View Full Version : เมื่อวันเสาร์ ที่ 18 กย. เจอแม่ชีพิมพา มา
บัวใต้น้ำ
19-09-2004, 09:59 AM
เพื่อนผม คนนึง อยากฝึกเรื่องฤทธ์เดช
ประกอบกับ ผมเห็นชื่อเสียงแม่ชี พิมพา ดังมากในเวบเรา
ผมเลยไม่รีรอ ที่จะพาเพื่อนไปฝึก แ ละตัวเองก็จะได้ไปลองสังเกตุการณ์และพิสูจน์ เพื่อให้ศรัทธาเต็ม 100 % ครับ
ขับรถจากเมืองทองธานี ไปเพชรเกษม 20 ลุยฝนไป เกือบๆ ชั่งโมงก็ถึงที่หมาย
หลังจากลองไปปฏิบัติดูเป็นเวลา 3 ชม.
ทั้งเพื่อนและผม ศรัทธาตัวแม่ชี เหลือ 5 % ครับ
ส่วนใครจะศรัทธาหรือไม่ศรัทธา ในตัวแม่ชี ก็แล้วแต่ครับ
เป็น "สิทธิส่วนบุคคล" ครับ
กระเจียว
19-09-2004, 10:03 AM
มันยังไงกันคะ พี่บัวโทรมาเล่าให้ฟังด้วยนะ
WebSnow
19-09-2004, 10:07 AM
ทำไมความศรัทธาลดลงละ ?
เป็นเพราะว่าสถานที่เล็กหรือว่าอย่างไร ?
ช่วยเขียนหน่อยได้ไหม เผื่อคนอื่นที่รู้อาจจะไขความข้องใจให้คุณได้
สิ่งที่คุณเข้าใจอาจจะถูกหรือผิด
บัวใต้น้ำ
19-09-2004, 10:19 AM
Originally posted by websnow
ทำไมความศรัทธาลดลงละ ?
เป็นเพราะว่าสถานที่เล็กหรือว่าอย่างไร ?
ช่วยเขียนหน่อยได้ไหม เผื่อคนอื่นที่รู้อาจจะไขความข้องใจให้คุณได้
สิ่งที่คุณเข้าใจอาจจะถูกหรือผิด
ก็ อันนี้แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล ครับ
ผมได้สนทนากับแม่ชี มาแล้ว ยิ่งพุดคุยด้วยก็ยิ่งไม่ศรัทธาครับ
เพราะข้อความที่แม่ชีพูดให้ผมฟัง มันมีพิรุด หลายที่เหลือเกิน
เช่น เพื่อนผม นั่งสมาธิ 30 นาที 3 รอบ
แม่ชี บอกว่า เทวดาเผาบันทึกบาป ไปแล้ว 3 เล่ม เพราะเราได้นั่งสมาธิเพื่อตรงนี้แล้ว
ทั้งๆ ที่ศาสนาพุทธสอนว่า กรรมใด ไม่ว่าดีหรือชั่ว ต้องรับครับ เว้นแต่เวร อโหสิ ได้
แม่ชีบอกผมอีกว่า ถ้านั่งไปสวรรค์-นรก ครบ 15 ครั้งเมื่อไร กรรมเก่าที่ทำมา 500 ชาติ ถือว่าหายกันหมด เทวดาจะเผาบั_ชีบาปหมด เพราะถือว่าเรามีความสามารถเห็นสวรรค์ และนรก ตามจำนวนครั้งที่ แม่ชีได้ตกลงไว้กับเบื้องบน มีผลให้เรา เวลาตายไปไม่ตกนรกครับ แต่ถ้าไปเที่ยว สวรรค์ หรือนรก ครบ 15 ครั้งแล้ว ยังทำบาปอีก ผล บาป จะคูณ 4 เท่า ครับ
ทั้งๆที่พระพุทธเจ้า ท่านบอกไว้ว่า ผู้ที่จะปิดประตูลงอบายภูมิแบบ 100% ต้องเป็นอริยบุคคลตั้งแต่ พระโสดาบัน ขึ้นไปครับ
ยังมีอีกหลายเรื่องครับ แค่ 2 เรื่องแค่นี้ ศรัทธาผมก็หายไปครึ่งแล้วครับ
ส่วนคนไหน จะเชื่อ หรือไม่เชื่อ ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล ครับ
พระพุทธเจ้า สอนว่า อย่าเชื่อง่ายๆครับ ให้ลองกับตัวเองก่อน ได้ผลอย่างไรแล้วจึงเชื่อครับ
WebSnow
19-09-2004, 10:45 AM
อันนี้ต้องรอให้ลูกศิษย์ แม่ชีพิมพ์พามาอธิบายเพิ่ม
ผมไปมากะคุณบัวครับ
เล่าให้ฟังต่อ
บรรยากาศรอบข้างก็ไม่สงบเท่าใดนัก เพราะอยู่ติดกับบ้านคน แล้วที่กุฏิแม่ชี มีกรงนก ส่งเสียงร้องอยู่ตลอด ก่อนที่จะนั่งก็ไม่มีการจัดคิว ว่าจะเริ่มนั่งเมื่อไหร่ พักตอนไหน คือต่างคนต่างนั่งไป เพราะแม่ชี กำลังสนธนากับแม่ชีอีกสองรูปอยู่ จนผมหันไปมองรอบๆ เห็นลูกศิษย์แม่ชี เขานั่งกันแล้ว ผมเลยนั่งด้วย หลังจากรอบแรก ผมถามคุณบัวว่า เป็นไงบ้าง คุณบัวบอกยังไม่รู้อะไรเลย ยังไงต้องนั่งให้รู้ก่อน ว่ามันเป็นอย่างไร
หลังจากรอบแรก แม่ชีก็ยังสนธนากันอยู่ ผมก็เลย นั่งรอบสองต่อ พอนั่งเสร็จก็ย่ำเย็นแล้ว ก็เลยชวนคุณบัวลากลับ
แม่ชีบอก ยังกลับไม่ได้ ต้องนั่งสามรอบเพื่อเช็คจิต ตรงนี้มีเจ้าหน้าที่จากนรกมาสังเกตการณ์อยู่ เขากำลังนำบั_ชีบาป 500 ชาติ มารวมจัดหมวดหมู่ และแก้ฌานให้เรา และถ้านั่งเห็นนรก สวรรค์ ครบตามที่กำหนด ทางยมบาล ก็จะประทับเอกสารตราครุฑสีแดง เพื่อยืนยันว่า ได้รู้เห็นนรกสวรรค์ครบกำหนดแล้ว จะไม่ต้องตกนรกอีกแล้วส่งไปยังพระอินทร์ เราก็จะได้ขึ้นไปบนพรหม ไปรับประกาศนียบัตรทองคำ ผูกด้วยริบบิ้นทองคำ รับจากมือพระอินทร์เลย ในนั้นจะบอกวันตายเสร็จสรรพ และเผาบั_ชีบาป 500 ชาติทิ้งไป และก่อนที่จะตายจะมีพระพรหมลงมารับ แต่ถ้าหลังจากเผาบั_ชีบาปแล้วยังทำกรรมอีก ผลกรรมจะเพิ่ม 4 เท่า ตรงนี้ทำให้ผมเริ่มแคลงใจแล้วครับ
แต่ผมกะคุณบัวก็ตัดสินใจ ลองนั่งต่ออีกรอบ ให้แม่ชีเช็คจิต ระหว่างนั่งไปซักพักแม่ชีก็จะถามว่าเห็นแสงอะไร ผมก็เห็นแต่สีเทาๆ แม่ชีบอกว่านั่นคือนรกแล้ว ให้อธิษฐานเผาบั_ชีบาป 3 เล่ม เสร็จแล้วผมก็ลืมตา มานั่งดูคุณบัวต่อ ว่าแม่ชีจะชี้ให้ไปอย่างไร หลังจากที่ผมประสบ และรวมทั้งรายละเอียดย่อยๆนอกจากนี้ สรุปแล้ว ผมยังไม่เชื่อในแนวทางครับ
MissyKelly
19-09-2004, 01:12 PM
ชมพูฟังเรื่องแม่ชีทีแรกก็เอะใจเหมือนกัน
WebSnow
19-09-2004, 02:03 PM
ผมกะว่าจะโทรไปถาม แม่ชีพิมพาสักหน่อย เรื่องนี้
มีใครอยากฝากถามอะไรไหม
Unregistered
19-09-2004, 02:56 PM
อันนี้เคยอ่านเจอแต่คนละแม่ชีกันนะคะ เห็นว่าน่าสนใจดีค่ะ แต่ว่าท่านเสียไปแล้ว
http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/009991.htm
Unregistered
19-09-2004, 02:59 PM
Originally posted by Unregistered
อันนี้เคยอ่านเจอแต่คนละแม่ชีกันนะคะ เห็นว่าน่าสนใจดีค่ะ แต่ว่าท่านเสียไปแล้ว
http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/009991.htm
ชื่อแม่ชีพิมพา เหมือนกัน แต่คนละคนกันครับ
กระเจียว
19-09-2004, 04:03 PM
พี่เวบ กระเจียวฝากถามท่าน ถามว่า หากเราไปรู้วันตายของเราขึ้นมา เราจะเปลี่ยนแปลงมันได้รึเปล่า หรือดวงเราต้องมาเจอความซวยแบบนี้ เราจะเปลี่ยนแปลงมันได้รึเปล่า หรือต้องยอมรับชะตากรรม
แล้วการนั่งสมาธิแบบปกติ พอจะเปลี่ยนแปลงวันตายของเราได้รึเปล่า ให้อายุขัยเพิ่มขึ้นน่ะ แล้วความซวยในชีวิตเบาบางลงน่ะ นั่งสมาธิแบบปกติได้รึเปล่า ถามท่านดิ๊
ศิษย์คุณแม่ชี
19-09-2004, 11:00 PM
ทำให้จริงเถอะครับ จะทราบเอง อย่าทำเล่นๆแล้วคิดว่าสิ่งที่เห็น นั้นไม่ใช่ครับ
กระเจียว
20-09-2004, 02:27 AM
เรื่องเผาบั_ชีบาปนี่ ทำได้ยังไง ผู้รู้ช่วยอธิบายหลักการด้วยค่ะ
การนั่งเห็น ขึ้นอยู่กับบุ_บารมีที่เพียรมา
บาปบุ_ลบล้างไม่ได้
ส่วนการนั่งเห็น หากเป็นทางให้รอดนรกจริงนั้น
คิดว่าเป็นกุศโลบายให้คนตั้งใจเพียรเป็นนิจ
แต่จะรอดนรกจริงหรือไม่
ขึ้นอยู่กับจิตก่อนตาย
จะรอดถาวร เพียงแค่ไป นรกสวรรค์ 5 ครั้งนี่
เห็นทีจะแคลงใจเช่นกัน
นายฉิม
20-09-2004, 07:21 AM
จริงๆๆๆ
เห็นคุณบัวโพสมาอย่างงี้ ผมก็สงสัยมานานแล้วล่ะไอเรื่องพวกนี้แต่ไม่กล้าที่จะโพสเพราะเห็นว่ามีแต่คนศรัทธาแม่ชีพิมพาเยอะมาก ๆในเวปนี้ มันก็เลยทำให้ผมอยากไปพิสูจน์น่ะ
