PDA

View Full Version : รวบรวมข้อมูลเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติ


หน้า : [1] 2 3 4 5

kananun
28-09-2006, 07:55 PM
เหตุการณ์ต่างๆที่กำลังจะเกิดขึ้นกำลังใกล้เข้ามาเป็นลำดับครับ ผมจะขอขึ้นกระทู้ใหม่เรื่องการเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติในทุกรูปแบบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยอยากจะให้พวกเราช่วยกันแปะข้อมูลจากกระทู้ต่างๆที่กระจัดกระจายมารวบรวมไว้ที่เดียวครับเพื่อง่ายในการสืบค้น จากนั้นท่านที่อยากเก็บไว้เป็นข้อมูลในการช่วยตัวเองและคนอื่นๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็จงพิมพ์ลงในกระดาษเพื่อเผยแพร่ครับ ขอเน้นว่าให้เป็นข้อมูลเพื่อการเตรียมตัวการช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่นนะครับ ในส่วนคำทำนาย ต่างๆขออนุญาตแยกไว้ก่อนครับ
<!-- / message --><!-- sig -->__________________

(verygood)

kananun
28-09-2006, 08:08 PM
ภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

1. เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่
2. พายุถล่ม
3. แผ่นดินแยก และแผ่นดินไหว
4. ภูเขาไฟระเบิด
(จังหวัดทางภาคกลาง 2 ลูก, ภาคเหนือตอนล่าง 3 ลูก, อีกทั้งที่จังหวัดราชบุรี / น่าน / แพร่ / อ.ร้องกวาง )
5. คลื่นยักษ์จากทะเล
6. โรคระบาดที่สุดจะเยียวยา ได้แก่ VIRUSTERIA , อหิวาตกโรคสายพันธุ์ใหม่ ผู้ได้รับเชื้อจะเสียชีวิตทันที ภายใน 6 วัน
7. คลื่นเสียงที่รุนแรง ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตจะไม่เคยได้ยินเสียงที่ดังขนาดนั้นมาก่อน
8. อดอยากขาดแคลนอาหาร

การเตรียมตัว เตรียมปัจจัยเพื่อตนเองและสมาชิกในครอบครัว

1. เตรียมอาหารและน้ำดื่มไว้ที่บ้านอย่างน้อย 3 - 6 เดือน
2. เครื่องนุ่งห่มเพื่อความอบอุ่นของร่างกาย
ได้แก่เสื้อผ้า กระเป๋าน้ำร้อน ผ้าห่ม ฯลฯ เพราะในช่วงเวลานั้นอากาศจะหนาวเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ
3. เครื่องใช้ที่จำเป็น
4. ที่อยู่อาศัย
5. ยารักษาโรค
6. ด่างทับทิมและคาราไมล์ (จำเป็นมาก)
ห้ามกินอาหารที่ไม่ได้ล้างด้วยด่างทับทิม เพราะจะมีทั้งเชื้อโรคและสารกัมมันตรังสี
ส่วนคาราไมล์ จะมีไว้รักษาโรคทางผิวหนังที่ดูเหมือนจะยากต่อการรักษา แต่เมื่อทาคาราไมล์แล้ว จะหายได้อย่างน่าอัศจรรย์
7. ยานพาหนะ เช่น เรือ เสื้อชูชีพ
8. เครื่องช่วยชีวิต
9. แสงสว่าง เช่นเทียน ตะเกียงพายุ (เวลานั้น ท้องฟ้าจะมืดมิด 7 วัน เท่ากับ 1 ราตรี และจะมืดมิดรวม 7 ราตรี หรือ 49 วัน ไฟฟ้าจะดับทั่วโลก)
10. เตรียมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง


การดูแลตัวเองในช่วงเวลาวิกฤติ

1. ห้ามออกนอกบ้านโดยเด็ดขาด ใครมาเคาะประตูบ้านก็ห้ามเปิด ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นญาติสนิท หรือคนที่เรารู้จักก็ตาม
2. ห้ามตากฝน เพราะในฝนจะมีพิษ ทั้งเชื้อโรค สารเคมีที่มนุษย์สร้าง
3. ห้ามลุยน้ำหรือแช่น้ำนานๆ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องใช้ด่างทับทิมล้างทุกครั้ง
4. ห้ามเปิดประตูต้อนรับผู้อื่น เพราะช่วงเวลานั้น ประตูมิติของโลกทั้ง 3 ภพจะถูกเปิดเป็นครั้งแรก ผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องผีสาง จิตวิญญาณก็จะได้เห็น คนที่มาเยือน อาจเป็นผีเปรต ผีโขมด ที่เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราจำแลงมาก็เป็นได้ และห้ามอยากรู้อยากเห็นโดยเด็ดขาด
5. ห้ามกินเนื้อสัตว์ทุกชนิด
6. ห้ามกินผักที่ยังไม่ได้แช่ด่างทับทิม
7. ฝึกการกินน้อย ถ่ายน้อย
8. ระวังอากาศที่หนาวเย็น
9. ระวังสัตว์ร้าย สัตว์มีพิษ เช่น งูพิษ จระเข้
10. ห้ามอยู่ตึกสูงเกิน 3 ชั้น เพราะตึกสูงเกิน 3 ชั้น จะพังทลายราบเป็นหน้ากลอง

การเตรียมทางจิตวิญญาณ

1. ชำระกรรมให้เบาบาง ทำได้โดย
1.1 หยุดโลภ โกรธ หลง
1.2 ทำจิตให้สงบ เบิกบาน เพราะวันนั้นจะมีผู้ที่เส้นโลหิตในสมองแตก เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เพราะเสียงที่ดังกึกก้องไปกระตุ้นเส้นเลือดในสมองให้แตก ดังนั้นต้องปล่อยวาง ทำจิตให้เป็นบวก จะช่วยได้มาก
2. มีสำนึกทางจิตวิญญาณ
3. ฝึกการละวาง
4. มีสติรู้ตัวตลอดเวลา
5. ฝึกการทำโมฆกรรม ขออภัยต่อเจ้ากรรมนายเวร หรือผู้ที่เราล่วงละเมิด

การดูแลแก่นแท้ยามมีภัย

1. ได้ยินเสียงใด ให้ละวางเสียงนั้น / รู้เห็นสิ่งใด ให้ละวางสิ่งนั้น
ต้องไม่รับรู้ ไม่รับเห็น ไม่รู้ ไม่ชี้ ไม่ว่าจะได้ยินเสียงคนข้างบ้านร้องเพราะกำลังจะตาย หรือได้ยินเสียงใดที่น่าหวาดกลัว ต้องได้ยินแล้วผ่านเลยไป
ถ้าหากละวางไม่ได้ จะเกิดอาการ “ตายก่อนตาย” (รู้ว่าตนเองจะต้องตายแน่ๆ หรือการตายทั้งเป็น)
2. ยอมรับให้ได้ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องมีสติตลอดเวลา
3. อย่าอยู่นิ่งเฉย เพราะจะทำให้เกิดความกลัวมากขึ้น ควรหากิจกรรมทำ เช่น อ่านหนังสือธรรมะ เพื่อให้จิตเป็นบวก เกิดความอิ่มเอิบ
4. สังเกตธรรมชาติก่อนนาทีวิกฤติจะเกิดขึ้น

ก่อนเกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ (ระยะ 2 ) จะมีลางบอกเหตุดังนี้

1. ท้องฟ้ามืดมิดผิดปกติ
2. ใบไม้จะพลิกคว่ำพลิกหงายแลดูหดหู่
3. สัตว์ทั้งหลายจะไม่ออกมาปรากฏกายให้เห็น แต่ถ้ามีสัตว์เลี้ยงอยู่ในบ้านจะแลเห็นมันวิ่งลุกลี้ลุกลนผิดปกติ หรือบางตัวจะนอนนิ่งมีน้ำตาซึม

kananun
28-09-2006, 08:22 PM
แต่ถ้าตอนนั้นไม่คิดจะไปไหน ก็ตั้งหลักที่"บ้านตัวเอง"ครับ ซึ่งควรจะมีความแข็งแรง ควรดัดแปลงให้มี"ห้องนิรภัย"ขนาดประมาณเข้าไปนั่งหรือนอนได้ให้พอสำหรับ 4-5 คน ทำจากวัสดุผสมมีช่องระบายอากาศ กรองด้วยตะแกรงพลาสติกและแผ่นคาร์บอนของตู้ปลา และบุภายในด้วยแผ่นฟรอยด์หลายๆชั้นเพื่อป้องกันรังสี เก็บเสียง วางใว้ในตัวบ้านบนชั้นสอง..และมีอุปกรณ์ที่จำเป็นอยู่ในนั้นด้วยครับ..

ทดลองออกแบบห้องนิรภัยมาเป็นตัวอย่างครับ
อันนี้เฉพาะการป้องกัน"กายเนื้อ"เท่านั้นนะครับ ส่วนทางเรื่อง"จิต"นั้นก็สำคัญมากเช่นกัน..

***วัสดุและการสร้าง***
โครงสร้างใช้เหล็กเส้น สานหรือถักเป็นตารางสี่เหลี่ยม ช่องละประมาณ 30 ซม.(ทำ2ชั้น) เว้นช่องตรงกลางผนังให้กว้างราว 10-15 ซม.ใส่แผนฟรอยด์หลายๆชั้น ผงถ่านคาบอนด์ หรือบรรจุกระป๋องน้ำอัดลมไว้ภายในให้เต็มช่อง เพื่อให้น้ำหนักเบา ประกบฝาด้วยไม้อัดเรซิ่นหรือไฟเบอร์อย่างหนา ทั้ง 2 ข้าง แล้วเททรายใส่ให้เต็มช่องผนังอย่าให้มีช่องว่าง

ภายในติดโคมไฟแขวน+แบตตารี่ มีช่องเก็บของซ่อนใต้พื้น เก็บอาหารแห้ง มีช่องที้งขยะผ่านท่อฟรอยด์ออกไปภานนอก

มีช่องระบายอากาศให้ถ่ายเทได้ ผ่านแผ่นกรองคาบอนด์ เลื่อนปิด-เปิดได้
ใช้ป้องกันรังสีนิวเคลียร์ได้ระดับหนึ่ง ช่วยให้คนในครอบครัวปลอดภัย ในงบประมาณไม่เกินหมื่นบาท (ถ้าทำเอง) ภายในก็มีผ้าห่มกันรังสีของคุณ kananun ด้วยก็ยิ่งดีครับ...

เอาไว้เป็นแนวทางเอาไปปรับใช้กันเองได้ ตามขนาดที่พอใจ...หรือสร้างเป็นก็ทรง"ปิรามิด"ยิ่งดีครับ..ไว้นั่งสมาธิและได้เรื่องพลังอีกด้วย (คงต้องช่วยกันคิดปรับปรุงอีก ขอความเห็นเพิ่มเติมด้วยครับ..)

(ไม่แน่ใจว่าโฟมแผ่นหรือโฟมเม็ดใช้ป้องกันกัมมันตภาพรังสีได้แค่ไหน ดูเหมือนจะมีฉนวนอากาศอยู่ ใครรู้บ้างครับ..คุณ kananun ช่วยแนะนำด้วย...และใครมีความรู้เกี่ยวกับฉนวนแผ่นตะกั่ว โลหะแคดเมื่ยม เพื่อการป้องกันรังสีแกมม่า ความเป็นพิษของวัสดุเหล่านี้ด้วยครับ เพื่อความแน่ใจว่าใช้การได้จริงๆ..)
<!-- / message --><!-- attachments --><FIELDSET class=fieldset><LEGEND>รูปขนาดเล็ก</LEGEND>http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=86320&stc=1&thumb=1&d=1153377290 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=86320&d=1153377290) http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=86321&stc=1&thumb=1&d=1153377290 (http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=86321&d=1153377290)


</FIELDSET>

kananun
29-09-2006, 11:05 AM
ต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมจากหลายๆท่านมาช่วยกันโพสส์ครับ ข้อมูลข้างต้นของคุณ Mead คุณเกษม ถ้าคุณกฤษณะและคุณมะลิ มาลงเพิ่มให้ด้วยละก็ยิ่งดีครับ

kananun
29-09-2006, 12:02 PM
มีข้อมูลไว้ก่อนเมื่อถึงเวลาอาจช่วยได้อีกหลายๆชีวิตครับ

Good_oom
29-09-2006, 12:32 PM
ผมยินดี ตาย ถวายเป็นพุทธบูชา

mead
29-09-2006, 05:33 PM
นอกจากเรื่องการเตรียมตัวเตรียมใจเพื่อรับมือแล้ว..ผมว่าเราน่าจะรวมไปถึง"ช่วงเวลาเกิดเหตุนั้นควรทำตัวอย่างไร"ด้วยนะครับ?
เป็นแบบ "คู่มือฉุกเฉิน" ไปเลย...เช่นกินแต่น้อย ถ่ายน้อย เพื่อป้องกันโรคระบาดในที่อยู่อาศัย..หรือน้ำมาควรทำอย่างไร? เสบียงอาหารใกล้หมดทำอย่างไร? สิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำอะไรเหล่านี้...รวมถึงเรื่องการสร้างสติในกลุ่มในครอบครัวให้สงบได้อย่างไร? การจัดอุปกรณ์ช่วยเหลือใกล้มือด้วย ดีไหมครับ...

Good_oom
30-09-2006, 09:11 AM
ควรใส่ชุดเตรียมพร้อม
ชุดลายพราง
รองเท้าคอมแบต
เข็มขัดเอี้ยมแบบทหารที่มีกระเป๋าเล็กๆไว้ใส่ยา ได้
กระติดนำแบบทหาร
ไอ้โม่ง (ไว้พรางตัวตอนกลางคืน เพื่อมีคนม่หวังดี)
ผ้ากางเต้นใหญ่ไว้กางเต้น

เมื่อถึงวันนั้นผมจะ พยายามเดินทางไปเรื่อยๆและรวบรวบพรรคพวก ไว้ก่อตั้งอารยธรรมรุ่นต่อไป

Good_oom
30-09-2006, 09:12 AM
พิมพ์ผิดอื้อเลย

Good_oom
30-09-2006, 09:12 AM
ขอโทษด้วยนะครับ

เกษม
30-09-2006, 10:13 AM
วิธีปฎิบัติตัวเมื่อเกิดแผ่นดินไหว

ก่อนการเกิดแผ่นดินไหว
<!-- sgzCode End -->
1. ควรมีไฟฉายพร้อมถ่านไฟฉาย และกระเป๋ายาเตรียมไว้ในบ้าน และให้ทุกคนทราบว่าอยู่ที่ไหน
2. ศึกษาการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
3. ควรมีเครื่องมือดับเพลิงไว้ในบ้าน เช่น เครื่องดับเพลิง ถุงทราย เป็นต้น
4. ควรทราบตำแหน่งของวาล์วปิดน้ำ วาล์วปิดก๊าซ สะพานไฟฟ้า สำหรับตัดกระแสไฟฟ้า
5. อย่าวางสิ่งของหนักบนชั้น หรือหิ้งสูง ๆ เมื่อแผ่นดินไหวอาจตกลงมาเป็นอันตรายได้
6. ผูกเครื่องใช้หนัก ๆ ให้แน่นกับพื้นผนังบ้าน
7. ควรมีการวางแผนเรื่องจุดนัดหมาย ในกรณีที่ต้องพลัดพรากจากกันเพื่อมารวมกันอีกครั้งในภายหลัง
8. สร้างอาคารบ้านเรือนให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว

<!-- sgzCode Start -->ระหว่างเกิดแผ่นดินไหว
<!-- sgzCode End -->
1. อย่าตื่นตกใจ พยายามควบคุมสติอยู่อย่างสงบ ถ้าท่านอยู่ในบ้านก็ให้อยู่ในบ้าน ถ้าท่านอยู่นอกบ้านก็ให้อยู่นอกบ้าน เพราะส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเพราะวิ่งเข้าออกจากบ้าน
2. ถ้าอยู่ในบ้านให้ยืนหรือมอบอยู่ในส่วนของบ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรง ที่สามารถรับน้ำหนัก ได้มาก และให้อยู่ห่างจากประตู ระเบียง และหน้าต่าง
3. หากอยู่ในอาคารสูง ควรตั้งสติให้มั่น และรีบออกจากอาคารโดยเร็ว หนีให้ห่างจากสิ่งที่จะล้มทับได้
4. ถ้าอยู่ในที่โล่งแจ้งให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้าและสิ่งห้อยแขวนต่าง ๆ ที่ปลอดภัยภายนอกคือที่โล่งแจ้ง
5. อย่าใช้ เทียน ไม้ขีดไฟ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดเปลวหรือประกายไฟ เพราะอาจมีแก๊สรั่วอยู่บริเวณนั้น
6. ถ้าท่านกำลังขับรถให้หยุดรถและอยู่ภายในรถ จนกระทั่งการสั่นสะเทือนจะหยุด
7. ห้ามใช้ลิฟท์โดยเด็ดขาดขณะเกิดแผ่นดินไหว
8. หากอยู่ชายหาดให้อยู่ห่างจากชายฝั่ง เพราะอาจเกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าหาฝั่ง

<!-- sgzCode Start -->หลังเกิดแผ่นดินไหว
<!-- sgzCode End -->
1. ควรตรวจตัวเองและคนข้างเคียงว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ให้ทำการปฐมพยาบาลขั้นต้นก่อน
2. ควรรีบออกจากอาคารที่เสียหายทันที เพราะหากเกิดแผ่นดินไหวตามมาอาคารอาจพังทลายได้
3. ใส่รองเท้าหุ้มส้นเสมอ เพราะอาจมีเศษแก้ว หรือวัสดุแหลมคมอื่น ๆ และสิ่งหักพังแทง
4. ตรวจสายไฟ ท่อน้ำ ท่อแก๊ส ถ้าแก๊สรั่วให้ปิดวาล์วถังแก๊ส ยกสะพานไฟ อย่าจุดไม้ขีดไฟ
หรือก่อไฟจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีแก๊สรั่ว
5. ตรวจสอบว่า แก๊สรั่ว ด้วยการดมกลิ่นเท่านั้น ถ้าได้กลิ่นให้เปิดประตูหน้าต่างทุกบาน
6. ให้ออกจากบริเวณที่สายไฟขาด และวัสดุสายไฟพาดถึง
7. เปิดวิทยุฟังคำแนะนำฉุกเฉิน อย่าใช้โทรศัพท์ นอกจากจำเป็นจริง ๆ
8. สำรวจดูความเสียหายของท่อส้วม และท่อน้ำทิ้งก่อนใช้
9. อย่าเป็นไทยมุงหรือเข้าไปในเขตที่มีความเสียหายสูง หรืออาคารพัง
10. อย่าแพร่ข่าวลือ

http://www.inspec10.moe.go.th/earthquake.doc

เกษม
30-09-2006, 10:30 AM
วิธีปฎิบัติตัวเมื่อเกิดน้ำท่วม

<!-- Main -->http://www.bloggang.com/data/embracingislam/picture/1121256222.jpg (http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9480000089456)
น้ำท่วมใหญ่ปี 2485 ทำให้ประชาชนต่างต่างออกมาพายเรือกันอย่างคึกคักที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า

อุทกภัย น้ำท่วม

เกิดจากฝนตกหนังต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน บางครั้งทำให้เกิดแผ่นดินถล่ม อาจมีสาเหตุจากพายุหมุนเขตร้อนลมมรสุมมีกำลังแรง ร่องความกดอากาศต่ำมีกำลังแรง อากาศแปรปรวน น้ำทะเลหนุน แผ่นดินไหว เขื่อนพัง ทำให้เกิดอุทกภัยได้เสมอ

อุทกภัยแยกออกเป็น

น้ำป่าหลาก เกิดจากฝนตกหนักบนภูเขา ต้นน้ำลำธารและไหลบ่าลงที่ราบอย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีต้นไม้ ช่วยดูดซับ ชะลอกระแสน้ำ ความเร็วของน้ำ ของท่อนซุง และต้นไม้ ซี่งพัดมาตามกระแสน้ำจะทำลายต้นไม้ อาคาร ถนน สะพาน และชีวิตมนุษย์และสัตว์ได้

น้ำท่วมขัง น้ำเอ่อนอง เกิดจากน้ำล้นตลิ่ง มีระดับสูงจากปกติท่วมแช่ขัง ทำให้การคมนาคมหยุดชะงัก เกิดโรคระบาดได้ ทำลายพืชผลเกษตรกร

คลื่นซัดฝั่ง เกิดจากพายุลมแรงซัดฝั่ง ทำให้น้ำท่วมบริเวณชายฝั่งทะเล บางครั้งมีคลื่นสูงถึง 10 เมตร ซัดเข้าฝั่งทำลายทรัพย์สินและชีวิตได้

การป้องกันและลดความเสียหายจากอุทกภัย


ติดตามฟังข่าวอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา
เมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้อพยพ ควรรีบอพยพไปอยู่ในที่สูง อาคารที่มั่นคงแข็งแรง ทั้งคนและสัตว์เลี้ยง
ถ้าอยู่ที่ราบให้ระมัดระวังน้ำป่าหลากจากภูเขาที่ราบสูงลงมา กระแสน้ำจะรวดเร็วมาก ควรสังเกตเมื่อมีฝนตกหนักติดต่อกันบนภูเขาหลายๆ วัน ให้เตรียมตัวอพยพขนของไว้ที่สูง
ถ้าอยู่ริมน้ำให้เอาเรือหลบเข้าฝั่งไว้ในที่จะใช้งานได้เมื่อเกิดน้ำท่วม เพื่อการคมนาคม
ควรมีการวางแผนอพยพว่าจะไปอยู่ที่ใด พบกันที่ไหน อย่างไร
เมื่อมีกระแสน้ำหลาก จะทำลายวัสดุก่อสร้าง เส้นทางคมนาคม ต้นไม้ พืชไร่ได้ ให้ระวังกระแสน้ำพัดพาไป
อย่าขับรถยนต์ฝ่าลงไปในกระแสน้ำหลาก แม้บนถนนก็ตาม
อย่าลงเล่นน้ำ อาจพบอุบัติภัยอื่นๆ อีกได้

หลังจากน้ำท่วมจะมีขัง จะเกิดโรคระบาดในระบบทางเดินอาหารทั้งคนและสัตว์ ให้ระวังน้ำบริโภค ควรสะอาด ต้มสุกเสียก่อนที่มาhttp://www.bloggang.com/viewblog.php?id=embracingislam&group=60 (http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=embracingislam&group=60)

Falkman
30-09-2006, 01:01 PM
ป้องกันภาวะโลกร้อน ช่วยกันปลูกต้นไม้คนละไม้คนละมือ

เกษม
30-09-2006, 01:31 PM
การเตรียมตนเองและจิตวิญญาณเพื่อการผจญภัย (สื่อถ่ายทอดพระโอวาทโดย อ.ปริญญา ตันสกุล)

บุตรรักแห่งบิดาทั้งหลาย สิ่งแรกที่ลูกจะต้องเตรียมเครื่องยนต์แห่งกรรมก็คือ เตรียมปัจจัย(ที่จะใช้ในการดำรงชีวิต) ให้พร้อมทั้งเพื่อตนเองและสมาชิกในครัวเรือนของเจ้า

สิ่งแรกก็คืออาหาร คิดเองว่าจะเอาอะไร

สิ่งที่สองคือเครื่องนุ่งห่ม เครื่องนุ่งห่มสำคัญมาก เพราะในช่วงเวลาในการชำระโลก อากาศจะหนาวเย็นมาก เพราะโลกจะคว่ำหัวลง ลูกเข้าใจไหม โลกจะคว่ำหัวตีลังกา และโลกนี้จะมีแต่ความมืดนั้น จะเกิดขึ้นจากหลายอย่าง

1. เมฆมืด
2. ส่วนโค้งของโลกบังดวงอาทิตย์ไว้
3. เกิดจากนิวเคลียร์บอมส์ มันมีเป็นดอกเห็ดห่อหุ้มโลกของเจ้าไว้ ทำให้มองอะไรไม่เห็น

เครื่องใช้ไม้สอย อะไรก็ได้ อย่างสุภาพสตรีมีของส่วนตัวหลายอย่าง ไม่ใช่เครื่องสำอางนะลูก ใช่ไหม ผู้หญิงต้องใช้ ผู้ชายไม่เท่าไหรหรอก มันแก้ผ้าเดินยังได้เลย(ใช่ไหม) เพราะตอนเกิดมามีไหมเสื้อผ้าอาภรณ์ ผู้ชายมีไหม ไม่มี ผู้หญิงทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะระหว่างชำระโลกนั้น คนชั่วยังเหลืออยู่ไหมล่ะ ก็เหลืออยู่ซิ ไปเที่ยวเปลือยๆ เดี๋ยวมันปล้ำเอาแล้วก็ยิ่งซวย 2 ต่อเลย มันต้องระวังนะ

ที่อยู่อาศัย ที่อยู่อาศัยนี้ต้องคิดแล้ว ใครที่เคย ในโลกของเจ้านี่ บิดาเห็นแล้วเป็นเรื่องที่น่าขบขัน อีกอย่างหนึ่งเวลาซื้อที่ดินของพวกเจ้า ที่ดินระหว่างชายน้ำ ชายทะเล กับที่อยู่ในที่ธรรมดาๆ ในป่าลึกๆ เจ้าว่าที่ไหนแพงกว่ากัน (ชายน้ำ ชายทะเล) เจ้ารู้ไหม พวกที่ได้แผ่นดินที่อยู่ชายน้ำ ชายทะเล ไอ้พวกนี้คือพวกที่ถูกกำหนดมาให้มันไปอยู่ตรงนั้น มันตายง่ายกว่าไหมละลูก อย่าคิดนะว่าตอนแรกที่ผ่านมาโชคดี ที่กูไม่ได้ซื้อไว้ใช่ไหมละลูก

