PDA

View Full Version : เจอวิญญาณหลอกหลอนบ่อย ‘น้องแพร’ อาราธนา ‘เหรียญหลวงปู่ศุข’ แล้วหายขาด


paang
03-07-2006, 06:19 AM
http://ads.dailynews.co.th/news/images/2006/variety/7/2/92527_1.gif


เป็นอีกนางเอกวัยใสที่ศรัทธา “วัตถุมงคล” ในรูปแบบ “เหรียญคุณพระ” เพราะหลังจากทำการอาราธนามาติดตัวปรากฏว่า “สิ่งน่ากลัว” ที่พบเห็นเป็นประจำพลัน “หายขาด” ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ก็เลยยึดมั่น “วัตถุมงคล” พร้อมนำติดตัวเป็นประจำนางเอกวัยใสผู้นี้ก็คือ “น้องแพร” พรรัมภา สุขได้พึ่ง สาวน้อยหน้าหวานสรีระสวย วัย 22 แห่งเมือง นนทบุรี ที่ยังเป็นนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์ปี 2 มหาวิทยาลัยรามคำแหง แล้วก้าวมาเป็น “นางเอก” สังกัด ช่อง 7 สี ที่มีงานละครให้แสดงอย่างต่อเนื่องโดยละครเรื่องแรกที่ประเดิมงานแสดงก็คือเรื่อง “พรหมพาร” ที่แสดงคู่กับพระเอก เขตต์ ฐานทัพ ก็สร้างชื่อได้ดังสนั่นลั่นวงการละครจากนั้นมาโดดเด่นและโด่งดังยิ่งขึ้นจากเรื่อง “เปรตวัดสุทัศน์” และปัจจุบันละครที่กำลังออกอากาศให้แฟน ๆ ละครติดตามทาง ช่อง 7 ช่วงหลังข่าวทุก วันจันทร์-อังคาร ก็คือ “เหล็กไหล” ที่แสดงคู่กับพระเอก “อู๋” นวพล ภูวดล นั่นเอง

ส่วนเหตุที่มีความศรัทธาต่อวัตถุมงคล “น้องแพร” เผยว่านอกจากเป็นผู้นับถือ “ศาสนาพุทธ” เฉกเช่นบรรพบุรุษแล้วยัง นิยมเรื่อง “ทำบุญ” กับครอบครัวตามวัดต่าง ๆ ตั้งแต่วัยเด็กก็เลยกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เรียกว่าหากว่างจากงานเรียนงานละครก็ จะติดตามครอบครัวไปทำบุญเสมอ ส่วนอีกสาเหตุที่เป็นเรื่องสำคัญ ก็คือหลังจากเข้าสู่วงการแสดงมากว่า 3 ปี จึงมีโอกาสไปนอนค้างคืนในต่างจังหวัดตามที่กองถ่ายละครยกทีมงานไปถ่ายทำ ซึ่งบางครั้งก็ใช้เวลาถึง 2-3 คืนและบางทีก็ใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ส่วนที่นอนค้างคืนก็สุดแท้แต่กองถ่ายจะเป็นผู้จัดหา จึงทำให้มีการนอนค้างคืนที่ ผิดที่ผิดทางที่เคยนอน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชีวิตของนางเอกที่ก้าวสู่วัยสาวพบเห็น “เรื่องน่ากลัว” บ่อยมากคือเมื่อครั้งที่ได้ไปนอนพักในโรงแรมแห่งหนึ่งใน จังหวัดสระบุรี ซึ่งคืนแรกก็มีเพื่อนดาราหญิงด้วยกันนอนเป็นเพื่อนก็ไม่มีเหตุให้ตกใจแต่พอเพื่อนดารากลับไปเพราะหมดคิวถ่ายทำ “น้องแพร” เลยต้องนอนเพียงลำพังจึงได้พบเห็น “เรื่องน่ากลัว” ที่จะบอกว่าเป็น “ความฝัน” ก็ไม่ใช่และครั้นจะบอกว่า “ไม่ใช่ความฝัน” แต่มันก็เกิดขึ้นในช่วงที่กำลังหลับ

