NoOTa
17-09-2006, 12:43 AM
<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=0 width=567 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top>สร้างธุรกิจด้วย...ธรรมะ สุวิทย์ วิมุตตานนท์</TD></TR><TR><TD class=Text_Story vAlign=top><!-- http://www.palungjit.com/board/<img src='images/1704_copy.jpg' border=0 align=left hspace=10 vspace=5> http://www.palungjit.com/board/images/1704_copy.jpg (http://www.palungjit.com/board/) กว่า ๒๐ ปีที่ใช้ธรรมะเดินนำจนประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานของ นายสุวิทย์ วิมุตตานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท เวิลด์ คลาส ไลฟ์ (อินเตอร์เนชั่นแนล) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนาฬิกาภายใต้แบรนด์เนมดังระดับอินเตอร์ SiamSwiss รวมทั้งเป็นตัวแทนนำเข้านาฬิกา Louis morais ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และเครื่องสำอาง F.Face, Sasina
นายสุวิทย์ เล่าว่า สมัยเป็นวัยรุ่นไม่ค่อยให้ความสำคัญเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามากนัก ช่วงหนึ่งของชีวิตก็หลงระเริงอยู่กับแสง สี เสียง หากย้อนกลับไปสมัยเป็นเด็กอายุประมาณ ๙ ขวบ จำได้ว่าพ่อ (พล.ต.ต.สถาพร วิมุตตานนท์) ให้บวชเณรรวมทั้งหมด ๕๐ รูป
มาวันนี้คิดว่าการบวชเณรครั้งนั้นได้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบระดับหนึ่ง จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นบุญเก่าที่ทำให้เราเข้ามาในเรื่องของธรรมะตอนอายุ ๓๐ ปี เพราะมีปัญหาชีวิตมากมาย แล้วเชื่อว่าเมื่อไรชีวิตไม่มีธรรมะ จะมีเรื่องของ โลภ โกรธ หลง อุปสรรคในชีวิตก็มีมากขึ้น
จากปัญหานี้มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้ปฏิทินตั้งโต๊ะเป็นคำสอนของ พระสุพรหมยานเถระ (ครูบาพรหมา พรหฺมจกฺโก) วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ.ลำพูน
ชีวิตช่วงนั้น ทำงานก็มีปัญหาพอสมควร จึงไม่ได้อ่านคำสอนในปฏิทินนี้เลย ตั้งเอาไว้บนโต๊ะทำงานเฉยๆ กระทั่งวันหนึ่งเกิดความทุกข์ใจ สายตาเหลือบไปเห็นปฏิทินตั้งโต๊ะ พออ่านจบก็รู้สึกว่าชีวิตไม่ได้ยากอย่างที่เราคิด ท่านกล่าวเอาไว้ว่า
"สาระที่สำคัญที่สุดของชีวิต ที่แท้จริงขึ้นอยู่กับการทำงาน การทำงานเป็นแก่นสารของชีวิตจิตใจของคนเราทุกคน"
"ครูบาพรหมา พรหฺมจกฺโก ถือเป็นหลวงพ่อรูปแรกที่ทำให้ศึกษาธรรมะ เพราะอ่านธรรมะของท่านแล้ว ทำให้รู้สึกว่าจิตใจที่เป็นทุกข์รู้สึกผ่อนคลาย มาวันนี้เป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้วที่พิมพ์หนังสือธรรมะออกมาแจกเป็นธรรมทานให้สังคม มีทั้งหมดประมาณ ๓๕ เรื่อง พิมพ์แจกไปแล้วกว่า ๕ ล้านเล่ม ผมอ่านหนังสือธรรมะเป็นอย่างหนึ่งทำให้ผมศึกษาคำสอนของพระ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทำให้ผมคลาดทุกข์ ปัญญาเกิดแล้วก็ศึกษาธรรมะมาเรื่อยๆ" สุวิทย์ เชื่อธรรมะช่วยชี้นำชีวิต
