Kamen rider
05-10-2004, 01:46 AM
บทโศลกแห่งพุทธะอิสระ อารามธรรมะอิสระ (อ้อน้อย) ถนนมาลัยแมน ตำบลห้วยขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบั__ัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2538 ข้อความบทโศลกแห่งพุทธะอิสระ เป็นสมบัติของพระศาสนา และ อารามธรรมะอิสระ (อ้อน้อย)
ลูกรัก
สิ่งที่พ่อเขียนต่อไปนี้ มิใช่ข้อนำเสนอแนะ หรือขอให้เจ้ายอมรับ แต่พ่อถือว่าเป็นการชี้หนทางให้เจ้าเลือก ซึ่งก็สุดแต่ปั__า ดุลยพินิจ พิจารณาของลูก ที่เจ้าจะเลือกเดินทางไหน
พุทธะอิสระ
๑
ลูกรัก...แง่มุมของพุทธศาสนา เจ้าจักมองพุทธศาสนา ในแง่มุมไหน มองในแง่มุมของศิลปะ นั้นหมายถึงทั้งศิลปะวัตถุและศิลปะในการครองชีวิต เช่น สอนให้มีชีวิตที่เป็นระเบียบ เรียบง่าย สุขุมแยบคาย ทำลายกิเลสช่างวิเศษได้อารมณ์สำหรับผู้พบเห็น
มองในแง่มุมวัฒนธรรม เช่น การยอมรับกันและกันโดยคุณธรรม ความรู้ ซึ่งตรงกับวัฒนธรรมสากล
โดยวัยวุฒิ คือผู้น้อยเคารพผู้ให_่ อันเป็นลักษณะเฉพาะของพุทธศาสนา
โดยชาติวุฒิ คือ การยอมรับโดยฐาน เป็นสมมติสัจจะ ที่อยู่ร่วมในสังคม แต่ก็ไม่หลงติดจนคิดว่าเป็นสิ่งสำคั_ ทั้งหมดนี้แหละเป็นเหตุให้เกิดระเบียบพิธีปฏิบัติต่อการยอมรับ อันมีลักษณะต่างๆกัน และก็กระทำกันโดยสม่ำเสมอ จนกลายเป็นวัฒนธรรมประเพณี
มองในแง่มุมของระเบียบวินัยและแบบแผน ซึ่งก็มีสอนทั้งสิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ไม่ควรทำ และสิ่งที่เป็นคำสั่ง คือ ห้ามเด็ดขาด
มองในแง่มุมของคุณธรรม เช่น การสอนให้รู้จักละอายชั่ว ทั้งที่อยู่ต่อหน้าและลับหลัง และสอนให้เกรงกลัวผลของบาปที่ตนกระทำ แทนที่จะมากลัวต่ออำนาจฟ้าดิน ผีสางเทวดา รวมทั้งสอนให้รู้จักหน้าที่ กระทำหน้าที่ ซื่อตรงต่อหน้าที่ รับประโยชน์จากหน้าที่ และสุดท้ายอย่ายึดติดในหน้าที่ และถ้ามองในแง่มุมของปรัช_า คือสิ่งที่เห็นแจ้งต่อการพิสูจน์ และประกอบด้วยเหตุผลทุกขั้นตอน เช่นคำสอนที่ว่า สิ่งทั้งปวงเกิดแต่เหตุ เมื่อจะดับก็ต้องดับที่เหตุ เช่นนี้เป็นต้น
มองในแง่มุมของปั__า ปั__าคือสิ่งที่อยู่เหนือสมอง แต่เกิดจากการพิสูจน์ทราบและลุถึงมัน นั่นแหละปั__า เช่นมีปั__าเท่าทันอารมณ์ ปั__ารู้เท่าทันอาการเกิดดับของจิต ปั__าในการรู้แจ้งว่าความไม่รู้เป็นเหตุให้เกิดความอยาก (ที่เรียกว่าตัณหา)
