View Full Version : ผู้ชายมีภรรยาหลายคนผิดและบาปไหมคะ?
hongsanart
07-09-2006, 08:38 AM
กราบนมัสการท่านอาจารย์ เจ้าขา......
อาจารย์คงสงสัยว่าทำไมลูกศิษย์คนนี้ช่างถามจริงๆ มีคำถามอีกแล้วค่ะ
"ผู้ชายมีภรรยาหลายคนผิดและบาปไหมคะ?"
สาธุค่ะ
แม่ชีณัฐทิพย์
07-09-2006, 10:02 AM
เจริญธรรมจ้า...เอ้าตอบข้อที่2นะ...
ถามว่า "ผู้ชายมีเมียมากบาปและผิดไหม?"
ตอบ...
ไม่ผิดหรอกและไม่บาปด้วย ถ้าผู้ชายไม่ไปแย่งเมียใคร
ผู้หญิงเต็มใจและไม่มีพันธะ
ไม่เป็นผู้หญิงต้องห้าม คือ แม่และแม่ของเมีย พี่ น้อง ยาย ย่า และเด็กที่ผู้ปกครองไม่ยินยอมมอบให้รวมทั้งเด็กใจแตกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และหญิงผู้รักษาพรหมจรรย์ เช่นแม่ชีไง
นอกเหนือจากที่กล่าวมา" ฟันได้" ไม่ผิดและไม่บาป
ส่วนผู้หญิงที่มาเป็นภรรยารอง
ถ้าได้รับการยินดีและยินยอมจากบ้านเดิม บ้านใหญ่อย่างนี้ไม่ผิดและไม่บาปอีกนั่นแหละ
แต่ถ้าบ้านใหญ่ไม่ยอม เกิดทุกข์ทุกคน อย่างนี้บาปและผิด...
เอ้า...ผู้ชายทั้งหลายอยากมีหลายบ้านก็ไปรอมชอมกับบ้านเดิมให้ดี...
ถ้าเธอ ok ก็สบายหายห่วง แต่ถ้า no ok.ก็ตัวใครตัวมันนะ...
ผู้ชายถ้ามีเมียมากมักจะขาดอิสรภาพ
บ้านใหญ่ก็ทำของใส่ให้กลับมาเหมือนเดิม บ้านเล็กๆก็ทำของใส่ให้ไหลหลง
โอย...อย่างนี้คนที่ติงต๊อง ก็ไม่ใช่ใครหรอก "ผู้ชาย"นั่นแหละ เอ๋อเลย...
อย่างนี้แล้วใครจะรับอีกล่ะ?
คุณผู้หญิงทั้งหลายเลิกยึดอุดมการณ์เก่าๆเสียเถอะ "ผัวฉันใครอย่าแตะน่ะและเสียทองท่วมหัว ไม่ยอมเสียผัวให้ใครเด็ดขาด" เชยแล้ว
เปลี่ยนใหม่ได้แล้วเป็น "เอาทองมากองให้ท่วมหัวฉัน แล้วเอาผัวเก่าๆฉันไปได้เลยย่ะ" ใช้เงินทองให้สบายใจ ไม่ต้องมาเจ็บตัวและเจ็บใจเพราะ "ผัวๆๆๆ" กันไง แต่ไม่เห็นมีใครทำได้เลย...
ปัดโธ่...อย่างนี้ก็ชอกช้ำใจต่อไปเถอะ... ดี...สมน้ำหน้า อยากทำไม่ได้...
ดูพระมหากษัตริย์ทุกสมัยสิ มีเมียตั้งมากมาย อย่างนี้ก็ตกนรกกันหมดแล้วสิ? จริงมั้ยล่ะ?
เราเป็นแค่ตาสีตาสา แหม...ยึดติดกันอยู่ได้
ปัดโธ่...ทำไม่ได้ก็ทุกข์ต่อไปเถอะ...
สาธุจ้า
เมตตา-
10-09-2006, 06:44 AM
กราบนมัสการ แม่ชีณัฐทิพย์ที่เคารพ
ก่อนอื่นดิฉันขออนุโมทนาในธรรมทานที่แม่ชีได้กรุณาสาธุชนทั้งหลายทั้งที่เป็นสมาชิกเวบพลังจิตแล้วก็ดีและไม่ได้เป็นก็ดีแต่ติดตามอ่านเป็นประจำอย่างเช่นดิฉันและลูก ๆ หลาน ๆ คำสอนต่าง ๆ ของแม่ชีมีประโยชน์ต่อสาธารณชนในวงกว้าง ขออนุโมทนาและกราบขอบพระคุณแม่ชีเป็นอย่างสูงค่ะ.
ณ โอกาสนี้ที่ดิฉันได้เป็นสมาชิก ดิฉันกราบขออนุญาตแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ผู้ชายมีภรรยาหลายคนแล้วผิดไหมด้วยความเคารพ โดยมิได้มีเจตนาล่วงเกินหรือปรามาสใด ๆ ค่ะ.
อ้างอิง:
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: 1px inset; BORDER-TOP: 1px inset; BORDER-LEFT: 1px inset; BORDER-BOTTOM: 1px inset">ตอบ...
ไม่ผิดหรอกและไม่บาปด้วย ถ้าผู้ชายไม่ไปแย่งเมียใคร
ผู้หญิงเต็มใจและไม่มีพันธะ
ไม่เป็นผู้หญิงต้องห้าม คือ แม่และแม่ของเมีย พี่ น้อง ยาย ย่า และเด็กที่ผู้ปกครองไม่ยินยอมมอบให้รวมทั้งเด็กใจแตกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และหญิงผู้รักษาพรหมจรรย์ เช่นแม่ชีไง
นอกเหนือจากที่กล่าวมา" ฟันได้" ไม่ผิดและไม่บาป
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ดิฉันมีความเห็นว่าเงื่อนไขด้านบนนี้ยังไม่สมบูรณ์พอที่จะสรุปได้เช่นนั้นค่ะ เงื่อนไขสำคัญอีกข้อที่ควรจะรวมไว้กับเงื่อนไขอื่น ๆ ในตอนต้นด้วยคือ ภรรยาหลวงทราบและยินยอม. หากถึงด้วยเงื่อนไขทุกประการดังกล่าวแล้วจึงสามารถสรุปได้ว่า " ฟันได้" ไม่ผิดและไม่บาป
อ้างอิง:
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: 1px inset; BORDER-TOP: 1px inset; BORDER-LEFT: 1px inset; BORDER-BOTTOM: 1px inset">ส่วนผู้หญิงที่มาเป็นภรรยารอง
ถ้าได้รับการยินดีและยินยอมจากบ้านเดิม บ้านใหญ่อย่างนี้ไม่ผิดและไม่บาปอีกนั่นแหละ
แต่ถ้าบ้านใหญ่ไม่ยอม เกิดทุกข์ทุกคน อย่างนี้บาปและผิด...
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ส่วนด้านบนนี้นั่นเองที่ดิฉันมีความเห็นว่าควรจะรวมไว้ตั้งแต่แรก มิใช่เพียงเสริมไว้ในส่วนของฝ่ายหญิงที่มาเป็นภรรยาน้อยเท่านั้น เป็นคีย์สำคัญประการหนึ่งที่ต้องเน้นย้ำก่อนที่จะสรุปเช่นนั้นได้ ท่านบุรุษและสตรีทั้งหลายจะได้เข้าใจอย่างถูกต้องชัดเจนค่ะ.
ถ้าเน้นตรงนี้แล้วจะเห็นได้ว่าเป็นไปได้ยากที่ภรรยาหลวงจะยินดีไม่มีปัญหา.
สุดท้ายแล้ว การมีภรรยาเล็กภรรยาน้อยของผู้ชายส่วนใหญ่ล้วนแต่ทำผิดศีลกาเมฯ แทบทั้งสิ้น.
นอกจากศีลข้อกาเมฯแล้ว ยังทำผิดในข้ออื่น ๆ ตามมา. กลายเป็นปัญหาร้ายแรงอย่างมากดังที่คุณ JASMINE ได้กล่าวไว้ข้างต้น.
ดิฉันมีความคิดเห็นว่ากระทู้มีภรรยาหลายคนผิดไหม นี้ควรเน้นในเรื่องโทษ บาปกรรมที่สาหัสจากผลของการมีภรรยาน้อย การคบชู้ ไว้เป็นประการสำคัญที่ไม่ควรให้ผ่านไป เพราะถึงแม้ว่า มีภรรยาหลายคนโดยไม่บาปได้ก็จริง แต่ในทางปฎิบัติในยุคปัจจุบันนี้หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ การมีภรรยาน้อย มีชู้ กระทำโดยผิดศีลทั้งสิ้น เป็นเรื่องที่นำความเสื่อมความทุกข์อย่างร้ายกาจมาให้ทุกคนที่เกี่ยวข้อง.
สังคมเสื่อมถอยด้อยศีลธรรมมีแต่สิ่งยั่วยุทางเพศ อย่างทุกวันนี้ เราควรช่วยกันชี้ให้เห็นโทษ มากกว่าชี้ทางที่จะทำไ้ด้โดยไม่ผิดไม่บาปก่อให้เกิดเป็นความหวังของผู้ที่มักมาก สุดท้ายเมื่อทำแล้วความปรองดองหามีไม่ กลับกลายเป็นทุกข์และบาปกรรมล้วน ๆ จะถอยก็ยากเสียแล้ว. จึงขอกราบเรียนท่านแม่ชีและท่านทั้งหลายโปรดพิจารณาความคิดเห็นนี้ของดิฉันด้วยค่ะ.
ด้วยความเคารพ และ ปราถนาดีอย่างจริงใจ
เมตตา.
<!-- / message --><!-- sig -->
แม่ชีณัฐทิพย์
10-09-2006, 01:12 PM
กราบนมัสการ แม่ชีณัฐทิพย์ที่เคารพ
ก่อนอื่นดิฉันขออนุโมทนาในธรรมทานที่แม่ชีได้กรุณาสาธุชนทั้งหลายทั้งที่เป็นสมาชิกเวบพลังจิตแล้วก็ดีและไม่ได้เป็นก็ดีแต่ติดตามอ่านเป็นประจำอย่างเช่นดิฉันและลูก ๆ หลาน ๆ คำสอนต่าง ๆ ของแม่ชีมีประโยชน์ต่อสาธารณชนในวงกว้าง ขออนุโมทนาและกราบขอบพระคุณแม่ชีเป็นอย่างสูงค่ะ.
