PDA

View Full Version : ร่างทรงมีกี่แบบ ใครรู้บ้างครับ


Aphisit
06-10-2004, 09:32 PM
ใครมีความรู้บ้างช่วยตอบทีครับ...

polary
15-10-2004, 07:42 PM
มีหนังสือเขียนอยู่หลายเล่ม ในเวบก็มีลองค้นๆๆดู

ร่างทรงเท่าที่ทราบมี 2 แบบนะ

เจ้าเข้าทรง --- เจ้ามาเข้าทรง

คนทรงเจ้า--- คนไปทรงเป็นเจ้า

Catwater
15-10-2004, 11:01 PM
Originally posted by polary
มีหนังสือเขียนอยู่หลายเล่ม ในเวบก็มีลองค้นๆๆดู

ร่างทรงเท่าที่ทราบมี 2 แบบนะ

เจ้าเข้าทรง --- เจ้ามาเข้าทรง

คนทรงเจ้า--- คนไปทรงเป็นเจ้า

โอวววววววววววว์ จอร์ซซซ แมวตัวนี้มันเยี่ยมมากเลย polary
เมล์มาหน่อยดิ

Catwaterญ427@hotmail.com

หรือจะโพสที่กระทู้นี้ก็ได้นะ

Catwater
15-10-2004, 11:05 PM
อ้าว ขีดกลายเป็นยอห_ิงไปซะละ -"-

นายฉิม
18-10-2004, 08:20 AM
ลัทธิพิธี "เจ้าพ่อ-เจ้าแม่" ความเชื่อเน้นการทำพิธีกรรม ไม่ปรากฏอยู่ในหลักคำสอนของศาสนาหลักที่คนส่วนให_่นับถือ มีร่างทรงหรือม้าทรง ผู้ทำหน้าที่สื่อกลางระหว่างเจ้าพ่อและเหล่าลูกศิษย์ลูกหา ผู้มีความเชื่อสวนกระแสวิทยาศาสตร์

บางครั้งเรื่องบางเรื่องก็อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์วิทยาศาสตร์จะหาเหตุผลมาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ศรัทธา ความเชื่อ จากประสบการณ์การทำนายทายทักที่แม่นราวมีดวงตาทิพย์ แนวทางการรักษาที่แม้การแพทย์แผนปัจจุบันยังรักษาไม่หาย อภินิหารต่างๆ หนทางที่ยากจะพิสูจน์ หรือคัดแยกความจริงหรือเท็จ บ่มเพาะให้คนหันมาเชื่อมากขึ้น นำไปสู่ตำหนัก สำนักทรงผุดขึ้นมากมาย จริงบ้างหลอกบ้าง

รายงานที่ปรากฏข้างท้ายนี้จึงมีคำเตือนแนบมาด้วยว่า "โปรดใช้วิจารณ_าณในการอ่าน"

นายฉิม
18-10-2004, 08:20 AM
ศรัทธานอกวัด เสด็จเตี่ย ร.5

จากผู้ห_ิงธรรมดา ใช้ชีวิตแม่บ้าน วันหนึ่งโรคร้ายที่ไม่สามารถวินิจฉัยสาเหตุ นำมาสู่บทบาทใหม่ ในฐานะร่างทรงของสมเด็จพระปิยมหาราช หรือเสด็จเตี่ย และร่างทรงของกรมหลวงชุมพรฯ ที่หลายคนนับถือ

ที่บ้านสองชั้น ย่านลาดพร้าว อัมภา เปรมสุข ชื่อที่หลายคนอาจไม่คุ้นหู แต่หากเอ่ยถึงแม่ครู หรือเตี่ย บรรดาลูกศิษย์ลูกหาผู้ศรัทธาเสด็จเตี่ย หรือพระปิยมหาราช ย่อมเป็นที่รู้จักกันอย่างดี ห_ิงสาววัยกลางคน พูดด้วยน้ำเสียงนิ่มนวล นึกย้อนหลังที่มากว่า 32 ปี ก่อนที่จะมาเป็นร่างทรง

