PDA

View Full Version : นายกตลกนักเชียร์ ‘ถั่วแระ’ ถูกโฉลกกะลา ‘ราหูอมจันทร์’


guawn
01-10-2006, 03:11 AM
<TABLE id=Table9 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=left height=118><TABLE id=Table1 cellSpacing=0 cellPadding=1 width="100%" border=0><TBODY><TR bgColor=#2b3189><TD class=messageblack vAlign=top align=left bgColor=#ffffff height=32><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=1 width="100%" border=0><TBODY><TR bgColor=#2b3189><TD class=messageblack vAlign=top align=left bgColor=#ffffff>นายกตลกนักเชียร์ ‘ถั่วแระ’ ถูกโฉลกกะลา ‘ราหูอมจันทร์’


</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD class=messageblack vAlign=top align=left width="100%"><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR></TR><TR><TD class=messageblack vAlign=top align=left>เป็นอีกหนึ่งตลกเอกของเมืองไทยที่เกิดจากตระกูล “เชิญยิ้ม” สำหรับตลก “ถั่วแระ” ที่อาศัยหุ่น “สูงยาวผอมเกร็ง” พร้อมความสามารถเฉพาะตัวที่ “หัวไวสอดแทรกมุกเก่ง” จึงกลายเป็นตลกระดับแนวหน้าออกมาตั้งคณะตลกเป็นของตัวเองรับงานแสดงไปทั่วทุกภูมิภาคของไทยแถมรับงานแสดงทั้งภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ ที่หากมีบทตลกสอดแทรกก็มักจะได้รับเลือกแสดงอีกผู้หนึ่งในบรรดาตลกไทย นอกจากนั้นหากประเทศไทยมีมหกรรมกีฬา “ระดับชาติ” ก็จะแต่งชุด “นักรบโบราณ” ออกไปเป็นกองเชียร์โบกสะบัด “ธงชาติไทย” สร้างความโดดเด่นให้ตัวเองมากยิ่งขึ้น โดยล่าสุดยังได้รับเลือกจากบรรดา “ตลกด้วยกัน” ให้ดำรงตำแหน่ง “นายกสมาคมศิลปินตลกแห่งประเทศไทย” เพื่อนำพาให้สมาคมฯเจริญรุดหน้าอีกทั้งเป็นตลกที่ชีวิต “ไม่ประมาท” ด้วยการเปิดร้านอาหารให้ครอบครัวดูแลรวมทั้งเปิดร้าน “ก๋วยเตี๋ยวถั่วแระ” มีสาขาขยายไปแทบทั่วทุกเขตของกรุงเทพฯ กลาย เป็น “กิจการหลัก” ให้ตัวเองและครอบครัว เพราะ อาชีพตลกเริ่มรายได้ฝืดมาตั้งแต่ยุครัฐบาล “ระบอบทักษิณ” เข้ามาครองเมืองเพราะจำกัดเวลาทำมาหากินของคนกลางคืนที่ในอดีตตลกคณะหนึ่ง ๆ วิ่งรอกแสดงได้กว่าสิบแห่งในแต่ละคืนแต่เวลานี้เหลือเพียงสามสี่แห่งก็หมดเวลาแล้ว รายได้ที่เคยเป็นกอบ เป็นกำเลยหดให้ตลกหลาย ๆ คณะต้องเลิกราไป

จากที่เป็น “นักแสดง” ที่แต่ละปีต้อง “เดินทางและเดินทาง” ไปทั่วทุกภูมิภาคของไทย หลายหมื่นกิโลเมตร และการเดินทางก็ต้องอาศัยรถยนต์จึงจะสะดวกต่ออาชีพ พร้อมลดค่าใช้จ่ายได้กว่าการเดินทางด้านอื่นชีวิตจึงเสี่ยงไม่น้อยกับ “อุบัติเหตุ” ประกอบกับเป็นผู้นับถือศาสนาพุทธมาตั้งแต่เกิด อีกทั้งงานแสดงหลาย ๆ ครั้งต้องไปแสดงตาม “งานวัด” จึงมีโอกาสได้กราบ “หลวงพ่อดัง ๆ” และ “เกจิอาจารย์ขลัง ๆ” หลายสิบรูปก็เลยได้สัมผัสกับ “วัตถุมงคล” นานาชนิดที่เจ้าตัวนำมาคุ้มครองตัว แต่สุดท้ายมายึดมั่น “จตุคาม-รามเทพ” พร้อม “กะลาตาเดียวแกะ” ในรูปแบบของ “ราหูอมจันทร์” โดยเปิดเผยว่า

