View Full Version : ลูกเป็นคนยากจน มีเงินน้อย อยากจะได้อานิสงส์มากๆ จะทำบุญอย่างไรดีคะ?
WebSnow
25-09-2006, 04:55 AM
http://www.palungjit.com/board//attachment.php?attachmentid=89933&d=1155499120
ถาม
"ลูกเป็นคนยากจน มีเงินน้อย อยากจะได้อานิสงส์มากๆ จะทำบุญอย่างไรดีคะ?"
หลวงพ่อ
"คืออานิสงส์จริงๆ ต้องทำบุญให้มากที่สุด เท่าที่จะพึงทำได้
สมมติว่าเรามีเงินอยู่ ๑๐ บาท จะไปมาที่นี่ เสียค่ารถ ๖ บาท กินก๋วยเตี๋ยว ได้ครึ่งชามแล้ว หมดไป ๙ บาท เหลือ ๑ บาท เขียนที่หน้าซองเลยว่าเงินนี้ถวายสังฆทาน วิหารทานและธรรมทาน คนนี้อานิสงส์มากเหลือเกิน
จำนวนเงินเขาไม่จำกัด เขาจำกัดกำลังใจ ถ้ากำลังใจมุ่งด้านดีนะ
การทำบุญมากๆ คำว่า "ทำมาก" หมายความว่า ทำบ่อยๆ แต่คำว่า "บ่อย" ไม่ต้องทุกวันก็ได้นะ คำว่า "มาก" หมายความว่า ทำเต็มกำลังที่พึงทำ ไม่ใช่ขนเงินมามากเวลาทำบุญ ต้องดูก่อนว่า ค่าใช้จ่าย เรามีความจำเป็นเพียงไร เงินที่มีความจำเป็น อย่านำมาทำบุญ มันจะเดือดร้อนภายหลัง และให้เหลือส่วนนั้นไว้บ้าง แล้วแบ่งทำบุญพอสมควร
และประการที่ ๒ การทำบุญ ถ้าใช้วัตถุมาก แต่กำลังใจน้อย ก็มีอานิสงส์น้อยถ้าหากใช้วัตถุน้อย กำลังใจมีมาก ก็มีอานิสงส์มาก อย่างถวายสังฆทาน ที่บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทนำมานี่ ลงทุนไม่มาก แต่อานิสงส์มหาศาล ความจริง ถ้าจะพูดถึงอานิสงส์กันจริงๆล่ะก็รู้สึกว่าจะมากกว่าจัดงานที่บ้าน หรือที่วัดตั้ง เยอะแยะทั้งนี้เพราะว่าอะไร เพราะว่าถวายสังฆทาน เราทำกันแบบเงียบๆ ไม่มีกังวลการ
บำเพ็ญกุศลแต่ละคราว ถ้ามีกังวลมาก อานิสงส์มันก็น้อย เพราะว่าจิตที่เราเข้าสู่กุศลมันห่วงงานอื่นมากกว่าไม่ตั้งจิตโดยเฉพาะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การถวายสังฆทานในหมู่สงฆ์ ตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป ตามพระวินัย ท่านเรียกกันว่า คณะสงฆ์ ถ้าต่ำกว่านั้น เป็น คณะบุคคล ถ้าบุคคลเดียว เป็น ปาฏิปุคคลิกทาน
โดยเฉพาะ ทีนี้การถวายสังฆทานแก่พระสงฆ์เป็นหมู่นี้มีอานิสงส์มาก เรื่องนี้ก็มีตัวอย่าง คนที่มีทรัพย์น้อย ทรัพย์มาก อย่างท่านอินทกะเทพบุตรกับ ท่านอังกุระ - เทพบุตร ไงล่ะ
ท่านอังกุระเทพบุตร ทำบุญนอกเขตพระพุทธศาสนา เวลานั้นพระพุทธศาสนาไม่มี ตั้งโรงทาน ๘๐ โรง ให้ทานถึง ๒ หมื่นปี เลี้ยงคนกำพร้า คนตกยาก คนเดินทาง พอตายจากความเป็นคน ไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นเทวดาที่มีบุญน้อยที่สุดเพราะเขตของบุญเล็กไป คนไร้ศีลไร้ธรรม ใช่ไหม
ตรงกันข้ามท่านอินทกะเทพบุตร เกิดเป็นคนจน พ่อตาย ตัดฟืนเลี้ยงแม่ ก็ไม่ได้ตัดขายมากมาย เอาแค่วันๆ พอกินพอใช้ไปวันๆวันหนึ่ง พระสงฆ์เดินผ่านไปที่นั้น ท่านมีโอกาสได้ถวายทาน ในฐานะที่ไม่ได้เตรียมตัวไว้ก่อนคนจนจะมีอะไรมากนักใช่ไหมล่ะ เพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้นอาศัยคุณ คือความกตัญญูรู้คุณอย่างหนึ่งแล้ว ก็ถวายสังฆทานหนึ่ง สองอย่างด้วยกัน ตายแล้ว ไปเป็นเทวดาที่มีบุญมากที่สุดในดาวดึงส์ นอกจากพระอินทร์แล้ว ไม่มีใครโตกว่า"
101933
คนเหนือ ไทยใจจร
03-10-2006, 02:43 AM
ผมขอแสดงความดีใจและภูมิใจ ที่คุณ*วีระชัย*ได้เอาคำสอนของหลวงพ่อมาตอบให้กับท่านทีสนใจในเวพนี้ และผมคิดว่าเราไม่ต้องมากังวลในคำตอบของเราว่ามันจะถูกหรือผิดอีกต่อไป เพราะคำตอบของหลวงพ่อผมกล้าบอกได้เลยว่า**ไม่ผิดสักคำ**ผมเองก็เชื่อว่าคุณก็คิดอย่างนี้