ณ โอกาสนี้ที่ดิฉันได้เป็นสมาชิก ดิฉันกราบขออนุญาตแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ผู้ชายมีภรรยาหลายคนแล้วผิดไหมด้วยความเคารพ โดยมิได้มีเจตนาล่วงเกินหรือปรามาสใด ๆ ค่ะ.
อ้างอิง:
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: 1px inset; BORDER-TOP: 1px inset; BORDER-LEFT: 1px inset; BORDER-BOTTOM: 1px inset">ตอบ...
ไม่ผิดหรอกและไม่บาปด้วย ถ้าผู้ชายไม่ไปแย่งเมียใคร
ผู้หญิงเต็มใจและไม่มีพันธะ
ไม่เป็นผู้หญิงต้องห้าม คือ แม่และแม่ของเมีย พี่ น้อง ยาย ย่า และเด็กที่ผู้ปกครองไม่ยินยอมมอบให้รวมทั้งเด็กใจแตกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และหญิงผู้รักษาพรหมจรรย์ เช่นแม่ชีไง
นอกเหนือจากที่กล่าวมา" ฟันได้" ไม่ผิดและไม่บาป
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ดิฉันมีความเห็นว่าเงื่อนไขด้านบนนี้ยังไม่สมบูรณ์พอที่จะสรุปได้เช่นนั้นค่ะ เงื่อนไขสำคัญอีกข้อที่ควรจะรวมไว้กับเงื่อนไขอื่น ๆ ในตอนต้นด้วยคือ ภรรยาหลวงทราบและยินยอม. หากถึงด้วยเงื่อนไขทุกประการดังกล่าวแล้วจึงสามารถสรุปได้ว่า " ฟันได้" ไม่ผิดและไม่บาป
อ้างอิง:
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: 1px inset; BORDER-TOP: 1px inset; BORDER-LEFT: 1px inset; BORDER-BOTTOM: 1px inset">ส่วนผู้หญิงที่มาเป็นภรรยารอง
ถ้าได้รับการยินดีและยินยอมจากบ้านเดิม บ้านใหญ่อย่างนี้ไม่ผิดและไม่บาปอีกนั่นแหละ
แต่ถ้าบ้านใหญ่ไม่ยอม เกิดทุกข์ทุกคน อย่างนี้บาปและผิด...
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ส่วนด้านบนนี้นั่นเองที่ดิฉันมีความเห็นว่าควรจะรวมไว้ตั้งแต่แรก มิใช่เพียงเสริมไว้ในส่วนของฝ่ายหญิงที่มาเป็นภรรยาน้อยเท่านั้น เป็นคีย์สำคัญประการหนึ่งที่ต้องเน้นย้ำก่อนที่จะสรุปเช่นนั้นได้ ท่านบุรุษและสตรีทั้งหลายจะได้เข้าใจอย่างถูกต้องชัดเจนค่ะ.
ถ้าเน้นตรงนี้แล้วจะเห็นได้ว่าเป็นไปได้ยากที่ภรรยาหลวงจะยินดีไม่มีปัญหา.
สุดท้ายแล้ว การมีภรรยาเล็กภรรยาน้อยของผู้ชายส่วนใหญ่ล้วนแต่ทำผิดศีลกาเมฯ แทบทั้งสิ้น.
นอกจากศีลข้อกาเมฯแล้ว ยังทำผิดในข้ออื่น ๆ ตามมา. กลายเป็นปัญหาร้ายแรงอย่างมากดังที่คุณ JASMINE ได้กล่าวไว้ข้างต้น.
ดิฉันมีความคิดเห็นว่ากระทู้มีภรรยาหลายคนผิดไหม นี้ควรเน้นในเรื่องโทษ บาปกรรมที่สาหัสจากผลของการมีภรรยาน้อย การคบชู้ ไว้เป็นประการสำคัญที่ไม่ควรให้ผ่านไป เพราะถึงแม้ว่า มีภรรยาหลายคนโดยไม่บาปได้ก็จริง แต่ในทางปฎิบัติในยุคปัจจุบันนี้หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ การมีภรรยาน้อย มีชู้ กระทำโดยผิดศีลทั้งสิ้น เป็นเรื่องที่นำความเสื่อมความทุกข์อย่างร้ายกาจมาให้ทุกคนที่เกี่ยวข้อง.
สังคมเสื่อมถอยด้อยศีลธรรมมีแต่สิ่งยั่วยุทางเพศ อย่างทุกวันนี้ เราควรช่วยกันชี้ให้เห็นโทษ มากกว่าชี้ทางที่จะทำไ้ด้โดยไม่ผิดไม่บาปก่อให้เกิดเป็นความหวังของผู้ที่มักมาก สุดท้ายเมื่อทำแล้วความปรองดองหามีไม่ กลับกลายเป็นทุกข์และบาปกรรมล้วน ๆ จะถอยก็ยากเสียแล้ว. จึงขอกราบเรียนท่านแม่ชีและท่านทั้งหลายโปรดพิจารณาความคิดเห็นนี้ของดิฉันด้วยค่ะ.
ด้วยความเคารพ และ ปราถนาดีอย่างจริงใจ
เมตตา.
<!-- / message --><!-- sig -->
เจริญธรรม...คุณ เมตตา
แม่ชีก็อยากจะทำอย่างที่บอกมาเหมือนกันนะ...แต่กลัวองค์ธรรมจะเสียหาย...พูดเอาใจนั้นก็ได้ แต่องค์ธรรมเสียหาย ทนไม่ได้จริงๆจ้า...
พระธรรมคำสอน...ไม่ใช่กฎหมาย ที่จะใช้เป็นบทห้าม และบทลงโทษแต่อย่างเดียวนะ
พระพุทธองค์ทรงกล่าวว่า "อะไรที่มันมีมา ก็ต้องปล่อยให้มันเป็น และมีไป" บางอย่างเราไปแก้ไขอะไรมันไม่ได้ ถ้าแก้ไขได้ป่านนี้ พระองค์ท่านแก้หมดแล้ว ไม่ปล่อยให้ล่วงเลยมาถึงป่านนี้หรอก...
คำสอนของพระองค์ไม่ได้บังคับว่าต้อง "ทำ" และ "ห้ามไม่ให้ทำนะ" ถ้าขัดคำสั่ง...น่าดู
แต่คำที่สอนให้กระทำนั้น เมื่อทำด้วยตัวเองย่อมก่อเกิดเป็น ผลดี หรือกรรมดี ส่งผลให้มีความสุข
แต่ถ้าทำตรงกันข้าม ทำในสิ่งที่ไม่ดีด้วยตนเอง ย่อมก่อเกิดเป็นผลเสีย หรือความชั่ว ความเลว ส่งผลเป็นทุกข์
ขนาดพระองค์ท่านยังไม่สามารถ ชักนำคนได้หมดเลย แล้วแม่ชีตัวนิดเดียว เสียงก็น้อย จะช่วยได้หมดได้อย่างไร?
อย่างในอินเดียสมัยก่อนๆ ผู้ชายสามารถมีภรรยาได้หลายคน เพราะผู้ชายน้อยกว่าผู้หญิง พระพุทธองค์ไม่เห็นบอกว่า "ผิด" เลย
แต่พระองค์ท่านสอนหน้าที่ๆ สามีที่ดีควรกระทำต่อภรรยา
และภรรยาที่ดี ก็ควรทำหน้าที่ของภรรยาที่ดีต่อสามีด้วย รวมทั้งยังบอกถึงลักษณะของสามีภรรยา 7 ประเภทเอาไว้ด้วย ได้แก่
สามีเทพบุตร อยู่ร่วมกับ ภรรยาเพชรฆาต
สามีเทพบุตร อยู่ร่วมกับ ภรรยาโจร
สามีเทพบุตร อยู่ร่วมกับ ภรรยาที่เปรียบเหมือนแม่
สามีเทพบุตร อยู่ร่วมกับ ภรรยาที่เปรียบเหมือนพี่
สามีเทพบุตร อยู่ร่วมกับ ภรรยาที่เปรียบเหมือนน้อง
สามีเทพบุตร อยู่ร่วมกับ ภรรยาที่เปรียบดั่งเพื่อน
สามีเทพบุตร อยู่ร่วมกับ ภรรยาที่เปรียบดั่งทาส
ผู้ชายที่ดี ได้อยู่ร่วมกับ ผู้หญิงทั้ง 7 ประการ และผู้หญิงหรือภรรยา ได้อยู่ร่วมกับ ผู้ชายที่เป็นสามี ดั่งที่กล่าวมาเช่นกัน.....
ถามว่า "บุคคลเหล่านี้ ทำไมจึงได้ จึงมี จึงเป็น ไม่เหมือนกัน ? " ตอบ ได้เลยว่า "เพราะกรรม"
"บุคคลทำกรรมอะไรไว้ ย่อมได้รับผลของกรรมแน่นอน"
คนบางพวกสอนยังไง สอนเท่าไหร่ ก็ไม่ฟัง และไม่ทำตาม ถามว่า เพราะอะไร?
"โง่ไง"
คนพวกนี้ที่พระพุทธองค์ทรงกล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลา เพราะอินทรีย์ยังไม่แก่กล้า... สอนเท่าไหร่ สอนจนคนสอนแทบจะตาย ก็ไม่ฟัง แถมยังด่าว่าคนสอนให้อีก...
คนสอนธรรมทั้งหลาย จึงต้องหลีกหนีคนพวกนี้ไปให้ไกลๆ ไม่ใช่ว่ากลัวเขานะ แต่กลัวคนด่าว่า จะบาป ก็เท่านั้นเองจ้า...
แม่ชีไม่ได้เข้าข้างผู้ชายนะ เพราะแม่ชีก็เป็นผู้หญิง พูดมากๆผู้ชายก็ว่า เข้าข้างกันนัก
พูดธรรมเป็นกลาง เพราะไม่อยากให้ องค์ธรรมเสียหาย ธรรมะไม่ใช่จะพูดเข้าข้างฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายใด
ธรรมะนั้นมีอยู่จริงในธรรมชาติของโลก และเป็นไปตามความเป็นจริงด้วย
จะยกตัวอย่างองค์ธรรมให้ดูสักบทนะ...พระพุทธองค์ทรงกล่าวว่า "สตรีมีมลทิน และเป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์ของผู้ชาย แต่...
