PDA

View Full Version : 'ให้แบบพอเพียง'ความสุขที่ไม่รู้ลืมของ'นวณัฐ สุขะมงคล'


NoOTa
30-08-2006, 12:07 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left>โดย ผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=baseline align=left>28 สิงหาคม 2549 12:55 น.</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=left border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=228 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=228>http://pics.manager.co.th/Images/549000012778401.JPEG </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>นวณัฐ สุขะมงคล</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE> “การให้ ก่อเกิดความสุขแบบง่ายๆ โดยที่เราไม่ต้องรอ และไม่ต้องมีเงิน” คำพูดจากสาวนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มือโปร เต้ย-นวณัฐ สุขะมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัทไลม่า แอนด์ ลอร์ด สร้างความรู้สึกอยาก “ให้” กับผู้ฟังยามได้ยิน และเธอเองก็พร้อมที่จะแบ่งปันประสบการณ์ “การให้” ที่สร้างความประทับใจสูงสุดในชีวิตให้ฟัง

หญิงนักบริหารคนนี้เรียนรู้การให้ผู้อื่นมาตั้งแต่เด็กๆ จากผู้เป็นพ่อ ผู้ให้ที่ดีที่สุดในชีวิตของเธอ “ใครที่ได้คุยหรือยู่กับคุณพ่อจะรู้สึกมีความสุข ตอนเด็กๆ จำได้ดี ท่านพาไปบริจาคโคและกระบือที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ และเมื่อสัตว์เหล่านี้ออกลูก ท่านก็นำลูกมันไปบริจาคให้ชาวบ้านเพื่อเลี้ยงไว้ไถนา หรือคัดนม” เต้ยกล่าวถึงการให้ทานของคุณพ่อที่เธอเห็นมากว่า 20 ปี จนเดี๋ยวนี้ เธอก็ร่วมบริจาคให้กับผู้ด้อยโอกาสอยู่เสมอ

ชีวิตการ “ให้” ของผู้หญิงคนนี้ ใช่ว่าเป็นการแจกจ่าย หรืออย่างพร่ำเพรื่อ แต่เป็นการให้แบบพอเพียง โดยเธอมีหลักการให้ง่ายๆ ว่า “การให้ไม่จำเป็นต้องให้เงินอย่างเดียว แต่ต้องให้ด้วยปัญญา ให้ไปแล้วไม่ทำให้เราเดือดร้อน บางคนให้มากจนเกินพอดีจนกลายเป็นความเครียด ต้องหนีเพราะถูกขอเรื่อยๆ การให้ความช่วยเหลือกับผู้ที่ขาดแคลนหรือมีทุกข์ เป็นการให้ที่มีคุณค่ามาก เช่น ถ้าเขามีปัญหา แล้วเราให้คำแนะนำจนเขามีกำลังใจ และสามารถแก้ปัญหานั้นได้ เราก็พลอยมีความสุขไปด้วย แต่ถ้าเขาไม่ต้องการแล้วเราดันให้ เขาก็จะหาว่ายุ่งเรื่องชาวบ้าน”

ที่ผ่านมานักธุรกิจใจบุญคนนี้ได้ร่วมบริจาคให้แก่มูลนิธิต่างๆ มากมาย โดยมุ่งเน้นบริจาคในสิ่งที่กำลังเป็นที่ต้องการของผู้เดือดร้อนในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นบริจาคเงิน เครื่องนุ่งห่ม และเรือหางยาวพร้อมอุปกรณ์จับปลาให้กับชาวบ้านที่ประสบภัยสึนามิ ผ่านทางสโมสรซอนต้า หรือบริจาคเงินเพื่อจัดซื้อเครื่องมือช่วยปั๊มหัวใจ และเครื่องให้ออกซิเจน ในรถกู้ภัยฉุกเฉินของกรุงเทพมหานคร และเธอยังได้ไปเยี่ยมสถานการุณที่ชลบุรี เพื่อบริจาคช่วยเหลือคนพิการและคนแก่ “ไปที่นั่นแล้วรู้สึกประทับใจกับทุกๆ คน มันเหมือนเตี้ยอุ้มค่อม คนพิการเดินขากะเผลกช่วยจูงคนแก่เดิน เพราะที่นั่นคนดูแลไม่เพียงพอ แต่เขากลับพร้อมที่จะเป็นผู้ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน”