สุดยอดของคำตอบที่ให้กับ ท่านมีคำถามมา ผมเชือว่าการให้คำตอบอย่างนี้ จะทำให้ผู้ที่มีคำถาม สบายใจ เชื่อใจ และมั่นใจมาก ดูๆแล้ว มันเหมือนกับว่า เวลานี้ หลวงพ่อกำลังให้คำตอบ ตัวต่อตัวกับผู้ที่ถามมานะครับ มีหรือครับคนถามมาจะไม่ดีใจ
อนุโมทนากับ websnow ด้วยครับ รายละเอียดเพิ่มเติมนะครับ<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=578 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top colSpan=3><TABLE class=webbody cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=webbody width=749 height=33>การให้ทานในเขตและนอกเขตพระพุทธศาสนา <!-- #EndEditable -->
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD height=206></TD><TD vAlign=top colSpan=3><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><!--DWLayoutTable--><TBODY><TR><TD vAlign=top><!-- #BeginEditable "detail" -->
สมัยเมื่อองค์สมเด็จพระพิชิตมาร เสด็จไปบนสวรรค์ ชั้นดาวดึงสเทวโลก ( เพื่อโปรดพระพุทธมารดา ) องค์สมเด็จพระชินสีห์ ประทับที่ บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ เวลานั้นมีเทวดา 2 ท่าน มาเฝ้าองค์สมเด็จพระบรมโลกนาถก่อนคนอื่นทั้งหมดเว้นไว้ แต่พระอินทร์ พระอินทร์ท่านเป็นเจ้าภาพ ท่านรับอยู่ก่อน มีเทวดาองค์หนึ่งมา คือ ท่านอินทกเทพบุตร มานั่งอยู่ข้างๆขา เบื้องขวา ท่านอังกรุเทพบุตร มานั่งข้างขาเบื้องซ้ายเทวดามากันมากมายหมดดาวดึงส์ท่านอินทกเทพบุตรนั่งตรงที่เดิม แต่ท่านอังกรุเทพบุตร ต้องถอยไปอยู่ท้ายบริษัทอยู่ริมนอก เพราะเป็นเทวดาที่มีบุญน้อยที่สุดในดาวดึงส์
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงถาม ท่านอังกุรเทพบุตร ( ท่านบันดาลให้เสียงท่านและเสียงเทวดาที่พูดกันได้ยิน ถึงคนที่คอยท่าน อยู่ที่เมืองพาราณสี ที่เมืองมนุษย์ คนทุกคนฟังชัด ) องค์สมเด็จ พระทรงสวัสดิ์ ถามว่า "อังกุระ เมื่อสมัย เมื่อตถาคต ขึ้นมาใหม่ๆ มาถึงใหม่ เธอนั่งใกล้ ข้างขาข้างซ้าย เวลานี้เทวดาทั้งหลาย มากันคบถ้วน แต่ว่า เธอกลับมานั่ง ท้ายบริษัท ตถาคตอยากจะทราบว่า ในสมัยที่เธอเป็นมนุษย์ เธอทำบุญอะไรไว้ จึงเป็นเทวดาที่มีบุญน้อยที่สุดในสวรรค์ชั้น ดาวดึงสเทวโลก"
ท่านอังกุระ จึงได้กราบทูล สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า "ภันเตภควา ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เจริญพระพุทธเจ้าข้า ในสมัยที่ข้าพระพุทธเจ้าเป็นมนุษย์ เป็นมหาเศรษฐีมีทรัพย์มากแล้วในสมัยนั้น เป็นต้นกัปคนมีอายุยืนมากอา ยุถึง 80,000 ปีจึงตาย ต่อมาสมัย ที่ข้าพระพุทธเจ้าเป็นคนแก่เหลืออีก 20,000 ปี จะสิ้นอายุ จึงได้ให้ตั้งโรงทาน 80 แห่ง คือ 1 โยชน์ 1 แห่ง โรงทานนี้ ให้แก่คนกำพร้าคนเดินทาง ทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งอาหารการบริโภค ผ้าผ่อนท่อนสไบ ของใช้ตามสมควร แต่ว่าเวลานั้นว่างจากพระพุทธศาสนา คนไม่มีศีลไม่มีธรรมคนไร้ศีลไร้ธรรม ไม่มีพระพุทธเจ้าทรงสอน บุญญาธิการที่ได้ จึงน้อยเกินไป ( ลงทุนมาก 20,000 ปี ตั้งโรงทาน 80 แห่ง เลี้ยงไม่จำกัด ขอบรรดาท่าน พุทธบริษัท คิดเอาว่า เขาต้องใช้เงินวันละเท่าไร แต่ว่าอาศัยว่า