ก็อยากให้ลูกศิษย์แม่ชีมาอธิบายเหตุผลด้วยปั__ากันหน่อยนะครับ อย่าใช้อารมณ์กัน
เวปโนว์ได้ข้อมูลอะไรก็มาบอกกันด้วยเน้อ จะรอๆ
พงศ์วุธ
20-09-2004, 04:40 PM
สำหรับผู้ที่สนใจการฝึกกรรมฐานแนวกสิณ และมีข้อยังสงสัย ก็ขออธิบายให้ทราบนะครับ ผมเป็นศิษย์คุณแม่ชีพิมพา ทองเกลา
การปฏิบัติกรรมฐานแนวนี้ เป็นการปฏิบัติกรรมฐานแนวกสิณ ที่พระพุทธเจ้าได้สอนไว้ในพระอภิธรรมปิฎก
ผู้ที่นั่งกรรมฐานช้าหรือเร็ว ก็เพราะว่ามีบุพกรรม หรือเคยปฏิบัติมาก่อน
หรือผู้ที่ได้ช้า ก็เพราะว่า ตนเองมีกรรมไว้ การที่เรานั่งกรรมฐานยกบุ_กุศลของกรรมฐานในรอบนี้ให้กับเจ้ากรรมนายเวรของตน เพื่อให้เราสามารถปฏิบัติได้ต่อไป ถ้าเจ้ากรรมนายเวรยอมรับบุ_กุศลนี้ คดีกรรมนี้ก็หมดสิ้นกันไปครับ
พงศ์วุธ
cpongwuth@yahoo.com
บัวใต้น้ำ
20-09-2004, 05:21 PM
:p
บัวใต้น้ำ
20-09-2004, 05:37 PM
ก่อนอื่นผมขออธิบายก่อนน่ะครับ
ผมตั้งกระทู้ขึ้นมาไมไ่ด้ต้องการมีเจตนาปรามาสแม่ชี หรือเป็นศัตรูกับใครทั้งสิ้น เพียงแต่ต้องการเสนอข้อเท็จจริง ตามที่ได้ประสบมา (โดยไม่มีการใส่ไข่ แต่งเ้ติมข้อความที่ได้คุยกับแม่ชีเพิ่มเติมให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนไป ) พวกเรามีอะไรก็ควรแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ผมเปิดกว้างพอรับทุกความคิดเห็นน่ะครับ มีอะไรคลางแคลงใจ เราก็เอาเหตุผลมาแจงกัน หลังจากที่ผมนำเสนอแล้ว ลูกศิษยืแม่ชีมาตอบแล้ว ใครจะเชื่อศรัทธาแม่ชี หรือ ไม่ศรัทธาก็เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลครับ
ส่วนตรงที่คุณพงศ์วุธพูดมา ก็แล้วแต่คุณละกันน่ะครับ ถ้าคุณยังมีศรัทธาในตัวแม่ชี ก็ขอให้คุณยังศรัทธาต่อไปครับ
ส่วนตัวผมคงไม่แล้วน่ะครับ
ที่ผมสงสัยคือ คุณแม่ชีเล่นบอกว่า ถ้าผมนั่งไป นรก-สวรรค์ครบ 15 ครั้งแล้ว ผมจะไม่ต้องตกนรก น่ะครับ กรรมเก่า 500 ชาติื เจ้าหน้าที่บนสวรรค์จะเผาให้มันลบทิ้งไปหมด ทั้งๆที่ ศาสนาพุทธสอนว่า กรรมใครทำใครก็รับครัีบ หนีไม่ไ่ด้ครับ
พระโมคลนะ ท่านเป็นพระอรหันต์ ก่อนนิพพาน ยังต้องใช้กรรมหนัก ถูกกลุ่มอันตพาลรุมจนมรณะ แล้วจึงค่อยเข้านิิพพานได้น่ะครับ
ผมถวายเงินให้แม่ชี 100 บาท บอกยกผลบุนที่ได้กระทบให้คุณย่าและมารดา
แม่ชีถามว่า คุณย่าและมารดาผมชื่ออะไร ผมก็บอกไปครับ
พอบอกชื่อไปแล้ว แม่ชีท่านยิ้มๆครับ... แล้วบอกสบายใจได้เลย
คุณย่ากับคุณแม่ ท่านทั้ง 2 อยุ่บนสวรรค์ มีความสุขดี
พอคุณแม่ชีพูดแบบนี้ ศรัทธาผมหายไปหมดเลยครับ
เพราะความเป็นจริงแล้ว คุณแม่กับคุณย่าของผมท่านยังมีชีวิตอยู่น่ะครับ
ยังไม่ได้ตายจากไปไหนครับ
ยิ่งมาทำนาย คุณแม่กับคุณพ่อของเพื่อนผมคนที่ไปด้วยกันอีก ( คุณพ่อกับคุณแม่เพื่อนผม เสียทั้งคู่แล้ว ) คุณแม่ชีทายว่าคุณพ่อของเพื่อนอยู่สวรรค์ แต่คุณแม่อยุ่นรก ทั้งๆที่มีพระสงฆ์ ที่ผมศรัทธาเลื่อมใส 2 รูปกับฆราวาสอีก 2 คน รวมทั้งหมด 4 คน นี้ฟันธงเหมือนกันหมดว่า คุณแม่ของเพื่อนอยุ่สวรรค์ ส่วนคุณพ่ออยู่นรกชั้นที่ลึกมาก (ทั้ง 4 คนฟันธงว่าลึกมากเหมือนกันหมด ทั้งๆที่ทั้ง 4 คน ทำนายให้ต่างสถานที่ต่างเวลากัน)
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสิ่ง หลา่ยอย่างที่ดูจากปฏิปทาของคุณแม่ชีแล้วน่าสงสัยครับ แต่ผมขอยกตัวอย่างที่เด่นชัด แค่นี้่พอละกันน่ะครับ
พงศ์วุธ
20-09-2004, 05:52 PM
คนที่อธิบายให้คุณบัวใต้น้ำ เข้าใจดีที่สุด ก็คุณแม่ชีพิมพา
คุณบัวใต้น้ำ ได้เรียนให้ท่านทราบตอนทำบุ_ว่า จะทำบุ_
ยกบุ_นี้ให้กับใคร หรืออุทิศให้กับ_าติที่เสียชีวิตไปแล้ว
คำว่า อุทิศให้ ก็คือ อุทิศให้กับคนที่ตายไปแล้ว
ในความเข้าใจของผม โดยที่ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้น ผมเข้าใจเอาว่า
ถ้าหากบุคคลที่คุณบัวใต้น้ำ เอ่ยชื่อนั้น ยังมีชีวิตอยู่ บุ_นั้น ก็ปรากฏเป็นบุ_ของผู้นั้น และบุคคลผู้นี้ยังมีบุ_กุศลที่จะคอยสนองให้กับเขาผู้นั้นว่า
ถ้าหากบุคคลผู้นี้ตายไปแล้ว ก็จะได้ไปรับผลบุ_ของเขาบนสวรรค์ เพราะบุ_ของผู้นั้นรอคอยสนองให้เขาแล้วบนสวรรค์ ครับ
ส่วนบุคคลที่อยู่นรกภูมินัน หลายคนหลายความเห็น ผมอยากให้คุณบัวใต้น้ำ ฝึกให้สำเร็จก่อนตัดสินใจอะไร พิสูจน์ด้วยตัวเอง เหมือนที่ผมได้รู้เห็น
มาเช่นกันครับ แล้ววันนั้น ก็จะทราบได้เองว่า เรื่องจริงเป็นอย่างไรครับ
เมล์มาคุยสะดวกกว่ากระมังครับ
พงศ์วุธ
cpongwuth@yahoo.com
บัวใต้น้ำ
20-09-2004, 07:12 PM
Originally posted by พงศ์วุธ
เมล์มาคุยสะดวกกว่ากระมังครับ
พงศ์วุธ
cpongwuth@yahoo.com
ต้องขอโทษด้วย ผมคงไม่เมล์คุยเป็นการส่วนตัวน่ะครับ
เพราะ ผมต้องการให้เพื่อนๆคนอื่นได้มีส่วนร่วมรับรุ้ ข้อมูล ข่าวสารด้วยน่ะครับ
-----------------------------------------------------------
เรื่อง "บาปกรรม"ถูกลบล้างได้ แค่เรื่องเดียวผมก็ไม่เชื่อแล้ว
แค่เรื่องนี้ศรัทธาผมก็หมดแล้วครับ
ยิ่งรายละเอียดเรื่องฌาณ ที่แม่ชีบอกผม ผมยิ่งไม่เชื่อใหย่ครับ
เช่นผมนั่งเจอแสงสว่างจ้า เหมือนเราไปอยุ่กลางดวงอาทิตย์ตอนอยู่ที่ห้องพระที่บ้าน ผมก็ถามเรื่องนี้กับท่านแม่ชี ท่านก็เมตตาตอบว่า กระสือใช้ฤทธ์ทำให้ผมเห็นเป็นแบบนั้น
และผมนั่งหลับตา ที่กุฏิแม่ชี แล้ว แสงสว่างมันลอดรูต้นไม้ มาสว่างบ้าง มืดบ้างแล้วแต่ ลมจะพัดต้นไม้่ หรือเมฆบัง
พอจังหวะนี้ แม่ชีถามผมเห็นอะไรบ้าง ผมบอก"ไม่เห็น "
คุณแม่ชีท่านก็ถามอีกว่า เห็นอะไรให้บอกมาตรงๆ
ผมเลยบอกว่า มันมืดครับ(ปกติหลับตาก็จะมืดอยู่แล้ว) บางทีก็สว่าง(แดดส่องก็สว่างมาหน่อย)
คุณแม่ชีดันบอกว่า ที่มืดและสว่าง นี่ เกิดขึ้นเพราะอำนาจที่ผมเคยฝึกวิชาหายตัวในอดีตชาติ
และท่านก็ให้ผมพูดตามว่า "ขออธิษฐานถอนวิชาหายตัวทิ้งไป"
ผมคงไม่พูดอะไรมากแล้วครับ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า บัณฑิตไม่พึ่งเชื่ออะไรง่ายๆ
ในเมื่อพวกคุณทั้งหลายฟังข้อมูลจากผมและจากฝ่ายลูกศิษย์แม่ชีแล้ว
อย่าเพิ่งตัดสินเชื่ออะไรฝ่ายใดง่ายๆน่ะครับ
ถ้ามีโอกาสขอเชินไปฝึกกับแม่ชีดูก่อนสักครั้ง
หลังจากนั้น ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็แล้วแต่ปันยาพิจารณาของแต่ละบุคคลครับ
จริงๆแล้ว ผมไม่ได้ใฝ่ฤทธิ์เดชมากหรอกครับ
ในทุกขณะการนั่งฝึกของผม ผมไม่เคยหวังว่าจะเห็นหรือจะได้ไปโลกอื่น
แค่นั่งกำหนดไว้ที่ลมหายใจ อย่างที่ พระอาจารย์ที่เคารพ สอนไว้
ผมว่า ถึงเวลา มันจะมาก็มาเองครับ เพราะผมไม่ได้ยึดติด ว่าจะต้องเห็น
ไม่อยากนำอารมณ์ตรงนั้นมาเป็นกิเลส เพราะมันไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง
ตรงการฝึกนั่งเห็นนรก สวรรค์ เพื่อแลกกับ การพ้นนรกภูมิ และไปเสวยสุขบนพรหมโลก
ตรงนี้ผมคิดว่า มันคือกิเลส ที่เราต้องการหนีความทรมาน ไปรับความสุขสบาย
ผมคิดว่า การฝึกไม่ควรติดกิเลส ทุกวันนี้ผมก็นั่งตามปรกติ ไม่ยึดติด ไม่มีความอยากเห็น
เอาความสงบไว้เป็นพอ สวรรค์นรก อยู่กับตัวเราทุกวันแล้ว กาย วาจา ใจ
วันไหนที่เราเลิกทำชั่ว เลิกพูดชั่ว เลิกคิดชั่ว สวรรค์จะมาอยู่กะเราเองครับ
WebSnow
21-09-2004, 12:52 AM
แม่ชีบอกทำนองว่า ฝึกสมาธิแล้วจะมีการเผาบั_ชีบาปและสามารถยกบุ_กรรมฐานของเราช่วย_าติเราในนรกได้
ที่เกิดแบบนี้ได้เพราะว่าแม่ชีได้ตกลงกับทางนรกไว้
ถ้าสามารถลืมตาเห็นนรกสวรรค์ได้ บัณชีบาปของเราที่จะทำให้เราต้องตกนรกจะถูกเผาไป500ชาติ 500 ชาติที่ทำบาปมาจะไม่ต้องตกนรก
บางคนต้องไปสวรรค์นรก 5 ครั้ง บางคน15ครั้ง จึงจะ สามารถลืมตาเห็นนรกสวรรค์ได้
และแม่ชีก็ตกลงกับทางนรกไว้อีกว่า
ลูกศิษย์ใครที่มี_าติอยู่ในนรก ถ้าเขาสามารถฝึกจนไปเที่ยวนรกได้
จะสามารถยกบุ_กรรมฐานที่ฝึกให้กับ_าติของเขาในนรกได้ ช่วยโทษให้เป็นเบาและบางรายก็ยกบุ_จนให้ได้ขึ้นสวรรค์ได้ แล้วแต่กรณี
สิ่งที่เด่นๆของการฝึกกับแม่ชี คือ สอนให้คนนั่งสมาธิและไปพิสูจน์ สวรรค์นรกด้วยตัวเองพิสูจน์คำสอนของพระพุทธเจ้าและการเผาบั_ชีบาปเพื่อไม่ให้ตกนรก
WebSnow
21-09-2004, 01:07 AM
เป็นไปได้จริงหรือ ที่ว่าฝึกสมาธิกับแม่ชีบาปแล้วมีการเผาเพื่อไม่ให้ตรกนรก
นี่เป็นความรู้ใหม่ที่ค่อนข้างออกแนวพิศดารแหวกแนว ผมก็ไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อนว่ามีอะไรแบบนี้ด้วย อะไรต่างๆที่มาในแนวแปลกๆเราต้องใช้ปั__าพิจารณามากๆ
ในความคิดเห็นของผม คือ มีความเป็นไปได้จริงตามที่แม่ชีพิมพาบอก แต่ยังผมไม่มั่นใจมาก อันนี้กำลังศึกษาอยู่
เหตุผลที่ผมคิดที่ว่ามีความเป็นไปได้มีอยู่ว่า
1) แม่ชีเป็นอาจารย์สอนอภิธรรมชั้นโทและสอนกรรมฐาน
เรื่องการบุ_-บาป-กรรม-สวรรค์-นรกนั้น ผมคิดว่าแม่ชีต้องรู้ ในอภิธรรมปิฏกก็มีบอกอยู่ ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย
2) อธิบาย เรื่องบาป-บุ_กับกรรม ขออธิบายเพิ่ม
กรรม คือการกระทำ และแบ่งได้เป็น
2.1) มีการกระทำไปในทางที่ดี(กุศล) (บุ_)
2.2) การกระทำไปในชั่ว(อกุศล) (บาป)
3) ตั้งแต่โสดาบันขึ้นไปจะไม่ตกนรก
ใครก็ตามที่เป็นโสดาบัน จะไม่ต้องตกนรก ถึงแม่ว่าในอดีตจะทำกรรมที่เป็นบาปมามากสักกี่แสนชาติก็ตาม ถ้าเป็นปฏิบัติธรรมจนถึงขั้นโสดาบันปั๊บ จะไม่มีการตกนรกอีก
- สมมุติว่าอดีตชาติ โสดาบันเคยไปฆ่าคนตาย หนีนรกหนีได้ แต่หนีกรรมไม่ได้
พอโสดาบันตายไปท่านก็ไม่ตกนรก แต่จะมีกรรมส่งผลให้คือเวลาไปเกิดชาติใหม่ท่านอาจจะโดนคนฆ่าหรือร่างกายต้องเจ็บป่วยบ่อยๆ
ที่พระอริยะไม่ต้องตกนรกก็เพราะว่า บุ_จากกรรมฐาน
ตามพุทธศาสนาบอกไว้ว่า "สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม" ไม่มีใครหนีกรรมพ้น
พระพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์ก็มีกรรมของตนเอง ใครทำกรรมอะไรไว้ก็ต้องได้รับกรรม
สรุปของข้อนี่คือ ถ้าเคยทำบาปมา บุ_ของการทำกรรมฐานจะช่วยทำให้ไม่ต้องตกนรก แต่ต้องรับกรรมบาป
4) ทำอย่างไรจึงไม่ตกนรกหรือขึ้นจากนรกได้
- ไม่ทำบาป ไม่ผิดศิล ไม่ตกนรกแน่
- เป็นพระอริยะเจ้า ไม่ตกนรก
- ตอนตายให้นึกถึงพระรัตนตรัยหรือให้นึกถึงบุ_ที่เราเคยทำไว้
- มีพระหรือคนที่มีบุ_มาก มาช่วย
เช่นหลวงพ่อไปช่วยคนในสำนักพยายม ตอนพยายมจะตัดสิน ไม่รู้ว่าจะให้ขึ้นสวรรค์หรือตกนรกดี หลวงพ่อจึงไปช่วยให้คนเหล่านั้นได้ขึ้นสวรรค์โดยให้เขานึกถึงความดีที่เคยทำไว้
- มีคนอุทิศบุ_กุศลไปให้จึงทำให้ได้ขึ้นจากนรกหรือไปสวรรค์ได้ แล้วแต่กรณี ถ้าโทษไม่หนักมากจะได้รับบุ_ที่คนอุทิศมา
- เคยได้ยินไหม ผู้ปฏิบัติธรรมบางท่าน สามารถช่วยให้ผีขึ้นสวรรค์ได้
5) บุ_ที่ช่วยเราไม่ให้ตกนรก-เรื่องของบุ_
- เช่นการทำบุ_ทานต่างๆ เวลาตายไปเรานึกถึงบุ_นั้น ก็จะได้ไปสวรรค์หรือในที่ที่ดีก่อน หลังจากหมดบุ_ก็ลงมานรก ยกเว้นว่าเป็นพระอริยะเจ้าก็ไม่ต้องลงนรก
- บุ_ให_่ๆ เช่น การทอดกฐิน สร้างวัด วิหาร ต่างๆ บุ_เหล่านั้นสามารถทำให้เราเป็นเทวดาได้ แต่ไปเป็นพรหมและนิพพานไม่ได้
- บุ_ที่ให_่ที่ยิ่งให_่ที่สุดและหนักที่สุด มากกว่าทานการสร้างวิหารคือ บุ_จากกรรมฐานหรือการทำสมาธิ
ทำให้เราเป็นพรหมได้ ไปนิพพานได้
WebSnow
21-09-2004, 02:09 AM
จากที่เขียนข้างบนจะเห็นได้ว่ามีการช่วยเหลือหรือบุ_ที่ทำให้ไม่ตกนรก
คิดเทียบกับโลกมนุษย์
นรกในอีกโลกก็เป็นที่ทำโทษกักขังวิ__าณที่เคยกระทำความชั่ว
คุกโลกเราก็เป็นที่กักขังผู้เคยทำความชั่ว
-----------------------------------------------------------
ในโลกมนุษย์คนที่มีความผิด ไม่ต้องติดคุกก็มีหรือติดคุกแล้วพอมีคนมาช่วยก็ออกได้ก็มี
ตัวอย่างเช่น ตัวอย่างของโทษเบาๆ
คนหนึ่ง นาย A ไปตีหัวนาย Bแตกเลือดไหล
นาย B ไปแจ้งความกับตำรวจ ตำรวจก็ไปจับนาย A
ถ้าจะไม่ให้ติดคุก
-ตามปกตินาย A ต้องเสียเงินค่าปรับ ถ้าไม่มีนาย A ก็ต้องติดคุก
-หรือไม่งั้นนาย A ต้องไปตกลงเจรจาต่อรองให้นาย B ยอมความหรือจ่ายเงินค่าเสียหายให้นาย B
-_าติของนาย A เป็นผู้ให_่มีบารมีมาช่วยไว้ ก็ไม่ติดคุก
พอมีการเจรจาตกลงกันระหว่าง2ฝ่ายก็มีการยกเลิกหรือมีการจ่ายค่าเสียหาย
ตำรวจก็เอาเงินเข้ารัฐบาลไปทำประโยชน์ให้ชาติและเอาไปให้นาย B เป็นค่าทดแทน
* เงินในตัวอย่างนี้ เปรียบเสมือนบุ_ของนาย Aที่มีอยู่ เอามาแลกกับการติดคุก
* ถ้านาย A ไม่มีเงิน แต่_าติส่งมาให้จ่ายค่าปรับ ก็เปรียบเสมือนกับที่คนการอุทิศบุ_ให้ในนรก
* ถ้าในกรณีที่นาย B ยกโทษให้นาย Aก็ไม่ติดคุก ก็เปรียบเสมือนการเจ้ากรรมนายเวรให้อภัยยินยอมกัน
WebSnow
21-09-2004, 04:03 AM
ผู้มีบารมีมากๆสามารถช่วยได้
-กษัตริย์มิลิน ถามทำนองว่า
ทำไมเวลาคนที่ทำบาป เวลาตายให้เรานึกถึงพระพุทธเจ้า ก็จะไม่ตกนรก
-พระนาคเสน(พระอรหันต์) อธิบายไว้ทำนองว่า
ก้อนหินที่โยนลงในน้ำ พอโยนลงไปในน้ำ มันก็ดิ่งจมลงไปในน้ำ
เปรียบก้อนหินเสมือนคนที่ทำบาปแล้วจมดิ่งลงไปในนรก
การที่นึกถึงพระพุทธเจ้าแล้วไม่ตกนรก
พระพุทธเจ้าก็เปรียบเสมือนเรือที่ลอยอยู่กลางแม่น้ำที่บรรทุกบรรดาก้อนหินไว้
ก้อนหินจึงไม่จมน้ำ
หมายถึงว่าบารมีพระพุทธเจ้าท่านช่วยไว้ไม่ให้ตกนรก
***************************************************
ในโลกมนุษย์ก็มีคล้ายคลึงกัน ผู้มีบารมีมากสามารถช่วยได้ เช่นในประเทศไทย
ตัวอย่างเช่น คนมีพ่อเป็นตำรวจเป็นสารวัตร ลูกกระทำผิดคือ