เมื่อความอยากเกิด ก็ทำให้เกิดการยึดถือ (เรียกว่าอุปาทาน)ความยึดถือ ก็เป็นเหตุให้เกิด การเกิด แก่ เจ็บ ตาย และรู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเหตุแห่งทุกข์ที่ทนได้ยาก และถ้าจะดับทุกข์ ก็ต้องทำให้เกิดความรู้แจ้ง
เมื่อความรู้เกิด ความไม่รู้ก็ไม่ปรากฎ ความไม่รู้ว่านี่ ตัณหาคือความอยากก็ดับ เมื่อตัณหาดับ อุปาทานความยึดถือก็ดับ อุปาทานดับ ชาติ(การเกิด) ชรา(การแก่) มรณะ(การตาย) ก็ไม่มีความทุกข์ที่ทนได้ยากก็จักไม่ปรากฏ
มองในแง่มุมของจิตวิทยา พุทธศาสนาก็ได้กล่าวสอนให้รู้เท่าทันการเกิดดับของจิต รู้แจ้งในอารมณ์ที่มาสิงอยู่ในจิต รู้จักชำระล้างสิ่งที่สิงอยู่ในจิต รู้จักเหตุและที่สถิตย์ของจิตที่เกิดดับ
เจ้าจะต้องแสดงให้ครูผู้ยิ่งให_่ ได้รู้ว่า ถ้ามองในแง่มุมของสัจธรรม คือความจริงของธรรมชาติ ก็ต้องกล่าวว่า พุทธศาสนาสอนให้รู้จักธรรมชาติของสัตว์ คน เทวดา พรหม มาร โลก และจักรวาล ได้อย่างตรงและถูกต้องต่อความเป็นจริง
ถ้าจักมองในแง่ของวิมุตติธรรม คือ ธรรมเครื่องนำพาให้หลุดพ้น ก็ต้องมองในเรื่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สรรพสิ่งทุกอย่างไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ไม่มีตัวตนคงที่แน่นอนแม้แต่สิ่งที่เรียกว่า ธรรมและอธรรม
ถ้าจักมองในแง่มุมของศาสนาสากล ก็ต้องมองว่าคำสอนของพระพุทธศาสนา สอนอย่างมีเหตุให้ผู้ฟังตรองตามและพิสูจน์ให้เห็นจริงได้ (ถ้าผู้ฟังทดลองปฏิบัติ) ทุกชาติ ทุกภาษา โดยไม่ยกเว้น และก็เป็นศาสนาที่สามารถเอื้ออำนวยประโยชน์ให้แก่สรรพสัตว์ ธรรมชาติ โลกและจักรวาลให้อยู่รวมกันโดยสันติสุข พ้นทุกข์ ดับทุกข์ในที่สุด
๒
ลูกรัก...สำหรับพ่อแล้ว คำว่า ศาสนา มิใช่กฎเกณฑ์กติกา ระเบียบแบบแผน ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี หรือความดีกับความชั่ว
ศาสนา มิใช่การทำตัวให้ไปอยู่กับพระเจ้า หรือเป็นบ่าวของพรหม
ศาสนา มิใช่เพียงแค่ทำตัวให้เป็นที่นิยมยอมรับหรือปฏิเสธ
พ่อคิดว่า ศาสนา คือที่มาของคำว่าดับและเย็นเท่านั้น
๓
ลูกรัก...การเรียนรู้พุทธศาสนา ผู้ที่จะเข้าถึงความจริงของศาสนานี้ มิใช่เข้าได้ด้วยการเรียนรู้ตำรา คัมภีร์ อักษรภาษาหนังสือ