คนผู้รับเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์ ท่านผู้ให้ ก็ไม่ค่อยจะบริสุทธิ์นักเว ลานั้น ศีลธรรมน้อยเกินไป เป็นของธรรมดาของชาวโลก วัตถุทานที่ได้มาก็เข้าใจว่าไม่ค่อยจะบริสุทธิ์ ฉะนั้นเวลาตายจาก ความเป็นมนุษย์ จึงมาเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นเทวดาที่มีบุญน้อยที่สุด) เมื่อข้าพระพุทธเจ้ามาถึงใหม่ๆ นั่งใกล้พระ องค์แต่ในที่สุด ก็ต้องมานั่งท้าย เพราะบุญญาธิการ ไม่เท่าเทวดาทั้งหลาย "
หลังจากนั้นองค์สมเด็จพระจอมไตร จึงถาม ท่านอินทกเทพบุตร ว่า " อินทกะ เมื่อตถาคต มาถึงใหม่ๆ เธอมาถึงแล้ว ก็ นั่งตรงนี้เวลานี้ เทวดามาหมดสวรรค์ ชั้นดาวดึงสเทวโลก เธอก็นั่งตรงนี้ ตถาคตอยากจะทราบว่า ในสมัยที่เป็นมนุษย์ เธอ สร้างความดี คือ บุญกุศลอะไรไว้ เธอจึงเป็นเทวดาที่มีศักดาใหญ่นอก จากพระอินทร์ "
ท่านอินทกเทพบุตรจึงกราบทูลสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า
"ภันเตภควา ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญ พระพุทธเจ้าข้า การที่ข้าพระพุทธเจ้าสมัยเป็นมนุษย์นั้นเป็นคนที่จนที่สุด หมายความว่า เป็นคนจนอยู่ในป่า ต่อมาท่านพ่อตายเหลือแต่ท่านแม่ ก็มีความกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ เลี้ยงแม่ด้วย การตัดฟืน เหนื่อยยากลำบากขนาดไหนก็ไม่สนใจ สนใจอย่างเดียวว่า ทำอย่างไรแม่จึงจะมีความสุขตามกำลังที่จะให้ท่าน ได้ "
ฟังตอนนี้ ก็คิดด้วยนะ บรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายว่า คนที่มีความรู้คุณ ยอมรับนับถือความดี ของบุคคลผู้มี คุณ แล้วสนองคุณท่านนี่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่า เป็นคนดี ตามพระบาลีท่านว่า
" นิมิตตัง สาธุรูปานัง กตัญญูกตเวทิตา "
ซึ่งแปลว่า " บุคคลใดรู้อุปการคุณ ที่ท่านทำแล้ว แล้วก็ทำดี สนองตอบแทนคุณท่าน เราขอสรรเสริญบุคคลนั้น ว่าเป็นคนดี "
เป็นอันว่า เมื่อองค์สมเด็จพระชินสีห์สดับแล้ว ท่านก็เล่าต่อไป ท่านอินทกะถวายคำตอบต่อไปว่า "มาวันหนึ่งมีพระสงฆ์ใน พระพุทธศาสนาเดินทางมา ก็เป็นเวลาที่พอดีมีอาหารอยู่บ้าง ตามฐานะ ของคนจนคนป่า ยามปกติไม่มีของ สำหรับทำบุญ คนจนนี่ก็ไม่มี พระบางครั้ง พระมา ก็ไม่มีของถวาย ก็เลยจำใจนิ่ง เพราะอยากจะถวาย วันนั้นพอดีของในครัว พอมีอยู่บ้าง พระก็มาพอดี มีโอกาส ได้อาราธนาพระ ถวายเป็นสังฆทาน ครั้งเดียวในชีวิต ในชีวิต ของข้าพระพุทธเจ้า เป็นคนจน ถวายสังฆทานครั้งเดียว แต่ก็มีความกตัญญูรู้คุณกับแม่ด้วย ตายจากความเป็นคน จึงมาเกิดเป็นเทวดาบน สวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก เป็นเทวดาที่มีอานุภาพมากกว่าเทวดา อื่นนอกจากพระอินทร์
นี่บรรดาพุทธบริษัททั้งหลาย ฟังแล้วต้องคิดว่า ท่านอังกรุเทพบุตร ทำบุญมากแต่ว่ามีอานิสงส์น้อย ท่านอินทกเทพบุตร ทำบุญน้อยแต่มีอานิสงส์มาก เรื่องนี้มีมากในพระพุทธศาสนา
ฉะนั้นการบำเพ็ญกุศลนี่ บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย โดยถ้วนหน้า ต้องเลือกเขต เลือกนา การหว่านพืชในที่ดอนเกินไป ไม่มีน้ำเลี้ยงพืช ก็แห้งตาย การหว่านพืช ในที่ลุ่มเกินไป น้ำท่วมพืชก็ตาย จะต้องดูถึงพื้นนาที่ดีๆ ข้าวหรือพืชจึงจะงาม ผลจึงจะดกมีผลคุ้มค่า และเกินค่าที่เราทำ อย่างท่านอินทกเทพบุตร ท่านเป็นคนจนแสนจน แต่ว่าท่านถวายสังฆทานตาม เขตในพระพุทธศาสนา แล้วก็มีความกตัญญูรู้คุณ ต่อบิดามารดาอันนี้เป็นปัจจัยสูงสุด
