PDA

View Full Version : ปาฏิหาริย์แห่ง"อิทธิวิธิ" "หลวงพ่อแดง"วัดแหลมสอ


guawn
26-09-2006, 04:50 AM
ปาฏิหาริย์แห่ง"อิทธิวิธิ"(1) "หลวงพ่อแดง"วัดแหลมสอ

คอลัมน์ มุมพระเก่า

โดย สรพล โศภิตกุล



http://www.matichon.co.th/newsphoto/khaosod/bud12260949p1.jpgครั้งหนึ่งพระครูวิบูลธรรมสาร (เพชร ติสฺโส) วัดอัมพวัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี อดีตเจ้าคณะแขวงอำเภอเกาะสมุย ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อแดง ได้เคยกล่าววาจาไว้ว่า

"หลวงพ่อแดงถึงจะเก่งอย่างไรก็จะต้องดับทางน้ำ" อีกทั้งหลวงพ่อแดง ก็เคยกล่าวกับนายโสพร ทองมั่น ซึ่งอยู่ที่ตำบลละไม อำเภอเกาะสมุย ว่า "อาตมาจะต้องมรณภาพทางน้ำ" ก่อนหน้าที่หลวงพ่อแดงจะมรณภาพไม่นานนัก

แล้ววาจาของพระครูวิบูลธรรมสาร (เพชร) ก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2519

ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ได้มีผู้ที่นับถือและเคยช่วยเหลือหลวงพ่อแดงมาเป็นระยะเวลายาวนาน ได้นิมนต์หลวงพ่อแดงไปฉันภัตตาหารเพื่อเป็นสิริมงคลที่บ้านดอน ซึ่งโดยปกติแล้วหลวงพ่อแดงไม่ค่อยจะรับนิมนต์เรื่องทำนองนี้จากผู้ใด หากครั้งนี้หลวงพ่อแดงได้ชักชวนนายดำ ผิวขำ ลูกศิษย์ท่านมาด้วย <TABLE style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px dotted; BORDER-TOP: #ffffff 1px dotted; BORDER-LEFT: #ffffff 1px dotted; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px dotted" cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=right border=1><TBODY><TR bgColor=#ffe9ff><TD>http://www.matichon.co.th/newsphoto/khaosod/bud12260949p2.jpg</TD></TR></TBODY></TABLE>

ขณะที่หลวงพ่อแดงชักชวนนายดำนั้น นายอิน เมืองพรหม และนายโธ่ ศรีแสง อยู่ด้วย ซึ่งหลวงพ่อแดงได้กล่าวว่า "คำเอ๋ยเราไปให้พ้นกันเสียที"

รุ่งขึ้นวันที่ 6 สิงหาคม ได้เดินทางกลับเกาะสมุย โดยเรือโดยสารพันธนูทอง หลวงพ่อแดงได้พักอยู่ในห้องพิเศษที่ทางเรือจัดไว้ให้เพียงรูปเดียว ส่วนลูกศิษย์ที่ติดตามมาได้พักอยู่หน้าห้อง รวมทั้งนายชั้น ชัยทวัฒน์ ขณะอยู่บนเรือนั้นหลวงพ่อแดงได้ทำมือพลิกคว่ำพลิกหงาย มีผู้โดยสารเรือเห็นกันมาตลอด

นายชั้นก็เห็นแต่หาเฉลียวใจไม่ คิดเพียงว่าหลวงพ่อแดงท่านใบ้หวย แต่ก่อนที่หลวงพ่อแดงจะเข้าพักในห้องได้หันมาสั่งว่า "คืนนี้นอนก็นอนเถอะ แต่อย่าให้หลับ" นายชั้นสงสัยจึงถามกลับว่า "ทำไมจึงไม่ให้หลับ"