แต่มันเริ่มต้นการเรียนรู้ ด้วยการเข้าใจความหมายของสรรพชีวิต สรรพสิ่ง สรรพสัตว์ และสรรพวัตถุ แค่นี้พ่อคิดว่าเข้าถึงตัวศาสนาแล้วหละ
๔
ลูกรัก...สำหรับพ่อ, ศาสนามิได้สอนทฤษฎีหรือปรัช_า และวิชาการต่อพ่อ แต่ศาสนาได้สอนตัวชีวิตและวิ__าณให้แก่พ่อ ซึ่งมันก็คงจะรวบรวมเอาสรรพทฤษฎี ปรัช_า และสรรพสิ่งเข้ามาด้วยเป็นแน่
๕
ลูกรัก...ศาสนานี้ เขามิได้มีไว้สอนคนดี แต่มีเอาไว้มุ่งสอนคนที่เพียรพยายามจะทำดี ให้เป็นผู้ดี และส่งเสริมคนดีให้ดียิ่งๆขึ้นไป
๖
ลูกรัก...เจ้าจงอย่าเข้าใจผิด คิดว่าพระพุทธศาสนา มีไว้สำหรับคนเบื่อโลก หรือสำหรับผู้ที่เข้าไปอยู่ตามป่าตามเขาเท่านั้น
๗
ลูกรัก...เจ้าจักนับถือศาสนาประเภทไหน ศาสนาเปลือก ศาสนาเนื้อ ศาสนาแก่น
๘
ลูกรัก....ศาสนานี้ มิได้เริ่มต้นที่ศรัทธาอันโง่เขลา
๙
ลูกรัก...คราใดที่เจ้ารู้สึกตัวว่า เจ้าอยู่ในพระพุทธศาสนานี้ ครานั้น เจ้าคือคนของพระศาสนา คราใดที่เจ้าเป็นคนของพระศาสนา ครานั้นเจ้าก็ต้องทำงานให้กับพระศาสนา คราใดที่เจ้าทำงานให้กับพระศาสนา ครานั้นเจ้าก็ต้องทำความเจริ_ให้กับพระศาสนา คราใดที่เจ้าทำความเจริ_ให้กับพระศาสนา ครานั้นเจ้าจงรู้ไว้เถิดว่า เจ้ากำลังทำความเจริ_ให้กับจักรวาล และตัวเจ้าเอง
๑๐
ลูกรัก...การค้นหาตัวเจ้าเอง เป็นกิจเบื้องต้นของศาสนาธรรมนี้ และพระบริสุทธิธรรมเป็นกิจเบื้องปลาย
๑๑
ลูกรัก...ธรรมะ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ สรุปลงตรงที่สอนให้ นั่งให้เป็น ยืนให้เป็น กินให้เป็น เดินให้เป็น นอนให้เป็น สุดท้าย ตายให้เป็น
๑๒
ลูกรัก...ไม่ว่าจะเป็นคนในศาสนาใด มีใครเป็นศาสดา ทุกคนอยู่ในสภาพเดียวกัน คือ ต่างยืนอยู่บนขอบกระทะ และมีสิทธิ์ที่จะตกลงไปในกระทะได้เท่าเทียมกัน
๑๓
ลูกรัก...หัวใจสำคั_ของพระศาสนา (อริยสัจอันยิ่งให_่) เป็นปรัช_าขั้นสูงที่พรหมและเทวดาทั้งหลาย ไม่สามารถเสกสรรปั้นแต่งเอามาปรุงอบรมกันได้
๑. ไม่ทำชั่ว รวมทั้งอบายมุข ๖ เหตุแห่งเครื่องฉิบหาย
๒. ทำดี ดียังไงก็ได้ ที่ตัวเองไม่ฉิบหาย ใครไม่เดือดร้อน ทำดีอย่าอยากดี เพราะนั่นไม่ใช่ดี แต่ต้องเป็นดี ที่ออกจากใจอารี เป็นดีที่เกิดขึ้นในใจเป็นความฉลาด (ถ้าโง่ก็จะไม่รู้ว่าทำอย่างไรถึงดีที่สุด)
๓. ทำใจให้ผ่องใส อย่าให้อารมณ์ถูกฉุดกระชากลากไปเป็นทาส
๑๔
