สุดก็บูชาสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำนั้น <br>พวกที่อยู่ในป่าเขาต่างก็พากันบูชาเจ้าป่า เจ้าเขา รุกขเทวดา นางไม้ เจ้าที่ จอมปลวก<br>แม้ในที่สุด ก็เคารพบูชาสัตว์น้อยให_่ที่อิงอาศัยอยู่ในป่านั้น ว่าเป็นที่พึ่งอันศักดิ์สิทธิ์ประเสริฐ<br>พวกที่อาศัยอยู่ในเมืองก็พากันเคารพบูชาดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า <br>บางพวกก็บูชาลม ฝน ไฟ <br>บางพวกก็บูชาทาง ๓ แพร่งและทางแยกต่างๆ<br>บางพวกก็บูชาสัตว์เลี้ยงในบ้าน และนอกบ้าน ได้แก่ วัว งู นก ไก่ ปลา <br>และบางพวกก็บูชามนุษย์ที่ประพฤติพรต บำเพ็_ตบะ</span><br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_0g.jpg" border="0"><br>๗. มนุษย์เกิดความสงสัยอะไรที่เป็นมงคล</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 10:02 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='color:SeaGreen'>เมื่อมหาชนและผู้คนทั้งหลายพากันบูชาสิ่งเคารพของตนๆ ดังได้กล่าวมาแล้ว<br>ต่างก็พากันบูชาด้วยของบูชาอันเลิศ _พร้อมกระนั้นก็ขอความคุ้มครองรักษา<br>บำบัดปัดเป่าขจัดทุกข์ภัยจากสิ่งเคารพของตน _ซึ่งผลที่ตอบรับบางทีก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง<br>จนทำให้เป็นที่โจษจัน เคลือบแคลงระแวงสงสัยแก่มหาชนคนทั้งหลายว่า<br>สิ่งเคารพอันใดกันแน่ ที่จัดว่าเป็นสิ่งเคารพที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ดีมีมงคล<br>มหาชนทั้งหลายต่างฝ่ายต่างพากันถกเถียงกันอยู่เกลื่อนกล่นอลหม่าน<br>ก็ยังหาข้อยุติไม่ได้ ว่าอะไรคือสิ่งเคารพที่เป็นมงคลสูงสุด</span><br><br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_0h.JPG" border="0"><br>เหล่าเทวดาทูลถาม ท้าวสักกเทวราช "อะไรคือมงคล"<br><br><br><span style='color:Crimson'>จนร้อนถึงเทวดาชั้นกามาวจร _อันได้แก่เทวดาที่สถิตอยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์<br>เมื่อได้สดับคำโจษขานของมนุษย์ที่อยู่ในความดูแลของตนๆ<br>ก็พากันสอบถามกันและกันว่า</span><br><br><span style='color:Chocolate'>"เอ...พวกมนุษย์เขาถามกันไปมาว่า อะไรคือสิ่งดีมีมงคลสูงสุด"</span><br><br><span style='color:Coral'>"นั่นซิท่าน! อะไรล่ะ ข้าพเจ้าก็มิได้รู้เหมือนกัน"</span><br><br><span style='color:Sienna'>"ถ้าอย่างนั้นชาวเราทั้งหลาย พากันไปเฝ้ามหาเทพ เพื่อทูลถามปั_หานี้เถิด"</span><br><br><span style='color:Tomato'>เหล่าเทพเทวาทั้งหลาย ก็ได้พากันเข้าเฝ้ามหาเทพ ผู้เป็นให_่ในสรวงสวรรค์<br>พร้อมกับทูลถามปั_หาว่า อะไรเป็นมงคลสูงสุด<br>องค์อินทราธิราชผู้เป็นให_่ในสรวงสวรรค์ เมื่อได้ทรงฟังปั_หา<br>ของเหล่าเทพเทวาทั้งหลายดังนั้นแล้ว ก็วิเคราะห์ใคร่ครว_พิจารณาดู ก็หาได้รู้ไม่<br>สุดปั__าที่จอมเทพไทจักแก้ไข _ก็เลยตรัสขึ้นว่า<br>เห็นทีปั_หานี้ จักต้องกราบทูลอาราธนาขอให้พระจอมบรมศาสดา ทรงเมตตาแก้ปั_หาในครั้งนี้<br>ด้วยเหตุที่ว่า พระองค์ทรงเป็นพระสัพพั__ู มิมีอะไรที่ไม่ทรงรู้<br>คิดดังนั้นแล้ว ก็ชวนเหล่าเทวดาทั้งหลายมาเฝ้าทูลถามปั_หา<br>ณ เชตวันมหาวิหารอารามของอนาถปิณฑิกเศรษฐี ใกล้เมืองสาวัตถี</span><br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_0i.JPG" border="0"><br>ท้าวสักกเทวราชทูลถาม พระพุทธเจ้า<br>ณ เชตวันมหาวิหารอารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้เมืองสาวัตถี</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 10:07 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๑</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความไม่คบคนพาล</span></span><br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_1a.jpg" border="0"><br>๑. คนพาลทุบตีคน _ยิงกวาง<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_1b.jpg" border="0"><br>๒. คนพาลที่มีนิสัยชอบดื่มสุราเมามาย<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_1c.jpg" border="0"><br>๓. ผู้ห_ิงนอกใจสามี<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_1d.jpg" border="0"><br>๔. คนพาลชอบยุแหย่คนให้ทะเลาะกัน<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_1e.jpg" border="0"><br>๕. คนพาลที่ขโมยของบ้านคนอื่น<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_1f.jpg" border="0"><br>๖. บิดาจูงมือบุตรหนีจากกลุ่มคนพาลทั้งหลาย<br><br><br><span style='color:chocolate'>ลักษณะของคนพาลมีดังนี้คือ</span><br><br><span style='color:crimson'><b>การตัดประโยชน์ชาตินี้มี ๔ ประการ</b><br>๑. เป็นคนขี้เกียจขี้คร้าน ไม่ทำกิจกรรมการงาน และหาวิชาความรู้ที่จะนำมาซึ่งลาภผล<br>๒. ไม่รักษาทรัพย์ของตนด้วยอุบายแห่งปั__า<br>๓. เลี้ยงชีวิตด้วยความประมาทในทรัพย์ คือทรัพย์น้อยใช้จ่ายมาก<br>๔. คบคนพาลสันดานบาป</span><br><br><span style='color:Tomato'><b>การตัดประโยชน์ชาติหน้ามี ๕ ประการ</b><br>๑. ไม่ศรัทธาในคุณพระรัตนตรัย<br>๒. ไม่มีศีล ๕ _ ศีล ๘ _ เครื่องรักษากายวาจา<br>๓. ไม่มีสุตะมัยปั__า การฟังธรรมเทศนาแล้วเกิดปั__า<br>๔. ไม่มีจาคะการบริจาคทาน ข้าว น้ำ เป็นต้น<br>๕. ไม่มีปั__าพิจารณาเห็นตามความเป็นจริงแห่งสังขาร</span></div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 10:09 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='color:darkred'><span style='font-size:15pt;line-height:100%'>มงคลที่ ๒</span></span><br><span style='color:firebrick'><span style='font-size:13pt;line-height:100%'>บูชาคนที่ควรบูชา</span></span><br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_2a.jpg" border="0"><br>พุทธศาสนิกชนร่วมกันทำบุ_<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_2b.jpg" border="0"><br>บุตรสวัสดีมารดาเมื่อกลับจากโรงเรียน<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_2c.jpg" border="0"><br>นักเรียนไหว้ครูผู้ให้ความรู้<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_2d.jpg" border="0"><br>ดูแลผู้มีพระคุณเมื่อท่านแก่เฒ่า<br><br><br><span style='color:teal'>บุคคลใดกระทำสักการะบูชา แก่สิ่งที่ควรบูชา <br>มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บิดา มารดา ครู อุปัชฌาย์อาจารย์ และท่านผู้มีอุปการแก่ตน<br>จัดเป็นมงคลอันประเสริฐเป็นบ่อเกิดแห่งบุ_ การบูชามี ๒ อย่างคือ</span><br><br><span style='color:green'>๑. อามิสบูชา<br>ได้แก่การให้วัตถุต่างๆ มีดอกไม้ธูปเทียนของหอม และข้าวน้ำ<br>ผ้านุ่ง ผ้าห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย ปัจจัยลาภทั้งหลาย พร้อมเครื่องใช้ไม้สอยที่จำเป็น เป็นต้น<br>ขุดสระบ่อ และทำถนน สร้างพุทธรูป สถูปเจดีย์ <br>เหล่านี้ เรียกว่า อามิสบูชา</span><br><br><span style='color:limegreen'>๒. ปฏิบัติบูชา<br>ได้แก่การปฏิบัติตามคำสั่งสอน เชื่อถ้อยฟังคำ ทำตามจนเห็นผลประจักษ์แจ้งแก่ตน<br>จนเชื่อใจ วางใจ เบาใจแก่ผู้รับการบูชา พร้อมผู้บูชาเอง<br>เหล่านี้เรียกว่า ปฏิบัติบูชา</span></div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 10:12 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๓</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความคบบัณฑิต</span></span><br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_3.jpg" border="0"><br>กลุ่มบัณฑิต _หมั่นฝึกหาความรู้<br><br><br><span style='color:#FF6600'>จัดเป็นมงคลความเจริ_สุขสวัสดี ทั้งชาตินี้ชาติหน้า _<br>ด้วยบัณฑิตย่อมแสวงประโยชน์ ๒ ประการคือ<br>ประโยชน์ชาตินี้ _และประโยชน์ชาติหน้า<br>ผู้ใดไปคบหาแล้วย่อมจะชักพาให้ทำดี คือ ทาน ศีล ภาวนา เป็นต้น<br>และให้ประพฤติตนอยู่ในสุจริตทั้ง ๓ คือ</span><br><br><span style='color:#CC9900'>๑. กายสุจริต<br>๑.๑ ไม่ฆ่าสัตว์<br>๑.๒ ไม่ลักทรัพย์<br>๑.๓ ไม่ประพฤติผิดในกาม</span><br><br><span style='color:#CC6600'>๒. วจีสุจริต<br>๒.๑ ไม่พูดปดผู้อื่น<br>๒.๒ ไม่พูดส่อเสียดยุยงผู้อื่น<br>๒.๓ ไม่พูดคำหยาบ<br>๒.๔ ไม่พูดจาเพ้อเจ้อเป็นคำพูดที่ไม่มีประโยชน์</span><br><br><span style='color:#CC3300'>๓. มโนสุจริต<br>๓.๑ ไม่โลภคิดลักของผู้อื่น<br>๓.๒ ไม่พยาบาทอาฆาตผูกเวร<br>๓.