คนที่อยู่ริมน้ำ อยู่ในที่ราบลุ่ม นั่นคือผู้ที่ถูกกำหนดให้มาเกิดที่ตรงนั้น เพื่อรอคอยการชำระความ ถูกกำหนดมา อย่างนี้เขาไม่เรียกว่าบุญส่ง เขาเรียกอะไรส่งล่ะลูก กรรมส่งมา นั่นคือสิ่งสำคัญ

ที่อยู่อาศัยนั้นหมายความว่าถ้าบ้านเจ้าไปอยู่แถวน้ำ อยู่ที่ราบลุ่ม หรือที่อะไร เจ้าควรจะต้องหาที่เหมาะสมกว่านั้นแล้ว เจ้าต้องคิดแล้วใช่ไหม ว่าจะทำอย่างไร ไม่ใช่พอบอกให้รู้แล้วยังเสือกว่าไม่เป็นไรหรอก ไม่ถึงที่ตายกูยังไงกูก็ไม่ตาย ไม่ตายแต่มึงทรมานไหมล่ะ ลำบากไหมล่ะ อยากลำบากหรือ อย่างนั้นเขาเรียกอวดอุตรินะ ต้องพูดให้ครบ ไม่งั้นพวกเจ้าหาว่าพ่อไม่สอนอีก

ต่อไปยารักษาโรค ยารักษาโรคก็คือยาสามัญประจำบ้าน และยาประจำตัวเฉพาะโรคของเจ้า จะต้องมีไว้เพราะถึงเวลาบัดนั้นขัดสนแล้ว เจ้าจะไปหาที่ไหน หมอกล้ามารักษาเจ้าไหม และเจ้ากล้าออกไปหาหมอไหม(ไม่) อัตตาหิ อัตโนนาโถ ท่องเอาไว้เลย ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ไม่ต้องพึ่งใคร ผัวของเรา เมียของเราอย่าไปคิดพึ่งมัน ถึงตอนนั้นมันก็สติจะแตกอยู่แล้ว มันก็ช่วยเราไม่ได้หรอก มันจะช่วยตัวมันเองยังไม่ได้เลย

และสิ่งหนึ่งที่บิดาจะกล่าวให้เจ้าเตรียมไว้ ก็คือ ด่างทับทิม และ คาลาไมน์ ของกล้วยๆ ง่ายๆ ด่างทับทิมเอาไว้ล้างเท้า เอาไว้ล้างผักหญ้าที่เจ้าจะเอามาทำเป็นอาหาร เพื่อให้มันปลอดจากสารพิษและเชื้อโรคเจ้าสัตว์ตัวน้อยของบิดา คาลาไมน์นั้นสำหรับทาแก้โรคผิวหนัง เป็นเม็ด ผด ผื่นคัน ไปรักษายาอะไรมันก็ไม่หายหรอกลูก เอาคาลาไมน์ทาทีเดียวหายเลย แต่นั่นหมายความว่าเจ้าจะต้องมีรหัสกรรมในเครื่องยนต์แห่งกรรมของเจ้าต้องไม่เกิน 30%คาลาไมน์กับด่างทับทิม ที่บิดาแนะนำเจ้าถึงจะศักดิ์สิทธิ์

ต่อไปยานพาหนะ เอารถยนต์ดีไหมลูก รถเบนซ์เลย โรลส์รอยด์เลยดีไหมลูก เอาอะไรดียานพาหนะ เรือ ชูขีพ นี่ก็เป็นยานพาหนะใช่ไหม เวลาอยู่ในน้ำลอยตัวแล้วเอามือป๋อมแป๋มๆ มันเป็นยานพาหนะพาเจ้าไปได้หรือเปล่า จักรยานได้ไหมลูก (ได้) จักรยานก็ได้ ปั่นในน้ำไงลูก

เครื่องช่วยชีวิต เช่น ถ้าคนใกล้ตัวเราเป็นโรคหืดหอบ อะไรต่างๆ เหล่านี้ เขาสำนึกบุญแล้ว มันยังมีโอกาสรอด ตอนนั้นมันตกใจ หายใจไม่ทัน มีอ๊อกซิเจนกระป๋องให้มันบ้างไหม ยกตัวอย่างเครื่องช่วยชีวิต เครื่องผายปอด หรือเครื่องกู้ภัยเช่น กาละมังใหญ่ๆ เชือกเส้นยาวๆ เพื่อนเดือดร้อนนะ มีจิตสำนึกช่วยตัวเองได้แล้ว ช่วยเพื่อนบ้าง เหวี่ยงเชือกไปให้มัน ถ้ามันมีบุญเราเหวี่ยงมันจะตรงหัวมันพอดี ถ้ามันไม่มีบุญไปพาดก้านคอมันพอดี พี่ๆ น้องๆ เจ้ากรรมนายเวรจะเอาเหวี่ยงไปให้พันเอง และก็จะช่วยมัน ซึ่งเครื่องช่วยชีวิตและเครื่องกู้ภัยเหล่านี้ปรกติในบ้านเจ้ามีไหมล่ะ (ไม่มี) บิดาถึงย้ำให้เจ้าหาไว้ใกล้ตัว

เครื่องให้แสงสว่าง ช่วงวิกฤตนั้นไฟฟ้าดับ ไฟฟ้าดับมืด เหมือนอย่างที่อีสานที่เจ้าอ่านข่าวหนังสือพิมพ์เห็นไหม ต้องใช้อะไรลูก เทียนไข จุดดีๆ นะลูก ไม่งั้นเผาบ้านตัวเองอีก อย่างนี้เขาเรียกว่าซวยกลางน้ำ คนอื่นเขาซวยกลางแดด พวกเจ้าจะซวยทางน้ำระวังให้ดี เทียนไขแต่ถ้าไม่งั้นก็ใช้อะไร ตะเกียงน้ำมันใช่ไหม ตะเกียงน้ำมันที่มีฝาแก้วครอบและมีน้ำมันก๊าดใส่ไว้ มันเปลืองไหมล่ะนั่น จุดทั้งคืนยังเปลืองไม่ถึงลิตรเลย ให้แสงสว่างได้ไหม (ได้) ไฟฉายได้ไหมลูก (ได้) เอาไว้ส่องดูหน้าเจ้ากรรมนายเวร

แล้วในช่วงระยะต้นๆ ใหม่ๆ ที่ชำระโลก สังคมยังปั่นป่วน เศรษฐกิจเริ่มพังพาบ แบงค์ทำงานไม่ได้ ปัจจัยยังสำคัญอยู่ไหม (สำคัญ) อย่าอวดรวยนะลูกเดี๋ยวผู้ร้ายยังอยู่นะ แต่ต้องมีเก็บไว้เพื่อเอาไว้แลกเปลี่ยนใช่ไหม มีบ้างไม่มีเลยคงแย่

เมื่อเตรียมไว้ในบ้านเรียบร้อยแล้วในสิ่งเหล่านี้ ขอให้พวกเจ้าทุกคน บอกสมาชิกทุกคนในครัวเรือนให้รู้ว่าเก็บอะไรไว้ที่ไหน เข้าใจหรือเปล่า ไม่ใช่กูแอบเก็บไว้กูคนเดียว คนในบ้านไม่มีใครรู้ พอถึงเวลากูละจะซวย เพราะเฮ้ยมึงเอาไฟฉายให้กูหน่อย แล้วมึงไม่บอกกูว่าอยู่ไหน มันเสือกกัดกันก่อนตาย ไม่ใช่ตัดก่อนตายนะลูก กัดกันก่อนตาย หรือกัดกันจนตาย ต้องบอกเขาว่าอะไรอยู่ตรงไหน และแค่นั้นยังไม่พอ บอกรู้แล้วว่าไฟฉายอยู่ตรงนี้ แต่ ๆ ๆ ที่เปิดมันอยู่ไหน เสือกไม่สอนเขาอีก ใช่ไหมไปซื้ออย่างดีมา สวิทซ์มันพิเศษพิศดารใช่ไหม

เหมือนห้องน้ำ บางคนเข้าห้องน้ำที่นี่ ที่หลังเวทีเข้าห้องน้ำ มันบอกอะไรว่ะก๊อกบ้าที่นี่ไม่มี หัวก๊อกไม่มีสวิทซ์เลย มันใช้อย่างไงนี่ จะให้กูเอาปากอมหรือดูดออกหรือไง ไม่สอนมันนี่ใช่ไหม ไม่เขียนป้ายสอนไว้ ถ้าคนไม่มีปัญญาญาณซวยไหมล่ะ ใช้น้ำได้ไหม(ไม่ได้) คนไม่มีปัญญาญาณกับคนไม่ซุกซน รับรองใช้น้ำที่นี่ไม่ได้ ห้องน้ำนั่นนะ เพราะมันมีแต่หัวก๊อก ตัววาล์วไม่มีใช่ไหม
ยอมรับไหมว่าเจ้าตอนแรกเข้าไปก็งงเหมือนกัน เหมือนกับไปพักโรงแรมต่างจังหวัด ถามบ๋อยว่าผ้าห่มอยู่ไหน เสือกนอนทับผ้าห่มอยู่ มันบอกผ้าห่มอยู่ไหน นี่ทีเรื่องโง่ๆ ล่ะฉลาดนัก ทีเรื่องฉลาดแล้วโง่จริงๆ ต้องเปลี่ยนใหม่นะลูก

เตรียมอย่างที่สอง เตรียมสุขภาพร่างกายไว้ให้พร้อม ไม่ใช่ตอนนี้รู้ว่าใกล้ชำระโลกแล้วยังเสือกทำตัวเจ็บป่วย ปล่อยให้ตัวเองเจ็บป่วยนี่ร่างกายอ่อนแอไหมล่ะลูก (อ่อนแอ) ถ้าร่างกายอ่อนแอ อะไรจะอ่อนแอตามไปด้วย จิตใจของเจ้าจะอ่อนแอตามไปด้วยเมื่อใดเมื่อเจ้าป่วย เมื่อนั้นเจ้าจะติดต่อกับจักรวาลไม่ได้ทันทีเลย เพราะพลังอำนาจไม่เพียงพอ เข้าใจไหม เพราะฉะนั้นทำร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ไว้

พ่อคงไม่ต้องสอนเจ้าหรอก ทำยังไงให้แข็งแรงสมบูรณ์ เพราะแต่ละคนบางทีก็อ้วนลงพุงเหมือนเครื่องยนต์แต่กรรมนี้ และสิ่งที่จะต้องทำก็คือ กินแต่น้อยและถ่ายแต่น้อย เจ้าว่าจริงไหม อย่าดันเห็นแก่กินอยู่ กินเยอะถ่ายเยอะ ตอนนั้นไม่มีที่จะถ่าย กินแต่น้อยเพื่อให้อยู่ท้องนาน ๆ ไม่ใช่กินทางปากออกทางโน้นเลย แล้วเก็บปฎิกูลของตัวเองไหวไหมล่ะลูก ไหวไหม (ไม่ไหว) นี่ดีนะพวกเจ้าจะตกใจจนสุดขีดเวลาตกใจขี้ไปอยู่ไหนล่ะลูก บางส่วนมันไปอยู่สมอง เลยช่วยเจ้าส่วนหนึ่ง ทำให้ท้องผูก ธาตุปั่นป่วน กินเข้าไปไม่รู้ออกทางไหน ไม่มีที่จะให้ออก มันหายไปอยู่บนนี้หมดแล้ว

ประการที่สาม คอยสังเกตสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า คือเจ้าจะต้องฝึกตัวเองให้หูไว ตาไว ก่อนที่ภัยจะถึงตัว เช่นขณะนี้เจ้าว่ามันใกล้ตัวเจ้ามาหรือยัง (ใกล้แล้ว) น้ำเหนือ กำลังมาใช่ไหม ตอนนี้ปากน้ำโพกำลังเดือดร้อน ศรีอยุธยาของเจ้า เขาเรียกกรุงศรีอยุธยาใช่ไหม จะเดือดร้อน เดือดร้อนแล้วอีกไม่นานก็ถึงเจ้า ถึงคิว

ทีนี้ถึงคิวที่เจ้าจะอัศจรรย์ก็คือ ไม่ใช่น้ำเหนือมาอย่างเดียวนะลูก น้ำเหนือจริงๆ(น้ำฝน) เหนือลงมาด้วย เหนือนี่เหนือจริงไหมลูก เหนือนั้นนะไหลมาแบบเหนือๆ ไหลมาแบบปลอมๆ แต่เหนือนี่หนักหน่อยนะลูก แล้วพอมันลงมาเยอะๆ แล้วมันจะไปไหนล่ะลูก ไปไหนได้ไหม (ไม่ได้) น้ำไปไหนไม่ได้ ก็ไม่ต่างจากเจ้าออกจากบ้านไม่ได้เหมือนกัน

หูไวตาไว เห็นแล้วมันกำลังมาใกล้ตัว แต่ประมาท พ่อกำลังบอกว่าอย่าประมาท เห็นรู้แต่ประมาท คำว่าประมาทแปลว่า ฮึคงไม่มั้ง คงไม่หรอกน่ะ ท่วมแล้วเดี๋ยวเดียวก็ลดละน่ะ หลับเผลอไปนอนบนเตียง ตอนนี้เหลือแค่คืบเดียว ฮึ เดี๋ยวมันคงลดน่ะ หลับไป พอตื่นอีกที เตียงกูก็ลอยหาย ตัวกูก็หาย

เจ้ารู้ไหมเป็ดที่เจ้าเลี้ยงไว้ มันยังตกใจเลย เคยไหมน้ำมาเร็วขนาดเป็ดตกใจ เคยไหม เคยรู้ เคยเห็นไหม แต่ต่อไปนี้แหละจะได้เห็น เป็ดชอบเล่นน้ำใช่ไหมลูก แต่มันมาเร็วขนาดที่เป็ดหลับๆ อยู่ ป้าปๆ ๆ ๆ ตกใจ เป็ดตกใจ พอลืมตา เฮ้ยที่นี่มันที่ไหน เป็ดจำไม่ได้ว่านี่กูมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง แล้วบ้านกูที่กูนอนอยู่มันอยู่ตรงไหน อย่าว่าแต่พวกเจ้าเลย เป็ดยังตกใจ นี่คือสิ่งที่เจ้าจะต้องเตรียมตัวเอาไว้

(คัดลอกบางส่วนมาจากเทปคำบรรยาย จิตจักรวาลอ่านโลก ครั้งที่ 76 ณ.ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 15-16 กันยายน พ.ศ.2545 )

kananun
30-09-2006, 09:07 PM
ต้องขอขอบคุณคุณเกษม และคุณmead มากๆครับ ขอข้อมูลอีกมากๆครับ ท่านอื่นๆที่มีข้อมูล ก็เชิญได้เลยครับ

เกษม
30-09-2006, 11:14 PM
<CENTER>การปฐมพยาบาลเบื้องต้น </CENTER><CENTER></CENTER><TABLE width="100%"><TBODY><TR><! r0101><TD vAlign=top width="37%">http://www.thaiall.com/data/bot0.gifการปฏิบัติสำหรับกรณีฉุกเฉิน (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=roseolar)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifอุปกรณ์ปฐมพยาบาล (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=Ger)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifยาที่ควรมีไว้ในตู้ประจำบ้าน (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=ya)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifความปลอดภัยสำหรับเด็ก (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=boy)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifบาดเจ็บที่ตา (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=eye)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifกระดูกหัก (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=hug)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifเลือดออก (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=oog)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifช็อค (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=chock)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifสำลักหรือมีสิ่งของไปอุดหลอดลม (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=lom)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifไฟฟ้าช็อต (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=ele)
<! r0102>
<TD vAlign=top width="35%">http://www.thaiall.com/data/bot0.gifสัตว์กัด (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=gud)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifทากดูดเลือด (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=tag)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifโดนพิษสัตว์ทะเล (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=don)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifลมพิษ (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=lompid)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifเลือดกำเดาออก (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=nosebleed)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifเลือดออกไม่หยุดหลังการถอดฟัน (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=fun)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifของเข้ารูจมูก (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=nose)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifเกี่ยวกับหู (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=ears)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifหอบหืด (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=hob)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifพุ-พอง (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=pong)
<! r0103>
<TD vAlign=top width="40%">http://www.thaiall.com/data/bot0.gifฟกซ้ำ หัวโน ห้อเลือด (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=contused)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifไฟไหม้ น้ำร้อนลวก (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=fire)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifข้อเคล็ด (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=joint)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifการทำแผลทั่วไป (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=make)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifอาการปวดท้องที่ควรไปพบแพทย์ทันที (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=pain)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifท้องเดิน ท้องร่วง ท้องเสีย (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=diarrhea)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifท้องผูก (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=constipation)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifก้างติดคอ (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=bone)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifตะคริว (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=cramp)
http://www.thaiall.com/data/bot0.gifกินยาพิษ (http://www.thaiall.com/data/primary.php?d=toxic)

</TD></TR></TBODY></TABLE><CENTER>http://www.thaiall.com/data/line11.gif
ที่มาคู่มีอประชาชน เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ"การปฐมพยาบาลเบื้องต้น "สถาบันการแพทย์ด้านอุบัติเหตุและสาธารณภัย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
<SCRIPT language=javascript><!--url=document.location.href.substr(7,11)page="data_primary"if (url == "www.isintha" ) document.write("<SCRIPT LANGUAGE='javascript1.1' src="http://truehits1.gits.net.th/data/j0017969.js"></script>")if (url == "lampang.thc" ) document.write("<SCRIPT LANGUAGE='javascript1.1' src="http://truehits1.gits.net.th/data/h0013199.js"></script>")if (url == "www.yonok.a" ) document.write("<SCRIPT LANGUAGE='javascript1.1' src="http://truehits1.gits.net.th/data/c0001943.js"></script>")if (url == "www.thaiall" ) document.write("<SCRIPT LANGUAGE='javascript1.1' src="http://truehits1.gits.net.th/data/c0001941.js"></script>")if (url == "www.thainam" ) document.write("<SCRIPT LANGUAGE='javascript1.1' src="http://truehits1.gits.net.th/data/h0013970.js"></script>")if (url == "www.thaiabc" ) document.write("<SCRIPT LANGUAGE='javascript1.1' src="http://truehits1.gits.net.th/data/h0014200.js"></script>")if (url == "www.perlphp" ) document.write("<SCRIPT LANGUAGE='javascript1.1' src="http://truehits1.gits.net.th/data/h0013336.js"></script>")if (url == "thaiall.tha") document.write("<SCRIPT LANGUAGE='javascript1.1' src="http://truehits.gits.net.th/data/k0020653.js"></script>")if (url == "202.29.78.2" ) document.write("<SCRIPT LANGUAGE='javascript1.1' src="http://truehits1.gits.net.th/data/i0015336.js"></script>")--></SCRIPT><SCRIPT language=javascript1.1 src="http://truehits1.gits.net.th/data/c0001941.js"></SCRIPT><SCRIPT src="http://tracker.truehits.net/func/th_donate_1.4.js"></SCRIPT><SCRIPT src="http://tracker.truehits.net/func/th_common_1.4.js"></SCRIPT><SCRIPT language=javascript1.2>sv=1.2;ss=screen.width+'*'+screen.height;sc=(bn=='MSIE')?screen.colorDepth:screen.pixelDepth;if(sc==udf){sc='na';}</SCRIPT><SCRIPT language=javascript1.3>sv=1.3; </SCRIPT></CENTER>

pong-sit
01-10-2006, 07:26 AM
ไม่ทราบว่า ภัยพิบัติที่ว่านี้ จะเกิดขึ้นเมื่อไรครับ จะได้เตรียมตัวรับมือทัน

wit
01-10-2006, 07:48 AM
มีบางคนทราบเรื่องเหล่านี้แล้วเตรียมตัวด้วยการไม่ให้ลูกๆไปเรียน ทั้งๆที่ลูกยังเล็กอยู่ แล้วก็นำมาสอนให้นั่งกรรมฐานฝึกสมาธิอย่างเดียว เพื่อเตรียมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นตามคำทำนายเหล่านั้นครับ (รู้สึกว่าเขาจะค่อนข้างมั่นใจว่าจะเกิดขึ้นจริงน่ะครับ)

ปล.อยากทราบเพิ่มเติมว่าใครที่รู้เรื่องเกี่ยวกับคำทำนาย ว่าภัยพิบัติต่างๆจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาใด จบลงเวลาใด และพอจะมีวิธีบรรเทาได้บ้างหรือไม่ครับ

pattarawat
01-10-2006, 07:49 AM
ตอนนี้ที่ ฟิลิปปินส์กำลังประสบอยู่ครับ จากมหันตภัยพายุร้ายกาจในรอบสิบกว่าปี มหาวิทยาลัยที่ผมเรียนคาดว่าอยู่ในศูนย์กลางของพายุ ต้นไม้หมอบราบหักโค่น ตอนนี้ไฟดับ อินเตอร์เน็ตของผมถูกตัด (ตอนนี้ใช้ wireless ที่ lobby) นักศึกษาต้องหอบถังน้ำไปขอน้ำจากจุดกระจายน้ำ เพราะไม่มีน้ำใช้ ที่กรุง Manila ตอนนี้ยังไฟดับอยู่เลย คาดว่ากว่าจะฟื้นคงใช้เวลาเร็วที่สุด 1 สัปดาห์ เพื่อนผมหลายคนน้ำจากหลังคาถล่มลงมาทำให้น้ำท่วมห้องเกือบถึงหัวเข่า ต้องย้ายห้องตามระเบียบ ตอนนี้น้ำดื่มผมเองก็ไม่มีดื่มครับ ต้องขอเขากิน

ปกติจะเห็นผมเข้าเว็บพลังจิตทุกวัน ตอนนี้จะเห็นว่าผมไม่ค่อยได้เข้า เพราะเหตุผลดังกล่าว ยังไงเพื่อนๆ ก็ตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาทแล้วกันนะครับ เพราะบทมันจะมามันมาเร็วมาก และมาแบบบ้าคลั่ง เหมือนหนังฝรั่งยังไงยังงั้นครับ ... ไว้คุยกันครับ (ขอเข้าไปอ่านกระทู้และทำงานส่งอาจารย์ก่อนครับ)

tat_gun
01-10-2006, 08:24 AM
ไม่ทราบว่าไปเอาคำทำนายมาจากไหนหรอครับ อยากทราบจัง แล้วถ้าหากจะเกิดขึ้นจะเกิดตอนไหนครับ

ผมเชื่อว่าวันหนึ่งจะเกิดขึ้นจริงๆ แน่นอน

แต่ว่าตอนไหน? ช่วยบอกด้วยนะครับ ถ้ารู้

Specialized
01-10-2006, 09:48 AM
อืมม์ ฟังหูไว้หูครับ เห็นทำนายกันแบบนี้ แต่ก็เคลื่อนทุกที จนผมเริ่มละเลยบ้างแล้วนะเนี่ย

johot
01-10-2006, 10:56 AM
อีกประมาณกี่ปีครับ

surad
01-10-2006, 11:33 AM
อนิจัง ทุกขัง อนัตตา
สิ่งใดมีเกิด ย่อมมีดับเป็นธรรมดา

หนุมาน ผู้นำสาร
01-10-2006, 01:39 PM
****************
ทางตรง คือ ทางรอด
****************

ขอให้รับทราบไว้ว่า
ศาสนศาสตร์ มีเพียง ๑ เดียว
เป็นเรื่องของ ความจริง

ดังนั้น
ความเชื่อในทุกศาสนา ทุกลัทธิ ทุกชนชาติ
ในที่สุดจะเหลือเพียง ๑ เดียว
เป็นธรรมะ แท้จริง
เป็นสัจจะธรรม ความจริง
ทั้งในโลก และ ในจักรวาล

ขอให้เตรียมต้อนรับ
พระศรีอารยเมตไตรยพุทธเจ้า
ด้วยการขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และ
แสดงตนเป็นพุทธมามะกะ
และ น้อมรับ "สัจจะ"
นับถือพระพุทธศาสนาตลอดชีวิต

สัจจะ คือ ที่สุดของปฏิหาริย์

ผู้ที่เชื่อ จะได้รับการจัดสรรให้เข้าสู่ โลกยุคใหม่
อ่าน ศึกษา
ในกระทู้ ***ประกาศ จาก โลกุตตระ สู่ชาวพุทธ...***

- " หนุมาน ผู้นำสาร "

เกษม
01-10-2006, 03:17 PM
ควรหาพระเครื่องดีๆ มาไว้ป้องกันตัวจากภัยพิบัติ

http://siamamulet.net/phpboard/answerimages/5493.jpg

http://siamamulet.net/phpboard/answerimages/5494.jpg

พระคำข้าว+พระหางหมาก (ลพ.ฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี)

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง อุทัยธานี
ประวัติและวิธีอาราธนา
พระคำข้าว/พระหางหมาก