ลูกรัก...ถ้าเจ้าจักถามพ่อว่า ศาสนา คืออะไรพ่อคงจะไม่มีคำอธิบายอื่นๆ นอกจากคำว่า รู้จักวาง
๑๕
ลูกรัก...มนุษยสมบัติ นั้นหมายถึง สิ่งที่มั่งมีเพิ่มเติม และเต็มพร้อมไปด้วยประโยชน์ อย่างที่มนุษย์ธรรมดาจะพึงได้ ด้วยการเอาเหงื่อไคลเข้าแลกมันมา จนเกิดความผาสุกในปัจจุบันและเดี๋ยวนี้
สวรรคสมบัติ นั้นหมายถึง ความเพิ่มพูน เพิ่มเติม เต็มพร้อมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม มีความละอายชั่วกลัวบาป รวมทั้งสติปั__าในการดำรงชีวิต อย่างชนิดไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อใคร โดยทำเดี๋ยวนี้ ได้ผลเดี๋ยวนี้ เราจะมีแต่ไมตรี และความยินดีต่อคนทั้งหลาย โดยมิต้องรอให้ตายก่อน
นิพพานสมบัติ นั้นหมายถึง ความเต็มพร้อมสมบูรณ์ในความดับสรรพพิษทั้งปวง ที่จะทำให้เกิดความยึดถือ ปรุงแต่ง เติมแต้ม แยกแยะ จนแกะไม่ออกจาก เกิด แก่ เจ็บ ตาย จนสรรพสิ่งมิมา กล้ำกราย จนสุดท้ายก็สงบ ดับ และเย็น
สมบัติทั้ง ๓ นี้ ถ้าลูกทำได้เดี๋ยวนี้ ได้ผลตรงนี้ และในปัจจุบัน ไม่ต้องรอไว้ให้ถึงชาติหน้า ลูกจึงได้ชื่อว่า ผู้ได้รับประโยชน์ จากพระพุทธศาสนา
๑๖
ลูกรัก...ระวัง อย่าทำตัวเป็นชาวต่างประเทศ หรือแขกแปลกหน้า กับพระพุทธศาสนา
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบั__ัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2538 ข้อความบทโศลกแห่งพุทธะอิสระ เป็นสมบัติของพระศาสนา และ อารามธรรมะอิสระ (อ้อน้อย)
ลูกรัก
สิ่งที่พ่อเขียนต่อไปนี้ มิใช่ข้อนำเสนอแนะ หรือขอให้เจ้ายอมรับ แต่พ่อถือว่าเป็นการชี้หนทางให้เจ้าเลือก ซึ่งก็สุดแต่ปั__า ดุลยพินิจ พิจารณาของลูก ที่เจ้าจะเลือกเดินทางไหน
พุทธะอิสระ
๑
ลูกรัก...แง่มุมของพุทธศาสนา เจ้าจักมองพุทธศาสนา ในแง่มุมไหน มองในแง่มุมของศิลปะ นั้นหมายถึงทั้งศิลปะวัตถุและศิลปะในการครองชีวิต เช่น สอนให้มีชีวิตที่เป็นระเบียบ เรียบง่าย สุขุมแยบคาย ทำลายกิเลสช่างวิเศษได้อารมณ์สำหรับผู้พบเห็น
มองในแง่มุมวัฒนธรรม เช่น การยอมรับกันและกันโดยคุณธรรม ความรู้ ซึ่งตรงกับวัฒนธรรมสากล
โดยวัยวุฒิ คือผู้น้อยเคารพผู้ให_่ อันเป็นลักษณะเฉพาะของพุทธศาสนา
โดยชาติวุฒิ คือ การยอมรับโดยฐาน เป็นสมมติสัจจะ ที่อยู่ร่วมในสังคม แต่ก็ไม่หลงติดจนคิดว่าเป็นสิ่งสำคั_ ทั้งหมดนี้แหละเป็นเหตุให้เกิดระเบียบพิธีปฏิบัติต่อการยอมรับ อันมีลักษณะต่างๆกัน และก็กระทำกันโดยสม่ำเสมอ จนกลายเป็นวัฒนธรรมประเพณี
