jadai
01-10-2004, 07:35 PM
ประวัติคัมภีร์อุปปาตะสันติ
อุปปาตะสันติ ทางเมืองเหนือเรียกว่า มหาสันติงหลวง แปลว่า บทสวดเพื่อสงบเคราะห์กรรม สวดเพื่อสงบเหตุร้ายและสวดเพื่อสงบสิ่งที่กระทบกระเทือน สวดเพื่อสงบสิ่งที่กระทบกระเทือน คัมภีร์อุปปาตะสันติ เป็นวรรณกรรมภาษาบาลีของล้านนาไทย แต่งโดย พระมหามังคละสีลวังสะ พระเถระนักปราช_์ของชาวเชียงใหม่รูปหนึ่ง ในสมัยของ พระเจ้าสิริธรรมจักกวัตติลกราชาธิราช (พระเจ้าติโลกราช) รัชกาลที่ ๑๑ แห่งราชวงศ์มังรายระหว่าง พ.ศ.๑๙๘๕ - ๒๐๓๐ เป็นคาถาล้วนจำนวน ๒๗๑ คาถา คัมภีร์อุปปาตะสันติ เป็นคัมภีร์ของไทย แต่ต้นฉบับได้จากเมืองไทยไปอยู่เมืองพม่าเสียนาน จนแทบกล่าวได้ว่า คนไทยในสมัยหลัง ๆ นี้ไม่มีใครรู้จัก ไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อของคัมภีร์นี้ แต่บัดนี้เป็นที่โสมนัสยินดียิ่งที่เจ้าคุณธรรมคุณาภรณ์ (เช้า ฐิตะปั_โ_) ป.ธ.๙ วัดมหาโพธาราม ปากน้ำโพจังหวัดนครสวรรค์ ท่านได้ชำระคัมภีร์นี้เป็นภาษาบาลีอักษรไทยเพื่อความสะดวกแก่ผู้อ่านที่ไม่สันทัดบาลี โดยได้ต้นฉบับภาษาบาลีอักษรพม่าจากท่าน พระอาจารย์ภัททันตะ ธัมมานันทมหาเถระอัครมหาบัณฑิต แห่งวัดท่ามะโอ จังหวัดลำปาง
นับว่า เป็นการนำคัมภีร์ของล้านนาไทยโบราณ กลับคืนมาสู่เมืองไทยให้ชาวไทยในยุคปัจจุบันได้รู้จัก ได้ศึกษา ได้สวดได้ฟังให้เกิดประโยชน์ทางสันติ เพื่อความสงบระงับจากภัยพิบัติทั้งปวง และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวล้านนาชาวไทย ตลอดจนชาวโลกทั้งหลายหลักฐานคัมภีร์ อุปปาตะสันติ ฉบับหนึ่งในล้านนาไทย ซึ่งเขียนไว้ในสมุดข่อย หมึกจีน อาบน้ำชาด ที่เรียกว่าประวัติย่อ ดังนี้...ในปีจุลศักราช๑๒๗๙ ปีดับไก๊ เดือน ๘ เหนือ เพ็_ วันศุกร์ ปีกุน สัปตศก พ.ศ.๒๔๗๘ เจ้าภาพเขียนต้นฉบับนี้ คือ นายน้อยปิง มารวิชัย บ้านประตูท่าแพเป็นประธานพร้อมทั้งภริยาลูกและ_าติทุกคน ได้จ้างคนเขียนธรรม ๕ ผูก คือมลชัย ๑ ผูก..อินทนิล ๑ ผูก..สังยมาปริตตคลสูตร ๑ มังผูก..นัครฐาน๑ ผูก...อุปปาตสันติ ๑ ผูก รวม ๕ ผูก พร้อมทั้งสร้างบ่อน้ำถวาย พระครูบาศรีวิชัย (ปฏิคาหก) ทานวัดศรีโสดา และถนนขึ้นดอยสุเทพ ขอกุศลบุ_เยี่ยงนี้ จงเป็นปัจจัยค้ำชูตัวแห่งผู้ข้า ฯ (นายน้อยปิง) ทั้งหลายทุกคนตราบถึงนิพพานในอนาคตกาลโน้นเทอ_ ฯ
อานุภาพของอุปปาตะสันติ
-
ผู้ใดสวดหรือฟัง อุปปาตะสันติ อันกล่าวแล้วด้วยประการฉะนี้ บุคคลนั้นจะพึงชนะจากสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง
จักเจริ_ด้วยคุณ ณ ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ
-
ความวิบัติย่อมไม่มาแผ้วพาน ย่อมได้รับความอิ่มใจในกาลทุกเมื่อ
ยาพิษ และศาสตราวุธย่อมไม่กล้ำกราย ย่อมชนะข้าศึกทั้งมวล
-
โรคาพยาธิย่อมไม่เบียดเบียน ย่อมเจริ_ด้วยทรัพย์ศฤงคาร
-
ภัยจากมนุษย์ อมนุษย์ และสัตว์ร้ายน้อยให_่ย่อมสงบไปด้วยเสียงแห่งการสวด อุปปาตะสันติ
-
ผู้ที่สวด อุปปาตะสันติ แล้วอุทิศให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วก็ดี ที่ยังมีชีวิต ทวยเทพเทวดาทั้งหลาย
ท้าวพระยามหากษัตริย์ทั้งหลายอยู่ก็ดี จักช่วยให้เขาเหล่านั้น พ้นจากมหันตทุกข์ ย่อมเข้าถึงสุขในกาลทุกเมื่อ
-
จักเป็นผู้เจริ_ด้วยเดช และสิริมงคล ด้วยกฤตยานุภาพแห่งพระคาถา อุปปาตะสันติ
-
เหตุร้ายอันเกิดจากภัยธรรมชาติ มีแผ่นดินไหว และน้ำท่วม เหตุร้ายอันเกิดจากสุริยุปราคาจันทรุปราคา เป็นต้น
-
เหตุร้ายอันเกิดจากฟากฟ้า เหตุร้ายอันเกิดจากบาปกรรม เหตุร้ายทั้งปวงจักพินาศไปด้วยเดชแห่ง อุปปาตะสันติ
อุปปาตะสันติ หรือ มหาสันติงหลวง
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ( ๓ จบ )
คันถารัมภะ ( คำเริ่มต้นคัมภีร์ )
(ก)
สุทุททะโส อะยัง ธัมโม โลกัตถัง ชินะเทสิโต มะหาสันติกะโร โลเก สัพพะสัมปัตติทายะโก.
ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้เพื่อประโยชน์ของสัตว์โลก เป็นธรรมที่เห็นได้ยากยิ่ง สำหรับธรรมที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นธรรมที่สามารถ
กระทำความสงบอันประเสริฐ และสามารถประทานซึ่งสมบัติทั้งปวง.
(ข)
สัพพุปปาตู ปะสะมะโณ ภูตะยักขะนิวาระโณ อะกาละ มัจจุสะมะโณ โสกะโรคะ วินาสะโน.
เป็นเครื่องสงบเหตุร้ายทั้งปวง เป็นเครื่องป้องกันอมนุษย์และยักษ์ เป็นเครื่องระงับความตายก่อนกำหนดเวลา เป็นเครื่องขจัดความ
เศร้าโศก และโรค.