พระคำข้าว ทำได้ยากมาก เพราะต้องเสกข้าวที่มีรสอร่อยที่สุดออกจากปากนำมาเสก ทำอย่างนี้ครบ ๓ เดือนแล้วจึงทำเป็นผง แล้วนำเข้าพิธีพุทธาภิเษกอีกวาระหนึ่ง
สำหรับผลพระคำข้าว นั้นมีความต้องการในทาง ลาภ มากที่สุด และอย่างอื่นก็ตามที่ท่านขอไว้ทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้ผลเป็นพิเศษแด่ท่านที่นำไปบูชาในระยะเวลาใกล้ๆมาแล้ว
พระหางหมาก หรือหางพลู นั้นเมื่อเสกหมากก่อนฉัน แล้วนำหางพลูที่เหลือมาผสมกับผง ทำเป็นพระ แล้วนำเข้าพุทธาภิเษกอีกครั้ง
สำหรับผลพระหางหมาก นี้ก็มีผลเช่นเดียวกัน แต่หนักไปในทางที่พูดเป็นที่จับใจคน และมีลาภสักการะเสมอกัน
คำอาราธนา ให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหมด รวมทั้งเทวดาและพรหม ครูบาอาจารย์ทั้งหมด มีหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อ.เสนา จ.อยุธยา เป็นที่สุด แล้วตั้งนะโม ๓ จบ ปฏิบัติตามปกติ ว่าอิติปิโส ๑ จบ หลังจากนั้นให้อธิษฐานเอาตามประสงค์ เมื่ออธิษฐานแล้ว ปลุกด้วยคาถาปลุกพระของหลวงพ่อปานว่า
"อิทธิฤทธิพุทธะนิมิตตัง ขอเดชะ เดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่งแก่มะอะอุนี้เถิด"
หมายเหตุ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท่านได้เล่าให้หมู่ลูกศิษย์ฟังว่า พระคำข้าวและพระหางหมากนี้ ตอนที่ท่านได้ทำพิธีพุทธาภิเษกอยู่นั้นได้ อาราธนาขอบารมีพระพุทธเจ้าท่านให้ช่วยป้องกันรังสีจากอาวุธนิวเคลียร์ด้วย และสามารถนำพระคำข้าวและพระหางหมากนี้ไปจุ่มน้ำทำน้ำมนต์ (โดยตั้งนะโม 3จบ สวดบทอิติปิโส 15 จบ) เพื่อใช้กินและอาบป้องกันเชื้อโรคที่เกิดจากการทำสงครามใหญ่ในภายหน้า(อาวุธเคมี, อาวุธเชื้อโรค)ได้ด้วย แต่จะมีผลกับเฉพาะผู้ที่มีความเคารพในพระรัตนตรัยเท่านั้น

pong-sit
01-10-2006, 03:32 PM
ใช่ครับ คุณเกษม พระคำข้าว และพระหางหมากสามารถช่วยได้

pong-sit
01-10-2006, 03:32 PM
ใช่ครับ คุณเกษม พระคำข้าว และพระหางหมากสามารถช่วนได้

mead
01-10-2006, 05:08 PM
ปล.อยากทราบเพิ่มเติมว่าใครที่รู้เรื่องเกี่ยวกับคำทำนาย ว่าภัยพิบัติต่างๆจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาใด จบลงเวลาใด และพอจะมีวิธีบรรเทาได้บ้างหรือไม่ครับ

จริงๆแล้ว โลกเราตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงภัยพิบัติครับ เพียงแต่ภัยขั้น
ตอนสุดท้ายหรือมหัตภัยใหญ่ที่จะเกิดพร้อมกันทั่วโลกยังมาไม่ถึง
หรืออาจกำลังคืบคลานเข้ามาครับ..ภัยจะมีมาตลอด ภัยแล้งน้ำท่วม โลกร้อน ภูมิอากาศแปรปรวนแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นถี่ๆแบบนี้มาก่อน และอาจหนักขึ้นๆเรื่อยๆ เรียกว่าวิกฤตโลก เมื่อถึงจุดหนึ่งโลกจะปรับสมดุลครั้งใหญ่เพื่อจะเข้าสู่ความสงบสุขอีกครั้ง..(คือแกนโลกและสนามแม่เหล็กจะเข้าที่หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านไป)

เอาข้อมูลที่ใกล้ที่สุดตอนนี้ที่มีกล่าวถึงก็ไม่เกิน 3-5 ปีครับ อ.ปริญญา ตันสกุล บอกว่าปีที่เลขรวมกันได้ 11 (ค.ศ.2009) ส่วนทาง ดร.อาจอง ชุมสาย ก็บอกว่าราว ค.ศ.2011 ตามแนวโน้มทางวิทยาศาสตร์ แต่ระบุชัดเจนลงไปไม่ได้ครับ..ไม่ใช่สิ่งที่ใครบอกได้ขึ้นอยู่กับช่างเทคนิคที่เกี่ยวข้องหรือเหล่าเจ้ากรรมนายเวรว่าจะพร้อมปฎิบัติการเมื่อไหร่..ที่มนุษย์ไม่รู้ตัว

แต่ช่วงเวลาที่เกิดมี message มาบอกแล้วว่ารวมเวลาเกิด 7:7:49 วัน +7 หรือ 56 วัน (เลข 49 นี้ตรงกันหลายๆแห่ง..) พร้อมกันทั่วโลกตามรหัสเวลาเก้าเก้า (อาจเป็นเดือนหรือวันก็ได้..) ถ้าภัยเกิดขึ้นจริงก็นับวันเอาครับ..จะเตรียมอุปกรณ์อะไร ก็ควรใช้ใด้อย่างน้อย 2เดือนขึ้นไป..ถ้าสิ่งนี้เป็นจริงก็จะได้ร่วมเผชิญและพิสูจน์ร่วมกันครับ...ย้ำได้เลยว่าไม่ควรประมาท แม้ว่าจะพลังอภิญญาหรือไม่..ก็ไม่ควรต่อต้านพลังลบเหล่านั้น เขาจะคิดว่าคุณเป็นศัตรูทันที..ทางทีดีใช้พลังบุญ แผ่เมตตา มอบความรักให้เป็นบวกดีที่สุดครับ...

หมายเหตุ* 7:7:49 หมายถึงช่วงเวลาที่ ความมืดปกคลุมโลก ไฟฟ้าดับ ถูกตัดขาดการช่วยเหลือจากภายนอก เพราะต่างคนก็ต้องช่วยเหลือตนเอง อากาศหนาวเย็นจัด พายุรุนแรง แผ่นดินไหว แผ่นดินยุบตัว คลื่นยักษ์ตามชายฝั่ง (จริงๆมากกว่านี้ครับ..)

ส่วนอีก 7วันที่เหลือเป็นฝนทิพย์สะอาด ชำระล้าง ทำความสะอาดโลก สามารถออกมาจากที่พักอาศัยได้ แต่น้ำฝนอาจยังทานไม่ได้ ..เพราะมีสารพิษเจือปนอยู่

ช่วงเวลาที่ลำบากที่สุดน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ เสบียงอาหารหมด และอีกช่วงหนึ่งหลังจาก 49 วันไปแล้ว เพราะสารพิษจากกำมันตภาพรังสีจะปกคลุมอยู่ ห้ามกินเนื้อสัตว์เด็ดขาดในช่วงนั้น..ทานผักได้เท่านั้น แต่ต้องล้างด่างทับทิมก่อนครับ..

ส่วนวิธียั้บยั้งหรือบรรเทาภัย เชื่อว่า การกลับใจสู่ทางบุญ เป็นการแลกเปลี่ยนที่ดีที่สุดครับ และเรื่องสำคัญที่เร่งด่วน ก็คือ...
--ให้ทั่วโลกยุติการแข่งขันอาวุธนิวเคลียร์ ยุติการทดลองระเบิดนิวเคลียร์
--เปลี่ยนแปรจิตสำนึกที่เคียดแค้นหรือ เส้นแบ่งต่างๆ ให้หมดไป
--ละเว้นความโลภ มักง่ายเหลวไหล
--ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชิวิต
--มีสัจจปณิธาน สำรวมตน
--สำนึกผิด ขอขมาลาโทษ

ลีลาวดี
01-10-2006, 06:33 PM
พระ25ศตวรรษช่วยได้ป่ะครับ

กฤษณะ3210
01-10-2006, 06:34 PM
ผมว่าน่าจะลองสวดพระพุทธมนต์บทที่ป้องกันภัยโดยเฉพาะๆ แล้วนัดกันสวดตามที่คุณ Kananun ได้กำหนดไว้แล้ว จะเพิ่มอานุภาพกำลังจิตในการคุ้มครองประเทศเพิ่มมากขึ้นนะครับ

อานิสงส์บารมี 30 ทัศน์ <!--MsgIDBody=0-->


บารมี 30 ทัศน์ คือคาถาและคำสั่งสอนของ พระพุทธองค์ที่ประเสริฐ กล่างถึงแนวทางสำหรับผู้ปรารถนาที่จะเป็นพระพุทธเจ้าเพื่อบรรลุพระโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาลซึ่งพระพุทธองค์ได้ทรงปฏิบัติมาแล้วในภพชาติต่าง มีดังนี้

บารมี
ทานะปาระมี สีละปาระมี เนกขัมมะปาระมี ปัญญาปาระมี วิริยะปาระมี ขันติปาระมี สัจจะปาระมี อธิฐานปาระมี เมตตาปาระมี อุเบกขาปาระมี

อุปบารมี
ทานะอุปปะปาระมี สีละอุปปะปาระมี เนกขัมมะอุปปะปาระมี ปัญญาอุปปะปาระมี วิริยะอุปปะปาระมี ขันติอุปปะปาระมี สัจจะอุปปะปาระมี อธิฐานะอุปปะปาระมี เมตตาอุปปะปาระมี อุเบกขาอุปปะปาระมี

ปรมัตถบารมี
ทานะปะระมัตถะปาระมี สีละปะระมัตถะปาระมี เนกขัมมะปะระมัตถะปาระมี ปัญญาปะระมัตถะปาระมี วิริยะปะระมัตถะปาระมี ขันติปะระมัตถะปาระมี สัจจะปะระมัตถะปาระมี อธิฐานะปะระมัตถะปาระมี เมตตาปะระมัตถะปาระมี อุเบกขาปะระมัตถะปาระมี


พระอินทร์ได้ทูลถามต่อพระพุทธเจ้าถึง " ธรรมอันประเสริฐ ที่สามารถทำลายวิชามารและป้องกันวิชามารได้ ขจัดและป้องกันภัยได้ ทำให้เจริญรุ่งเรืองในทุกๆด้าน ที่จะสามารถอำนวยมรรคผลให้แก่ผู้ปฏิบัติ ขจัดเสียซึ่งภัยอันตรายที่เกิดขึ้นจากหมู่มนุษย์และสัตว์ดิรัจฉานทั้งหลายให้พ่ายแพ้ไปว่ามีอยู่หรือ "

พระพุทธเจ้าได้ตรัสต่อพระอินทร์ว่า “ดูกรมหาราช ธรรมที่ยังผู้ปฏิบัติให้ประสบสุขเช่นนั้นมีอยู่ พระธรรมนี้ชื่อว่าบารมี 30 ทัศน์ ๆ เป็นยอดแห่งธรรมที่พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ทรงบำเพ็ญมาแล้วอย่างบริบูรณ์จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า "

จากนั้นพระองค์ได้ตรัสต่อไปว่า " บุคคลใดได้เขียนก็ดี สักการะบูชาก็ดี ฟังก็ดี สาธยายทุกวันก็ดีผู้นั้นจะเป็นผู้มีสมบัติมาก ผู้นั้นจะพ้นจากภัยอันตรายทั้งปวง ปรารภนาสิ่งใดก็จะสำเร็จย่อมประสบใน สมบัติ 3 คือ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ แม้จะปรารถนาเป็นพุทธภูมิ ปัจเจกภูมิ สาวกภูมิอย่างใดอย่างหนึ่งก็จะสมประสงค์ "

___________________________________


คำไหว้บารมี 30 ทัศ(แบบครูบาศรีวิชัย)

ทานะ ปาระมี สัมปันโน , ทานะ อุปะปารมี สัมปันโน , ทานะ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน , อิติปิ โส ภะคะวา

สีละ ปาระมี สัมปันโน , สีละ อุปะปารมี สัมปันโน , สีละ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน , อิติปิ โส ภะคะวา

เนกขัมมะ ปาระมี สัมปันโน , เนกขัมมะ อุปะปารมี สัมปันโน , เนกขัมมะ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน , อิติปิ โส ภะคะวา

ปัญญา ปาระมี สัมปันโน , ปัญญา อุปะปารมี สัมปันโน , ปัญญา ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน , อิติปิ โส ภะคะวา

วิริยะ ปาระมี สัมปันโน , วิริยะ อุปะปารมี สัมปันโน , วิริยะ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน , อิติปิ โส ภะคะวา

ขันตี ปาระมี สัมปันโน , ขันตี อุปะปารมี สัมปันโน , ขันตี ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน , อิติปิ โส ภะคะวา

สัจจะ ปาระมี สัมปันโน , สัจจะ อุปะปารมี สัมปันโน , สัจจะ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน , อิติปิ โส ภะคะวา

อะธิฏฐานะ ปาระมี สัมปันโน , อะธิฏฐานะ อุปะปารมี สัมปันโน , อะธิฏฐานะ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน , อิติปิ โส ภะคะวา

เมตตา ปาระมี สัมปันโน , เมตตา อุปะปารมี สัมปันโน , เมตตา ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน , อิติปิ โส ภะคะวา

อุเปกขา ปาระมี สัมปันโน , อุเปกขา อุปะปารมี สัมปันโน , อุเปกขา ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน , อิติปิ โส ภะคะวา

ทะสะ ปาระมี สัมปันโน , ทะสะ อุปะปารมี สัมปันโน , ทะสะ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน , อิติปิ โส ภะคะวา

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ นะมามิหัง

<!--MsgEdited=0-->

kananun
01-10-2006, 08:39 PM
ขอบคุณสำหรับสุดยอดข้อมูลที่ครบถ้วนจากคุณเกษมครับ ส่วนข้อมูลการรวบรวมข้อมูลฉุกเฉิน ที่คุณMead เสนอมาผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ไม่ว่าการคำนวนและปันส่วนน้ำ อาหาร การตกลงการใช้คลื่นวิทยุฉุกเฉิน และการประสานการช่วยเหลือในแต่ละกลุ่มครับ

ณ.เวลานี้เราเข้าเขตของภัยพิบัติแล้วครับ ที่กำลังจะเจอวันนี้ พรุ่งนี้หรือพี่น้องชาวไทยบางพื้นที่เจอเข้าแล้วคือภัยจาก พายุฝนและน้ำท่วมครับ

เมื่อกี้นั่งสมาธิมีคนมาคุยด้วย ท่านเล่าให้ฟังว่า เหมือนกับธรรมชาติเดินเครื่องการกวาดล้างแล้วครับ ไม่สามารถหยุดยั้งได้แล้ว ส่วนที่ไทยเราเจอภัยธรรมชาติเหล่านี้ เหมือนการสะเดาะห์เคราะห์ไปบางส่วนครับ ส่วนของจริงที่จะมีผลกระทบรุนแรงที่สุดเกิดจากสงครามนิวเคลียร์ฝีมือของมนุษย์ด้วยกันผสมกับภัยธรรมชาติครับ ที่จะเกิดการกวาดล้างรุนแรงที่สุดครับ

อย่าได้ประมาทครับ เตรียมตัวตั้งแต่ที่ยังเตรียมได้ครับ ดีกว่าไปเสียดายทีหลังว่ารู้ก่อนแล้วแต่ไม่เตรียมไว้บ้างเลย

เห็นด้วยกับคุณกฤษณะครับที่จะบรรจุการสวดพระพุทธมนต์ ร่วมกับกิจกรรมการทำสมาธิหมู่ด้วยครับ เพื่อเพิ่มพลังการป้องกันรักษาประเทศไทย โลกเรา พระพุทธศาสนา และปกป้องในหลวงเราครับ ผมขออนุญาต แปะกระทู้คุณกฤษณะในกระทู้การร่วมทำสมาธิหมู่ครับ และจะขอเพิ่มเติมการสวด คาถา ชินบัญชร และพระคาถาอุปปะสันติ เพิ่มด้วยครับ แต่ให้ทำตามกำลัง และความศรัทธาที่แต่ละท่านทำได้ครับ ถ้าช่วยกันคนละไม้คนละมือแบบนี้ น่าจะผ่อนหนักเป็นเบาได้บ้างครับ ถ้าไม่เกินกฏของกรรมจริงๆ

kananun
01-10-2006, 09:43 PM
วิธีปฎิบัติตัวเมื่อเกิดน้ำท่วม (จากคุณเกษม)
<HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->วิธีปฎิบัติตัวเมื่อเกิดน้ำท่วม (จากคุณเกษม) (http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=51726)

อุทกภัย น้ำท่วม

เกิดจากฝนตกหนังต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน บางครั้งทำให้เกิดแผ่นดินถล่ม อาจมีสาเหตุจากพายุหมุนเขตร้อนลมมรสุมมีกำลังแรง ร่องความกดอากาศต่ำมีกำลังแรง อากาศแปรปรวน น้ำทะเลหนุน แผ่นดินไหว เขื่อนพัง ทำให้เกิดอุทกภัยได้เสมอ

อุทกภัยแยกออกเป็น

น้ำป่าหลาก เกิดจากฝนตกหนักบนภูเขา ต้นน้ำลำธารและไหลบ่าลงที่ราบอย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีต้นไม้ ช่วยดูดซับ ชะลอกระแสน้ำ ความเร็วของน้ำ ของท่อนซุง และต้นไม้ ซี่งพัดมาตามกระแสน้ำจะทำลายต้นไม้ อาคาร ถนน สะพาน และชีวิตมนุษย์และสัตว์ได้

น้ำท่วมขัง น้ำเอ่อนอง เกิดจากน้ำล้นตลิ่ง มีระดับสูงจากปกติท่วมแช่ขัง ทำให้การคมนาคมหยุดชะงัก เกิดโรคระบาดได้ ทำลายพืชผลเกษตรกร

คลื่นซัดฝั่ง เกิดจากพายุลมแรงซัดฝั่ง ทำให้น้ำท่วมบริเวณชายฝั่งทะเล บางครั้งมีคลื่นสูงถึง 10 เมตร ซัดเข้าฝั่งทำลายทรัพย์สินและชีวิตได้

การป้องกันและลดความเสียหายจากอุทกภัย


ติดตามฟังข่าวอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา
เมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้อพยพ ควรรีบอพยพไปอยู่ในที่สูง อาคารที่มั่นคงแข็งแรง ทั้งคนและสัตว์เลี้ยง
ถ้าอยู่ที่ราบให้ระมัดระวังน้ำป่าหลากจากภูเขาที่ราบสูงลงมา กระแสน้ำจะรวดเร็วมาก ควรสังเกตเมื่อมีฝนตกหนักติดต่อกันบนภูเขาหลายๆ วัน ให้เตรียมตัวอพยพขนของไว้ที่สูง
ถ้าอยู่ริมน้ำให้เอาเรือหลบเข้าฝั่งไว้ในที่จะใช้งานได้เมื่อเกิดน้ำท่วม เพื่อการคมนาคม
ควรมีการวางแผนอพยพว่าจะไปอยู่ที่ใด พบกันที่ไหน อย่างไร
เมื่อมีกระแสน้ำหลาก จะทำลายวัสดุก่อสร้าง เส้นทางคมนาคม ต้นไม้ พืชไร่ได้ ให้ระวังกระแสน้ำพัดพาไป
อย่าขับรถยนต์ฝ่าลงไปในกระแสน้ำหลาก แม้บนถนนก็ตาม
อย่าลงเล่นน้ำ อาจพบอุบัติภัยอื่นๆ อีกได้
หลังจากน้ำท่วมจะมีขัง จะเกิดโรคระบาดในระบบทางเดินอาหารทั้งคนและสัตว์ ให้ระวังน้ำบริโภค ควรสะอาด ต้มสุกเสียก่อนที่มาhttp://www.bloggang.com/viewblog.php?id=embracingislam&group=60 (http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=embracingislam&group=60)


เพิ่มเติม
ตอนนี้ถ้าเป็นไปได้
- ให้เอาเอกสารสำคัญใส่ไว้ในถุงพาสติกกันน้ำ เอาไว้ที่สูงสุดของบ้าน
- น้ำสะอาด
- เตรียมอาหารแห้ง
- ไฟฉาย หรือ อุปกรณ์กำเนิดแสงไฟ (อันนี้สำคัญ) - กรณีถ้าไฟฟ้าขัดข้องทั้งเมืองอย่างกรุงมะนิลาที่ผ่านมา
- ยาแก้ท้องร่วง ยาแก้เท้าเปื่อย ยาแก้แพ้ คลามาย (และยาสามัญประจำบ้าน)
- รถ ถ้ามีที่สูงควรเอาไปจอดไว้ในที่สูงที่คิดว่าน้ำท่วมไม่ถึงก่อน

ถ้าใครมีอะไรเพิ่มเติมช่วยเขียนมาด้วย

เกษม
01-10-2006, 10:17 PM
แนะนำอาหารที่ควรเก็บกักตุนเอาไว้ยามเกิดภัยพิบัติ



http://www.ku.ac.th/kaset60/ku60/image/protene1.jpg

จากคำทำนายต่าง ๆ ที่ผมได้รับรู้มาก็จะกล่าวไว้ตรงกันว่า เมื่อสงครามนิวเคลียร์อุบัติขึ้นมาเมื่อไร ก็จะมีการนำอาวุธเชื้อโรคเข้ามาตอบโต้กับฝ่ายที่มีอาวุธที่ร้ายแรงกว่า เพราะอาวุธเชื้อโรคผลิตง่ายใช้ต้นทุนต่ำและให้ผลการทำลายล้าง(ชีวิต) ที่รุนแรงไม่แพ้อาวุธนิวเคลียร์ ในเวลานั้นเชื้อโรคจะแพร่กระจายไปทั่วโลก ทั้งทางอากาศ น้ำ และปนเปื้อนในพืชพรรณธัญญาหารต่างๆ

เมื่อเราบริโภคเนื้อสัตว์ ที่กินน้ำและพืชพรรณธัญญาหารที่มีเชื้อโรคเหล่านี้ ก็จะได้รับเชื้อโรคเหล่านี้เข้าไปด้วย ทำให้เกิดอาการพุพองตามเนื้อตัว และรุกลามไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆ จนถึงแก่ความตายในที่สุด ท่านผู้รู้ถึงเหตุการณ์เหล่านี้จึงห้ามไม่ให้รับประทานเนื้อสัตว์ในช่วงที่เกิดสงครามดังกล่าว

ในเวลานี้ใกล้ช่วงเทศกาลถือศีลกินเจของพี่น้องชาวไทย เชื้อสายจีนพอดีผมจึงขอนำเสนอความรู้เรื่องอาหารเจ ที่เราควรจะเก็บกักตุนเอาไว้บริโภคแทนเนื้อสัตว์ในช่วงเวลาที่เกิดภัยพิบัติ จะได้ไม่ต้องรับเอาเชื้อโรคจากเนื้อสัตว์เข้ามาสู่ร่างกายของเราครับ

มังสวิรัติ หมายถึง การไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ซึ่งตรงกับคำ ในภาษาอังกฤษว่า Vegetarianism มีรากศัพท์มาจากภาษาลาติน คือ Vegetus (เวเจตัส) แปลว่า "สมบูรณ์ดีพร้อม สดชื่น เบิกบาน" มังสวิรัติเป็นที่นิยมกันมาช้านานหลายพันปีแล้ว ส่วนมากผู้ปฏิบัติคือ ผู้อยู่ในศาสนา เช่น ศาสนาเชน ศาสนาฮินดูบางนิกาย ศาสนาโซโรแอสเตอร์ ศาสนาพุทธ และศาสนาอื่น ๆ อีกมาก

ต่อมาได้มีการรวมกลุ่ม เพื่อจัดตั้งสมาคมมังสวิรัติขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1874 ที่เมืองแมนเชสเตอร์ และมีสมาคมในเครือเพิ่มขึ้น เรื่อย ๆ ส่วน ในประเทศไทยที่เห็นเด่นชัดก็คือ ประเพณีกินเจของชาวจีน กลุ่มศาสนาพุทธ และกลุ่มผู้สนับสนุนการกินอาหารมังสวิรัติ คือ ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ รวมทั้งไข่ นม เนย และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เพิ่มขึ้น เรื่อย ๆ จนเป็นที่นิยมแพร่หลายในปัจจุบันนี้