สุวิทย์ กล่าวต่อว่า พอชีวิตศึกษาธรรมะแล้วก็ไม่ยึดติดอะไรกับพระเครื่อง แม้ว่าจะแขวนพระเครื่องก็ตาม โดยมีความเชื่อเกี่ยวกับพระเครื่องเต็มร้อยว่าพระเครื่องศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อนี้ไม่ได้เชื่อตามคนอื่น แต่เชื่อเพราะว่าศึกษาจากพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ พบว่าท่านมีพลังจริงๆ เพราะท่านต้องมีความเข้มแข็งของจิตใจที่เทียบกับคนธรรมดานั้น ท่านมีมากมหาศาล จึงเชื่อว่าความเพียรที่ท่านปฏิบัติก่อให้เกิดพลังที่เราอาจมองหรือสัมผัสไม่ได้ แต่เราปฏิบัติธรรมฝึกนั่งสมาธิก็เชื่อว่าจะสัมผัสท่านได้ว่าท่านมีฤทธิ์
ในช่วงเวลาที่มีพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล มีพระเกจิอาจารย์มากมายมานั่งปลุกเสก หรืออธิษฐานจิต พลังที่ท่านถ่ายทอดลงมาที่พระเครื่องนั้นมีส่วนจะดำรงคงอยู่ได้ก็ต่อเมื่อเราเองหรือคนที่แขวนพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเช่นเดียวกัน หากไม่มีบุญพอ พลังของพระเครื่องก็คงช่วยเราได้ไม่มากนัก เพราะพระท่านดีแต่เราไม่ดี พลังจะเป็นสองขั้วที่จะดึงดูดเข้ามาหากันไม่ได้ เราเป็นคนดีพลังขององค์พระก็จะช่วยเรา
มีอยู่ครั้งหนึ่ง สมัยเป็นเด็กชอบยิงปืน ได้นำ พระรอด มาทดสอบความขลัง ปรากฏว่าปืนยิงไม่ออก แต่พอยิงขึ้นฟ้า เสียงดังเปรี้ยงทันที ตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง
"หลายเหตุการณ์ที่เราเห็นว่าบางคนประสบอุบัติเหตุ พระเครื่องทำไมช่วยได้ ลองคิดดูให้ดี พระท่านจะต้องช่วยคนที่เป็นคนดี ถามว่าคนเป็นโจรพระท่านช่วยได้ไหม พระเครื่องอาจจะช่วยได้บางเวลาที่โจรคนนั้นยังเหลือบุญเก่าอยู่ แต่ถ้าทำบาปมาก พระเครื่องก็ช่วยไม่ได้ เราบูชาพระเครื่อง ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบด้วย พระเครื่องก็มีพลังมากที่จะช่วยให้เราปลอดภัยจากภยันตราย ดังนั้น ตัวเราจึงต้องเป็นคนดี จะรอให้พระช่วยอย่างเดียวไม่ได้ พระพุทธเจ้ายังบอกว่า อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" นายสุวิทย์ กล่าวพร้อมกับบอกด้วยว่า
ก่อนขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นเราต้องพยายามช่วยเหลือตัวเองให้ได้ก่อน เช่นเดียวกัน ถ้าเรามีเจ้านายดีๆ ถ้าเรามีความเพียรพยายาม งานที่ไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เจ้านายก็จะช่วย แต่ถ้าเราไม่มีความพากเพียรพยายาม เจ้านายก็จะเล่นงานเรา
ตรงนี้เชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า ถ้าเราไม่สร้างบุญกุศล วันหนึ่งชีวิตจะมีอุปสรรคมาก เพราะวิบากกรรมตามมาทัน คือ ชีวิตตอนนี้อาจจะดี หากเราไม่ทำบุญเพิ่ม มัวใช้แต่บุญเก่า เราใช้ไปก็มีวันหมด พอหมดเราก็ต้องถูกวิบากกรรมส่งผลและก็ไม่มีบุญที่จะคอยช่วย
"บางวันไม่มีเงิน เชื่อไหมว่านั่งอ่านหนังสือธรรมะอยู่ดีๆ ก็จะมีเสียงกระซิบข้างหู ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นคนซื้อหวยเลย แต่เสียงที่กระซิบชัดเจน ผมจึงไปซื้อหวยก็ถูกเบอร์นั้นเลย แล้วมีน้องลูกอาซึ่งเป็นคนดีจิตใจดี แต่ไม่ค่อยจะมีสตางค์ โดยเขามาทำงานด้วย ผมอยากให้เขาเป็นคนได้บุญ จึงให้มีหน้าที่ทำความสะอาดองค์พระ เชื่อไหมว่าเขาขัดทุกวันแล้วก็ถูกลอตเตอรี่หลายครั้ง แล้วคนที่จะถูกลอตเตอรี่ได้ ตามพระพุทธศาสนาบอกว่าต้องเป็นคนมีบุญเก่าบุญใหม่ ผมบอกเลยว่าเคล็ดลับที่จะทำให้บุญส่งผล คือต้องนั่งสมาธิ จิตใจจะบริสุทธิ์ผ่องใส" สุวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย 0 เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง / ภาพ ณัฐพงศ์ เขียวศรี 0