แม่ครูอัมภาเล่าว่า ปี 2503 เธอแต่งงานย้ายเข้าบ้านพักข้าราชการโรงเรียนเตรียมทหารเก่า แถวลุมพินี วันหนึ่งฝันเห็นชายแก่สวมเสื้อและนุ่งผ้าโจงกระเบนสีขาว ถือไม้ตะพด เดินอยู่หลังบ้าน หยิบเข็มสองเล่มทิ้งไว้ที่ก๊อกน้ำ ก่อนหายไป อยู่มาไม่นานหลังจากนั้นเริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ มีอาการปวดศีรษะและไม่สบายอยู่เป็นนิจ สามวันดีสี่วันป่วย ไปหาหมอก็หาเหตุผลไม่ได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด มีผู้มาแนะนำว่าถ้าอย่างนั้นควรไปหาหมอพระหรือเทพ

"พระบอกว่ามีเทพรักษา ไปหาเทพบอกว่ามีเจ้ารักษา เป็นองค์รัชกาลที่ 5 กับเสด็จในกรม ไม่ทราบว่าจะเอาอย่างไรก็โรคที่เป็นอยู่ จะรักษาด้วยเหตุอันใด จึงอธิษฐานหากสิ่งเหล่านี้มาอยู่กับข้าพเจ้าจริง ขอให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บโดยเด็ดขาดแล้วจะรับท่าน เพื่อให้พระองค์สร้างบารมีต่อประชาชน คนทุกข์ร้อน จากนั้นท่านก็จับร่างสร้างบารมีมาเรื่อยๆจนถึงทุกวันนี้"

เหตุการณ์ไม่น่าเชื่อก็ปรากฏขึ้น หลังจากปี 2516 เมื่อเธอยอมรับพระองค์ท่าน ทุกสิ่งทุกอย่าง โรคภัยไข้เจ็บดีขึ้น ไม่เคยหาหมอ เข้าโรงพยาบาล จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่ทราบว่าโรคภัยต่างๆหายขาดหรือยัง เพราะชีวิตนี้มอบให้พระองค์ท่านแล้วแม้ว่าลูกหลานจะห้ามปราม แต่ถ้าเธอไม่ทำก็ไม่สบาย ทำแล้วสบาย ไม่เจ็บไม่ป่วย เพราะฉะนั้นชีวิตนี้ให้แล้ว จึงไม่รู้ว่าโรคที่เป็นมาแต่เดิม หายหรือไม่หาย เพราะไม่เคยเข้าโรงพยาบาล

"แรกๆคนรอบข้างมองว่าสติเสีย แต่เมื่อเห็นอภินิหารไม่สามารถพูดอะไรได้นอกจากยอมรับ ก่อนเข้าทรงทำการอาบน้ำให้สะอาด เนื้อตัวต้องสะอาด ปฏิบัติรักษาศีล 3 ข้อตลอดชีวิต ไม่กินเนื้อวัว ไม่ผิดศีลกาเม หากมีคู่ สามีต้องยกให้ อยู่กันฐานพี่น้อง หรือเป็นบิดาของบุตรไม่งั้นใครคนใดคนหนึ่งต้องมีอันเจ็บป่วยไป ไม่ลักขโมย สวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น ทำบุ_บวชพระ ทอดผ้าป่า-กฐิน พาผู้คนไปแสวงบุ_ในที่ต่างๆ "แม่ครูเล่า

เธอบอกว่า หากร่างมีองค์เทพไม่จำเป็นต้องรับเป็นร่างทรง โดยการขอท่านว่าเราขอสักการบูชา ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และทุกปีทำพิธีครอบครู พระชฎาของกษัตริย์ จริงๆแล้วท่านมีบารมีทุกองค์ แต่ท่านไม่สามารถที่จะสร้างบารมีต่อได้อีก ต้องอาศัยร่างของคนที่มีจิตใจดี เพื่อจะถวายกุศลท่านสืบต่อไป