<TABLE bgColor=#b0cdaf border=1><TBODY><TR><TD>ประโยชน์ของอาหารเจและอาหารมังสวิรัติ
สุขภาพจิตดี สร้างกำลังใจ เพราะรู้สึกถึงความเมตตา เพราะ จิตใจลดความรุนแรง และความดุร้ายลง ชีวิตจึงพบความสุข สะอาด และสงบร่มเย็น
ช่วยให้สุขภาพดีมีอายุยืน เพราะทำให้ปราศจากโรคร้าย ต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน โรคเก๊าต์ โรคลำไส้ โรคตับ ฯลฯ เมื่อได้รับอาหารธรรมชาติที่มีประโยชน์
เป็นยารักษาโรคที่ดี เพราะผู้ป่วยที่มีโรคร้ายแรง หรือโรค ประจำตัว หากรับประทานพืชผักผลไม้ และงดเนื้อสัตว์ ก็เท่ากับเป็นการถ่ายถอนพิษของโรคออกจากตัว แพทย์แผนปัจจุบันหลายท่านแนะนำวิธีนี้
ให้พลังเย็น หมายถึงการเพิ่มพละกำลังจากฟรุคโตส ในพืชผัก ผลไม้ ซึ่งเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย
ประหยัด สามารถช่วยโลกประหยัดได้อย่างดีที่สุด เพราะเคย มีคนคำนวณได้ว่า คนที่กินสัตว์ต้องใช้พื้นที่ทำกันถึง 5 ไร่ ในขณะที่คนกินมังสวิรัติหรือเจใช้พื้นที่เพียง 1 ไร่ครึ่งเท่านั้น ถ้าเปรียบเทียบพื้นที่ 1 ไร่ เท่า ๆ กัน ให้ปลูกพืชถั่วเหลือง 1 ไร่ เลี้ยงวัว ควาย ไก่ ฯลฯ อีก 1 ไร่ แปลงที่ปลูกถั่วเหลือง จะได้โปรตีนมากกว่าเนื้อสัตว์ถึง 8 เท่าส่วนประกอบของอาหารเจและมังสวิรัติ
โปรตีนเกษตร หรือโปรตีนถั่วเหลือง ทำจากแป้งถั่วเหลือง ปราศจากไขมัน มีคุณค่าทางอาหารสูง ราคาถูก เก็บง่ายไม่ต้องใส่ตู้เย็น ใช้สะดวก ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้หลายชนิด ปัจจุบันมีหลายรูปแบบ เช่น
ชนิดใหญ่พิเศษ ใช้ใส่แกงเขียวหวาน พะโล้ สะเต๊ก น้ำตก ฯลฯ
ชนิดเกล็ดขนาดกลาง ใช้ผัดกระเพรา แกงเขียวหวาน แกงเผ็ด ผัดพริกขิง ฯลฯ
ชนิดเกล็ดขนาดเล็ก ใช้ทำลาบ แทนเนื้อหมูหรือหมูสับ
ชนิดป่นละเอียด ใช้ทำขนมจีนน้ำยา แกงเลียง ซุป ฯลฯ ช่วยผสมในน้ำแกง ทำให้น้ำแกงข้นขึ้น
เต้าหู้ เป็นผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง มีหลายชนิด เต้าหู้ขาวชนิดแข็ง เต้าหู้ขาวชนิดอ่อน เต้าหู้เหลืองชนิดแข็ง เต้าหู้เหลืองชนิดอ่อน เต้าหู้หลอด ฟองเต้าหู้ เป็นอาหารที่มีสารอาหาร ประเภทโปรตีน และสารอาหารอื่น ๆ ครบถ้วน ย่อยง่าย ไม่มีคอเลสเตอรอล
ข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ประกอบด้วยโปรตีน 7-12% มีวิตามิน และแร่ธาตุมากกว่า 20 ชนิด มีกากใยสูงช่วยในการขับถ่าย ป้องกันโรคเหน็บชา โรคปากนกกระจอก บำรุงสมอง ช่วยให้กระดูกแข็งแรง ป้องกันโรคโลหิตจาง
เห็ด ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้ และเป็นแหล่งโปรตีนที่มีรสดี เห็ดมีหลายชนิด และมีกรดอะมิโนรวมทั้งวิตามิน แร่ธาตุหลายชนิด เป็นอาหารปราศจากแป้ง มีแคลอรีต่ำ ย่อยง่าย นอกจากจะใช้แทนเนื้อสัตว์แล้วเห็ดยังสามารถใช้แทนผักได้ มีรสอร่อยดีอีกด้วย เห็ดมีหลายชนิด เช่น เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดหอม เห็ดหูหนูดำ ฯลฯ แต่ เห็ดหอม เป็นเห็ดที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารเจ เพราะปรุงได้หลายอย่าง มีขายทั้งชนิดต่างแห้ง และชนิดสด เห็ดหอมส่วนใหญ่จะนำเข้าจากต่างประเทศ แม้จะปลูกได้ในประเทศไทย แต่ก็ยังมีปริมาณน้อย และคุณภาพยังไม่ดีเท่าของต่างประเทศ
ถั่วเหลือง เนื่องจากถั่วเหลืองเป็นพืชที่มีโปรตีนมาก จึงใช้แทนเนื้อสัตว์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ในถั่วเหลืองยังมีวิตามิน และแร่ธาตุอื่น ๆ ด้วย ถั่วเหลืองมีไขมันที่ไม่อิ่มตัว ช่วยละลายคอเลสเตอรอล มีธาตุเหล็กสูง จึงช่วยบำรุงโลหิต บำรุงประสาท ป้องกันโรคตับและช่วยละลายนิ่วในถุงน้ำดี ถั่วเหลืองที่ใช้ในอาหารเจ มีทั้งใช้เป็นส่วนผสมโดยตรง หรือแปรรูปเป็นอย่างอื่น เช่น เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ โปรตีนเกษตรชนิดต่าง ๆ ฯลฯ
แป้งหมี่กึง ทำจากแป้งสาลี โดยการนวดแป้ง 3 กิโลกรัม กับน้ำ 3 ถ้วย นวดประมาณ 5 นาที พอแป้งปั้นเป็นก้อน แล้วนำไปล้างน้ำ ทำอย่างนี้ 8 ครั้ง จนเหลือแต่กากแป้ง ซึ่งจะมีความเหนียมนุ่มคล้ายเนื้อสัตว์ การทำแป้งหมี่กึง อาจเป็นเรื่องยุ่งยากสักหน่อย แต่ในปัจจุบันนี้แป้งหมี่กึงมีขายทั่ว ๆ ไป เพียงแต่หาซื้อแป้งหมี่กึงมาแล้วผสมกับน้ำ ปรุงรสตามต้องการ หมักทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง ก็สามารถนำมาประกอบอาหารได้ และถ้าต้องการความสะดวกกว่านี้ หมี่กึงสำเร็จที่ทำเป็นลูกชิ้น กุ้ง ปลาหมึก ไส้หมู หมูแดง เป็ดพะโล้ เป็ดย่าง ฯลฯ ก็ยังมีขาย โดยเฉพาะแถวตลาดเก่าเยาวราช
ทั้งนี้เพราะผู้คนทั่ว ๆ ไปหันมานิยมรับประทานอาหารเจเพิ่มขึ้น เครื่องปรุงเครื่องใช้ในการทำอาหารเจ จึงมีให้เลือกซื้อมากมาย หมี่กึงสำเร็จจึงเป็นการพัฒนาการอีกอย่างหนึ่งของอาหารเจ
เมล็ดพืช ประกอบด้วยไขมันที่มีประโยชน์ มีโปรตีนประมาณ 20% พร้อมทั้งเกลือแร่ และวิตามินมาก เช่น ฟอสฟอรัส วิตามิน เอ ซี และอี มีประโยชน์ในการป้องกัน และลดความเสี่งต่อการเป็นมะเร็ง เมล็ดพืช มีหลายชนิด เช่น เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เมล็ดแตงโม เม็ดบัว ถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ เช่น มะม่วงหิมพานต์ เมล็ดอัลมอนด์ วอลนัท เกาลัด ฯลฯ
ผลิตภัณฑ์อาหารมังสวิรัติเพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นที่น่ายินดีสำหรับผู้ที่นิยมอาหารเจ และอาหารมังสวิรัติ เพราะมีบริษัทในประเทศไทยชื่อบริษัท นูทรีชั่น เฮ้าส์ ผลิตภัณฑ์อาหารมังสวิรัติเพื่อสุขภาพ (ผลิตภัณฑ์ เจ.วี) ในรูปลักษณ์ต่าง ๆ ให้ผู้บริโภคได้มีทางเลือกในการประกอบอาหารเพิ่มขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่มีในท้องตลาดขณะนี้ มีกลิ่น รสอร่อย และมีรูปร่างคล้ายเนื้อสัตว์มาก อาทิ เช่น เบคอน, ปลาหมึก, ปลาสาหร่าย, ปลาเค็ม, ลูกชิ้น, ลูกชิ้นสาหร่าย, ลูกชิ้นเห็ดหอม, เป็ดพะโล้รมควัน, ไก่รมควัน, กุนเชียง, ไส้อั่ว, ห่อยจ้อ, ไส้กรอก, หมูไก่-พิซซ่า, หมูแดง, เป็ดย่าง, แคปหมู เป็นต้น</TD></TR></TBODY></TABLE>

ที่มา http://www.elib-online.com/doctors/food_vegetarian1.html

เกษม
01-10-2006, 10:52 PM
แนะนำควรซื้อทองเก็บไว้ก่อนที่จะมีราคาแพง

ทองเป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับ สามารถแลกเปลี่ยนซื้อขายได้ทั่วโลก ในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ทองคำจะเป็นสิ่งที่สามารถใช้แทนเงินตราได้ ไม่ว่าจะยามเกิดศึกสงคราม หรือเกิดภัยธรรมชาติที่รุนแรงต่างๆ โดยที่ยังคงมีค่าไม่เปลี่ยนแปลง ผิดกับธนบัตร หรือตราสารต่างๆ ที่จะลดค่าลงทันทีที่เกิดวิกฤติการณ์เลวร้าย

หากภัยพิบัติตามคำทำนายได้เกิดขึ้นจริง ทองคำจะเป็นเพียงสิ่งมีค่าเพียงสิ่งเดียวที่ทุกคนให้การยอมรับ ใช้แลกเปลี่ยนซื้อขายสิ่งของต่างๆ ที่เราต้องการได้ ในปัจจุบันนี้ราคาทองคำอยู่ที่ราคาบาทละ 10,500.-บาท ซึ่งยังพอซื้อหามาเก็บเอาไว้ได้ หากเกิดศึกสงครามราคาอาจถีบตัวสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

ถ้าหากว่าเกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้นจริงตามคำทำนาย ย่อมทำให้เกิดเศรษฐกิจตกต่ำไปทั่วโลกอย่างแน่นอน ค่าของเงินบาทก็จะร่วงหล่นจนไม่อาจคาดคะเนได้ ซึ่งบางท่านก็เคยทำนายเอาไว้ว่าในตอนนั้น ข้างแกงจานหนึ่งจะมีราคา 5 -600.-บาทเลยทีเดียว ถ้าเราเก็บแต่เงินที่เป็นธนบัตรอย่างเดียว ก็อาจต้องเจอกับค่าของเงินบาทที่ตกต่ำลงได้

คาดการณ์ว่าปี 2549 ราคาทองคำแท่งบาทละ 15,000 บาท

http://www.namchiang.com/images/goldbar8.jpg

ราคาทองคำ คอลัมน์ เศรษฐกิจปราศรัย

นับตั้งแต่ปลายเดือนก.ย.2548 จนถึงต้นปี 2549 ราคาทองคำแท่งจากราคาที่อยู่ระดับบาทละ 8,000 บาทต้นๆ ขึ้นมาเป็นบาทละ 10,650 บาท ส่งผลให้ราคาทองรูปพรรณราคาบาทละ 10,915 บาท หรือขึ้นไปมากกว่า 22% ในระยะเวลาสั้นๆ จากข้อมูลการนำเข้าทองคำในประเทศของกระทรวงพาณิชย์ ในช่วง 2 เดือนแรกของปี (ม.ค.-ก.พ.49) ที่มีมูลค่าเพียง 9,607.2 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปี"48 ที่มีมูลค่าสูงถึง 21,816.7 ล้านบาท

น่าสังเกตว่าการปรับขึ้นของราคาทองคำที่เพิ่มขึ้นกว่า 20% กับตัวเลขนำเข้ามีลักษณะที่ลดลง อาจเป็นความต้องการให้ทองคำขาดตลาดและส่งผลให้ราคาทองคำขยับตัวขึ้นไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน ก็มีกระแสข่าวปล่อยออกมาจากกองทุนต่างประเทศ "โกลแมนแซคส์" ที่ถือหุ้นใหญ่ในกองทุนทองคำโลก (ตลาดลอนดอนและอเมริกา) คาดการณ์ว่าปี 2549 แนวโน้มราคาทองคำตลาดโลกมีโอกาสแตะไปถึง 800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือบาทละ 15,000 บาท

จึงเป็นเหตุให้เกิดกระแสการแห่สะสมทองคำมากขึ้นและส่งผลให้ราคาทองคำสูงขยับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเข้าไปอีก เรื่องดังกล่าว ทางผู้เชี่ยวชาญด้านทองคำต่างออกมาเตือนเรื่องอัตราเสี่ยงของการลงทุน ควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะไม่มีผู้ใดที่จะคาดการณ์สถานการณ์ราคาทองคำได้ถูก ที่สำคัญการซื้อตามผู้อื่น นอกจากจะมีความเสี่ยงสูงแล้วอาจได้ผลตอบแทนการลงทุนไม่คุ้มค่าก็ได้

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด
http://www.tv5.co.th/newss/searnew2.php?transid=14002
<!-- / message -->

Good_oom
01-10-2006, 10:58 PM
ถึงการนั้น ขอทุกคนอย่าตกใจ ควรหาพรรคพวกไว้ จะช่วยเหลือกันได้
และควร ฟังความคิดเห็นของทุกคน ไม่ว่าจะต่างวัยกัน
ช่วยเหลือกันไม่ว่าจะเกลียดกัน
สวดมนต์ก่อนนอน
มีเวรยาม

ผมคิดว่า ถึงการนั้น ที่ที่ปลอดภัยน่าจะเป็นพื้นที่ของทหารนะ
เพราะพวกทหารจะรับมือสถานการณ์ได้พร้อมกว่า ประชาชน

Good_oom
01-10-2006, 11:00 PM
ผมว่า ขนมปัง ฟามเห่า จิ้มนมข้นก็อิ่มแล้วนะ

goodboys
02-10-2006, 02:21 AM
มันก็น่าเชื่ออยู่นะครับที่ทุกคนว่ามาแต่ก็ไม่ควรตระหนกมากนักนะครับเดี๋ยวไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรๆกันพอดีคนที่ทำดี จิตใจดีอยู่แล้วก็ไม่ต้องกลัวอะไรมากหลอกนะครับ

ลีลาวดี
02-10-2006, 05:32 AM
เตรียมตัวตายดีกว่า! ก่อนตายก็เร่งสร้างบารมีกันเถอะ
ทาน ศีล ภาวนา ทำเยอะๆทำให้จริง ถึงตอนนั้นตายก็ไม่เสียชาติเกิด

wit
02-10-2006, 07:28 AM
ขอบคุณคุณ mead และทุกท่านที่ให้คำแนะนำครับ

สายชน
02-10-2006, 07:52 AM
เรื่องสุขอนามัยก็จำเป็นมากครับความสะอาดมาเป็นอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้เพราะอาศัยในที่คับแคบและก็สิ่งคลายเคลียดก็จำเป็นมาก

เกษม
02-10-2006, 08:13 AM
แนะนำสิ่งของจำเป็นเมื่อยามเกิดน้ำท่วม


เรือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยามเมื่อเกิดน้ำท่วม เพราะสามารถพายไปขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น หรือ พายไปช่วยเหลือผู้อื่นได้ ควรหาซื้อเป็นเรือพลาสติกเพราะมีน้ำหนักเบา สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก

ถังน้ำพลาสติก จำเป็นมากเพราะเมื่อเกิดน้ำท่วมระบบการประปาจะใช้การไม่ได้ ไม่มีน้ำดื่ม ไม่มีน้ำใช้ ขาดแคลนน้ำสะอาดอย่างมาก ควรหาซื้อมาเก็บไว้ชั้นดาดฟ้า หรือชั้นบนสุดของบ้าน

น้ำขวด จำเป็นมากเช่นกัน ควรหาซื้อมาเก็บไว้ในบ้าน เพราะเป็นแหล่งน้ำดื่มที่ใช้ดื่มได้ทันที ไม่ต้องต้ม ไม่ต้องกรอง เคลื่อนย้ายได้สะดวก สามารถนำไปช่วยเหลือผู้ที่ขาดแคลนน้ำดื่มได้ทันที

นืเฟร
02-10-2006, 07:54 PM
เดี๋ยวนะ เห็นบอกว่าจะมีภูเขาไฟระเบิดด้วยเหรอครับ ไม่ทราบว่าเอาข้อมูลมาจากไหนเหรอครับ ในประเทสไทยไม่มีภูเขาไฟนะครับ แต่ถ้าเป็นอินโดหล่ะก็ไม่แน่เพราะอินโดนีเซียมีภูเขาไฟที่ยังสามารถปะทุอยู่ได้เยอะที่สุดในโลก

เกษม
02-10-2006, 09:43 PM
ภูเขาไฟในประเทศไทย


http://www.dmr.go.th/board/data/pic/7563.jpg


ปล่องภูเขาไฟลำปางที่จัดได้ว่าเห็นชัดที่สุด ตั้งอยู่ในพื้นที่ต่อเนื่องของอำเภอเมืองและอำเภอแม่ทะ ได้แก่ปล่อง ภูเขาไฟดอยผาคอกจำป่าแดด และปล่องภูเขาไฟดอยผาคอกหินฟู ปล่องภูเขาไฟทั้งสอง ตั้งอยู่ไม่ห่างกัน โดยอยู่คนละฝั่งถนน สายเข้าเหมืองถ่านหินแม่เมาะ การเข้าถึงทำได้โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 11 (ลำปาง-เด่นชัย) ออกจากตัวเมืองลำปางไป 10 กิโลเมตร

ให้เลี้ยวซ้ายเข้าเหมืองถ่านหินแม่เมาะไปถึงระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 2 และ 3 จะมีทางเลี้ยวขวาเข้าวัดเวียงสวรรค์ ให้วิ่งตามทางลาดยางเข้าไป 3.5 กิโลเมตรจะถึงวัด แต่ไม่เข้าวัดให้เลยไปจนสุดถนนซึ่งเป็นลานจอดรถด้านหลัง แล้วเดินขึ้นบันไดซีเมนต์ไปอีกราว 100-200 เมตร ขึ้นไปที่ศาลาชมวิวบนยอดเขา ซึ่งสร้างอยู่บนปากปล่องของภูเขาไฟดอยผาคอกหินฟู ส่วนปล่องภูเขาไฟดอยผาคอกจำป่าแดด ให้ใช้ถนนเข้าเหมืองเช่นกัน ไปจนเลยหลักกิโลเมตรที่ 6 เล็กน้อยจะมีทางแยกซ้ายเข้าสู่เชิงเขาดอยผาคอกจำป่าแดด แต่ที่นี่ไม่มีทางขึ้นเขาเหมือนที่ดอยผาคอกหินฟู จึงขึ้นไปปากปล่องไม่ได้

ชื่อของภูเขาไฟทั้งสองได้มาจากชาวบ้านในบริเวณนั้น เป็นคำง่ายๆ ที่มีความหมายสอดคล้องกับลักษณะของปล่องภูเขาไฟ คำว่า ผาคอก หมายถึงเขาที่มีผากั้นล้อมรอบ หินฟู หมายถึงหินที่มีลักษณะเป็นรอยแตกฟู มีน้ำหนักเบา ลอยน้ำได้ หรือตะกรันภูเขาไฟ (Scoria) ส่วนคำว่า จำป่าแดด เป็นต้นไม้ชนิดหนึ่ง ที่ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากในบริเวณปล่อง ภูเขาไฟทั้งสองลูกนี้สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลจากเส้นทางสายลำปาง-เด่นชัย ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 14 ที่กลางสะพานข้ามทางรถไฟ โดยให้มองไปทางเหมืองแม่เมาะจะเห็นภูเขายาวต่อเนื่องกันตั้งตระหง่านขวางหน้า ให้สังเกตภูเขาลูกเล็กยอดแหลม ซึ่งโดดเด่นกว่าบริเวณข้างเคียงตรงกลางเทือก จุดนี้เป็นจุดแบ่งระหว่างภูเขาไฟดอยผาคอกจำป่าแดดที่อยู่ทางซ้ายและภูเขาไฟดอยคอกผาหินฟู ที่อยู่ทางขวา มีระยะห่างกันในแนวเหนือใต้ เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

ปล่องภูเขาไฟลำปางอีกบริเวณหนึ่ง อยู่ที่บริเวณอำเภอเกาะคา อยู่ห่างจากตัวเมืองลำปางไปประมาณ 32 กิโลเมตร อยู่ในแผนที่ภูมิประเทศ มาตราส่วน 1: 50,000 ระวางอำเภอเกาะคา เส้นละติจูดที่ 19ฐ 0ข 94ขข เหนือกับเส้นลองจิจูดที่ 5ฐ 40ข 100ขข ตะวันออก ปล่องภูเขาไฟนี้มีถนนสายลำปาง-สบปราบ (ทางหลวงหมายเลข 1) ตัดผ่านระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 586 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเส้นทางสายนี้ โดยจะเห็นชั้นหินลาวา (หินบะซอลต์) ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ เนื่องจากปากปล่องภูเขาไฟมีบริเวณกว้าง ลักษณะของพืชหรือต้นไม้คลุมดินมีลักษณะเหมือนๆ กับภูมิประเทศทั่วๆ ไปจึงไม่เป็นที่ทราบว่าบริเวณนั้นเป็นส่วนหนึ่งของปล่องภูเขาไฟ


ประเทศไทยมีซากภูเขาไฟกระจายอยู่เกือบทุกภูมิภาค คือ

• (http://members.thai.net/volcano401/north.htm)ภาคเหนือ พบในเขตจังหวัดลําปาง แพร่ เชียงราย น่าน และอุตรดิตถ์ (http://members.thai.net/volcano401/north.htm)
• (http://members.thai.net/volcano401/west.htm)ภาคตะวันตก พบในเขตจังหวัดตาก และกาญจนบุรี (http://members.thai.net/volcano401/west.htm)
• ภาคกลาง พบในเขตจังหวัดสุโขทัย กําแพงเพชร เพชรบูรณ์ ลพบุรี และสระบุรี (http://members.thai.net/volcano401/center.htm)
• (http://members.thai.net/volcano401/east.htm)ภาคตะวันออก พบในเขตจังหวัดจันทบุรี ปราจีนบุรี ตราด และนครนายก (http://members.thai.net/volcano401/east.htm)
• (http://members.thai.net/volcano401/north_east.htm)ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบในเขตจังหวัดนครราชสีมา ศรีสะเกษ สุรินทร์ (http://members.thai.net/volcano401/north_east.htm) บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี (http://members.thai.net/volcano401/north_east.htm)

ภูเขาไฟที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศมีอายุประมาณยุคไซลูเรียน (435-395 ล้านปีมาแล้ว) ซึ่งส่วนใหญ่กระจายอยู่ในเขตภาคเหนือ ส่วนเขตตอนกลางของประเทศตามแนวต่อระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเป็นภูเขาไฟยุคไตรแอสสิค-เพอร์เมียน (200-280 ล้านปี เป็นส่วนมาก) ภูเขาไฟที่พบในเขตอีสานตอนใต้จะมีอายุอยู่ในยุคเทอเซียรีถึงยุคควาเทอร์นารี ซึ่งเป็นหินบะซอลต์ส่วนใหญ่ ภูเขาไฟที่เป็นหินบะซอลต์จะเป็นภูเขาไฟที่มีอายุน้อย ประมาณช่วงปลายยุค Tertiary-Quaternary (0.44 &plusmn; 0.11-11.29 &plusmn; 0.64 ล้านปีมาแล้ว) ภูเขาไฟหินบะซอลต์นี้มักจะมีโครงสร้างสัณฐานยังใหม่และมีความน่าสนใจทางเศรษฐธรณีอย่างมาก ได้แก่ ซากภูเขาไฟหินบะซอลต์ที่สําคัญในประเทศไทย


ที่มา http://members.thai.net/volcano401/volcano1.htm (http://members.thai.net/volcano401/volcano1.htm)
<!-- / message --><!-- edit note -->

เกษม
02-10-2006, 10:33 PM
จาริกบุญอิสานใต้ โดย อ.ขนมปัง(ตาที่สาม)

http://www1.mod.go.th/heritage/nation/nationalpark/h94.jpg

ขับรถออกมาตามแผนที่ จุดต่อไปที่จะไป คือ "ผาแต้ม" หน้าผาหินโบราณที่มีภาพสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ริมฝั่งโขง เลี้ยวเลาะมาตามโค้งของถนน ที่ค่อนข้างสะอาดและโล่งพอสมควร เห็นทางซ้ายมือ มี หมู่กองหินประหลาด มีป้ายบอก "เฉลียง" จึงเลี้ยวเข้าไป จอด เห็น มีรถจอดอยู่ก่อนแล้ว 3 คัน คงจะเป็นนักท่องเที่ยวเช่นเดียวกับเรา

ออกจากรถลงมายืดแข้งยืดขาต่อ มองเห็น "เฉลียง" ซึ่งก็คือ สภาพธรรมชาติ ของชั้นหินที่ยุบและพังสลายมานานนับ พันนับหมื่นปี ส่วนที่อ่อนก็สลายไป ส่วนที่แข็งก็อยู่ จน คาเป็นรูป เหมือนเห็ดโคนขนาดใหญ่ เป็นหินสองก้อน ซ้อนกัน ก้อนหนึ่งเป็นเสา เป็นแกนตั้ง อีกก้อนหนึ่งเป็นแผ่นแบนเหมือนร่ม คาอยู่ จึงทำให้ดูเป็นของแปลก เขาไปดูใกล้ๆ ลองวัดดูโดยเอาตัวเราเป็นมาตราฐาน ตัวก้านสูงราวๆ 4 เมตร หรือ สองเท่าครึ่งตัวเรา