(ค)
ปะระจักกะปะมัททะโน รั_โ_ วิชะยะวัฑฒะโน สัพพานิฏฐะหะโร สันโต ธัมมัง วักขามิ ภูตะโต.
เป็นเครื่องย่ำยีกำลังของข้าศึก เป็นเครื่องจำเริ_ชัยชนะแด่พระราชา เป็นเครื่องนำสิ่งที่ไม่น่าปรารถนาทั้งปวงออกไป เป็นธรรม
อันประเสริฐ ข้าพเจ้า ( พระสีละวังสะมหาเถระ ) จักแสดงคุณธรรมเช่นนั้นตามสภาพที่เป็นจริง.
(ฆ)
วัตถุตตะยัสสะ โย ยัตถะ สังวัณเณติ คุณุตตะเม ตัสสะ ตัตถะ สุขาโรคฺยะ โสตถิโย โหนติ สัพพทา.
ณ ที่ใดมีผู้กล่าววาจาสรรเสริ_พระคุณอันประเสริฐของพระรัตนตรัยด้วยจิตที่เลื่อมใส ณ ที่นั้น ความสุข ความสบายและความสวัสดี
ย่อมมีแก่ผู้นั้นตลอดกาลทุกเมื่อ.
พระพุทธเจ้าในอดีต ๒๘ พระองค์ ( ในสารมัณฑกัป ๔ พระองค์ )
๑.
ตัณหังกะโร มะหาวีโร สัพพะโลกานุกัมปะโก วันตะสังสาระคะมะโน สัพพะกามะทะโท สะทา.
พระตัณหังกร สัมมาสัมพุทธเจ้าผู้แกล้วกล้ามาก ผู้อนุเคราะห์สัตว์โลกทั้งปวง ผู้คลายตัณหา อันเป็นเหตุท่องเที่ยวไปในสังสารวัฎ
ได้แล้ว ผู้ประทานสิ่งที่น่าปรารถนาทั้งปวงให้ในกาลทุกเมื่อ.
๒.
สัพพาภิภู สัพพะวิทู สัพพะเทวะคะรุตตะโม สัพพาสะวะปะริกขีโณ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ผู้ทรงครอบงำธรรมทั้งปวง ทรงรู้แจ้งธรรมทั้งปวง ทรงเป็นครูผู้ยอดเยี่ยมของมนุษย์และเทวดาทั้งปวง ทรงสิ้นอาสวะทั้งปวงแล้ว
โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระพุทธเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๓.
วะระลักขะณะสัมปันโน เมธังกะโร มะหามุนิ ชุตินธะโร มะหาสิรี สุวัณณะคิริสันนิโภ.
พระจอมมุนีพระนามว่า เมธังกร ผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยพระลักษณะอันเลิศ ผู้ทรงไว้ ซึ่งพระรัศมีผู้ทรงมีพระสิริยิ่งให_่รุ่งเรืองดุจ
สุวรรณคีรี.
๔.
ทิพพะรูโป มะหากาโย มะหานาโถ มะหัพพะโล มะหาการุณิโก สัตถา มะหาสันติง กะโรตุ โน.
ผู้ทรงมีพระรูปเพียงดังท้าวมหาพรหม มีพระวรกายอันประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะ ทรงเป็นที่พึ่งอันประเสริฐ มีกำลังมาก
ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณา ทรงเป็นพระศาสดา โปรดประทานความสงบอันยิ่งให_่ แก่พวกข้าพระองค์เถิด.
๕.
มะหาโมหะตะมัง หันตฺวา โย นาโถ สะระณังกะโร เทวาเทวะมะนุสสานัง โลกานั_จะ หิตังกะโร.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สรณังกร ทรงเป็นที่พึ่ง ทรงกำจัดความมืดมน คือ อวิชชาได้แล้ว ทรงกระทำประโยชน์เกื้อกูล
แก่สัตว์โลก กล่าวคือ เหล่าทวยเทพ อสูร และมนุษย์ทั้งหลาย.
๖.
พฺยามัปปะภาภิรุจิโต นิโครธะปะริมัณฑะโล นิโคฺรธะปักกะพิมโพฏโฐ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สรณังกร พระองค์นั้นผู้ทรงรุ่งเรืองด้วยพระรัศมีแผ่ออกไปหนึ่งวาโดยรอบ ผู้ทรงมีพระวรกาย
เป็นปริมณฑล(ความสูงของกายเท่ากับความยาวของวา) ดุจต้นนิโครธ ผู้ทรงมีพระโอฏฐ์แดงเรื่อดุจผลตำลึงสุกที่ต้นนิโครธ
(นิสสยะ ฉบับพม่าแปลว่า ดุจผลนิโครธสุก) โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๗.
อะสีติระตะนุพเพโธ ทีปังกะโร มะหามุนิ ปะภา นิทธาวะเต ตัสสะ ฐาเน ทฺวาทะสะ โยชะเน.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ทีปังกร มีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงเป็นพระมหามุนี พระรัศมีของพระองค์แผ่ออกไปในที่
สิบสองโยชน์.
๘.
วัสสัสสะตะสะหัสสานิ ฐัตฺวา โลเก วินายะโก โลกาโลกะกะโร สัตถา สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระองค์ทรงพระชนม์อยู่ในโลกหนึ่งแสนปี ทรงนำเวไนยสัตว์สู่พระนิพพาน ทรงเป็นพระศาสดา ผู้ประทานแสงสว่างแก่โลก
โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( ในสารกัป ๑ พระองค์ )
๙.
อัฏฐาสีติหัตถุพเพโธ โกณฑั_โ_ นามะ นายะโก สัพพะธัมเมหิ อะสะโม สัพพะปาริมิตาคะโม.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โกณฑั__ะ มีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงเป็นผู้นำ ทรงเป็นผู้ไม่มีบุคคลเสมอด้วยธรรมทั้งปวง
ทรงถึงความเป็นผู้มีบารมีทั้งปวง.
๑๐.
วัสสัสสะตะสะหัสสานิ อายุ ตัสสะ มะเหสิโน โมเจตุ โส สัพพะภะยา สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ทรงเป็นพระผู้แสวงหาคุณอันยิ่งให_่มีพระชนมายุหนึ่งแสนปี ขอพระองค์โปรดเปลื้องพวกข้าพระองค์ ให้พ้นจากภัยทั้งปวง
โปรดประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( ในสารมัณฑกัป ๔ พระองค์ )
๑๑.
อัฏฐาสีติระตะนานิ อัจจุคคะโต ชุตินธะโร มังคะโล นามะ สัมพุทโธ นะวุติสะหัสสายุโก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า มงคล มีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงไว้ซึ่งพระรัศมี ทรงมีพระชนมายุเก้าหมื่นปี.
๑๒.
ฉัพพัณณะรังสิโย ทะสะ สะหัสสะโลกะธาตุโย ผะรันตา ตัสสะ ฉาเทนติ เอสะ โสตถิง กะโรตุ โน.
พระฉัพพรรณรังสีของพระองค์ แผ่ปกคลุมโลกธาตุหนึ่งหมื่นของพระองค์ ขอพระองค์โปรดประทานความสวัสดีแก่พวก
ข้าพระองค์เถิด.