"เวลาท่านมาไม่มีพิธีรีตองอะไร นั่งบนที่ประทับ จิตนิ่งเป็นสมาธิ ตั้งนะโม 3 จบบอกท่านว่ามีคนมาพึ่งบารมี ในสิ่งใดลูกไม่รู้ แล้วแต่ท่านจะโปรด เป็นหน้าที่ของพระองค์ ข้าพเจ้าไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น ดังนั้นท่านจะช่วยคนในลักษณะไหน เราก็ไม่รู้"แม่ครูอัมภา เล่าให้ฟังถึงความรู้สึกขณะประทับทรง เธอบอกว่า เสด็จพ่อ ปัจจุบันคือสหัมบดีพรหม เป็นองค์ที่อาราธนาธรรมต่อองค์พระศาสดา พรหมมา จ โลกา เวลามา_าณท่านลงที่กลางกระหม่อม จะรู้สึกเสียวที่กระหม่อม เสด็จพ่อลงจะเย็นลงมาเลย ส่วนเสด็จในกรมจะร้อน จากนั้นจิตจึงดับไป

"อาการ 32 ดับหมดเหมือนหุ่นยนต์ ไม่มีการขับถ่าย การกิน สิ่งที่เป็นอยู่ได้เป็นวันเป็นคืน จนกว่าจะหมดภาระของท่านที่จะสร้างบารมีต่อประชาชน หรือหมดลูกศิษย์ เมื่อกลับคืนมาเป็นตัวเรายามที่ท่านถอยจึงหิว"

คนมาดูเล่าถึงแม่ครูฟังขณะประทับทรงว่า เปลี่ยนเป็นคนที่ดูมีอายุ เคยอยากรู้ว่าช่วงที่ท่านประทับทรง ร่างกายเป็นอย่างไร ได้ถ่ายทำวีดีโอไว้ จึงเห็นว่าตัวเองเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ จึงยอมเชื่อว่าสิ่งที่เป็นอยู่ไม่ได้เป็นคนบ้า สติฟั่นเฟือน

แม่ครูอธิบายถึงเทพที่ประทับร่างว่า ท่านมาในนามของจอมท้าวสหัมบดีพรหม เพราะฉะนั้นร่างท่านบั__ัติเลยว่าไม่ต้องไปไหน ให้อยู่กับที่ ไม่ได้เดินสายแบบเทพ หรือร่างต่างๆ จะบอกว่าเป็นอาชีพไม่ได้ เพราะไม่ต้องการเงิน ไม่ทำก็ไม่สบาย เวลาท่านมาพานครูแบ่งเป็น 3 ส่วน เลี้ยงร่าง ซื้อดอกไม้ธูปเทียน และบำรุงศาสนา ค่าครูแรกเริ่ม 12 บาท ปัจจุบัน 59 บาท

"หากเกิดเหตุไม่ดีเกี่ยวกับบ้านเมือง ดวงพระยาทั้งสองจะไม่เสด็จ แล้วก็อัศจรรย์ที่ไม่มีสานุศิษย์มาเลย คืออภินิหาร รู้ได้เลยว่าบ้านเมืองไม่ดี ท่านไม่สามารถมาช่วยเหลือคนในกลุ่มน้อยได้ หากหมดภาระของพระองค์ท่านตรงนี้ ท่านจะเสด็จไปประทับร่างที่ไหน ไม่สามารถรู้ได้ เพราะท่านไม่ได้อยู่กับเราทั้งวัน เรายังเป็นมนุษย์อยู่ ถ้าท่านไม่ผ่อนคลาย อาหารก็กินไม่ได้ "

นายฉิม
18-10-2004, 08:21 AM
ความเชื่อที่แฝงมากับศาสนา
หลวงพ่อวัชระ เอกวัณโณ แห่งวัดถ้ำแฝด กา_จนบุรี อธิบายความหมายระหว่างคนทรงเจ้าและเจ้าเข้าทรงตามความเชื่อของท่านว่า คนทรงเจ้า หมายถึงคนธรรมดาไม่มีเทพประทับ แต่อาศัยความรู้ไสยศาสตร์ เวทมนตร์คาถาอาคม วิทยากล สมุนไพร ดูดวง แสดงตนแอบอ้างชื่อองค์เทพที่คนนับถือ อาศัยคำพูดและการแสดงทำให้คนเชื่อ หลอกว่าเป็นมหาเทพลงมาประทับ เพื่อจะแอบอ้างกอบโกยเอาเงินทองจากผู้หลงใหลเรื่องเหล่านี้