มองในแง่มุมของระเบียบวินัยและแบบแผน ซึ่งก็มีสอนทั้งสิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ไม่ควรทำ และสิ่งที่เป็นคำสั่ง คือ ห้ามเด็ดขาด
มองในแง่มุมของคุณธรรม เช่น การสอนให้รู้จักละอายชั่ว ทั้งที่อยู่ต่อหน้าและลับหลัง และสอนให้เกรงกลัวผลของบาปที่ตนกระทำ แทนที่จะมากลัวต่ออำนาจฟ้าดิน ผีสางเทวดา รวมทั้งสอนให้รู้จักหน้าที่ กระทำหน้าที่ ซื่อตรงต่อหน้าที่ รับประโยชน์จากหน้าที่ และสุดท้ายอย่ายึดติดในหน้าที่ และถ้ามองในแง่มุมของปรัช_า คือสิ่งที่เห็นแจ้งต่อการพิสูจน์ และประกอบด้วยเหตุผลทุกขั้นตอน เช่นคำสอนที่ว่า สิ่งทั้งปวงเกิดแต่เหตุ เมื่อจะดับก็ต้องดับที่เหตุ เช่นนี้เป็นต้น
มองในแง่มุมของปั__า ปั__าคือสิ่งที่อยู่เหนือสมอง แต่เกิดจากการพิสูจน์ทราบและลุถึงมัน นั่นแหละปั__า เช่นมีปั__าเท่าทันอารมณ์ ปั__ารู้เท่าทันอาการเกิดดับของจิต ปั__าในการรู้แจ้งว่าความไม่รู้เป็นเหตุให้เกิดความอยาก (ที่เรียกว่าตัณหา)
เมื่อความอยากเกิด ก็ทำให้เกิดการยึดถือ (เรียกว่าอุปาทาน)ความยึดถือ ก็เป็นเหตุให้เกิด การเกิด แก่ เจ็บ ตาย และรู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเหตุแห่งทุกข์ที่ทนได้ยาก และถ้าจะดับทุกข์ ก็ต้องทำให้เกิดความรู้แจ้ง
เมื่อความรู้เกิด ความไม่รู้ก็ไม่ปรากฎ ความไม่รู้ว่านี่ ตัณหาคือความอยากก็ดับ เมื่อตัณหาดับ อุปาทานความยึดถือก็ดับ อุปาทานดับ ชาติ(การเกิด) ชรา(การแก่) มรณะ(การตาย) ก็ไม่มีความทุกข์ที่ทนได้ยากก็จักไม่ปรากฏ
มองในแง่มุมของจิตวิทยา พุทธศาสนาก็ได้กล่าวสอนให้รู้เท่าทันการเกิดดับของจิต รู้แจ้งในอารมณ์ที่มาสิงอยู่ในจิต รู้จักชำระล้างสิ่งที่สิงอยู่ในจิต รู้จักเหตุและที่สถิตย์ของจิตที่เกิดดับ
เจ้าจะต้องแสดงให้ครูผู้ยิ่งให_่ ได้รู้ว่า ถ้ามองในแง่มุมของสัจธรรม คือความจริงของธรรมชาติ ก็ต้องกล่าวว่า พุทธศาสนาสอนให้รู้จักธรรมชาติของสัตว์ คน เทวดา พรหม มาร โลก และจักรวาล ได้อย่างตรงและถูกต้องต่อความเป็นจริง