หากหลวงพ่อแดงก็ไม่ตอบเดินเข้าห้องพักไป

จนกระทั่งเวลาประมาณหนึ่งนาฬิกา เรือโดยสารได้แล่นมาเกิดอุบัติเหตุด้วยเข้าผิดร่องน้ำ ไปเกยชานข้างร่องแล้วพลิกคว่ำลง ซึ่งอยู่ห่างจากฝั่งไม่กี่ไมล์ แต่ด้วยเป็นช่วงเวลาที่ผู้โดยสารต่างนอนหลับจึงเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึงกว่า 20 คน

ในนั้นมีหลวงพ่อแดง และนายคำ ร่วมอยู่ด้วย

เมื่อได้ทำการกู้ร่างของหลวงพ่อแดงขึ้นมา และพยายามช่วยเหลือด้วยการเอาน้ำออกจากร่างหลวงพ่อแดง ด้วยคิดว่ายังมีชีวิตอยู่ แต่ปรากฏว่าไม่มีน้ำอยู่ในท้องของท่านเลย ต่างไปจากผู้เสียชีวิตรายอื่นที่ล้วนมีน้ำอยู่เต็มท้อง อีกทั้งผิวพรรณยังผ่องใสเหมือนกับท่านยังมีชีวิตเพียงแต่นอนหลับอยู่เท่านั้น

จากสภาพที่เห็น ต่างเชื่อกันว่า หลวงพ่อแดงท่านได้ละสังขารไปก่อนที่เรือจะประสบอุบัติเหตุ จึงเป็นเหตุให้ไม่มีน้ำในท้องของท่าน และเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็ด้วยทราบถึงวาระแห่งชีวิต

อันเป็นที่หลีกไม่พ้นได้

ที่มาhttp://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03bud12260949&day=2006/09/26


.

guawn
27-09-2006, 03:58 AM
ปาฏิหาริย์แห่ง"อิทธิวิธิ" (2) "หลวงพ่อแดง"วัดแหลมสอ

คอลัมน์ มุมพระเก่า

สรพล โศภิตกุล



http://www.matichon.co.th/newsphoto/khaosod/bud09270949p1.jpg หนังสือ "ธรรมวิภาค" ปริเฉทที่ 2 หน้า 63 ได้กล่าวไว้ว่า

"อิทธิวิธิกล่าวไว้ในนิทเทสว่า แสดงฤทธิ์ได้ต่างๆ คนเดียวนิรมิตเป็นคนมากก็ได้ กลับเป็นคนเดียวอีกก็ได้ ล่องหน คือ ผ่านไปในวัตถุกั้นขวางอยู่ เช่น ฝา กำแพง ภูเขา ดุจไปในที่แจ้งก็ได้ ดำดินคือไปใต้ดิน แล้วผุดขึ้นในที่ปรารถนา ดุจดำในน้ำก็ได้ เดินน้ำคือไปได้บนน้ำ อันไม่แตก ดุจเดินบนพื้นดินก็ได้ เหาะคือนั่งไปในอากาศ ดุจนกบินก็ได้ ลูบคลำพระจันทร์ พระอาทิตย์ด้วยมือก็ได้ ใช้อำนาจด้วยกายไปตลอดพรหมโลกก็ได้"

"อิทธิวิธิ" นี้ หลวงพ่อแดง แห่งวัดแหลมสอ ได้สำแดงปาฏิหาริย์ให้ปรากฏ ดังเรื่องราวเล่าขานที่จะกล่าวถึง

เรื่องแรก คือ การแบ่งภาคบิณฑบาต เรื่องมีอยู่ว่า นางเจี้ยว ซึ่งมีบ้านเรือนอยู่ที่บ้านบางเก่า

เช้าวันหนึ่งมีเหตุให้ไปทำธุระอยู่ที่อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เห็นหลวงพ่อแดงบิณฑบาตอยู่ที่อำเภอขนอน วันเดียวกันได้เดินทางกลับเกาะสมุยเและได้พบหลวงพ่อแดง ก็ให้สงสัยไปสอบถามชาวบ้านดู ชาวบ้านล้วนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เมื่อเช้าหลวงพ่อแดงบิณฑบาตที่เกาะราบไม่ได้ไปไหน