ทีทางเดินไปรอบๆ บริเวณ เพิ่งสังเกตุว่า ทั่วพื้นที่เต็มไปด้วยเม็ดทรายกลม เกลื่อนไปหมด ในเนื้อหินภูเขาไฟ ก็มีเม็ดทรายเหล่านี้ ฝังอยู่มาก แสดงว่า แถบนี่เคยเป็นท้องทะเลมาก่อน

อิสานเคยเป็นท้องทะเลมาก่อน ขุดลงไปลึกๆ พบเปลือกหอยโบราณอายุนับล้านปี บางพื้นที่ ขุดลงไปเจอเกลือมากมาย จนเกิดการทำเกลือ สินเธาว์ จนบางครั้งน้ำเค็มเข้าไปในนาข้าว จนชาวบ้านทะเลาะกันไม่เลิก พวกหนึ่งจะทำเกลือ พวกหนึ่งจะปลูกข้าว เพราะ นาข้าวกับนาเกลือ อยู่ด้วยกันไม่ได้
และได้ความคิดที่เป็นอนิจจังมาว่า อิสานเคยเป็นทะเล มาได้ ทำไมจะกลับไปเป็นทะเลอีกจะไม่ได้ คิดแล้วเหนื่อยหนา

http://www1.mod.go.th/heritage/nation/nationalpark/h92.jpg


เสาเฉลียง เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ สายลมและแสงแดด มีลักษณะเป็นแท่งหินตั้งขึ้น มีส่วนบนเป็นแผ่นหินวางอยู่โดยไม่ติดกัน มองดูคล้ายดอกเห็ด

http://www1.mod.go.th/heritage/nation/nationalpark/h93.jpg


ผาแต้ม เมื่อดูจากแม่น้ำโขงจะเห็นเป็นหน้าผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติ ในบริเวณที่เป็นหน้าผาจะปรากฏภาพเขียนสีโบราณโดยฝีมือมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เรียงรายตามความยาวของหน้าผาติดต่อกันยาวประมาณ 180 เมตร มีไม่ต่ำกว่า 300 ภาพ ซึ่งเป็นจำนวนภาพเขียนสีโบราณที่มากที่สุดเท่าที่เคยค้นพบในประเทศไทยและในต่างประเทศ


http://www1.mod.go.th/heritage/nation/nationalpark/h90.jpg


ออกจากวัด ของหลวงปู่คำคะนิง เราวิ่งไปตามเส้นทางภายในอุทยาน จน มาที่แห่ง หนึ่ง เห็นเป็นถนน แปลกๆ คือ ไม่ลาดยาง ไม่เทคอนกรีต แต่เป็นหินแผ่น หนาบ้าง บางบ้าง แต่ก็พอเป็นทางวิ่งได้ มองดู ใกล้ๆ ก็เห็นชัดว่า เป็นถนนที่ วิ่งอยู่บน แผ่นหินลาวา หรือ หินละลายภูเขาไฟที่ดับแล้ว ทางเขาทำเป็นวงกลม เข้าทาง ออกทาง เป็นวันเวย์

ไปจอดรถที่หน้าตึก แสดงนิทรรศการ ซึ่งเป็นตึกเตี้ยๆ ในอาคารซีกซ้าย เป็นที่แสดง แหล่งท่องเที่ยว และ ซีกขวาเป็นมุมจัดสำหรับขายของที่ระลึก เชิง โอทอป นิทรรศการที่จัดทำ มีรายละเอียด ของ แหล่งท่องเที่ยวทั้งหมดที่อยู่ใน โขงเจียม และ " ผาแต้ม" ภาพวาดเก่าแก่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ภาพแสดงรายละเอียดและความหมายของแต่ละภาพ มีการแสดงเเส้นทางไปที่หน้าผา ที่มีการวาด เรามองดูแล้ว อยู่ไกลเกินไป เดิน-ไป-กลับ นับเป็น กิโลเมตร เป้าหมายของเราคือวัด เราจึงไม่ไปดูภาพ ที่ หน้าผา

http://kanchanapisek.or.th/kp8/ubn/ubn10101.gif
ลักษณะของภาพที่ปรากฎ
ออกจากตึกที่แสดงนิทรรศการ ทางด้านหลัง มองเห็นลานกว้าง และทิวเขาเตี้ยใกล้ๆ เห็นชัดว่า ทั้งหมดอยู่บนลานหิน ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นภูเขาไฟ และ หินละลายที่เย็นและจับตัวเป็น แผ่นหินหนา แผ่ออกเป็นบริเวณ กว้าง

ภูมิประทศค่อนข้างประหลาด จึงยืนทำจิตให้สงบเพื่อดูว่า มี อะไรบอก เราไหม ยืนนิ่งๆ ได้คำตอบว่า ภูเขาไฟ แถบนี้ เคยระเบิด ครั้งสุดท้ายเมื่อกว่า สองหมื่นปีมาแล้ว และใน วัฏจักร ทุกๆ สองหมื่นปี หรือ สิบเท่าของยุค พระพุทธองค์ จะมีการเปลี่ยนแปลง ระเบิด ขึ้นอีกครั้ง

มีความรู้สึกบอกว่า ขณะนี้ใกล้เวลาเต็มทีแล้ว ที่ ภูเขาไฟในแถบโขงเจียมและอิสานใต้ จะ ปะทุระเบิดให้หินละลายพ่นออกมาอีกครั้ง เป็นครั้งที่ สิบกว่าๆ แล้ว โดยดูจาก ชั้นหินลาวาที่เคยพ่นอกมา อย่าง ซ้ำซาก มองเห็นเป็นชั้นๆ ที่แตกต่างกันไป

อย่างไรก็ดี ถ้ามีการ ระเบิดใหม่ของภูเขาไฟ ก็ไม่น่าจะมีอันตรายใดๆ เพราะเป็นเขตป่าสงวน วนอุทยาน ไม่มีบ้านคนอาศัยอยู่ เวลาภูเขาไฟจะระเบิด จะมีการบอกล่วงหน้า โดยกลุ่มควันที่ปะทุ และการสั่นสะทือนของแผ่นดิน
คัดลอกมาจากhttp://www.thaimisc.com/freewebboard...racha&topic=70 (http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=pimonracha&topic=70)

คนเหนือ ไทยใจจร
03-10-2006, 02:13 AM
ถึงเจ้าของกระทู้ ผมเห็นมีหลายท่าน ที่ถามคุณว่า มันจะเกิดขึ้นมาเมื่อได คุณไม่ตอบ แสดงว่ามันไม่มีความจริง ความจริงต้องตอบได้นะครับ รู้จริงต้องตอบได้นะครับ *****หรือคุณอยากจะได้มีคนเข้ามาอ่านมากๆ เพื่อทำสถิติคนเข้าดูมากที่สุด****
ท่านทั้งหลายที่เป็นชาวพุทธ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง แต่ความตายเป็นของเที่ยง--ฉนั้นชาวพุทธไม่กลัวตายนะครับ ขนาดพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ ท่านตายได้ ตายจากความเป็นคนแล้วไปเกิดที่แดน พระนิพพาน แล้วคนธรรมดาอย่างพวกเราจะรอดตายได้อย่างไรครับ
แต่เราจะตายอย่างชาวพุทธ คือใหว้พระก่อนนอน ทำทาน รักษาศีลให้ครบ ทำอย่างนี้พอตายไปอย่างน้อยเราไป้กิดบนสวรรค์ นะครับ ***คนทุกคนที่เกิดมาบนโลกนี้จะต้องตายกันหมด ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าได้สักคนนะครับ
******เกิดมาแล้วต้องตาย****ทุกอย่างที่มันจะเกิดขึ้นมาเพราะกรรมมันให้ผลนะครับ เราหนีกรรมไม่ได้นะครับ อย่ากังวลให้มาก ตั้งใจทำแต่ความดี นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมขอให้ทุกท่านจงโชกดีนะครับ

เกษม
03-10-2006, 07:40 AM
อันตรายที่มากับน้ำท่วม

http://region6.prd.go.th/image_news/A320.jpg

น้ำท่วม...ลับแล

บ้านเราน้ำท่วมอย่างหนัก มีแต่คนเห็นแก่ตัวเวลาแจกน้ำบ้านเดียวไปหลายรอบแถมเสื้อผ้าที่คนอื่นเอามาบริจาค พอเลือกที่ชอบแล้วที่เหลือก็เอาไปทิ้งข้างถนน ถ้าคนที่ให้เค้ารู้จะรู้สึกยังไง วันที่เกิดเหตุน้ำท่วมตี 3 ไม่มีไฟฟ้าใช้ โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ น้ำประปาก็ไม่มีใช้

ตอนนี้น้ำประปาไม่สะอาด ขุ่นไม่ใส ต้องใช้สารส้ม น้ำท่วมถือเป็นปรากฎการณ์ยิ่งใหญ่รอบปี...น้ำโดนไม้ที่ลอยมาประทะ เพราะช่วยยายเก็บของ มีบ้านที่เสียหายมากกว่าบ้านน้ำอีกพ่อแม่ลูกตายคาที่ ช่วยพี่ขนของอยู่ศพเน่าหลายวันลอยอืดมา เราตกใจ

กลับบ้านน้ำลดช่วงบ่ายมีแต่โคลน ตะขาบ งู มาสารพัด กว่าจะเอาโคลนออกหมดแทบตาย ต้องเข้าโรงพยาบาลไป 7 วัน พึ่งดีกลับมา

...ไม่มีกำลังใจสู้ต่อไป มหาลัยยังไม่เปิดเลย....ต้องเรียนช้ากว่าเดิมอีก แต่ยังไงก็สู้นะ มีคนลำบากกว่าเราอีกมากมายดีที่ไม่แรงมากไม่งั้นน้ำก็คงตายไปแล้ว
<!---


http://images2.narak.com/hot.gif<b>ฝากข่าว จากเว็บน่ารัก หน่อย ด่วนจี๋เลย !!! ใครที่คิดว่า วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2549 ว่างตอนเย็นๆ ละก้อ... มีบัตรชมภาพยนตร์ Bigmama 2 รอบพิเศษ ให้ลุ้นกัน 10 รางวัลๆ ละ 2 ใบ Click !!<b>http://images2.narak.com/hot.gif (http://movies.narak.com/preview/bigmama2.shtml)
-->
By : น้ำ ลับแล Date : 9 Jun 2006 17:12

ที่มา http://board.narak.com/topic.php?No=113659

เกษม
03-10-2006, 08:01 AM
วิธีป้องกัน ตะขาบ งู แบบภูมิปัญญาชาวบ้าน
http://www.siamensis.org/images/survey_images/s046/takab.jpg
http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet4/july8/cobra2.jpg


นางจันที พาวงษ์ ผู้นำหมู่บ้านกุดแสนตอ กล่าวถึงการรับมือน้ำท่วมว่า ต้องหาขวดพลาสติกไว้ให้มากที่สุด เพื่อกรอกน้ำดื่มเก็บไว้ชั้นบนของบ้าน ขณะเดียวกันก็นำมะนาวฝานใส่ตามซอกมุมต่างๆ ของบ้าน ป้องกันงู ตะขาบ หรือสัตว์ร้ายที่มาพร้อมกับน้ำ ที่สำคัญคือ บ้านไหนที่จะอพยพต้องปิดประตู ปิดน้ำประปา สลับคัตเอาท์ไฟฟ้า เตรียมยาและอาหารให้พร้อม และถุงพลาสติกสำหรับขับถ่ายช่วงน้ำท่วม

"ต้องเตรียมเอาไว้เพราะห้องน้ำใช้ไม่ได้ ไม่รู้จะไปเข้าห้องน้ำที่ไหน คนที่อยู่เฝ้าของในบ้านต้องเลือกใช้วิธีนี้ เมื่อก่อนบางคนปล่อยของเสียไปตามน้ำ แต่ถึงเวลาเดินลุยน้ำก็ต้องสัมผัสกับของเสียที่ตัวเองและเพื่อนบ้านปล่อยไว้ หลังจากประสบปัญหาน้ำท่วมมาหลายปี จึงเตรียมถุงพลาสติกไว้ใส่ของเสีย แต่ปัญหาคือ เวลาจะเอาไปทิ้งลงถังขยะของเทศบาลต้องย่องไปตอนดึกไม่ให้ใครเห็นกลัวเขาว่า" นางจันที กล่าว

นายจรูญกล่าวว่า ระหว่างที่สถานการณ์ปกติจะต้องเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้รอรับน้ำท่วมในทุกปี ไม่น้อยกว่า 2,000 บาท เป็นค่าสังกะสี ผ้าใบกันสาด ตะปู และลวด สำหรับปลูกเพิงพักชั่วคราวช่วงฤดูฝน มีบางครั้งพ่อค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าเมื่อเห็นว่ามีผู้เดือดร้อนจำนวนมากที่ต้องซื้อเพื่อไปปลูกเพิง โดยเฉพาะปี 2547 ราคาสังกะสีที่เคยขายฟุตละ 12 บาท ขยับขึ้นเป็นฟุตละ 13.50 บาท หากจะซื้อมาเก็บไว้ก่อนก็ไม่มีที่เก็บ รวมทั้งมีความหวังในใจลึกๆ ว่า ปีนี้น้ำอาจไม่ท่วม

"พอฝนตกปุ๊บนั่งลุ้นเลย ต้องเอาของจำเป็นเก็บไว้ที่สูงในบ้าน ถ้าน้ำท่วมถึงชั้น 2 ก็ย้ายออกไปปลูกเพิงอยู่ปากทางเข้าหมู่บ้าน พวกของที่ไม่ได้ใช้ก็ใส่ถุงเก็บไว้ใต้หลังคา แต่ถ้าน้ำท่วมถึงก็เปิดหลังคาบ้านเอาเรือไปขนของออกมา ระหว่างนั้นก็ต้องคอยฟังพยากรณ์อากาศ ถ้าบอกว่าฝนตกที่อุบลฯ ไม่เป็นไร เพราะน้ำฝนจะไหลออกแม่น้ำมูลหมด แต่ถ้าบอกว่าฝนตกหนักที่ จ.ยโสธร หรือ จ.ร้อยเอ็ด ให้เตรียมตัวได้เลย ไม่เกิน 3 วันน้ำต้องไหลมาถึงอุบลฯ" นายจรูญกล่าว

ที่มา http://www.teenzaa.com/new/show.php?Category=new&No=71

mead
03-10-2006, 09:50 AM
ตอบคุณคนเหนือไทยใจจร ครับ...
ผมว่าผู้ที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้แล้ว ได้รับข่าวสารแล้ว น่าจะโชคดีกว่าคนอื่นๆที่ยังไม่ได้อ่านนะครับ..จะได้มีสติรู้เท่าทันเหตุการณ์ ถึงจะเกิดหรือไม่เกิดก็เถอะครับ..แต่ขอแนะนำว่า...

1.อยู่กับปัจจุบัน
2.ไม่วิตกจริต

การอยู่กับปัจจุบันก็คือ รู้สถานการณ์และการกระทำในอดีต? รู้แนวโน้มของสถานการณ์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร ทิศทางไหน? การหูไว ตาไว ระมัดระวัง รอบคอบ และการสังเกตภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลกด้วย แล้วก็อย่าเพิ่งปฎิเสธ ว่าไม่จริ๊ง ไม่จริง ไม่เกิ๊ด ไม่เกิด ...

เพราะเราส่วนมากก็ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเหตุการณ์จะรุนแรงที่สุดวันไหน และมาถึงเราวันไหน มันไม่ใช่หน้าที่ของเราครับ...(กลับไปอ่านได้ที่หน้าก่อนนี้นะครับ เป็นmessageไม่ใช้คำทำนาย..)

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันไม่มีทางเกิด...ในเมื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายต่อหลายท่าน พระโพธฺสัตว์หลายต่อหลายองค์ ก็บอกกล่าวเรื่อยมาว่า ปัจจุบันมนุษย์ยากจะเยียวยาแล้ว..ใช่ครับ มันอาจไม่เกิดได้ถ้า..มนุษย์ส่วนมากกลับใจสู่ทางบุญได้กันหมด..

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริง ไม่เคยหลอกมนุษย์ มีแต่มนุษย์ล่ะครับที่ชอบหลอกตัวเอง...
ควรจะฟังหู ไว้หู ดีกว่าไหมครับ..(เรามีตั้งสองหู เป็นสัจธรรมครับ..)

noi
03-10-2006, 12:21 PM
ค้นพบหนังสืออินทร์ตกเทพทำนาย โดยคัดย่อ
หนังสือใบลานสี ได้เก็บรักษาสืบทอดมา จากวัดแห่งหนึ่ง ในแขวงอัตตะปือ (ประเทศลาว) ข้าพเจ้าได้รับรู้จากพระ อาจารย์ ผู้ทรงศีลองค์หนึ่งเผยแผ่ให้ เลยเกิดศรัทธาเสียสละทรัพย์ส่วนตัว พิมพ์แจกจ่ายมายังญาติพี่น้องชาวพุทธ ทั้งหลาย เพื่อเป็นการกุศลและเพื่อพิจารณญาณด้วยตนเอง ถึงเหตุการณ์มหันตภัยของโลกาภิวัฒน์ ซึ่งจะบังเกิดขึ้น ตามพุทธทำนายไว้ว่าดังนี้
โส ชัง ชน โทโพโส อินโทกรุณา
พระอินทร์ พรหม ยมราช ได้สั่งไว้ว่า ถ้าบุคคลใดได้รู้แล้วจงรีบร้อนบอกเล่าสู่กันฟัง หรือพิมพ์แจกจ่าย ตามกำลัง ศรัทธา จะเกิดมหากุศล ช่วยท่านให้หลุดพ้นจากภัยพิบัติทั้งหลายทั้งปวง ถ้าบุคคลใดไม่เชื่อมั่น ตามคำสอน ของ พระพุทธเจ้าจะเกิดเดือดร้อน
ในปีจอ ขึ้น 4 ค่ำผู้มีบุญจะลงมาเกิด พร้อมหนังสือใบลานฉบับนี้ ถ้าไม่มีอยู่ในบ้านเรือนบ้านช่องของผู้ใดจะมีพวกผี ปีศาจร้าย เข้าทำลายอย่างแน่แท้
ในปีจอต่อปีกุน ยามเดือนหงาย จะเกิดมีงูพิษอยู่บนหัวกัดฉกให้ตาย และฝูงชนทั้งหลาย จะเกิดเดือดร้อน หลายประ การ เช่น
ทุกข์ยากร้อน เพราะศึกสงครามบ่แล้ว ทุกข์ยากร้อน เพราะมีคนตายตามทุ่งไร่ทุ่งนา
ทุกข์ยากร้อน เพราะน้ำและไฟ ทุกข์ยากร้อน เพราะไม่มีผู้เฒ่า
ทุกข์ยากร้อน เพราะไม่มีใครจะดูใคร ทุกข์ยากร้อน เพราะไปต่างประเทศไม่สะดวก
ทุกข์ยากร้อน เพราะอดข้าวปลาอาหาร ทุกข์ยากร้อน เพราะนอนไม่หลับ
ทุกข์ยากร้อน เพราะผัวเมียไม่เห็นหน้ากัน
ในปีจอนี้เมืองเวียงจันทน์ จะมีองค์ฤาษีทองคำสิกขาลาบวชออกมาเป็นพ่อค้าในปีจอขึ้น 8 ค่ำ ห้ามไม่ให้ตัก น้ำอาบ น้ำกิน ตามห้วยหนองคลองบึงหลังพระอาทิตย์ตกดิน (ก่อนมืดค่ำ) พญายมราชจะนำเอายาพิษพ่นมาใส่โลกมนุษย์
ในปีจอเมืองกรุงเทพฯจะแตกพังทลายตอนเวลาไก่ขันพระแก้วมรกตหัวเมืองเชียงใหม่เม็ดข้าวใหญ่ จะได้กลับคืนสู่ เมืองเวียงจันทน์
นี้คือ พระคาถาขององค์อินทร์ พรหม ยมราช ได้เขียนลงในใบลาน จงรักษาเก็บไว้ให้ดี เพื่อช่วยให้รอดพ้น จากภัย พิบัติ ในยามเกิดเหตุการณ์มหันตภัย พระคาถาได้เขียนไว้
ปะโต เมตัง ปะระชิวินัง สุขะโต จุติ จิตตะ เมตตะ นิพพานัง สุขะโต จุติ
พระคาถาข้อนี้จะเขียนลงใส่ใบลาน แผ่นทอง หรือแผ่นผ้าก็ดีให้ติดไว้บนประตู ห้องเรือน หรือรถราพาหนะ หรือ - พันหัวไว้ในยามเกิดเหตุการณ์จะช่วยให้รอดพ้นภัยอันตราย ในกาละเวลานี้เทพเจ้าเหล่าเทวดาผู้คุ้มครองรักษาเหล่า มนุษย์โลก ได้ไปกราบทูลต่อพระอินทร์ว่า มนุษย์โลกทำกุศลผลบุญ (ความดี) เพียง 3 ส่วน และทำบาปกรรม (ความ ชั่วร้าย) ถึง 10 ส่วน เมื่อเป็นเช่นนี้พระองค์อินทร์จะได้ลงโทษกับมนุษย์โลก ถึง 9 ข้อนับตั้งแต่ ปีจอ ถึง ปีกุน คือ
จะให้เกิดพายุลมแรง แผ่นดินไหวหวั่น จะให้เกิดสารพิษต่างๆ (อากาศ - อาหาร เป็นพิษ)
จะให้เกิดไฟไหม้ (อัคคีภัย) จะให้เกิดกาฬโรคต่าง ๆ (พยาธิร้าย)
จะให้เกิดน้ำท่วม (อุทกภัย) จะให้เกิดอด ข้าว ปลา อาหาร
จะให้เกิดฟ้าฝ่า จะให้เกิดอาฆาตฆ่าฟันกันเอง สำหรับคนใจบาป
จะให้เกิดร้อนมาก หนาวมาก
มหันตภัยทั้ง 9 อย่างนี้ จะรอดพ้นเฉพาะคนใจบุญ คนที่ปฎิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น รู้แล้วจงบอกต่อ กันไป ให้รีบเร่งทำแต่ความดีมากกว่าทำบาปกรรมชั่วร้าย ถ้าผ่านปีจอ ปีกุน ไปแล้วทุกคนพร้อมทั้งลูก หลาน เหลน จะได้รับความสุขสบายกันทั่วหน้า (เวลาเหลือน้อย) ให้ทุกคนเคร่งครัดถือศีล 5 ข้อ

noi
03-10-2006, 12:23 PM
ให้ขยันไหว้พระ ภาวนาให้ทาน เพื่อการกุศล อย่างต่อเนื่อง ศีล 5 ข้อได้แก่ห้ามเบียดเบียนสิ่งมีชีวิต (ทุกชีวิตใครก็รัก)
ห้ามลักเอาสิ่งของผู้อื่นมาเป็นของตน
ห้ามล่วงเกินเป็นชู้คนอื่น เมีย ผัว คนอื่น (ที่มีเจ้าของ)
ห้ามพูดปดหลอกลวงผู้อื่น ในทางที่ไม่ดีซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความแตกแยกสามัคคี หรือสูญเสียทรัพย์ สินเงินทอง
ห้ามดื่มหรือเสพของมึนเมาทั้งหลายทั้งปวง
นอกจากหนังสืออินทร์ตกที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีพระผู้ทรงศีลอีกองค์หนึ่ง ได้พบเห็นเนื้อในอักษรธรรมเขียนจารึกไว้ บนก้อนหินศิลา ที่พึ่งพ้นจากพื้นดิน ในภูผาป่าดงแห่งหนึ่ง ที่พระรูปนี้ได้เดินธุดงค์ วิปัสสนากรรมฐานผ่านไป (ข้าพ เจ้าไม่ขอบอกนามพระ และกำหนดสถานที่อย่างจะแจ้งได้) เพราะได้สอบหาข้อมูลละเอียดแล้วพระผู้ทรงศีลได้กล่าว ว่า
โยมเอย ถ้าไม่เชื่อก็สุดแล้วแต่ดวงจิต เพราะถึงเวลาแล้วที่สวรรค์จะไม่มีความลับ ถ้าโยมเชื่อก็เป็นกุศล ถ้าไม่เชื่อก็เป็น อกุศล รู้เพียงเท่านี้
ข้าพเจ้าจึงขอบอกเล่าสู่ท่านฟังตามคำกล่าวของพระผู้ทรงศีลรูปนี้ว่า
ในปีระกา-ปีจอ และปีกุน เดือน 7–8 จะเกิดเหตุร้ายตามถนนหนทาง เดือน 9-10 คนใจบาปหยาบช้า จะถูกล้างผลาญให้หมดไป มีบ้านก็ไม่มีคนอยู่ มีข้าวก็ไม่มีคนกิน มีทางก็ไม่มีคนเดิน
สุดท้าย พระผู้ทรงศีลยังได้กล่าวเน้นย้ำถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหนังสือ อินทร์ตื่น” ถ้าท่านผู้ใดเชื่อ ศรัท ธา บูชา เคารพกราบไหว้ หรือบนบาน ว่าจะบอกเล่าต่อผู้อื่นหรือลงพิมพ์แจกให้สาธุชนคนทั้งหลายรับรู้ด้วยแล้วท่าน จะปรารถนาสิ่งใดจะได้ดั่งใจนึก พยาธิร้ายที่เบียดเบียนกายก็จะหายขาด
ท่านไม่เชื่อขออย่าลบหลู่เป็นอันขาด
พระอาจารย์ผู้ทรงศีลองค์หนึ่งเผยแพร่บอกกล่าวมา
ข้อมูลจาก http://wadthai.info/topic03.htm