คนสอนธรรมนำมาตีความว่า ผู้หญิงเป็นศัตรูตัวร้ายกาจ เป็นอุบาทว์ เป็นกาลกิณี เป็นตัวอัปรีย์จัญไร เป็นนางแมวป่าที่เลี้ยงไม่เชื่อง เป็นนางงูพิษ ที่สำคัญ ผู้หญิงสกปรก ที่ผู้ชายไม่ควรเข้าใกล้ ...(.แล้วมีเมียเป็นผู้หญิงกันทำไมยะ?).
ลืมนะ...ลืมดูท่อนหลังที่มีคำว่า
"แต่ " แต่ผู้ชายก็เป็นข้าศึก เป็นมลทินต่อผู้หญิงเช่นกัน...
ก็หมายความว่า ชาติชั่วพอๆกัน หญิงก็เป็น นางมารร้าย ชายก็เลวสุดๆ
เห็นไหม? พระพุทธองค์ไม่ทรงกล่าวเข้าข้างฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ...
การที่จะห้ามฝ่ายชายทั้งหมด อย่านอกใจ และอย่าสมสู่นอกคู่ของตนนั้นมันคงทำไม่ได้หรอก และก็ไม่มีวันทำได้ด้วย...เนื่องจากมันเป็นธรรมชาติ เป็นประเพณีที่มีกันมานาน ยากที่จะแก้
อันนี้มันขึ้นอยู่ที่สามัญสำนึกของแต่ละคน ทางที่ดี คือ "ทำใจ"
และผู้หญิงที่มีสามีแล้ว รวมทั้งที่กำลังจะมี และผู้ที่ยังไม่มี โปรดทราบ
เราอย่ามัวแต่ไปจ้องจับให้คนไกลตัวและคนใกล้ตัว ให้เปลี่ยนแปลงตามความชอบใจ ถูกใจเราเลย แต่เราจงเฝ้าถามตัวเองก่อนเถอะว่า
" เราได้ทำหน้าที่ของเราดีครบถ้วนแล้วหรือยัง?"
มีคนถาม ถามว่า ให้ผู้ชายมาเป็นผู้หญิง ให้ผู้หญิงมาเป็นผู้ชาย
ให้เมียหลวงมาเป็นเมียน้อย ให้เมียน้อยมาเป็นเมียหลวงบ้าง แล้วเขาจะตอบว่าอย่างไร?
โอ้...แม่ชีตอบให้ก็ได้ "ก็ตัวใครตัวเราน่ะสิจ๊ะ " แหม...พ่อคุณ แม่คุณเอ้ย...เรื่องความรักมันห้ามหักกันยากจริงๆนะ
เอ้า...คุณผู้ชายเจ้าขา คุณผู้หญิงเขาเว้าวอนฝากแม่ชีมา
"ให้คุณผู้ชายช่วยหยุดความมักง่ายทางกาย ทางวาจา และทางใจกันหน่อยได้ไหม?
อย่าปล่อยใจให้สำส่อน ทำให้มุสาวาทา ปากเหลวไหล และลงท้ายด้วยกายเกลือกกลั้วกามฯ ตามมาเลย
เอ้า...จัดให้แล้วกัน ตามคำขอนะ ...ผู้ชายมีเมียมาก หากผิดดังที่กล่าวมา รวมทั้งผู้หญิงด้วยนะ
ผลกรรมที่จะได้รับในปัจจุบัน คือ ขาดอิสรภาพ เป็นโรคร้ายทางใจที่หมอรักษาได้ยาก (จิต) อายุสั้น กินไม่ได้ นอนไม่ค่อยหลับ ตื่นเป็นทุกข์ ฝันร้าย ทรัพย์วิบัติ เป็นโรคทางกาย ครอบครัวแตกแยกและมีปัญหา เป็นที่มาของการผิดเพศของลูก เหล่านี้เป็นต้น
เอาละ...คุณโยมขา แม่ชีไม่อยากคิดแทนคนอื่น เพราะในโลกนี้ มีปัญญาชนและคนโง่
... ก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามกรรม กรรมใครกรรมเขา เราอย่าไปร่วมกรรม
กับเขาเป็นพอนะจ๊ะ
แม่ชีก็อยากจะร่วมรณรงค์ด้วยแหละ แต่ถ้าจะให้ดี อยากเป็นคนออกกฎหมายใหม่ให้ซะเลย...ผู้ชายทั้งหลาย ระวังไว้ให้ดีนะตัวเอง ปัดโธ่!!! อัดซะดีไหม? ฮ่าๆๆๆๆๆ
(รู้สึกว่าแม่ชีจะได้ตอบในเรื่องโทษไว้หลายแห่งแล้วนะ คุณโยมอ่านหมดหรือเปล่า?
ถ้าไม่เจอ ว่างๆ แม่ชีจะเรียงเรื่อง ศีล ให้ฟังใหม่นะ)
แต่ตอนนี้ อยู่เฉยๆดีกว่าจ้า...ขอบคุณที่ใช้บริการ ธรรมะสวัสดี
WebSnow
10-09-2006, 06:17 PM
ศิลมีไว้เพื่อไม่ให้เบียดเบียนตัวเองและผู้อื่น
พอเบียดเบียนกันแล้วก็จะเกิดทุกข์ตามมา
----------------------------------------
ผู้ชายมีภรรยาหลายคนผิดและบาปไหมคะ?
เรื่องนี้ผมก็เคยลองคิด เพราะว่าผมเคยสงสัยว่า
ทำไม เทวดาจึงมีภรรยาได้เป็นหมื่นๆ ?
เทวดาคือผู้ละอายต่อ บาป แล้วมีภรรยาเป็นหมื่นๆ แล้วจะบาปไหม
และทำไมกษัตริยสมัยก่อนๆจึงมีภรรยาได้หลายร้อยและพัน ท่านจะตกนรกไหม ?
ผมคิดว่าไม่บาป
แต่ข้อแม้คือ ก่อนที่ผู้ชายจะมีภรรยาน้อย
ภรรยาหลวง ยินยอมและยินดี
ภรรยาน้อย ยินยอมและยินดี
ผู้ปกครอง ยินยอมและยินดี
ถ้าแบบนี้จะไม่ผิดและไม่บาป
ถ้าตกลงกันก่อนจะมีได้แบบนี้ก็ไม่ผิดศิล
เรื่องของทรัพย์
ก่อนที่จะเอาทรัพย์....ถ้าเจ้าของยินยอมและยินดีให้ทรัพย์ ก็ไม่ถือว่าผิดและไม่บาป จะไม่ถือว่าเป็นการลักโขมยทรัพย์ ไม่ถือว่าเป็นการผิดศิล
****************************
ทำไมกษัตริยสมัยก่อนๆจึงมีภรรยาได้หลายร้อยและพัน ท่านจะตกนรกไหม ?
ไม่บาป ถ้าเป็นไปตามข้อแม้ข้างต้นที่กล่าวมา
คนสมัยก่อน ผู้หญิงจะอยู่ตามหมู่บ้านละตามป่า แล้วตำรวจทหารก็ยังดูแลไม่ทั่วถึง บางทีผู้หญิงก็จะมีโอกาสโดนพวกโจรป่าและหนุ่มชาวบานข่มขืน..หรือบางทีถ้ามีการรบเกิดขึ้น ถ้าโดนอีกฝ่ายยึด ผู้หญิงในหมู่บ้านก็โดนทหารข่มขืน..
ในสมัยก่อน
การที่ผู้หญิงได้มาเป็นนางสนมของ กษัตริย์ ถือว่าเป็นเกียติเป็นหน้าเป็นตาของวงส์ตระกูลและผู้หญิงจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องทำงานหนัก
และรอดจากการโดนข่มขืนจากโจรและชายหน่ม...สนมของกษัทตริย์ถ้ามีใครมายุ่งจะโดนประหารชีวิต...
