PDA

View Full Version : ‘รองผู้การภาค7’ แขวนพระ เพราะเชื่อ ‘สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง’


guawn
17-09-2006, 04:55 AM
<TABLE id=Table9 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=left height=118><TABLE id=Table1 cellSpacing=0 cellPadding=1 width="100%" border=0><TBODY><TR bgColor=#2b3189><TD class=messageblack vAlign=top align=left bgColor=#ffffff height=32><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=1 width="100%" border=0><TBODY><TR bgColor=#2b3189><TD class=messageblack vAlign=top align=left bgColor=#ffffff>‘รองผู้การภาค7’ แขวนพระ เพราะเชื่อ ‘สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง’


</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD class=messageblack vAlign=top align=left width="100%"><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR></TR><TR><TD class=messageblack vAlign=top align=left>เป็น “นายพลตำรวจ” อีกผู้หนึ่งที่แม้ไม่ใช่ “นักสะสมมืออาชีพ” แต่ พล.ต.ต.อาจิณ โชติวงศ์ ที่ปัจจุบันมีชีวิตรับราชการด้าน “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” เจริญก้าวหน้าไปตามความรู้ความสามารถด้วยการดำรงตำแหน่งเป็น รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ก็มีความเชื่อมั่นใน “พุทธคุณพระเครื่อง” ว่าเป็นวัตถุมงคลที่มีความ “ศักดิ์สิทธิ์” ประกอบกับ “วัตถุมงคล” ที่มีอยู่ในความครอบครองก็ล้วนแต่เป็น “มรดก” ตกทอดมา เนื่องจากในบรรดาพี่น้องที่คลานตามกันออกมาดูโลกของคุณพ่อ “พ.ต.อ.พินิจ โชติวงศ์” ทั้งหมด 5 ชีวิตก็มีเพียง “พล.ต.ต. อาจิณ” เท่านั้นที่เป็น “ผู้ชาย” คุณพ่อจึงมอบมรดกที่เป็น “วัตถุมงคล” ทุกอย่างทุกสกุลให้เป็นผู้ดูแลสืบแทน ด้วยเหตุนี้จึงกลายเป็น “นักสะสม” ไปโดยปริยาย

และหากจะทบทวนกันจริง ๆ แล้ว “ท่านรองผู้การอาจิณ” เองก็ได้สัมผัสกับ “พระเครื่อง” มาตั้งแต่เด็กเพราะ “คุณพ่อ” ที่รับราชการเป็นนายตำรวจเช่นกัน นอกจากได้รับเป็น มรดกตกทอดมาแล้ว ยังนิยมเสาะหามาสะสมเพิ่มเติมอีกด้วยทำให้ “ท่านรองผู้การอาจิณ” ซึมซับเอาความชอบของคุณพ่อมาอยู่กับตัวไปด้วยกระทั่งพออายุย่างเข้าสู่วัยรุ่นก็เริ่มเสาะหาพร้อมทำการศึกษาไปด้วยแต่ในสมัยนั้นข้อมูลการศึกษา “พระเครื่อง” และข้อมูลของ “พระเกจิคณาจารย์” ที่เชี่ยวชาญด้านสร้างวัตถุมงคลยังมีไม่แพร่หลาย จึงอาศัยศึกษาจาก “ของจริง” และ “ผู้รู้” ที่เป็นนักสะสมมาก่อนเท่านั้น อีกทั้งในสมัยที่เริ่มสะสมและศึกษาพระเครื่องนั้นดีหน่อยตรงที่ยังมี “พระแท้” ให้เห็นอยู่บ้างซึ่งผิดกับสมัยนี้ “ข้อมูลมีเยอะมาก” แต่หา “พระแท้” ชมได้ยากจริง ๆ เป็นการกลับกันส่วนใหญ่ที่เห็น ๆ กันเกลื่อนตลาดล้วนแต่ “พวกไม่กลัวบาป” สร้างออกมาเพื่อหลอกขายแก่ผู้ไม่รู้เพราะปัจจุบันมีนักสะสม “พระเครื่อง” มากขึ้นของแท้ ๆ จึงหายาก คนขายก็เลยนำ “ของปลอม” ออกมาขายแทนซะเลย เนื่องจากปัจจุบันการสะสมพระเครื่องของนักสะสมส่วนใหญ่จะ ทำกันเป็น “พุทธพาณิชย์” มากกว่าที่ จะสะสมเพื่อความภาคภูมิใจเหมือนในสมัยก่อน