เกษม
03-10-2006, 04:13 PM
รวมเทคนิค/เกร็ดการเดินป่า
(เตรียมพร้อมไว้ใช้ในสถาณการณ์ฉุกเฉิน)

รวมเทคนิค/เกร็ดการเดินป่า (http://www.trekkingthai.com/tips/tips.htm)

อาหารการกิน

การเตรียมอาหารการกิน (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0321)
108 ร้านอร่อยของอุทยานแห่งชาติ (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0728)
108 วิธีพกโปรตีนเข้าป่า (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0002)
108 วิธีหุงข้าวในป่า (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0094)
หุงข้าวด้วยหม้อสนามให้อร่อย (http://www.trekkingthai.com/tip01/tips12.htm)
การใช้หม้อสนาม (http://www.trekkingthai.com/tips3.htm)
108 วิธีหาน้ำในป่า (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0363)
108 สูตรเด็ดบะหมี่ของแค้มป์คุณ (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0099)
108 สูตรเด็ดจากปลากระป๋อง (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=1067)
หาวิธีพกน้ำปลาเข้าป่า (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=1447)
108 ไอเดียการปรุงอาหารโดยใช้ปลาวง (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=1412)
Energy Bar ที่คุณชอบ (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0100)
ไปแค้มปิ้งถ้าไม่ดื่มแอลกอฮอล์กันจะเป็นอย่างไรบ้าง (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0347)
รับกาแฟแบบไหนดีคะ ? (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0533)
การใช้แอลกอฮอล์แข็งหุงข้าว (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0540)
ทำถั่วเขียวต้มน้ำตาลให้สุกไว ๆ (http://www.trekkingthai.com/tips9.htm)
ป้องกันไข่แตก (http://www.trekkingthai.com/tips2.htm)
หาน้ำดื่มจากเครือเถาน้ำ (http://www.trekkingthai.com/tips4.htm)
วิธีป้องกันหม้อ กระทะดำ (http://www.trekkingthai.com/tips6.htm)
วิธีทำแก้วน้ำพลาสติค (http://www.trekkingthai.com/tips8.htm)
ทำเตาจากกระถางต้นไม้ (http://www.trekkingthai.com/tips10.htm)สุขภาพอนามัย

108 วิธีป้องกันทาก (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0006)
สรรพคุณของเสลดพังพอนและรางจืด (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0508)
108 วิธีช่วยคนเป็นลมในป่า (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0067)
ปวดท้อง...ในป่า (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0053)
วันนั้นของเดือน..จะจัดการอย่างไรเมื่อไปทะเล (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0974)
ปัญหาของผู้หญิงเวลาเดินทาง (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=1546)
พืชมีพิษในป่าเมืองไทย (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=1022)
ยาดีแก้เมื่อยหลังเดินป่า (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0287)
น้ำหนักตัวมากไปเดินป่าได้หรือเปล่า (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0894)
เล็บถอดเป็นอาจิณ (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0993)
หนามยอกเล็บ (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=1205)
ประกันอุบัติเหตุในการเดินทาง (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0382)
เข้าป่าควรมีอาวุธป้องกันตัวหรือไม่ (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0396)
เมื่อโดนงูกัด (http://www.trekkingthai.com/tips7.htm)
เรื่องของสลัดได.. (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=1390)
ทำอย่างไรเมื่อเผลอกินเห็ดเมาเข้าไป.. (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=1479)สารพันคำถามป่า / เทคนิคแคมป์ อื่น ๆ

ป่าต้นน้ำ ป่าของคนทุกชนชั้น (http://www.trekkingthai.com/aud/A004/A004.htm)
เพื่อนร่วมโลกชื่อธรรมชาติ (http://www.trekkingthai.com/aud/A005/nature.htm)
ไม่มีอุปกรณ์จุดไฟ,หลงป่าไม่มีเข็มทิศ,กลัวทาก (http://www.trekkingthai.com/aud/A001/A001.htm)
การแกะรอย (http://www.trekkingthai.com/aud/A002/A002.htm)
108 วิธีใช้ประโยชน์จากขวดน้ำโพลาริส (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0035)
108 วิธีก่อไฟกลางสายฝน (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0284)
108 ประโยชน์จากไม้ไผ่ (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=1070)
108 กลยุทธ์ เดินอย่างไรให้ลืมเหนื่อย (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=1324)
เคยหลงป่ากันบ้างไหมครับ (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=1036)
ถ้าหลงป่าจะทำยังไงดี (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0046)
วิธีติดตามช่วยเหลือคนหลงป่า (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0551)
เลือกได้แค่ 3 อย่าง (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0285)
อยู่ในป่ากันได้นานเท่าไหร่ (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0004)
อยู่ในป่าลึกกลัวอะไรมากที่สุด (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0007)
เป็นผู้หญิงเที่ยวคนเดียวยังไงถึงจะปลอดภัย (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0076)
สงสัยว่าเวลาผู้หญิงไปแค้มปิ้งเนี่ย มันยุ่งยากกว่าผู้ชายหรือเปล่า... (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0262)
เมื่อปวดปัสสาวะแต่ไม่อยากออกจากเต็นท์ (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0629)
มือถืออะไรใช้ได้ทุกป่าเขา (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0032)
แฟนพันธุ์แท้เพชรพระอุมา (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0042)
ดูฟ้า ดูดาว ไม่เหงาหัวใจ#1 (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0048)
ดูฟ้า ดูดาว ไม่เหงาหัวใจ#2 (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0097)
หาหนังสือดูดาว (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0826)
ชวนไปได้แค่ 3 คน (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0069)
อยากพาน้องหมาไปเที่ยวด้วย (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0101)
เรื่องประหลาด ๆ ในป่า (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0263)
Top 10 ของยอดเขาสูงเมืองไทย (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0548)
มารยาทแคมปิ้ง (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0539)
ทริปไหนโหดสุด (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0721)
ทะเลหมอกที่ไหนประทับใจที่สุด (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0645)
คุณจะเดินป่าไปถึงอายุเท่าไหร่ ? (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0892)
ถ้าคนที่คุณรักต้องตายในวันพรุ่งนี้ คุณจะเลือกไปไหนกับคุณ (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0910)
น้ำหนักตัวมากเป็นอุปสรรคต่อการเดินป่าหรือไม่ (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0894)
ขี่รถเครื่องไปเที่ยวไกล ๆ (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0898)
กล้อง SLR ที่เหมาะกับการถ่ายรูปตอนท่องเที่ยว (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=1302)
จะเลือกเดินป่าในแบบไหนดี (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0844)
สิ่งที่ไม่ควรทำ เมื่อคุณไปเดินป่า (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0740)
แนะนำท่านที่อยากเป็นหัวหน้าทริป (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=0839)
จำนวนครั้ง (เงิน เวลา กับ trekking) (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=1427)
ค้างคืนในป่า เคยถูกผีหลอกบ้างไหม (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=1441)
สุนัขเดินป่า (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=1467)
ซื้อแผนที่ทหารได้ที่ไหนบ้าง (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=1502)
กลางวันทากชุม กลางคืนผีชุม (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=1488)
ค่ำคืนอันแสนสุข (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=1493)
มีเงิน 600 บาทไปไหนได้มั่งค่ะ (http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=travel&content=1471)ที่มา http://www.trekkingthai.com/technique.htm (http://www.trekkingthai.com/technique.htm)

kananun
03-10-2006, 04:38 PM
ขออนุญาตตอบคุณ เหนือไทยใจจรครับ
ผมตอบไปในหลายๆกระทู้แล้วว่า ให้มีสติ และอย่าประมาท
1.การเกิดภัยพิบัตินี้เป็นไปตามเหตุตามปัจจัย กล่าวคือ เมื่อมนุษย์เสื่อมจากศีลธรรม และทำร้าย ทำลายธรรมชาติ จึงทำให้เกิดผลของกรรมย้อนกลับมาที่ตัวมนุษย์เอง และเป็นผลจากกลไกทางธรรมชาติที่ทำให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ส่วนการเกิดนั้นจะเป็นเมื่อไรนั้น ถ้ามนุษย์ได้สติกลับมาหาศีล หาธรรม เหตุการณ์ก็อาจจะไม่เกิดก็ได้ หรือเลื่อนอกไปจนมนุย์ตายใจหวนกลับสู่ความเสื่อมอีกครั้ง ภัยพิบัติก้อาจเกิดขึ้นฉับพลันจนเตือนใครไม่ได้เลยก็ได้ครับ และอีกประการหนึ่งถ้าอธิบายด้วยเหตุผลของอีกมิติหนึ่ง การเกิดภัยพิบัตินั้นเป็นการกวาดล้างของฝ่ายที่ท่านมีหน้าที่ชำระล้างโลกครับ ให้โลกนี้สะอาดจากคนชั่ว คนมีใจอกุศล คนเป็นมิจฉาทิษฐิ เพื่อรองรับ เวลาที่พระพุทธศาสนาจะเจริญคล้ายสมัยพุทธกาลอีกครั้งหนึ่งครับ ดังนั้นก็เป็นหน้าที่ของพวกท่านที่จะต้องชำระล้างโลกให้สะอาดที่สุด ดังนั้นวันเวลาจึงเป็นความลับด้วยท่านจึงไม่บอกครับ อีกอย่างหนึ่งกาลเวลาเป็นสมมติทางโลกครับ อีกมิติหนึ่งไม่มีเวลาครับ มีแต่เมื่อมีเหตุแบบนี้จึงเกิดผลแบบนี้ เมื่อมนุษย์เสื่อมจากศีลธรรมจึงเกิดภัยพิบัติครับทั้งจากธรรมชาติและมนุษย์ด้วยกันเอง
2.ภัยพิบัติได้เกิดแล้วครับโดยเฉพาะภัยธรรมชาติ เพียงแต่ถ้าไม่เกิดขึ้นกับตัวเองก็ยังไม่รู้สึกว่าเกิดครับ ณ นาทีนี้ พี่น้องชาวไทยหลายคนประสบกับภัยพิบัติแล้ว บางพื้นที่เจอเข้าไปตั้ง ห้าครั้งติดต่อกันครับ ดังนั้นถ้าเขามีความรู้มีข้อมูลในการช่วยตนเองจากภัยพิบัติจะช่วยลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินไปได้ครับ
3.เรื่องเรทติ้งนั้นไม่มีความสำคัญหรอกครับ ความสำคัญนั้นอยู่ที่จิตเจตนาในการตั้งกระทู้มากกว่า ว่าทำไปเพื่อตนเองหรือผู้อื่น การอดหลับอดนอนวันละสัก สามสี่ชั่วโมงเพื่อช่วยชีวิตคนให้ได้ แม้แต่ชีวิตเดียวก็มีคุณค่าครับ แม้เขาคนนั้นอาจจะไม่ได้รู้จักผมเลยว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือการที่ให้กำลังใจท่านที่ทำความดีแม้เพียงนิดเดียวได้ ผมก็ยินดีครับ ถ้าความดีนั้นอาจเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาทั้งชีวิต
4.การที่คุณตั้งจิตไม่ประมาทในความตาย สวดมนต์ไหว้พระทุกคืน นั้นเป็นสิ่งที่ดีครับ สิ่งที่คุณสามารถทำได้ลองเข้าร่วมกิจกรรมสวดมนต์ นั่งสมาธิ ที่ชาวเวบไซท์นี้ได้ช่วยกัน ร่วมกันทำ ร่วมกันปฏิบัติสิครับ เพราะคุณก็ได้ทำเป็นปรกติอยู่แล้ว
5.ผมเองนั้นได้เตือนคนอื่นอีกหลายๆคน แต่ผมเองก็อาจจะตายก่อนเพื่อนเลยก็ได้ครับ แถมเพิ่งจะฝันว่าตายเมื่อไม่กี่วันก่อนนั้นเอง เรื่องทำศพก็จัดการเรียบร้อยมาสิบกว่าปีแล้วครับ ความดีก็พอมีมั่งเล็กๆน้อยๆ ทำตามกำลังของเราไป ขอแค่ไม่ลงนรกก็พอครับ

ทั้งนี้ผมต้องขอกราบขอบคุณในความเสียสละของอีกหลายๆท่านที่ได้เสียสละ เวลา ปัญญา ทรัพย์ ความอดทน ในการให้ข้อมูลกับอีกหลายๆคนที่สนใจ ในเรื่อง นี้ ทั้งคุณเกษม คุณMead คุณมะลิ คุณกฤษณะ คุณเมาเท่น และอีกหลายๆท่านที่ผมไม่ได้เอ่ยนาม ในการให้ข้อมูลเพื่อช่วยเหลือผู้คนให้รอดพ้นจากภัยพิบัติครับ

ถ้าการตั้งกระทู้ของผมเป็นที่ขัดใจ ไม่พอใจ ขุ่นใจของท่านผู้ใด ผมขอกราบขอขมา ได้โปรดงดโทษต่อผมทั้งใน อดีต ปัจจุบันและอนาคต ตราบเท่าพระนิพพานเป็นที่สุดนี้ด้วยเทอญ

Good_oom
03-10-2006, 04:41 PM
http://www.redbulljungleclub.com/images/tips/tip004_01.jpgหม้อสนาม
สารพัดประโยชน์ ต้มน้ำ ต้มอาหาร หุงข้าว เป็นภาชนะ ใส่ อาหาร ใสข้าว
วิธีหุง ใส่ข้าวดิบลงไป เติมน้ำเกินมา ประมาณ 1 นิ้ว แล้ว นำไป ให้ความร้อน โดยการ แขวนแล้ว จุดกองไฟเผา พอเดือดก็ เอามากิน
ได้ข้าวแล้ว ส่วนกับ
นิยมใช้กินกับ ปลากระป๋อง หรือง่ายๆๆ มากๆๆ ครับ ต้ม มาม่า กิน อร่อยด้วย

อิอิ

ขอ เล่นกับพี่ เสมหน่อยเถอะ พี่นี่ ตั่งเว็ป ไซด์ หาข้อมูลได้เลยนะ เก่งจริงอะไรๆ ก็หามาได้หมด ไม่รู้ทำได้ไง เซียนมาก

Good_oom
03-10-2006, 04:48 PM
http://www.newspagedesigner.com/users/2669/Delta%20Force.jpg

ชุดลักษณะ เนี้ยครับ เหมาะ กับการ พจนภัยพิบัติ ที่สุด มีนำ มีหม้อ มีกระเป๋าสัมภาระ มียารักษาโรค พร้อม แต่ไม่ต้องมีปืนนะครับ

kananun
03-10-2006, 07:49 PM
ขออนุญาตเล่าเรื่องน้องแองเจิลนะครับ
น้องแองเจิลเป็นชาวอังกฤษ อายุประมาณ 12-13 ปี มาเที่ยวภูเก็ตกับคุณพ่อคุณแม่ ชื่อจริงของน้องแองเจิล ผมจำไม่ได้ว่าน้องเขาชื่ออะไร แต่ผมอยากที่จะจดจำว่าน้องชื่อแองเจิลสมกับความเป็นนางฟ้าน้อยๆ ของเธอ
ในวันที่เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ น้องแองเจิล มาเดินเล่นที่ชายหาดแห่งหนึ่ง และเห็นน้ำทะเลลดระดับลงเร็วผิดปรกติ น้องแองเจิลเคยได้รับการสอนเรื่องลักษณะการเกิดภัยพิบัติประเภทต่างๆจากโรงเรียนที่อังกฤษ
รวมทั้งการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิด้วย น้องแองเจิลจึงตัดสินใจตะโกนบอกให้ทุกคนที่อยู่บนชายหาดแห่งนั้นรีบขึ้นจากหาดให้เร็วที่สุด ผลก็คือน้องแองเจิลสามารถช่วยชีวิตคนบนชายหาดแห่งนั้นได้ร้อยกว่าคน
ที่เล่าให้ฟังนี้เพราะบางทีข้อมูลข่าวสาร และความรู้ต่างๆที่พวกเราหลายๆคนได้พยายามเผยแพร่ ให้ผ่านตาหลายๆท่านอยู่ตอนนี้ ถ้าถึงเวลาที่มีภัยพิบัติ น้องๆอายุ 15 16 หลายๆคนในเวบนี้อาจได้ช่วยชีวิตอีกหลายๆชีวิตให้ปลอดภัยได้เหมือนน้องแองเจิลครับ ผมเชื่อว่าในวินาทีที่น้องแองเจิลตะโกนบอกให้ทุกคนบนชายหาดวิ่งหนีขึ้นไปที่สูง น้องเธอคงคิดเพียงอย่างเดียวว่าอยากจะช่วยชีวิตคนอื่นให้ปลอดภัยครับ
ยังไงก็ขอโมทนาบุญกับน้องแองเจิลด้วยครับ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆแต่ช่วยชีวิตคนได้เป็นร้อย โดยอาศัยความรู้ ข่าวสารข้อมูล และจิตใจที่บริสุทธ์ครับ

mead
04-10-2006, 10:18 AM
ครับ.ที่คุณคนานันท์เล่าให้ฟังนั้นเป็นตัวอย่างเหตุการณ์นึง...
เพราะ น้องแองเจิล ได้รู้มาก่อนแล้ว มีครูบอกมาแล้วจึงสามารถเอาตัวรอดได้ทัน..การติดตามข่าวสาร
ดูประสบการณ์ของผู้อื่นที่รอดมาเล่าให้ฟัง ว่าเขาทำได้อย่างไร? จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามนะครับ
พยายามเก็บรายละเอียดจากข่าวทาง TVหรือสื่อต่างๆเอาไว้....
เช่น บางทีจะเห็นว่าเวลาพายุทอนาโดมา ในต่างประเทศเขาจะรู้หน้าที่ เขาจะเอาผ้าเทป
แปะหน้าต่างประตูกระจกเป็นรูปกากะบาทไว้ป้องกันเศษกระจกปลิวมาถูกตัว อะไรเหล่านี้ครับ...

สิ่งที่ควรรู้เพื่อที่จะฟันฝ่าวิกฤตไปให้ได้..

1. เพราะเหตุใดมันจึงเกิด..(รู้เหตุที่เกิด)

-ถึงเวลาสิ้นยุค
-จิตวิญญาณถูกจองจำ
-โลกและเอกภพเสียสมดุล
-จิตหยาบ ไม่มี ปณิธานแห่งนิพพาน

2.รู้สถานการณ์โลกปัจจุบัน เพื่อ..

-การตระเตรียมทั้งกายภาพ (ที่คุณเกษมกับเพื่อนๆบอกไว้)
-ตระเตรียมจิตวิญญาณ ( ฝึกมหาสติและการละวางล่วงหน้า)

3. รู้ว่าการขำระ"ระบบโลก" มีขั้นตอนอย่างไร ?

- ภัยธรรมชาติ 49วัน7ราตรี (7วันแห่งการชำระล้าง) 49+7=56 วัน
(ชำระความโดยเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย เบื้องบนเปิดมิติให้)
-หลัง 49 วันไปผ่านพ้นไป จะมีฝนทิพย์โปรยลงมาจากฟ้า เพื่อชำระล้างขยะ ต่างๆไหลลงสู่ทะเล (ชำระโดยเบื้องบน)
-ขั้นสุดท้ายมนุษย์ที่เหลือรอดจะเป็นผู้เก็บกวาดขยะที่ยังคงเหลืออยู่อีกราว 3ปี
(ชำระโดยมนุษย์)

3.สิ่งที่ต้องเผชิญคิออะไรบ้าง..?

-ความอดอยาก ขาดอาหารบริโภค
-ขาดน้ำดื่ม น้ำกิน (เพราะน้ำมีมลพิษไม่สะอาด)
-อาจเกิดสงครามนิวเคลียร์ในเอเชีย (จีน-เกาหลีเหนือ-อินเดีย-ปากีสถาน)
-มนุษย์อาจทำร้ายกันเองในช่วงเกิดภัยวิกฤต
-โรคระบาดต่างๆ ที่มากับฝนและอาหารบริโภค

4.การเปลี่ยนแปลงใหม่ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร?

1.แนวแกนหมุนของโลกทำมุมกับแนวดิ่ง 32 องศา (เอียงเพิ่มอีก 8.5 องศาจากเดิม 23.5 องศา)ทาง NE*
2.แนวแกนแม่เหล็กโลก จะย้ายไปอีก 3องศา (เดิม 11 องศา) + 3องศา
3.ระบบโครงข่ายสนามแม่เหล็ก จะยกตัวสูงขึ้น 60.000 กม.
4.น้ำหนักมวลบนผิวโลกจะลดลง
5.น้ำหนักมวลใต้ผิวโลก จะเพิ่มขึ้น
6.จะไม่มีประจุลบอิสระ หลงเหลืออยู่ในชั้นบรรยากาศ
7.ความเข้มสนามแม่เหล็กโลกเปลี่ยนเป็น 22 เกาส์ (จากเดิม 14 เกาส์)
8.โลกจะหมุนเร็วขึ้นจาก 24 ชม. เป็น 22 ชม.ต่อรอบ

http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=82980&stc=1&d=1151497439


โลกยุคพลังงานใหม่ จะทำแผนที่ใหม่ โลกจะมีฟ้าใหม่ แผ่นดินใหม่จะโผล่ขึ้นมา บางส่วนจะหายไป (เหมือนกระดานหก) มนุษย์จะลดลง ประเทศไทยจะเหลือราว ?...( รีบขจัดผลกรรมให้เหลือไม่เกิน 30%โดยเร็ว)

จะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีผลกรรมมากหรือน้อยแค่ไหน?

วิธีหนึ่งคือ เวลานั่งอยู่กับคนจำนวนมากๆกลางแจ้ง ให้สังเกตดูว่ายุงกัดใครมากที่สุด
แสดงว่าผู้นั้นมีประจุลบอยู่ในเส้นเลือดมาก ผู้นั้นผลกรรมเยอะครับ..

หน้าที่ของยุงก็คือ ช่วยลดประจุลบในเม็ดเลือดแดงของเราให้ลดลง..(อย่าไปตีมันนะครับ..)
ตอนชำระโลกใครมีประจุลบในเม็ดเลือดแดงมาก คนนั้นมีสิทธิ์ปรอทแตกระเบิด
เลือดออกตามปากจมูก..เพราะตอนนั้นเบื้องบนจะส่งพลังด้านบวกลงมาจำนวนมหาศาล
เมื่อบวกเจอกับลบ..จะเกิดอะไรขึ้น..(แรงดันในเส้นเลือดสูง)
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่คนดีมีศีลธรรม จะผ่านวิกฤตไปได้สูงกว่า เพราะวิธีการเช่นนี้ครับ...

(เป็นข้อมูลหนึ่งสรุปจากที่ทราบมานะครับ..)

mead
04-10-2006, 11:47 AM
มีเพื่อนคนหนึ่งในเวปพลังจิต พูดคุยกันทางโทรศัพท์ (เขาขอไม่แสดงตัว)..บอกว่าตัวเขาและอาจารย์ที่จุฬาฯท่านหนึ่ง เป็นคนไทยที่ฝึกพลังจักรวาลจนสามารถติดต่อสื่อสารกับจิตสำนึกแห่งจักรวาลได้...โดยท่านได้ให้ความรู้คำแนะนำต่างๆกับเขาอยู่เสมอในบางโอกาส ซึ่งเขาบอกว่าเขาไม่ใช่คนที่เชื่ออะไรง่ายมาตั้งแต่เด็ก และพิสูจน์ทุกเรื่องก่อนเสมอ..จนตอนนี้เขาเชื่อมั่นแล้วว่าสิ่งนี้เป็นจริง

เขาได้อ่านข้อมูลที่ผมโพสไว้ คงสดุดใจว่าตรงกับข้อมูลที่เขาได้สัมผัสพลังนั้นด้วยตนเอง เลยติดต่อกันมาครับ..

เล่าให้ผมฟังหลายๆเรื่องทั้งแอตแลนตีส อียิปต์ มนุษย์ต่างดาว ที่เขาได้รับอนุญาตให้เห็นภาพเพียงแวปเดียว แต่มีรายละเอียดมาก รวมถึงเรื่องสึนามิ ที่เกิดขึ้นว่าผู้คนเหล่านั้นที่เสียชีวิตไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ...เป็นการชดใช้แลกเปลี่ยนตามที่อาสากันมาครับ (แต่เขาไม่รู้)..

ก่อนเกิดเหตุน้องคนนี้บอกผมว่าทุกๆปีช่วงคริสต์มาส เขาจะสัมผัสพลังความรักที่เข้มข้นมากๆทุกคร้ง แต่ก่อนเกิดเหตุวันนั้นพลังความรักเหล่านั้นได้หายไปหมดจนผิดสังเกต รู้สึกวูบๆหดหู่ใจ..ก็เลยโทรหาอาจารย์ท่านนั้น ท่านก็เล่าให้ฟังว่าขณะทำสมาธิอยู่ก็เห็นภาพท่อพลังงานสีดำขนาดใหญ่ พุงลงมาจากฟ้าลงไปใต้ผิวโลก มุ่งไปทางทิศใต้..แล้ววันรุ่งขึ้นก็เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น...คล้ายๆมีพลังงานดำบางอย่างมาขวางไว้ทำให้คริสต์มาสปีนั้น..กลายเป็นโศกนาฎกรรมไป..

และเขายังได้รับอนุญาตให้เห็นภาพอนาคต ทางตอนเหนืออีกแวปนึง..เป็นภาพแผ่นดินแยกตัวออก กลายเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ เรียกว่า "แม่น้ำฮวงโห 2" น้ำไหลบ่าลงมาอย่างแรงและเร็วครับ..