๑๓.
นะวุฒิระตะ นุพเพโธ สุมะโน นามะ นายะโก กั_จะนาจะละสังกาโส นะวุฒิสะหัสสายุโก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สุมนะ มีพระวรกายสูงเก้าสิบศอก ทรงเป็นผู้นำ ทรงเป็นผู้เปรียบประดุจสุวรรณคีรี ทรงมี
พระชนมายุเก้าหมื่นปี.
๑๔.
อุเปโต พุทธะคุเณหิ สัพพะสัตตะหิเตสะโก กะโรตุ โน มะหาสันติง อาโรคฺยั_จะ สุขัง สะทา.
ทรงประกอบด้วยพระพุทธคุณทั้งหลาย ทรงแสวงหาความเกื้อกูลแก่เหล่าสัตว์โลกทั้งปวง โปรดประทานความสงบร่มเย็น
ความไม่มีโรค และความสุข แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๕.
อะสีติระตะนุพเพโธ สัฏฐีสะหัสสะอายุโก เรวะโต นามะ สัมพุทโธ สัพพะโลกุตตะโร มุนิ.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า เรวัต มีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงมีพระชนมายุหกหมื่นปี ทรงประเสริฐกว่าสัตว์โลกทั้งปวง
ทรงรู้แจ้งโลกทั้งปวง.
๑๖.
ตัสสะ สะรีเร นิพพัตตา ปะภามาลา อะนุตตะรา ผะรันตา โยชะเน นิจจัง สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
แสงแห่งพระรัศมีอันไม่มีที่เปรียบ อันเกิดแต่พระวรกายของพระองค์ แผ่ไปตอลอดแนวหนึ่งโยชน์เป็นนิจ โปรดประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๗.
โสภิโต นามะ สัมพุทโธ นะวุติสะหัสสายุโก สังสาระสาคะเร สัตเต พะหู โมเจติ ทุกขะโต.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โสภิต ทรงมีพระชนมายุเก้าหมื่นปี ทรงเปลื้องสัตว์โลกเป็นจำนวนมากจากทุกข์ในห้วงมหาสมุทร
คือ สังสารวัฎ.
๑๘.
อัฏฐะปั__าสะระตะนัง อัจจุคคะโต มะหามุนิ โอภาเสติ ทิสา สัพพา สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระองค์ทรงมีพระวรกายสูงห้าสิบศอก ทรงเป็นพระมหามุนีผู้ประเสริฐ ทรงยังทิศทั้งปวงให้สว่างไสว โปรดประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( ในวรกัป ๓ พระองค์ )
๑๙.
อะโนมะทัสสี สัมพุทโธ เตชัสสี ทุระติกกะโม อัฏฐะปัณณาสะระตะโน โอภาเสนโต สะเทวะเก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า อโนมทัสสี ผู้อันศัตรูไม่สามารถกล้ำกรายได้ ทรงมีพระวรกายสูงห้าสิบแปดศอก ทรงกระทำ
มนุษย์โลก พร้อมทั้งเทวโลกให้สว่างไสวอยู่.
๒๐.
นิพพานะปาปะโก โลเก วัสสัสสะตะสะหัสสายุ กะโรตุ โน มะหาสันติง สุขิตา จะ มะยัง สะทา.
พระองค์ทรงยังสัตว์โลกให้ถึงพระนิพพาน ทรงมีพระชนมายุหนึ่งแสนปี โปรดประทานความสงบร่มเย็นแก่พวกข้าพระองค์ในกาล
ทุกเมื่อเถิด อนึ่งขอให้พวกข้าพระองค์ จงเป็นผู้มีความสุขในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๑.
ปะทุโม นามะ สัมพุทโธ โลกะเชฏโฐ นะราสะโภ อัฏฐะปั__าสะระตะโน อาทิจโจวะ วิโรจะติ.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุม ทรงเป็นผู้ประเสริฐกว่าเหล่าสัตว์โลกทั้งปวง ทรงมีพระวรกายสูงห้าสิบแปดศอก ทรงรุ่งโรจน์
ประดุจพระอาทิตย์.
๒๒.
วัสสัสสะตะสะหัสสานิ อายุ ตัสสะ มะเหสิโน โสปิ พุทโธ การุณิโก สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระองค์ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งให_่ ทรงมีพระชนมายุหนึ่งแสนปี โปรดประทานความสงบร่มเย็น แก่พวกข้าพระองค์ในกาลทุกเมื่อเถิด
อนึ่งขอให้พวกข้าพระองค์ จงเป็นผู้มีความสุขในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๓.
อัฏฐาสีติระตะนุพเพโธ นาระโท สัพพะกามะโท นิรันตะรัง ทิวารัตติง โยชะนัง ผะระเต ปะภา.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า นารทะ ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบแปดศอก ทรงประทานสิ่งที่น่าชอบใจทั้งปวง พระรัศมีของ
พระองค์แผ่ไปสู่ที่หนึ่งโยชน์ตลอดวันและคืนเป็นนิจ.
๒๔.
นะวุติวัสสะสะหัสสานิ ฐัตฺวา โลเก วินายะโก โมเจติ ทุกขะโต สัตเต โสปิ โสตถิง กะโรตุ โน.
พระองค์ทรงแนะนำสั่งสอนสัตว์โลกให้หลุดพ้นจากวัฏฏทุกข์ ทรงมีพระชนมายุเก้าหมื่นปี โปรดประทานความสวัสดีแก่พวก
ข้าพระองค์เถิด.
( ในสารกัป ๑ พระองค์ )
๒๕.
อัฏฐะปัณณาสะระตะโน ปะทุมุตตะโร มะหามุนิ ตัสสะ ปากะติกา รังสี ผะรันติ ทฺวาทะสะ โยชะเน.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ ทรงมีพระวรกายสูงห้าสิบแปดศอก พระรัศมีอันมีอยู่โดยธรรมชาติของพระองค์
แผ่ไปถึงสิบสองโยชน์.
๒๖.
วัสสัสสะตะสะหัสสานิ ฐัตฺวา โลเกมะตันทะโท โมเจติ พันธะนา สัตเต โสปิ ปาเลตุ โน สะทา.
พระองค์ทรงประทานอมฤตธรรม คือ พระนิพพาน ทรงดำรงพระชนม์อยู่ในโลกตลอดหนึ่งแสนปี ทรงเปลื้องหมู่สัตว์โลกให้พ้นจาก
กิเลสเครื่องผูกมัด ขอพระองค์โปรดคุ้มครองพวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๗.
อัฏฐาสีติระตะนานิ อัจจุคคะโต มะหามุนิ สุเมโธ นามะ สัมพุทโธ นะวุติสะหัสสายุโก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สุเมธะ ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบแปดศอก ทรงเป็นพระมหามุนีผู้ประเสริฐทรงมีพระชนมายุ
เก้าหมื่นปี.
๒๘.
ตัสสะ ปากะติกา รังสี ผะรันติ โยชะนัง สะทา ปาเลตุ โน สะทา พุทโธ ภะเยติ วิวิเธหิ จะ.
