PDA

View Full Version : อานิสงส์การฟังเทปธรรมะ


piromsuparp
15-02-2005, 07:16 AM
ผู้ถาม ผมอยู่บ้านเปิดเทปธรรมะของหลวงพ่อฟัง แต่เวลาฟังนั้นนอนฟัง อย่างนี้จะเกิดโทษหรือเปล่าครับ..?

หลวงพ่อ เดี๋ยวก่อน ต้องถามก่อน ผมอยู่บ้านแล้วตัวไปไหน

ผู้ถาม ?..?..?

หลวงพ่อ ผมเปิดเทปฟังได้เรอะ..

ผู้ถาม (หัวเราะ) “อ้อ..จริงแฮะ คือตัวอยู่ด้วยครับ

หลวงพ่อ เกิดแน่ มีโทษมหันต์เลย ถ้าฟังเรื่อยๆไปจนกระทั่งตาย จะไม่รู้จักนรกเป็นยังไง เลยกลายเป็นคนโง่เง่าเต่าตุ่น นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน จะไม่รู้จักเลย ขาดความฉลาดในเรื่องนี้

ผู้ถาม ถ้าโง่ไม่ลงข้างล่างก็ยอมครับ

หลวงพ่อ เอาเรอะ?..ชอบโง่เรอะ?..ใช้ได้ๆคือว่าฟังเสียงฉัน แต่อย่าลืมว่านั่นเป็นธรรมะของพระพุทธเจ้า นั่ง นอน ยืน เดิน เขาไม่ได้ห้าม นอนฟังปล่อยให้หลับไปเลยยิ่งดีใหญ่ ฟังเทปไม่ทันจบก็หลับไป เทปก็ว่าไปตามเรื่องตามราว นั่นแหละจิตเป็นฌาน ถ้าฟังแล้วรำคาญมันจะหลับไม่ได้ ถ้าเกิดความเพลิดเพลิน จิตจะสบายเรื่อยไป พอถึงฌานปั๊บตัดหลับเลย อันนี้มีประโยชน์ใหญ่

ผู้ถาม แล้วบังเอิญตอนนั้นต้องเข้าห้องส้วม เลยไปฟังต่อในส้วม ตอนนี้จะบาปไหมครับ..?

หลวงพ่อ อาจารย์เอาอะไรฟัง..เอาหูฟังหรือเอาทวารฟัง.?

ผู้ถาม เอาหูครับ

หลวงพ่อ เอาหูฟังไม่เป็นไร

ผู้ถาม แหม..ถ้าคนช่างคิดก็คิดจริงๆนะ เวลาปล่อยอึก็กลัวกลิ่นจะเหม็นออกมารบกวน

หลวงพ่อ ไม่เป็นไร

ผู้ถาม หลวงพ่ออโหสิกรรมเลยนะ

หลวงพ่อ ไม่ใช่อโหสิ การปวดอุจจาระ ปัสสาวะนี่ไม่มีใครต้องการ แต่มันปวดตามเรื่องตามราวของมันใช่ไหม..แต่ในขณะนั้นจิตยังเป็นกุศลอยู่ พอใจในธรรมะ ยังเป็นบุญอยู่เท่าเดิม ไอ้เรื่องนี้เมื่อฉันเจริญกรรมฐานใหม่ๆ รุ่นพี่บอกว่า เวลาที่ถ่ายปัสสาวะก็ดี ถ่ายอุจจาระก็ดี อย่าภาวนานะ บาป พอไปถามหลวงพ่อปานท่านบอกว่า
“แกไปเชื่อไอ้ควาย ภาวนานี่จิตเป็นกุศล” ท่านเลยถามว่า “ถ้าเวลาท้องถ่าย แล้วตายเวลานั้นจะว่ายังไง”
พระพุทธเจ้าไม่ได้ห้าม ใช่ไหม..การภาวนามันอยู่ที่จิต ไอ้ตัวภาวนาไม่ได้อยู่ที่ส้วม ทำได้ตลอดเวลา อย่าให้มันขาด อันนี้ดีมาก ถ้าทางที่ดีก็ควรจะมีสายสะพาย พระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นแบบอย่าง ท่านสะพายเวลาท่านจะเดินเล่น ท่านเล่น ๑ ชั่วโมง ฟังเทป ๒ หน้า ถ้าจะเดินเล่น ๒ ชั่วโมง ก็ฟัง ๔ หน้า เวลาท่านบรรทมท่านฟังจนหลับ ท่านทำเป็นปกติเลย”

ผู้ถาม ท่านสนพระทัยด้วยหรือครับ..?