แต่ก็เป็นที่น่าปลื้มใจ ที่คณะบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทและภิกษุสามเณร ทั้งในวัดก็ดี นอกวัดก็ดี นิยมการบำเพ็ญทานอันดับสูงนั่นคือ
1. พอใจในการถวายสังฆทาน ถวายสังฆทาน มีของมาถวายจัดเป็นชุด โดยเฉพาะก็มี ของน้อยก็มี ของมากก็มี นี่เป็นสังฆทานและ
2. ก็มีมากท่านนิยมมาเลี้ยงพระ การเลี้ยงพระสงฆ์ตั้งแต่ 4 รูปขึ้นไปไม่ต้องบอก ก็เป็นสังฆทาน 100 เปอร์เซ็นต์ ทีนี้การใส่บาตรหน้าบ้าน โดยไม่จำกัดพระ อันนี้ก็เป็นสังฆทาน อานิสงส์ใหญ่มาก ที่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้ายกย่องว่า การบำเพ็ญทาน ถวายแด่พระองค์เอง 100 ครั้ง มีผลไม่เท่าถวายสังฆทานครั้งเดียว และ
3. บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท พระก็ดี เณรก็ดีที่นิยมการช่วยส่งเสริม ในการสร้างวิหารทาน ถึงกับมาสร้างห้องเป็นห้องๆ เป็นชื่อของตัวเอง เป็นชื่อน่ะไม่ใช่โชว์ ที่เขาติดชื่อน่ะ จะได้ทราบว่า ใครทำไว้ ลูกหลาน จะได้โมทนา ได้เป็นส่วนบุญด้วย สร้างพระพุทธรูปสวยสดงดงาม
รวมความว่า การบริจาคทานของบรรดาท่านพุทธบริษัททำถูกต้องอย่างนี้มีอานิสงส์มาก
คัดมาจาก หนังสือบารมี 10 โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน
( หลวงพ่อพระมหาวีระ ถาวโร วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี )
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
การทำบุญพระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้อย่างนี้ คือ
<TABLE width="82%" border=0><TBODY><TR bgColor=#ccffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>ให้ทานกับคนที่ไม่มีศีลเลย 100 ครั้ง</TD></TR><TR bgColor=#ccffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>มีผลไม่เท่ากับ ให้ทานกับคนที่เคยมีศีลแต่ศีลขาดไปแล้ว 1 ครั้ง หมายความว่า ยังมีความดีอยู่บ้าง </TD></TR><TR><TD bgColor=#ffffff> </TD></TR><TR bgColor=#ffffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff height=14>ให้ทานแก่คนที่เคยมีศีลแล้วศีลขาด 100 ครั้ง </TD></TR><TR bgColor=#ffffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>มีผลไม่เท่ากับ ให้ทานกับท่านที่ทรงศีลบริสุทธิ์ 1 ครั้ง </TD></TR><TR><TD bgColor=#ffffff> </TD></TR><TR bgColor=#ccffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>ให้ทานกับท่านที่มีศีลบริสุทธิ์ 100 ครั้ง </TD></TR><TR bgColor=#ccffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>มีผลไม่เท่ากับ ให้ทานกับท่านผู้ทรงฌาน หรือท่านปฏิบัติเพื่อโสดาปัตติมรรค 1 ครั้ง </TD></TR><TR><TD bgColor=#ffffff> </TD></TR><TR bgColor=#ffffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>ผู้ปฏิบัติเพื่อโสดาปัตติมรรคหมายความว่า</TD></TR><TR bgColor=#ffffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>ท่านที่ปฏิบัติกรรมฐาน แต่ยังไม่ถึง พระโสดาบันปัตติมรรค จะเป็นขั้นไหนก็ตาม อย่างน้อยที่สุด </TD></TR><TR bgColor=#ffffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>จิตของท่าน ตัดนิวรณ์ มีความเคารพ ในพระรัตนตรัยจริง ๆ ทรงศีล บริสุทธิ์ก็มีอานิสงส์มาก </TD></TR><TR><TD bgColor=#ffffff> </TD></TR><TR bgColor=#ccffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>ให้ทานกับท่านที่ปฏิบัติเพื่อโสดาบันปัตติมรรค 100 ครั้ง</TD></TR><TR bgColor=#ccffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>มีผลไม่เท่ากับ ให้ทานกับพระโสดาปัตติผล 1 ครั้ง </TD></TR><TR><TD bgColor=#ffffff> </TD></TR><TR bgColor=#ffffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>ถวายทานกับพระโสดาบันปัตติผล 100 ครั้ง</TD></TR><TR bgColor=#ffffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff height=26>มีผลไม่เท่ากับ ถวายทานพระสกิทาคามีผล 1 ครั้ง </TD></TR><TR><TD bgColor=#ffffff> </TD></TR><TR bgColor=#ccffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>ถวายทานกับพระสกิทาคามีมรรค 100 ครั้ง</TD></TR><TR bgColor=#ccffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>มีผลไม่เท่ากับ ถวายทานกับพระสกิทาคามีผล 1 ครั้ง </TD></TR><TR><TD bgColor=#ffffff> </TD></TR><TR bgColor=#ffffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>ถวายทานกับพระสกิทาคามีผล 100 ครั้ง</TD></TR><TR bgColor=#ffffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>มีผลไม่เท่ากับ ถวายทานกับพระอนาคามีมรรค 1 ครั้ง </TD></TR><TR><TD bgColor=#ffffff> </TD></TR><TR bgColor=#ccffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>ถวายทานกับพระอนาคามีมรรค 100 ครั้ง</TD></TR><TR bgColor=#ccffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>มีผลไม่เท่ากับ ถวายทานกับพระอนาคามีผล 1 ครั้ง </TD></TR><TR><TD bgColor=#ffffff> </TD></TR><TR bgColor=#ffffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>ถวายทานกับพระอนาคามีผล 100 ครั้ง</TD></TR><TR bgColor=#ffffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>มีผลไม่เท่ากับ ถวายทานกับพระอรหันตมรรค 1 ครั้ง </TD></TR><TR><TD bgColor=#ffffff> </TD></TR><TR bgColor=#ccffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>ถวายทานกับพระอรหัตมรรค 100 ครั้ง</TD></TR><TR bgColor=#ccffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>มีผลไม่เท่ากับ ถวายทานกับพระอรหัตผล 1 ครั้ง </TD></TR><TR><TD bgColor=#ffffff> </TD></TR><TR bgColor=#ffffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>ถวายทานกับพระอรหัตผล 100 ครั้ง </TD></TR><TR bgColor=#ffffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>มีผลไม่เท่ากับ ถวายทานแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า 1 ครั้ง </TD></TR><TR><TD bgColor=#ffffff> </TD></TR><TR bgColor=#ccffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>ถวายทานแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า 100 ครั้ง</TD></TR><TR bgColor=#ccffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>มีผลไม่เท่ากับ ถวายทานแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 1 ครั้ง </TD></TR><TR><TD bgColor=#ffffff> </TD></TR><TR