พระรัศมีอันมีอยู่โดยปกติของพระองค์แผ่ไปตลอดหนึ่งโยชน์ในกาลทุกเมื่อ ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า สุเมธะ นั้น โปรดคุ้มครอง
พวกข้าพระองค์ให้พ้นจากภัยต่าง ๆ.
๒๙.
ปั__าสะระตะนุพเพโธ สุชาโต นามะ นายะโก เหมะวัณโณ มะหาวีโร มะหาตะมะวิโนทะโน.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สุชาตะ ทรงมีพระวรกายสูงห้าสิบศอก ทรงเป็นผู้นำ ทรงมีพระฉวีประดุจทอง ทรงเป็น
ผู้แกล้วกล้ายิ่ง ทรงบรรเทาความมืด คือ โมหะ.
๓๐.
นะวุติวัสสะสะหัสสานิ อายุ ตัสสะ มะเหสิโน โสปิ พุทโธ การุณิโก สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า สุชาตะ แม้นั้นผู้ทรงมีพระชนมายุเก้าหมื่นปี ทรงมีพระมหากรุณา โปรดประทานความสวัสดีแก่พวก
ข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อ.
( ในวรกัป ๓ พระองค์ )
๓๑.
อะสีติระตะนุพเพโธ ปิยะทัสสี มะหามุนิ นะวุติวัสสะสะหัสสานิ ฐัตฺวา โลกัคคะนายะโก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ปิยะทัสสี ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงเป็นมุนีผู้ประเสริฐ ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
สู่พระนิพพาน ทรงดำรงพระชนม์อยู่ตลอดเก้าหมื่นปี.
๓๒.
โสปิ สัพพะคุณูเปโต สัพพะโลกะสุขัปปะโท สัพพะโทสัง วินาเสนโต สัพพัง โสตถิง กะโรตุ โน.
ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า ปิยะทัสสี แม้นั้น ผู้ทรงประกอบด้วยคุณทั้งปวง ทรงให้ความสุขแก่โลกทั้งปวง ทรงกำจัดโทษทั้งปวง
โปรดประทานความสวัสดีทั้งปวงแก่พวกข้าพระองค์เถิด.
๓๓.
อะสีติระตะนุพเพโธ อัตถะทัสสี นะราสะโภ วัสสัสสะตะสะหัสสานิ โลเก อัฏฐาสิ นายะโก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า อัตถทัสสี ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงเป็นนระผู้ประเสริฐ ทรงเป็นผู้นำ ทรงดำรง
พระชนม์อยู่ในโลกตลอดหนึ่งแสนปี.
๓๔.
ตัสสะ ปากะติกา รังสี ผะรันติ โยชะนัง สะทา นิรันตะรัง ทิวารัตติง นาโถ โสตถิง กะโรตุ โน.
พระรัศมีอันมีอยู่โดยปกติของพระองค์แผ่ไปได้หนึ่งโยชน์ ตลอดกลางวันและกลางคืนในกาลทุกเมื่อเป็นนิจ พระองค์ผู้เป็นที่พึ่ง
โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์เถิด.
๓๕.
ธัมมะทัสสี จะ สัมพุทโธ อะสีติหัตถะมุคคะโต อะติโรจะติ เตเชนะ สะเทวาสุระมานุเส.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ธัมมทัสสี ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงรุ่งโรจน์ ด้วยพระเดชานุภาพยิ่งกว่าโลก
ซึ่งประกอบด้วยเหล่าทวยเทพ อสูร และมนุษย์ทั้งหลาย.
๓๖.
วัสสัสสะตะสะหัสสานิ ฐัตฺวา โลเก มะหายะโส สัพพะสัตเต ปะโมเจติ ภะยา รักขะตุ โน สะทา.
พระองค์ผู้ทรงมีชื่อเสียงและ บริวารอันยิ่งให_่ ดำรงพระชนม์อยู่ในโลกตลอดหนึ่งแสนปี ทรงเปลื้องสัตว์ทั้งปวงจากภัย
โปรดคุ้มครองพวกข้าพระองค์ ให้พ้นจากภัยในกาลทั้งปวงเถิด.
( ในสารกัป ๑ พระองค์ )
๓๗.
สิทธัตโถ นามะ สัมพุทโธ สัฏฐิระตะนะมุคคะโต ติภะเว โสตถิชะนะโก สะตัสสะหัสสะ อายุโก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สิฏธัตถะ ทรงมีพระวรกายสูงหกสิบศอก ทรงยังความสวัสดีให้เกิดขึ้นในภพทั้งสาม ทรงมี
พระชนมายุหนึ่งแสนปี.
๓๘.
สังสาระสาคะรา โลเก สันตาเรตฺวา สะเทวะเก นิพพาเปสิ จะ โส สัตถา สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ขอพระศาสดาพระนามว่า สิฏธัตถะ นั้น ผู้ทรงยังหมู่มนุษย์พร้อมทั้งเหล่าทวยเทพให้ข้ามพ้นจากห้วงมหาสมุทร คือ สังสารวัฏ และ
ให้ถึงพระนิพพาน โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ในกาลทุกเมื่อ.
๓๙.
สัฏฐิระตะนะมุพเพโธ ติสโส โลกัคคะนายะโก อะนูปะโม อะสะทิโส อะตุโล อุตตะโม ชิโน.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ติสสะ ทรงมีพระวรกายสูงหกสิบศอก ทรงเป็นบุคคลผู้นำชั้นเลิศของโลก ไม่มีบุคคลเทียบเท่า
ไม่มีบุคคลเสมอเหมือน ไม่มีบุคคลเปรียบปาน ทรงเป็นผู้สูงสุด ทรงเป็นผู้ชนะมารทั้งปวง.
๔๐.
วัสสัสสะตะสะหัสสานิ อายุ ตัสสะ มะเหสิโน อาโรคยั_จะ มะหาสุขัง โหตุ โน ตัสสะ เตชะสา.
ด้วยพระเดชานุภาพของพระพุทธเจ้าพระนามว่า ติสสะ พระองค์นั้น ผู้ทรงมีพระชนมายุหนึ่งแสนปี ขอความไม่มีโรค
และความสุขอันประเสริฐ จงมีแก่พวกข้าพระองค์เถิด.
๔๑.
อัฏฐะปัณณาสะระตะโน ผุสโส โลกัคคะนายะโก ชะนัมพุชัง วิโพเธนโต นิพพาเปนโต สะเทวะเก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ผุสสะ ทรงมีพระวรกายสูงห้าสิบแปดศอก ทรงเป็นบุคคลผู้นำชั้นเลิศของโลก ทรงยังดอกบัว
คือ หมู่ชนให้เบิกบาน ทรงยังหมู่มนุษย์ พร้อมทั้งเหล่าทวยเทพให้ถึงพระนิพพาน.
๔๒.
นะวุติวัสสะสะหัสสานิ ฐัตฺวา โลเก มะหายะโส อุทธะรันโต พะหู สัตเต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระองค์ทรงมีชื่อเสียงและบริวารอันยิ่งให_่ ทรงดำรงพระชนม์อยู่ในโลกตลอดเก้าหมื่นปี ผู้ทรงนำสัตว์โลกจำนวนมากออกจาก
สังสารวัฏ โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๔๓.