หลวงพ่อ เรื่องนี้หนักมาก เรื่องกรรมฐานนี่นะ อย่าว่าแต่สนพระทัยเฉยๆ ไม่ได้ เข้าฌานออกฌานได้ตามเวลาเก่งมาก ฉันไม่กล้าปะทะกับท่านนะ

ผู้ถาม เห็นท่านมีมีภาระยุ่งกับทางโลกหนัก

หลวงพ่อ อันนี้แหละ เราจะเห็นว่าท่านน่ะมีเวลาน้อยนะ และความเข้าใจในธรรมะนี่ลึกซึ้งมาเหลือเกิน ละเอียดลออมาก ฉันนึกสงสัยเหมือนกันว่า ท่านเอาเวลาไหนไปวิจัยธรรมะ เพราะวันทั้งวันท่านเกือบไม่มีเวลาว่าง ถึงเวลา ๒ ยาม ท่านจะทรงเซ็นหนังสือ ถ้าไม่มีแขกนะ บางทีก็มีงานเลี้ยงจนถึงตี ๑ ถึงตี ๑ ท่านก็เริ่มเซ็นหนังสือ ถึงตี ๒ ท่านก็เริ่มฟังเทปแล้วท่านทำกรรมฐานหรือฟังเทปตอนตี ๒ เวลาแน่นอนของท่าน

หลวงพ่อ ฉันเคยเทศน์มาตั้งเยอะ คำถามด้านธรรมะไม่ละเอียดเหมือนพระเจ้าอยู่หัว รู้สึกว่าต้องระวังมาก เวลาคุยกับท่านด้านธรรมะ ต้องระวังหนักจริงๆ และต้องฟังทุกคำไม่พลาด บางทีก็ถามยาว ก็ต้องพยายามฟังทุกคำ เรื่องธรรมะนี่พลาดหน่อยเราเจ๊งเลย บางทีถามเรื่องเดียว ๓ รอบก็มี แล้วสำนวนจะไม่ซ้ำกันเลย สำนวนนี่สำคัญมาก ต้องฟังทุกคำ

ผู้ถาม เคยฟังเทปตอนหนึ่งที่หลวงพ่อบันทึกถวายในเรื่องบารมี ๑๐ ที่พระองค์ทรงถามเรื่อง “จาคะ”

หลวงพ่อ ท่านถามว่า จาคะตัวเดียวไปนิพพานได้ไหม..ชักอึ้งเลยเรา เราไม่เคยเจอะตำราเลย ก็ต้องนั่งนึก เข้าเครื่องเตรียมบันทึกเทปแล้ว แต่ยังไม่เปิดสวิตซ์ไฟ ก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่า จาคะ แปลว่า เสียสละ ถ้าเสียสละแสดงว่ายังขี้ตืดอยู่มาก
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=103743


ผู้ถาม เป็นยังไงครับ..?

หลวงพ่อ ขี้เหนียวน่ะ ดึงไม่ค่อยออก ต้องตัดสินใจอย่างหนัก ถ้าให้ต้องให้ในเกณฑ์ของบารมีต้น ถ้าบารมีต้น เขาจะให้แบบเสียสละ ต้องดึงใจหน่อย “เอ้า! ให้มันหน่อย” แต่ความจริงเสียดายนิดๆ
ถ้าหากว่า อุปบารมี ความเข้มข้นมันขึ้นมาแล้ว ก็ใช้คำว่า “สละ” ตัดตัว “เสีย” ออก สละเพื่อตัดโลภะในจิตของเราออก
ถ้าเป็นปรมัตถบารมี ก็ละเลย ตัดตัว “ส” ออก เหลือ “ละ” คือเราไม่ติดในตัววัตถุทั้งหลาย ตายแล้วเราเอาไปไม่ได้ ไม่ได้ติดในร่างกายเราด้วย ไม่ได้ติดในร่างกายคนอื่นด้วย ไม่ติดในวัตถุธาตุทั้งหลายด้วย ใน มหาสติปฎฐานสูตร ท่านจะลงท้ายไว้ว่า

“จงอย่าสนใจกายภายใน” คือกายของเรา
“จงอย่าสนใจกายภายนอก” คือกายคนอื่น
“จงอย่าสนใจในวัตถุธาตุใดๆทั้งหมด”

นี่ทุกข้อในมหาสติปัฎฐานสูตร ท่านสอนถึงนิพพานหมด ถ้าเป็นปรมัตถบารมีก็ละได้ ถ้าถึงละเฉยๆก็ถึงนิพพานได้ ที่ท่านถามมานี่นักเทศน์ไม่เคยถาม เคยเจอะไหม อาจารย์.?