ในสมัยพุทธกาลนั้น มีพระสาวกที่สำคัญหลายรูปด้วยกันที่สามารถแบ่งภาคได้ ดังเช่นพระอานนท์ หรือพระจุลบัณถก กล่าวสำหรับพระจุลบัณถกนี้ สามารถแบ่งภาคได้ถึง 1,000 องค์ทีเดียว <TABLE style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px dotted; BORDER-TOP: #ffffff 1px dotted; BORDER-LEFT: #ffffff 1px dotted; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px dotted" cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=2><TBODY><TR bgColor=#ffffe8><TD>http://www.matichon.co.th/newsphoto/khaosod/bud09270949p3.jpg</TD></TR></TBODY></TABLE>

ในประวัติมีกล่าวไว้ว่า ครั้งหนึ่งอาณาบิณฑกเศรษฐีได้จัดอาหารเพื่อจะถวายพระพุทธเจ้า และพระสาวก แต่ปรากฏว่าครั้นถึงเวลาก็ขาดพระจุลบัณถก 1 องค์

อาณาบิณฑกเศรษฐีจึงให้คนไปนิมนต์พระจุลบัณถก แต่ปรากฏว่าท่านแบ่งภาคออกเป็น 1,000 องค์ ผู้นิมนต์จึงมิอาจทราบได้ว่าองค์ไหนคือองค์ท่านที่แท้จริง

ในที่สุดพระพุทธเจ้าทรงตรัสให้ไปเรียกชื่อ ถ้าองค์ไหนขานตอบก่อนองค์นั้นก็คือ พระจุลบัณถก

เรื่องที่สอง เล่าถึงอิทธิวิธิของหลวงพ่อแดงเดินบนผิวน้ำว่า ปกติแล้วหลวงพ่อแดงมักเดินทางด้วยเรือชักใบลำเล็กๆ ของท่าน มีอยู่วันหนึ่งขณะที่ท่านกำลังแล่นเรืออยู่กับนายอิ่ม ซึ่งพิการขาเป๋ แล่นเรืออยู่ระหว่างเกาะกะแตนกับเกาะสมุย เรือของท่านก็บังเกิดล่มจมลง ตรงบริเวณนั้นน้ำลึกไม่น้อยกว่า 7 วา

หลวงพ่อแดงจึงร้องบอกนายอิ่มให้ยืนขึ้น ปรากฏว่านายอิ่มสามารถยืนในน้ำได้ครึ่งตัว

ส่วนหลวงพ่อแดงนั้นท่านสามารถเดินบนผิวน้ำได้



.

guawn
28-09-2006, 09:14 AM
ปาฏิหาริย์แห่ง"อิทธิวิธิ"(จบ) "หลวงพ่อแดง"วัดแหลมสอ

คอลัมน์ มุมพระเก่า

สรพล โศภิตกุล



http://www.matichon.co.th/newsphoto/khaosod/bud07280949p1.jpgเรื่องเดินบนผิวน้ำนี้ ยังปรากฏเป็นที่ประจักษ์สายตาของผู้คนอยู่ เมื่อครั้งที่หลวงพ่อแดงยังจำพรรษาอยู่ที่วัดน้ำรอบ บริเวณวัดจะมีน้ำล้อมอยู่ทุกด้าน เช่นนั้นเมื่อหลวงพ่อแดงจะมาอีกฝั่งหนึ่งก็จำเป็นต้องใช้เรือข้าม

หากว่าหลวงพ่อแดงสามารถข้ามฝั่งไปโดยมิได้โดยสารเรือมา กระนั้นแม้กระทั่งจีวรก็หาเปียกไม่ เป็นที่สงสัยของผู้คนอยู่มาก จึงคอยจับตามองยามที่หลวงพ่อแดงข้ามฝั่ง แต่ก็ไม่อาจทราบได้