bgColor=#ffffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>ถวายทานแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 100 ครั้ง</TD></TR><TR bgColor=#ffffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>มีผลไม่เท่ากับ ถวายสังฆทาน 1 ครั้ง </TD></TR><TR><TD bgColor=#ffffff> </TD></TR><TR bgColor=#ccffcc><TD class=webbody bgColor=#ffffff>ถวายสังฆทาน 100 ครั้ง มีผลไม่เท่าถวายวิหารทาน 1 ครั้ง </TD></TR></TBODY></TABLE>
ก่อนที่จะให้ทาน ถ้าหวังผลเพื่อเป็นปัจจัยเพื่อนิพพาน ต้องเลือกบุคคลผู้ให้ ถ้าไม่สามารถให้ได้ยังไงและจริงใจ ก็ต้องให้ใช้วิธีถวาย สังฆทานดีที่สุด
คัดมาจากหนังสือ ธัมมวิโมกข์ (วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี)
<!-- #EndEditable -->
Nirvana
03-10-2006, 09:13 AM
บุญกริยาวัตถุ 10 ประการ
มีเรื่องทานอย่างเดียวที่จะต้องใช้ทรัพย์ ที่เหลือใช้แรงงานกับปัญญาเท่านั้น
ผู้มีจิตศรัทธาพึงนำไปพิจารณา
อานิสงส์การให้ทานที่สมเด็จพระพิชิตมารทรงตรัสว่า สมัยพระพุทธกัสสป ท่าน เทศน์ อย่างนี้ท่านบอกว่า บุคคลใดให้ทานด้วยตนเอง แต่ไม่ชักชวนคนอื่น ตายจากชาตินี้ไปแล้ว ไปเกิดใหม่ จะมีทรัพย์สมบัติมาก จะเป็นคนร่ำรวย เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี แต่ว่าขาดเพื่อน ขาดคนเป็นที่รัก มันก็โดดเดี่ยวแย่เหมือนกัน
บุคคลใดดีแต่ชักชวนบุคคลอื่น แต่ว่าตนเองไม่ให้ทาน ท่านบอกว่า ตายจากชาตินี้ไปแล้ว ไปเกิดชาติใหม่ มีพรรคพวกมากแต่ยากจน
บุคคลใดให้ทาน ด้วยตนเอง แล้วก็ชักชวนบุคคลอื่นด้วย ตายจากชาตินี้ไปเกิดใหม่จะเป็น คนร่ำรวยมากด้วย แล้วก็จะมีเพื่อน มีบริวารมีมิตรสหายมาก นี่เรียกว่า มีความสุข
บุคคลใดไม่ให้ทานด้วยตนเอง ไม่ชักชวนบุคคลอื่นด้วย ตายจากชาตินี้ ไปเกิดใหม่ จะไม่มีทรัพย์สมบัติ เป็น คนยากจนเข็ญใจ เป็นยาจกขอทาน แล้วขอก็ไม่ค่อยจะได้ ไม่มีใครเขาอยากจะให้ มีแต่คนรังเกียจ
การให้ทานที่ก่อนจะนิพพานน่ะ เราจะต้องมีความสุขในทรัพย์สมบัติก่อน จะไปคิดว่า การให้ทานเป็นการกำจัดโลภะความโลภหรือมีผลอันน้อย แค่กามาวจร อันนี้ไม่ถูก
พระพุทธเจ้าทรง ตรัสว่า "ทานเป็นบันไดให้ไป เกิดบนสวรรค์" เขาบอกว่ามันต่ำไป เอาบุญที่เป็นปรมัตถบารมีดีกว่า คือ 1. มีศีลบริสุทธิ์
2. สมาธิตั้งมั่นก็ระงับนิวรณ์
3. มีปัญญาแจ่มใส เพื่อตัดกิเลส (f)(f) (f)
นิพพานัง สุขัง..........(verygood) (verygood) (verygood) (verygood) (verygood)
pong-sit
03-10-2006, 03:32 PM
โมทนา สาธุครับ ซึ่งเหมาะกับผมเลย
(verygood)
windham
03-10-2006, 04:57 PM
จำนวนเงิน จะเอามาเปรียบเทียบ บุญมากน้อยไม่ได้
ที่มาของเงิน ความบริสุทธิ์ของจิตสำคัญกว่า
กรรมใด ทำบ่อยๆ ให้เป็นอาจิณกรรม กรรมนั้นจะส่งผลเป็นอุปถัมภกกรรม (คอยดูแลดุจ มารดาดูแลลูกยังไม่อดนม)ในอนาคต
เพราะฉะนั้น ทำกุศลบ่อยๆ ทำด้วยจิตใจศรัทธา อานิสงส์ของกุศลก็จะมากตาม เนื่องจาก จิตใจเป็นแหล่งแห่งบุญนั่นเอง
เราว่าทำบุญด้วยใจดีที่สุดนะ
รอแต่จะทำบุญวัดดังๆรวยๆ
แล้ววัดเล็กๆจนๆก็แย่สิ
จริงไหม
REdSHirt
04-10-2006, 10:26 PM
จริงจ้ะ
surad
05-10-2006, 11:31 PM
มีน้อยทำน้อย มีมากทำมากตามกำลังที่เราหาได้ ไม่ใช่มีน้อยแล้วทำบุญหมดเลยทำให้ตัวเองเป็นทุกข์อีก
kumpeang
07-10-2006, 08:03 PM
โมทนาสาธุ...