ไปนั่งมอเตอร์ไซต์ซ้อน3กับเพื่อน พอถึงด่านโดนตำรวจจับ พ่อก็ไปช่วยให้ออกหรือตำรวจรู้จักกับพ่อเขาก็ปล่อยลูกไปไม่โดนจับ พอลูกกลับมาบ้านก็โดนดุ
WebSnow
21-09-2004, 04:47 AM
ทีผมคิดและเข้าใจคือ
ถ้าเป้นไปตามที่แม่ชีบอกจริง ผมสันนิฐานว่า
แม่ชี พิมพา ทองเกลา อาจจะเป็นผู้มีบารมีมากพอควรและได้ทำการตกลงกับทางนรกได้ในเรื่องนี้
ศิษย์ที่เคยทำกรรมบาปไว้และนั่งสมาธิมีการเผาบั_ชีบาปทิ้งเพื่อไม่ให้ตกนรก
แต่ผลของกรรมบาปก็ยังจะสนองได้อยู่เมื่อมีชีวิต
ไม่ได้หมายความว่าบาปจากอดีตชาติที่เราเคยทำไว้จะถูกลบออกจนหมดสิ้น
ไม่มีการตกนรกและไม่มีกรรมบาปมาสนอง
[[[[[[ ถ้าแม่ชีบอกว่า การเผาบัณชีบาปแล้วจะไม่ตกนรกและกรรมบาปจะไม่ส่งผลสนองเวลามีชีวิต อันนี้ผมค้านว่าไม่จริง เพราะว่าขนาดพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ไม่ตกนรกก็จริงแต่กรรมเก่าสนองและยังส่งผลอยู่ ]]]]]
ก็ทำได้โดยให้ลูกศิษย์สั่งสมบารมีจากการนั่งกรรมฐาน
อย่างที่เรารู้กันว่าบุ_จากการนั่งกรรมฐานเป็นบุ_ให_่และบุ_สุงมาก
โดยท่านตกลงกับกับทางนรกไว้ทำนองว่า ให้ลูกศิษย์เอาบุ_ให_่จากการที่เรานั่งกรรมฐานมาใช้ก่อน มาปิดรูนรกไว้ให้เราก่อน ถ้าแบบนี้มีความเป็นไปได้
แล้วใครก็ตามที่นั่งแล้วไปสวรรค์นรกได้ 5 หรือ15ครั้งแล้วสามารถมองเห็นนรกสวรรค์ได้ด้วยตาเปล่า บัณชีบาปจะถูกเผาไป500 ชาติ หมายถึงบาปที่เราได้ทำมา500ชาติที่จะทำให้ตกนรกเราก็ไม่ตกนรก และผลของกรรมยังสนองเราอยู่
ตามความเป็นจริง คนที่จะนั่งแล้วถอดจิตได้แบบนั้นไปสวรรค์-นรกและเห็นสวรรค์นรกได้ด้วยตาเปล่า ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยบารมีเก่าของด้วย ลูกศิษย์ที่จะทำได้แบบนั้นต้องเป็นคนที่เคยฝึกมาแล้วหลายแสนชาติ...ถ้ามาเริ่มฝึกชาตินี้ชาติแรกไม่มีทางทำได้
เหมือนกับหลวงพ่อเคยกล่าวไว้ว่า คนที่จะได้มโนมยิทธินั้นต้องเป็นคนที่เคยฝึกมาแล้วหลานแสนชาติ
คนที่เคยฝึกกรรมฐานมาแล้วหลายแสนชาตินั้น
ก็มีบุ_จากกรรมฐานนั้นสะสมอยู่มากเลยมีความน่าจะเป็นว่าสามารถเอาบุ_มารวมๆกันไว้เพื่ออุดนรกไว้ได้ก่อน
แล้วคนที่ไปฝึกถ้าทำบาปก็จะโดนหลายเท่า คนก็กลัวการทำบาป
เมื่อคนไม่ทำบาปต่อไป การที่จะตกนรกก็รอดได้สูง
และถ้ายิ่งทำกรรมฐานสร้างสมบารมีไปเรื่อยๆบุ_จากกรรมฐานก็สูงขึ้นๆเรื่อย
ถ้าได้สำเร็จเป็นโสดาบันก็ไม่ตกนรกอีกตลอดไป
เหตุที่โสดาบันไม่ตกนรกเพราะว่าบุ_จากกรรมฐานมีหนุนอยู่และโสดาบันไม่ยอมทำอะไรที่ผิดศิลตลอดไป
********************************************************
นี่คือเหตุผลที่ผมจึงคิดว่าเป็นไปได้ตามที่แม่ชีได้บอกมา
จะจริงหรือไม่จริงผมไม่สามารถรับรองได้
WebSnow
21-09-2004, 05:56 AM
การไปฝึกวิชากับครู ครูแต่ละคนมีความถนัดและสามารถไม่เหมือนกัน
เวลาเราไปเรียนกับครูเราก็ดูว่าครูเก่งเรื่องไหน ครูสอนอะไรและส่วนอื่นๆของครูนั้นเป็นแค่ส่วนประกอบและเราพยามพยามเรื่องที่ครูสอนให้กระจ่างแจ้งและทำได้
คนเรากว่าจะเรียนจบมหาลัยเราก็ต้องเรียนกับครูตั้งหลายคน
อย่างวิชาวิทยาศาสตร์เราก็เรียนกับครูมาเป็นสิบคน สอนต่อๆทับยอดไปเรื่อยๆ
อย่างเราไปเรียนว่ายน้ำ ครูสอนว่ายน้ำ
เราก็ไปตั้งใจเรียนว่ายน้ำกับครูให้เป็น
ในขณะเรียนว่ายน้ำครูอาจจะคุยเรื่องอื่นๆ เช่นเกร็งว่าปีนี้ประเทศไหนจะได้เหริ_โอลิมปิกบ้าง หรือ ครูอาจจะพูดเรื่องส่วนประกอบอานุภาคของน้ำผิดหรือเรื่องแรงโน้มถ่วงของน้ำที่มีต่อโลกผิด ครูอาจจะแต่งตัวไม่สวย นั่นคือส่วนประกอบแต่เรื่องหลักๆที่เรามาเรียนคือ การว่ายน้ำให้เป็นกับครู
เราว่ายน้ำเป็นตามที่ครูสอน หลังจากที่เราเรียนจบตามที่ครูสอน
เราอาจจะดัดแปลงท่าต่างๆหรือไปเรียนรู้ต่อเพิ่มเติมเองก็ได้
------------------------------------------------------------------------------
การที่เราไปเรียนกับแม่ชีพิมพา เด่นๆคือเพื่อฝึกไปพิสูจน์สวรรค์-นรก
เราก็พยายามฝึกให้ทำตามนั้นให้ได้ ถ้าทำได้ก็จะเป็นผลดี
พอสำเร็จวิชาก็ศึกษาหาความรู้ต่อยอดไปเรื่อยๆ
ส่วนเรื่องอื่นๆเป็นส่วนประกอบ เช่น วัดอยู่ใกล้บ้านคน สถานที่แคบ ไม่มีการจัดคิวนั่งที่ดี
หรือแม่ชีทำนายผิดหรืออะไรอื่นๆ อย่าไปสนใจมาก นั่นไม่ใช่หัวใจของการไปฝึก
WebSnow
21-09-2004, 06:33 AM
อย่างกระทู้นี้ผู้ตั้งและผู้สนับสนุน
เขาเพียงสงสัยอะไรต่างๆ ก็ดีที่เขียนออกมา
คนอื่นที่รู้อาจจะเข้ามาอธิบายได้ อย่างน้อยก็จะได้หายสงสัย
ใครที่รู้ๆก็พยายามเขียนอธิบาย ถ้าปล่อยไว้เดี๋ยวก็คาใจ สงสัยต่ออีก
อย่าเพียงว่าปล่อยไว้ให้ไหลไปตามกรรมเก่าแล้วแต่เวรแต่กรรม
การเขียนความคิดเห็นแลกเปลี่ยนกันก็เป็นการทำให้เกิดความรู้อย่างหนึ่ง
mastertana
21-09-2004, 10:56 AM
อือ... ธนาเคยไปครั้งหนึ่งโดนหมากัดเลยหละเป็นแผลที่ขาเลยหละ แต่เอาไปเอามาหมาที่กัดนั้นหนะ ท้ายสุดก็มากินขนมของธนาเสียนี่ แต่ไม่โกรธมัน เขาเป็นสัตว์เดรัชฉาน ที่เอาอดในการทำบาป มีหวังที่จะเกิดเป็นมนุษย์ได้ เพาะอดที่จะโลภ อดที่อยากได้อยากมี อดที่จะยกตนข่มท่าน หละหนะ กินนอนไปวันๆ รอกว่ามันจะตาย.... มันก็แค่นี้
คนเราจะทำสมาธิได้น้อมใจให้เป็นกลางถึงจะเข้าถึงได้ ไม่เข้าข้างตนเองไม่ดูถูกผู้อื่น ผู้ถึงเรื่องสมาธิเข้าใจตามพระท่านว่า พระท่านหมายถึงพระพุทธเจ้า
อุปมาดั่ง ขึ้นต้นไม้ เราเริ่มโคนต้นเหมือนกันหลังจากนั้นแล้วแต่ใครจะจับกิ่งไหนให้ถึงยอดฉันใด... สมาธินั้นก็ย่อมเหมือนกัน เริ่มจากย่อมจิตย้อมใจให้มีหิริโอตะปะ เกรงกลัวละอ่ายต่อบาปให้มีข้อยึดเหนี่ยวเอาใว้ หรือหลักยึดคือศีล
ยึดการกระทำ พรหมวิหารสี่ยึดอารมณ์ ให้น้อมเข้าหากุศล เมื่อจิตใจสงบเยือกเย็นก็ สามารถทำสมาธิได้...
การทำสมาธิด้วยการภาวนามันเป็นการยึดเหนี่ยวจิตให้อยู่จุดได้จุดหนึ่ง ให้เข้าถึงความว่างสงบจากกิเลสทั้งปวงชั่วขณะ กุสโลบายแม่ชีก็เหมือนกันทำให้คนอยากแต่อยากในสัมมาทิฐิ ให้ยึดเหนี่ยวจิตใจการเผาบั_ชีบาปนั้น อาจะทำให้เป็นการให้กำลังใจให้คนมานะพยายาม คนเรา แปลว่า ยุ่ง มันยุ่งมากจากกิเลส
ต้องมีทางสอนหลายทางทั้งที่ในๆ มันคือหลักเดียวกัน เพื่อเข้าหาความเป็น มนุษย์ แปลว่า ประเสริฐ อยู่ในศีลธรรม พรหมวิหารสี่ ให้สงบ เพื่อทำสมาธิ (คือจิตจดจ่ออยู่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง) เพ่งกสิน มันคือการรวมจิตเข้าด้วยกันในจุดเดียวไม่ส่งออก ทำให้สมาธิเกิด เมื่อนำ มาพิจารณาสิ่งต่างๆ ให้เห็น อนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา แล้ว จิตจะเห็นทุกสิง่ทุกอย่ามันเป็นความธรรมดา ไม่มีไร้เลิศเลอเลย....