ในที่สุดชาวบ้านจึงช่วยกันถางโค่นเถาวัลย์ที่อยู่สองฝั่งลงจนหมด <TABLE style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px dotted; BORDER-TOP: #ffffff 1px dotted; BORDER-LEFT: #ffffff 1px dotted; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px dotted" cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=right border=1><TBODY><TR bgColor=#ffe9ff><TD>http://www.matichon.co.th/newsphoto/khaosod/bud07280949p2.jpg</TD></TR></TBODY></TABLE>

ด้วยสงสัยว่าหลวงพ่อแดงจะไต่เถาวัลย์ข้ามฝั่งมา แต่หลวงพ่อแดงก็ข้ามฝั่งมาได้โดยมิได้ใช้เรือข้ามมาแต่อย่างใด

วันหนึ่ง นายชม โอชารส ขณะนั้นเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ตำบลหน้าเมือง ขณะที่มาคอยมองดูหลวงพ่อแดง ก็มองเห็นหลวงพ่อแดงยืนอยู่ฝั่งวัดน้ำรอบ ชั่วพริบตาเดียวหลวงพ่อแดงก็ข้ามฝั่งมายืนตรงที่ผู้ใหญ่ชมแล้ว โดยจีวรไม่เปียกน้ำเช่นเคย

ผู้ใหญ่ชมจึงได้ถามไถ่หลวงพ่อแดงถึงเรื่องข้ามฝั่ง หลวงพ่อแดงตอบไปว่า ท่านนั่งเรือมา แต่ผู้ใหญ่ชมไม่เห็นเรือแม้แต่ลำเดียว <TABLE style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px dotted; BORDER-TOP: #ffffff 1px dotted; BORDER-LEFT: #ffffff 1px dotted; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px dotted" cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=2><TBODY><TR bgColor=#ffffe8><TD>http://www.matichon.co.th/newsphoto/khaosod/bud07280949p3.jpg</TD></TR></TBODY></TABLE>

กระนั้น "ปาฏิหาริย์" ของหลวงพ่อแดง อันเป็นที่เล่าขานกันมาก็ยังมีอีก โดยเฉพาะในเรื่องล่องหนหายตัวที่มีผู้ประสบเหตุ ดังเช่น เมื่อนายจันทร์ เพชรศรี บ้านอยู่แหลมสอ อำเภอเกาะสมุย ได้นำอาหารจะไปถวายหลวงพ่อแดง

เมื่อขึ้นไปบนกุฏิได้เปิดประตูเข้าไป แต่ปรากฏว่าไม่เห็นหลวงพ่อแดงอยู่ในกุฏิแต่อย่างใด จึงได้เอาปิ่นโตแขวนไว้ที่หน้าประตูกุฏิแล้วนั่งคอย ไม่เห็นหลวงพ่อแดงสักที ด้วยคิดว่าหลวงพ่อแดงคงมีกิจธุระไปที่อื่น

ในที่สุดจึงปลดปิ่นโตลงจากที่แขวนจะเอาเข้าไปไว้ในกุฏิของหลวงพ่อแดง แต่พอเปิดประตูไปก็พบหลวงพ่อแดงนั่งอยู่ จึงได้สอบถามดู หลวงพ่อแดงก็บอกว่า ท่านนั่งอยู่ตรงนี้ไม่ได้ไปไหนตั้งแต่เช้าแล้ว

หรือในรายของนายอบ ทวยเจริญ เมื่อครั้งหลวงพ่อแดงได้มาให้คนเลื่อยไม้เพื่อต่อเรือละมาดที่แหลมละไม

ขณะนั้นนายอบและเพื่อนๆ ได้เห็นหลวงพ่อแดงนั่งอยู่ที่ปากถ้ำ จึงขึ้นไปถามเรื่องควายชนว่าตัวไหนจะชนะ เพื่อจะไปวางพนันขันต่อ แต่พอนายอบกับเพื่อนเข้าไปถึงปรากฏว่า

หลวงพ่อแดงหายไปไม่สามารถหาท่านได้พบ



.