๓ ไม่เห็นผิดจากพุทธศาสนา</span><br></div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 10:14 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='color:darkred'><span style='font-size:15pt;line-height:100%'>มงคลที่ ๔</span></span><br><span style='color:firebrick'><span style='font-size:13pt;line-height:100%'>ความอยู่ในประเทศอันสมควร</span></span><br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_4a.jpg" border="0"><br>มีวัดที่ดี _พระมีวินัย<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_4b.jpg" border="0"><br>พระไม่ปฏิบัติธรรม<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_4c.jpg" border="0"><br>คนเอาแต่นอนไม่ยอมทำงาน<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_4d.jpg" border="0"><br>โรงเรียนขาดระเบียบวินัย<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_4e.jpg" border="0"><br>มีโรงเรียนที่ดี<br><br><br><span style='color:seagreen'>ความอยู่ในประเทศอันสมควรได้แก่<br>ประเทศใดที่มี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และภิกษุบริษัท ๔<br>ทรงไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปั__า _สั่งสอนปวงชนให้ประพฤติธรรมอยู่เนืองๆ<br>ก็จักทำให้ผู้คนในประเทศนั้นขยันขันแข็ง _<br>พัฒนาจัดสร้างสาธารณูปโภคอย่างพอเหมาะพอดีด้วยวิธีที่ถูกต้อง และซื่อสัตย์สุจริต _<br>ประเทศนั้นก็จะเจริ_ทั้งวัตถุและจิตใจ</span></div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 10:16 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๕</span></span><br><span style='color:firebrick'><span style='font-size:13pt;line-height:100%'>เคยทำบุ_ในกาลก่อน</span></span></div><br><span style='color:orange'><ul><br><b>วิธีทำบุ_ มีอยู่ ๑๐ อย่าง คือ</b><br>๑. ทานมัย _บุ_สำเร็จด้วยการบริจาคทาน<br>๒. สีลมัย _บุ_สำเร็จด้วยการรักษาศีล<br>๓. ภาวนามัย บุ_สำเร็จด้วยการเจริ_ภาวนา<br>๔. อปจายนมัย _บุ_สำเร็จด้วยการประพฤติถ่อมตนแก่ผู้ให_่<br>๕. เวยยาวัจจมัย _บุ_สำเร็จด้วยการขวนขวายในกิจ<br>๖. ปัตติทานมัย _บุ_สำเร็จด้วยการให้ส่วนบุ_<br>๗. ปัตตานุโมทนามัย _บุ_สำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุ_<br>๘. ธัมมัสวนมัย _บุ_สำเร็จด้วยการฟังธรรม<br>๙. ธัมมเทสนามัย _บุ_สำเร็จด้วยการแสดงธรรม<br>๑๐. ทิฏฐชุกรรม _การทำความเห็นให้ตรงฯ<br></ul></span><br><div align="center"><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_5.jpg" border="0"><br>วิมานของเทวดา _และมีทิพยสมบัติ<br><br><br><span style='color:coral'>ชนเหล่าใด _แต่ชาติก่อนมีความเพียรก่อสร้างสั่งสมกองการบุ_กุศลทั้งหลาย _<br>แต่กาลก่อนดังกล่าวมา _ย่อมให้สำเร็จสมบัติ ๓ คือ<br>๑. มนุษย์สมบัติ<br>๒. สวรรค์สมบัติ<br>๓. นิพพานสมบัติ</span><br><br><span style='color:sienna'>ด้วยพระศาสดาทรงตรัสไว้ว่า<br><b>" บุคคลใดได้สร้างกุศลไว้ดีแล้วแต่ปางก่อน _<br>ย่อมเป็นนิสัยทางมรรคผลแห่งบุคคลนั้น _<br>ได้สำเร็จดังสิ่งที่หวัง "</b></span></div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 10:17 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๖</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความตั้งตนไว้ชอบ</span></span><br><br><br><span style='color:#FF0000'>การตั้งตนไว้ในกุศลกรรมบท ๑๐ ประการ _และมรรคมีองค์ ๘ ประการ</span><br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_6a.jpg" border="0"><br>ฆ่าไก่<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_6b.jpg" border="0"><br>เล่นการพนัน _ทะเลาะกัน<br><br><br><span style='color:#FF3366'><b>กุศลกรรมบท ๑๐ ประการ</b></span><br><br><span style='color:#FF6666'><b>กายกรรม ๓ อย่าง</b><br>๑. ปาณาติปาตา เวรมณี _ เว้นจากการทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง<br>๒. อทินนาทานา เวรมณี _ เว้นจาการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ _ด้วยการขโมย<br>๓. กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี _ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม</span><br><br><span style='color:#FF9966'><b>วจีกรรม ๔ อย่าง</b><br>๑. มุสาวาทา เวรมณี _ เว้นจากการพูดเท็จ<br>๒. ปิสุณาย วาจาย เวรมณี _ เว้นจากการพูดส่อเสียด<br>๓. ผรุสาย วาจาย เวรมณี _ เว้นจากการพูดคำหยาบ<br>๔. สัมผัปปลาปา เวรมณี _ เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ</span><br><br><span style='color:#FF9900'><b>มโนกรรม ๓ อย่าง</b><br>๑. อนภิชฌา _ ไม่โลภอยากได้ของเขา<br>๒. อัพยาปาท _ไม่พยาบาทปองร้ายเขา<br>๓. สัมมาทิฏฐิ _ เห็นชอบตามคลองธรรมฯ</span></div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 10:18 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='color:#FF00FF'><b>มรรคมีองค์ ๘</b></span><br><br><span style='color:#FF00CC'><b>๑. สัมมาทิฏฐิ</b> _ ปั__าอันเห็นชอบ _คือเห็นอริยสัจ ๔ มี<br> _ _ _๑.๑ ทุกข์ _คือ ความไม่สบายกาย _ไม่สบายใจ<br> _ _ _๑.๒ สมุหทัย _คือ เหตุให้เกิดทุกข์<br> _ _ _๑.๓ นิโรธ _คือ _ทางดับทุกข์<br> _ _ _๑.๔ มรรค คือ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์</span><br><br><span style='color:#FF0099'><b>๒. สัมมาสังกัปปะ</b> _ดำริชอบ คือ<br> _ _ _๒.๑ ดำริที่จะออกจากกาม<br> _ _ _๒.๒ ดำริที่จะไม่พยาบาท<br> _ _ _๒.๓ ดำริที่จะไม่เบียดเบียน</span><br><br><span style='color:#FF0066'><b>๓. สัมมาวาจา</b> เจรจาชอบ คือเว้นจากวจีทุจริต ๔<br> _ _ _๓.๑ มุสาวาท เวรมณี คือไม่พูดปดล่อลวงอำพรางท่านผู้อื่น<br> _ _ _๓.๒ ปิสุณาย วาจาย เวรมณี ไม่พูดส่อเสียดยุยงให้ผู้อื่นแตกร้าวจากกันด้วยความอิจฉา<br> _ _ _๓.๓ ผรุสาย วาจาย เวรมณี ไม่กล่าวคำหยาบ ด่าชาติตระกูลผู้อื่น<br> _ _ _๓.๔ สัมผัปปลาปา เวรมณี ไม่กล่าวคำที่หาประโยชน์มิได้ในชาตินี้ และชาติหน้า</span><br><br><span style='color:#FF0033'><b>๔. สัมมากัมมันตะ </b>ทำการงานชอบ คือ เว้นจากการทุจริต ๓<br> _ _ _๔.๑ ปาณาติปาตา เวรมณี ไม่ฆ่าสัตว์ทั้งหลายที่มีชีวิต ให้ตายด้วยกาย และวาจา<br> _ _ _๔.๒ อทินนาทานา เวรมณี ไม่ลักฉ้อข้าวของที่เจ้าของเขาไม่ให้ ด้วยกาย และวาจา<br> _ _ _๔.๓ กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี เป็นบุรุษไม่ร่วมประเวณีในสตรีที่มีคนหวงแหนรักษา เป็นสตรีไม่นอกใจสามีไปคบบุรุษอื่น</span><br><br><br><span style='color:#FF0000'><b>๕.สัมมาอาชีวะ</b> เลี้ยงชีวิตชอบ คือ เว้นการเลี้ยงชีวิตในทางที่ผิด</span><br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_6c.jpg" border="0"><br>ทำงานในบ้านตน<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_6d.jpg" border="0"><br>จักสาน<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_6e.jpg" border="0"><br>ค้าขาย<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_6f.jpg" border="0"><br>ปั้นหม้อ<br><br><br><span style='color:#CC0000'><b>๖. สัมมาวายามะ</b> เพียรชอบ คือ เพียรในที่ ๔ สถาน มีดังนี้คือ<br> _ _ _๖.๑ เพียรระวัง คือ ระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้นในจิตใจ<br> _ _ _๖.๒ เพียรละ คือ ละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ให้เกิดขึ้นอีก<br> _ _ _๖.๓ เพียรเจริ_ คือ ละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ให้เกิดขึ้นอีก<br> _ _ _๖.๔ เพียรรักษา คือ รักษาความดีที่ทำแล้ว ไม่ให้เสื่อมไป ให้อยู่ในจิตใจของตนตลอดไป</span><br><br><span style='color:#CC0033'><b>๗. สัมมาสติ</b> ระลึกชอบคือ ระลึกในสติปัฏฐานทั้ง ๔<br> _ _ _สติปัฏฐาน แปลว่า การตั้งสติไว้เป็นประธานเป็นเบื้องหน้า<br> _ _ _การตั้งมั่นแห่งสติ หรือว่าสติที่เข้าไปตั้งมั่นในอารมณ์ มี ๔ ประการคือ<br> _ _ _๑. สติกำหนดพิจารณาว่า กายนี้ก็สักว่ากาย ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา<br> _ _ _๒. สติกำหนดพิจารณาดูเวทนา คือ สุข ทุกข์ และไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สุข เป็นอารมณ์ว่า เวทนานี้ก็สักว่าเวทนา ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา<br> _ _ _๓. สติกำหนดพิจารณา ดูใจที่เศร้าหมองหรือผ่องแผ้วเป็นอารมณ์ว่า ใจนี้ก็สักว่าใจ<br> _ _ _๔. สติกำหนดพิจารณาดูธรรมที่เป็นกุศล ที่บังเกิดขึ้นกับใจเป็นอารมณ์ว่า ธรรมนี้ก็สักว่าธรรม</span><br><br><span style='color:#CC0066'><b>๘. สัมมาสมาธิ</b> ตั้งใจไว้ชอบ คือ เจริ_ฌานทั้ง ๔ ในที่นี้จะไม่ขออธิบาย</span><br><br><span style='color:#CC0099'>บุคคลใดตั้งตนไว้ในกุศลกรรมบท ๑๐ อย่างและ มรรค์มีองค์ ๘ เป็นมงคลอันประเสริฐ</span></div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 10:20 