12punna
15-10-2006, 12:10 AM
เพิ่มเติมนะครับ
ทำบุญกับ พ่อ แม่ นั้นและ ดีที่สุด สำหรับผมนะครับ
พระพุทธเจ้า และ พระสาวก ของพระพุทธ์องค์ ท่าน
เป็นเพียงผู้นำ ธรรม ให้เราหลุดพ้น แต่ พ่อ และ แม่
เป็นผู้ให้ กำเนิดเรา มาเป็นมนุษย์ คติผม พ่อ แม่ ดีสุดแล้วครับ ^^
AJ_Purngkan
16-10-2006, 11:26 AM
ถ้ายากจนมาก ขอให้ ยกมือพนมมือขึ้น ท่วมหัว แล้ว พูดดัง ๆ ว่า สาธุ อนุโมทนามิ
พระยาเดโชชัยมือศึก
02-11-2006, 06:53 AM
อาจารย์ท่านึงที่มหาลัย ท่านปฎิบัติธรรม และก็ได้มาสนทนาธรรมกัน ท่านบอกว่าตัวผม สมัยก่อน ก็ได้ปฎิบัติมา เป็นคนธรรมดา ไม่มีเสื้อใส่ เพราะอยู่ในป่า บางที เราอาจจะมีความสมถะ และก็เป็นอารมณ์แบบนี้ มา แต่ปัจจุบันในชาตินี้ พ่อแม่ท่านสร้างไว้ให้ โดยที่เงินเดือนผมหักลบแต่ละเดือนแล้ว ยังติดลบเลย อาศัยรบกวนพ่อแม่บ้าง อิอิ
แต่เรื่องอาหารการกินนี่สมบูรณ์นะ ไม่เคยอดออยาก แต่เงินไม่ค่อยจะมี
ท่านพ่อบอกว่า ถ้าเธอมีเงินมาก ใจมันใหญ่ แล้วอาจจะใช้ไปในทางที่ไม่ค่อยจะสมควร เช่น พาสาวๆไปเที่ยว อิอิ
พระยาเดโชชัยมือศึก
02-11-2006, 06:57 AM
ในสมัยก่อนคนที่มีฐานะไม่ค่อยดี แต่เขายังใส่บาตรนะ เขาก็หาผักหาปลามาใส่ ไหว้พระสวดมนต์ ด้วยอานิสงค์ ก็จะถูกหวยประจำเลย ไม่ใช่ว่าเขาบ้าหวยนะ แต่หลวงพ่อที่เขาใส่บาตร ท่านจะสงเคราะห์บอกให้ไปซื้อ ด้วยท่านเห็นว่าจนจริงๆ ท่านก็ให้ สมัยก่อนถูกหวยต้องเอาเงินไปใส่ตุ่มฝังดินกันเลย อิอิ
การทดแทนบุญคุณบิดามารดาเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด
ท่าข้าม
11-11-2006, 02:41 AM
โมทนาสาธุด้วยจ้ะ ที่หลวงพ่อฤาษีท่านบอกถูกต้องทุกประการ กตัญญูเลี้ยงดูพ่อแม่+สังฆฑาน ทำให้ไปเกิดเป็นเทวดาที่มีบุญมากที่สุด เห็นด้วยกับคุณ 12 ปันนาจ้ะ
สำหรับท่าข้ามเพิ่งเห็นผลเมื่อเร็วๆนี้แหล่ะ เพราะการเงินขัดสน จนเครียด(แต่ไม่กินเหล้านะจ๊ะ)
ท่าข้ามเลยคิดว่า ฮึ่ม..จนนักเหรอ มีเงินเอาทำบุญซะเลย ท่าข้ามแบ่งเงินที่มี(อันน้อยนิด) ทำบุญกฐิน แล้วก็ให้พ่อกับแม่ ตอนแรกอารมณ์งกยังสิงอยู่ก็รู้สึกว่า ไม่อยากให้เพราะตัวเองก็ไม่ค่อยจะพอใช้ แต่มานึกถึงที่หลวงพ่อฤาษีท่านเล่าว่า หลวงปู่ปานตอนท่านบวชเป็นพระท่านเอาแม่มาเลี้ยงที่วัดเลี้ยงดูแม่อย่างดี ซักผ้าถุงให้แม่อีกตังหาก ท่าข้ามเลยคิดว่า เอาหละวะ พระคุณพ่อแม่ต้องใหญ่หลวงจริงๆอย่างพระท่านว่าแน่ เลยตัดสินใจว่าถึงเงินไม่ค่อยมีตูก็จะให้พ่อแม่โว๊ย ดูซิว่าตูจะยากจนเพราะให้พ่อแม่หรือเปล่า แล้วก็คิดถึงหลวงปู่ปานท่านด้วยที่บวชพระแล้วแต่ยังเอาแม่มาเลี้ยงแถมยังนั่งซักผ้าถุงให้อีก แล้วคิดเพิ่มเข้าอีกว่า เออ..ไอ้ความจนมึงมาแลกหมัดกับตูเลย ตูมีเงินเมื่อไหร่ตูขอแบ่งทำสังฆฑานแล้วก็ให้พ่อแม่ด้วยทุกครั้ง ไม่ต้องรอรวยแล้วให้ ให้มันทั้งจนๆนี่แหล่ะวะ )