พ่อแม่ยินยอมส่งเข้าวังและผู้หญิงก็ยินยอม...พ่อแม่ก็ชื่นใจ
ส่วนมเหศีเอก เป็นคนมีบารมี ครองพรหมวิหาร4 นางสนมต่างๆก็ให้ความเคารพ
WebSnow
10-09-2006, 08:28 PM
ที่ผู้ชายหนีไปมีภรรยน้อย ก็มีหลายสาเหตุ
(คือผมจะเขียนตามสภาพความเป็นจริงนะ ไม่มีกั๊ก)
1.ผู้ชายเป็นคนชอบ sex
2.เบื่อภรรยาหลวง ขี้บ่น จู้จี้ จากที่รู้มาจากสังคมคือ ผู้หญิงเวลาอายุมากๆ ก็จะเริ่มบ่นเก่ง....สามีกลับมาบ้าน ทำงานเครียดๆ มาเจอภรรยาบ่นก็เครียดไปกันใหญ่ หาทางออกดีกว่า
3.ภรรยาน้อยโดยส่วนมากมักจะ เป็นคน เอาใจเก่ง พูดเพราะ บริการดี sexดี
อยู่ด้วยแล้วผู้ชายสะบายใจ ผ่อนคลาย ทำให้เกิดความสุข เลยไปหาภรรยาน้อยดีกว่า แบบนี้ ผู้ชายที่ไหนก็ชอบ
ปัจจุบัน การมีภรรยาน้อย โดยส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยมีความสุข จะมีความสุขระยะสั้นๆ แต่ระยาวๆวจะทุกข์
ควรมี ภรรยาคนเดียว ดั่งเพลงที่ร้องว่า "รักน้องคนเดียว ไม่ขอยุ่งเกี่ยวใคร" และไม่เสี่ยงกับการเป็น Aids
การมีภรรยาหลายคนกับสมัย อดีต-ปัจจุบัน
ในประเทศไทยอดีตและปัจจุบัน มีปัญหาคือ ชอบมีภรรยาน้อยกัน แต่ส่วนใหญ่ผิดศิลกัน ไม่ได้เกิดจากการยินยอมคือ แอบๆมี ถ้าจะบอกกับภรรยาก็กลัวมีปัญหาเลยแอบมีดีกว่า กิเลศพาไปและมีทุกข์หลายๆอย่างตามมา เช่น
1. ไม่สามารถเลี้ยงดู ให้ภรรยาทั้งหมดและลูกๆมีความสุขได้ และขัดสน
2. พอมีทรัพย์มากก็เกิดการแย่งทรัพย์กันเหมือนในหนังที่ดู
3. พอภรรยาหลวงจับได้ ก็เกิดปัญหาความหึงหวงเนื่องจาก สามีแบ่งปันความรัก และต้องแบ่งเวลาและทรัพย์ไปบ้านน้อย
4. พอผู้ชายไม่ค่อยมีเวลาให้ผู้หญิงพอเพียง หญิงก็ไปมีชู้เกิดปัญหาอีก
5. บางทีก็เล่นของใส่กันหรือฆ่ากันเพื่อแย่งผู้ชาย
ประเทศไทย ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
ผู้ชายไปบวชกันมั่ง
แถมยังผู้ชายไปเป็นเกย์กันก็เยอะ
เจ็บใจที่สามีไปมีภรรยาน้อย ไม่เท่ากับ เจ็บใจที่สามี ไปเป็นเกย์มีอะไรกับผู้ชายด้วยกัน
พรหมประกาศิต
16-09-2006, 08:52 PM
ผมคิดว่าน่าจะเกี่ยวเนื่องด้วยกรรมนะครับ เพราะว่าชาติก่อนๆอาจจะเคยเป็นสามีภรรยากันมา พอปัจจุบันชาติมาพบเจอกันหลายคน เลยจึงจำต้องมีหลายคนสักหน่อย
ถ้าไม่มีกรรมเกี่ยวเนื่องกันมา ต่อให้ผู้หญิงสวยหยาดเยิ้ม ยั่วยวน สักปานใดก็อาจจะต้องแคล้วคลาดกันไป เพราะตบมือข้างเดียวมันคงไม่ดังหรอก จริงไหมครับ อยู่ๆมันจะมาเป็นสามีภรรยากันทันทีเป็นไปไม่ได้ มันจะต้องก่อเกิดความสัมพันธ์กันขึ้นมาก่อน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แล้วพัฒนาการขึ้นมาจนมาเป็นความพึงพอใจ แล้วกลายเป็นของกันและกันในที่สุด
เพราะบางคนถึงแม้รู้ว่า เขามีภรรยาอยู่แล้วก็ยอมทน ไม่ยอมไปหาคนใหม่...
ผู้ชายต้องรับผิดชอบในการกระทำของตนเอง ที่ไปยุ่งกับหญิงอื่นทั้งๆที่รู้อยู่ว่าตัวเองมีคู่ครองแล้ว ถ้าไม่รับผิดชอบให้ความช่วยเหลือเลี้ยงดูกับหญิงคนใหม่ก็คงต้องเป็นบาปแน่นอนครับ.....
แม่ชีณัฐทิพย์
17-09-2006, 07:59 PM
ผมคิดว่าน่าจะเกี่ยวเนื่องด้วยกรรมนะครับ เพราะว่าชาติก่อนๆอาจจะเคยเป็นสามีภรรยากันมา พอปัจจุบันชาติมาพบเจอกันหลายคน เลยจึงจำต้องมีหลายคนสักหน่อย
ถ้าไม่มีกรรมเกี่ยวเนื่องกันมา ต่อให้ผู้หญิงสวยหยาดเยิ้ม ยั่วยวน สักปานใดก็อาจจะต้องแคล้วคลาดกันไป เพราะตบมือข้างเดียวมันคงไม่ดังหรอก จริงไหมครับ อยู่ๆมันจะมาเป็นสามีภรรยากันทันทีเป็นไปไม่ได้ มันจะต้องก่อเกิดความสัมพันธ์กันขึ้นมาก่อน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แล้วพัฒนาการขึ้นมาจนมาเป็นความพึงพอใจ แล้วกลายเป็นของกันและกันในที่สุด
เพราะบางคนถึงแม้รู้ว่า เขามีภรรยาอยู่แล้วก็ยอมทน ไม่ยอมไปหาคนใหม่...
ผู้ชายต้องรับผิดชอบในการกระทำของตนเอง ที่ไปยุ่งกับหญิงอื่นทั้งๆที่รู้อยู่ว่าตัวเองมีคู่ครองแล้ว ถ้าไม่รับผิดชอบให้ความช่วยเหลือเลี้ยงดูกับหญิงคนใหม่ก็คงต้องเป็นบาปแน่นอนครับ.....
เจริญธรรมจ้า...
ทุกคนที่เคยทำกรรมร่วมกันมาในครั้งอดีตอันไกลโพ้น เมื่อมาเกิดในชาติใหม่เมื่อเจอะเจอกัน ต่างต้องใจกัน แต่ว่าขาดความยับยั้ง
จึงทำให้เกิดกรรมใหม่ขึ้น คือ ผิดคู่สู่สม...ถามว่า ผิดไหม? ไม่ผิดหรอก ถ้าผู้ชายไม่ไปยุ่งกับผู้หญิงที่มีเจ้าของครองอยู่
-ไม่เป็นหญิงต้องห้าม
-ไม่เป็นหญิงประพฤติพรหมจรรย์
-ไม่เป็นหญิงที่ผู้ปกครองไม่อนุญาต
ถ้านอกจากที่กล่าวมา ไม่ผิด ผู้ชายมีเมียได้หลายคน เพราะเมื่อผู้หญิงทั้งหลายท้อง ผู้ชายย่อมต้องรู้ว่า เด็กที่เกิดกับผู้หญิงหรือ เมียทั้งหลายนั้นนั่น คือลูกของตน
แต่ถ้าผู้หญิงนั้น จะมีสามีทีละหลายๆคนไม่ได้ เพราะลูกที่เกิดมา ไม่รู้ว่าเป็นลูกของผู้ชายคนไหน?
นี่คือ ธรรมชาติของโลก และเป็นธรรมะข้อหนึ่ง คือความเป็นจริงของโลก...
ถ้าจะไม่ให้ผู้ชายมีเมียมาก ก็ต้องออกเป็นกฎหมายบังคับในสังคมนั้น...แต่จะบังคับคนทั้งโลกนั้นคงจะไม่ได้แน่นอน
เรียนรู้โลก ทำความเข้าใจ ทำใจให้ได้ ปล่อยวางให้เป็น...ทุกข์ที่เกิดมันก็จะน้อยไปโดยลำดับเอง...สาธุจ้า
jasminine
18-09-2006, 04:14 AM
นมัสการแม่ชีค่ะ
มาอ่านอีกที แล้ว โอ๊ะโอ..!
จากที่แม่ชีกล่าวว่า...
ไม่ผิดหรอก ถ้าผู้ชายไม่ไปยุ่งกับผู้หญิงที่มีเจ้าของครองอยู่
-ไม่เป็นหญิงต้องห้าม
-ไม่เป็นหญิงประพฤติพรหมจรรย์
-ไม่เป็นหญิงที่ผู้ปกครองไม่อนุญาต
ถ้านอกจากที่กล่าวมา ไม่ผิด ผู้ชายมีเมียได้หลายคน
**แสดงว่า ถึงแม้ ภรรยาหลวง ไม่ทราบไม่ยินยอม เรื่องภรรยารองๆ (ภรรยารองๆ เข้าเกณฑ์ตามที่แม่ชีกล่าวไ้ว้ด้านบน) ผู้ชายก็ไม่บาป ไ่ม่ผิด ** ??????
ตามที่คุณ เมตตา, คุณ WebSnow และ ตัว jasminine เองเข้าใจมาว่า ภรรยาหลวงก็ต้องรู้และยินยอมด้วย ถึงจะเรียกได้ว่าผู้ชายคนนั้นไม่ทำบาป
http://www.thaiavclub.org/forum/html/emoticons/blink.gif
jasminine
18-09-2006, 04:28 AM
ผู้ชายมีเมียได้หลายคน เพราะเมื่อผู้หญิงทั้งหลายท้อง ผู้ชายย่อมต้องรู้ว่า เด็กที่เกิดกับผู้หญิงหรือ เมียทั้งหลายนั้นนั่น คือลูกของตน
แต่ถ้าผู้หญิงนั้น จะมีสามีทีละหลายๆคนไม่ได้ เพราะลูกที่เกิดมา ไม่รู้ว่าเป็นลูกของผู้ชายคนไหน?
นี่คือ ธรรมชาติของโลก และเป็นธรรมะข้อหนึ่ง คือความเป็นจริงของโลก...
ขอบคุณค่ะ ตรงนี้ก็เป็นมุมมองที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน..
แต่มะลิก็ยังไม่เข้าใจว่าเพราะสาเหตุใดผู้ชายมีภรรยาหลายๆ คนได้ (ที่ผ่านเงื่อนไข)
โดยที่ภรรยาหลวงยังไม่ยินยอม...
เรียนรู้โลก ทำความเข้าใจ ทำใจให้ได้ ปล่อยวางให้เป็น...ทุกข์ที่เกิดมันก็จะน้อยไปโดยลำดับเอง...
สาธุค่ะ...
WebSnow
18-09-2006, 04:37 AM
โดย jasminine
นมัสการแม่ชีค่ะ
จากที่แม่ชีกล่าวว่า...
**แสดงว่า ถึงแม้ ภรรยาหลวง ไม่ทราบไม่ยินยอม เรื่องภรรยารองๆ (ภรรยารองๆ เข้าเกณฑ์ตามที่แม่ชีกล่าวไ้ว้ด้านบน) ผู้ชายก็ไม่บาป ไ่ม่ผิด **
http://www.thaiavclub.org/forum/html/emoticons/blink.gif
ผมคิดว่าแม่ชี คงเขียนตกไป หรือลืมเขียน
แม่ชี เคยเขียนบอกไปแล้ว ตรงโพสแรก
" ส่วนผู้หญิงที่มาเป็นภรรยารอง
ถ้าได้รับการยินดีและยินยอมจากบ้านเดิม บ้านใหญ่อย่างนี้ไม่ผิดและไม่บาปอีกนั่นแหละ
แต่ถ้าบ้านใหญ่ไม่ยอม เกิดทุกข์ทุกคน อย่างนี้บาปและผิด..."