ส่วนการให้ที่สร้างความประทับใจมากที่สุดคือ การได้ไปบริจาคอุปกรณ์การเรียน เช่น รถจักรยาน, ลูกฟุตบอล ให้กับนักเรียนที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ขาดแคลนวัสดุทางการเรียนการสอน ซึ่งมีครูผู้สอนเพียงคนเดียว ในจำนวนนักเรียนทั้งหมด 60 คน “เราไปที่นั่น รู้ว่าเขาขาดแคลนทั้งครูและอุปกรณ์การเรียน แต่ด้านจิตใจนั้น ทั้งชาวบ้านและนักเรียนไม่ได้ขาดแคลนเลย ทุกคนมีไมตรีจิตสูง เมื่อครูสอน ป.5 เสร็จแล้ว พี่ๆ ป.5 บางคนก็จะไปช่วยสอนน้องๆ ป. 2 ต่อ มันเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันที่ดีมาก”

การไปต่างจังหวัดเพื่อ “ให้” ครั้งนั้น ยังทำให้เต้ยได้ตอกย้ำความรู้สึกในการคลุกคลีกับความเป็นธรรมชาติ และการใช้ชีวิตแบบพอเพียงมากยิ่งขึ้น “ชีวิตของชาวบ้านที่นั่นสมบูรณ์มาก ในป่ามีเห็ด มีหน่อไม้ ในน้ำก็ตกปลาได้ ชาวบ้านทำอาหารมาเลี้ยง เรารู้สึกเลยว่ามันเป็นอาหารที่สดและดีต่อสุขภาพ ปลาก็เอามาทำลาบปลากับต้มแซบ เห็ดก็เอามาย่าง เลยรู้สึกว่าชีวิตของคนชนบทนั้น เป็นชีวิตที่จริงใจ เหมือนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสว่าเศรษฐกิจพอเพียง”

นักธุรกิจสาวแสดงความคิดเห็นจากประสบการณ์ที่ได้รับว่า ชาวชนบทมีอาหารการกินที่สมบูรณ์ แม้จะไม่มีเงิน เขาก็ไม่จำเป็นต้องซื้อโทรทัศน์ หรือตู้เย็น เพราะเขามีอาหารสดๆ ทานตลอด เมื่อก่อนชาวบ้านไปดูทีวีร่วมกันที่ศาลาประชาคม ได้พูดคุยกัน เกิดความสามัคคี มันเป็นการสร้างความมั่งคั่งด้านจิตใจในชุมชน แต่ตอนนี้ต่างคนต่างมีทีวี แต่ละบ้านก็แยกย้ายกันไป ชาวบ้านไม่ได้พูดคุยกัน ทำให้ความกลมเกลียวที่เคยมีหายไป เกิดความเห็นแก่ตัวขึ้น

จุดตรงนี้เองที่เธอเน้นย้ำว่า รัฐบาลต้องกลับเอาไปคิดว่า จริงๆ แล้วเราต้องการคุณภาพชีวิตที่สภาพแวดล้อมที่ดีเอื้อหนุน หรือเราต้องการสร้างวัตถุนิยม ที่ยังไงก็แข่งกับต่างชาติไม่ได้ จนทำให้ประชาชนและรัฐบาลเองต้องเครียด สุดท้ายก็ต้องย้อนกลับมาหาธรรมชาติ

ผู้ให้คนนี้ฝากทิ้งท้ายว่า “อยากบอกไปถึงผู้ที่มีกำลังช่วยเหลือคนอื่นว่า ยังมีคนด้อยโอกาสอีกมาก เมื่อเราได้ช่วยเหลือเขาแล้ว สิ่งเหล่านี้เองจะย้อนกลับมาทำให้เรามีความสุข ยกตัวอย่างเราทำบุญครั้งหนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไป แล้วนึกย้อนกลับไปถึงตอนทำบุญ เราจะรู้สึกมีความสุขอยู่เสมอ และเป็นความสุขที่จะติดตัวเราไปตลอดชีวิต”

เพราะการ “ให้” นี่เอง ที่ทำให้เธอพบกับสิ่งที่ประทับใจแบบไม่รู้ลืม...</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>