เพราะทุกสิ่งเกิดขึ้นมาแล้วตั้งอยู่แล้วดับไป เหมือนกันหมด พระท่านว่า สัตว์ทุกตัวในโลกล้วนแต่มีขึ้นมาแล้วดับลงไป... การทำสมาธิแล้วเห็นนรกสวรรค์นั้นได้นั้น มันเป็นของธรรมดาของจิตที่เป็นทิพย์ที่ห่างจากกิเลส เด็กเกิดมาใหม่เห็นอะไรต่อมิอะไร เพราะยังไม่มีกิเลส ยังไม่เรียนรู้ซึ่ง อวิชชา ทั้งปวง อวิชชาคือการไม่รู้จักว่าสิ่งนั้นคือทุกข์ จิตก็บริสุทธิ์นั้นเอง จิตมีหน้าที่รู้ ร่างกายมันแค่ตั้งอยู่ จิตบั_ชาเท่านั้น การที่เรารู้มันคือ นาม รู้แล้วทำให้เห็นนั้นคือ รูป จิตเชื่อ จิตเกี่ยวข้อง จิตเอาเข้าไป ข้างในจิต ...
จิตดวงเดียวท่องเที่ยวไป.... ถ้าการเกิดภพชาติมีจริง พ่อแม่พี่น้อง เรามีกี่ชาติหละ อยู่สวรรค์ไม่รู้เท่าไหร่ นรกไม่รู้เท่าไหร่ ชื่อเพียงตามแต่งขึ้น ตัวตนคือ จิต ร่างกายก็เพียงรูปเท่านั้นมันเปลี่ยนได้ ไม่เที่ยงๆ ท่องเที่ยวไปตามภพตาม ชาติและก็ไม่ได้เอาอะไรที่เป็นมาเลย นอกจาก นามคือ บาปบุ_คุณโทษ กุศลและอกุศล....
เราก็จิตเขาก็จิต มันไม่มีไรเลยเข้ามาอยู่แล้วใช้กายนี้ทำโน้นทำนี่ กายมันมีสภาพ อนัตตา เสื่อมสลายไป มันก็จิตเหมือนกันไม่มีใครดีใคเลวใครร้าย ใครที่เขาเลวใครที่เขาร้ายมันเป็นอำนาจของกิเลสอำนาจของอกุศล ที่ทำมาแต่เก่าก่อนคนเรามันดีกันได้ จะได้อภิ__ามานับกี่แสนชาติยังไงก็ตาม มีสักเท่าหายตัวได้ล่องหนตายสุดท้ายตายหมด แล้วก้ไปเกิดอีกท่องไปเรื่อยๆ แต่ละคนมันมี ภพมีชาติ ผู้ชายว่าผู้ห_ิงไม่ดีผู้ห_ิงว่าผู้ชายไม่ดี มันก็ไม่ดีทั้งสองนั้นหละเพราะ เราอาจะเคยเป้นอย่างเราเขาอาจจะเป็นดั่งเรา เรื่องเหล่านี้ เป้นเรื่อง อจินไตย เหนือความจริง คนที่ถึงแล้วย่อมรู้ย่อมเห็น สุขเพราะ สุขเพราะเห็น สุขเพราะเข้าใจ วุ่นมาจากไหนหละ...
ศีล+ สมาธิ + ปั__า ตัวนี้เข้าใจมันจะเป็นดาบที่คมมากที่ตัดกิเลสได้ ฝึกสมาธิต้องใช้วิปัสสนาให้เห็น ทุกข์ แล้ว กำนัดในทุกข์นั้นเสีย ว่าไม่โวยวายไม่ข่องใจไม่มัวหมอง เพราะรู้สิ่งเหล่านั้นที่เห้นมันคือ ความ เป็นธรรมดา ของโลก เข้าใจยอมรับมันก็เสียสิ้น ใจเป็นกลางเสีย เข้าหา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จะทำให้เรารู้แจ้ง...... ไม่มีทุกข์สุขนั้นมี ด้วยห่างจากกิเลส ใจสงบจิตเข้าสู่ ความเที่ยงตรง ที่ไปนั้นย่อม จบสิ้น การท่องเที่ยวของจิต อยู่ที่ นิพพาน
(ทุกถ้อยคำ อาราธบารมีพระท่าน ช่วยสงเคราะห์ มิใช่ธนา)
(ขอบคุณชื่นชม ขอให้นึกกราบพระ... จะด่าจะว่าให้ว่าธนา...)
ขอปั__าเกิดแด่ท่าน
ธนา mastertana
นายฉิม
22-09-2004, 07:39 AM
คุณเวปโนว์ ลองช่วยทำโพลเกี่ยวกับเรื่องนี้หน่อยสิ อยากรู้ความเห็นคนเยอะ ๆน่ะ
เวปสโน เปลี่ยนไป ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่นึกเลยว่า เวปสโนจะเชื่ออะไรง่าย ๆ เช่นนี้ ต้องใช้สติในการไตร่ตรองว่าความเป็นไปได้มีมากแค่ไหน ไม่ใช่ว่าสักแต่จะเชื่ออย่างเดียว ต้องทดสอบก่อนแล้วจึงบอกว่าจริง หรือไม่จริง
นายฉิม
22-09-2004, 09:35 AM
Originally posted by โต้
เวปสโน เปลี่ยนไป ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่นึกเลยว่า เวปสโนจะเชื่ออะไรง่าย ๆ เช่นนี้ ต้องใช้สติในการไตร่ตรองว่าความเป็นไปได้มีมากแค่ไหน ไม่ใช่ว่าสักแต่จะเชื่ออย่างเดียว ต้องทดสอบก่อนแล้วจึงบอกว่าจริง หรือไม่จริง
นั่นสิ รู้สึกว่าจะเชื่ออย่างจริงจังซะด้วย
ลูกพลับ
22-09-2004, 10:25 AM
ผมว่าใจเย็นๆกันก่อนดีกว่าครับ มันเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ ซึ่งก็คงยากที่จะไปบังคับหรือทำให้คนอื่นเชื่อตามถ้าเขาไม่เห็นด้วยกับเรา
ใครเขาจะคิดยังไงก็ปล่อยเขา และเคารพความคิดของเขากันดีกว่า อันนี้ผมยังไม่เห็นด้วยกับใครนะครับ เพราะตั้งใจว่ากลับเมืองไทยแล้วจะไปฝึกกับแม่ชีด้วย คงต้องทดลองด้วยตัวเองละนะถึงจะรู้ว่าเป็นยังไงกันแน่ ผมคิดว่าอย่างนั้นนะครับ
บัวใต้น้ำ
22-09-2004, 11:44 AM
Originally posted by ลูกพลับ
ผมว่าใจเย็นๆกันก่อนดีกว่าครับ มันเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ ซึ่งก็คงยากที่จะไปบังคับหรือทำให้คนอื่นเชื่อตามถ้าเขาไม่เห็นด้วยกับเรา
ใครเขาจะคิดยังไงก็ปล่อยเขา และเคารพความคิดของเขากันดีกว่า อันนี้ผมยังไม่เห็นด้วยกับใครนะครับ เพราะตั้งใจว่ากลับเมืองไทยแล้วจะไปฝึกกับแม่ชีด้วย คงต้องทดลองด้วยตัวเองละนะถึงจะรู้ว่าเป็นยังไงกันแน่ ผมคิดว่าอย่างนั้นนะครับ
ศรัทธา เชื่อมั่นแบบนี้
ผมสนับสนุนครับ
ลองชิมผลไม้ก่อน แล้วจึงจะรู้ว่า มันหวานหรือเปรี๊ยว เหมือนที่เค้าบอกกันมาไหม
ลูกพลับ
22-09-2004, 09:46 PM
Originally posted by บัวใต้น้ำ
ศรัทธา เชื่อมั่นแบบนี้
ผมสนับสนุนครับ
ลองชิมผลไม้ก่อน แล้วจึงจะรู้ว่า มันหวานหรือเปรี๊ยว เหมือนที่เค้าบอกกันมาไหม
ชอบประโยคเปรียบเทียบนี้มากเลยครับ ขออนุ_าตจำไปใช้นะคร้าบพี่บัว
Unregistered
23-09-2004, 02:13 AM
ความอยากรู้อยากเห็นทั้งหลาย จงระวังจะไปปรามาส พระอริยเจ้าได้ เราไม่ได้เชื่อและไม่เชื่อ เพราะเรายังไม่ได้เข้าไปเห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู เราเอง
หัวข้อ : พระอริยเจ้าที่เป็นห_ิงในปัจจุบันมีไหม๊ครับ ..