ถ้าจักมองในแง่ของวิมุตติธรรม คือ ธรรมเครื่องนำพาให้หลุดพ้น ก็ต้องมองในเรื่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สรรพสิ่งทุกอย่างไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ไม่มีตัวตนคงที่แน่นอนแม้แต่สิ่งที่เรียกว่า ธรรมและอธรรม
ถ้าจักมองในแง่มุมของศาสนาสากล ก็ต้องมองว่าคำสอนของพระพุทธศาสนา สอนอย่างมีเหตุให้ผู้ฟังตรองตามและพิสูจน์ให้เห็นจริงได้ (ถ้าผู้ฟังทดลองปฏิบัติ) ทุกชาติ ทุกภาษา โดยไม่ยกเว้น และก็เป็นศาสนาที่สามารถเอื้ออำนวยประโยชน์ให้แก่สรรพสัตว์ ธรรมชาติ โลกและจักรวาลให้อยู่รวมกันโดยสันติสุข พ้นทุกข์ ดับทุกข์ในที่สุด
๒
ลูกรัก...สำหรับพ่อแล้ว คำว่า ศาสนา มิใช่กฎเกณฑ์กติกา ระเบียบแบบแผน ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี หรือความดีกับความชั่ว
ศาสนา มิใช่การทำตัวให้ไปอยู่กับพระเจ้า หรือเป็นบ่าวของพรหม
ศาสนา มิใช่เพียงแค่ทำตัวให้เป็นที่นิยมยอมรับหรือปฏิเสธ
พ่อคิดว่า ศาสนา คือที่มาของคำว่าดับและเย็นเท่านั้น
๓
ลูกรัก...การเรียนรู้พุทธศาสนา ผู้ที่จะเข้าถึงความจริงของศาสนานี้ มิใช่เข้าได้ด้วยการเรียนรู้ตำรา คัมภีร์ อักษรภาษาหนังสือ
แต่มันเริ่มต้นการเรียนรู้ ด้วยการเข้าใจความหมายของสรรพชีวิต สรรพสิ่ง สรรพสัตว์ และสรรพวัตถุ แค่นี้พ่อคิดว่าเข้าถึงตัวศาสนาแล้วหละ
๔
ลูกรัก...สำหรับพ่อ, ศาสนามิได้สอนทฤษฎีหรือปรัช_า และวิชาการต่อพ่อ แต่ศาสนาได้สอนตัวชีวิตและวิ__าณให้แก่พ่อ ซึ่งมันก็คงจะรวบรวมเอาสรรพทฤษฎี ปรัช_า และสรรพสิ่งเข้ามาด้วยเป็นแน่
๕
ลูกรัก...ศาสนานี้ เขามิได้มีไว้สอนคนดี แต่มีเอาไว้มุ่งสอนคนที่เพียรพยายามจะทำดี ให้เป็นผู้ดี และส่งเสริมคนดีให้ดียิ่งๆขึ้นไป
๖
ลูกรัก...เจ้าจงอย่าเข้าใจผิด คิดว่าพระพุทธศาสนา มีไว้สำหรับคนเบื่อโลก หรือสำหรับผู้ที่เข้าไปอยู่ตามป่าตามเขาเท่านั้น
๗
ลูกรัก...เจ้าจักนับถือศาสนาประเภทไหน ศาสนาเปลือก ศาสนาเนื้อ ศาสนาแก่น
๘
ลูกรัก....ศาสนานี้ มิได้เริ่มต้นที่ศรัทธาอันโง่เขลา
๙
ลูกรัก...คราใดที่เจ้ารู้สึกตัวว่า เจ้าอยู่ในพระพุทธศาสนานี้ ครานั้น เจ้าคือคนของพระศาสนา คราใดที่เจ้าเป็นคนของพระศาสนา ครานั้นเจ้าก็ต้องทำงานให้กับพระศาสนา คราใดที่เจ้าทำงานให้กับพระศาสนา ครานั้นเจ้าก็ต้องทำความเจริ_ให้กับพระศาสนา คราใดที่เจ้าทำความเจริ_ให้กับพระศาสนา ครานั้นเจ้าจงรู้ไว้เถิดว่า เจ้ากำลังทำความเจริ_ให้กับจักรวาล และตัวเจ้าเอง
