PDA

View Full Version : ‘แพท-พัสสน’แขวนเดี่ยว‘พระสมเด็จ’ถูกลูกหลงกระสุนปืนแค่‘เจ็บเล็กๆ’


NoOTa
10-09-2006, 12:18 AM
<TABLE id=Table9 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=left height=118><TABLE id=Table1 cellSpacing=0 cellPadding=1 width="100%" border=0><TBODY><TR bgColor=#2b3189><TD class=messageblack vAlign=top align=left bgColor=#ffffff height=32><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=1 width="100%" border=0><TBODY><TR bgColor=#2b3189><TD class=messageblack vAlign=top align=left bgColor=#ffffff>‘แพท พัสสน’ แขวนเดี่ยว ‘พระสมเด็จ’ ถูกลูกหลงกระสุนปืนแค่ ‘เจ็บเล็กๆ’
</TD></TR></TBODY></TABLE>
</TD></TR></TBODY></TABLE>

http://ads.dailynews.co.th/news/images/2006/variety/9/10/99881_38180.jpg
</TD></TR><TR><TD class=messageblack vAlign=top align=left width="100%"><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR></TR><TR><TD class=messageblack vAlign=top align=left>เป็นอีกหนึ่ง “คนดังตัวจริง” เพราะเป็น พระเอกละครทีวี ที่มีผลงานด้านการแสดงมานับไม่ถ้วน แถมด้วยความสามารถด้านการร้องเพลงก็ไม่เป็นรองใครเพราะเสียงดีร้องเพลงเป็นจึงถูกเลือกให้ ร้องเพลง ประกอบละคร มาแล้วหลายเรื่อง นอกจากนั้นความสามารถด้านการเป็น “พิธีกร” ก็ถือว่าทำได้สนุกจึงถูกเลือกจากค่าย “บะหมี่ไวไว” ให้ยืนคู่กับนางเอกลูกครึ่ง ธัญญาเรศ รามณรงค์ ตระเวนโชว์ ลีลาการเป็นพิธีกรตามจังหวัดต่าง ๆ มาแล้วทั่วประเทศสำหรับ “แพท” พัสสน ศรินทุ ซึ่งเป็นพระเอกสายเลือด “ไทยแท้” แต่ไปเกิดและเติบโตที่ สหรัฐอเมริกา เนื่องจาก “คุณพ่อและคุณแม่” ไปปักหลักทำงานด้าน “กฎหมายและสถาปนิก” ที่นั่นกระทั่งโตเป็น “หนุ่มวัยละอ่อน” ทั้ง ๆ ที่ “คุณพ่อและคุณแม่” ได้พยายามพร่ำสอน “ภาษาไทย” ให้สม่ำเสมอแต่ “พระเอก แพท” ก็พูดภาษาไทยได้ ไม่แข็งแรงนัก คุณพ่อและคุณแม่เกรงลูกชายจะลืม “ความเป็นคนไทย” จึงส่งตัวกลับมาเรียน “ภาษาไทย” ในเมืองไทยโดยพักอาศัยอยู่กับคุณปู่ซึ่งเป็น “ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่”

ซึ่งหลังเรียนภาษาไทยได้ระยะหนึ่งหุ่นก็ไปเข้าตาผู้จัดละครและผู้กำกับการแสดงชื่อดัง บัณฑิต ฤทธิ์ถกล จึงทาบทามมาแสดงละครเรื่อง “รักข้ามคลอง” ในบทพระเอกคู่กับนางเอกลูกครึ่ง เคที่- คทรีน่า กรอส ตั้งแต่นั้นมาก็ได้เป็นพระเอกทั้งละครและภาพยนตร์พร้อมทำหน้าที่ร้องเพลงประกอบละครหลายเรื่องตราบถึงปัจจุบัน

จากที่ไปเกิดและเติบโตที่สหรัฐอเมริการะหว่างเป็นเด็กจึงไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการนับถือ “ศาสนาพุทธ” เท่าใดนักกระทั่งกลับมาเมืองไทยจึงได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับ “ศาสนาพุทธ” จึงค่อย ๆ ซึมซับเอา “พุทธศาสนา” เข้าสมองประกอบกับ “คุณปู่” ที่ระยะหลังเกษียณอายุราชการแล้วมีเวลาพา “หลานชายสุดหล่อ” ไปวัดสร้างบุญฟังธรรมบ้างรวมทั้ง “คุณปู่” แม้ไม่ใช่เซียนพระแต่ก็สะสม “พระเครื่อง-พระบูชา” ไว้พอสมควรตามแบบอย่างของ “ข้าราชการไทย” ด้วยเหตุนี้ “พระเอกแพท” จึงได้เรียนรู้พร้อมเห็น “คุณปู่” ก็นิยมแขวนพระอีกด้วยจึงเลียบ ๆ เคียง ๆ สอบถามเลยได้รู้การแขวน “พระเครื่อง” ของคนไทยไม่ได้แขวนเพื่อ “ความโก้หรู” แต่แขวนเพื่อ “เป็นสิริมงคล” ประกอบกับหลังก้าวเป็นพระเอกก็ต้องเดินทางบ่อยเพราะต้องรอนแรมไปตามกองถ่ายซึ่งหลาย ๆ เรื่องต้องไปต่างจังหวัด “คุณปู่” จึงเป็นห่วงเลยมอบ “พระสมเด็จ” มาให้แขวนคอ “พระเอกแพท” ก็ไม่ปฏิเสธเพราะเพื่อน ๆ นักแสดงหลาย ๆ คนก็นิยมหาพระมาแขวนคอเช่นกัน