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๗</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความได้ฟังมามาก</span></span><br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_07.jpg" border="0"><br>ในหลวงทรงวางนโยบายโครงการหลวง <br><br><br><span style='color:#986070'>การฟังแล้วจะได้ประโยชน์ต้องฟังด้วยดี <br>คือสนใจตั้งใจฟัง ฟังแล้วต้องพิจารณาใคร่ครว_ตาม <br>แล้วจึงจะเชื่อเหมือนกับมีคำวลีย่อมา ๔ คำ คือ <br><b>สุ จิ ปุ ลิ</b></span><br> _ _ _<br> _ _ <span style='color:#d08078'>๑. <b>สุ สุตตะ</b> การฟัง การฟังที่ดีต้องตั้งใจฟัง ฟังแล้วอย่าพึ่งเชื่อ <br>การไม่เชื่อ นั้นไม่ใช่ไม่เชื่อเลย ต้องคิดตามในหัวข้อที่กำลังฟัง<br> _ _ _๒. <b>จิ จิตตะ</b> ใจจดจ่อ เมื่อมีใจจดจ่อในเรื่องที่เราฟังแล้ว <br>ทำให้เกิดแง่คิดเป็นคำถามขึ้น ก็ต้องดูในหัวข้อต่อไป<br> _ _ _๓. <b>ปุ ปุจฉา</b> การถาม เมื่อมีความสงสัยอันเกิดจากการขบคิดปั_หา <br>ก็ต้องถามในคำถามที่เราสงสัยให้หายคลางแคลงในสิ่งนั้นๆ แต่เมื่อถามแล้วได้คำตอบแล้ว <br>เพื่อกันลืมทีหลังเราก็ต้องทำในข้อต่อมาว่า<br> _ _ _๔. <b>ลิ ลิขิต</b> การเขียน การเขียนในสิ่งที่เราได้คำตอบ <br>เพื่อที่จะได้ไม่ลืมในภายหลังเมื่อถึงเวลาที่เราทบทวนในิส่งที่เราสงสัยอีก</span> _ _ <br>_<br> _ _ _<span style='color:#e8a480'>เมื่อบุคคลใดที่ได้ฟังมาแล้ว ไม่ลืมคำว่า <b>สุ จิ ปุ ลิ</b> บุคคลนั้นก็จะได้ชื่อว่าเป็นพหูสูตร</span></div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 10:29 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๘</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความมีศิลปะ</span></span><br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_08a.jpg" border="0"><br>คนปั้นรูปพระ </div><br><br><br><span style='color:#435369'>_ _ _ _ _หมายถึง ความเข้าใจ เชี่ยวชา_ ช่ำชองในวิทยาการ ศาสนและศิลปะต่างๆ อย่างเป็นผู้รู้จริง เข้าใจได้จริง และก็ทำได้เห็นผลอย่างจริงๆ ตัวอย่างเช่น นักบวชในศาสนาพุทธ เวลาเจริ_พระพุทธมนต์ ก็เจริ_พระพุทธมนต์อย่างมีศิลป อักขระแต่ละตัว ก็ออกเสียงสูง เสียงต่ำ เสียงกลาง เสียงเบา เพื่อให้ผู้ฟังได้ฟังแล้วมีอรรถรส ฟังแล้วซึ้งซึมเข้าไปในใจ ให้มันซึมสิงเข้าสู่ภายใน ให้มันก้องกังวานอยู่ในจิตใจ เมื่อเจริ_เสร็จแล้ว ทำให้จิตใจของเราโปร่ง โล่ง เบา สบาย สงบ นั่นเป็นการเจริ_พระพุทธมนต์อย่างมีศิลป อีกตัวอย่างหนึ่ง นักหัตถกรรมไม่ว่าจะเป็นช่างปั้น ช่างแกะสลัก จักสาน ถ้าสนใจใส่ใจเพียรพยายามฝึกฝนจนช่ำชองชำนา_ พร้อมกับรู้จักคิดวิธี รูปแบบ ลวดลายที่แปลกๆ ใหม่เข้าต่อสมัย และประโยชน์ในการใช้สอย แถมยังมีความสมบูรณ์ด้วยลวดลายอ่อนช้อยสวยงามเป็นที่ติดตามตรึงใจต่อผู้พบเห็น จนเป็นที่ยอมรับในผลงานนั้นๆ โดยมิได้มีข้อจำกัดที่ชาติ ตระกูล ความรู้ อายุ เพศ เช่นนี้ก็ถือได้ว่า ท่านผู้นั้นเป็นผู้มีศิลปะในการดำรงชีวิต ชีวิตดำรงอยู่ได้ด้วยศิลปะ สรุปก็คือไม่ว่าจะมีอาชีพใดๆ ทุกคนก็สามารถสร้างศิลปในการทำงานนั้นๆ ได้ และมันจะทำให้เราเป็นคนที่ทำงานแล้ว ไม่เบื่อ ไม่เซ็ง มันจะตรงกับคำว่า ชีวิตการงานเพื่อความเบิกบาน</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_08b.jpg" border="0"><br>คยบ้ายอ<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_08c.jpg" border="0"><br>คนมีโมหะ<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_08d.jpg" border="0"><br>หลอกขายของผิดกฏหมาย<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_08e.jpg" border="0"><br>ไม่มีศิลปในการพูด _</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 10:32 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๙</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความศึกษาวินัยดี</span></span><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_09a.jpg" border="0"><br>บ้านที่มีวินัย</div><br><br><br><span style='color:#b86470'>_ _ _ _ _บุคคลผู้อยู่ร่วมกับสังคม พึงศึกษารู้จักกฎเกณฑ์กติกา ระเบียบวินัย ของสังคมนั้นๆ เมื่อเข้าไปร่วมกับสังคมนั้นจะได้ไม่เก้อเขิน ไม่ประหม่า ไม่พลาดพลั้งผิดต่อกติกานั้นๆ แม้แต่จักมิได้เข้าสังคมใดๆ ตัวเราก็จำต้องมีระเบียบวินัยเอาไว้กำกับกิริยา อาการ กาย วาจา มิให้ผิดพลาด ฟุ้งซ่าน ต่อตน และคนอื่น จัดได้เป็นผู้กล้าแข็ง เชื่อมั่นในตนเอง องอาจ มั่นคง เช่นนี้จึงจักถือว่าเป็นผู้มีชีวิตเป็นสาระรักษาและวินัยดี</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_09b.jpg" border="0"><br>บ้านที่ไม่มีวินัย</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 10:34 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๑๐</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความมีวาจาเป็นสุภาษิต</span></span><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_10a.jpg" border="0"><br>พระภิกษุสงฆ์แสดงธรรม</div><br><br><span style='color:#de2134'>_ _ _ _ _ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การมีวาจาสุภาษิตนั้นคือ กล่าวคำอ่อนหวานเป็นที่สุจริต ประกอบไปด้วย</span><br><br> _ _ _<span style='color:#c23d83'>องค์ ๕ ประการคือ _ _ _<br> _ _ _๑. กล่าวในกาลที่สมควรจะพึงกล่าว<br> _ _ _๒. กล่าวแต่คำสัตย์ที่จริงไม่กล่าวคำเท็จ<br> _ _ _๓. คำอ่อนหวานสุขุมละเอียดไม่หยาบคายให้เคืองหูผู้อื่น<br> _ _ _๔.กล่าวคำที่มีประโยชน์ในชาตินี้และชาติหน้า<br> _ _ _๕. กล่าวคำประกอบไปด้วยจิตเมตตา ไม่มีความโกรธอิจฉาริษยาพยาบาท</span><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#b946b6'>พระผู้มีพระภาคทรงกล่าวว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันวาจาประกอบไปด้วยองค์ ๕ นี้ เป็นวาจาสุภาษิตผู้ที่กล่าววาจาเช่นนี้ ย่อมเป็นผู้ที่มีวาจาที่ควรต่อการอบรมสั่งสอนแก่ตน และบุคคลอื่นได้เป็นวาจาที่ผู้ฟัง ฟังแล้วฉลาด สะอาด สงบ พบแต่ความเจริ_ เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือของชนทั้งหลาย</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_10b.jpg" border="0"><br>ชาวบ้านร่วมกันสร้างวัด</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 10:36 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๑๑</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความบำรุงมารดาและบิดา</span></span></div><br><br> _ _ _ _ _ <span style='color:#8094b0'>บุคคลใดห_ิงชายที่เกิดมา ได้ปฏิบัติมารดา บิดาให้เป็นสุข จัดเป็นมงคลอันประเสริฐ ถามว่า คนอย่างไรเรียกว่า บิดา มารดา ก็คือห_ิงใดเป็นที่อาศัยแห่งสัตว์ให้บังเกิด หรือยังให้สัตว์เหล่านั้นให้เจริ_ขึ้น ห_ิงนั้นเรียกว่ามารดา ชายใดยังสัตว์ให้บังเกิดหรือยังให้สัตว์ให้เจริ_ขึ้น ชายนั้นชื่อว่าบิดา</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_11a.jpg" border="0"><br>ดูแลบิดา มารดา ด้วยการนวดขาและป้อนข้าว</div><br><br><span style='color:#607868'>_ _ _<b>บิดามารดานั้นจะมีคุณ ๔ ประการ คือ</b><br> _ _ _๑. ชื่อว่าเป็นพรหม คือ มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เหมือนท้าวมหาพรหม<br> _ _ _๒. ชื่อว่าเป็นบุพพเทวดา คือ ได้พิทักษ์รักษาทารกนั้นมาก่อนกว่าเทพยดาทั้งปวง<br> _ _ _๓. ชื่อว่าเป็นบุพพาจารย์ คือ ให้โอวาทคำสั่งสอนแก่ทารกนั้นมาก่อนกว่าอาจารย์ทั้งปวง<br> _ _ _๔. ชื่อว่าเป็นอาหุเนยยา คือ มารดาบิดาควรจะรับของที่บุตรนำมาให้ เป็นข้าวน้ำ ผ้าผ่อนท่อนสไบ ที่บุตรห_ิงชายนำมาสักการบูชา</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_11b.jpg" border="0"><br>พาบิดา มารดาเดินออกกำลังกาย</div><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#e89080'><b>กุลบุตรห_ิงชายทั้งหลายเมื่อได้รับการปฏิบัติจากบิดา มารดาดังนี้แล้วจะต้องตอบแทนคุณบิดามารดาด้วยวิธี ๕ อย่างคือ</b><br> _ _ _๑. มารดาบิดาไม่มีศรัทธา ก็ชักชวนและทำให้มีศรัทธา<br> _ _ _๒. มารดาบิดาไม่มีศีล ก็แนะนำและทำให้มีศีล<br> _ _ _๓. มารดาบิดาไม่ได้ฟังธรรม ก็แสวงและทำให้ได้ฟังธรรม<br> _ _ _๔. มารดาบิดาไม่ได้บริจาคทาน ก็วิงวอนให้ท่านได้บริจาคทาน<br> _ _ _๕. มารดาบิดาไม่มีปั__า ก็แนะนำสั่งสอนให้ท่านมีปั__า<br> _ _ _<br> _ _ _ถ้ากุลบุตร กุลธิดาปฏิบัติบิดามารดา พร้อมด้วยองค์ ๕ ดังนี้ จึงเรียกว่าปฏิบัติบูชา ยกบิดามารดาให้พ้นจากทุกข์อย่างแท้จริง</span> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 10:39 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๑๒</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความสงเคราะห์แก่บุตรห_ิงชาย</span></span><br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_12a.jpg" border="0"><br>ได้รับการฝึกฝนทางธรรมด้วยการบวช</div><br><br> _ _ _<span style='color:#b05177'>บุคคลผู้ใดมีความสงเคราะห์แก่บุตรห_ิงชายด้วยอามิสและข้อปฏิบัติ จัดเป็นมงคลประเสริฐย่อมอนุเคราะห์บุตรด้วยสถาน ๕ คือ</span><br><br> _ _ _<span style='color:#b051aa'><b>๑. ห้ามไม่ให้ทำชั่ว</b><br> _ _ _ห้ามไม่ให้บุตรธิดาข้องเกี่ยวกับอบายมุข คือเหตุแห่งความฉิบหาย ๖ ประการ ได้แก่<br> _ _ _๑.