สำหรับเจ้าเข้าทรง หมายถึงผู้ที่มีองค์เทพลงมาประทับจริง เพื่อสร้างบารมี ระหว่างทำพิธีร่างทรงบางคนซึ่งมีอยู่น้อยจะไม่รู้สึกตัว เพราะองค์เทพต้องการมาช่วยบำบัดทุกข์ให้มนุษย์เพื่อสร้างบารมี ไม่โกงกินไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ คอยช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก สั่งสมบารมีร่วมกับร่างพอมีกินมีใช้ ไม่ร่ำรวยมากนัก

หลวงพ่อวัชระอ้างว่า เทพที่ลงมาช่วยเรียกว่า_าณแฝง หรือคุ้นหูกันว่า "องค์" คือเทพระดับต่างๆที่ยังไม่ถึงวาระเกิดเป็นมนุษย์ ครั้นจะลงมาเกิดใหม่เพื่อสร้างบุ_ ก็จะต้องรอเวลาอีกนาน แต่ต้องการมีส่วนร่วมสืบพระศาสนา

"เทพพรหมแม้จะได้ชื่อว่าเป็นสุคติภูมิ แต่ก็มีอายุขัย จึงต้องเลือกร่างมาช่วยเสริมบารมีมักเลือกคนมีบุ_บารมีมากๆ ยกเว้นพวกสัมภเวสี เทพกึ่งเปรตที่ไม่มีที่อยู่ กลางวันเป็นเทพ กลางคืนเป็นเปรตหลอกชาวบ้าน จับร่างคนชั่วมาเป็นบริวารแสวงหาผลประโยชน์จากเครื่องเซ่นสังเวย
บางครั้งการเลือกร่างขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ตั้งแต่ชาติปางก่อนเคยมีบุ_คุณกันมา หรือเคยเป็นลูกหลาน บริวารกันมาก่อน บางคนเป็นร่างทรงเพราะสวดมนต์อ้อนวอนขอบารมีเทพลงมาช่วยเป็นประจำ บ้างตายแล้วฟื้น เทพเห็นเป็นคนดี มีบารมี แต่หมดอายุขัยก่อน จึงต่ออายุให้ ต้องสร้างบารมีชดใช้ ทำหน้าที่ร่างทรงติดต่อมนุษย์"

หลวงพ่อกล่าวด้วยว่า หลายคนเมื่อรู้ว่ามีองค์ แม้จะไม่ยอมรับ แต่ก็ไม่อาจทัดทานความเจ็บป่วยที่รุมเร้าได้ จึงต้องทำการยอมรับ ซึ่งเรียกว่าการรับ "ขันธ์" ยอมรับเป็นร่างให้กับเทพองค์นั้นๆ ใช้สร้างบารมีร่วมกัน การรับขันธ์ไม่ใช่เพียงนำมาบูชาเท่านั้น ยังต้องปฏิบัติศีลเคร่งครัด สวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ แผ่เมตตามิฉะนั้นอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อน เพราะถือว่าผิดสัจจะที่รับมา

หลวงพ่อวัชระแนะใช้วิจารณ_าณในการรับขันธ์ให้ถูกต้อง ไม่ใช้เงินแก้ไข เพราะวิบากกรรมเป็นของมนุษย์ที่กระทำกันมา ครูบาอาจารย์องค์เทพก็ไม่อาจฝืนกฎแห่งกรรมได้ แต่อาจชี้ทางแก้ไขได้ เพราะการเจ็บป่วยหรือปั_หาต่าง ๆ ที่รุมเร้ามนุษย์นั้น มีกรรมเป็นต้นเหตุที่สำคั_ การแก้ที่ปลายเหตุไม่จบ ต้องรู้จักต้นเหตุ เพราะเหตุเกิดที่ไหนก็ดับที่นั่น

"การรับองค์ของดีก็มีไม่ดีก็มี ไม่จำเป็นต้องรับก็ได้ การรับขันธ์พุทธศาสนาไม่ได้สอน เป็นช่องทางให้คนแสวงหาผลประโยชน์ เอาเดรัจฉานวิชชามาใช้ทำให้เจ็บป่วยจ่ายเงิน ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ ไม่นานก็หาย"