-->http://www.komchadluek.net/2006/09/17/images/1704_copy.jpg (http://www.komchadluek.net/2006/09/17/photo_6706.php)
กว่า ๒๐ ปีที่ใช้ธรรมะเดินนำจนประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานของ นายสุวิทย์ วิมุตตานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท เวิลด์ คลาส ไลฟ์ (อินเตอร์เนชั่นแนล) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนาฬิกาภายใต้แบรนด์เนมดังระดับอินเตอร์ SiamSwiss รวมทั้งเป็นตัวแทนนำเข้านาฬิกา Louis morais ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และเครื่องสำอาง F.Face, Sasina
นายสุวิทย์ เล่าว่า สมัยเป็นวัยรุ่นไม่ค่อยให้ความสำคัญเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามากนัก ช่วงหนึ่งของชีวิตก็หลงระเริงอยู่กับแสง สี เสียง หากย้อนกลับไปสมัยเป็นเด็กอายุประมาณ ๙ ขวบ จำได้ว่าพ่อ (พล.ต.ต.สถาพร วิมุตตานนท์) ให้บวชเณรรวมทั้งหมด ๕๐ รูป
มาวันนี้คิดว่าการบวชเณรครั้งนั้นได้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบระดับหนึ่ง จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นบุญเก่าที่ทำให้เราเข้ามาในเรื่องของธรรมะตอนอายุ ๓๐ ปี เพราะมีปัญหาชีวิตมากมาย แล้วเชื่อว่าเมื่อไรชีวิตไม่มีธรรมะ จะมีเรื่องของ โลภ โกรธ หลง อุปสรรคในชีวิตก็มีมากขึ้น
จากปัญหานี้มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้ปฏิทินตั้งโต๊ะเป็นคำสอนของ พระสุพรหมยานเถระ (ครูบาพรหมา พรหฺมจกฺโก) วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ.ลำพูน
ชีวิตช่วงนั้น ทำงานก็มีปัญหาพอสมควร จึงไม่ได้อ่านคำสอนในปฏิทินนี้เลย ตั้งเอาไว้บนโต๊ะทำงานเฉยๆ กระทั่งวันหนึ่งเกิดความทุกข์ใจ สายตาเหลือบไปเห็นปฏิทินตั้งโต๊ะ พออ่านจบก็รู้สึกว่าชีวิตไม่ได้ยากอย่างที่เราคิด ท่านกล่าวเอาไว้ว่า
"สาระที่สำคัญที่สุดของชีวิต ที่แท้จริงขึ้นอยู่กับการทำงาน การทำงานเป็นแก่นสารของชีวิตจิตใจของคนเราทุกคน"
"ครูบาพรหมา พรหฺมจกฺโก ถือเป็นหลวงพ่อรูปแรกที่ทำให้ศึกษาธรรมะ เพราะอ่านธรรมะของท่านแล้ว ทำให้รู้สึกว่าจิตใจที่เป็นทุกข์รู้สึกผ่อนคลาย มาวันนี้เป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้วที่พิมพ์หนังสือธรรมะออกมาแจกเป็นธรรมทานให้สังคม มีทั้งหมดประมาณ ๓๕ เรื่อง พิมพ์แจกไปแล้วกว่า ๕ ล้านเล่ม ผมอ่านหนังสือธรรมะเป็นอย่างหนึ่งทำให้ผมศึกษาคำสอนของพระ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทำให้ผมคลาดทุกข์ ปัญญาเกิดแล้วก็ศึกษาธรรมะมาเรื่อยๆ" สุวิทย์ เชื่อธรรมะช่วยชี้นำชีวิต