๑ ดูการละเล่น<br> _ _ _๑.๒ เล่นการพนัน<br> _ _ _๑.๓ เที่ยวกลางคืน<br> _ _ _๑.๔ เกียจคร้านการทำงาน<br> _ _ _๑.๕ คบคนชั่วเป็นมิตร<br> _ _ _๑.๖ ดื่มสุราเมรัย</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_12b.jpg" border="0"><br>ได้รับการศึกษา</div><br><br><span style='color:#c25977'>_ _ _<b>๒. ให้ตั้งอยู่ในความดีและความไม่ประมาท</b><br> _ _ _ให้บุตรธิดาตั้งอยู่ในความดี ประกอบกิจการงานสุจริตด้วยความไม่ประมาท</span><br><br> _ _ _<span style='color:#f35977'><b>๓. ให้ศึกษาศิลปวิทยา</b><br> _ _ _เมื่อถึงเวลาศึกษาเล่าเรียน ก็ไม่นิ่งดูดาย ให้ศึกษาวิชาต่างๆ ตามสมควรแก่กำลังทรัพย์</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_12c.jpg" border="0"><br>มารดาเฝ้าดูแลบุตรยามเมื่อเด็ก</div><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#f36671'><b>๔. หาภรรยาและสามีที่สมควรให้</b><br> _ _ _เมื่อเห็นว่าบุตรเจริ_วัยมีความรู้พอจะเลี้ยงตัวได้แล้วก็เลือกหาภรรยาและสามีที่มีนิสัยดีมีสกุลให้แก่บุตรธิดา</span><br><br> _ _ _<span style='color:#f32071'><b>๕. มอบทรัพย์ให้ในสมัยฯ</b><br> _ _ _บิดามารดาย่อมมอบทรัพย์ให้แก่บุตรธิดาของตน เมื่อถึงกาลที่เห็นว่าบุตรธิดามีคุณสมบัติรักษาทรัพย์นั้นๆ ได้</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_12d.jpg" border="0"><br>เป็นคนรับผิดชอบการงาน</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 10:40 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๑๓</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความสงเคราะห์ภริยา</span></span></div><br><br> _ _ _<span style='color:#ca486c'><b>ลักษณะของภรรยามี ๗ ข้อ</b><br> _ _ _๑. <b>วธการภรรยา </b>เมียที่เป็นข้าศึกแก่สามี คือคิดประทุษร้ายสามีอยู่เนืองๆ มิได้ขาด<br> _ _ _๒. <b>โจรีภรรยา </b>เมียเป็นโจรคอยลักข้าวของแห่งสามี<br> _ _ _๓. <b>อัยยภรรยา </b>เมียข่มขี่ผัวให้อยู่ในอำนาจดังนายกับบ่าว<br> _ _ _๔. <b>มาตาภรรยา </b>เมียรักผัวดังมารดารักบุตรที่บังเกิดแก่อุทร ไม่มีความเดือดร้อนให้แก่สามี<br> _ _ _๕. <b>ภคินิภรรยา </b>เมียดังน้องห_ิง เป็นที่สมัครรักยิ่งดังพี่และน้องร่วมท้องมารดาเดียวกัน<br> _ _ _๖. <b>ทาสีภรรยา </b>เมียดังทาสทาสี เป็นที่ยินดีเกรงกลัวผัวยิ่งนัก ทั้งกลัวทั้งรักเป็นที่เคารพ<br> _ _ _๗. <b>สุขีภรรยา </b>เมียราวกะว่าสหายเป็นเพื่อนเจ็บเพื่อนตายของสามี มิได้คิดหน่ายหนี<br> _ _ _ภรรยาจำพวกที่ ๔-๗ สามีใดสงเคราะห์ ถือว่าเป็นมงคลในชีวิต</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_13a.jpg" border="0"><br>ภรรยาดูแลเอาใจใส่งานบ้านงานเรือน</div><br><br><span style='color:#ffca00'>_ _ <b>สามีควรจะสงเคราะห์ภรรยาด้วยเหตุ ๕ สถานคือ</b><br> _ _ _๑. ให้เกียรติกล่าวยกย่องแก่ภรรยาด้วยวาจาอันอ่อนหวาน ไม่กล่าวคำดูถูกดูหมิ่น<br> _ _ _๒. สามีอย่างโกรธทุบตีก่อน แล้วจึงสั่งสอนต่อภายหลัง<br> _ _ _๓. สามีอย่าคิดนอกใจภรรยาเที่ยวหาภรรยาใหม่ เป็นที่ไม่ชอบใจของสตรีที่ปรารถนาหาสามีแต่ผู้เดียว<br> _ _ _๔. สามีจงให้ภรรยาเป็นให_่ในเคหสถาน คือเป็นคนเก็บทรัพย์ที่สามีได้มา<br> _ _ _๕. สามีจงแสวงหาเครื่องประดับให้แก่ภรรยาโดยสมควรแก่ทรัพย์และตระกูล</span><br><br> _ _ _<div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_13b.jpg" border="0"><br>สามีให้กำลังใจภรรยายามไม่สบาย</div><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#ed8823'><b>ภรรยาเมื่อได้รับการสงเคราะห์จากสามีแล้ว ก็ควรจะสงเคราะห์สามีด้วยองค์ ๕ ประการ เป็นการตอบแทนคือ</b><br> _ _ _๑. ฉลาดในการทำอาหารให้สามีรับประทาน<br> _ _ _๒. ภรรยานับถือ_าติทั้งสองฝ่าย _าติของสามีและ_าติของตนให้เสมอกัน<br> _ _ _๓. ภรรยามีใจซื่อตรงต่อสามี<br> _ _ _๔. ภรรยาหมั่นภักดีปฏิบัติสามี ให้เป็นที่ยินดีตามอัธยาศัย<br> _ _ _๕. ภรรยาเป็นผู้ฉลาดรักษาทรัพย์ที่สามีได้มา อย่าให้ฉิบหาย</span><br><br> _ _ _<span style='color:#d56623'><b>ความฉิบหายในทรัพย์ คือ</b><br> _ _ _๑. ไม่รู้ประมาณในการบริโภค ใช้สอยทรัพย์ <br> _ _ _๒. เล่นการพนัน<br> _ _ _๓. เกียจคร้านไม่ทำงาน<br> _ _ _๔. นักเลงสุรา <br> _ _ _๕. นักเลงเจ้าชู้</span> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 10:50 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๑๔</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>การงานไม่อากูล</span></span></div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_14a.jpg" border="0"><br>คนสร้างบ้านให้สำเร็จลุล่วง</div><br><br> _ _ _<span style='color:#ffc858'>บุคคลใดไม่มีความเกียจคร้านในกิจการงานทั้งปวง จัดเป็นมงคลอันประเสริฐย่อมนำมาซึ่งความสุขความเจริ_ในโลกนี้และโลกหน้า</span><br> _ _ _<br><span style='color:#ffb558'>_ _ _<b>เหตุที่ทำให้การงานอากูลมี ๖ อย่างคือ</b><br> _ _ _๑. มักอ้างว่า หนาวนัก แล้วไม่ทำงาน<br> _ _ _๒. มักอ้างว่า ร้อนนัก แล้วไม่ทำงาน<br> _ _ _๓. มักอ้างว่า ยังเช้าอยู่ แล้วไม่ทำงาน<br> _ _ _๔. มักอ้างว่า เวลาเย็นเกิน แล้วไม่ทำงาน<br> _ _ _๕. มักอ้างว่า หิวนัก แล้วไม่ทำงาน<br> _ _ _๖. มักอ้างว่า กระหายนัก แล้วไม่ทำงาน</span><br> _ _ _<br><span style='color:#ffa458'>_ _ _เมื่อบุคคลอ้างอย่างนี้แล้ว ก็ไม่ทำงานย่อมทำให้การงานคั่งค้างอากูล เป็นปลงภาระไม่ได้ จักยืน เดิน นั่ง นอน ก็จักวิตกกังวลหาความสุขไม่ได้ แถมยังอาจเป็นภาระแก่ผู้อื่นอีกด้วย ซึ่งก็จักทำให้เป็นที่ไม่น่าเชื่อถือของคนรอบข้าง</span><br><br><br> _ _ _<div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_14b.jpg" border="0"><br>คนเล่นการพนัน คนเอาแต่นอน คนทำงานคั่งค้าง</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 10:53 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๑๕</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความให้ทาน</span></span></div><br><br> _ _ _<span style='color:#f06e90'><b>การให้ทานมีลักษณะ ๓ อย่างคือ</b> <br> _ _ _๑. บุคคลที่มีศรัทธาเลื่อมใส คิดจะให้ซึ่งทาน<br> _ _ _๒. บุคคลที่มีหิริโอตตัปปะ ละเว้นในปั_จขันธ์ทั้ง ๕ คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส แล้วไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์เป็นต้น<br> _ _ _๓. บุคคลมีปั__ารู้จักพิจารณาในการ ให้ข้าวน้ำผ้านุ่ง ผ้าห่มเป็นต้น</span><br> _ _ _<br><span style='color:#e09490'>_ _ ทานทั้ง ๓ ประการที่บังเกิดขึ้นในสันดานมนุษย์ทั้งปวงนั้น บุคคลเห็นว่าให้ทานและรักษาศีล ได้บุ_ได้กุศลย่อมนำมาซึ่งความสุข แต่การให้ทานก็อาศัยเจตนาในการให้การให้ทานนั้นสัมฤทธิผลยิ่งขึ้น มี ๓ คือ<br> _ _ _<b>๑. ปุพพเจตนา </b>มีจิตเลื่อมใสคิดจะให้ซึ่งทาน (ก่อนทำเต็มใจ)<br> _ _ _<b>๒. มุ_จนเจตนา </b>มีความเลื่อมใสเมื่อขณะให้ทาน (ขณะทำตั้งใจ)<br> _ _ _<b>๓. อปราปรเจตนา </b>มีความเลื่อมใสเมื่อให้ทานแล้ว (ทำแล้วสบายใจ)</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_15a.jpg" border="0"><br>ทำบุ_ใส่บาตร</div><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_15b.jpg" border="0"><br>ปล่อยนก ปล่อยปลา</div><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_15c.jpg" border="0"><br>เลี้ยงดูบ้านเด็กกำพร้า</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 10:56 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๑๖</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความประพฤติธรรม</span></span></div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_16a.jpg" border="0"><br>เข้าวัดปฏิบัติธรรม</div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_16b.jpg" border="0"><br>ฝึกปฏิบัติธรรม</div><br><br> _ _ _<span style='color:#7d6f46'>ธรรมที่ชนทั้งหลายควรประพฤติคือ<br> _ _ _<br> _ _ <b> ธรรมสุจริต ๓ อย่าง<br> _ _ _๑. กายสุจริต ๓</b><br> _ _ _๑.