"ตั้งแต่เด็กจนโตเห็นมารุ่นเก่าตายใหม่มา ของจริงเคยเห็น เก๊ก็เยอะ หนึ่งเป็นช่องทางหาเงินได้มาก ของจริงอาจมี มาสร้างบุ_กุศล แต่แยกแยะได้ยาก เป็นความเชื่อศรัทธาของแต่ละคน ทำบุ_สร้างตำหนัก ถือเป็นการทำบุ_นอกพระพุทธศาสนา คนมีปั_หามาก เข้าวัดรับกันไม่ได้ ไปหาทางเลือกช่วยอื่น แต่ไม่ควรหลงงมงาย"

นายฉิม
18-10-2004, 08:22 AM
ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ต้นกำเนิดศรัทธาความเชื่อดั้งเดิม แต่กลับไม่มีเรื่องราวของการเข้าทรงองค์เจ้า บาบาฮิรเดย์ นารายัณ มิสฮา พราหมณ์ผู้สืบทอดหน้าที่จากบรรพบุรุษมาหลายชั่วคน พร้อมเอก ชายหนุ่มวัยเกือบ 30 ผู้รับหน้าที่พาพราหมณ์ไปสวดโซฮาสวดสรรเสริ_เทพทุกพระองค์ และการบูชาไฟ ถือว่าเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ เมื่อบูชาไฟแล้วจะอยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัย ร่ำรวย เป็นความเชื่อของทางฮินดู

บาบาฮิรเดย์ส่ายศีรษะ พร้อมกับหัวเราะก่อนบอกว่าที่อินเดียไม่มีการทรงเจ้า และด้วยหน้าที่พราหมณ์ทำพิธีทางศาสนาให้ผู้มาเชิ_ ซึ่งบางครั้งต้องไปสวดให้แก่ร่างทรง ซึ่งทำท่าทางแปลกๆขณะพราหมณ์ทำพิธีทางศาสนา เอกผู้ติดตามเล่าว่าทำเอาพราหมณ์หนุ่มถึงกับเห็นแล้วขำ

"บูชาองค์เทพไว้ที่หิ้ง เรียกให้ไปทำพิธีสวด ขณะทำพิธี เจ้าของบ้านนั่งคล้ายประทับทรง โยกไปโยกมา เต้นรำ แต่ละที่ไม่เหมือนกัน บางที่ก็หัวเราะเสียงให_่ๆ บางที่เฉยๆนั่งยิ้ม ทำเสร็จจู่ๆลุกขึ้นมาร้องรำทำเพลง กรีดลิ้นบ้าง พอเพลงจบก็เป็นลมไป แต่ไม่รู้ว่าใครเข้า การทำพิธีสวดเป็นเหมือนกับการเสริมบารมีให้คนนั้นๆ เช่นเค้าอาจจะบอกบรรดาลูกศิษย์ว่าวันนี้จะมีการสวดโซฮา เพื่อให้ลูกศิษย์เห็นว่าเค้ามีบารมี เรียกพราหมณ์มาสวด เป็นที่เชื่อถือแก่ผู้พบเห็น ประจักษ์แก่สายตาว่ามีพิธีกรรมทางศาสนาฮินดู" เอกแสดงความคิดเห็น

นายฉิม
18-10-2004, 08:23 AM
ในทางจิตวิทยา แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ จิตแพทย์โรงพยาบาลศรีธัญญา อธิบายอาการทรงเจ้าเข้าทรงอยู่ในกลุ่มอาการของโรคทางจิตแบบหนึ่ง ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้ ตั้งข้อสังเกตว่าก้ำกึ่งระหว่างความเชื่อเรื่องของศาสนาและความเจ็บป่วยทางจิต วิธีสังเกตดูพฤติกรรมของคนๆนั้น เช่นถ้ามีความเชื่อแล้วพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนฉับพลัน มีผลต่อการดำเนินชีวิตตามปกติ หน้าที่ การงานการเรียน