สุวิทย์ กล่าวต่อว่า พอชีวิตศึกษาธรรมะแล้วก็ไม่ยึดติดอะไรกับพระเครื่อง แม้ว่าจะแขวนพระเครื่องก็ตาม โดยมีความเชื่อเกี่ยวกับพระเครื่องเต็มร้อยว่าพระเครื่องศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อนี้ไม่ได้เชื่อตามคนอื่น แต่เชื่อเพราะว่าศึกษาจากพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ พบว่าท่านมีพลังจริงๆ เพราะท่านต้องมีความเข้มแข็งของจิตใจที่เทียบกับคนธรรมดานั้น ท่านมีมากมหาศาล จึงเชื่อว่าความเพียรที่ท่านปฏิบัติก่อให้เกิดพลังที่เราอาจมองหรือสัมผัสไม่ได้ แต่เราปฏิบัติธรรมฝึกนั่งสมาธิก็เชื่อว่าจะสัมผัสท่านได้ว่าท่านมีฤทธิ์
ในช่วงเวลาที่มีพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล มีพระเกจิอาจารย์มากมายมานั่งปลุกเสก หรืออธิษฐานจิต พลังที่ท่านถ่ายทอดลงมาที่พระเครื่องนั้นมีส่วนจะดำรงคงอยู่ได้ก็ต่อเมื่อเราเองหรือคนที่แขวนพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเช่นเดียวกัน หากไม่มีบุญพอ พลังของพระเครื่องก็คงช่วยเราได้ไม่มากนัก เพราะพระท่านดีแต่เราไม่ดี พลังจะเป็นสองขั้วที่จะดึงดูดเข้ามาหากันไม่ได้ เราเป็นคนดีพลังขององค์พระก็จะช่วยเรา
มีอยู่ครั้งหนึ่ง สมัยเป็นเด็กชอบยิงปืน ได้นำ พระรอด มาทดสอบความขลัง ปรากฏว่าปืนยิงไม่ออก แต่พอยิงขึ้นฟ้า เสียงดังเปรี้ยงทันที ตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง
"หลายเหตุการณ์ที่เราเห็นว่าบางคนประสบอุบัติเหตุ พระเครื่องทำไมช่วยได้ ลองคิดดูให้ดี พระท่านจะต้องช่วยคนที่เป็นคนดี ถามว่าคนเป็นโจรพระท่านช่วยได้ไหม พระเครื่องอาจจะช่วยได้บางเวลาที่โจรคนนั้นยังเหลือบุญเก่าอยู่ แต่ถ้าทำบาปมาก พระเครื่องก็ช่วยไม่ได้ เราบูชาพระเครื่อง ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบด้วย พระเครื่องก็มีพลังมากที่จะช่วยให้เราปลอดภัยจากภยันตราย ดังนั้น ตัวเราจึงต้องเป็นคนดี จะรอให้พระช่วยอย่างเดียวไม่ได้ พระพุทธเจ้ายังบอกว่า อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" นายสุวิทย์ กล่าวพร้อมกับบอกด้วยว่า
ก่อนขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นเราต้องพยายามช่วยเหลือตัวเองให้ได้ก่อน เช่นเดียวกัน ถ้าเรามีเจ้านายดีๆ ถ้าเรามีความเพียรพยายาม งานที่ไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เจ้านายก็จะช่วย แต่ถ้าเราไม่มีความพากเพียรพยายาม เจ้านายก็จะเล่นงานเรา
ตรงนี้เชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า ถ้าเราไม่สร้างบุญกุศล วันหนึ่งชีวิตจะมีอุปสรรคมาก เพราะวิบากกรรมตามมาทัน คือ ชีวิตตอนนี้อาจจะดี หากเราไม่ทำบุญเพิ่ม มัวใช้แต่บุญเก่า เราใช้ไปก็มีวันหมด พอหมดเราก็ต้องถูกวิบากกรรมส่งผลและก็ไม่มีบุญที่จะคอยช่วย
"บางวันไม่มีเงิน เชื่อไหมว่านั่งอ่านหนังสือธรรมะอยู่ดีๆ ก็จะมีเสียงกระซิบข้างหู ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นคนซื้อหวยเลย แต่เสียงที่กระซิบชัดเจน ผมจึงไปซื้อหวยก็ถูกเบอร์นั้นเลย แล้วมีน้องลูกอาซึ่งเป็นคนดีจิตใจดี แต่ไม่ค่อยจะมีสตางค์ โดยเขามาทำงานด้วย ผมอยากให้เขาเป็นคนได้บุญ จึงให้มีหน้าที่ทำความสะอาดองค์พระ เชื่อไหมว่าเขาขัดทุกวันแล้วก็ถูกลอตเตอรี่หลายครั้ง แล้วคนที่จะถูกลอตเตอรี่ได้ ตามพระพุทธศาสนาบอกว่าต้องเป็นคนมีบุญเก่าบุญใหม่ ผมบอกเลยว่าเคล็ดลับที่จะทำให้บุญส่งผล คือต้องนั่งสมาธิ จิตใจจะบริสุทธิ์ผ่องใส" สุวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย
0 เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง / ภาพ ณัฐพงศ์ เขียวศรี 0
ที่มา: คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/2006/09/17/j001_47696.php?news_id=47696
</TD></TR></TBODY></TABLE>
นายสุวิทย์ เล่าว่า สมัยเป็นวัยรุ่นไม่ค่อยให้ความสำคัญเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามากนัก ช่วงหนึ่งของชีวิตก็หลงระเริงอยู่กับแสง สี เสียง หากย้อนกลับไปสมัยเป็นเด็กอายุประมาณ ๙ ขวบ จำได้ว่าพ่อ (พล.ต.ต.สถาพร วิมุตตานนท์) ให้บวชเณรรวมทั้งหมด ๕๐ รูป
มาวันนี้คิดว่าการบวชเณรครั้งนั้นได้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบระดับหนึ่ง จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นบุญเก่าที่ทำให้เราเข้ามาในเรื่องของธรรมะตอนอายุ ๓๐ ปี เพราะมีปัญหาชีวิตมากมาย แล้วเชื่อว่าเมื่อไรชีวิตไม่มีธรรมะ จะมีเรื่องของ โลภ โกรธ หลง อุปสรรคในชีวิตก็มีมากขึ้น
จากปัญหานี้มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้ปฏิทินตั้งโต๊ะเป็นคำสอนของ พระสุพรหมยานเถระ (ครูบาพรหมา พรหฺมจกฺโก) วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ.ลำพูน
ชีวิตช่วงนั้น ทำงานก็มีปัญหาพอสมควร จึงไม่ได้อ่านคำสอนในปฏิทินนี้เลย ตั้งเอาไว้บนโต๊ะทำงานเฉยๆ กระทั่งวันหนึ่งเกิดความทุกข์ใจ สายตาเหลือบไปเห็นปฏิทินตั้งโต๊ะ พออ่านจบก็รู้สึกว่าชีวิตไม่ได้ยากอย่างที่เราคิด ท่านกล่าวเอาไว้ว่า
"สาระที่สำคัญที่สุดของชีวิต ที่แท้จริงขึ้นอยู่กับการทำงาน การทำงานเป็นแก่นสารของชีวิตจิตใจของคนเราทุกคน"
"ครูบาพรหมา พรหฺมจกฺโก ถือเป็นหลวงพ่อรูปแรกที่ทำให้ศึกษาธรรมะ เพราะอ่านธรรมะของท่านแล้ว ทำให้รู้สึกว่าจิตใจที่เป็นทุกข์รู้สึกผ่อนคลาย มาวันนี้เป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้วที่พิมพ์หนังสือธรรมะออกมาแจกเป็นธรรมทานให้สังคม มีทั้งหมดประมาณ ๓๕ เรื่อง พิมพ์แจกไปแล้วกว่า ๕ ล้านเล่ม ผมอ่านหนังสือธรรมะเป็นอย่างหนึ่งทำให้ผมศึกษาคำสอนของพระ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทำให้ผมคลาดทุกข์ ปัญญาเกิดแล้วก็ศึกษาธรรมะมาเรื่อยๆ" สุวิทย์ เชื่อธรรมะช่วยชี้นำชีวิต
สุวิทย์ กล่าวต่อว่า พอชีวิตศึกษาธรรมะแล้วก็ไม่ยึดติดอะไรกับพระเครื่อง แม้ว่าจะแขวนพระเครื่องก็ตาม โดยมีความเชื่อเกี่ยวกับพระเครื่องเต็มร้อยว่าพระเครื่องศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อนี้ไม่ได้เชื่อตามคนอื่น แต่เชื่อเพราะว่าศึกษาจากพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ พบว่าท่านมีพลังจริงๆ เพราะท่านต้องมีความเข้มแข็งของจิตใจที่เทียบกับคนธรรมดานั้น ท่านมีมากมหาศาล จึงเชื่อว่าความเพียรที่ท่านปฏิบัติก่อให้เกิดพลังที่เราอาจมองหรือสัมผัสไม่ได้ แต่เราปฏิบัติธรรมฝึกนั่งสมาธิก็เชื่อว่าจะสัมผัสท่านได้ว่าท่านมีฤทธิ์