๑ ปาณาติปาตา เวรมณี ไม่ฆ่าสัตว์ทั้งหลายที่มีชีวิต ให้ตายด้วยกายและวาจา<br> _ _ _๑.๒ อทินนาทานา เวรมณี ไม่ลักฉ้อข้าวของที่เจ้าของเขาไม่ให้ด้วยกายและวาจา<br> _ _ _๑.๓ กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี เป็นบุรุษไม่ร่วมประเวณีในสตรีที่มีคนหวงแหนรักษา สตรีไม่นอกใจสามีไปคบบุรุษอื่น</span><br> _ _ _<br><span style='color:#bf8551'>_ _ _<b>๒. วจีสุจริต ๔</b><br> _ _ _๑.๑ มุสาวาทา เวรมณี คือไม่พูดปดล่อลวงอำพรางท่านผู้อื่น<br> _ _ _๑.๒ ปิสุณาย วาจาย เวรมณี ไม่พูดส่อเสียดยุยงให้ผู้อื่นแตกร้าวจากกันด้วยความอิจฉา<br> _ _ _๑.๓ ผรุสาย วาจาย เวรมณี ไม่กล่าวคำหยาบ ด่าชาติตระกูลผู้อื่น<br> _ _ _๑.๔ สัมผัปปลาปา เวรมณี ไม่กล่าวคำที่หาประโยชน์มิได้ในชาตินี้ชาติหน้า</span><br> _ _ _<br><span style='color:#d88468'>_ __ <b>๓. มโนสุจริต ๓</b><br> _ _ _๑.๑ อนภิชฌา ไม่มีจิตโลภเจตนาคิดจะลักข้าวของๆ ผู้อื่นมาเป็นของตน<br> _ _ _๑.๒ อัพยาปาโท ไม่มีจิตโกรธพยาบาทอาฆาต ผูกเวรแก่สัตว์ทั้งหลาย<br> _ _ _๑.๓ สัมมาทิฏฐิโก มีจิตคิดเห็นชอบประกอบในทางธรรม ตามกฎไตรลักษณ์ คือเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป หรือสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_16c.jpg" border="0"><br>หนีคนพาล</div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_16d.jpg" border="0"><br>แย่งสามีคนอื่น</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 10:57 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๑๗</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความสงเคราะห์_าติ</span></span></div><br><br> _ _ _<span style='color:#8094b0'>วัตถุที่เป็นเครื่องสงเคราะห์มีอยู่ ๒ อย่าง คือ<br> _ _ _<b>๑. อามิสสังคหะ </b>การสงเคราะห์ด้วยสิ่งของ<br> _ _ _<b>๒. ธรรมสังคหะ </b>การสงเคราะห์โดยธรรม</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_17a.jpg" border="0"><br>เยี่ยมเยียน_าติผู้ให_่</div><br><br><span style='color:#607868'>_ _ <b>๑. การสงเคราะห์ด้วยสิ่งของคืออามิส</b> ได้แก่การแบ่งปันให้ทรัพย์สินเงินทอง ข้าวของเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน รวมทั้งการแบ่งทรัพย์มรดร เรือกสวนไร่นา ที่ดินว่างเปล่า หรือบ้านที่อยู่อาศัย แม้กระทั่งแบ่งปันอาชีพ ที่สามารถทำมาหาเลี้ยงตนและครอบครัวโดยสุจริต เหล่านี้ชื่อว่า อามิสสังคหะ</span><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#609f68'><b>๒. การสงเคราะห์โดยธรรม </b>ได้แก่การกล่าววาจา อบรมสั่งสอนตักเตือน ชี้บอกสิ่งที่เป็นประโยชน์ ห้ามปรามสิ่งที่เป็นโทษ บอกกล่าวชักชวนหนทางสว่างให้ดำเนิน เช่น บอกให้รักษาศีล ฟังธรรม เจริ_สติภาวนา ชวนให้มีเมตตาเพื่อนสัตว์ที่เป็นผู้ร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย แล้วบริจาคแบ่งปันสิ่งของที่มีอยู่ ให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น สัตว์อื่น เช่นนี้</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_17b.jpg" border="0"><br>ช่วย_าติทำงานศพ</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:04 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๑๘</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>การทำการงานไม่มีโทษ</span></span></div><br><br> _ _ _<span style='color:#708478'><b>การทำงานที่ไม่มีโทษ </b>ได้แก่ การงานที่ไม่เบียดเบียนตนและคนอื่นให้เดือดร้อนเสียหาย</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_18a.jpg" border="0"><br>ร่วมกันสร้างบ้าน</div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_18b.jpg" border="0"><br>แอบค้าอาวุธปืน</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:06 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๑๙</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความงดเว้นจากบาป</span></span></div><br><br> _ _ _ <span style='color:#c8ace0'>การงดเว้นจากบาป ได้แก่ การไม่ประพฤติทุจริต ๓ อย่างคือ</span><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#c8aca7'><b>๑. กายทุจริต </b>การประพฤติชั่วทางกายมี ๓ อย่างคือ<br> _ _ _๑.๑ ฆ่าสัตว์<br> _ _ _๑.๒ ลักทรัพย์<br> _ _ _๑.๓ ประพฤติผิดในกาม</span><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#c8ac50'><b>๒. วจีทุจริต </b>การประพฤติชั่วทางวาจามี ๔ อย่างคือ<br> _ _ _๒.๑ พูดโกหก<br> _ _ _๒.๒ พูดส่อเสียด<br> _ _ _๒.๓ พูดคำหยาบ<br> _ _ _๒.๔ พูดเพ้อเจ้อ _ _ _ _ _ _</span> <br><br> _ _ _<span style='color:#c88750'><b>๓. มโนทุจริต </b>การประพฤติชั่วทางใจ มี ๓ อย่างคือ<br> _ _ _๓.๑ โลภอยากได้ของของผู้อื่น<br> _ _ _๓.๒ พยาบาทปองร้ายผู้อื่น<br> _ _ _๓.๓ เห็นผิดจากหลักธรรม</span><br><br> _ _ _<span style='color:#c85c50'>ทุจริตทั้ง ๓ ประการนั้น เป็นกิจที่บุคคลไม่ควรทำโดยแท้ เพราะจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนและตนเองก็เดือดร้อน _</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_19a.jpg" border="0"><br>คนขโมยเสื้อผ้า</div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_19b.jpg" border="0"><br>คนตกปลา</div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_19c.jpg" border="0"><br>ตำรวจจับเข้าคุก</div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_19d.jpg" border="0"><br>การเดินหนีจากการทำบาป</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:07 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๒๐</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความสำรวมจากการดื่มน้ำเมา</span></span></div><br><br> _ _ _ <span style='color:#f8af69'><b>โทษของการดื่มน้ำเมามี ๖ ประการ</b><br> _ _ _๑. ทำให้เสื่อมทรัพย์<br> _ _ _๒. ทำให้เกิดความทะเลาะวิวาท ทุบตี ฆ่าฟันกันตาย<br> _ _ _๓. กินสุราทำให้เกิดโรคต่างๆ ตับแข็ง เป็นต้น<br> _ _ _๔. ไม่รู้จักอาย นอนไหนก็นอนได้ดังเดรัจฉาน<br> _ _ _๕. มีผู้ติเตียนนินทาด้วยกิริยาอันหยาบ<br> _ _ _๖. เป็นคนโง่เขลาไม่มีปั__า ขาดสติ</span><br><br> _ _ _<span style='color:#ff8169'>เมื่อบุคคลผู้หวังความเจริ_แก่ตนเอง พิจารณาเห็นโทษภัยของน้ำเมาดังกล่าวแล้ว ควรจักสำรวมระวัง อย่าปล่อยให้น้ำเมาและสิ่งเสพติดทั้งปวง เข้ามาบั่นทอนชีวิต จิตวิ__าณและความเจริ_ในตน</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_20a.jpg" border="0"><br>นั่งกินเหล้า</div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_20b.jpg" border="0"><br>ขาดความละอาย</div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_20c.jpg" border="0"><br>ทะเลาะวิวาท</div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_20d.jpg" border="0"><br>งานการไม่เสร็จ</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:09 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๒๑</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย</span></span></div><br><br> _ _ _<span style='color:#ed8766'>วัตถุเครื่องยังให้ไม่ประมาท ได้แก่<br> _ _ _<b>๑. สติ </b>ความระลึกได้ มีสติควบคุมเหตุการณ์ต่างๆ ได้เสมอ ไม่ประมาท ไม่พลั้งเผลอในทุกขณะ ไม่ลืมเรื่องที่ทำ คำที่พูดและสูตรที่คิด</span><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#b78766'><b>๒. สัมปชั__ะ </b>ความรู้ตัวที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า รู้ถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ และไม่เป็นประโยชน์ สติกับสัมปชั__ะเป็นของคู่กัน คือเมื่อระลึกได้ (มีสติ) ในสิ่งที่ทำย่อมมีความรู้ตัว (สัมปชั__ะ) ในสิ่งที่กำลังทำอยู่ จึงเป็นของคู่กันอย่างนี้</span><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#c06468'>บุคคลเมื่อใฝ่ใจต่อการศึกษา สดับตรับฟัง และเพียรพยายามภาวนา ทำให้มั่นในธรรมนั้นๆ จนเกิดความชำนา_ เชี่ยวชา_ ช่ำชอง แจ้งชัดต่อธรรมนั้นๆ เช่นนี้จึงเชื่อว่า ไม่ประมาทในธรรมทั้งปวง</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_21a.jpg" border="0"><br>ประมาทในโรค</div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_21b.jpg" border="0"><br>ระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า</div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_21c.jpg" border="0"><br>หมั่นไปวัดเพื่อศึกษาธรรม</div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_21d.jpg" border="0"><br>ประมาทในวัย</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:10 