จากประสบการณ์การทำงาน เปอร์เซ็นต์ผู้ป่วยในโรงพยาบาลเฉลี่ย 1 เปอร์เซ็นต์ในจำนวนประชากรทั้งหมด 60 ล้านกว่าคน มีอาการหลงคิดว่าตัวเองมีองค์ มีอาการหูแว่วได้ยินเสียงพระอินทร์มาบอกว่ามีองค์ จนมีความเชื่อที่หลงผิด พูดจาประหลาด พฤติกรรมผิดปกติ เรียกว่าอาการป่วยแบบจิตเภท อีกอย่างคือมาเนีย มีอาการคล้ายกัน นึกว่าตัวเองคือผู้ยิ่งใหญ่ คิดโครงการใหญ่โต ไม่หลับไม่นอน จำนวนดังกล่าวถือว่ามาก แต่ไม่น่ากลัว เนื่องจากสามารถรักษาหายง่าย

กลุ่มที่คิดว่าตัวเองมีองค์ ส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อดั้งเดิมทางศาสนา มีองค์อินทร์ พระราม ประกอบกับความเชื่อผีปู่ย่า ในทางจิตแพทย์พบว่าสามารถรักษาแนวทางของจิตแพทย์สมัยใหม่ให้หายได้ รักษาให้หายได้ เคยมีคนไข้ บางคนตีลังกาม้วนหน้าบอกว่าเป็นหนุมาน เข้ารับการรักษา 3 เดือนหาย พอหายเล่าว่าตอนนั้นรู้สึกตัวทุกอย่าง แต่ควบคุมไม่ได้ คนไข้หญิงอีกคน ท่าเดินเหมือนผู้ชาย แต่เสียงแก่ๆ บอกว่าเป็นเจ้าพ่อ

กลุ่มโรคทางจิตที่ติดต่อกันได้ เด็กบางคนป่วยอีกคนเป็นด้วย ทางการแพทย์ถือเป็นอาการทางจิตเรียกว่าอุปาทานระบาด ส่วนใหญ่อาการนี้เกิดกับผู้หญิง มีปัญหาสุขภาพจิตมาก่อน หรือเป็นคนจิตอ่อน เผชิญภาวะเครียดรุนแรง อาศัยในสังคมปิด ชุมชนเดียวกัน เผชิญปัญหาร่วมกัน เด็กคนหนึ่งมีอาการกระตุก หายใจถี่ พอหยุดไปเกิดกับเด็กอีกคน อาการแบบนี้รักษาได้ เมื่อแยกกันก็หายได้เอง

อย่างไรก็ตามหากมองแยกส่วนความเชื่อเรื่องศาสนาและผีตามความเชื่อคนไทยที่ยังมีอยู่ จะบอกว่าคนกลุ่มนี้ผิดปกติเสียทีเดียวไม่ได้ จึงต้องสังเกตแยกระหว่างคนป่วยและไม่ป่วย ถ้าทรงจนไม่ทำงาน น้ำท่าไม่อาบ ลูกเมียไม่สนใจ มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลัน สงสัยว่ามีอาการป่วย รีบปรึกษาจิตแพทย์ แล้วพามารักษาทันท่วงที บางคนเห็นความผิดปกติมานาน แต่คิดว่าไม่ใช่อาการเจ็บป่วย ไม่คิดว่าเสียหาย จนอาการมาก เกิดเหตุน่าสลดตามมา

อ้างอิงจาก http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9470000067329

casy99
19-10-2004, 09:42 AM
ที่พบมามี 2 แบบ คือ เกือบจริง และ ไม่จริง สรุปจากความคิดของข้าฯเอง คือ เทพมหาเทพ และ พรหมมหาพรหม ทั้งหลายท่านสูงส่งบริสุทธิ์เกินกว่าที่จะมาอาศัยสังขารมนุษย์ซึ่งยังสกปรกและ มีความเสื่อมสลายเกิดขึ้นในทุกลมหายใจเข้าออก เพื่อสร้างบารมีอะไรหรอก แต่ส่วนมากแล้วจะเป็นสิ่งที่สร้างกันขึ้นโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม เพื่อผลประโยชน์เป็นส่วนให_่อาจพูดได้ว่ามากถึง 100 % โดยไม่สงสัย เหตุผล เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังเสวยชาติเป็นพระโพธิสัตว์ในชาติต่างๆนั้นซึ่งมีมากมายจนไม่อาจนับได้ มีชาติใดบ้างไหมที่กล่าวถึง การมาสร้างบารมีโดยการมาประทับทรงในร่างมนุษย์