ในช่วงเวลาที่มีพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล มีพระเกจิอาจารย์มากมายมานั่งปลุกเสก หรืออธิษฐานจิต พลังที่ท่านถ่ายทอดลงมาที่พระเครื่องนั้นมีส่วนจะดำรงคงอยู่ได้ก็ต่อเมื่อเราเองหรือคนที่แขวนพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเช่นเดียวกัน หากไม่มีบุญพอ พลังของพระเครื่องก็คงช่วยเราได้ไม่มากนัก เพราะพระท่านดีแต่เราไม่ดี พลังจะเป็นสองขั้วที่จะดึงดูดเข้ามาหากันไม่ได้ เราเป็นคนดีพลังขององค์พระก็จะช่วยเรา
มีอยู่ครั้งหนึ่ง สมัยเป็นเด็กชอบยิงปืน ได้นำ พระรอด มาทดสอบความขลัง ปรากฏว่าปืนยิงไม่ออก แต่พอยิงขึ้นฟ้า เสียงดังเปรี้ยงทันที ตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง
"หลายเหตุการณ์ที่เราเห็นว่าบางคนประสบอุบัติเหตุ พระเครื่องทำไมช่วยได้ ลองคิดดูให้ดี พระท่านจะต้องช่วยคนที่เป็นคนดี ถามว่าคนเป็นโจรพระท่านช่วยได้ไหม พระเครื่องอาจจะช่วยได้บางเวลาที่โจรคนนั้นยังเหลือบุญเก่าอยู่ แต่ถ้าทำบาปมาก พระเครื่องก็ช่วยไม่ได้ เราบูชาพระเครื่อง ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบด้วย พระเครื่องก็มีพลังมากที่จะช่วยให้เราปลอดภัยจากภยันตราย ดังนั้น ตัวเราจึงต้องเป็นคนดี จะรอให้พระช่วยอย่างเดียวไม่ได้ พระพุทธเจ้ายังบอกว่า อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" นายสุวิทย์ กล่าวพร้อมกับบอกด้วยว่า
ก่อนขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นเราต้องพยายามช่วยเหลือตัวเองให้ได้ก่อน เช่นเดียวกัน ถ้าเรามีเจ้านายดีๆ ถ้าเรามีความเพียรพยายาม งานที่ไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เจ้านายก็จะช่วย แต่ถ้าเราไม่มีความพากเพียรพยายาม เจ้านายก็จะเล่นงานเรา
ตรงนี้เชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า ถ้าเราไม่สร้างบุญกุศล วันหนึ่งชีวิตจะมีอุปสรรคมาก เพราะวิบากกรรมตามมาทัน คือ ชีวิตตอนนี้อาจจะดี หากเราไม่ทำบุญเพิ่ม มัวใช้แต่บุญเก่า เราใช้ไปก็มีวันหมด พอหมดเราก็ต้องถูกวิบากกรรมส่งผลและก็ไม่มีบุญที่จะคอยช่วย
"บางวันไม่มีเงิน เชื่อไหมว่านั่งอ่านหนังสือธรรมะอยู่ดีๆ ก็จะมีเสียงกระซิบข้างหู ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นคนซื้อหวยเลย แต่เสียงที่กระซิบชัดเจน ผมจึงไปซื้อหวยก็ถูกเบอร์นั้นเลย แล้วมีน้องลูกอาซึ่งเป็นคนดีจิตใจดี แต่ไม่ค่อยจะมีสตางค์ โดยเขามาทำงานด้วย ผมอยากให้เขาเป็นคนได้บุญ จึงให้มีหน้าที่ทำความสะอาดองค์พระ เชื่อไหมว่าเขาขัดทุกวันแล้วก็ถูกลอตเตอรี่หลายครั้ง แล้วคนที่จะถูกลอตเตอรี่ได้ ตามพระพุทธศาสนาบอกว่าต้องเป็นคนมีบุญเก่าบุญใหม่ ผมบอกเลยว่าเคล็ดลับที่จะทำให้บุญส่งผล คือต้องนั่งสมาธิ จิตใจจะบริสุทธิ์ผ่องใส" สุวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย 0 เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง / ภาพ ณัฐพงศ์ เขียวศรี 0
-->http://www.komchadluek.net/2006/09/17/images/1704_copy.jpg (http://www.komchadluek.net/2006/09/17/photo_6706.php)