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๒๒</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความเคารพกราบไหว้</span></span></div><br><br> _ _ _<span style='color:#78a458'>ลักษณะของการเคารพมีอยู่ ๗ ประการ<br> _ _ _<b>๑. พุทธคารวตา</b> ให้เคารพในพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ<br> _ _ _<b>๒. ธัมมคารวตา</b> ให้เคารพในพระธรรมอันประเสริฐ<br> _ _ _<b>๓. สังฆคารวตา </b>ให้เคารพในพระสงฆ์อันประเสริฐ<br> _ _ _<b>๔. สิกขาคารวตา </b>ให้เคารพในสิกขาบทถือศีล<br> _ _ _<b>๕. สมาธิคารวตา</b> ให้เคารพในสมาธิภาวนา<br> _ _ _<b>๖. อัปปมาทคารวตา</b> ให้เคารพในความไม่ประมาท<br> _ _ _<b>๗. ปฏิสัณฐารคารวตา</b> ให้เคารพในปฏิสันถารการต้อนรับ และเคารพในบิดามารดา อุปัชฌาย์อาจารย์ และปู่ย่าตายาย พี่ห_ิงพี่ชาย ลุงป้าน้าอา ผู้แก่เฒ่าที่มีอายุ เคารพในท่านเหล่านี้ก็จัดว่าเป็น ความเคารพกราบไหว้บูชา ด้วยกาย วาจา และใจ เป็นการแสดงความอ่อนน้อมต่อผู้ให_่ ผู้มีคุณธรรม ความอ่อนน้อม จักเป็นเครื่องทำลายความหยิ่งผยองยโส อวดดี มานะถือตัวถือตน และความมีตนอันเสมอท่านสรุปว่า บุคคลผู้ใด เป็นผู้มีจิตใจ กาย วาจา ที่อ่อนน้อมย่อมเป็นที่รักแก่ผู้อื่น</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_22.jpg" border="0"><br>แสดงความเคารพพระบรมสารีริกธาตุ</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:12 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๒๓</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความเจียมตัว ไม่จองหอง</span></span></div><br><br> _ _ _<span style='color:#d88c68'>ลักษณะของคนจองหอง ไม่เจียมตัวมี ๙ อย่างคือ<br> _ _ _<b>๑. สักกายทิฏฐิ</b> ความเห็นเป็นเหตุให้ถือตัวถือตนฯ<br> _ _ _<b>๒. สีสัพพัตตปรามาส </b>ความเชื่อถือศักดิ์สิทธิ์ ด้วยเข้าใจว่ามีได้ด้วยศีลหรือพรต<br> _ _ _<b>๓. รูปราคะ </b>ความติดใจในรูปธรรม เช่น ชอบใจในบุคคลบางคน<br> _ _ _<b>๔. อรูปราคะ </b>ความติดใจในอรูปธรรม เช่น พอใจในสุขเวทนาฯ<br> _ _ _<b>๕. ความประมาท</b><br> _ _ _<b>๖. มานะ </b>ความสำคั_ตัวว่า เป็นนั่นเป็นนี่ฯ<br> _ _ _<b>๗. ความมี อคติ๔</b> คือ <br> _ _ _ _ _ _ _ลำเอียงเพราะรัก <br> _ _ _ _ _ _ _ลำเอียงเพราะเขลา <br> _ _ _ _ _ _ _ลำเอียงเพราะโกรธ <br> _ _ _ _ _ _ _ลำเอียงเพราะกลัว<br> _ _ _<b>๘. ความไม่รู้จักประมาณในตน</b><br> _ _ _<b>๙. อวิชชา ความหลงอันเป็นเหตุไม่รู้จริงฯ</b></span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_23.jpg" border="0"><br>ใช้อำนาจข่มเหงรังแกผู้ที่ขวางทางเดิน </div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:13 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๒๔</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความยินดีด้วยของอันมีอยู่</span></span></div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_24a.jpg" border="0"><br>มีของกินมากมายแต่จะหากินอีก<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_24b.jpg" border="0"><br>ทำนา<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_24c.jpg" border="0"><br>ประกอบอาชีพกสิกรรม _พออยู่พอกิน<br></div><br><br> _ _ _<span style='color:#599f28'>บุคคลมายินดีในสิ่งที่มีและตนทำได้ โดยมิใช่ปล่อยอะไรให้เลื่อนลอยไปตามยถากรรม เกียจคร้านหลังยาว ขาดความเพียร เช่นนี้ไม่ถือว่ายินดีในสิ่งที่ตนมีอยู่ ตัวอย่างเช่น มักจักมีผู้เข้าใจผิดแล้วอ้างว่าความยินดีในสิ่งที่ตนมีตนได้คือ มีมาอย่างไร ก็พอใจยินดีแค่นั้น รู้แค่ไหน ก็รู้แค่นั้น เคยเป็นอยู่อย่างไร ก็จักเป็นอยู่อย่างนั้น เข้าใจอย่างนี้ก็มิได้ถูกทั้งหมด ถ้าผู้มีปั__าเขาแย้งขึ้นมาว่า ตอนท่านออกมาจากท้องแม่ แก้ผ้ามาแล้วทำไมทุกวันนี้ ไม่แก้ผ้าเดินตามถนน แก้ผ้าเข้าสังคมเล่า เพราะฉะนั้นบางอย่างมองอะไรไปในทางไม่เจริ_ย่ำอยู่กับที่ไม่ก้าวหน้า ความหมายของความยินดีด้วยของอันมีอยู่ ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าด้วยของ แล้วของนั้นจะมาจากไหน ถ้าท่านไม่แสวงหามา หรือใครจัดหาให้ท่านมา โดยเนื้อแท้แล้ว ท่านหมายถึงว่า ให้ทุกคนลงไม้ลงมือกระทำให้เต็มความรู้ ความสามารถของตนเสียก่อน เมื่อทำจนเต็มที่อย่างสุดความรู้ความสามารถแล้ว มันได้มาเท่าไร ค่อยยินดีพอใจในสิ่งนั้น เพราะถ้าขืนไม่พอใจยินดีแค่นี้ ตนก็จะเป็นทุกข์ เราจะเห็นว่าของทุกอย่างที่ได้มาก ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาเล่าเรียน ความรู้ ความสามารถ เครื่องนุ่งห่ม ทรัพย์สมบัติ ที่อยู่อาศัย หรือแม้แต่ยารักษาโรค เราได้มาด้วยความเพียรพยายาม ทำได้มาทั้งนั้น ท่านสอนให้เรามีความเพียรใช้ศักยภาพและใจนี้ให้ได้ประโยชน์สูงสุดและประหยัดสุด โดยมิให้ทะเยอทะยานอยากจนเกินเหตุ</span> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:14 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๒๕</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความเป็นผู้รู้อุปการะอันท่านทำแล้ว</span></span></div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_25a.jpg" border="0"><br>อวยพรให้ลูกยามทำนา<br><br><br><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_25b.jpg" border="0"><br>ทำนาให้เจริ_รุ่งเรืองเป็นการตอบแทน</div><br><br> _ _ _<span style='color:#56a7c5'>บุคคลมาระลึกรู้ถึงบุ_คุณผู้อื่นที่มีให้แก่ตน เช่นนี้เรียกว่า<b>กตั__ู</b> แล้วทำการตอบแทน เรียกว่า <b>กตเวที</b><br> _ _ _<br> _ _ _<b>ลักษณะในการตอบแทนคุณ ผู้มีอุปการะเรา ต้องทำดังนี้คือ</b><br> _ _ _- ท่านเลี้ยงเรามา เราเลี้ยงท่านตอบ และดูแลรักษาเมื่อยามท่านเจ็บป่วย<br> _ _ _- ให้การเคารพยอมรับ เชื่อฟังท่าน<br> _ _ _- ช่วยท่านเผยแพร่เกียรติคุณ โดยการทำตัวดีต่อตน และต่อสังคม ตามคำสั่งสอนของท่าน<br> _ _ _- ยกย่องเชิดชู ความรู้ความสามารถและคุณธรรมของท่าน ในทุกถิ่นทุกที่ที่เราไป<br> _ _ _- สละแบ่งปันทรัพย์สิน สิ่งของที่มีอยู่ให้แก่ท่านเมื่อถึงความอันควร</span> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:15 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๒๖</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความฟังธรรมตามกาล</span></span></div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_26.jpg" border="0"><br>คนนั่งฟังธรรม</div><br><br> _ _ _<span style='color:#d07c80'>แม้ว่าชีวิตประจำวัน จะสับสนว้าวุ่นเพียงใด แต่เมื่อถึงกาลสมัยที่ฟังธรรมก็ต้องให้เวลากับกาลนั้นด้วย อย่างน้อยธรรมนั้นก็อาจจะช่วยชำระล้างมลทินภายในใจ และช่วยผ่อนความตึงเครียด สับสนของชีวิตให้ลดลง ทั้งนี้ท่านต้องฟังด้วยความตั้งใจ จดจ่อใคร่ครว_พิจารณาในธรรมที่ฟังนั้นๆ ท่านก็จะได้ประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย เพราะ<b>ธรรมแปลว่า ธรรมชาติเครื่องฟอกจิต ชำระจิต <i>ถ้าท่านคิดว่าอาหารและน้ำ จำเป็นต่อร่างกายฉันใด ธรรมะก็จำเป็นต่อจิตใจฉันนั้น ร่างกายที่ขาดน้ำและอาหารเป็นร่างกายที่อยู่ไม่ได้ฉันใด ใจนี้ขาดธรรมก็อยู่ดีไม่ได้ฉันนั้น</i> </b>สำหรับประโยชน์ของการฟังธรรมนั้นมีมากมาย ตัวอย่างเช่น</span><br> _ _ _<br> _ _<span style='color:#d07c51'>_๑. ธรรมอันใดที่ตนยังไม่เคยฟังก็จะได้ฟัง<br> _ _ _๒. ธรรมที่ตนได้เคยฟังแล้ว มาได้ฟังเข้าอีกก็มีปั__ารู้แจ้ง รู้ชัดในธรรมนั้นมากขึ้น<br> _ _ _๓. มีความสงสัยครั้งมาฟังธรรมก็สิ้นความสงสัยเสียได้<br> _ _ _๔. จะทำความเห็นให้ตรงถูกต้องต่อพระศาสนา<br> _ _ _๕. จิตของผู้ฟังย่อมผ่องใส เบิกบาน</span><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#d04951'>ยังอานิสงส์ในการฟังธรรมมีอีก ๕ ประการคือ<br> _ _ _๑. ยังพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองเจริ_ไปภายหน้า<br> _ _ _๒. ตายแล้วจะไปสู่สุคติคือมนุษย์และสวรรค์<br> _ _ _๓. จะได้ตรัสรู้ซึ่งมรรคและผล<br> _ _ _๔. จะทำให้เกิดเป็นนิสัยแก่ผู้ฟังทั้งมนุษย์และเทวดาและสัตว์เดรัจฉาน<br> _ _ _๕. ฟังแล้วทำให้เกิดปั__า รู้ตื่นและเบิกบาน</span> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:17 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๒๗</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความอดทน</span></span></div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_27a.jpg" border="0"><br>อดทนต่อการทำมาหากิน</div><br><br> _ _ _<span style='color:#788C70'>พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงสรรเสริ_คุณแห่งความอดทนว่า ความอดทนอดใจ เป็นความเพียรยังกิเลสให้เร่าร้อน ความอดทนให้ถึงซึ่งพระนิพพานดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์ให้สิ้น<br> _ _ _<br> _ _ _<b>ความอดทนมี ๓ ประเภทคือ</b><br> _ _ _<b>๑. ทนกรากกรำ</b> ความอดทนทำการงาน ไม่หวั่นแม้ความหนาว ร้อน ลม แดด<br> _ _ _<b>๒. ทนลำบาก</b> ความอดทนต่อทุกขเวทนาอันเกิดเพราะความเจ็บไข้ มีประการต่างๆ แม้อย่างแรงกล้าก็ไม่แสดงอาการกระสับกระส่าย<br> _ _ _<b>๓. ทนเจ็บใจ</b> ความอดทนต่อความหมิ่นประมาทที่ผู้อื่นกระทำ มีกล่าวคำเสียดสีเป็นความอดทนอย่างยิ่งเป็นขันติโดยแท้ เรียกว่า อธิวาสนขันติ<br> _ _ _<br> _ _ _ความอดทนยังเป็นเครื่องบ่งบอกถึง คุณภาพของความเป็นมนุษย์ที่เลิศอีกด้วย</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_27b.jpg" border="0"><br>เกี่ยงกันซ่อมเรือไม่อดทนต่อความยากลำบาก</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:18 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๒๘</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความเป็นผู้ว่าง่าย</span></span></div><br><br> _ _ _<span style='color:#d89088'>บุคคลผู้ว่าง่าย คงจักเปรียบได้กับดิน ที่ช่างปั้นจัดสรรคัดเลือกมาอย่างดี แค่นี้คงยังไม่พอ ช่างปั้นต้องนำดินนั้นมาทุบให้ละเอียด แล้วจึงใส่ตะแกรงกรองเอาเมล็ดกรวด เมล็ดทรายออกจากดินนั้นให้เหลือแต่เนื้อดินร่วนๆ เมื่อนำดินนั้นมาผสมน้ำนวดจะได้นิ่มมือ ไม่บาดระคายมือ เมื่อนวดดินนั้นจนเหนียวได้ที่แล้ว จึงนำมาปั้นเป็นแจกัน เป็นหม้อเป็นภาชนะที่ต้องการเนื้อดินที่ละเอียดอ่อนเหนียว ยิ่งทำดินละเอียดเหนียวมากเท่าไรก็ ยิ่งทำให้ภาชนะที่ช่างผู้มีฝีมือปั้นขึ้นนั้น ยิ่งคงทน ปราณีต สวยงามมากเท่านั้น บุคคลผู้ว่าง่ายเมื่อได้ผ่านการชี้แนะ ดัดกาย วาจาใจ จากครูผู้รู้ใจอารีมีปั__า แล้วถ่ายทอดธรรมวิทยาทั้งปวงให้บุคคลผู้นั้น ย่อมจักสามารถซึมซับรับรู้ สรรพวิทยานั้นๆ ได้อย่างละเอียดหมดจด จนเป็นผู้เจริ_ในที่สุด</span><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_28b.jpg" border="0"><br>ยอมไปโรงเรียนโดยดี</div><br><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:crimson'>ซึ่งต่างจากคนผู้ว่ายากสอนยาก เปรียบเหมือนหินกรวดทราย ต่อให้พบช่างปั้นผู้วิเศษเขาก็ต้องคัดดิน กรวด ทราย นั้นทิ้งในที่สุด คนดื้อว่ายากสอนยาก ดูช่างเป็นคนโง่ที่น่าสงสารเสียจริงๆ เพราะเขาจักไม่มีค่าในสายตาของคนรอบข้างเลย เมื่อไปเรียนรู้กับครูวิเศษท่านใด ไม่ว่าครูผู้ใจอารีนั้นจักเพียรพยายามอบรมสั่งสอนต่อเขาสักปานใด เขาก็จักไม่รับอะไรนอกจากความเห็นของตนเอง แถมยังเสียเวลาเปล่าอีก บุคคลประเภทนี้มักจักเป็นผู้สร้างภาระและปั_หาให้แก่สังคม เหตุเพราะตัวเขาเองเป็นปั_หาแก่ตัวเองแล้วแก้ไขไม่ได้ สุดท้ายก็จักมีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว เพราะโดนทอดทิ้งจากสังคมรอบข้าง</span><br><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_28a.jpg" border="0"><br>หนีโรงเรียน มั่วสุม เกเร</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:19 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๒๙</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความได้เห็นสมณะ</span></span></div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_29.jpg" border="0"><br>การได้พบสมณะ</div><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:crimson'>เมื่อครั้งพระศาสดาได้ปั_จวัคคีย์ทั้ง ๕ เป็นพระสาวก แล้วส่งไปประกาศพระศาสนานั้น พระอัสสชิก็เป็นพระอรหันต์สาวกรูปหนึ่ง ได้จาริกไปตามคามนิคมชนบท แล้วออกบิณฑบาตโปรดสัตว์อยู่นั้น พระสารีบุตรซึ่งยังครองเพศเป็นพราหมณ์อยู่ ได้เห็นกิริยาอันละเมียดละไม สง่างามดังกวางทองเยื้องย่างปานนั้น ก็ทำให้เกิดศรัทธา เข้าไปน้อมกราบแล้วถามขึ้นว่า ท่านเป็นสาวกของใคร ใครเป็นศาสดาของท่าน แล้วศาสดาของท่านสอนว่าอย่างไร</span><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#CD2793'>ท่านจะเห็นได้ว่า พระสารีบุตรซึ่งยังไม่ได้นับถือศาสนาพุทธเลย แค่เพียงเห็นพระอัสสชิออกเดินบิณฑบาตโปรดสัตว์เท่านั้นเอง ทำให้เกิดความเลื่อมใส ยอมตนก้มลงน้อมกราบแทบเท้าของพระอัสสชิ เพียงเพื่อต้องการรู้ว่าใครเป็นผู้สั่งสอน จึงทำให้พระอัสสชิช่างมีกิริยาอาการละเมียดละไม สง่างาม มั่นคง เสียเหลือเกิน</span><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#A632C2'>ประโยชน์ของการได้เห็นสมณะผู้สงบ ทำให้จิตของผู้พบเห็นมีจิตสงบ<br> _ _ _- เกิดศรัทธาที่บริสุทธิ์<br> _ _ _- กิเลสไม่กำเริบ<br> _ _ _- เกิดวิชาความรู้</span> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:20 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๓๐</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความเจรจาธรรมตามกาล</span></span></div><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#8B7241'>การพูดถึงธรรม ดูน่าจะดีทุกกาล ในข้อนี้ท่านหมายถึงผู้พูดและผู้ฟัง จะต้องมีใจเห็นพ้องกันว่าควรจะพูดและควรจะฟังในเวลานี้ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องธรรมในเวลาที่ผัวเมียกำลังเสพกาม เสพเครื่องดองของเมา หรือบริโภคอาหาร เช่นนี้ผู้พูดและผู้ฟังอาจจะต้องเกิดทะเลาะกันก็ได้ เพราะพูดไม่ถูกกาลเทศะ</span><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#989C78'>บริษัททั้ง ๔ คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ทั้ง ๔ นี้มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ได้เล่าเรียนศึกษาพระธรรมและพระวินัยที่พระศาสดาทรงบั__ัติไว้ เมื่อเล่าเรียนศึกษาได้แล้ว มีข้อข้องใจสงสัย ก็จำข้อสงสัยนั้นมานั่งสนทนากัน สอบถามกันในเวลาประชุมหรือในเวลาพบปะท่านผู้รู้ เพื่อช่วยแก่ข้อสงสัยนั้นให้กระจ่าง ในส่วนที่รู้แล้วก็จะยิ่งทำให้รู้ชัดไม่หลงลืม เรียกว่าทำให้มั่นยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่ไม่รู้เลย เมื่อได้มาร่วมรับฟังการเจรจาธรรมนั้น ผู้ที่ไม่รู้นั้นก็จะได้รู้ตาม ถือได้ว่าเป็นการเผยแผ่ธรรม กระจายธรรมไปในตัวด้วย</span><br> _ _ _<br> _ _ _<div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_30a.jpg" border="0"><br>หมั่นศึกษาธรรมะ _พบปะสนทนาธรรม</div><br><br> _ _ _<div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_30b.jpg" border="0"><br>สนทนาธรรมผิดกาล</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:22 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๓๑</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความเพียรเผากิเลส</span></span></div><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#E94F38'>บุคคลใดมีความเพียรสำรวมระวังรักษาซึ่งอินทรีย์เป็นต้น กำจัดเสียซึ่งอกุศล คือ ราคะ โทสะ โมหะ อวิชชา ตัณหา มานะ ทิฏฐิ อุปาทาน ให้หมดน้อยถอยจากสันดานจัดเป็นมงคลอันประเสริฐ</span><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#B86C68'><b>ความเพียรที่จะละกิเลสดังต่อไปนี้</b><br> _ _ _๑. สำรวมรักษาอินทรีย์ทั้ง ๖ ให้บริบูรณ์<br> _ _ _๒. การรักษาศีล ๕ ไม่โหดร้าย ไม่มือไว ไม่ใจเร็ว ไม่พูดปด ไม่หมดสติ<br> _ _ _๓. การรักษาศีลในวันโกน วันพระ<br> _ _ _๔. ขันติความอดใจที่จะไม่โกรธไม่พยาบาทอาฆาตจองเวรแก่สัตว์ ยังกิเลสให้เร่าร้อน<br> _ _ _๕. ปาติโมกข์สังวร สำรวมระวังในพระปาติโมกข์<br> _ _ _๖. ความเห็นซึ่งมรรคด้วยอำนาจแห่งปั__า ความรู้อริยสัจ ๔<br> _ _ _๗. มีความยินดีรักษาซึ่งธุดงควัตร เป็นข้อปฏิบัติของบรรพชิต<br> _ _ _๘. มีความยินดีเจริ_พระกัมมัฏฐานสมถภาวนาและวิปัสสนาภาวนา<br> _ _ _๙. ความทำนิพพานให้แจ้ง</span><br> _ _ _<br> _ _ _<div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_31a.jpg" border="0"><br>พระภิกษุไม่เกิดกิเลสตามผู้มาหลอกล่อ</div><br><br> _ _ _<div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_31b.jpg" border="0"><br>ฆราวาสฝึกบำเพ็_ความอดทน</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:24 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๓๒</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความประพฤติอย่างพรหม</span></span></div><br> _ _ _<br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_32a.jpg" border="0"><br>ประพฤติอย่างพรหม</div><br><br> _ _ _<span style='color:#808090'>คุณสมบัติของพรหม มี ๔ อย่างคือ<br> _ _ _<b>๑. เมตตา</b> ความรักใคร่ ปรารถนาจะให้เขาเป็นสุข<br> _ _ _<b>๒. กรุณา </b>ความสงสารคิดช่วยให้พ้นทุกข์<br> _ _ _<b>๓. มุทิตา </b>ความพลอยยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี<br> _ _ _<b>๔. อุเบกขา </b>ความวางเฉย ไม่ดีใจ ไม่เสียใจ เมื่อผู้อื่นถึงความวิบัติ</span><br><br> _ _ _<span style='color:#9088A0'>บุคคลใดมีคุณธรรมเหล่านี้ ถือว่าบุคคลเหล่านั้น เป็นผู้ให_่ เป็นพรหมโดยสมมติ การที่บุคคลมีคุณธรรม ๔ อย่างดังกล่าวมาแล้วนี้ เรียกว่า เป็นผู้มีพรหมวิหาร ๔ ถือได้ว่าเป็นคุณสมบัติของผู้ให_่ ยังเป็นผู้ที่ยังให้เกิดความศรัทธา รักใคร่ เลื่อมใสต่อผู้อยู่ร่วม เช่นนี้จึงถือว่าเป็นผู้ดีมีมงคลในชีวิต</span><br> _ _ _<br> _ _ _<div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_32c.jpg" border="0"><br>ผู้ไม่ประพฤติอย่างพรหม</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:27 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๓๓</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความเห็นอริยสัจทั้งหลาย</span></span></div><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#E0A080'>ท่านให้เห็นอริยสัจ มิใช่ให้เป็นโดยการท่องจำ แต่ให้เห็นโดยปั__ารู้แจ้งตามสภาพความเป็นจริง ในสภาพแวดล้อมในปัจจุบันว่า ทุกชีวิตของสรรพสัตว์ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เกิดขึ้น ตั้งอยู่และแตกสลายไป หรือจะมีปั__าแยบคายมาก สามารถเห็นตามหลักอริยสัจ ๔ ก็ได้ เช่นเห็นว่า ชีวิตนี้เป็นทุกข์ อันมีมาแต่เหตุ ถ้าจะดับทุกข์ก็ต้องดับที่เหตุ โดยมีข้อปฏิบัติให้ทุกข์นั้นดับ มีอยู่คือ มรรค ๘ ประการ เช่นนี้เรียกว่าเห็นอริยสัจ ๔</span><br> _ _ _<br> _ _ _<div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_33a.jpg" border="0"><br>คนเกิด</div><br><br> _ _ _<div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_33b.jpg" border="0"><br>คนแก่ คนเจ็บ</div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_33d.jpg" border="0"><br>คนทุกข์ทรมาน</div><br><br> _ _ _<div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_33c.jpg" border="0"><br>คนตาย</div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_33e.jpg" border="0"><br>คนยืนมองภาพที่เกิดขึ้น</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:28 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๓๔</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความทำพระนิพพานให้แจ้ง</span></span></div><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#E88478'>บุคคลมาเจริ_วิถีแห่งนิพพาน ได้แก่ มีความเพียร เจริ_สติ เป็นสมาธิ เกิดปั__า พิจารณาสภาวะธรรม ทั้งนอกกาย ในกาย ให้รู้เห็นตามความเป็นจริง จนเกิดความเบื่อหน่าย คลายความยึดถือทั้งนอกกายในกายละเสียได้ซึ่ง โทสะ โมหะ ความยินดียินร้าย มีจิตอันไม่เศร้าหมองแล้ว บุคคลนั้นย่อมลุถึงความดับและเย็นแห่งชาติภพเสียได้ เช่นนี้จึงกล่าวได้ว่าเป็นผู้ทำนิพพานให้แจ้ง</span><br> _ _ _<br> _ _ _<div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_34.jpg" border="0"><br>พระอริยบุคคล</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:30 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๓๕</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>จิตของผู้ใด อันโลกธรรมถูกต้องแล้วไม่หวั่นไหว</span></span></div><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#B3B4E0'>โลกธรรม ๘ ประการ เป็นเครื่องผูกสัตว์ทั้งหลายให้ข้องอยู่ในโลก จนต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จักจบ <br> _ _ _<br> _ _ _<b>โลกธรรมทั้ง ๘ คือ<br> _ _ _๑. มีลาภ<br> _ _ _๒. เสื่อมลาภ<br> _ _ _๓. มียศ<br> _ _ _๔. เสื่อมยศ<br> _ _ _๕. มีสรรเสริ_<br> _ _ _๖. มีนินทา<br> _ _ _๗. มีความสุข<br> _ _ _๘. มีทุกข์ </b></span><br> _ _ _<br> _ _ _<div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_35a.jpg" border="0"><br>คนต้องการสรรเสริ_</div><br> _ _ _<div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_35b.jpg" border="0"><br>ประจบสอพลอ</div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_35c.jpg" border="0"><br>คนอยากได้อยากมีทอง มีเสื้อผ้า</div><br> _ _ _<div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_35d.jpg" border="0"><br>คนขออาจารย์ใบ้หวย</div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_35e.jpg" border="0"><br>ขูดหาเลขที่ต้นไม้</div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_35f.jpg" border="0"><br>คนร่อนทองในแม่น้ำ</div><br><br> _ _ _ _ <span style='color:#F6987C'>จิตอันโลกธรรมถูกต้องแล้วไม่หวั่นไหว คือจิตที่ต้องมีความเพียร มีสติ เกิดสมาธิ ปรากฎปั__า เห็นตามความเป็นจริงว่า ลาภ ยศ สรรเสริ_ สุข มันมีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วแปรปรวน ดับไปเป็นธรรมดา ไม่มีอะไรคงที่ อยู่ถาวรตลอดกาล เมื่อมีปั__าพิจารณาเห็นสภาพตามความเป็นจริงอย่างนี้แล้ว ย่อมไม่มัวเมา หลงยึดถือ สลัดหลุดจากเครื่องพันธนาการร้อยรัดทั้งปวง</span> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:31 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๓๖</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ความไม่มีโศก</span></span></div><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_36.jpg" border="0"><br>ชายห_ิงที่ปราศจากมลทิน</div><br> _ _ _<br> _ _ _<span style='color:#E87D6D'>บุคคลผู้มีปั__า <b>เห็นไตรลักษณ์ คือความเกิดขึ้นในเบื้องตัน แปรปรวนในท่ามกลาง แตกสลายในที่สุด </b>แล้วมีจิตอันเป็นปกติ มิได้เศร้าโศก เสียใจ ร้องไห้ ไปตามกระบวนการนั้นๆ จิตก็เข้าสู่กระแสแห่งธรรม มีเครื่องขจัดมลทินของจิต เป็นจิตที่มีอุเบกขารมณ์</span> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:32 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๓๗</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>ปราศจากธุลี</span></span></div><br> <br> _ _ _<span style='color:#DE973F'>บุคคลใดถึงพระอรหันต์บุคคลนั้นชื่อว่า ปราศจากธุลี ธุลีมีดังนี้<br> _ _ _๑. ราคะความกำหนัดยินดีในกามคุณทั้ง ๕<br> _ _ _๒. โทสะความโกรธประทุษร้ายแก่สัตว์และสังขาร<br> _ _ _๓. อวิชาความไม่รู้<br> _ _ _<br> _ _ _บุคคลใดไม่มีความเศร้าหมองในสันดาน จัดเป็นมงคลอันประเสริฐกว่ามงคลทั้งปวง มีคุณให_่หลวงแก่สรรพสัตว์</span><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_37.jpg" border="0"><br>ความโศกเศร้า</div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
Kamen rider
06-10-2004, 11:33 PM
<span id='postcolor'><div align="center"><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><span style='color:darkred'>มงคลที่ ๓๘</span></span><br><span style='font-size:13pt;line-height:100%'><span style='color:firebrick'>จิตเกษม</span></span></div><br> <br> _ _ _ _ _ <span style='color:#A75060'>บุคคลทั้งหลายใด ทำจิตให้บริสุทธิ์ผ่องใสไกลจาก อวิชา ตัณหา อุปาทาน ชาติภพ จัดเป็นมงคลอันประเสริฐ</span><br><br><div align="center"><img src="http://www.thummada.com/public_html/mongkol/mongkol_38.jpg" border="0"><br>คนยืนมองความเป็นไปทั้งหลาย<br><br><span style='font-size:15pt;line-height:100%'><b>จบบริบูรณ์</b></span></div> <!--Signature--><br><br>--------------<br><span id='signature'><MARQUEE class=text onmouseover=this.stop() onmouseout=this.start() scrollAmount=3 scrollDelay=0 direction=left height=20><font color=teal>ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งให_่ เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้ มิได้อยู่เพื่อตนเอง</font></MARQUEE></span><!--E Signature--></span>
eakachaiii
09-10-2004, 08:11 PM
ชอบมากครับ
เป็นเพราะตอนที่บวชก็ได้อ่านคำแปลของพระคาถาบทนี้พร้อมกับนิทานของแต่ละช่วงด้วยครับ ดีใจมากเลยครับที่ได้กลับมาเห็นอีกทีนึง เพราะหาอ่านอีกไม่ได้แล้ว
ผ่อนคลาย
08-12-2005, 04:48 PM
อ่านแล้ว ได้ทบทวนความรู้ได้เห็นภาพประกอบด้วยดีมากๆครับ ขออนุโมทนาครับ
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.