เขาฝากบอกมาด้วยว่าอยากให้มนุษย์รักกันมากๆ ทำจิตให้เป็นกลางไม่มีเส้นแบ่ง ลดอัตตาลงบ้าง ตัวเขาเองก็ไม่ต้องการมาเกิดที่โลกนี้อีกแล้ว ขอเป็นจิตวิญญาณที่เป็นแบบอื่นดีกว่า เรื่องเงินทองไม่ไช่สี่งที่เขาสนใจ ทำงานแต่เพียงประคองตัวตามสมควรเท่านั้น...

chalida
04-10-2006, 11:50 AM
จะเกิดขึ้นจริง ๆ หรือ แล้วถ้าน้ำท่วมด้วย ห้องสี่เหลี่ยมอย่างนั้นไปจะช่วยอะไรได้ จมทั้งห้องแน่ แถมยังโดนขังอยู่ข้างในอีกด้วย แล้วเหตุการณ์จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่บ้าง กลัวเหมือนกันนะ

Good_oom
04-10-2006, 12:03 PM
อย่ากลัว เลยครับอย่าคิดมาก คิดซะว่ามันเป็นเพียง ความฝัน ถ้าเกิดขึ้นก็ พยายามรอดถ้าไม่เกิดก็ ใช้ชีวิตให้ดีที่สุด ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ส่วนตัวผม ยังไงก็ได้ รับได้ทุกเหตการณ์แต่ถ้ามีคน ตื่นกลัวเกินไป ยังงี้ น้องไม่ปลื้มนะครับ

mead
04-10-2006, 12:21 PM
ไม่ต้องกลัวครับคุณ Chalida เป็นเรื่องของธรรมชาติ ถ้ามันจะเกิดจริงๆก็ต้องยอมรับให้ได้ครับ...ไม่มีใครอยากให้เกิดครับแบบนี้..อ่านดูมากๆครับแล้วจะหายกลัว..เพราะจะเริ่มชินไปเองครับ..
ความกลัวก็คือความรักนั่นล่ะครับ..รีบปล่อยมันออกมามากๆโลกกำลังต้องการครับ..
การกลัวตัวเองหรือโลกบอบช้ำ ก็หมายถึง
-รักตัวเอง
-รักคนรอบข้าง
-รักธรรมชาติ รักโลก..นี่ล่ะครับสิ่งที่โลกต้องการที่สุดขณะนี้..

ส่วนตู้นั่นเอาไว้ชั้นสองบนบ้านครับ ไว้ป้องกันกำมันตภาพรังสีได้พอควร มีเรือไฟเบอร์เก็บไว้สักลำ..

warden_sat
04-10-2006, 02:30 PM
อนุโมทนาครับโผมมม

REdSHirt
05-10-2006, 02:25 AM
การเตรียมรับมือกับภัยพิบัติ สำหรับผู้เริ่มต้น (ฉบับประชาชน คนไม่มีพลังจิต)
1.หาข้อมูล
2.มองโลกในแง่ดี แต่ไม่ประมาท อันนี้ต้องทำกำลังใจให้ถูกน่ะครับ เราคงไม่สุดโต่งว่าจะเกิดแน่ หรือไม่มีทางเกิดแน่ คิดว่าน่าจะรับมือได้ไม่ว่าจะเกิดหรือไม่เกิดคงไม่ถึงกับเสียจริต อย่างน้อยก็มีของมีครู แต่กรณีที่ช่วยไรไม่ได้ตายลูกเดียว ก็ตายสิครับ ไงก็ตายเท่ากันทุกคนอยู่แล้ว หรือถ้าไม่เกิดอะไรก่อนเราแก่ตาย ก็ดีสิครับ เฮงๆ
3.ทำดี ละชั่ว ทำใจให้เบิกบาน
จบ

-----ดูก่อน เพื่อนๆ เหตุใดนำพาท่านทั้งหลายเข้ามาวนเวียนกันอยู่ในนี้ ก็ชีวิตนี้เล่ามีทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ เรื่องเล็กดูเหมือนใหญ่ เรื่องใหญ่แต่ดูเล็ก ก็เพราะเราไม่ใช่หรือที่ให้น้ำหนักตัดสินใจเองกับเรื่องต่างๆ
-----ดูก่อน เพื่อนๆ ก็ด้วยเหตุนี้ล่ะ ท่านจึงเลือกที่จะเข้ามา

หนุมาน ผู้นำสาร
05-10-2006, 08:02 AM
**************
ภัย...กรรมยังไม่จบ
**************

หาก...พระพุทธเจ้า...ยังไม่ปรากฏ
ทุกฝ่าย....ต้องเตรียมรับภัยครั้งยิ่งใหญ่
น้ำท่วมครั้งนี้....คือ "คำเตือน"
คำเตือน คือ "การเตรียมตัวพร้อม"
ต้องรีบศึกษา และ จัดทำ "แผนที่ทางน้ำไหล ประเทศไทย"

เพื่อหาทางป้องกันภัยจาก...
"ภัยแม่น้ำโขงทะลักเข้าทางเหนือของไทย"
เตรียมเส้นทางการอพยพ
เตรียมหาจุดปลอดภัย
เตรียมคลังปัจจัย ๔ และคลังเชื้อเพลิง
เตรียมแผนการที่รอบคอบ และรัดกุม
จัดเตรียมกำลังพลให้รู้หน้าที่
เตรียมระบบการติดต่อสื่อสาร
การประสานงานที่ดี..จะช่วยให้คนไทยรอดเป็นจำนวนมาก
ทหาร ตำรวจ พลเรือน อาสาสมัคร...จะต้องเข้าใจในหน้าที่แห่งตน

อย่ามัว...ประมาท และ หลงระเริง !!!
เวลาปลอดภัยเหลือน้อยมาก !!!

เตือนไว้เมื่อ วันที่ ๕ เดือน ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙

- " หนุมาน ผู้นำสาร " :o

มุ่งเต็มใจ
05-10-2006, 01:15 PM
ผมเคยสวดบทอุปาตะสันติงหลวงบ่อยๆ เคยฟังหมู่สงฆ์สวดที่ลานพระประธานพุทธมณฑล เป็นบทที่ยาวแต่ประสบการณ์ส่วนตัวผมดีมากครับ เมื่อครั้งที่นั่งฟังที่ลานฯเกิดปรากฏการณ์เหมือนในหนังจีนกำลังภายใน มีเสียงสวดซ้ำๆเป็นทอดๆ เกิดขึ้นซ้ายบ้างขวาบ้างจากแหล่งต่างกันเหมือนมีพระสวดมากกว่าที่มีอยู่จริง เป็นบทที่มีจุดประสงค์เพื่อให้บ้านเมืองสงบจากภัยต่างๆฯ

มุ่งเต็มใจ
05-10-2006, 01:56 PM
ผมเคยสวดบทอุปาตะสันติงหลวงบ่อยๆ เคยฟังหมู่สงฆ์สวดที่ลานพระประธานพุทธมณฑล เป็นบทที่ยาวแต่ประสบการณ์ส่วนตัวผมดีมากครับ เมื่อครั้งที่นั่งฟังที่ลานฯเกิดปรากฏการณ์เหมือนในหนังจีนกำลังภายใน มีเสียงสวดซ้ำๆเป็นทอดๆ เกิดขึ้นซ้ายบ้างขวาบ้างจากแหล่งต่างกันเหมือนมีพระสวดมากกว่าที่มีอยู่จริง เป็นบทที่มีจุดประสงค์เพื่อให้บ้านเมืองสงบจากภัยต่างๆฯ(verygood)ครั้งนั้นนานหลายปีแล้ว รู้สึกว่าบ้านเมืองส่อเค้าวุ่นวาย หลังจากการสวด(และสถานที่อื่นก็บำเพ็ญบุญไปตามถนัดกัน) ผมมีความร้สึกว่าบ้านเมืองสงบสุขกว่าที่ควรจะเป็นครับ

ไทร
05-10-2006, 02:10 PM
คุณหนุมานยังไม่เลิกอีกหรือครับ

ทำให้คนเขาตกอกตกใจไปเปล่า ๆ ทายนายกก็ผิดมาทีหนึ่งแล้ว บอกว่าคุณศุภชัยจะได้ กลายเป็น พล.อ.สุรยุทธ์ ทายล่วงหน้าแค่วันเดียวก็ยังผิด แล้วอย่างอื่นจะให้เชื่อถือได้อะไรอีกล่ะครับ

http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=43313&page=6 (ดูความคิดเห็น #170)

ขอโทษด้วยนะครับ ถ้าทำให้ขัดใจ เข้าใจละครับว่าคุณหนุมานมีเจตนาดี ต้องการเตือนเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมโลกให้ระวังภัย แต่ถ้าฝืนทำนายทั้ง ๆ ที่ก็มีหลักฐานให้ทราบชัดเจนว่าสิ่งที่คุณหนุมานรับรู้มานั้น เชื่อถือไม่ได้ ก็ไม่น่าจะออกมาป่าวประกาศอย่างนี้ หลายคนแล้วที่ออกมาทำนายเรื่องอนาคต ส่วนใหญ่รวมทั้งคุณหนุมานด้วย ก็ได้ผลออกมาทำนองนี้แหละครับ

เลิกเถอะครับ

เกษม
05-10-2006, 02:44 PM
วิธีเอาชนะความกลัว
คัดลอกมาจาก http://www.dmc.tv/forum/lofiversion/index.php/t2729.html

เพียงพอ
18/2/2006 13:52

ผมอยากทราบว่า เวลาพวกพี่ๆ ทั้งหลายเกิดความกลัวขึ้นมา แต่ละคนๆ จะมีวิธีเอาชนะมันอย่างไร ช่วยแสดงความคิดเห็นหน่อยนะ เพื่อจะได้มีคนนำไปใช้

ideal
18/2/2006 13:55


ต้องสู้ ต้องสู้ ถึงจะชนะ


extra
18/2/2006 13:57


1. ยอมรับว่าเรามีความกลัวเกิดขึ้น
2. หาเหตุของความกลัวนั้น
3. หาแนวทางดับเหตุของความกลัวนั้น
4. ทำการดับเหตุนั้นด้วยความอดทนและต่อเนื่อง


สิริปโภ
18/2/2006 14:05


พระพุทธเจ้าท่านว่า เมื่อกลัวสุดๆ ก็ต้องพูดกับตนเองว่า เป็นไงเป็นกัน ตายเป็นตาย จะกลัวอะไร อย่างมากก็แค่ตาย


I cAn AlwayS MakE U SmilE
18/2/2006 14:28


ผมเอาใจวางไว้ที่ศูนย์กลางกายครับ เอาฐานที่ 7 เป็นที่พึ่งน่ะครับ


gioia
18/2/2006 17:10


ส่วนตัวใช้วิธีนี้ค่ะ
แล้วพอใช้บ่อยๆ ก็จะเลิกกลัวไปเอง คือ
ตั้งสติก่อน เมื่อรู้ว่าเราเป็นที่พึ่งแห่งตนไม่ได้
ก็เริ่มอาราธนาบุญบารมีกำลังฤทธิ์ ของปูชนียาจารย์ของเราค่ะ คือ
หลวงปู่วัดปากน้ำ หลวงพ่อ และคุณยายอาจารย์ รวมทั้งบารมีธรรมของหมู่คณะทุกท่านขอให้มารวมกำบุญของเราที่สั่งสมมาดีแล้ว ขอให้มาช่วยเราด้วยเถิดคิดซ้ำๆ คิดให้มั่นคงและคิดอย่างมั่นใจค่ะ ต้องมั่นใจเต็มที่ด้วยค่ะ แล้วกำลังใจจะมา และหายกลัวไปเอง ลองดูค่ะ อย่าให้ใจห่างจากศูนย์กลางกายเพราะที่นั่นเป็นที่ปลอดภัยที่สุดค่ะ


streamdharma
18/2/2006 20:03


ก่อนอื่นเลยกลัวในที่นี้ที่หมายถึงนั่นคือ กลัวอะไรกันค่ะ
ถ้าอยู่ตัวคนเดียวเกิดกลัว ก็คิดว่ากลัวไปก็ช่วยเราไม่ได้อ่ะค่ะ เอาไงเอากันลุยอย่างเดียว ระหว่างลุยใจก็ไปอยู่ ณ ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ดค่ะ เพื่อตั้งสติของเราไว้ตลอดดเวลา อีกอย่างคือ ด้านได้อายอดอ่ะค่ะ สำหรับความกลัวที่ต้องเผชิญคนเดียว


นิ่งๆ นุ่มๆ
18/2/2006 21:30


คิดถึงบุณ พระนิพาน หลวงปู่ หลวงพ่อ คุณยาย แล้วก็บุญที่ตัวเองทำมาค่ะ แล้วพยายามบอกตัวเองว่า ไม่ต้องกลัว พระนิพานดูแลอยู่ ความกลัวอาจจะไม่หายจนหมดสิ้นแต่ก็ลดลงเยอะค่ะ ทำให้มีสติขึ้นมาก มีแรงสู้


รัศมีกำลังฤทธิ์
18/2/2006 22:32


ต้องถามว่ากลัวเรื่องอะไรล่ะครับ สมมตินะครับถ้ากลัวตายเพราะเราเป็นเจ้าหน้าที่ที่ทำอย่างสุจริตยุติธรรม และได้ไปขัดผลประโยชน์กับผู้มีอิทธิพลอย่างนี้ เราต้องคิดว่าเป็นการสร้างบารมีครับ อย่างนี้ก็เป็นการบำเพ็ญปรมัตถบารมีขั้นเอาชีวิตเป็นเดิมพันครับ

สรุปว่าความสกลัวเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเอง จริงๆ ครับ เราต้องนึกถึงบุญบารมีเป็นที่ตั้ง ดูอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสิครับ ท่านไม่กลัวอะไรเลยซักอย่างเดียว เพื่อปรารถนาพุทธภูมิอย่างเดียว


หัดฝัน
19/2/2006 22:20


วิธีเอาชนะกลัวคือ ความรู้ครับ เหมือนเราเดินไปในที่สลัวๆ มองเห็นทางข้างหน้าไม่ชัดเจน เราไม่รู้ว่า ว่าทางข้างหน้ามีอะไรบ้าง เราย่อมกลัว แต่เมื่อใดก็ตามที่เราเปิดไฟให้สว่างขึ้น มองเห็นทางข้างหน้าชัดเจน รู้ว่ามีอะไรอยู่บ้าง ความกลัวจะหายไปทันที

เช่นเดียวกัน เมื่อมนุษย์ไม่รู้ความจริงของชีวิต มนุษย์ย่อมกลัว ความล้มเหลว แก่ เจ็บ ตาย แต่เมื่อมนุษย์รู้ความจริงของชีวิตเมื่อไหร่ ว่าทำอย่างไรจะไม่ล้มเหลว ก็จะสำเร็จทุกอย่างตลอดไป

เมื่อนั้นมนุษย์จะไร้ความกลัว นั่นคือ ศึกษาคำสอนในพระพุทธศาสนานั่นเอง โดยเฉพาะการสร้างบุญ เพราะบุญคือทุกความสำเร็จ


Jijo
20/2/2006 0:23


จะชนะได้ก็ต่อเมื่อเราเอง ตัดความกลัว และความกังวลได้
ไม่ยากเลย เพราะสิ่งที่เรากลัว มันมาจากความคิดเราเอง
เราก็ไม่ต้องคิดอะไร ทำใจใสๆ แบบนี้ก็ไม่มีความกลัวแล้ว


Omena
20/2/2006 22:00


ความกลัว คือสิ่งที่เราจินตนาการขึ้นมาเอง


มองอย่างแมว
21/2/2006 2:21


วิธีของพี่หัดฝันนี่ ถ้ากลัวผีจะทำยังไงครับ?
ผมไม่กล้าเปิดไฟ เดินไปดูผีกันให้เห็นกับตาจะๆ ซะด้วยสิ


xlmen
21/2/2006 17:58


สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ร่างกายเราครับ เป็นผีดิบเดินได้น่ากลัวทุกวินาทีเลย
ลองนึกดูสิครับเห็น สมองในกะโหลกตัวเอง เห็นตับ ปอด ม้าม ไต เลือดในกายไหลโชก

ผีที่ว่าน่ากลัวที่แท้เราน่ากลัวกว่าผีอีกครับ 5555

ที่มา http://www.dmc.tv/forum/lofiversion/index.php/t2729.html (http://www.dmc.tv/forum/lofiversion/index.php/t2729.html)

tanin5
05-10-2006, 03:01 PM
จำเอาไว้ครับ
สมถะ ปฎิบัติพบเมื่อหมดความตั้งใจ
วิปัสนา พบเมื่อหมดความคิด
เป็นคติธรรม ของหลวงพ่อพุทธ ฐานิโย
"ถ้า เหตุการณ์มันเกิดขึ้นจริง ก็ความทุกข์มันมาจากไหนเล่า มันมาจากความคิด ก็คิดเท่าไหร่ไม่รู้ เมื่อหยุดคิดถึงรู้ จำเอาไว้ครับ มันเป็นแค่รูป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือมันทำร้ายที่จิตใจเราครับ ก็ในเมื่อความทุกข์มันมาจาความคิด เราก็ดูมันเฉยๆ รู้อยู่ มีสติอยู่ก็สักแต่ว่ามันเป็นความคิดไม่ใช่ตัวตนเราเขา
ถึงจะตกใจแค่ไหนมันก็ แค่ความคิดของเราเอาสติดูรู้ว่ามีความคิดไว้แค่นี้เจ้ากรรมนายเวร ที่ไหนที่ไหนที่ไม่ยอมให้อภัยเราก็เอาจิตใจเราไปไม่ได้ครับ
ปล. ผมอธิบายคร่าวๆครับ สำหรับสหายธรรมิกทุกคน
ถ้าอยากเข้าใจทางด้านวิปัสนากรรมฐานลองเข้าwww.wimutti.net
ไม่ต้องทำสมถะก่อนก็ได้ครับเพราะเป็นการดูจิตเข้าไปตรงๆเลย

เกษม
05-10-2006, 03:20 PM
คุณหนุมานยังไม่เลิกอีกหรือครับ

ทำให้คนเขาตกอกตกใจไปเปล่า ๆ ทายนายกก็ผิดมาทีหนึ่งแล้ว บอกว่าคุณศุภชัยจะได้ กลายเป็น พล.อ.สุรยุทธ์ ทายล่วงหน้าแค่วันเดียวก็ยังผิด แล้วอย่างอื่นจะให้เชื่อถือได้อะไรอีกล่ะครับ

เลิกเถอะครับ

ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็น เรื่องคำทำนายของคุณหนุมาน ผู้นำสาร หน่อยนะครับ เท่าที่ผมได้อ่านบทความต่างๆ ของคุณหนุมานแล้ว รับรู้ได้ถึงความตั้งใจดี มีความห่วงใยต่อประเทศชาติอย่างจริงใจ ผมไม่ทราบว่าคุณหนุมานรับรู้เหตุการณ์ต่างๆ ล่วงหน้าได้อย่างไร แต่ถ้าเรามาพิจารณาในเรื่องของคำทำนายเหล่านั้น ก็จะเห็นคุณประโยชน์อยู่ไม่น้อย อย่างน้อยก็จะเป็นเครื่องเตือนตัวเองให้เตรียมพร้อม ไม่ให้ตกอยู่ในความประมาท

เรื่องของคำทำนายนั้น ต้องฟังจากหลายๆ ท่านพร้อมกัน ทั้งต้องนำมาพิจารณาใคร่ครวญหาเหตุผลว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงไร อย่างเรื่องของแม่น้ำโขงที่คุณหนุมานทำนายมานั้น ผมก็ได้ฟังมาจากท่านอื่นๆ ทำนายเอาไว้ในทำนองเดียวกัน กับที่คุณหนุมานบอกเอาไว้ครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเชื่อถือในทันที เพียงแต่ขอให้กลับมาถามตัวเองว่า มันมีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนั้นได้มากน้อยแค่ไหน และถ้าเกิดขึ้นจริงเราจะเตรียมตัวรับมือได้อย่างไร

เรื่องคำทำนายนั้นผมยอมรับว่า มันมีโอกาสผิดพลาดได้ เนื่องจากมีทั้งพระและฆราวาส หลายๆ ท่านที่มีอภิญญา ท่านได้พยายามแก้ไขเหตุการณ์เหล่านั้นอยู่ อย่างสุดความสามารถ ซึ่งบางอย่างก็อาจแก้ไขไปได้ บางอย่างก็อาจผ่อนหนักให้เป็นเบาไปได้ บางอย่างก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ พวกเราในฐานะผู้รับรู้ข่าวสารนั้น จึงควรใช้เหตุผลแยกแยะไปตามเหตุและปัจจัยของมัน ไม่ใช่ว่าเอาแต่คอยตำหนิติเตียน มองคนอื่นในแง่ร้ายอย่างเดียว ในที่สุดคนที่มีความตั้งใจดีก็จะหมดกำลังใจ และปล่อยวางโดยถือว่าเป็นกรรมของสัตว์โลกที่ไม่อาจจะช่วยเหลืออะไรได้อีกแล้ว

tanin5
05-10-2006, 03:25 PM
จำเอาไว้ครับ
สมถะ พบเมื่อหมดความตั้งใจ
วิปัสนา พบเมื่อ หมดความคิด
คติธรรมของหลวงพ่อ พุทธ ฐานิโย
ถ้าเหตุการณ์ มันเกิดขึ้นจริง จำเอาไว้ครับ ความทุกข์มันเกิดจากความคิด
คิดเท่าไหร่ไม่รู้ เมื่อหยุดคิดถึงรู้ คติของหลวงปู่ดุลย์ อตุโล เราก็มีสติรู้ ว่านั้นสัก ว่าความคิดที่เรากลัวขึ้นมาเองปลุงแต่งขึ้นมาองไม่ใช่ตัวตนเราเขา แค่นี้เจ้ากรรมนายเวรที่ไม่ให้อภัยเรา ก็ทำอะไรเราไม่ได้เพราะเราไม่หลงไปกับความคิดหรือ(ความกลัว)แต่ต้องมีสติรู้อยู่ว่านั้นคือความคิดนะครับแล้วความกลัวมันจะดับลง นี่แหล่ะที่เขาเรียกว่าจิตตานุปัสนา คือการตามรู้จิต
ปล. ถ้า ท่านที่อ่านแล้วอยากฝึกจริงๆขอบอกว่าง่ายมากเพราะไม่ต้องไปนั่งภาวนาอะไรเลยแค่ตามรู้อย่างเดียว ลองเข้า www.wimutti.net (http://www.wimutti.net) ดูครับเพราะผมก็พบทางสว่างจากเวปนี้

mead
05-10-2006, 04:54 PM
***การเตรียมจิตวิญญาณเพื่อการผจญภัย***

1.ต้องชำระผลกรรม ให้น้อยกว่า 30% (โดยเร็ววัน)

ชำระจิตหยาบให้บริสุทธิ์ หยุดโกรธ หยุดโลภ ไม่งมงาย

- ปิดโอกาสสร้างกรรมใหม่ ที่ไม่พึงประสงค์
- ทำผลกรรมเก่าให้เป็นโมฆะ ด้วยการตัดสินใจในการกระทำใดๆให้ถูกต้องเสมอ อดทน อดกลั้น ให้อภัย ได้ตลอดทุกวัน (รักและเมตตา)

***การทำโมฆะกรรม***

- รู้สึกสำนึกผิด ในการกระทำผิดใดๆ ในอดีต ปัจจุบัน และภพชาติต่างๆที่ผ่านมาทั้งเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม
- สำนึกบาป ต่อจิตวิญญาณพี่น้องๆ รูปธรรมอื่นๆ ขออภัยต่อเขาเหล่านั้น
เขาอาจละเว้น หรือจากหนักก็เป็นเบา
- ขอประทานอภัย ต่อพระรัตนตรัย และผู้ให้กำเนิดแห่งจิตวิญญาณของเราจากการกระทำหรือปรามาสพระธรรมใดๆอันเกิดจากความไม่รู้


2.การมีสำนึกทางวิญญาณ

"จิตหยาบ" ต้องสำนึกให้ได้ว่ามี "จิตวิญญาณ" อยู่ภายใน
คิดก่อนทำ มิใช่ทำโดยไม่คิด
ฝึกละวางล่วงหน้า
ไม่ยึดติดอัตตา (ไม่ยึดติดกับโลก)ปล่อยวางเรื่องทรัพย์สมบัติ เรื่องตัวกู ของกู ปล่อยวางให้หมด
ต้องมี "กฤตสติ"
คือรู้ล่วงหน้าแล้วว่า..ทำไมต้องเกิด? ต้องทำอย่างไรบ้าง?