กว่า ๒๐ ปีที่ใช้ธรรมะเดินนำจนประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานของ นายสุวิทย์ วิมุตตานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท เวิลด์ คลาส ไลฟ์ (อินเตอร์เนชั่นแนล) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนาฬิกาภายใต้แบรนด์เนมดังระดับอินเตอร์ SiamSwiss รวมทั้งเป็นตัวแทนนำเข้านาฬิกา Louis morais ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และเครื่องสำอาง F.Face, Sasina
นายสุวิทย์ เล่าว่า สมัยเป็นวัยรุ่นไม่ค่อยให้ความสำคัญเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามากนัก ช่วงหนึ่งของชีวิตก็หลงระเริงอยู่กับแสง สี เสียง หากย้อนกลับไปสมัยเป็นเด็กอายุประมาณ ๙ ขวบ จำได้ว่าพ่อ (พล.ต.ต.สถาพร วิมุตตานนท์) ให้บวชเณรรวมทั้งหมด ๕๐ รูป
มาวันนี้คิดว่าการบวชเณรครั้งนั้นได้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบระดับหนึ่ง จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นบุญเก่าที่ทำให้เราเข้ามาในเรื่องของธรรมะตอนอายุ ๓๐ ปี เพราะมีปัญหาชีวิตมากมาย แล้วเชื่อว่าเมื่อไรชีวิตไม่มีธรรมะ จะมีเรื่องของ โลภ โกรธ หลง อุปสรรคในชีวิตก็มีมากขึ้น
จากปัญหานี้มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้ปฏิทินตั้งโต๊ะเป็นคำสอนของ พระสุพรหมยานเถระ (ครูบาพรหมา พรหฺมจกฺโก) วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ.ลำพูน
ชีวิตช่วงนั้น ทำงานก็มีปัญหาพอสมควร จึงไม่ได้อ่านคำสอนในปฏิทินนี้เลย ตั้งเอาไว้บนโต๊ะทำงานเฉยๆ กระทั่งวันหนึ่งเกิดความทุกข์ใจ สายตาเหลือบไปเห็นปฏิทินตั้งโต๊ะ พออ่านจบก็รู้สึกว่าชีวิตไม่ได้ยากอย่างที่เราคิด ท่านกล่าวเอาไว้ว่า
"สาระที่สำคัญที่สุดของชีวิต ที่แท้จริงขึ้นอยู่กับการทำงาน การทำงานเป็นแก่นสารของชีวิตจิตใจของคนเราทุกคน"
"ครูบาพรหมา พรหฺมจกฺโก ถือเป็นหลวงพ่อรูปแรกที่ทำให้ศึกษาธรรมะ เพราะอ่านธรรมะของท่านแล้ว ทำให้รู้สึกว่าจิตใจที่เป็นทุกข์รู้สึกผ่อนคลาย มาวันนี้เป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้วที่พิมพ์หนังสือธรรมะออกมาแจกเป็นธรรมทานให้สังคม มีทั้งหมดประมาณ ๓๕ เรื่อง พิมพ์แจกไปแล้วกว่า ๕ ล้านเล่ม ผมอ่านหนังสือธรรมะเป็นอย่างหนึ่งทำให้ผมศึกษาคำสอนของพระ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทำให้ผมคลาดทุกข์ ปัญญาเกิดแล้วก็ศึกษาธรรมะมาเรื่อยๆ" สุวิทย์ เชื่อธรรมะช่วยชี้นำชีวิต
สุวิทย์ กล่าวต่อว่า พอชีวิตศึกษาธรรมะแล้วก็ไม่ยึดติดอะไรกับพระเครื่อง แม้ว่าจะแขวนพระเครื่องก็ตาม โดยมีความเชื่อเกี่ยวกับพระเครื่องเต็มร้อยว่าพระเครื่องศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อนี้ไม่ได้เชื่อตามคนอื่น แต่เชื่อเพราะว่าศึกษาจากพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ พบว่าท่านมีพลังจริงๆ เพราะท่านต้องมีความเข้มแข็งของจิตใจที่เทียบกับคนธรรมดานั้น ท่านมีมากมหาศาล จึงเชื่อว่าความเพียรที่ท่านปฏิบัติก่อให้เกิดพลังที่เราอาจมองหรือสัมผัสไม่ได้ แต่เราปฏิบัติธรรมฝึกนั่งสมาธิก็เชื่อว่าจะสัมผัสท่านได้ว่าท่านมีฤทธิ์