ขวัญของเรียม
18-09-2006, 01:56 PM
ผมติดตามอ่านอยู่เหมือนกันครับขอนุญาตสนธนาธรรมด้วยคน
ผมวิเคราะห์นะครับ " ส่วนผู้หญิงที่มาเป็นภรรยารอง
ถ้าได้รับการยินดีและยินยอมจากบ้านเดิม บ้านใหญ่อย่างนี้ไม่ผิดและไม่บาปอีกนั่นแหละ
แต่ถ้าบ้านใหญ่ไม่ยอม เกิดทุกข์ทุกคน อย่างนี้บาปและผิด..." แม่ชีท่านไม่ได้บอกว่าผู้ชายบาปนะครับ ท่านบอกว่า "ส่วนผู้หญิงที่มาเป็นภรรยารอง" จะบาปไม่บาปขึ้นอยู่กับบ้านใหญ่ นี่กระผมตีความจากที่ท่านว่ามานะครับ
และในส่วนของผู้ชายบาปไม่บาปขึ้นอยู่กับหลักสามอย่างซึ่งท่านสรุป 2 รอบเหมือนกันนะครับ สังเกตดูให้ดี
อย่างไรก็ดีรอแม่ชีท่านมาสรุปให้กระจ่างกันอีกสักรอบดีกว่าครับผม
ahantharik
18-09-2006, 02:15 PM
ตัวผมเป็นผู้ชายครับ ผมว่าผิดหมดครับ คนเราเกิดมาเพื่อจากกันทั้งนั้น ผู้หญิงหรือผู้ชายก็ต้องการอยากมีคู่ที่ตัวเองปรารถนาและรักของตนต้องการสิ่งที่ตัวเองคาดหวังไว้ แต่ความเป็นจริงมันเป็นไม่ได้เพราะผู้หญิงและผู้ชายต่างคนมีชีวิตที่ดำเนินที่แตกต่างกัน บางคนชอบอีกอย่าง อีกคนชอบแบบนี้ และก็หากไกลจากธรรมะและวัดกันมากขึ้น ถึงมีปัญหาตามมาทุก ๆ ด้าน
Nirvana
18-09-2006, 06:25 PM
เห็นด้วยกับ Web snow คือ ต้องได้รับการยินยอมเท่านั้นถึงไม่ผิด
ที่พูดนี่ไม่ใช่จะเข้าข้าง ช. เหมือนกัน แต่เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะมีพระพุทธศาสนามาบังเกิดในโลกหรือไม่ ช. ก็มีเมียมากอยู่ดี เพราะอะไร
เพราะเป็นธรรมชาติของตัวผู้ที่แข็งแรงกว่า (กาย+ใจ) และสภาวะธรรมของสรีระ ญ. ครับ อันนี้ลองไปพิจารณาดู ว่าจริงหรือไม่ อย่าเพิ่งเชื่อผม
การละเมิดศีลข้อ 3 ถ้าให้สัตยาบัน (ยินยอม) ถือว่าเป็นอโหสิกรรมครับ
ผิด แต่เลิกแล้วอภัยต่อกัน เป็นความผิดส่วนบุคคลที่มีส่วนได้เสียเท่านั้น
ไม่ได้ผิดต่อสาธารณะครับ
อ้าวอย่างงั้น ญ. ไปมีผัวหลายคนโดยสามียินยอมก็ได้นะซิ
ถูกต้องแล้วครับ.......ถ้าเขายินยอม
แต่ในชีวิตของ Nirvana มาถึงกึ่งศตวรรษยังไม่เคยเจอ ช. ที่ใจดีขนาดนี้
เจอเหมือนกันคือ ยกให้ไปเลยไม่ต้องเอามาคืนหรือเป็นสัตว์ปีกประเภทหนึ่งที่ใช้ร่าง ญ. เป็นที่ทำมาหากิน ช. ที่เป็นแมนเต็มร้อย ไม่เคยได้ยินเลยครับ
ทั้งหมดนี้อย่าคิดมาก เพราะเป็นโลกธรรมทั้งนั้น คนเราที่เกิดมาเจอกัน มีปฏิสัมพันธ์กันนั้น ย่อมมีบุรพกรรมด้วยกันมาด้วยกันทั้งสิ้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่งคือ ไม่ดีก็ร้ายล่ะครับ
สรุป ทำวันนี้ให้ดีที่สุด อย่าหาเหาใส่ตัว คิดดี ทำดีเข้าไว้ ชีวิตไม่เดือดร้อน
ใครอยากมีเมียหลายคน ก็ต้องทำตามเงื่อนไข ทำไม่ได้แล้วกลัวบาปก็ไม่ต้องมี
แม่ชีณัฐทิพย์
18-09-2006, 09:46 PM
เจริญธรรมทุกท่าน...
ได้อ่านความคิดเห็นของหลายๆคนแล้ว ทำให้นึกย้อนไปในอดีต หรือประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ที่คนเราไม่ค่อยจะคิดกัน ชอบให้ผู้อื่นพูดให้ฟังและสั่งอย่างเดียว คนที่จะคิดไปข้างหน้าเลยมีน้อย
แต่ในยุคปัจจุบัน เด็กไทยเริ่ม คิดเป็น คิดได้ กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงความคิดเห็นของตนออกมาให้ผู้อื่นรับรู้ ดีมาก ขอชมเชยในความกล้าหาญ...และมีอีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะขอฝากให้คิดเพิ่ม คือ กล้ารับในสิ่งที่ตนคิด กล้าที่จะบอกว่าตน "ทำ"
การสำรวจหรือขอความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะ โดยบอกว่า ไม่ต้องใส่ชื่อ สิ่งนี้แหละที่ทำให้คนเราขาดความกล้าหาญ ขาดความรับผิดชอบ ต่อสิ่งที่ตนทำ และแม้กระทั่งสิ่งที่ตนคิด...การปัดความรับผิดชอบจึงมีมากขึ้นโดยลำดับ
เอาละ...ขอแจงการผิดศีลข้อที่ 3 ให้ฟังนะ
ชายที่มีภรรยามากนั้นไม่ผิด โดยธรรมชาติของโลก
แต่...ผิดในหน้าที่ของสามีที่ดี คือ นอกใจในภรรยาของตน หน้าที่ของสามีที่ดีคือ ไม่ประพฤตินอกใจ แม้ทางวาจา และทางกาย ให้เกียรติยกย่องภรรยา ให้ของขวัญตามกาล รักญาติของภรรยาเสมือนญาติของตน มอบหมายให้เป็นใหญ่ในบ้านแม้กระทั่งเรื่อง เงิน
นี่คือ สามีที่ดี ส่วนภรรยาที่ดีนั้นจะต้อง ไม่นอกใจสามี แม้ทางกาย ทางวาจาและทางใจ ปรนนิบัติเอาใจและทำงานบ้าน( เรียกว่า เป็นแม่ศรีเรือน) เก็บหอมรอบริบเงินทองและรู้จักจัดสรรค่าใช้จ่ายในบ้านอย่างรอบคอบ รักญาติของฝ่ายสามีเสมือนญาติของตน นี่คือ ภรรยาที่ดี
หากสามีหรือภรรยา ทำตรงข้ามจากคำกล่าวนี้ ย่อมไม่ใช่สามี หรือภรรยาที่ดี
หากผิดจากนี้ ทุกข์ย่อมเกิดขึ้นในครอบครัว ทุกข์คือความชั่ว ความเบียดเบียน หรือที่เรียกว่า บาป
แต่ถ้าสามีขออนุญาตภรรยา ภรรยายินยอม เนื่องจากภรรยา เข้าใจและรักในตัวสามี อย่างนี้ก็ไม่ผิด เพราะทุกข์ไม่เกิด บาปจึงไม่มี
แต่ถ้าภรรยาไม่ยอม สามีแอบนอกใจ ไปมีภรรยาใหม่โดยไม่ได้รับการยินยอม เมื่อภรรยาใหม่รู้ ภรรยาเก่าทราบ หากไม่มีการรอมชอม หรือรอมชอมกันไม่ได้ ทุกข์ เกิดกับทุกฝ่าย เมื่อทุกข์เกิด บาปก็ตามมา ปัญหาก็ทะลักเข้ามามากมาย
ผลที่เกิดจากการประพฤติผิดในกามฯ นี้ก็คือ อายุสั้น (โดนทำร้าย ฆ่าฟันกันตาย) เป็นโรคร้ายทางกาย (เอดส์) เป็นโรคร้ายทางใจ (จิต) เสียทรัพย์ หลับก็มีแต่ทุกข์ ตื่นก็ไม่มีความสุข (หึงหวง) ครอบครัวมีปัญหาและแตกแยก เป็นที่มาของการผิดเพศในลูกของตน เสียอิสรภาพ
นี่คือผลที่จะได้รับในปัจจุบัน ส่วนผู้หญิงที่ต้องตกกระไดพลอยโจน เพราะไม่รู้ว่า ผู้ชายมีภรรยาอยู่แล้วนั้น ผิดไหม? ไม่ผิด เพราะไม่รู้ ทุกข์ไม่เกิด บาปจึงไม่มี
แต่มารู้ทีหลังว่าเขามีภรรยาแล้ว ทุกข์เกิด แต่เลิกไม่ได้ เพราะมีลูกด้วยกัน...
เอ้า...ช่วยกันตอบหน่อย อย่างนี้ ใครผิดจ๊ะ? ติดตามตอนต่อไป...
อยากให้ช่วยกันแสดงความคิดของความน่าจะเป็นไปได้นะ ไม่ใช่เป็นไปตามความชอบใจของตนจ้า.....ธรรมะสวัสดี
jasminine
18-09-2006, 10:27 PM
งั้น.. ขอสรุปนะคะ ว่า...
ผู้ชายมีภรรยารองๆ ได้โดยไม่ถือว่าทำบาป ถ้า:
ผู้ชายไม่ไปยุ่งกับผู้หญิงที่มีเจ้าของครองอยู่
-ไม่เป็นหญิงต้องห้าม
-ไม่เป็นหญิงประพฤติพรหมจรรย์
-ไม่เป็นหญิงที่ผู้ปกครองไม่อนุญาต
และ
- ******* ภรรยาหลวงยินยอม *******
เห็นด้วยหากรวมข้อสุดท้ายนี้เข้าไปด้วยค่ะ..