๑๐
ลูกรัก...การค้นหาตัวเจ้าเอง เป็นกิจเบื้องต้นของศาสนาธรรมนี้ และพระบริสุทธิธรรมเป็นกิจเบื้องปลาย
๑๑
ลูกรัก...ธรรมะ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ สรุปลงตรงที่สอนให้ นั่งให้เป็น ยืนให้เป็น กินให้เป็น เดินให้เป็น นอนให้เป็น สุดท้าย ตายให้เป็น
๑๒
ลูกรัก...ไม่ว่าจะเป็นคนในศาสนาใด มีใครเป็นศาสดา ทุกคนอยู่ในสภาพเดียวกัน คือ ต่างยืนอยู่บนขอบกระทะ และมีสิทธิ์ที่จะตกลงไปในกระทะได้เท่าเทียมกัน
๑๓
ลูกรัก...หัวใจสำคั_ของพระศาสนา (อริยสัจอันยิ่งให_่) เป็นปรัช_าขั้นสูงที่พรหมและเทวดาทั้งหลาย ไม่สามารถเสกสรรปั้นแต่งเอามาปรุงอบรมกันได้
๑. ไม่ทำชั่ว รวมทั้งอบายมุข ๖ เหตุแห่งเครื่องฉิบหาย
๒. ทำดี ดียังไงก็ได้ ที่ตัวเองไม่ฉิบหาย ใครไม่เดือดร้อน ทำดีอย่าอยากดี เพราะนั่นไม่ใช่ดี แต่ต้องเป็นดี ที่ออกจากใจอารี เป็นดีที่เกิดขึ้นในใจเป็นความฉลาด (ถ้าโง่ก็จะไม่รู้ว่าทำอย่างไรถึงดีที่สุด)
๓. ทำใจให้ผ่องใส อย่าให้อารมณ์ถูกฉุดกระชากลากไปเป็นทาส
๑๔
ลูกรัก...ถ้าเจ้าจักถามพ่อว่า ศาสนา คืออะไรพ่อคงจะไม่มีคำอธิบายอื่นๆ นอกจากคำว่า รู้จักวาง
๑๕
ลูกรัก...มนุษยสมบัติ นั้นหมายถึง สิ่งที่มั่งมีเพิ่มเติม และเต็มพร้อมไปด้วยประโยชน์ อย่างที่มนุษย์ธรรมดาจะพึงได้ ด้วยการเอาเหงื่อไคลเข้าแลกมันมา จนเกิดความผาสุกในปัจจุบันและเดี๋ยวนี้
สวรรคสมบัติ นั้นหมายถึง ความเพิ่มพูน เพิ่มเติม เต็มพร้อมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม มีความละอายชั่วกลัวบาป รวมทั้งสติปั__าในการดำรงชีวิต อย่างชนิดไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อใคร โดยทำเดี๋ยวนี้ ได้ผลเดี๋ยวนี้ เราจะมีแต่ไมตรี และความยินดีต่อคนทั้งหลาย โดยมิต้องรอให้ตายก่อน
นิพพานสมบัติ นั้นหมายถึง ความเต็มพร้อมสมบูรณ์ในความดับสรรพพิษทั้งปวง ที่จะทำให้เกิดความยึดถือ ปรุงแต่ง เติมแต้ม แยกแยะ จนแกะไม่ออกจาก เกิด แก่ เจ็บ ตาย จนสรรพสิ่งมิมา กล้ำกราย จนสุดท้ายก็สงบ ดับ และเย็น
สมบัติทั้ง ๓ นี้ ถ้าลูกทำได้เดี๋ยวนี้ ได้ผลตรงนี้ และในปัจจุบัน ไม่ต้องรอไว้ให้ถึงชาติหน้า ลูกจึงได้ชื่อว่า ผู้ได้รับประโยชน์ จากพระพุทธศาสนา
๑๖
ลูกรัก...ระวัง อย่าทำตัวเป็นชาวต่างประเทศ หรือแขกแปลกหน้า กับพระพุทธศาสนา