ในช่วงเวลาที่มีพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล มีพระเกจิอาจารย์มากมายมานั่งปลุกเสก หรืออธิษฐานจิต พลังที่ท่านถ่ายทอดลงมาที่พระเครื่องนั้นมีส่วนจะดำรงคงอยู่ได้ก็ต่อเมื่อเราเองหรือคนที่แขวนพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเช่นเดียวกัน หากไม่มีบุญพอ พลังของพระเครื่องก็คงช่วยเราได้ไม่มากนัก เพราะพระท่านดีแต่เราไม่ดี พลังจะเป็นสองขั้วที่จะดึงดูดเข้ามาหากันไม่ได้ เราเป็นคนดีพลังขององค์พระก็จะช่วยเรา
มีอยู่ครั้งหนึ่ง สมัยเป็นเด็กชอบยิงปืน ได้นำ พระรอด มาทดสอบความขลัง ปรากฏว่าปืนยิงไม่ออก แต่พอยิงขึ้นฟ้า เสียงดังเปรี้ยงทันที ตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง
"หลายเหตุการณ์ที่เราเห็นว่าบางคนประสบอุบัติเหตุ พระเครื่องทำไมช่วยได้ ลองคิดดูให้ดี พระท่านจะต้องช่วยคนที่เป็นคนดี ถามว่าคนเป็นโจรพระท่านช่วยได้ไหม พระเครื่องอาจจะช่วยได้บางเวลาที่โจรคนนั้นยังเหลือบุญเก่าอยู่ แต่ถ้าทำบาปมาก พระเครื่องก็ช่วยไม่ได้ เราบูชาพระเครื่อง ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบด้วย พระเครื่องก็มีพลังมากที่จะช่วยให้เราปลอดภัยจากภยันตราย ดังนั้น ตัวเราจึงต้องเป็นคนดี จะรอให้พระช่วยอย่างเดียวไม่ได้ พระพุทธเจ้ายังบอกว่า อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" นายสุวิทย์ กล่าวพร้อมกับบอกด้วยว่า
ก่อนขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นเราต้องพยายามช่วยเหลือตัวเองให้ได้ก่อน เช่นเดียวกัน ถ้าเรามีเจ้านายดีๆ ถ้าเรามีความเพียรพยายาม งานที่ไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เจ้านายก็จะช่วย แต่ถ้าเราไม่มีความพากเพียรพยายาม เจ้านายก็จะเล่นงานเรา
ตรงนี้เชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า ถ้าเราไม่สร้างบุญกุศล วันหนึ่งชีวิตจะมีอุปสรรคมาก เพราะวิบากกรรมตามมาทัน คือ ชีวิตตอนนี้อาจจะดี หากเราไม่ทำบุญเพิ่ม มัวใช้แต่บุญเก่า เราใช้ไปก็มีวันหมด พอหมดเราก็ต้องถูกวิบากกรรมส่งผลและก็ไม่มีบุญที่จะคอยช่วย
"บางวันไม่มีเงิน เชื่อไหมว่านั่งอ่านหนังสือธรรมะอยู่ดีๆ ก็จะมีเสียงกระซิบข้างหู ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นคนซื้อหวยเลย แต่เสียงที่กระซิบชัดเจน ผมจึงไปซื้อหวยก็ถูกเบอร์นั้นเลย แล้วมีน้องลูกอาซึ่งเป็นคนดีจิตใจดี แต่ไม่ค่อยจะมีสตางค์ โดยเขามาทำงานด้วย ผมอยากให้เขาเป็นคนได้บุญ จึงให้มีหน้าที่ทำความสะอาดองค์พระ เชื่อไหมว่าเขาขัดทุกวันแล้วก็ถูกลอตเตอรี่หลายครั้ง แล้วคนที่จะถูกลอตเตอรี่ได้ ตามพระพุทธศาสนาบอกว่าต้องเป็นคนมีบุญเก่าบุญใหม่ ผมบอกเลยว่าเคล็ดลับที่จะทำให้บุญส่งผล คือต้องนั่งสมาธิ จิตใจจะบริสุทธิ์ผ่องใส" สุวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย
0 เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง / ภาพ ณัฐพงศ์ เขียวศรี 0
ที่มา: คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/2006/09/17/j001_47696.php?news_id=47696
</TD></TR></TBODY></TABLE>