ผู้ถาม ไม่เคยเลยครับ พอฟังเทปยังสะดุ้งเลยครับ คิดว่าที่เราสอนคงโมเมโมมะ..

หลวงพ่อ “โมเม ..โมเม..ก็ไม่แน่นะ..

ผู้ถาม เป็นยังไงครับ.?

หลวงพ่อ มองดูกัณฑ์เทศน์ เขาติดเท่าไรหว่า อ้อ..ยายคนนี้ติดมาก เทศน์ยาวหน่อย ติดน้อยเทศน์สั้นนิดหนึ่ง อย่างนั้นเขาเรียกว่า “คนฟังไปสวรรค์ คนเทศน์ไปนรก"

ผู้ถาม อ้าว..ทำไมยังงั้นละครับ.?

หลวงพ่อ คือเกิดโลภะ เทศน์แลกสตางค์ไงล่ะ
[b-wai]

UFO99
22-07-2005, 07:31 PM
เข้ามาแล้วก็ตอบจั๊กหน่อยเดี๋ยวเก้อ ผมได้ความรู้แล้วได้ประโยชน์จังเลยครับขอบคุณครับ

แคท
31-07-2005, 02:03 AM
ขออนุโมทนาค่ะ

imaginary
18-08-2005, 11:25 AM
ขออนุโมทนาครับ

Boatnoy
18-08-2005, 11:28 AM
หลวงพ่อเรา อารมณ์ดี EQ สูงจัง ^__^

penkonthai
18-08-2005, 03:59 PM
[b-wai]

tamsak
19-08-2005, 11:07 AM
หลวงพ่อ ไม่ใช่อโหสิ การปวดอุจจาระ ปัสสาวะนี่ไม่มีใครต้องการ แต่มันปวดตามเรื่องตามราวของมันใช่ไหม..แต่ในขณะนั้นจิตยังเป็นกุศลอยู่ พอใจในธรรมะ ยังเป็นบุญอยู่เท่าเดิม ไอ้เรื่องนี้เมื่อฉันเจริญกรรมฐานใหม่ๆ รุ่นพี่บอกว่า เวลาที่ถ่ายปัสสาวะก็ดี ถ่ายอุจจาระก็ดี อย่าภาวนานะ บาป พอไปถามหลวงพ่อปานท่านบอกว่า
“แกไปเชื่อไอ้ควาย ภาวนานี่จิตเป็นกุศล” ท่านเลยถามว่า “ถ้าเวลาท้องถ่าย แล้วตายเวลานั้นจะว่ายังไง”
พระพุทธเจ้าไม่ได้ห้าม ใช่ไหม..การภาวนามันอยู่ที่จิต ไอ้ตัวภาวนาไม่ได้อยู่ที่ส้วม ทำได้ตลอดเวลา อย่าให้มันขาด อันนี้ดีมาก ถ้าทางที่ดีก็ควรจะมีสายสะพาย พระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นแบบอย่าง ท่านสะพายเวลาท่านจะเดินเล่น ท่านเล่น ๑ ชั่วโมง ฟังเทป ๒ หน้า ถ้าจะเดินเล่น ๒ ชั่วโมง ก็ฟัง ๔ หน้า เวลาท่านบรรทมท่านฟังจนหลับ ท่านทำเป็นปกติเลย”


[b-wai]


ขอโมทนาบุญด้วยครับ ที่นำเรื่องนี้มาโพสต์ให้ได้อ่านกัน

อ่านทีไรขำทุกที...หลวงพ่อท่านมีอารมณ์ขันมากเลยเวลาที่ท่านตอบปัญหาธรรมแก่ลูกศิษย์
โดยเฉพาะในส่วนที่ QUOTE มา อันนี้แสดงถึงความเมตตาของอาจารย์คือหลวงพ่อปานที่มีต่อลูกศิษย์
คือหลวงพ่อ เวลาท่านคุยกันเองท่านมักจะใช้คำพูดลักษณะนี้ ฟังดูเหมือนไม่สุภาพ แต่ถ้ามองให้เข้าใจ
จริงๆ จะเห็นว่า หลวงพ่อปานท่านมีเมตตาและเอ็นดูลูกศิษย์ของท่านมาก ท่านจึงใช้ถ้อยคำพูดที่เป็น
กันเองกับลูกศิษย์ของท่านโดยไม่ต้องระวังรักษากิริยาเหมือนคุยกับญาติโยมทั่วไป.....ผมอ่านเรื่อง
ที่หลวงพ่อปานคุยกับหลวงพ่อฤาษีและลูกศิษย์อีกสององค์ของท่านทีไร อดที่จะอมยิ้มไม่ได้สักที
และยิ่งเมื่อนึกถึงองค์หลวงพ่อฤาษีที่ท่านก็มีอารมณ์ขันเสมอๆ และชอบจดจำคำของหลวงพ่อปาน
มาถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ฟัง...ก็ยิ่งรู้สึกชื่นใจในจริยาของหลวงพ่อฤาษีมากเลยครับ.....