หลังจากตัดสินใจให้ ปรากฎว่า การเงินของท่าข้ามดีขึ้นจนน่าแปลกใจ ให้พ่อแม่+ทำสังฆฑานไปเท่าไหร่เงินก็กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว จริงๆอย่างหลวงพ่อท่านว่า กตัญญูเลี้ยงดูพ่อแม่+สังฆฑาน ทำให้เป็นเทวดามีบุญมากที่สุด ธรรมมะของหลวงพ่อนั้นฟังทีไรก็ ชื่นใจเสมอ (เพราะปฎิบัติตามแล้วเห็นผล)
bbjuatm
01-01-2007, 11:16 AM
ขออนุโมทนาสาธุด้วยครับ
อักขรสัญจร
01-01-2007, 11:43 AM
ยิ่งจนยิ่งดี
ทำบุญมีผลมาก
เพราะทำบุญแต่ละครั้งแทบเป็นบุญระดับตัดชีวิต
ทำบุญกับพระที่บริสุทธิ์
ท่านจะจนจะรวยไม่ใช่เรื่องของเรา
countdown
08-01-2007, 05:30 PM
อนุโมทนา ชาตินี้ขออย่างเดียว ขอสิงศักสิทธิ์อย่าให้เราคิดอกุศล
bamrung
10-01-2007, 10:05 PM
ไม่มีกำลังทรัพย์ เราก็มีกำลังกาย (นอกจากนี้ยังมีอภัยทานอีกนะครับ )
นิตยา444
18-01-2007, 01:11 PM
อ่านแล้วก็ให้สบายใจขึ้น ซึ่งแต่ก่อนไม่เข้าใจ และสับสน เข้าใจแล้ว่าทำบุญต้องมาจากจิตตนที่ตั้งใจจริงมุ่งมั่นในการทำบุญไม่ได้อยู่ที่ปัจจัยอะไรทั้งสิ้น
นิตยา444
18-01-2007, 01:11 PM
อ่านแล้วก็ให้สบายใจขึ้น ซึ่งแต่ก่อนไม่เข้าใจ และสับสน เข้าใจแล้ว่าทำบุญต้องมาจากจิตตนที่ตั้งใจจริงมุ่งมั่นในการทำบุญไม่ได้อยู่ที่ปัจจัยอะไรทั้งสิ้น(verygood)
จักรราศี
13-03-2007, 04:16 PM
อนุโมทนา สาธุ
อรวี จุฑากรณ์
30-03-2008, 01:54 PM
(^) บุญสำเร็จได้ด้วยการอนุโมทนา ดีจริง ๆ สำหรับทุกคนโดยเฉพาะคนที่ไม่มีปัจจัยจะทำบุญให้อนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ แล้วก็จะได้รับผลบุญเอง
kaitheera
16-08-2008, 06:17 AM
สาธุบุญครับ และขอนำไปเผยแผ่ต่อนะครับ
เธอจงระวังความคิดของเธอ เพราะความคิดของเธอจะกลายเป็นความประพฤติของเธอ
เธอจงระวังความประพฤติของ เพราะความประพฤติของเธอจะกลายเป็นความเคยชินของเธอ
เธอจงระวังความเคยชินของเธอ เพราะความเคยชินของเธอจะกลายเป็นอุปนิสัยของเธอ
เธอจงระวังอุปนิสัยของเธอ เพราะอุปนิสัยของเธอจะกำหนดชะตากรรมของเธอชั่วชีวิต<o>:p></o>:p>
<o>:p> </o>:p>
ศึกษาธรรม2551
23-09-2008, 12:24 PM
ขออนุโมทนา
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.