ซึ่งเรื่องที่พบเห็นแรก ๆ ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะคิดแต่ว่าตัวเอง “กินมากนอนมากก็เลยทำให้ฝันมาก” แต่พอคืนต่อ ๆ มาอุตส่าห์ขอเปลี่ยนห้องนอนก็แล้วก็ยังพบเห็น “เรื่องน่ากลัว” ที่ว่าอีกและติดต่อกันหลายคืนอีกด้วยโดยเรื่องนี้ก็คือ “บางคืนก็มีผู้หญิงสาวและบางคืนก็เป็นผู้ชายวัยกลางคน ผมยาวแต่งตัวแบบคนชนบทโบราณ มานั่งลงตรงขอบเตียงแล้วแสยะยิ้มให้ แถมถลึงตาใส่และเอื้อมมือมาจับแขนจับขาเราอีกด้วย ซึ่งช่วงนั้นตกใจมากเพราะกลัวมากจึงหวีดร้องสุดเสียง แต่กลับไม่มีเสียงออกมาครั้นจะลุกขึ้นวิ่งหนีก็ลุกไม่ขึ้นก้าวขาไม่ออกได้แต่นอนมองเขาเฉย ๆ ส่วนในใจก็ได้แต่ภาวนาให้ใครมาช่วยเสียทีแต่ก็ไม่มีใครมาช่วยเลย กระทั่งเขาแสยะยิ้มและจับแขนจับขาเราจนพอใจแล้วก็หายไปเองซึ่งน้องแพรถือเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก”

ครั้นพบเห็นเรื่องน่ากลัวนี้หลายคืนติด “น้องแพร” จึงนำเรื่องนี้บอกเล่ากับเพื่อน ๆ ดาราด้วยกันพร้อมทั้ง “คุณแม่” จึงได้ทราบว่าสิ่งที่พบติดต่อกันทุกคืนก็คือเป็น “วิญญาณ” ของผู้ที่ “เสียชีวิตไปแล้ว” มารบกวนเพราะวิญญาณของเขายังวนเวียนมาขอส่วนบุญกับทุกคนที่ผ่านไปใกล้เขาในลักษณะที่แตกต่างกันออกไปด้วยเหตุนี้ “คุณแม่” จึงอยู่เฉยไม่ได้แล้วต้องพา “น้องแพร” ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เหล่านั้นยังวัดแถวบ้านพร้อมบอกเล่าสิ่งที่ “น้องแพร” พบเห็นเป็นประจำให้ “หลวงพ่อ” ที่คุณแม่นับถือและคุ้นเคยทราบด้วยอีกผู้หนึ่งซึ่งหลังจากทราบเรื่องแล้ว “หลวงพ่อ” ก็นำเหรียญกลมที่มีรูปครึ่งองค์ “หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า” ที่ด้านหน้านอกจากมีอักขระยันต์แล้วยังมีอักษรจารึกไว้ที่ด้านล่างเหรียญว่า “หลวงพ่อมะขามเฒ่ารุ่นหนึ่ง” เป็นเหรียญเนื้ออัลปาก้าส่วนจะเป็นรุ่นไหนปีใดใครสร้าง “น้องแพร” และคุณแม่ไม่ทราบแต่เมื่อ “หลวงพ่อ” ที่คุณแม่นับถือให้มาก็เลยนำมาติดตัวด้วยการ “กลัดติดกับสายเสื้อใน” เนื่องจากผู้ที่มีอาชีพเป็นดารานักแสดงส่วนใหญ่จะไม่นิยมนำมาแขวนคอ เพราะไม่สะดวกต่องานแสดงที่เวลาเข้าฉากจะต้องไม่ใส่เครื่องประดับใด ๆ

ซึ่งหลังจากได้เหรียญ “หลวงปู่ศุขวัดมะขามเฒ่า” มาติดตัวแล้วตั้งแต่นั้นมา “น้องแพร” ก็ไม่เคยพบเห็น “เรื่องน่ากลัว” นั้นอีกเลยทั้งที่มีโอกาสกลับไปนอนที่ โรงแรมเดิม และ ห้องเดิม ที่เคยพบเห็นประจำเพราะเป็นห้องที่ดีที่สุดของโรงแรมแห่งนั้น แต่เรื่องน่ากลัวที่ว่าก็ไม่มารบกวนอีกเลยจึงทำให้ “น้องแพร” เชื่อมั่นว่าเป็นเพราะเหรียญหลวงปู่ศุขโดยแท้ “วิญญาณอันน่ากลัว” จึงไม่มาปรากฏให้เห็นอีกปัจจุบันจึงยังคงอาราธนา “เหรียญหลวงปู่ศุข” ติดตัวโดยวิธีกลัดติดไว้ที่สายเสื้อในเฉกเช่นผู้หญิงส่วนใหญ่ปฏิบัติกัน.


ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์