Wisdom
19-08-2005, 03:33 PM
อนุโมทนาครับ

__________________________________________________________


พูดเสียดีว่าเป็นพรหมจรรย์
แต่จันฑาลก็ยังเทียบมันไม่ได้
บอกว่าให้แต่ใจคิดพยาบาทหลาย
พวกนี้ตายทรมานชั่วกัลป์เอย.....

เพราะฉะนั้น

มั่นเพียรเรียนวิชาใฝ่ธรรมมะ
ทุกข์นั้นจักไม่เกิดแก้ผู้ให้(เมตตา)
ทำตนดีล้างใจบริสุทธิ์ไป
เพื่อให้เป็นหนทางสู่นิพพานเอย.....

*ผมคือนักรบของพระพุทธเจ้า(ผู้ต่อสู้กับกิเลศ)เพื่อ
มรรคผล นิพพาน
ลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้าเพื่อให้ท่านช่วยชี้ทางสว่าง
และช่วยลูกสืบไป.....

http://www.palungjit.com/board/image.php?u=2951&dateline=1124445147 (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=2951)<!-- / message --><!-- edit note -->

poprock
20-08-2005, 11:06 AM
ดีครับ

pitipornss
21-08-2005, 08:37 PM
ผมเคยอ่านเจอในหนังสือพ่อรักลูก คุณเอามาจากหนังสือพ่อรักลูก สาธุ

attasaro
17-10-2005, 09:38 AM
ผมอยากได้เทปมาฟัง ไม่ใช่ซิครับ เป็นแบบ CD แทนได้ไหม เป็น MP3 ยิงดีครับ คือไม่ใช่ไม่อยากซื้อ เพราะรู้ว่าทำบุญ เพียงแต่ เล่นเทป มันไม่สะดวกแล้วนะครับ อยากเอามาเปิดกับคอม หรือ โทรศัพท์ ไว้ฟังเวลาเดินทางนะครับ ใครมี หรือ หาซื้อได้บอกหน่อยนะครับ บ้านสายลมมีไหมครับ

Gaaygaw
17-10-2005, 10:19 AM
ขออนุโมทนาครับ

artty
17-10-2005, 11:07 AM
โมทนาด้วยค่ะ

พล
13-11-2005, 02:53 PM
ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ

frozen_nuclear
15-11-2005, 11:56 PM
ขอ อนุโมทนาด้วยครับ

pattarawat
26-09-2006, 07:32 AM
พอดีชอบโหลดไฟล์เสียงธรรมมาฟัง กระทู้นี้โดนเลยครับ
อนุโมทนา สาธุ นะครับ

ศึกษาธรรม2551
02-10-2008, 07:04 AM
ขออนุโมทนาครับ....สาธุ

ศึกษาธรรม2551
21-10-2008, 08:29 PM
2

TUK2800
23-10-2008, 03:48 PM
http://board.palungjit.com/images/icons/icon_06.gif อนุโมทนาสาธุ

การฟังธรรมเป็นการชำระล้างจิตใจ ที่เศร้าหมองให้หมดไปเพื่อสำเร็จสู่มรรคผลพระนิพพาน
การสวดมนต์นับเป็นการดีพร้อมซึ่งประกอบไปด้วยองค์ทั้ง 3 นั่น คือ
• กายมีอาการสงบเรียบร้อยและสำรวม
• ใจ มีความเคารพนบนอบต่อคุณพระรัตนตรัย
• วาจา เป็นการกล่าวถ้อยคำสรรเสริญถึงพระคุณอันประเสริฐ ในพระคุณทั้ง 3 พร้อมเป็นการขอขมา ในการผิดพลาดหากมีและกล่าวสักการะเทิดทูนสิ่งสูงยิ่งซึ่งเราเรียกได้ว่าเป็นการสร้างกุศล ซึ่งเป็นมงคลอันสูงสุดที่เดียว