ส่วนวัตถุมงคลที่แขวนประจำตัวนั้น “รองผู้การอาจิณ” เผยว่าสมัยเริ่มรับราชการยศร้อยตรีนั้นต้องออกปราบปรามผู้ “กระทำความผิด” ทุกรูปแบบจึงนำ “พระเครื่อง” ที่มีรูปแบบเป็น “เหรียญ” และสร้างโดยเกจิอาจารย์ที่นับถือมาแขวนคอหลายคณาจารย์ นอกจากเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองแล้วก็จะอาราธนาให้ท่านช่วยคุ้มครองเรื่อยมา และหลังจากแขวนมานานเป็น สิบ ๆ ปี จึงทำให้เหรียญกลายเป็นสนิม เพราะโดนไอเหงื่อจากผู้แขวนเอง ปัจจุบันจึงเปลี่ยนเป็น “พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม” ซึ่งเป็นองค์ที่ได้รับมรดกตกทอดมาจาก “คุณปู่” ที่ได้รับประทานจาก “เจ้าจอมมารดาโหมด” ใน “รัช กาลที่ 5” (พระมารดาของ กรมหลวงชุมพร) พร้อม “เหรียญหลวงพ่อฉุยวัดคงคาราม, เหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อทวดวัดช้างให้, พระชัยวัฒน์พิมพ์ชะลูดหลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว” และ “พระสังกัจจายน์พิมพ์ปั้นลอยองค์หลวงพ่อแก้ว วัดปากทะเล” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของคุณพ่อที่มอบให้มา

ทางด้านประสบการณ์ที่พานพบขณะแขวนพระอยู่ในคอนั้น “ท่านรองผู้การอาจิณ” เผยว่า “โดยส่วนตัวแล้วพบเห็นมากเรื่อง เพราะชีวิตของตำรวจนั้นต้องออกปราบผู้กระทำผิดซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น “พวกเดนคน” ทั้งนั้นหลาย ๆ ครั้งจึงเกิดการต่อสู้และหลาย ๆ ครั้งต้องเล่นเอาเถิดกับพวกนี้จึงมี “ประสบ การณ์มาก” แต่เรื่องราวเหล่านี้เป็นความเชื่อ ของแต่ละบุคคลจึงขอสงวนเป็นเรื่องส่วนตัวโดยยอมรับแต่เพียงว่า “สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเมือง ไทยมีจริง” ส่วนที่แขวนพระมาถึงทุกวันนี้ ก็เพื่อเตือนสติตัวเองว่ามี “พระพุทธ” อยู่ใน ตัวก็ต้องมี “พระธรรม” อยู่ในใจด้วยและจะกระทำสิ่งใดก็ต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องและไม่ประมาท พร้อมไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่นเพียงแค่นี้ชีวิตก็จะมีแต่ความสุขพร้อมเจริญก้าวหน้าได้เช่นกัน”.<TABLE id=Table11 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD style="HEIGHT: 14px" vAlign=top align=middle width=6 height=14></TD><TD vAlign=top align=middle height=4>http://www.dailynews.co.th/dailynews/images/front_th/template/logo.gif (http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/home/default.htm) </TD></TR><TR><TD style="HEIGHT: 14px" vAlign=top align=left width=6 height=14>http://www.dailynews.co.th/dailynews/images/front_th/template/spacer.gif</TD><TD vAlign=top align=middle width=155><SCRIPT language=javascript>// URLs of slidesvar slideurl = new Array('http://ads.dailynews.co.th/news/images/2006/variety/9/17/100605_38477.jpg')// Comments displayed below the slidesvar slidecomment = new Array('')var picNo = new Array('0');var i = 0var nfunction changeImage(i){document.images['image1'].src =slideurl[i];contend.innerHTML=''+ slidecomment[i] +'';n = i + 1 numofpic.innerHTML = '' + n + ' / ' + slideurl.length + ''}function poppic(){var ncId=100605;var NewsType=1;window.open('/dailynews/pages/front_th/popup_news/popup_news_popuppic.aspx?ncId=' + ncId + '&NewsType=' + NewsType + '&picNum='+picNo[i],'','menubar=no,toolbar=no,location=no,directories=no,status=no,scrollbars=yes,resizable=yes,dependent,,');}function prevImage(){if(i == 0){i = slideurl.length-1;} else {i--;}changeImage(i)}function nextImage(){if(i == slideurl.length-1){i = 0;} else {i++; }changeImage(i)}</SCRIPT><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=150 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle>http://ads.dailynews.co.th/news/images/2006/variety/9/17/100605_38477.jpg (http://www.palungjit.com/board/)</TD><TR><TD vAlign=center align=middle height=20>
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
“ภวันตุเม”
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>ที่มาhttp://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?Newsid=100605&NewsType=1&Template=1