อนุโมทนาทุกท่านด้วยนะคะ
soonyata
18-09-2006, 11:06 PM
หากว่าการมีภรรยาหลายคนไม่บาป ดังนั้นการมีสามีหลายคนก็ต้องไม่บาปด้วยสิคะ
ดังนั้น ถ้าหากว่าวันนึงภรรยาคุณมาขออนุญาตมีสามีน้อยอีกคนหรือหลาย ๆ คน แล้วคุณจะรู้สึกอย่างไรคะ คนเราควรคิดถึงใจเขาใจเราเป็นที่ตั้งนะคะ ถ้าภรรยาหลวงยินยอมด้วยความเต็มใจจริงก็ถือว่าไม่ผิด แต่ส่วนใหญ่ยินยอมเพราะภาระจำยอม เช่น ไม่อยากหย่า ไม่อยากให้ครอบครัวแตกแยก ผู้หญิงมีความต้องการน้อย โดยเฉพาะผู้หญิงสมัยโบราณด้วยแล้ว ผู้ชายเป็นผู้นำครอบครัว ตัวเองต้องเลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน จึงต้องยอมตามใจผู้ชาย แต่ถามว่าลึก ๆ แล้วพวกเราเสียใจมั้ย เสียใจมาก ดูในหนังในละครที่มีการอิจฉากันบางครั้งถึงขั้นฆ่ากัน เรื่องนี้มีตัวอย่างมาหลายรัชกาล ลองไปอ่านประวัติศาสตร์ดูดี ๆ มเหสีบางพระองค์ต้องสิ้นพระชนม์เพียงเพราะความอิจฉากัน
jasminine
19-09-2006, 04:39 AM
เห็นด้วยกับคุณ Soonyata ค่ะ
ในความเป็นจริง ส่วนใหญ่ "ยินยอม" ก็เพราะ "จำยอม" มากกว่า
คงไม่มีเลย หรือ น้อยมากๆๆๆ ที่ภรรยายินดี ปรีดา
สุขใจไปกับการที่สามีของตัวไปมีบ้านเล็กบ้านน้อย
ดังนั้น ถึงแม้ว่าการมีภรรยาหลายคนอาจทำได้โดยไม่ผิดศีลข้อกาเมฯ
แต่ถึงอย่างไรก็ไม่พ้นบาป พ้นเวรกรรมอื่นๆ ไปได้ แน่ๆ ...
varanyo
19-09-2006, 05:03 AM
เป็นธรรมดาของมนุษย์ปุถุชนนะครับที่ยังมีกิเลสตัณหา(ผมเองด้วย)...
ถ้าตราบใดยังมี...โลภะ...โทสะ...โมหะ...อยู่รับรองได้เหมือนกันหมด...
ถึงตอนนี้ก็ต้องแก้ปัญหาให้กับตัวเองแล้วละครับ...ว่าจะต้องทำอย่างไร...
ขอโมทนาครับสาธุ...
jasminine
19-09-2006, 05:51 AM
เป็นธรรมดาของมนุษย์ปุถุชนนะครับที่ยังมีกิเลสตัณหา(ผมเองด้วย)...
ถ้าตราบใดยังมี...โลภะ...โทสะ...โมหะ...อยู่..
ใช่อีกล่ะค่ะ มะลิก็เห็นด้วยอีกกับที่คุณ varanyo ว่า..
ดังนั้นหากเราเป็นผู้ถูกกระทำให้ทุกข์ ก็คงต้องเอาตัวรอดโดยพึ่งธรรมะ
แทนที่จะไปรบราฆ่าฟันหรือ จมกับความทุกข์..
แต่ในทางกลัีบกัน อะไรที่ก่อให้เกิดทุกข์กับเขา เราก็ไม่ควรทำ..
ว่าแล้วก็โมทนาสาธุกับธรรมะดีๆ จากเวปนี้และทุกๆ ท่านด้วยค่ะ
pattarawat
19-09-2006, 06:21 AM
อ่านข้อความของแม่ชีแล้ว ทำให้เกิดความกระจ่างชัดขึ้นมาเลยครับ ทั้งในหลักธรรม และหลักปฏิบัติ แม่ชีเป็นผู้ที่มีความลึกซึ้งในพระธรรมมากเลยครับ ขออนุโมทนา สาธุ ครับ
แม่ชีณัฐทิพย์
19-09-2006, 04:28 PM
เจริญธรรม...
ตกลงจะให้ผู้ชาย บาป และผิดให้ได้ใช่ไหมเนี่ย? หนังเรื่องนี้จึงจบยากจัง...แต่ก็ดีเหมือนกัน ได้ฟังทัศนะของหลายฝ่าย ดีมากจ้า
เรื่องใต้สะดือเนี่ย พูดกันมันจบยาก เพราะไม่เช่นนั้น คนเราก็ไม่ต้องเกิดกันน่ะสิ...
"บุคคลรักผู้อื่นเสมอตนไม่มี "ที่บอกว่า ฉันรักเธอมาก อย่าจากฉันไปน่ะ...
ตกลงรักเขาจริงหรือ? รักตัวเองกลัวไม่มีใครเลี้ยงและไม่มีใครอยู่ด้วยมั้ง?
กลัวลูกมีปัญหาเพราะว่า พ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน...แม่ชีเคยเห็นแต่เด็กมีปัญหาเพราะว่าโดนผู้ใหญ่ด่าและทะเลาะกันให้เห็น รวมทั้งเด็กก็มีปัญหาของเด็ก คือผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเด็กต่างหาก...เด็กไม่ได้มีปัญหาเพราะเรื่องของผู้ใหญ่สักหน่อย
การเลิกลากัน นั่นเป็นปัญหาสำหรับผู้หญิงมาก เพราะกลัวสารพัด...ที่สำคัญคือ กลัวตัวเองไม่มีใคร และกลัวเขา...กลัวเขาว่าอย่างนั้น คนนั้นพูดอย่างนี้...
ผู้ชายมีภรรยาได้หลายคนไม่ผิด บอกแล้วไง มันเป็นธรรมชาติของผู้ชายทั้งโลก ซึ่งไม่มีใครสามารถไปเปลี่ยนกฎเกณฑ์มันได้ นอกจากเลิกกันไป ผิดไหม? ไม่ผิด แต่มันผิดเพราะไม่ถูกใจอีกฝ่ายเท่านั้นเอง
ส่วนผู้หญิงมีสามีหลายคนก็ได้ไม่ผิด แต่ ประเพณีและวัฒนธรรมของไทย เขาไม่ทำ รวมทั้งทนเห็นไม่ได้ มันเลยผิดเพราะคนดูไม่ชอบใจไง...
คนโง่ เท่านั้นที่ไม่ยอมเข้าใจตามความเป็นจริงของโลก เมื่อไม่ยอมเข้าใจ ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงแก้ไข มันก็มีแต่ความทุกข์อยู่ร่ำไป แล้วโทษใครกัน?
จงจำไว้เถิดว่า "ของมาก่อน มีหรือจะอยู่ได้อย่างถาวรน่ะ" สร้างความฉลาดใส่ตนว่า "ทำอย่างไรที่จะไม่ไห้ตัวเองทุกข์เพราะยึดแบบผิดๆ
หนังเรื่องนี้จึงจบยาก อยากให้ต่อกันเข้ามาอีก ดีจังยังไม่อยากให้จบ คิดมากๆ จะได้ไม่โง่...
ธรรมะสวัสดี สาธุ!!!!!!ขอบคุณที่ใช้บริการ
WebSnow
19-09-2006, 08:51 PM
[quot]
โดย แม่ชีณัฐทิพย์
ส่วนผู้หญิงที่ต้องตกกระไดพลอยโจน เพราะไม่รู้ว่า ผู้ชายมีภรรยาอยู่แล้วนั้น ผิดไหม? ไม่ผิด เพราะไม่รู้ ทุกข์ไม่เกิด บาปจึงไม่มี
แต่มารู้ทีหลังว่าเขามีภรรยาแล้ว ทุกข์เกิด แต่เลิกไม่ได้ เพราะมีลูกด้วยกัน...
เอ้า...ช่วยกันตอบหน่อย อย่างนี้ ใครผิดจ๊ะ? ติดตามตอนต่อไป...
อยากให้ช่วยกันแสดงความคิดของความน่าจะเป็นไปได้นะ ไม่ใช่เป็นไปตามความชอบใจของตนจ้า.....ธรรมะสวัสดี
[/quote]
แบบนี้มีเยอะที่เมืองไทย
รวมแล้วคนที่ผิดมากสุดคือผู้ชาย
ผมคิดว่าผู้หญิง (ภรรยาน้อย) ก็มีส่วนผิด แต่ไม่ผิดมาก
1. ที่มีส่วนผิด คือประมาท ไม่ใช้เวลาตรวจสอบหรือสืบ ว่าผู้ชายมีภรรยาแล้วหรือยัง...หรืออาจจะสืบดูแล้วแต่ไม่ทราบ ก็เป็นได้...
2. ที่ผิดน้อย เพราะว่าไม่ทราบว่าชายมีภรรยาแล้ว กรรมนี้ไม่ได้เกิดจากเจตนาของผู้หญิงว่าจะไปแย่งของใคร และความรู้สึกบาปในใจก็ไม่เกิด ทุกข์ไม่เกิดในใจ
เหมือนกับว่า คนกำลังก่อสร้างบนตึก แล้วทำหินตกลงมาทับคนตาย และตนเองก็ไม่ได้เจตนาทำให้ตกและไม่รู้ว่าหล่นมาทับคนตาย...ผิดตรงประมาท
กรรมก็จะสนองโดย ตัวเองก็จะโดนทำนองกัน โดนอะไรหล่นใส่โดย คนอื่นไม่มีเจตนา...
" แต่มารู้ทีหลังว่าเขามีภรรยาแล้ว ทุกข์เกิด แต่เลิกไม่ได้ เพราะมีลูกด้วยกัน..."