ข้อความ : ในครั้งพุทธกาล ปรากฏในตำราว่ามีพระอริยเจ้าที่เป็นห_ิงเกิดขึ้นมากมาย...(ทั้งที่เป็นภิกษุณี และอุบาสิกา)
ในปัจจุบันนี้มีใครทราบไหม๊ครับว่ามี...และท่านปฏิบัติธรรมที่วัดใหน..(ถ้าบอกได้)
****คนหนึ่ง(เก็บตัวอยู่กับบ้าน)ที่ จ.นครสวรรค์ เป็นลูกศิษย์พระราชพรหมยาน
และมีเป็นแม่ชีอีก 2 คน(มีชื่อเสียง) คนหนึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริ_ กรุงเทพฯ ส่วนอีกคนอยู่กรุงเทพฯ แถวๆรามอินทรา
ข้อความ : ขอออกตัวก่อนว่าทั้งหมดที่จะกล่าวไปเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ แม่ชีพิมพา เป็นแม่ชีที่หลวงปู่เทศน์ยกย่องว่าเป็นแม่ชีใจเพชร โดยส่วนตัว(เป็นความเห็นส่วนบุคคล)คิดว่าท่านน่าจะเป็นพระอริยเจ้าไปแล้ว
กระเจียว
23-09-2004, 06:55 PM
แม่ชีแถวรามอินทรา
รามอินทราส่วนไหนคะ กิโลอะไร (กิโล1-8)
เมฆคล้อยอนิจจัง
23-09-2004, 07:54 PM
เรื่องใดก็ตามหากไตร่ตรองด้วยวิสุทธิปั__าเองแล้ว
เรื่องนั้นย่อมน้อยนักที่จะผิดพลาด ซึ่งวิสุทธิปั__าจะเกิดขึ้นได้
ต้องผ่านการขัดเกลาตัวเอง จากธรรมซึ่งพิจารณาได้รอบตัว
ผมก็ไปมาเหมือนกันครับ ก็ได้เผาบั_ชีบาปไป 3 เล่ม แม่ชีท่านบอกอย่างนั้นนะครับ ก็แปลกๆดีเหมือนกันครับ ไม่รู้ว่าจะสรุปอย่างไรดี แต่ผมก็ไม่กล้าไปวิจารณ์ท่านหรอกครับ เพราะกลัวจะไปปรามาสท่านผู้ทรงฌานเข้า แต่ก็ดีเหมือนกันครับได้ไปนั่งสมาธิต่างสถานที่บ้าง เปลี่ยนบรรยากาศ :)
บัวใต้น้ำ
23-09-2004, 09:48 PM
Originally posted by กระเจียว
แม่ชีแถวรามอินทรา
รามอินทราส่วนไหนคะ กิโลอะไร (กิโล1-8)
ถ้าเดาไม่ผิด ก็น่าจะหมายถึง
แม่ชีศันสนีย์ ที่เสถียรธรรมสถาน
ปากซอย วัชรพล
casy99
07-01-2005, 08:11 AM
เชื่อคุณบัวใต้น้ำอ่ะครับ
" อะโห มหัณณโว ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติ "
mikky
07-01-2005, 10:22 AM
กสิณ อยู่ในหมวดพระอภิธรรมเหรือครับ คือผมไม่เคยเรียนพระอภิธรรม แต่ชอบฟัง อ.สุจิต์ บริหารวรรณเขต บรรยายอภิธรรม แต่ อ.สุจิตน์ ไม่เคบรรยายเรื่องกสิณเลย ไม่แน่ใจว่ามีหรือไม่มี
ที่ผ่านมาผมเข้าใจว่ากสิณอยู่ในพระสูตร แล้วถูกนำมาสรุปในคำภีร์วิสทุธิมรรคโดพระพุทธโฆษาจารย์
ผมเข้าใจผิดหรือไม่ครับ
ทำไมไม่ ถามพระพุทธเจ้าหรือเทวดาตอน ถอดจิตร หรือทำมโนยิทธิละครับ
i'm just curious...
neomagic
07-01-2005, 02:06 PM
อืมนั่นสิครับ ใช้มโนยิทธิถามเทวดา เพื่อเป็นการพิสูจน์อีกทางนึงก็ได้นิครับ
สำหรับผมค่อนข้างเชื่อคุณบัวใต้น้ำ ครับ เพราะที่คุณบัวใต้น้ำพูดมาตรงกะแนวทางที่พระพุทธเจ้าสอน.
ผมเองก็ไม่เชื่อครับ ว่าเผาบัญชีบาปได้ ไม่ต้องรับกรรม. กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นตามสนองครับ. ทั้งกรรมดีและเลว
ผมก็ศิษย์ mp3 หลวงพ่อฤาษีอีกคนนึงครับ.
เต่ากินบัวใต้น้ำ
08-01-2005, 06:16 PM
ชื่อพ้องกันแต่คนละองค์ครับโปรดอย่าเข้าใจผิด อ้อขออภัยที่ชื่อผมอาจทำให้คุณบัวใต้น้ำโกรธไม่มีเจตนา[b-hi]
Kamen rider
08-01-2005, 06:26 PM
(b-wow)
http://www.2how.com/webboard/picture/bbb-lulca789419870480543.jpg
บัวใต้น้ำ
08-01-2005, 06:57 PM
ชื่อพ้องกันแต่คนละองค์ครับโปรดอย่าเข้าใจผิด อ้อขออภัยที่ชื่อผมอาจทำให้คุณบัวใต้น้ำโกรธไม่มีเจตนา[b-hi]
เห็นชชื่อทีแรกก็ตกใจครับ
แต่ กินผมไม่อร่อยหรอกครับ (^)
ดาวหางสีเงิน
09-01-2005, 12:12 AM
เดี๋ยวจะมีใครREGISชื่อใหม่ว่า ปลาบู่กินเต่ากินบัวใต้น้ำ คงจะหนุกหนานคครับ อิอิ
narit
09-01-2005, 09:22 AM
ไม่แน่ใจก็อย่า กล่าวอาไรหมิ่นเหม่เลยครับ...มันเสี่ยงเกินไป...การฟังความจากคนๆเดียว โดยไม่สอบทาน...ก้อเสี่ยงต่อการผิดพลาด..ก้อเสี่ยงทั้งนั้น
มีผู้กล่าวธรรมะ ผิดๆ ตกนรกกันเยอะครับ ส่วนดีมีก้อรับไป ส่วนไม่ดีก้อรับไปครับ
กรรมใครกรรมมัน
ammytr
09-01-2005, 12:09 PM
คุณ narit
คือคุณ ผู้หวังดี ในเวบ คนเมืองบัว
คุณจะยอมรับหรือไม่
neomagic
09-01-2005, 03:56 PM
อย่างนี้ัคุณบัวใต้น้ำคงจะต้อง หนาวแน่เห็นรูปavartar ผมไม๊ล่ะครับ
รุมกินโต๊ะบัวใต้น้ำเลยนะเนี่ย
ฮ่าๆ
ผู้รู้น้อย
19-01-2005, 08:39 AM
อะนะ หลวงพ่อธัมมะ ไม่เคยสอนเลย มีแต่สอนว่า ใครทำบาปไว้ ย่อมได้รับผลของบาปนั้น เมื่อบาปนั้นได้ช่อง
ท่านสั่งสอนให้รีบสั่งสมบุญบารมีให้ครบถ้วน ไม่ว่าทานศีลภาวนา บารมี 10 ทัศ แล้วท่านก็บอกอีกว่า ไม่มีใครหน้าไหน จะล้างบาปหรือรับบาป(ยกเว้นกรณีอนุโมทนาบาปนะค่ะ)แทนกันได้ เช่น เห็นเค้าฆ่าวัว หมู แล้วก็คิดว่า เออ! ดี ยินดีไปกับเค้าด้วย เพราะตัวเองทำอาชีพนี้เหมือนกัน อันนี้แหละอนุโมทนาบาป หรือ การไปเห็นเค้าชนไก่ ชกมวย กัดปลา แล้วไปเชียร์ อันนี้ก็อนุโมทนาบาปเช่นกัน เพราะ ยินดีในการที่อีกฝ่ายถูกทำร้าย
กฎแห่งกรรมนี่น่ากลัว ไม่เคยเว้นใครแม้แต่เด็กเล็กทารกหรือผู้ใหญ่แก่เฒ่าแค่ไหน
คิดกันง่าย ๆ กันนะค่ะ หากใครทำบาป เช่น ผิดศีลข้อ 5 ข้อใดข้อหนึ่งหรือมากกว่านั้น เป็นอาจิณกรรมเลย หรือ ใกล้ตายแหละ แต่ทั้งชีวิต บุญก็ไม่ทำกรรมก็ไม่สร้าง ประเภทก่ำกึ่ง (อาจเป็นโรค เลยรู้ตัว)แล้วทราบข่าวม แล้วเดินทางไปหาแม่ชีท่าน แล้วไปนั่งสมาธิกับแม่ชี แล้วทำตามที่แม่ชีท่านบอก จนครบทุกประการ แล้วเค้าก็ทำได้ด้วย ก็ถือว่าเค้า ล้างบัญชีบาป 500 ชาติทิ้งหมด หากแม่ชีทำได้ เหมือนท่านบอก ท่านควรมีอุบายที่แยบยลกว่านี้
ไม่จำเป็นเลยว่า ก็ทำเฉยๆ ชวนให้คน สั่งสมความดี รู้จักการทำทานรักษาศีลเจริญภาวนา แล้วที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของแม่ชีท่านจัดการเอง(ตามจริงนะ เวลาใคร ลูกศิษย์ลูกหาไปนั่ง ท่านต้องคอยคุมให้ถึงจะถูกไม่ใช่เหรอ แต่เห็นว่า สนทนากับคนอื่นอยู่ แล้วก็ถามว่า เห็นแสงสีเทา หรือสีอะไร หากคนนั่งสมาธิบ่อย ๆ แล้วสังเกตตัวเอง เวลาคนหลับตาทำสมาธิ แสงแรงที่เห็นคือความมืด ดีหน่อยก็เทา บางทีก็ส้ม มีแสงวูบวาบ ซึ่งเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ
เป็นสิ่งที่คนนั่งสมาธิต้องเจออยู่แล้ว สิ่งต่างๆที่เห็น แล้วแต่ว่า ใครสั่งสมมามากน้อยแค่ไหน)ไม่เห็นต้องมาบอกว่า แม่ชีไปตกลงกับนรกมาว่า สามารถล้างบาปให้ได้ เพราะถือว่า มันไม่ประโยชน์อะไร อาจมีข้อเสียจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ คิดดูนะ ตอนนี้จะสนุกล่ะ พวกที่ทำบาปไว้ โกงชาติบ้านเมือง ฆ่าคน ลักขโมย ผิดศีลผิดธรรม พอทราบข่าว ต้องเร่งไปหาแม่ชี ให้ท่านช่วยล่ะ ถ้าอย่างนั้น คนเราจะทำดีไปทำไปไหมล่ะ ทำชั่วกันไปเลย ก็ไปหาแม่ชี ช่วยล้างบัญชีบาปให้ทีละ 3 เล่มนั่งครบ 15 รอบ ล้างได้ 500 ชาติ จะใช้กุศโลบายแบบนี้ไม่มีในศาสนาพุทธนะ ไม่ใช่ศาสนาอื่น ที่จะมีคนล้างบาปให้ได้ รับบาปแทนได้ ศาสนาพุทธ พระพุทธเจ้าท่านได้แต่เพียงช่วย ช่วยบรรเทาจากหนักให้เบาลง ท่านก็ สั่งสอนให้เวไนยสัตว์ ประพฤติตนอยู่ในศีลในธรรม หมั่นให้ทานรักษาศีลเจริญภาวนา ทำจิตใจให้ผ่องใส เท่าที่ฟังมา ไม่เคยสั่งสอนให้ใครไปล้างบาปให้ใครได้
แล้วการไปถามเทวดา ก็ใช่ว่า เทวดาทุกคนจะรู้เรื่องไปเสียหมด บางท่านก็ยังมีเป็นมิจฉาทิฐิเลยไม่ใช่เหรอ ยิ่งเทวดาที่ไม่สูงมากนัก ก็พอ ๆ กับมนุษย์ มีทั้งรู้และไม่รู้ มีทั้งดีและไม่ดี เทวดาจะดีอย่างคือ ไม่ต้องทำมาหากิน อาศัยบุญบารมีเป็นหนุนนำไป
บุญส่วนบุญ บาปส่วนบาป ไม่สามารถทดแทนกันได้
แต่เราสามารถหนีได้ ด้วยกระทำของตน ด้วยการอยู่ในศีลในธรรม รู้จักการให้ทานรักษาศีลเจริญภาวนา
ตามหลักของพระพุทธองค์
ผู้รู้น้อย
19-01-2005, 09:27 AM
สำหรับผู้ที่สนใจการฝึกกรรมฐานแนวกสิณ และมีข้อยังสงสัย ก็ขออธิบายให้ทราบนะครับ ผมเป็นศิษย์คุณแม่ชีพิมพา ทองเกลา
การปฏิบัติกรรมฐานแนวนี้ เป็นการปฏิบัติกรรมฐานแนวกสิณ ที่พระพุทธเจ้าได้สอนไว้ในพระอภิธรรมปิฎก
ผู้ที่นั่งกรรมฐานช้าหรือเร็ว ก็เพราะว่ามีบุพกรรม หรือเคยปฏิบัติมาก่อน
หรือผู้ที่ได้ช้า ก็เพราะว่า ตนเองมีกรรมไว้ การที่เรานั่งกรรมฐานยกบุ_กุศลของกรรมฐานในรอบนี้ให้กับเจ้ากรรมนายเวรของตน เพื่อให้เราสามารถปฏิบัติได้ต่อไป ถ้าเจ้ากรรมนายเวรยอมรับบุ_กุศลนี้ คดีกรรมนี้ก็หมดสิ้นกันไปครับ
พงศ์วุธ
ความเห็นส่วนตัว
นั่งช้า ได้ผลช้า เพราะ ไม่ได้นั่งสมาธิ มามาก สั่งสมด้านนี้มาน้อย มีกรรมบีบคั้นก็แค่ส่วนหนึ่ง แน่นอนว่า พญามาร ท่านต้องกั้นทุกวิถีทางไม่ให้คนหรือมนุษย์ได้บรรลุธรรมได้ง่าย ๆ หรอก
การยกบุญกุศลไม่ว่าจากการทำทานรักษาศีลภาวนา โดยเฉพาะ ให้คู่เวรคู่กรรม (เจ้ากรรมนายเวร) หากเค้ายอมรับ และอนุโมทนาบุญ ก็เหมือนการอโหสิกรรมกันและกัน ไม่ใช่การล้างบัญชีบาปซะหน่อยนิค่ะ มันมาจากกระทำของตัวคุณเองต่างหาก ซึ่งแน่นนอนว่า การอโหสิกรรมกัน มันขึ้นว่า คุณทำเค้าหนักหนาสาหัสแค่ไหน แล้วคู่เวรคู่กรรมของคุณ ได้มองเห็นว่าเป็นสิ่งทำให้ตัวเองเป็นทุกข์หรือเปล่า(ประมาณว่ามีดวงตาเห็นธรรมแล้วหรือยัง?) ลองคุณไม่นั่ง ไม่ทำทานไม่รักษาศีลซิ คู่เวรที่ไหนจะอโหสิกรรมให้ และไม่ใช่ว่านั่งเพียงแค่นี้ เท่านี้ ทำทานเท่านี้ รักษาศีลเท่านี้แค่นี้ คู่เวรคู่กรรมของคุณ
และเรา จะยอมไปทั้งหมด บางคนเราทำหนักกับเค้าไว้มาก แล้วต่างก็ไม่ยอมกัน ผูกเวรกันมานับภพนับชาติไม่ถ้วน กว่าจะอโหสิกรรมกันให้กันและกัน มันย่อมต้องอาศัยเวลา อีกฝ่ายขออโหสิกรรม แต่อีกฝ่ายไม่ยอม ก็ไร้ค่าเช่นกัน แต่หากตั้งใจว่าภพนี้ชาตินี้เป็นต้นไป ขออโหสิกรรม เราก็ควรเป็นฝ่ายขออโหสิกรรมก่อน ท่านใดที่เราทำบาปทำกรรมกับเค้าตั้งแต่เบาสุดจนหนักสุด จะเมตตาอโหสิกรรมก็แล้วแต่เค้าล่ะค่ะ
ขอขอมานะค่ะ คำว่า ใจเพชร ที่ท่านพูดถึงแม่ชี หลวงพ่อท่านมีนัยอย่างอื่นหรือเปล่า เพราะคนส่วนใหญ่จะนึกในแง่ที่มีความหมายของเพชรดีๆ แต่พอ ๆ นึกไปดีมันมีหลายประการ ทั้งแข็งทั้งแกร่ง เด็ดเดี่ยว ไม่ยอมงอให้ใคร ลองเอาไปตรองดูดี ๆ เป็นทั้งดีและไม่ดีได้
แต่ถ้าหากท่านเทียบว่า มีใจดั่งเพชรที่เจียรไนแล้วนิซิ ไม่ต้องแปล
casy99
28-01-2005, 09:27 PM
ที่เกิดแบบนี้ได้เพราะว่าแม่ชีได้ตกลงกับทางนรกไว้
เพิ่งรู้ว่ากรรมสามารถตกลงแก้ไขได้โดยบุคคล เรื่องนี้น่าจะจบได้แล้ว จริงหรือปลอม ทุกคนรู้แก่ใจ ไม่ต้องมาโต้กันไปมา ผู้ใดเดินทางถูกก็ถึงที่หมายเอง ส่วนผู้ที่เดินสะเปะสะปะก็อาจถึงหากตั้งใจแน่วแน่แต่ก็คงช้าหน่อยเพราะคนนำทางไม่ดี
พฤติจิต
09-03-2005, 06:25 PM
ผมเชื่อคุรบัวใต้น้ำ
นายฉิม
10-03-2005, 06:39 AM
ไม่รู้ว่าตอนนี้เรื่องนี้สรุปว่ายังไงกันนะ
ปราณยาม
11-03-2005, 11:30 AM
ผมเคยไปเหมือนกันครับ แต่นานมากแล้วตอนนั้นแม่ชีท่านจะให้ดูว่าเราหลับตาแล้วเห็นแสงสีอะไรบางคนก็มีอธิษฐานขอให้จับผีกระสือออกไป หรือเผาบัญชีกรรมกี่เล่มแล้วแต่คนนะครับ ส่วนผมแม่ชีให้อธิษฐานขอญาณเปิดโลกกับขอเห็นสวรรค์ แต่ผมไม่เห็นนะครับ( ไม่รู้ว่าบุญน้อยหรือเปล่า ) ตรงนี้ผมคงไม่ขอออกความเห็นว่าดีหรือไม่ดีนะครับ เอาเป็นว่าเราไปแล้วได้ดีอย่างคือ เราได้ไปกราบพระกับได้สงบจิตเราชั่วระยะนึงถึงเราไม่เห็นหรือทราบผลอะไรเราคงได้บุญอยู่ดีนะครับ(b-smile)
ปัญนันต์
21-11-2005, 04:43 PM
รู้จัก"อจินไตย" กันไหมเอ่ย ท่านผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบทั้งหลาย...........
"ขอสรรพสัตว์ทั้งมวล จงมีความสุข"
อย่าไปยึดติด เลยค่ะ
ถือว่า ไปศึกษา แล้วกัน นะค่ะ
สายชน
27-12-2005, 06:12 PM
ขอเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะครับการเผาบัญชีกรรมตามความเข้าใจของผมก็คือเราเอาบุญไปเสนอในกับเจ้ากรรมนายเวรในนรกหรือสวรรค์เข้าก็มีกฎว่าบุญเท่านี้รบร้างบาปเท่านี้สมมุตินะครับว่า ฆ่าวัวหนึ่งตัวต้องทำบุญทอดกฐินเป็นจำนวนเงิน200,000บาทแม่ชีเขาก็จะดูว่าคุณเคยทำบุญอะไรไว้ในเมื่ออโหสิกรรมกันแล้วก็ต้องเผาหลักฐานทิ้งตามความเข้าใจของผมนะครับเพราะว่าฆ่าเขาก็เป็นเจ้ากรรมนายเวรผูกพยาบาทเวลาเราทำบาปหรือบุญก็จะมีเจ้าหน้าที่เขาบันทึกเอาไว้เรียกว่าบัญชีบุญ-บาปซึ้งเรื่องนี้ในพระไตรปิฎกก็มีแนวฝึกกรรมฐานมีมากมายจนแทบจะนับไม่ไหวครับทั้งนอกพระศาสนาทั้งใน
พฤติจิต
17-05-2006, 05:35 PM
(b-oneeye) เรื่องนี้เป็นแม้จะความเชื่อและ/หรือจริตส่วนบุคคล................แต่เห็นผิดหละก็อบายเปิด ทุกขติภูมิเปิดต้อนรับเป็นแน่ๆ
วิศวกรม
02-06-2006, 09:30 AM
เป็นนิมิตหรือป่าวครับ
ที่เค้าเห็นหน่ะจริงแน่ๆ เค้าเห็นด้วยตัวเองจริงๆ
แต่จริง ๆ หน่ะไม่ใช่ หรือเปล่า
เหมือนหลวงปู่ดุลย์ฯ เคยบอกไว้เรื่องนิมิตหน่ะครับ
ผิด ถูก ตกหล่น แก้ไขด้วยครับ ขออโหสิ
damrong
05-06-2006, 10:26 AM
บาปบุญ ลบล้างกันไม่ได้ บุญส่วนบุญ บาปส่วนบาป ใช้กรรมในนรก จึงค่อยไปไช้บุญบนสวรรค์ ถ้าบาปบุญหักล้างกันได้ ก็ไม่ต้องกลัวการทำบาปแล้ว
ทำบาปแล้วค่อยไปทำบุญ ลบล้างที่หลังก็ไดสิ
damrong
05-06-2006, 10:29 AM
ธรรมดา 5 คืออะไร ขอถามผู้รู้ทั้งหลาย ?????