อะสีติระตะนุพเพโธ วิปัสสี โลกะนายะโก ปะภา นิทธาวะเต ตัสสะ สะมันตา สัตตะ โยชะเน.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า วิปัสสี ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงเป็นผู้นำของสัตว์โลก พระรัศมีของพระองค์แผ่ไป
ตลอดเจ็ดโยชน์โดยรอบ.
๔๔.
โสปิ เทวะมะนุสสานัง พันธะนา ปะริโมจะติ อะสีติสะหัสสายุโก นาโถ โสตถิง กะโรตุ โน.
ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า วิปัสสี แม้นั้น ผู้ทรงมีพระชนมายุแปดหมื่นปี ทรงเป็นที่พึ่งทรงเปลื้องเทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย
จากเครื่องผูกคือกิเลส โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์เถิด.
( ในมัณฑกัป ๒ พระองค์ )
๔๕.
สัตตะตีหัตถะมุพเพโธ สิขี นาเมสะ นายะโก ปะภา นิทธาวะเต ตัสสะ สะมันตา โยชะนัตตะเย.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใด ทรงมีพระวรกายสูงเจ็ดสิบศอก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นพระนามว่า สิขี ทรงเป็นผู้นำ
พระรัศมีของพระองค์แผ่ไป ตลอดสามโยชน์โดยรอบ
๔๖.
โสปิ อะตุลฺโย สัมพุทโธ สัตตะตีสะหัสสายุโก กะโรตุ โน มะหาสันติง สุขิตา จะ มะยัง สะทา.
ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า สิขี แม้นั้นผู้ทรงไม่มีผู้เปรียบทรงมีพระชนมายุเจ็ดหมื่นปี โปรดประทานความสงบอันประเสริฐแก่
พวกข้าพระองค์ อนึ่งขอพวกข้าพระองค์ จงเป็นผู้ถึงความสงบสุขในกาลทุกเมื่อเถิด.
๔๗.
เวสสะภู นามะ สัมพุทโธ เหมะรูปะสะมูปะโม สัฏฐีระตะนะมุพเพโธ สัฏฐี จะ สะหัสสายุโก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า เวสสภู ผู้มีพระฉวีประดุจทอง ทรงมีพระวรกายสูงหกสิบศอก ทรงมีพระชนมายุหกหมื่นปี.
๔๘.
พฺรัหฺมะเทวะมะนุสเสหิ นาคาสุระทิเชหิ วา ปูชิโตปิ สะทา นาโถ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า เวสสภู แม้นั้นผู้อันหมู่พรหม เทวดา มนุษย์ นาค อสูรและครุฑ พากันบูชาแล้วทรงเป็นที่พึ่ง
โปรดประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( ในภัททกัปนี้ ๕ พระองค์ ผ่านไปแล้ว ๓ พระองค์ )
๔๙.
ตาฬีสะระตะนุพเพโธ กะกุสันโธ มะหามุนิ ตัสสะ กายา นิจฉะรันติ ปะภา ทฺวาทะสะ โยชะเน.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า กกุสันธะ ทรงมีพระวรกายสูงสี่สิบศอก ทรงเป็นมุนีผู้ประเสริฐ พระรัศมีจากพระวรกายของ
พระองค์ แผ่ซ่านไปสิบสองโยชน์.
๕๐.
จัตตาฬีสะสะหัสสานิ ตัสสะ อายุ อะนุตตะโร กะโรตุ โส สะทา นาโถ อายุง สุขัง พะลั_จะ โน.
ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า กกุสันธะ แม้นั้น ผู้ทรงมีพระชนมายุสี่หมื่นปี ทรงเป็นผู้ไม่มีใครเปรียบทรงเป็นที่พึ่ง โปรดประทานอายุ
ความสุขและกำลังให้แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๕๑.
โกนาคะมะนะ สัมพุทโธ ติงสะหัตถะสะมุคคะโต ติงสะวัสสะสะหัสสานิ อายุ ตัสสะ มะเหสิโน.
พระโกนาคมนะ สัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงมีพระวรกายสูงสามสิบศอก ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งให_่ ทรงมีพระชนมายุสามหมื่นปี.
๕๒.
ธัมมามะเตนะ ตัปเปตา เทวะสังฆัง สุราละเย มะหีตะเล จะ ชะนะตัง สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ทรงยังหมู่ทวยเทพบนสวรรค์ และหมู่มนุษย์บนพื้นโลก ให้อิ่มเอิบด้วยอมตธรรม คือ พระนิพพาน โปรดประทานความสวัสดีแก่พวก
ข้าพระองค์ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๕๓.
กัสสะโป นามะ สัมพุทโธ ธัมมะราชา ปะภังกะโร วีสะตีหัตถะมุพเพโธ วีสัสสะหัสสะอายุโก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า กัสสปะ ทรงเป็นพระธรรมราชา ทรงมีพระรัศมี ทรงมีพระวรกายสูงยี่สิบศอก ทรงมีพระชนมายุ
สองหมื่นปี.
๕๔.
อะนูปะโมสะมะสะโม เทวะสัตถา อะนุตตะโร กะโรตุ โน มะหาสันติง อาโรคฺยั_จะ ชะยัง สะทา.
พระองค์ไม่มีผู้เปรียบปานเสมอเหมือน ทรงเป็นศาสดาของเหล่าทวยเทพ ทรงเป็นผู้ผู้ยอดเยี่ยม โปรดประทานความสงบอันประเสริฐ
ความไม่มีโรค และชัยชนะแก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( พระพุทธเจ้าในปัจจุบัน ๑ พระองค์ )
๕๕.
อัฏฐาระสะหัตถุพเพโธ โคตะโม สักกะยะวัฑฒะโน สัพพั__ู สัพพะติละโก สัพพะโลกะสุขัปปะโท.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โคดม ทรงมีพระวรกายสูงสิบแปดศอก ทรงเป็นผู้เชิดชูศากยวงศ์ ทรงตรัสรู้ธรรมทั้งปวง
ทรงเป็นผู้โดดเด่นกว่าชนทั้งปวง ทรงประทานความสุขให้แก่สัตว์โลก.
๕๖.
สัมพุทโธ สัพพะธัมมานัง ภะเคหิ ภาคฺยะวา ยุโต วิชชาจะระณะสัมปันโน โสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุ โน.
ขอพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โคดม ผู้ตรัสรู้ธรรมทั้งปวง ทรงประกอบด้วยบุ_ ทรงมีพระบารมีอันสูงสุด ทรงเพรียบพร้อม
ด้วยวิชชาและจรณะ โปรดประทานความสวัสดี และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพระองค์เถิด.
๕๗.
อัพภาตีตา จะ สัมพุทธา อะเนกะสะตะโกฏิโย สัพพะโลกะมะภิ__ายะ สัพพะสัตตานุกัมปิโน.
อนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย ๆ ร้อยโกฎิ ซึ่งเสด็จล่วงลับไปแล้ว ทรงประจักษ์โลกทั้งปวงด้วยพระ_าณแล้ว จึงทรงอนุเคราะห์
เหล่าสรรพสัตว์.
๕๘.
สัพพะเวระภะยาตีตา สัพพะโลกะสุขัปปะทา สัพพะโทสัง วินาเสนตา สัพพะโสตถิง กะโรนตุ โน.
