tha
31-01-2005, 01:29 PM
http://www.dms.moph.go.th/priest/image/backhead1.jpg
ในอดีตที่ผ่านๆมา พระสงฆ์ในชนบทของประเทศไทย เวลาอาพาธจะเข้ารับการบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลท้องถิ่น ในอำเภอหรือในจังหวัดของตน ปะปนและแออัดกับคนไข้คฤหัสถ์ซึ่งมีจำนวนมากอยู่แล้ว จนเตียงและห้องไม่เพียงพอ อันเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม ในกรณีที่เป็นเรื่องสำคัญ ก็จะเข้าไปรับการบำบัด ที่โรงพยาบาลสงฆ์ในกรุงเทพฯ ซึ่งก็มักจะมีปัญหาในเรื่องหาที่พำนักก่อนเข้าโรงพยาบาลรวมถึงปัญหาค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่างๆ เช่น ค่าพาหนะและภัตตาหาร ตลอดถึงจะต้องหาพระเถระผู้ใหญ่ให้การรับรองเข้าโรงพยาบาล เป็นต้น
ปัญหาเรื้อรังตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ก็คือ พระสงฆ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพระสงฆ์ส่วนใหญ่ในประเทศ ต่างประสบความเดือดร้อนในเรื่องต่างๆ ดังกล่าวเป็นอย่างมากเพราะฉะนั้น พระสงฆ์และประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงต้องการให้มี "โรงพยาบาลสงฆ์" ขึ้น ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อขจัดขั้นตอนปัญหาต่างๆ ในการบำบัดอาพาธของพระสงฆ์ และเพื่อแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลท้องถิ่น ในการบำบัดโรคภัยไข้เจ็บ ของประชาชนในชนบทด้วย แต่ความต้องการในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว ยังมิได้รับการสนองตอบจากรัฐบาล เนื่องจากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจดังเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว
ด้วยเหตุนี้ คณะสงฆ์และประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงเห็นควรรณรงค์ประชาชนร่วมกันบริจาคต้นทุนก่อสร้างตามกำลัง ก่อนที่จะได้รับความสนับสนุนจากรัฐบาล สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงทราบถึงปัญหาและทรงตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการสร้างโรงพยาบาลนี้ เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ ในมหามงคลเฉลิมพระชนม์ ๕๐ พรรษา ในปี ๒๕๔๕ พร้อมพระราชทานนามโรงพยาบาลนี้ว่า โรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ และได้เสด็จฯ พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ไปทรงวางศิลาฤกษ์ โรงพยาบาลแห่งนี้ ที่บ้านปลาดุก อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๔๕ ขณะนี้คณะกรรมการฯกำลังดำเนินโครงการตามขั้นตอนและยังขาดงบประมาณในการนี้อยู่เป็นจำนวนมาก
การสร้าง โรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ เพื่อพระสงฆ์และประชาชนในชนบทด้วยนั้น เป็นบุญเป็นกุศลอย่างยิ่ง และมีอานิสงส์ทำให้ผู้บำเพ็ญ ปลอดโรคภัย ทำให้มีอายุมั่นขวัญยืน สมบูรณ์ด้วยพลานามัย และมีความสุขกายสบายใจ
จึงขอเชิญบำเพ็ญมหากุศลครั้งนี้โดยทั่วกัน
ในอดีตที่ผ่านๆมา พระสงฆ์ในชนบทของประเทศไทย เวลาอาพาธจะเข้ารับการบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลท้องถิ่น ในอำเภอหรือในจังหวัดของตน ปะปนและแออัดกับคนไข้คฤหัสถ์ซึ่งมีจำนวนมากอยู่แล้ว จนเตียงและห้องไม่เพียงพอ อันเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม ในกรณีที่เป็นเรื่องสำคัญ ก็จะเข้าไปรับการบำบัด ที่โรงพยาบาลสงฆ์ในกรุงเทพฯ ซึ่งก็มักจะมีปัญหาในเรื่องหาที่พำนักก่อนเข้าโรงพยาบาลรวมถึงปัญหาค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่างๆ เช่น ค่าพาหนะและภัตตาหาร ตลอดถึงจะต้องหาพระเถระผู้ใหญ่ให้การรับรองเข้าโรงพยาบาล เป็นต้น
ปัญหาเรื้อรังตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ก็คือ พระสงฆ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพระสงฆ์ส่วนใหญ่ในประเทศ ต่างประสบความเดือดร้อนในเรื่องต่างๆ ดังกล่าวเป็นอย่างมากเพราะฉะนั้น พระสงฆ์และประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงต้องการให้มี "โรงพยาบาลสงฆ์" ขึ้น ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อขจัดขั้นตอนปัญหาต่างๆ ในการบำบัดอาพาธของพระสงฆ์ และเพื่อแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลท้องถิ่น ในการบำบัดโรคภัยไข้เจ็บ ของประชาชนในชนบทด้วย แต่ความต้องการในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว ยังมิได้รับการสนองตอบจากรัฐบาล เนื่องจากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจดังเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว
ด้วยเหตุนี้ คณะสงฆ์และประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงเห็นควรรณรงค์ประชาชนร่วมกันบริจาคต้นทุนก่อสร้างตามกำลัง ก่อนที่จะได้รับความสนับสนุนจากรัฐบาล สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงทราบถึงปัญหาและทรงตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการสร้างโรงพยาบาลนี้ เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ ในมหามงคลเฉลิมพระชนม์ ๕๐ พรรษา ในปี ๒๕๔๕ พร้อมพระราชทานนามโรงพยาบาลนี้ว่า โรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ และได้เสด็จฯ พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ไปทรงวางศิลาฤกษ์ โรงพยาบาลแห่งนี้ ที่บ้านปลาดุก อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๔๕ ขณะนี้คณะกรรมการฯกำลังดำเนินโครงการตามขั้นตอนและยังขาดงบประมาณในการนี้อยู่เป็นจำนวนมาก
การสร้าง โรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ เพื่อพระสงฆ์และประชาชนในชนบทด้วยนั้น เป็นบุญเป็นกุศลอย่างยิ่ง และมีอานิสงส์ทำให้ผู้บำเพ็ญ ปลอดโรคภัย ทำให้มีอายุมั่นขวัญยืน สมบูรณ์ด้วยพลานามัย และมีความสุขกายสบายใจ
จึงขอเชิญบำเพ็ญมหากุศลครั้งนี้โดยทั่วกัน