โปรดตอบ
damrong
05-06-2006, 10:39 AM
(b-oneeye) ในโลกมนุษย์ก็มีคล้ายคลึงกัน ผู้มีบารมีมากสามารถช่วยได้ เช่นในประเทศไทย
ตัวอย่างเช่น คนมีพ่อเป็นตำรวจเป็นสารวัตร ลูกกระทำผิดคือ
ไปนั่งมอเตอร์ไซต์ซ้อน3กับเพื่อน พอถึงด่านโดนตำรวจจับ พ่อก็ไปช่วยให้ออกหรือตำรวจรู้จักกับพ่อเขาก็ปล่อยลูกไปไม่โดนจับ พอลูกกลับมาบ้านก็โดนดุ
-----------------------------------------------------------------------
คงเหมือนกับการที่ฆ่าคนตายแล้ว ไม่ต้องติดคุก เพราะมีพ่อเป็นายพล ไช่ไหมครับ ไม่ต่างกับเลยกับที่คุณยกตัวอย่างมา เพียงแต่มันเหมือนหนักเบาไม่เท่ากันเท่านั้นเอง
ถ้าเป็นผมมีคนมาทำร้าย หรือฆ่าบิดา มารดาผม ผมคงไม่ยอมไห้เขาไม่ต้องรับผิดแน่ ถ้ากดหมายเอาผิดไม่ได้---- ก็ต้องเจอกัน
เพราะผมเป็นคนธรรมดา ไม่ไช่คนพิเศษ ที่คิดว่าตัดกิเลสได้หมด ถ้ามีไครมาทำแบบที่ผมว่ามา กับบิดามารดาของเขา เขาคงยกโทษไห้ เพราะถือว่า
เวร ย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร
พระพุธเจ้ายังต้องเกิดต้องกีชาติ ไช้กรรมต้องเท่าไร แล้ว เราเป็นไคร ไม่ต้องไช้กรรม
บาปบุญ ลบล้าง หักล้างกันไม่ได้ ฟันธง ฟันธง ๆ<!-- / message -->
damrong
05-06-2006, 10:52 AM
(nogood) ในโลกมนุษย์คนที่มีความผิด ไม่ต้องติดคุกก็มีหรือติดคุกแล้วพอมีคนมาช่วยก็ออกได้ก็มี
ตัวอย่างเช่น ตัวอย่างของโทษเบาๆ
คนหนึ่ง นาย A ไปตีหัวนาย Bแตกเลือดไหล
นาย B ไปแจ้งความกับตำรวจ ตำรวจก็ไปจับนาย A
ถ้าจะไม่ให้ติดคุก
-ตามปกตินาย A ต้องเสียเงินค่าปรับ ถ้าไม่มีนาย A ก็ต้องติดคุก
-หรือไม่งั้นนาย A ต้องไปตกลงเจรจาต่อรองให้นาย B ยอมความหรือจ่ายเงินค่าเสียหายให้นาย B
-_าติของนาย A เป็นผู้ให_่มีบารมีมาช่วยไว้ ก็ไม่ติดคุก
พอมีการเจรจาตกลงกันระหว่าง2ฝ่ายก็มีการยกเลิกหรือมีการจ่ายค่าเสียหาย
ตำรวจก็เอาเงินเข้ารัฐบาลไปทำประโยชน์ให้ชาติและเอาไปให้นาย B เป็นค่าทดแทน
* เงินในตัวอย่างนี้ เปรียบเสมือนบุ_ของนาย Aที่มีอยู่ เอามาแลกกับการติดคุก
* ถ้านาย A ไม่มีเงิน แต่_าติส่งมาให้จ่ายค่าปรับ ก็เปรียบเสมือนกับที่คนการอุทิศบุ_ให้ในนรก
* ถ้าในกรณีที่นาย B ยกโทษให้นาย Aก็ไม่ติดคุก ก็เปรียบเสมือนการเจ้ากรรมนายเวรให้อภัยยินยอมกัน
-----------------------------------------------------------------------
ในกรณีที่มีญาติผู้ไหญ่ผู้มีอำนาจบารมี มาช่วยนายAไห่นายAไม่ต้องติดคุก
ภาษาทางโลก เขาเรียกการกระทำแบบนี้ว่าอย่างไรครับ
ทำผิดแล้วไม่ต้องรับโทษ เพราะมีเส้นสายดี ถึงไม่ต้องรับโทษ แต่คนเราคงไม่มองว่านายA และญาติผู้ไหญ่ของนายAที่มาช่วยไม่ไห้รับโทษเป็นคนดีหรอก
หรือคุณว่าดีหละ
damrong
05-06-2006, 11:13 AM
คิดๆเรื่องบาปบุญ ก็แปลกใจอยู่เรื่องหนึ่งอะ เรื่องขององค์คุลีมาร ทำไมฆ่าคนตายต้องมากมาย ทำไมไม่ตกนรกครับ ทำไมสำเร็จเป็นอรรหันได้
marine24
05-06-2006, 11:43 AM
ผมขอเขียนเล่าประสบการณ์โดยไม่พาดพิงหรือยืนยัน ผมฝึกแบบสติปัฎฐานสี่ 7 วัน แค่เห็นแต่ภาพกรรมเก่าของตนเองเท่านั้น ตั้งแต่คร้งล่าสุดตอนเป็นทหาร ปรากฏภาพผมวางระเบิดดักทหารเวียตนาม และย้อนถอยหลังไปจนวัยเด็กที่ตกปลา แทงปลา ยิงนก ภาพบรรพบุรุษที่ตายไปแล้วมานั่งรอเป็นแถว ผมจะเล่าให้เฉพาะครอบครัวผมและผู้ที่ฝึกสมาธิด้วยกันเท่านั้น เพราะมันเหลือเชื่อจริงๆ
ลูกหลานหลวงปู่
05-06-2006, 10:39 PM
บุญ หรือ บาป เกิดที่จิต ตั้งอยู่ที่จิต สุดท้ายก็จะสลายไปที่จิตเช่นกัน จิตที่ใส สว่าง สงบ เป็นจิตอริยะครับ ขออนุโมทนาสำหรับผู้ที่พยายามทำจิตให้ผ่องใส ดุจดวงแก้วใสที่สุกสว่างครับ
Wisdom
05-12-2006, 02:55 AM
สาธุ
แม่ชีไม่ได้สอนกสิณ แต่ใช้นิมิตรจากกสิณของแม่ชีเองมาดูให้ (นิมิตรเชื่อได้หรือไม่ได้ก็แล้วแต่วิจารณญาณ)
ส่วนที่สอนกสิณจริงๆ อยู่ที่วัดยานนาวา..เมืองานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ที่ผ่านมาก็มีไปบรรยายทั้งสีวันเลย...นั้นแหละกสิณจริง
คิดๆเรื่องบาปบุญ ก็แปลกใจอยู่เรื่องหนึ่งอะ เรื่องขององค์คุลีมาร ทำไมฆ่าคนตายต้องมากมาย ทำไมไม่ตกนรกครับ ทำไมสำเร็จเป็นอรรหันได้
เพราะท่านสร้างบุญบารมีมามากพอ (รวมทั้งชาติก่อนๆ) ที่จะเป็นพระอรหันต์ได้น่ะสิคะ อีกอย่างพระพุทธเจ้าท่านทรงเห็นว่า อยู่ในวิสัยที่จะบรรลุธรรมได้ จึงไปโปรดเสียก่อนที่จะทำอนันตริยกรรมฆ่าแม่
ถ้าพระพุทธเจ้าท่านไปไม่ทัน องคุลีมารฆ่าแม่เสียก่อนแล้ว ท่านจะโปรดเท่าใดก็ไม่สามารถสำเร็จอรหันต์ได้เลย ตกนรกพร้อมกับกรรมที่ฆ่าคนเป็นพันอีกนั่นแหละค่ะ
เหมือนกับเทวทัตนั่นแหละค่ะ
เพิ่งรู้ว่ากรรมสามารถตกลงแก้ไขได้โดยบุคคล เรื่องนี้น่าจะจบได้แล้ว จริงหรือปลอม ทุกคนรู้แก่ใจ ไม่ต้องมาโต้กันไปมา ผู้ใดเดินทางถูกก็ถึงที่หมายเอง ส่วนผู้ที่เดินสะเปะสะปะก็อาจถึงหากตั้งใจแน่วแน่แต่ก็คงช้าหน่อยเพราะคนนำทางไม่ดี[/QUOTE]
ทุกๆอย่างไม่ได้มีด้านเดียวเสมอไป สิ่งที่เขาพูดๆกันมามันไม่ได้ถูกเสมอไปจนกว่าเราจะพิสูจน์ได้
จะว่าปลอมว่าจริงก็แล้วแต่คนที่พบล่ะครับ คนที่เขาฝึกแล้วเห็นก็ว่าจริง
คุณไม่ได้ฝึก ไม่เคยเห็นว่าปลอมซะงั้น
คนที่ไปฝึกมโนมยิทธิมากมายแล้วไม่เห็นอะไรเลยเยอะแยะ แล้วเขาก็พูดว่าปลอมกัน เขาว่าคิดกันไปเอง เพ้อเจ้อ
ถ้าคุณเป็นคนที่ฝึกได้มาแล้วคุณก็คงไม่พอใจเหมือนกันนะครับ ถ้าคนที่ไม่สำเร็จมาว่าปลอม
ไม่เชื่อไม่ผิดนะครับ แต่บอกว่าของเขาเป็นของไม่จริงนี่ไม่น่าทำ
ไม่งั้นคนในประเทศไทย 90% ก็น่าจะพูดว่าศาสนาพุทธเป็นสิ่งไม่จริงนะ เพราะคนส่วนใหญ่กราบไหว้รูปปั้นแล้วขอพร อย่างเดียว น้อยคนที่จะปฎิบัติเพื่อพิสูจน์
คนนำทางแต่ละคนก็นำทางกันไปคนละทาง บางที่ก็มีจุดหมายที่นึกว่าสูงสุด แต่ที่จริงไม่ใช่เพราะมัวแต่ก้มหน้ามองที่ที่ตัวยืนอยู่ ไม่มองหาว่ามียอดเขาอื่นที่สูงกว่ามั้ย
magic_storm
20-12-2007, 03:30 PM
ขอถามครับ
ใครเคยไปฝึกมาบ้าง ฝึกแล้วเป็นยังไงบ้างครับ
รบกวนด้วยนะครับ
รักปู่
30-03-2008, 10:55 AM
ผ่านเข้ามาอ่านก็ รู้สึกว่าหลายอารมณ์หลายความคิด
ลูกศิษย์คุณแม่เข้ามาตอบให้แล้ว ! แต่ก็ต้องเงียบไป
เพราะต้องปฏิบัติให้ได้ก่อนจึงเชื่อ เอาให้เห็นเหมือนๆกัน จึงจะเข้าใจกัน
เท่าที่อ่านดู ทุกคนมีแนวความรู้ที่ศึกษามา จะลงรอยกันได้ยาก
ไม่ว่ากัน การปฏิบัติต้องทำบ่อยๆไปบ่อยๆ ต้องเข้าใจให้ได้ว่าจุดมุ่งหมายของการสอนของท่านคืออะไร เป็นการพิสูจน์ เรื่องนรก-สวรรค์ แล้ว เราจะได้มีแนวทางปฏิบัติต่อไป ส่วนเบื้องต้นนะถ้าใครไปก็งง ..งง แต่ขอให้มั่นใจและตั้งใจปฏิบัติเพราะไม่มีอะไรจะต้องเสีย เงินทองสักบาทท่านก็ไม่เอา
ทำตามที่ท่านบอกท่านสอนก็พอ ส่วนความรู้ที่พกมาจากสำนักอื่นๆจากตำราเอาว่างไว้ก่อน เมื่อรู้เห็นแล้ว เราผู้ปฏิบัติและเป็นนักปฏิบัติทั้งหลายที่เรียนมาจากสำนักต่างๆ ครูพักลักจำมา ก็นำมาผสมแต่ส่วนที่ดีๆกันภายหลังเป็นหลักวิชาประจำตัวเรา
ส่วน รักปู่เอง เรียนมาก็หลายสำนัก หลวงพ่อฤาษี , ปฏิบัติสายพระป่า ภาวนาพุทโธ , เพ่งกสิณของคุณแม่ , สายหลวงปู่ดู่ ภาวนาไตรรัตน์ ฯลฯ
ทุกสายรักปู่ไม่เคยจะใช้ระดับความรู้ของสำนักต่างๆเข้าไปแยก ว่าควรจะเป็นแบบนี้ ควรจะแบบนั้น แบบนี้ถูก แบบนี้ผิด ขอให้ทำตามแบบแล้วเมื่อท่านได้ท่านจะทราบเอง ขอฝากไว้ อย่าได้ปรามาส จะเป็นกรรมขัดขว้างในอนาคต
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.