นายฉิม
19-10-2004, 10:41 AM
Originally posted by casy99
เหตุผล เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังเสวยชาติเป็นพระโพธิสัตว์ในชาติต่างๆนั้นซึ่งมีมากมายจนไม่อาจนับได้ มีชาติใดบ้างไหมที่กล่าวถึง การมาสร้างบารมีโดยการมาประทับทรงในร่างมนุษย์

ถูก.ก.ก...ก.ก..กต้องนะคร้าบ.บบ.

mean
20-10-2004, 12:53 AM
นายฉิม เปลียน ไป...เริ่มไม่แย้งเหมือนเก่า
เสียดาย.......เสียดาย

คนตัวคนเดียว
20-10-2004, 02:19 PM
สงสัยนายฉิมกำลังจีบคนมีองค์แน่เลย
-------------------------------------------------------
คนตัวคนเดียว

นายฉิม
20-10-2004, 02:50 PM
Originally posted by mean
นายฉิม เปลียน ไป...เริ่มไม่แย้งเหมือนเก่า
เสียดาย.......เสียดาย ..

อ่ะโทษทีครับคุณmean คือเรื่องที่จริงก็เห็นด้วยน่ะก๊าบ
ส่วนเรื่องที่นายฉิมไม่เชื่ออย่างแรง ก็จะแย้งมันไปซะทุกเรื่อง หุหุ
อุดมการณ์แรงกล้ามิเคยเปลี่ยนก๊าบ:D

บังเอิ_เรื่องนี้คุณ casy99 พูดมามีส่วนถูกน่ะครับก็เลยเห็นด้วยซะหน่อย

นายฉิม
20-10-2004, 02:52 PM
Originally posted by คนตัวคนเดียว
สงสัยนายฉิมกำลังจีบคนมีองค์แน่เลย
-------------------------------------------------------
คนตัวคนเดียว

โอ้ว.ว..ว ให้ตายเหอะจอร์จคุณรู้ได้ไงเนี่ยะ
คุณนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ สงสัยมี_าณวิเศษ
คนที่เวปนี้ไม่ธรรมดาจริงๆขอบอกๆ

อ.ประหยัด
22-10-2004, 09:37 AM
ตามที่คุณฉิมหรืออีกหลาย ๆ คนพูดเกี่ยวกับเจ้าทรงนั้น ก็รู้สึกว่าทุกคนที่พูดนั้นไม่เคยเห็นของจริง อยากรู้ของจริงโดยไม่ต้องไปหาอ่าน เข้าไปอ่านในเว็บ www2.se-ed.net/prayadcb/ ซึ่งผู้เขียนนั้นก็คือ อ.ประหยัด เจริ_บุ_ เขียนจากประสบการณ์จริง ที่เรียนรู้ด้วยตนเองผ่านมาสิบกว่าปี แล้วถ้าต้องการที่จะทดสอบด้วยตนเองละก้อ ติดต่อเจ้าของเวบ คุณกบแก่ ได้ โทร.01-4013404 อยู่ในกรุงเทพฯ นี้เอง

polary
08-11-2004, 02:45 PM
(f) แบร่ะ------- เบื่อคนแก่ ไปดีก่า

:[ :[ :boo: :boo:

กรุงเก่า
08-11-2004, 11:03 PM
เจ้าของกระทู้มาถามทำไม ก็เล่นอยู่ web นั้นแล้วยังมาแกล้งถามนำ ร่างทรงร่างอะไรก็ไม่เห็นน่าสนใจ ๙๙% คงเป็นผีซะมากกว่า เทวดาคงมาทรงน้อยดังนั้นเราปฏิบัติธรรมของเราไปดีกว่าอย่าไปยุ่งเลยไม่เกิดประโยชน์

มารวิกะ
09-11-2004, 02:51 PM
การเข้าทรงไม่ได้หมายความว่าต้องลงมาสถิตที่ร่างเราซะหน่อย

เขาอยู่ใกล้ๆคล้ายควบคุมเราอีกทีเหมือนหุ่นกระบอก

แต่ก็มีเยอะที่ไม่จริง เทพจริง มารจริง ก็มี ถ้าจริงจะขอค่ายกครู

น้อยมากๆ2-3สลึงนี่แหละจำไม่ค่อยได้แล้วครับ