rinnn
25-09-2006, 02:58 PM
อานิสงส์การถวาย ห้องน้ำ-สุขา
ในสมัยหนึ่งพระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ในนครสาวัตถีได้ทรงปรารภการถวายสร้าง ห้องน้ำ-สุขาของมาณพคนหนึ่งโดยเป็นใจความว่า
พระพุทธองค์เสด็จประทับในเชตวันมหาวิหาร แห่งกรุงสาวัตถี มีมาณพคนหนึ่งเป็นช่างทอง ทำกิจการค้าขายทองอยู่ในกรุงสาวัตถีนั้นจนร่ำรวยมีทรัพย์สมบัติมาก
อยู่มาวันหนึ่งมาณพคิดว่าเราค้าขายทองก็มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นลำดับทรัพย์สมบัติที่ได้มาด้วยความอยากลำบากก็ไม่อยากให้สูญหายไปโดยเร็วมีวิธไหนบ้างหนอที่จะรักษาเก็บทรัพย์สมบัตินี้ไว้ได้ เขาตริตรองหาวิธที่จะเก็บทรัพญ์สมบัติให้อยู่ได้นาน ก็ไม่พบวิธีที่จะป้องกันความเสื่อมเสียของทรัพย์สมบัติไว้ได้ ก็เห็นมีอยู่แต่วิธีเดียวเท่านั้นที่จัรักษาและให้ทรัพย์สมบัติติดตามตัวไปในอนาคตได้ก็คือฝังทรัพย์ไว้ในบวรพระพุทธศาสนา
จากนั้นก็ใคร่ครวญต่อๆไปว่าจะทำอะไรดีสิ่งอื่นๆก็มีผู้ทำไว้หมดแล้ว ก็เห็นแต่จะมีห้องน้ำเท่านั้นที่ยังไม่มีใครทำเลย เมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงได้สร้างห้องน้ำขึ้น เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ทำการฉลองอย่างยิ่งใหญ่มโหฬารพร้อมมอบถวายแก่สงฆ์ แล้วจึงตั้งความปรารถนาว่าด้วยอำนาจแห่งทานนี้ เมื่อข้าพเจ้ายังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด ขึ้นชื่อว่าความทุกข์อันเกิดจากโรคภัยต่างๆอย่าได้บังเกิดมีกับข้าพเจ้าเลย พระสงฆ์ก็โมทนาว่า ขอให้ความปรารถนาของท่านจงสำเร็จเถิด ครั้นเมื่อมาณพได้ตายไปแล้วก็ไปเกิดที่สวรรค์ มีวิมานทอง มีเทพธิดา 1000 องค์ เป็นบริวาล
อยู่มาวันหนึ่งภิกษุทั้งหลายนั่งสนทนาถึงภิกษุรูปนั้นอยู่ พระพุธเจ้าเสด็จมาถึงที่นั้นจึงตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายพวกท่านนั่งสนทากันด้วยเรื่องอะไร เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูให้ทรงทราบแล้ว พระองค์ก็ทรงตรัสต่อภิกษุทั้งหลายว่า มาณพผู้เป็นช่างทองผู้นี้เป็นผู้ไม่ประมาทได้สร้างห้องน้ำด้วยจิตศรัทธาเลื่อมใสบูชาพระรัตนตรัย ได้เสวยสุขในสุคติโลกสวรรค์ และเป็นปัจจัยให้ถึงซึ่งพระนิพพานในอนาคตกาล
ในครั้งอดีตที่พระพุธเจ้าทรงพระนามว่าตัณหังกรเราตถาคตก็เคยสร้างห้องน้ำเช่นกัน และได้ตั้งความปรารถนาว่า ด้วยผลของอานิสงส์ที่ได้สร้างห้องน้ำเป็นสาธารณะทานนี้ขอให้ได้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคตกาลด้วยเถิด เราตถาคตครั้นทำลายขันธ์แล้วก็ได้ไปบังเกิดบนสวรรค์ชั้นดุสิตครั้นจุติจากภพนั้นแล้วก็ได้ท่องเที่ยวในสังสารวัฏฏ์จนบารมีเต็มเปี่ยมแล้วจึงมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในปัจุบันกาลนี้แล
ในสมัยหนึ่งพระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ในนครสาวัตถีได้ทรงปรารภการถวายสร้าง ห้องน้ำ-สุขาของมาณพคนหนึ่งโดยเป็นใจความว่า
พระพุทธองค์เสด็จประทับในเชตวันมหาวิหาร แห่งกรุงสาวัตถี มีมาณพคนหนึ่งเป็นช่างทอง ทำกิจการค้าขายทองอยู่ในกรุงสาวัตถีนั้นจนร่ำรวยมีทรัพย์สมบัติมาก
อยู่มาวันหนึ่งมาณพคิดว่าเราค้าขายทองก็มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นลำดับทรัพย์สมบัติที่ได้มาด้วยความอยากลำบากก็ไม่อยากให้สูญหายไปโดยเร็วมีวิธไหนบ้างหนอที่จะรักษาเก็บทรัพย์สมบัตินี้ไว้ได้ เขาตริตรองหาวิธที่จะเก็บทรัพญ์สมบัติให้อยู่ได้นาน ก็ไม่พบวิธีที่จะป้องกันความเสื่อมเสียของทรัพย์สมบัติไว้ได้ ก็เห็นมีอยู่แต่วิธีเดียวเท่านั้นที่จัรักษาและให้ทรัพย์สมบัติติดตามตัวไปในอนาคตได้ก็คือฝังทรัพย์ไว้ในบวรพระพุทธศาสนา
จากนั้นก็ใคร่ครวญต่อๆไปว่าจะทำอะไรดีสิ่งอื่นๆก็มีผู้ทำไว้หมดแล้ว ก็เห็นแต่จะมีห้องน้ำเท่านั้นที่ยังไม่มีใครทำเลย เมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงได้สร้างห้องน้ำขึ้น เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ทำการฉลองอย่างยิ่งใหญ่มโหฬารพร้อมมอบถวายแก่สงฆ์ แล้วจึงตั้งความปรารถนาว่าด้วยอำนาจแห่งทานนี้ เมื่อข้าพเจ้ายังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด ขึ้นชื่อว่าความทุกข์อันเกิดจากโรคภัยต่างๆอย่าได้บังเกิดมีกับข้าพเจ้าเลย พระสงฆ์ก็โมทนาว่า ขอให้ความปรารถนาของท่านจงสำเร็จเถิด ครั้นเมื่อมาณพได้ตายไปแล้วก็ไปเกิดที่สวรรค์ มีวิมานทอง มีเทพธิดา 1000 องค์ เป็นบริวาล
อยู่มาวันหนึ่งภิกษุทั้งหลายนั่งสนทนาถึงภิกษุรูปนั้นอยู่ พระพุธเจ้าเสด็จมาถึงที่นั้นจึงตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายพวกท่านนั่งสนทากันด้วยเรื่องอะไร เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูให้ทรงทราบแล้ว พระองค์ก็ทรงตรัสต่อภิกษุทั้งหลายว่า มาณพผู้เป็นช่างทองผู้นี้เป็นผู้ไม่ประมาทได้สร้างห้องน้ำด้วยจิตศรัทธาเลื่อมใสบูชาพระรัตนตรัย ได้เสวยสุขในสุคติโลกสวรรค์ และเป็นปัจจัยให้ถึงซึ่งพระนิพพานในอนาคตกาล
ในครั้งอดีตที่พระพุธเจ้าทรงพระนามว่าตัณหังกรเราตถาคตก็เคยสร้างห้องน้ำเช่นกัน และได้ตั้งความปรารถนาว่า ด้วยผลของอานิสงส์ที่ได้สร้างห้องน้ำเป็นสาธารณะทานนี้ขอให้ได้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคตกาลด้วยเถิด เราตถาคตครั้นทำลายขันธ์แล้วก็ได้ไปบังเกิดบนสวรรค์ชั้นดุสิตครั้นจุติจากภพนั้นแล้วก็ได้ท่องเที่ยวในสังสารวัฏฏ์จนบารมีเต็มเปี่ยมแล้วจึงมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในปัจุบันกาลนี้แล