และจากที่ได้ “พระสมเด็จ” มาแขวนคอแบบแขวนเดี่ยวจึงทำให้ซาบซึ้งว่านอกจาก “พระสมเด็จ” องค์นี้มีพุทธคุณหลาย ๆ เรื่องแล้วยังช่วยให้ “รอดตาย” จาก “อุบัติเหตุทางรถยนต์” และที่เกิดขึ้นแบบ “ชั่วชีวิต” ก็ไม่อาจ “ลืมเลือนเรื่องนี้ได้” ก็คือเมื่อครั้ง “ถูกกระสุนปืน” ทะลุไปฝังในเนื้อตรง “ต้นแขนซ้าย” ถึงขั้นต้องหามเข้าโรงหมอ “ผ่าตัด” จึงเอากระสุนออก ได้กลายเป็น “ข่าว... เกรียวกราว” หน้าหนึ่งไปพักหนึ่ง โดยเจ้าตัวเล่าว่า “เมื่อประมาณ 6-7 ปีที่ผ่านเป็นวันเกิดของพระเอกแพท เอง เพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่นับถือชวนไปฉลองวันเกิดที่ ผับแห่งหนึ่งย่าน จ.นนทบุรี เพราะใกล้บ้านพักของพระเอกแพท ซึ่งวันนั้นหลังจากดื่มกินและสนุกพอสมควรประมาณตีหนึ่ง พระเอกแพทจึงขอตัวกลับเพราะวันรุ่งขึ้นต้องไปถ่ายทำละครต่อ แต่ขณะเดินไปจะเปิดประตูรถที่จอดอยู่ยังลานจอดด้านข้างของผับ โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น พระเอกแพทจึงชะงักการเปิดประตูรถหันมาหยิบโทรศัพท์แล้วกดรับสาย ปรากฏเป็นเพื่อนโทรฯ มาอวยพรวันเกิดระหว่างนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดพร้อม ๆ กับรู้สึกเสียวและเจ็บที่ “ต้นแขนซ้าย” ของตัวเองจึงหันมองก็เห็นเลือดซึมออกมาเปื้อนเสื้อไปหมด ช่วงนั้นตกใจมากแต่ก็ยังมีสติหันไปมองยังต้นเสียงปืนที่ดังขึ้น เพื่อดูว่าใครเป็นคนยิงก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งส่งเสียงเอะอะพร้อมในมือถือปืนยิงกันเอง และมีคนผู้หนึ่งถูกยิงล้มฟุบอยู่กับพื้นพร้อม ๆ กับมีคนวิ่งมามุงดู รวมทั้งเพื่อน ๆ ที่อยู่ในผับก็เดินออกมาดูด้วยจึงร้องบอกเพื่อน ๆ ให้รู้ว่า “ถูกยิง” เพื่อน ๆ รีบวิ่งมาประคองพอเห็นมีเลือดก็รีบนำส่งโรงพยาบาลหลังจากหมอตรวจบาดแผลแล้วจึงรู้ว่า “ลูกกระสุนฝังใน” วันรุ่งขึ้นจึงอ่านข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์จึงได้รู้เป็นพวก “ขาใหญ่” แถวนั้นยิงกันเองเผอิญถึงคราวซวยของ “พระเอก แพท” จึงไปโดน “ลูกหลง” ซึ่งหลังจากมาทบทวนถึงเหตุการณ์ตอนถูกยิงหากเพื่อนไม่โทรศัพท์เข้ามาแล้ว “พระเอกแพท” คงต้องเอาแผ่นหลังรับกระสุนเป็นแน่เพราะพอเสียงมือถือดังขึ้น จึงทำให้ชะงักการเปิดประตูรถ พร้อมหมุนตัวออกมาเอามือล้วงโทรศัพท์มากดรับสาย จึงทำให้แผ่นหลังซึ่งช่วงแรกอยู่ตรงทิศทางที่กระสุนลั่นมาพอดีเบี่ยงเบนออกเอา “ต้นแขนซ้าย” ไปตรงทิศทางกระสุนลั่นแทนซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นถือว่าเสมือน “ตายแล้วเกิดใหม่” เพราะต้องนอนรักษาตัวถึง 7 วันหมอจึงให้กลับบ้านได้

ส่วนเหตุใดช่วงนั้นจึงทำให้เบี่ยงแผ่นหลังออกแล้วหันต้นแขนซ้ายเข้าไปแทน หลังจากมานั่งทบทวนแล้ว “พระเอกแพท” ก็มั่นใจว่าเป็นเพราะพุทธคุณ “พระสมเด็จ” ที่แขวนอยู่ในคอบันดาลให้เป็นไปโดยที่ “กระสุนปืน” นัดนั้นแทนที่จะเจาะเอา “แผ่นหลัง” แต่ก็มีเหตุให้หันมาเอา “ต้นแขนรับแทน” พอเล่าจบ พระเอกแพทยังยกพระสมเด็จที่แขวนคอขึ้นพนมมือตรงหว่างอกพร้อมเอ่ยว่า “สาธุ”.
“ภวันตุเม”
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD class=messageblack vAlign=top align=left width="100%">http://www.dailynews.co.th/dailynews/images/front_th/template/spacer.gif</TD></TR></TBODY></TABLE>ที่มา: เดลินิวส์
http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?Newsid=99881&NewsType=1&Template=1