ทรงล่วงพ้นเวร และภัยทั้งปวง ทรงประทานความสุขแก่สรรพสัตว์ ทรงกำจัดโทษทั้งปวง ขอทรงประทานความสวัสดี แก่พวก
ข้าพระองค์เถิด.
( พระพุทธเจ้าในอนาคต ๑ พระองค์ )
๕๙.
อะนาคะเต จะ สัมพุทโธ เมตเตยโย เทวะปูชิโต มะหิทธิโก มะหาเทโว มะหาสันติง กะโรตุ โน.
ก็ในอนาคตพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า เมตเตยยะ ทรงเป็นผู้ที่หมู่ทวยเทพบูชาแล้ว ทรงมีฤทธิ์มาก ทรงเป็นผู้ประเสริฐ
กว่าเทวดาทั้งปวง โปรดประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพระองค์เถิด.
( พระปัจเจกพุทธเจ้า )
๖๐.
สัพเพ ปัจเจกะสัมพุทธา นิโรธะฌานะโกวิทา นิราละยา นิราสังกา อัปปะเมยยา มะเหสะโย.
พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งปวง ทรงปรีชา_าณในนิโรธสมาบัติ และฌานสมาบัติ ทรงปราศจาก ความกำหนัดยินดี
หมดความรังเกียจ ทรงคุณอันหาประมาณมิได้ ทรงแสวงหาคุณอันประเสริฐ.
๖๑.
ทูเรปิ วิเนยเย ทิสฺวา สัมปัตตา ตังขะเณนะ เต สันทิฏฐิกะผะเล กัตฺวา สะทา สันติง กะโรนตุ โน.
พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านี้ เห็นหมู่เวไนยสัตว์แม้ในที่ไกล ก็ทรงเสด็จไปช่วยเหลือสัตว์เหล่านั้นให้ได้รับประโยชน์
โดยพลัน โปรดประทานความสงบแก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( นวโลกุตตรธรรม ๙ และปริยัติธรรม ๑ )
๖๒.
สฺวากขาตะตาทิสัมปันโน ธัมโม สะปะริยัตติโก สังสาระสาคะรา โลเก ตาเรติ ชินะโคจะโร.
พระธรรม พร้อมทั้งปริยัติที่สมบูรณ์ด้วยคุณ มีความเป็นธรรม ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้วเป็นต้น เป็นอารมณ์ของพระพุทธเจ้า
เป็นเหตุยังสัตว์โลกให้ข้ามพ้นสาคร คือ สังสารวัฏ.
๖๓.
กิเลสะชาละวิทธังสี วิสุทโธ พุทธะเสวิโต นิพพานะคะมะโน สันโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ขอพระธรรมอันบริสุทธิ์ยิ่ง อันมีปกติทำลายข่ายคือกิเลส เป็นธรรมที่พระพุทธองค์ทรงเจริ_แล้ว เป็นธรรมอันประเสริฐอันยังสัตว์ให้ถึง
พระนิพพาน โปรดประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( พระสังฆรัตตะ )
๖๔.
สีลาทิคุณะสัมปันโน สังโฆ มัคคะผะเล ฐิโต ชิตินทฺริโย ชิตะปาโป ทักขิเณยโย อะนุตตะโร.
พระสงฆ์ผู้สมบูรณ์ด้วยคุณ มีศีลเป็นต้น ดำรงอยู่ในมรรคและผล ชนะอินทรีย์แล้ว ชนะบาปแล้ว เป็นทักขิเณยยบุคคลผู้ยอดเยี่ยม.
๖๕.
อะนาสะโว ปะริสุทโธ นิราสาโส ภะวาภะเว นิพพานะโคจะโร สันโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ขอพระอริยสงฆ์ผู้ไม่มีอาสวะ ผู้บริสุทธิ์ ผู้หมดความปรารถนาในภพน้อยภพให_่ ผู้มีจิตจดจ่อในพระนิพพาน เป็นสัตบุรุษ
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
( พระเถระชั้นผู้ให_่ ๑๐๘ พระองค์ )
๖๖.
อั__าตะโกณฑั__ัตเถโร รัตตั__ูนัง อัคโค อะหุ ธัมมะจักกาภิสะมะโย สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอั__าโกณฑั__ะเถระ เป็นผู้เลิศกว่าเหล่าภิกษุผู้รู้ราตรี ผู้บรรลุเป็นพระโสดาบัน ด้วยพระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๖๗.
วัปปัตเถโร มะหาปั_โ_ มะหาตะมะวิโนทะโน มะหาสันติกะโร โลเก มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระวัปปะเถระ ผู้มีปั__ามาก ผู้กำจัดความมืดคือโมหะ ผู้กระทำความสงบอันประเสริฐในโลก ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ
แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๖๘.
ภัททิโย ภัททะสีโล จะ ทักขิเณยโย อะนุตตะโร โลกัตถะจะริโต เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระภัททิยเถระ ผู้มีศีลงาม ผู้เป็นทักขิเณยยบุคคล ผู้ยอดเยี่ยม ผู้บำเพ็_ประโยชน์แก่โลก ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๖๙.
มะหานาโม มะหาปั_โ_ มะหาธัมมะวิทู สุโต ม ะหาขีณาสะโว เถโร มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระมหานามะเถระ ผู้มีปั__ามาก ผู้ตรัสรู้ธรรมอันประเสริฐ ผู้มีชื่อเสียง เป็นพระขีณาสพผู้ประเสริฐ ขอจงประทานสงบอันยิ่งให_่
แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๗๐.
อัสสะชิตเถโร มะหาปั_โ_ ชิตะมาโร ชิตินทฺริโย ชิตะปัจจัตถิโก โลเก สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอัสสชิเถระ ผู้มีปั__ามาก ผู้ชนะมารผู้ชนะอินทรีย์ ผู้ชนะศัตรูในโลก ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๗๑.
อะนุปุพพิกะถัง สุตฺวา ยะโส เอกัคคะมานะโส อัคคะธัมมะมะนุปปัตโต โสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุโน.
พระยสเถระ ผู้ฟังอนุปุพพิกถาแล้ว มีจิตตั้งมั่นบรรลุพระอรหัตผล อันเป็นธรรมอันเลิศ ขอจงประทานความสวัสดี และความไม่มีโรค
แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๗๒.
จัตฺวาธิกา จะ ปั__าสะ เถรา คิหิสะหายะกา ปัตฺวานะ ปะระมัง สันติง สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
และพระเถระผู้เป็นพระอรหันต์ ๕๔ รูป ผู้เคยเป็นพระสหายของพระยส เมื่อครั้งยังเป็นผู้ครองเรือน บรรลุแล้วซึ่งพระนิพพาน
อันประเสริฐ ขอจงประทานความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๗๓.
เย ติงสะ ภัททะวัคคิยา รูเปนาตุละวัณณิโน ขีณาสะวา วะสีภูตา เต กะโรนตุ อะนามะยัง.
พระภัททวัคคีย์ ผู้เป็นเถระสามสิบองค์ ผู้มีรูปทรง และผิวพรรณอันหาใครเปรียบปานมิได้ สิ้นอาสวะแล้วเป็นผู้ชนะตน
(มีความชำนา_ในการเข้าฌาน) ขอจงประทานความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๗๔.