สร้างความมีสติของตนไว้ล่วงหน้า ("มหาสติ")
- มีสติ
- รู้สติ
- ใช้สติ


***การดูแลจิตวิญญาณยามมีภัยภิบัติ***

1.ได้ยินเสียงใด ได้เห็นสิ่งใด ให้ละวางสิ่งนั้นทันที ได้ยินเสียงข้างบ้านหวีดร้อง ทำเหมือนฟังเสียงดนตรี อย่าสงสัย ไม่จับจด มองเห็น แบบเผินๆ ผ่านๆ ไม่ต้องไปจดจำ ทำเป็นไม่ยินดี ยินร้าย
รับรู้ แล้วไม่รับเอา วางจิตให้เป็นอุเบกขา

***การทำเสียงดังของช่างเทคนิค คือการกระตุ้น ปลุกเร้า ให้จิตเราเสียสมดุล เพิ่มความดันในหลอดเลือดของเราอย่างฉับพลัน ทำให้ตกใจ เลือดสูบฉีดแรง อาจถึงขั้นเส้นเลือดแตก (ผู้ที่มีประจุลบในเม็ดเลือดมากอันตราย)

2. ยอมรับให้ได้ว่า มันเป็นของมันเช่นนั้น (ยอมรับความจริงให้ได้)
3. อย่าอยู่นิ่งเฉย ให้ทำสิ่งอื่นแทน

- อ่านคัมภีร์ หนังสือธรรมะ ฟังเทปเสียงธรรมะ (ไม่ให้จิตว่าง)จับอยู่กับสิ่งที่เป็นบวก อ่านด้วยความสงบ อย่าเอาจิตไปจับกับสิ่งอื่นที่ไม่เป็นมงคล และที่สำคัญคือ...
**ชวนเจ้ากรรมให้ร่วมฟังด้วย หรืออ่านดังๆให้เขารับรู้**

- ให้นึกถึงสิ่งดีๆ ที่เคยกระทำ บังคับจิตให้ได้ มิเช่นนั้นจิตมันจะตกและตื่นกลัว (แต่จิตเราจะมีรูปธรรมเหมือนพี่เลี้ยงดูแลอยู่ด้วย ถ้าจิตตกก็จะถูกเติมเต็มให้กับจิตวิญญาณเราเสมอ..)

- นั่งสมาธิจับมือล้อมวงกันในครอบครัว จุดเทียนไขหรือตะเกียงไว้ตรงกลางวง สวดมนต์ดังๆและทำสมาธิไปพร้อมๆกัน...

- รู้ว่าควรทำสิ่งใดในสถานะการณ์ต่างๆกันนั้น เช่นถ้าน้ำมาให้ขึ้นชั้นสองทันที อย่าคิดว่าอยู่เฉยๆจะปลอดภัย

- ร้องขอความเมตตาฟ้าดิน พระบิดาแห่งจิตวิญญาณ ว่ารู้สำนึกแล้วและให้สัจจะ ว่าจะเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดียิ่งๆขึ้นไป ให้ก้าวหน้าขึ้น ขอโอกาสบำเพ็ญอย่างจริงจัง (แทนที่จะโดนตีก้น 3ที อาจเหลือ 1ที..อันนี้เป็นเคล็ดลับครับ..)

***หลังเหตุการณ์นั้นผ่านพ้นไปแล้ว (49 วัน)***

- กราบขอบคุณฟ้าดินที่เมตตาให้เราได้รับโอกาสรอดผ่านมาได้

- ตรวจสอบดูแลเยียวยาจิตใจและร่างกาย คนในครอบครัวว่าปกติดีหรือไม่

- ถ้าเหตุการณ์ปกติแล้วจริงๆ จะเงียบสงบติดต่อกันสัก 2-3 วัน จนมั่นใจแล้วจึงสามารถออกมานอกบ้านได้..แต่อย่าเพิ่งถูกฝน เพราะช่วงนั้นจะมีฝนทิพย์ชำระล้าง อีก7วัน ห้ามดื่มเด็ดขาด มีสิ่งเป็นพิษในอากาศเจือปนอยู่ รวมถึงเนื้อสัตว์ก็ห้ามรับประทานเช่นกัน

***เตรียมแปลงปลูกผักกระเฉด หรือผักที่เด็ดแล้วโตไวๆ มาทดแทนอาหารที่เตรียมไว้และหมดไป ปลูกไว้ในกระบะต้นไม้ ไว้ต้มทานชั่วคราวก่อน ในระหว่างนั้น...

- ช่วยกันเก็บกวาดขยะรอบๆบริเวณนั้นให้สะอาดที่สุด เท่าที่ทำได้ทันที..



<--- รวบรวมมาให้อ่านแบบย่อๆโดยผู้รู้ท่านหนึ่งครับ --->

เข็มขาว
05-10-2006, 08:34 PM
ขอเรียนถามคุณ Mead ว่า ข้อความที่คุณได้บอกมาว่า

"จะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีกรรมมากหรือน้อยแค่ไหน"
" วิธีที่หนึ่งคือ เวลานั่งอยู่กับคนจำนวนมาก ๆ กลางแจ้ง ให้สังเกตุว่ายุงกัดใครมากที่สุด แสดงว่าผู้นั้นมีประจุลบอยู่ในเส้นเลือดมาก ผู้นั้นผลกรรมเยอะ หน้าที่ของยุงก็คือ ช่วยลบประจุลบในเม็ดเลือดแดงของเราให้ลดลง ตอนชำระโลกใครมีประจุลบในเม็ดเลือดแดงมาก คนนั้นมีสิทธิปรอทแตก เลือดออกปากจมูก เพราะตอนนั้นเบื้องบนจะส่งพลังด้านบวกลงมาจำนวนมหาศาล เมื่อบวกเจอกับลบ จะเกิดแรงดันในเลือดสูง นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่คนดีมีศีลธรรมจะผ่านวิกฤตไปได้สูงกว่า"

ดิฉันอยากจะทราบว่า แล้วถ้าปล่อยให้ยุงกัดเยอะ ๆ เพื่อจะช่วยลดประจุลบ แล้วถ้าเกิดเป็นไข้เลือดออกขึ้นมาละ แล้วจะต้องโทษผลของกรรมที่ทำมาในอดีตอีกหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าดิฉันจะไม่เชื่อกรรมดีกรรมชั่ว และถ้าใครมีประจุลบในเม็ดเลือดแดงมาก ถึงตอนชำระโลก ผู้ที่ทำกรรมมาในอดีตชาติเยอะ ๆ ก็ไม่มีสิทธิที่จะผ่านวิกฤตนี้ไปได้เชียวหรือ แล้วถ้าใครมีประจุบวกมาก ปัจจุบันทำกรรมไว้เยอะ ก็จะผ่านวิกฤตนี้ไปได้หรือเปล่าละค่ะ ดิฉันอยากทราบเหตุผล ( เพราะว่าปัจจุบันนี้กรรมมันติดจรวด ) ที่คนดีมีศีลธรรมนั้นจะผ่านวิกฤตไปได้ ทำไมจะต้องเอายุงมาวัด ที่ดิฉันถามเพราะว่าในตอนที่ดิฉันเป็นเด็ก ดิฉันเคยเป็นไข้เลือดออกมาแล้ว ก็เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ตั้งแต่นั้นมาดิฉันก็จะโดนยุงกัดมาตลอด แต่ก็ไม่เป็นไข้เลือดออกอีก ( เท่าที่ดิฉันทราบเพราะว่ามีภูมิคุ้มกันจากการที่เป็นไข้เลือดออกมาแล้วก็จะไม่เป็นอีก )แต่ว่าพอยุงกัดแล้ว ดิฉันจะแพ้ ไม่ว่ายุงหรือมด นี่ก็ไม่ทราบว่าเป็นกรรมที่สร้างมาในอดีตอีกหรือเปล่า กรุณาช่วยตอบให้หายข้องใจด้วยค่ะ แต่ถ้าเป็นอย่างที่คุณว่าจริง ๆ ละก็ ไม่มีหนทางที่จะแก้ไข ให้หนักเป็นเบาได้หรือ ช่วยบอกเป็นวิทยาทานหน่อยนะค่ะ ให้กับคนที่โดนยุงกัดเยอะ ๆ

Good_oom
05-10-2006, 09:10 PM
ขอตอบช่วยพี่ mead ส่วนหนึ่งนะครับ
ผู้ที่มีกรรมในอดีต นั้น ถ้าเปรียบเทียบกับ น้ำสองแก้วแล้วแก้วแรกเป็นกรรมชั่ว
แก้วสองเป็นกกรมดี ถ้าผู้ก่อกรรม ทำกรรมไว้สมมุติว่าทำชั่วก็เหมือนกับเทน้ำใส่แก้ว แรก คือเพิ่มประจุลบ แต่หากว่า คนนี้เกิดกลับใจขึ้นมาหมั่นทำแต่ความดี เทนำ้ใส่ แก้วที่สองประจำ คือเพิ่มประจุบวก จนมากกว่าแก้วแรก ที่นี้นายคนนี้ก็มีความดีมากกว่า ความชั่วแล้ว คือมีประจุลบมากกว่าบวก เพราะฉะนั้นโอกาศ
รอดก็มีมากขึ้น
แบบ พระองคุลีมาลน่ะครับ ท่านเคยฆ่าคนตั่ง 999 คน แต่หลังจากกลับใจแล้วก็ได้ ไปนิพพาน ไม่ต้องชดใช้กรรมต่อ

ในกรณียุงกัด นั้นผมคิดว่าคงเป็นการไถ่บาป อะไรสักอย่างหนึ่งไม่แน่ใจครับ

และโรคไข้เลือดออกนั้นมีภูมิ คุ้มกันแค่ สาม ถึงหกเดือน ครับ
คือมีโอกาศที่จะเป็นซำได้

ศิษย์โง่
05-10-2006, 11:56 PM
ทางรอดคือทางตรงจริง ๆ ค่ะ กำลังพยายามปฏิบัติตนให้ทวนกระแสโลกอยู่ แต่มันยากจริง ๆ จะตามกระแสอยู่เรื่อย ลดยากมากนะคะไอ้ รัก โลภ โกรธ หลงนี่น่ะ
ศิษย์โง่เองค่ะ

^ ^
06-10-2006, 02:14 AM
ถ้ามีภัยพิบัติขั้นร้ายแรงเกิดขึ้น เช่น ดาวหาง/ดาวเคราห์น้อย ชนโลก
โลกสะเทือน ภูเขาไฟพร้อมใจกันระเบิด สึนามิถล่มฝั่ง น้ำท่วมโลก
ยุคน้ำแข็งมาเยือน The day after tomorrow ร้ายแรงระดับ
มนุษย์ชาติสูญพันธ์กันหมด พวกเราจะได้ไปเกิดในโลกใหม่
ที่สภาพแวดล้อมเหมือนเดิมทุกประการ เป็นเป็นมิติโลกคู่ขนาน

ซึ่งทุกคนในโลกนั้นจะ อยู่ในอาการความจำเสื่อเอ๋อ เป็นบ้าใบ้
ทำอะไรไม่ถูก ถ้าท่านทั้งหลายไม่อยากเป็นแบบนั้น

ผมขอให้ไปฝึกพลังกายทิพย์ กันครับ

พอถึงวันที่เรารู้แน่นอนแล้วว่ามันมาแน่ๆ

ให้พวกเราสวดมนต์ ระลึกถึงคุณพระศรีรัตณไตร
แล้วนั้งสมาธิ กำหนดสติให้ดี ประคองสติไว้ให้อยู่กับตัว
เมื่อคุณย้ายมาที่โลกใหม่ จะได้ไม่เอ๋อ ไงครับ

และคุณจะได้ใช้วิชาพลังกายทิพย์ ช่วยรักษาฟื้นความจำ ให้ผู้คนได้นะครับ ^ ^


พัยพิบัติจะเกิดขึ้นหรือเปล่า ยังไม่แน่นอนนะครับ

แต่การไปฝึกพลังกายทิพย์ ก็มีประโยชน์อยู่แล้วครับ
มันเอาไว้ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ให้ตัวเอง และ ผู้อื่นได้
ฝึกไว้ไม่เสียหลาย จริงมั๊ยครับ

สำนักที่ฝึกสอนวิชาพลังกายทิพย์ มีอยู่เยอะแยะมากมาย
ผมขอให้ไปเสาะแสวงหากันเองนะครับ


ผมไม่มีหน้าที่โฆษณา ให้สำนักใดๆ เป็นพิเศษ ครับ



ขอให้โชคดีทุกท่าน สาธุ __/l\__

ลูกหลานหลวงปู่
06-10-2006, 07:23 AM
หากร่างกายได้รับสารอาหารที่ไม่ปลอดภัย ปนเปื้อนสารพิษ ยาฆ่าแมลง สารสังเคราะห์ ก็จะทำให้ขบวนการสร้างสาย DNA ทำได้ไม่สมบูรณ์กลายเป็น RNA บางส่วน และกลายเป็น Free Radical หรือ ประจุของอิเลคตรอนอิสระ ซึ่งจะไปทำให้ขบวนการบังคับบัญชาของร่างกายมีปัญหา จนอาจเกิด มะเร็ง อัมพฤกต์ อัมพาต เลือดเป็นกรด และอีกหลายโรค กลไกของร่างกายก็จะพยายามขจัดสิ่งเหล่านี้ออกจากร่างกายจากทางทวารต่างๆ แต่หลักๆจะออกมาทางเหงื่อ ซึ่งจะหลั่งออกมาตอนที่เราออกกำลังกาย(คาร์บอนไดออกไซด์ ) และออกมากับ การหาว การสะอึก การสะอื้น การเรอ การจาม แต่ถ้ายังไม่สามารถขจัดออกได้หมด ก็อาจจะใช้การถ่ายเทออกตอนบริจาคโลหิต หรือ การโดนยุงกัด แต่วิธีการที่เราควรจะเลือกใช้ให้มากที่สุดก็คือ
การสูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอด กลั้นลมหายใจไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วค่อยๆผ่อนลมหายใจออกให้มากที่สุด ยิ่งเราสูดลมหายใจเข้าให้ได้มากเท่าไหร ก็จะสามารถระบายลมหายใจออกได้มากเท่านั้น เคล็ดลับการหายใจอยู่ที่ หายใจยิ่งช้ายิ่งจะนำพาอากาศได้มาก

เกษม
06-10-2006, 04:44 PM
โรคที่มากับน้ำท่วม โดยคุณปฐมาภรณ์

http://www.doae.go.th/pest/filcrop/sugar/surat.jpg

ช่วงนี้ฝนตกชุกทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในหลายภาคของประเทศทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเสียหายทั้งบ้านเรือนไร่นาและยังเป็นปัญหาทางด้านเศรษฐกิจอีกด้วยเป็นที่น่าเห็นใจมากนะคะน้ำท่วมเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถหยุดมันได้สิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือร่วมแรงร่วมใจกันแก้ปัญหาภัยน้ำท่วมนี้ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีดิฉันขอเป็นกำลังใจให้นะคะ

สิ่งปฎิกูลที่ลอยล่องมากับน้ำจึงเป็นที่มาของเชื้อโรคชนิดต่างๆความจำเป็นที่ต้องเดินย้ำเท้าในน้ำแต่ละวันเป็นเวลานานจึงเป็นสาเหตุให้คนในหมู่บ้านเป็นโรคร้ายติดเชื้อได้ง่ายทั้งโรคผิวผนังโรคเท้าเปื่อยโรคท้องร่วงโรคฉี่หนูโรคหวัดและโรคเครียด กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ยิ่งน้ำท่วมขังนานเพียงใดการแพร่ระบาดของโรคยิ่งมีมากขึ้นเรามาดูสาเหตุและการป้องกันแก้ไขโรคที่มากับน้ำท่วมกันนะคะ

โรคฉี่หนูLeptospirosis

เชื้อนี้สามารถพบได้ในสุนัขสุนัขจิ้งจอกสัตว์เลี้ยงในบ้านแต่พบมากในหนูซึ่งสามารถแพร่เชื้อออกมาได้โดยที่ตัวมันไม่เป็นโรค

สาเหตุ เกิดจากเชื้อLeptospira interogans เป็นเชื้อแบคทีเรียมี16 serogroup เชื้อที่เป็นสาเหตุในกรุงเทพคือbataviae และjavanica ส่วนในภูมิภาคเป็นakiyami,icterohemorrhagia มักจะพบการระบาดในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนเนื่องจากเป็นฤดูฝนต่อหนาวมีน้ำขัง

การติดต่อ

สัตว์ที่นำเชื้อได้แก่พวกสัตว์แทะเช่นหนูโดยเฉพาะหนูนาหนูพุกรองลงมาได้แก่สุนัขวัวควายสัตว์พวกนี้เก็บเชื้อไวในไตเมื่อหนูปัสสาวะเชื้อจะอยู่ในน้ำหรือดินเมื่อคนสัมผัสเชื้อซึ่งอาจจะเข้าทางแผลเยื่อบุในปากหรือตาบางรายงานระบุผิวหนังปกติเชื้อก็สามารถเข้าสู่ร่างกายได้คนรับเชื้อได้2 วิธี

ทางตรงโดยการสัมผัสสัตว์ที่นำเชื้อระหว่างสัตว์ต่อสัตว์หรือคนต่อคนโดยเพศสัมพันธ์

ทางอ้อมโดยเชื้อที่ปนในน้ำในดินเข้าสู่คนทางผิวหนังหรือเยื่อบุที่ตาปากจมูก

อาการที่สำคัญ

หลังจากได้รับเชื้อ10-26 วันโดยเฉลี่ย10 วันผู้ป่วยก็จะเกิดอาการของโรคซึ่งแบ่งได้เป็น2 ระยะระยะเชื้อเข้ากระแสเลือดLeptospiremic เมื่อเชื้อเข้าร่างกายจะเข้าสู่กระแสเลือดผู้ป่วยจะมีอาการดังนี้คือผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะทันทีมักจะปวดบริเวณหน้าผากหรือหลังตาบางรายปวดบริเวณขมับทั้งสองข้างปวดกล้ามเนื้อมากโดยเฉพาะบริเวณขาเอวเวลากดหรือจับจะปวดมากไข้สูงร่วมกับหนาวสั่นอาการต่างๆอาจอยู่ได้4-7 วันนอกจากอาการดังกล่าวผู้ป่วยจะมีอาการเบื่ออาหารคลื่นไส้อาเจียนบางรายมีอาการถ่ายเหลวปวดท้องการตรวจร่างกายในระยะนี้ที่สำคัญจะตรวจพบผู้ป่วยตาแดงมีน้ำตาหรือขี้ตาไหลคอแดงมีจ้ำเลือดตามผิวหนังบางรายมีผื่นตามตัวระยะร่างกายสร้างภูมิระยะนี้ถ้าเจาะเลือดจะพบภูมิต่อเชื้อเพิ่มผู้ป่วยจะมีไข้ขึ้นใหม่ปวดศีรษะคอแข็งมีการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง

การวินิจฉัย

จากประวัติการสัมผัสโรคและตรวจร่างกายเมื่อแพทย์สงสัยแพทย์จะตรวจCBC การตรวจเลือดทั่วไปจะพบว่าเม็ดเลือดขาวเพิ่มบางรายเกร็ดเลือดต่ำตรวจปัสสาวะพบเม็ดเลือดแดงไข่ขาวในปัสสาวะรวมทั้งพบน้ำดีbilirubin ในปัสสาวะตรวจการทำงานของตับพบการอักเสบของตับโดยจะมีค่าSGOT,SGPT สูงขึ้นในรายที่รุนแรงการทำงานของไตจะเสื่อมค่าCreatinin,BUN จะเพิ่มขึ้นการเพาะเชื้อจากเลือดสามารถเพาะได้ในระยะแรกของโรคการตรวจทางภูมิคุ้มกันสามารถตรวจพบหลังการติดเชื้อ2 สัปดาห์

การรักษา

ควรให้ยาpenicillin, tetracyclin, streptomycin,erythromycin เป็นยาที่ใช้ได้ผลในโรคนี้และควรจะไดรับยาภายใน4-7 วันหลังเกิดอาการของโรคการได้รับน้ำและเกลือแร่อย่างเพียงพอ

โรคหวัด กันได้ด้วยรักษาร่างกายให้อบอุ่นพักผ่อนให้เพียงพอทานอาหารอุ่นร้อนๆอย่าสระผมตอนกลางคืนอย่าทานน้ำแข็งหรือน้ำเย็นให้ดื่มน้ำอุ่นแทนถ้ารู้สึกแน่นจมูกน้ำมูกไหลก็ต้มน้ำขิงแก่ดื่มร้อนๆเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นและบรรเทาอาการหวัด

โรคท้องร่วง กันได้ด้วยทานอาหารอุ่นร้อนๆสะอาดแม้ภาชนะที่ใส่อาหารก็ต้องสะอาดก่อนทานอาหารทุกมื้อต้องล้างมือทุกครั้งอย่าทานอาหารสุกๆดิบๆ

โรคเท้าเปื่อยโรคพยาธิ ที่มากับน้ำป้องกันได้ด้วยการไม่พยายามแช่อยู่ในน้ำนานๆเมื่อขึ้นจากน้ำต้องล้างเท้าด้วยสบู่หรือน้ำอุ่นทุกครั้งแล้วเช็ดให้แห้งพร้อมใช้น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันงาทาบริเวณที่เท้าแตกเท้าเปื่อย

ส่วนโรคเครียด คงต้องรักษาใจและอารมณ์ให้สงบทำจิตให้มีสมาธิให้ได้ทุกวันก็จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายและรักษาอาการเครียดให้บรรเทาลงได้

ร่วมแบ่งปันน้ำใจจากคนไทยถึงคนไทย...


ที่มา http://gotoknow.org/blog/biocontrol/4527 (http://gotoknow.org/blog/biocontrol/4527)

mead
07-10-2006, 11:45 AM
คุณเข็มขาวครับ..ขอขยายความเรื่อง"ยุง"กับเรื่อง"กรรม"ครับ
(ขอบคุณ คุณลูกหลานหลวงปู่ และคุณ Good_oom ครับ)

จริงๆแล้ว..ยุงก็เป็นพาหะของไข้เลือดออก ไข้มาเลเรีย โรคเท้าช้าง..และอีกๆอีกมากครับ ไม่ควรปล่อยให้มันกัด ไล่ให้มันออกไปดีกว่าครับ..เพียงจะบอกให้รู้ว่าสัตว์แต่ละชนิดตัวเล็กตัวน้อยเหล่านี้ มันมีหน้าที่ช่วยเหลือในแบบของมันเอง ทั้งเห็บเหา ตัวไร ตัวเลือด ก็เช่นกัน..เหมือนที่ผู้ใหญ่สมัยก่อนมักพูดว่า "ให้เอาเลือดหัวออกซะบ้าง.."

จริงๆก็เพื่อลดปริมาณเลือดที่ไม่ดีออกไปจากตัวเรา..นั่นคือ "ประจุลบ"ในเม็ดเลือดแดงที่เราสั่งสมเอาไว้ จากการสร้าง"ผลกรรมด้านลบ"จากการกระทำของเรา ต่อคนหรือสัตว์ทั้งหลายที่เหวี่ยงเข้ามาหาเราทางตรงและทางอ้อมครับ (รับเข้ามาทางตาที่สามสู่จิตหยาบ และจากการทานเนื้อสัตว์) สัตว์เมื่อถูกทำร้ายบาดเจ็บมันจะโกรธแค้น ปล่อยสายธารประจุลบออกมาสู่กล้ามเนื้อและเลือดก่อนที่มันจะเสียชีวิต ให้เป็นเลือดที่เสีย (เลือดสัตว์ยิ่งไม่ควรทานครับ) แล้วพอเรารับประทานเข้าไป..ซึ่งก็ส่งผลเสียกับร่างกายตามจุดต่างๆ เช่นโรคมะเร็ง โรคปวดตามข้อ กล้ามเนื้อต่างๆ ร่างกายสุขภาพทรุดโทรมอ่อนแอตามมาครับ..

ถ้าจะให้ดีลดปริมาณเนื้อสัตว์ลง หรือทานมังสวิรัติไปเลยก็จะลดกรรมได้อีกทางหนึ่ง และหมั่นแผ่เมตตาทุกมื้อ เหมือนการเจรจาต่อรองกับเจ้ากรรมนายเวรไปพร้อมๆกัน...บอกกล่าวทุกวันๆ ทำด้วยจิตสำนึกที่แท้จริงไม่เสแสร้ง สักวันหนึ่งเขาก็จะให้อภัยเราได้ไม่ช้าก็เร็วครับ..

วิธีการก็คือ...ไม่สร้างกรรมใหม่เพิ่มขึ้น...ลดกรรมเก่าในอดีตให้เบาบางลง...ชวนเขาไปนิพพานกับเราด้วย ปรารถนาดีกับเขามากๆ จริงๆเรากับเขาและทุกๆชีวิต ต่างก็เป็นพี่น้องกันท้องเดียวกันตั้งแต่เกิดครับ..(แต่หลงลืมกันไปหมดแล้ว..)

อีกเรื่องนึงครับ"พระอาจารย์จิ้กง" ท่านก็บอกกล่าวไว้ทำนองเดียวกันครับ..ว่าผู้ที่มุ่งมั่นบำเพ็ญในยุคนี้ ท่านจะยอมแบกผลกรรมให้เราถึง 70% ที่เหลืออีก 30%ให้เราบำเพ็ญด้วยตนเอง เพราะ"เป็นการร่อนตะแกรงฟ้าครั้งสุดท้าย" ฟ้าไม่ต้องการให้"หยกหมกกับหิน"ถึงต้องแบ่งแนวตามเกณฑ์ครับ..

เกษม
07-10-2006, 03:16 PM
<HR> <META content="Microsoft Word 97" name=Generator><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=578 align=center border=0><TBODY><TR><TD colSpan=4>http://province.moph.go.th/chiangmai/educate/image/std_name1_1.gif

</TD></TR><TR><TD width=57> </TD><TD width=223>http://province.moph.go.th/chiangmai/educate/image/9anipt1a.gifตั้งสติให้ได้ อย่าตกใจ</TD><TD width=298 colSpan=2>http://province.moph.go.th/chiangmai/educate/image/9anipt1a.g