“ก็ต้องบอกก่อนว่าวัตถุมงคลนั้นเป็นความเชื่อของแต่ละคน อย่างผมเองนับถือและยึดมั่นมาตั้งแต่เด็กจึงแขวนพระมาตั้งแต่ยังเรียนหนังสือ ซึ่งตอนนั้นก็แขวนไว้เพื่อเป็นสิริมงคลและแขวนเพราะเชื่อว่าท่านจะให้ สิ่งดี ๆ กับชีวิตเรา ไม่ได้ยึดติดหรือเชื่อว่าท่านจะช่วยให้ถูกฟันไม่เข้าถูก ยิงไม่ออก ผมแขวนก็เพราะศรัทธาตามแบบผู้นับถือพุทธทั่ว ๆ ไปและต่อ ๆ มาพี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่ มีประสบการณ์ด้านแขวนพระ ก็จะแนะนำให้หา วัตถุมงคลรุ่นนั้นรุ่นนี้หลวงพ่อนั้นหลวงพ่อนี้มาแขวนจะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น ปกติผมก็เชื่อเรื่องนี้อยู่แล้วจึงหามาแขวนตามคำแนะนำเรื่อยไปโดยล่าสุดเพื่อน ๆ ให้ “จตุคาม-รามเทพเนื้อดำ” ซึ่งเป็นรุ่นที่เพิ่งสร้างเมื่อสี่ห้าปีนี้เองผมก็แขวนเรื่อยมารวมทั้งไป ได้ “ราหูอมจันทร์” ที่แกะจากกะลาตาเดียวของ “วัดบ้านแดงอยุธยา” และ “หลวงพ่อน้อยวัดศีรษะทองนครปฐม” ก็เลยนำมาแขวนรวมกันเพราะชอบเนื่องจากได้ยินกิตติศัพท์ว่าขออะไร จากท่านแล้วมักจะได้ตามที่ ขอเสมอ เรียกว่าที่ผมแขวนของทั้งสามอย่างนี้ก็เพราะมีความชอบอยู่ก่อนแล้วนั่นแหละ และก็คงจะแขวนต่อไปเรื่อย ๆ เพราะเคยมีประสบการณ์กับเขาเช่นกัน”

“คือเมื่อสามปีที่แล้วนี่เองช่วงที่ผมเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวตามงานต่าง ๆ หลังจากเปิดร้านแบบไม่มีหลังคาคือใช้ร่มขนาดใหญ่ปักกันแดดตามโต๊ะเท่านั้น อยู่ ๆ ฝนก็ตั้งเค้าทำท่าจะตกอย่างหนักเลยคือท้องฟ้ามืดไปหมด และเป็นช่วงค่ำ ๆ ที่คนเริ่มมาเที่ยวงานแล้วซึ่งถ้าฝนตกผมคงไม่ได้ขายของแน่ เงินที่ลงทุนเป็นหมื่นๆก็มีสิทธิไม่ได้ทุนคืนก็เลยนึกถึงวัตถุมงคลที่แขวนในคอ จึงนำท่านมาอาราธนาขอให้ฝนอย่าตกเลยเพราะกำลังจะค้าขายกัน ซึ่งช่วงที่ขอก็ไม่รู้ว่าจะสัมฤทธิผลหรือไม่ก็เลย ได้แต่ลองดูเท่านั้น และต่อมาก็เป็นเรื่องอัศจรรย์สำหรับผมนะเพราะ อยู่ ๆ ก็มีลมพัดเอาเมฆที่มืดทะมึนไปทางอื่น ชั่วครู่ฟ้าที่ปิดมาตลอดก็เริ่มสว่างและในที่สุดฝนก็ไม่ตกเลย ผมก็จึงได้แต่ยกมือท่วมหัว เพราะครั้งนั้นหากท่านไม่ช่วยมีสิทธิไม่ได้ขายของแน่เลย”

นั่นก็คือประสบการณ์หนึ่งที่ นายกสมาคมศิลปินตลก นักเชียร์ “ถั่วแระ เชิญยิ้ม” ประสบกับตัวเอง ส่วนประสบการณ์อื่น ๆ เจ้าตัวบอกว่ายังมีอีกหลายหนแต่หากเล่ามากไปก็จะเป็นการคุยโอ้อวดจึงขอเก็บเป็นความทรงจำเฉพาะตัว เพราะเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ของวัตถุมงคลเป็น “ความเชื่อของ แต่ละบุคคล” ซึ่งก่อนจะจบการเปิดเผย “ถั่วแระ” ขอย้ำปิดท้ายว่ารวม ๆ แล้ว “วัตถุมงคล” ของคน ไทยนั้นมีมากมายหลายอย่างและแต่ละอย่างก็มีดีไปคนละแบบ อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะถูกโฉลกกับอันไหน อย่างตัว “ถั่วแระ” บอกได้ว่าถูกโฉลกกับ “จตุคาม-รามเทพ” และ “กะลาแกะราหูอมจันทร์” ฉะนั้นจะแขวนวัตถุมงคลใดก็ต้องดูด้วยว่าถูกโฉลกกับอะไรก็อาราธนาอันนั้นมาแขวนจึงจะมีผลและก็จะต้องมีความศรัทธาด้วย หากคิดแขวนเพื่อความโก้แล้วก็เป็นอีกเรื่อง.
“ภวันตุเม”
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

ที่มาhttp://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?Newsid=102106&NewsType=1&Template=1

.