อุรุเวละกัสสะโปปิ มะหาปะริสานะมุตตะโม ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
แม้ พระอุรุเวลกัสสปะ ผู้เป็นเลิศในตำแหน่งแห่งภิกษุผู้มีบริษัทมาก ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๗๕.
โย นะทีกัสสะปัตเถโร ปุ__ักเขตโต อะนุตตะโร สะสังโฆ สีละสัมปันโน สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
แม้พระเถระนามว่า นทีกัสสปะ ผู้เป็นเนื้อนาบุ_อันประเสริฐ ผู้มีภิกษุเป็นศิษย์ ๓๐๐ เป็นบริวาร ผู้สมบูรณ์ด้วยศีล
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๗๖.
ธัมมะปัชชะลิโต สันโต โย เถโร คะยากัสสะโป สังยุตโต ภะวะนิสฺเนเห สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถระนามว่า คะยากัสสปะ ผู้รุ่งเรืองด้วยธรรม ผู้สงบ ผู้เข้าถึงพระนิพพานอันเป็นที่ปราศจากภวตัณหา ขอจงประทานความ
สวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๗๗.
โลกะนาถัง ฐะเปตฺวานะ ปั__ะวันตานะ ปาณินัง ปั__ายะ สาริปุตตัสสะ กะลัง นาคฆะติ โสฬะสิง.
ในบรรดาสรรพสัตว์ผู้มีปั__าทั้งหลายเว้นพระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งของโลกแล้ว สัตว์ใด ๆ ย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่สิบหกแห่งปั__าของ
พระสารีบุตร.
๗๘.
สาริปุตโต มะหาปั_โ_ ปะฐะโม อัคคะสาวะโก ธัมมะเสนาปะตี เสฏโฐ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ขอ พระสารีบุตร มีปั__ามาก ผู้เป็นอัครสาวกองค์ที่หนึ่ง ผู้เป็นธรรมเสนาบดี ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เลิศทางปั__า
ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๗๙.
ปาทังคุลิกะมัตเตนะ เวชะยันตะปะกัมปะโน ปะฐะวิง มะหะติง สัพพัง สะมัตโถ ปะริวัตติตุง.
พระมหาเถระใด ผู้สามารถยังเวชยันต์ปราสาท (ปราสาทของพระอินทร์) ให้หวั่นไหว แม้ด้วยเพียงหัวแม่เท้าเท่านั้น ผู้สามารถพลิก
แผ่นดินให_่ทั้งหมดได้.
๘๐.
โมคคัลลาโน มะหาเถโร ทุติโย อัคคะสาวะโก อิทธิมันตานัง โส อัคโค สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
แม้พระมหาเถระนั้นนามว่า โมคคัลลานะ ผู้เป็นพระอัครสาวกองค์ที่สอง เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีฤทธิ์ทั้งหลาย ขอจงประทาน
ความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๘๑.
มะหากัสสะปัตเถโรปิ อุตตัตตะกะนะกันนิโภ ธุตะคุณัคคะนิกขิตโต ตะติโย สัตถุสาวะโก.
พระมหาเถระนามว่า กัสสปะ ผู้มีผิวพรรณอันงดงามดุจเนื้อทองคำบริสุทธิ์ ผู้ได้รับยกย่องให้เป็นผู้เลิศในทางธุดงค์คุณ
เป็นพระอัครสาวกองค์ที่สามของพระศาสดา.
๘๒.
อะรั__ะวาสาภิระโต ปังสุกูละธะโร มุนิ สุคะตัสสาสะนะธะโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
เป็นผู้ยินดียิ่งในการอยู่ป่า ผู้ทรงผ้าบังสุกุล เป็นมุนีผู้รู้โลกทั้งภายในและภายนอก ผู้ทรงไว้ซึ่งคำสอนของพระสุคต ขอจงประทาน
ความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๘๓.
อาปัตติอะนาปัตติยา สะเตกิจฉายะ โกวิโท วินะเย อัคคะนิกขิตโต อุปาลิ สัตถุวัณณิโต.
พระอุบาลีเถระ ผู้ฉลาดในอาบัติและมิใช่ อาบัติและในอาบัติที่เยียวยาได้และเยียวยาไม่ได้ ผู้อันพระศาสดาทรงแต่งตั้งให้เป็นผู้เลิศ
ในทางทรงพระวินัย.
๘๔.
วินะเย ปาระมิปปัตโต วินะยัคโคจะโร มุนิ กะโรตุ โน มะหาสันติง โสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุ โน.
ผู้อันพระศาสนาทรงยกย่อง ให้เป็นผู้ถึงซึ่งความเป็นผู้เลิศในทางทรงจำพระวินัย ผู้สำรวมกาย วาจาและใจ ขอจงประทานความสงบ
อันประเสริฐแก่พวกข้าพเจ้า และขอให้ความสวัสดี ความไม่มีโรค จงมีแก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๘๕.
อะนุรุทธะมะหาเถโร ทิพพะจักขูนะมุตตะโม _าติเสฏโฐ ภะคะวะโต โสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุ โน.
พระอนุรุทธมหาเถระ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีตาทิพย์ เป็นพระประยูร_าติผู้ประเสริฐของพระผู้มีพระภาค ขอจงประทาน
ความสวัสดี และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๘๖.
อุจจากุลิกานัง อัคโค ภัททิโย สุสะมาหิโต กาฬิโคธายะ ปุตโต จะ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระภัททิยเถระ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีตระกูลสูง เป็นผู้มีจิตอันตั้งมั่น เป็นบุตรของนางกาฬิโคธา ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๘๗.
อานันโท พุทธุปัฏฐาโก สังคีติสาธุสัมมะโต พะหุสสุโต ธัมมะธะโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอานนท์เถระ (ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นบัณฑิต) ผู้ยังการทำสังคายนาให้สำเร็จ ผู้เป็นพหูสูต ผู้ทรงธรรม ขอจงประทานความ
สวัสดีแก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๘๘.
กิมิโล สิริสัมปันโน มะหาสุขะสะมัปปิโต มะหาขีณาสะโว ชาโต มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระกิมพิละเถระ ผู้สมบูรณ์ด้วยสิริ เพรียบพร้อมด้วยบรมสุข เป็นพระขีณาสพผู้ประเสริฐ ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๘๙.
คะรุวาสัง วะสิตฺวานะ ปะสันโน พุทธะสาสเน ภะคุ จาระหะตัง ปัตโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระภคุเถระ ผู้เลื่อมใสและอยู่ด้วยความเคารพ ในคำสอนของพระพุทธเจ้า ผู้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๙๐.
กุลัปปะสาทะชะนะโก กาฬุทายี มะหิทธิโก เอตะทัคคัฏฐิโต เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระกาฬุทายีเถระ ผู้มีฤทธิ์มาก เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุ ผู้ทำให้คนเลื่อมใส ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๙๑.
เสฏโฐ ธัมมะกะถิกานัง ติณณัง เวทานะ ปาระคู ปุณโณ มันตานิยา ปุตโต เถโร โสตถิง กะโรตุ โน.