แก้ไขสิ่งที่ผ่านไม่ได้แล้ว
อาจจะเป็นกรรมผูกพันธ์กันมาจากอดีตชาติ
พอรู้แล้ว ภรรยาหลวงก้รูแล้วที่นี้ก็เกิดปัญหาหลายอย่าง
จะต้องใช้วิธีออมชอมและให้อภัยทานกัน
เช่น
1. คือผู้ชายอาจจะต้องเลือกคนอยู่ใดคนหนึ่ง...แล้วก็เลี้ยงดูส่งเสียอีกฝ่ายหนึ่ง
2. หรืออยู่ด้วยกันทั้งหมด แล้วตกลงกัน...ภรรยาหลวงมีพรหมวิหาร4....ภรรยาน้อยอ่อนน้อมถ่อมตน...แบบนี้คงยาก...
แม่ชีณัฐทิพย์
28-09-2006, 12:49 PM
เจริญธรรม...
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มันไม่มีอะไรที่ผิดไปหมด และไม่มีอะไรที่ถูกไปหมดหรอก...แต่มันผิดตรงที่บุคคลไม่ยอมทำความเข้าใจในสิ่งที่มันมีอยู่ เกิดอยู่ เป็นอยู่ก็เท่านั้นเอง....
ทุกข์ทั้งหลายที่เกิดแก่บุคคล ก็เพราะบุคคลนั้นไม่พยายามทำความเข้าใจ และแก้ไขกับมันไง ยังจะดันทุรังแบบผิดๆตามใจตนปรารถ และต้องการให้มันเป็นตามนั้น
ปัจจุบัน คือที่มาของ อดีต เราอยากรู้ว่า อดีตเป็นเช่นไรก็ให้ดูปัจจุบัน ปัจจุบันนี้โง่ ก็หมายความว่า อดีตก็โง่มาแล้ว อนาคตก็คือผลในปัจจุบัน ถ้าปัจจุบันยังโง่อีก ทายได้เลยว่า อนาคตก็โง่ตามนั้นนั่นแหละ....
รู้ว่า "โง่" แล้ว ไม่แก้ไขให้ฉลาดขึ้น โทษใครอีกเล่า? บุคคลทั้งหลายน้อยนักที่จะโทษตัวเอง ส่วนมากจ้องที่จะโทษผู้อื่นอยู่ร่ำไป ทำให้ชีวิตนี้พัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมไม่ได้ ตายไปเกิดมาชาติใหม่ มันก็จะเหมือน เดิม ...ขออย่าให้เหมือนเดิมอีกเลยนะ
เรื่องผู้ชายมีเมียมาก หรือผู้หญิงมีสามีมาก มันไม่ผิดตามความเป็นจริงของธรรมชาติของโลกหรอก เพราะทุกชีวิตต่างเกิดมาต้องการ การสืบพันธุ์ แต่ว่า มันผิดใจกันในหมู่ชนบางกลุ่ม เมื่อผิดใจกัน การทำร้าย ประหัตประหารช่วงชิงแก่งแย่ง จึงเกิดจึงมี วิถีที่มีความสุขมันจึงขาดหายไป...จึงเกิดเป็นผลร้ายกับการมีเมียมากและมีสามีมาก
หากยอมจำนนและยอมกันได้ มันก็มีความสุขกันทุกฝ่าย ผลร้ายก็ไม่เกิด ก็ไม่มี แต่มันยากไง...เพราะทุกคนไม่มีใครยอม ผลร้ายมันจึงเกิด มันจึงมี...
ธรรมชาติมันมีของมัน พระพุทธองค์ทรงนำธรรมชาติเหล่านี้มาสอนทั้งฝ่ายดีและไม่ดี รวมทั้งกำชับให้ทำแต่ธรรมที่ดี ผลดีก็ย่อมจะเกิดจะมีแก่บุคคลนั้นและโดยรวม เนื่องจากการอยู่รวมกันของมนุษย์ ที่มีความหลากหลายความคิดและความต้องการ การผิดต่อความชอบใจของกันจึงเกิดขึ้น ก่อให้เกิดผลเสียตามมา คือความทุกข์ ที่เบียดเบียนกัน จ้องทำร้าย ทำลายกันในที่สุด
อยู่ที่เราแล้วล่ะว่า จะยังดื้อหัวชนฝา ตามใจของเรา ตามความคิดของเราอีกหรือเปล่า? หรือจะแก้ไขปรับปรุงตัวเอง ให้เอาชนะธรรมชาติจิตเสียของเรา แล้วหันมามองตามความเป็นจริง รวมทั้งหาวิธีการอันแยบยล ผูกใจคนใกล้ตัว คนใกล้ชิด ด้วยปิยะวาจาที่ดี อ่อนโยน อ่อนน้อม อ่อนหวาน ให้อภัย ให้น้ำใจ ให้โอกาสกัน เพื่อความสมานฉันท์ปรองดอง
อยากให้สามีเชื่องเหมือนแมว มันก็ต้องมีวิธีสิ ถ้าเจ้าของแมวเอาแต่ใจ ขู่บังคับ ตีแมวอยู่ร่ำไปแล้วแมวที่ไหนมันจะอยู่ มันจะเชื่องเล่า?
เอ้า...ช่วยกันแถลงแจ้งข่าวกันมาอีกนะ สาธุ!!!!ธรรมะสวัสดี
Nirvana
28-09-2006, 02:53 PM
ฮี่โธ่............
ไหนๆเค้าให้ความยินยอมแล้ว แสดงว่ารับกันได้
คิดมากไปทำไม เอามาอยู่บ้านเดียวกัน ช่วยกันทำมาหากินก็หมดเรื่อง
ไม่เปลืองบ้านเล็กบ้านน้อย อยู่ดีมีความสุข ช่วยเหลือดูแลกัน......อิๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
Dis-esp
28-09-2006, 05:00 PM
...
แม่ชีณัฐทิพย์
02-11-2006, 01:28 PM
เจริญธรรม...
เรื่องผัวเมียละเหี่ยใจยังไม่จบจ้า...
เราจะเห็นได้ว่า ถ้าสังคมใด สมัยใดเป็นระบบศักดินา เขาก็จะถือว่า "ผู้ชายมีเมียมากนั้นไม่ผิด" ยิ่งมีเมียมากยิ่งเก่งกาจ สามารถมากกว่าใคร
และถ้าภรรยาปรองดองกันได้ยิ่งดีใหญ่เลย แต่...ยังหาไม่เจอสักครอบครัว
มาในสมัยปัจจุบัน สังคมโลกมีการตื่นตัวจากพิษภัยของการมีเมียมากเกินไป ตามองค์กรต่างๆจึงต้องออกมารณรงค์ให้ผู้ชาย ลดละตัณหาความอยากลงบ้าง
ก็ได้ผลในส่วนหนึ่ง แต่อีกหลายส่วนนั้นไม่เบาบางเลย
นั่นเป็นผลรับของสังคม ที่กำหนดว่าถูกหรือผิด ดีหรือไม่ดี แต่ยังไม่มีกฎหมายรับรอง
ส่วนในทางศีลธรรม หรือผลกรรม หรือกฎแห่งกรรมของโลกธรรมชาตินั้น มันไม่มีข้อยกเว้นหรืองดโทษให้กับผู้ใดเลย
" สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม" "บุคคลทำกรรมอะไรไว้ ย่อมได้รับผลของกรรมนั้นเสมอ" ไม่ว่าจะรู้หรือไม่รู้ก็ตามที
ฉะนั้นจงรู้ในสิ่งที่ตนทำ จำในสิ่งที่ตนพูด รู้สำนึกในสิ่งที่ตนคิดให้ได้ เพราะนั่นมันเป็นผลดีและผลร้ายสำหรับเราเอง
คุณผู้ชายที่ชอบมีเมียมากๆ และคุณผู้หญิงที่ชอบมีกิ๊กทีละหลายคน ก็ลองพิจารณาดูนะ ว่ามันมีความสุขจริงๆหรือ?
กับการที่ต้องมานั่งสับราง สับหลีกเพื่อไม่ให้รถไฟชนกันน่ะ ความลับย่อมไม่มีในโลกนะ....
ทางที่ดีควรมีทีละคนนั่นแหละ ดีและปลอดภัยที่สุด และถ้าจะให้ปลอดภัยและดีที่สุด คือ ไม่ต้องมี นั่นแหละเป็นดีเยี่ยมยอดทีเดียว
หลายคนบอกไม่เอา...เหงา...ทุกข์เพราะเหงาที่ไม่เลือกใคร กับ
เฉาเพราะโดนทิ้งให้ขึ้นอยู่บนหิ้ง จะเอาอะไร?
(b-ahh)(b-ahh)
ธรรมะสวัสดี สาธุ!!!!
rosey
09-11-2006, 11:16 AM
ความรัก เจ้าขา...
ข้าสงสัยในอุรา ว่าหน้าตาเจ้าเป็นใด...
คงสวยน่าพิศมัย น่ารัก.. น่าใคร่.. ละเมียดละไมโสภา...
ความรัก เจ้าเอ๋ย.. ใจร้ายนั้นคงไม่เคย...
เจ้าคงเคยแต่ กรุณา... ไม่ทำให้ช้ำอุรา..
เปี่ยมล้นเมตตา ล้ำเลิศหนักหนา ใช่ไหมคนดี...
ข้า.. เป็นทาส..เจ้าแล้ว.. ..
หมอบราบคาบแก้ว แล้ว.. แต่จะคิดปราณี..
อกของข้าครานี้.. เป็นตายร้ายดี แล้วแต่รักที่เวทนา...
ความรัก คนสวย...
โปรดจงสงสารข้าด้วย.. ช่วยข้าสมดังปรารถนา..
กราบ.... แล้ว.. ความรัก เจ้าขา.....
โปรดคิดเมตตา ซักคนเถิดหนา......
ข้าขอวิงวอน... ......................
(b-love2u) (b-love2u) (b-love2u)
แม่ชีณัฐทิพย์
09-11-2006, 04:48 PM
เจริญธรรม...
เรื่องความรักนั้นใครมีในหัวใจ ย่อมดีเสมอ แต่...คนเราเข้าใจคำว่า "รัก" กันอย่างไร?
คนมีรักจึงมักมีทุกข์ ทุกข์เพราะคนที่เรารัก หรือทุกข์เพราะเราไปรัก...
คนไม่มีรัก ก็อยากลองรัก คนที่มีรักก็อยากเลิกรัก...
ที่จริงแล้วความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม ความรักไม่ใช่ยาขม แต่คนเราขื่นขม เพราะความรักผิดต่างหาก
รักที่คนเราตั้งนิยามกันนั้นมันเป็นความต้องใจ เมื่อไม่ต้องใจ ก็จะไม่รักและเลิกรักไป นั่นเขาไม่เรียกว่า "ความรัก" เขาเรียก ความอยาก หรือความใคร่ต่างหาก
คนที่รักเป็นย่อมไม่มีความทุกข์ เพราะรักแน่นอน
ดูตัวอย่างพระพุทธเจ้า พระองค์รักทุกคน ไม่เห็นพระองค์ท่านทุกข์เลย
รัก คือความเมตตา ปรารถนาให้ผู้อื่นมีสุข เมื่อรักเป็นแล้วไม่ทุกข์แน่นอน
แต่คนเรารัก เพื่อยึด เมื่อยึดไม่ได้ มันก็ทุกข์ตลอดน่ะสิ...
คนในโลกมักทุกข์เพราะยึดรัก ฉะนั้น..จงมีรัก แต่อย่ายึดรัก มิเช่นนั้น เราจะทุกข์เพราะรัก...
หญิงชายอยู่ด้วยกัน หรือไม่ได้อยู่ด้วยกัน ก็สามารถรักกันได้ แต่คนเรามักเอารักมาทำเป็นความใคร่ พอไม่ได้ใคร่ก็ไม่รัก เป็นงั้นไป...
มาฝึกรักกันให้เป็นดีไหม?
ธรรมะสวัสดี สาธุ!!!!(verygood)
Khunkik
08-01-2007, 12:25 PM
ถือไว้เท่าไหร่ก็หนักเท่านั้น วางได้เมื่อไหร่ก็เบาเท่านั้น....สบาย...สบาย
แม่ชีณัฐทิพย์
13-01-2007, 11:05 PM
เจริญธรรมและสวัสดีทุกท่าน...
วันก่อนมีคุณโยมมาถามเรื่องที่ผู้ชายทำไมเห็นแก่ตัวจัง ไม่รู้จักพอเพียงสักที
มีเมียตั้งหลายคนแล้วก็ยังไม่พอใจ หาใหม่อีกแล้ว อย่างนี้เข้าข่ายผิดศีลข้อ 3 ไหม?
คนถามน่ะไม่ใช่ภรรยาเขาสักหน่อย เจ้าของหรือภรรยาตัวจริงเขายังไม่พูดว่าอะไรเลย...
ผู้ชายก็ยังคงเป็นผู้ชายนั่นแหละ จะมีสักกี่คนที่จงรักภักดีต่อภรรยาของตนคนเดียวโดยไม่แลเหลียวผู้ใดเลยน่ะ?
มีนะแต่มันน้อย...บอกแล้วไงผู้ชายก็เหมือนกันทั้งโลกนั่นแหละ ไม่เฉพาะคนไทยหรอกที่มีหลายเมีย ต่างชาติก็เหมือนกัน มาเที่ยวเมืองไทยก็มีสำรองไว้เหมือนกัน
นี่คือเรื่องจริงของโลกนะ ในส่วนของผู้ชายที่ดี ที่ทำหน้าที่ของตัวเองโดยสมบูรณ์ครบถ้วน รับผิดชอบต่อครอบครัว ไม่นอกใจ ไม่หวั่นไหวเลย ก็นับว่าผู้หญิงโชคดี เหมือนถูกรางวัลใหญ่ นั่นก็เพราะเธอมีดีและทำได้ดี
(verygood)(verygood)(verygood)
แม่ชีเคยตอบไปในคราวก่อน แหม!!!มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์สารพัด ก็ดีเหมือนกันนะ ได้รู้ว่าคนเราก็ยังมองไกลตัวอยู่นั่นแหละ
คือ "โทษคนอื่นเอาไว้ก่อนเสมอ" ถ้าผู้หญิงทำหน้าที่ของตัวเองสมบูรณ์ครบถ้วนของการเป็นภรรยาแล้ว
ผู้ชายที่ไหนจะหน้าโง่ทิ้งไปเล่า? นั่นก็เพราะผู้หญิงยังทำหน้าที่ของตัวเองบกพร่อง ในทุกเรื่องนะ
เช่น ผู้หญิงจะไปวัด ทำสมาธิ ส่วนผู้ชายมีอารมณ์จะนอนด้วย ผู้หญิงไม่ให้นอนวันๆก็เอาแต่นั่งสมาธิ
พอผู้ชายไปหาเศษหาเลยนอกบ้าน ผู้หญิงก็ว่าผู้ชายนอกใจ และอย่างโน้นอย่างนี้ นี่ไงล่ะ?ที่ผู้หญิงพร่องในหน้าที่ของตัวเอง
ก็เรามีสามีอยู่นะ ไม่ให้เขานอนด้วย เขาก็ไปนอนที่อื่นและนอนกับคนอื่นแทนน่ะสิ...อย่างนี้โทษใครเล่า? โทษเขา (ผู้ชาย)อีกนั่นแหละ
ผู้หญิงลืมไปหรือเปล่าว่าเราเป็นเมียหรือเป็นภรรยาเขานะ ถ้าไม่อยากนอนกับเขาก็เลิกไปเสียก็สิ้นเรื่อง ไม่ให้เขานอน
เท่ากับทรมานและทำให้เขาเป็นทุกข์ "มันผิดและบาปไหมล่ะ?"
แต่ถ้าผู้หญิงทำหน้าที่โดยสมบูรณ์โดยครบถ้วนดีแล้ว ผู้ชายก็ยังแรดนอกบ้าน ไปหาเศษหาเลยอีก ไม่รู้จักอิ่ม จักพอ
อย่างนี้ผู้ชายก็ได้ชื่อว่า "ชั่วหรือเลวนะ" คุณผู้หญิงก็คิดเอาแล้วกันว่าจะยอมทนอยู่กับ คนชั่วคนเลวที่ไม่มีสามัญสำนึกที่ดีเลย ไม่รู้จักพอเพียง มักง่าย สำส่อน หรือ?
แต่ถ้าต้องยอมทนเพราะลูกนั่นไม่ใช่ทางแก้ตัวที่ดีเลย เหตุผลมันน้อยนิด ยอมทนเพื่อลูกแต่ทะเลาะกันให้ลูกดู วันๆก็นั่งร้องไห้ฟูมฟาย ด่าพ่อให้ลูกฟัง
ลูกเห็นการกระทำของพ่อที่ไม่ดี ลูกจะคิดอย่างไร?
ลูกผู้หญิงและลูกผู้ชายบางคนเลยประชดซะเลย เป็นอีแอบ นายแอบซะให้มันสะใจวัยรุ่น
รู้ไหมว่าในปัจจุบันพวกทอมเอย ดี้เอย ตุ๊ด เกย์เอย เกิดมาจากสาเหตุอะไร? เคยถามพวกลูกๆกันบ้างไหม?
พอลูกเป็นอีแอบ นายแอบ ทอม ดี้ กระเทย ตุ๊ด เกย์ ก็ว่าลูกอีกแล้ว เห็นไหมเล่า ไม่เคยโทษตัวเองเลย
เห็นแต่ความผิดของผู้อื่น ความผิดของตนกลับมองไม่เห็น เพราะไม่เคยมองและไม่คิดจะมองด้วย...
ที่กล่าวมาไม่ได้เข้าข้างผู้หนึ่งผู้ใด แต่อยากให้หันกลับมาสำรวจตรวจตราตนเองบ้างว่า มันพร่องมันผิดตรงไหน?
รู้แล้วก็รีบแก้ไขเสียโดยไว อย่าอายและอย่าดันทุรังอีกเลย เวลาของแต่ละคนนั้นมีไม่มาก เดี๋ยวจะสายและเสียดาย ที่ยังไม่ได้กระทำ ยังไม่ได้แก้ไข สุดท้ายความตายเข้ามาเยือน หมดกัน...
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆคนที่ยังดันทุรังอยู่นะจ๊ะ...
ปีใหม่นี้ขอให้ทุกคนมีอะไรที่ดีเกิดขึ้นในชีวิตเถอะ แต่สิ่งที่ดีจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเราไม่รีบลงมือกระทำนะ
อัศจรรย์ย่อมบังเกิดเป็นปาฏิหาริย์ถ้าเราชนะใจตัวเอง แล้วรีบเสริมสร้างสิ่งที่ดีด้วยปัญญาให้เกิดมีในตนโดยไว
(b-oneeye)(b-oneeye)(b-oneeye)
ธรรมะสวัสดี สาธุ!!!
ceta64
25-02-2007, 11:29 AM
ขอร่วมแสดงความคิดเห็นครับ
ผมเห็นด้วยกับแนวคิดที่เกี่ยวเนื่องกับ "ธรรมชาติ" ครับ และถ้าเน้นเฉพาะเกี่ยวกับธรรมชาติของเพศผู้ ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดข้อสงสัยในศึลข้อ 3 ผมว่าน่าจะแยกให้ออกว่ามันเป็นเหตุและผลในตัวมันเอง
ธรรมชาติ เป็นตัว "ผลักดัน" ให้เกิดสิ่งนี้กับเพศผู้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่ามันถูก หรือ ผิด
พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้บอกว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งเลวร้าย แต่ก็ควรมี "ขอบเขต" ก็คือศีลข้อ 3 แต่ว่าขอบเขตกว้างแคบเท่าไหน ผมไม่ทราบครับ แต่ผมเห็นด้วยกับคำตอบของ
แม่ชีครับ
ผมว่าประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ศีลข้อ 3 มันกว้างหรือแคบแค่ไหนครับ ใครจะมีคู่มาก หรือไร้คู่ ก็ขึ้นอยู่กับกรรมครับ ทั้งกรรมในอดีตที่เคยผูกพันกันมาก่อน หรือกรรมปัจจุบันที่คุณตั้งใจสร้างมันขึ้นมา
...ถ้าต้องการพัฒนาตนไปสู่อริยะ...ศีล 5 ข้อไม่น่าจะพอครับ
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.