พระปุณณะเถระ ผู้เป็นบุตรของ นางมันตานี เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุ ผู้เป็นธรรมกถึกผู้จบไตรเภท ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๙๒.
ภาระทฺวาโช มะหาเถโร สีหะนาทานะมุตตะโม ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระ (ปิณโฑล) ภารทวาชมหาเถระ ผู้อันพระศาสดา ทรงตั้งไว้ในตำแหน่งเป็น ผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้บรรลือสีหนาท
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด
๙๓.
สังขิตตะภาสิตะมัตถัง วิตถาเรนะ วิชานะโก กัจจาโน ภะวะนิสฺเนโห เถโร โสตถิง กะโรตุ โน.
พระกัจจายนะเถระ ผู้สามารถอธิบายเนื้อความที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้โดยสังเขปให้พิศดาร ผู้ปราศจากความสิเนหาในภพ
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๙๔.
ละกุณฏะภัททิโย เถโร มั_ชุสสะรานะมุตตะโม ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระลกุณฏกภัททิยเถระ ผู้อันพระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้ในตำแหน่ง เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีเสียงไพเราะ ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๙๕.
อะระณะวิหารินัง อัคโค ทักขิเณยโย อะนุตตะโร สุภูติ ภูตะทะมะโน เถโร โสตถิง กะโรตุ โน.
พระสุภูติเถระ เป็นผู้แสดงธรรมแก่สัตว์ตามพุทธดำรัส เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุ ผู้อยู่ด้วยธรรมอันปราศจากกิเลส และเลิศกว่า
บรรดาภิกษุผู้ควรรับทักษิณาทาน ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๙๖.
อะรั__ะวาสินัง อัคโค เรวะโต ขะทิระวะนิโย วิเวกาภิระโต เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเรวตะ ผู้อาศัยอยู่ในป่าไม้สีเสียด ผู้ยินดีในความวิเวก เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุ ผู้มีปกติอยู่ในป่า ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๙๗.
ฌายีนัง อุตตะโม เถโร กังขาเรวะตะนามะโก สะมาธิฌานะกุสะโล สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถระนามว่า กังขาเรวตะ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุ ผู้มีปกติยินดีในการเข้าฌาน เป็นผู้ฉลาดในสมาธิและฌาน
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๙๘.
โสโณ จะ โกฬิวีโสปิ อารัทธะวีริยานะมุตตะโม ปะหิตัตโต สะทา เถโร โสตถิง ผาสุง กะโรตุ โน.
แม้ พระโสณโกฬิวิสเถระ เป็นผู้มีจิตดิ่งไปในนิพพาน เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ปรารภความเพียร ขอจงประทานความสวัสดี
และความผาสุก แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๙๙.
กัลยาณะวากกะระณานัง โสโณ กุฏิกัณโณปิ จะ อัคโคติ วัณณิโต เถโร โสตถิง ผาสุง กะโรตุ โน.
แม้ พระโสณกุฏิกัณณเถระ ผู้อันพระศาสดาทรงสรรเสริ_ว่า เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุ ผู้กล่าววาจาไพเราะ ขอจงประทาน
ความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๐๐.
ลาภีนะมุตตะโม เถโร สีวะลิ อิติ วิสสุโต โส ระโต ปัจจะยาทิมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถระนามว่า พระสิวลี ผู้มีความสันโดษในปัจจัยสี่ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีลาภ ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๐๑.
สัทธาธิมุตตานัง อัคโค วักกะลิ อิติ นามะโก ปาโมชชะพะหุโล เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถระนามว่า พระวักกลิ เป็นผู้มากด้วยความปราโมทย์ เป็นเลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีศรัทธา ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๐๒.
ราหุโล พุทธะปุตโตปิ สิกขากามานะมุตตะโม ทายาโท สัพพะธัมเมสุ มะหาสันติง กะโรตุ โน.
แม้พระเถระนามว่า ราหุล ผู้เป็นพุทธบุตรผู้เป็นทายาทในธรรมทั้งปวง เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มุ่งต่อการศึกษา ขอจงประทาน
ความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๐๓.
สัทธายะ ปัพพะชิตฺวานะ รัฏฐะปาโล ปะรักกะมี เอตะทัคเค ฐิโตเยวะ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถระนามว่า รัฐบาล ผู้มีความเพียรยิ่ง ผู้เป็นเลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้บวชด้วยศรัทธา ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๐๔.
กุณฑะธาโน มะหาเถโร สะลากัง ปะฐะมัง คะโต ฐะปิโตเยวะ ฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระกุณฑธานมหาเถระ ผู้ถึงซึ่งความเป็นหนึ่งในการจับสลาก จึงดำรงอยู่ในตำแหน่งที่เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ร่วมจับสลาก
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๐๕.
ปะฏิภาณะวันตานัมปิ อัคโคติ พุทธะวัณณิโต วังคีโส อะระหา เสฏโฐ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอรหันต์นามว่า วังคีสเถระ ผู้ประเสริฐเป็นผู้ได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่า เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีปฏิภาณ
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๐๖.
สะมันตะปาสาทิกานัง อัคคัฏฐานัมหิ ฐะปิโต อุปะเสโน วังคันตะปุตโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอุปเสนวังคันตบุตรเถระ พระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่ง ผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุ ผู้มีบริษัทอันน่าเลื่อมใส ขอจงประทานความ
สวัสดีแก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๐๗.
ทัพโพ มัลละปุตโต เถโร เสนาสะนะปั__าปะโก ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระทัพพมัลลบุตรเถระ พระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่ง ผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุ ผู้จัดแจงเสนาสนะ ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๐๘.
ปิลินทะวัจฉะสะมะโณ เทวะตานัง ปิโย อะหุ ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิ โสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุ โน.
พระปิลินทวัจฉเถระ พระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่ง ที่เลิศกว่าบรรดาภิกษุทั้งหลาย ที่เป็นที่รักของเหล่าเทวดา ขอจงประทาน
ความสวัสดี และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๐๙.
พาหิโย ทารุจีริโย ขิปปาภิ__านะมุตตะโม กะโรตุ โน มะหาสันติง อาโรคฺยั_จะ ชะยัง สะทา.
พระพาหิยทารุจีรยเถระ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ตรัสรู้เร็ว ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ ความไม่มีโรค และชัยชนะ
แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๑๐.
กุมาระกัสสะปัตเถโร จิตตะกะถีนะมุตตะโม มิจฉาวิตักกุปัจเฉโท สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระกุมารกัสสปเถระ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้แสดงธรรมได้อย่างวิจิตร ผู้สามารถละมิจฉาวิตกได้ ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๑๑.
ปะฏิสัมภิทาปัตตานัง อัคคัฏฐานัมหิ ฐะปิโต โกฏฐิโต อะระหา เสฏโฐ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอรหันต์นามว่า โกฏฐิตเถระ เป็นผู้ประเสริฐ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ได้ปฏิสัมภิทา ๔ ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวก
ข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๑๒.
อัปปาพาโธ มะหาเถโร อัปปาพาธานะมุตตะโม พากุโล อะระหาชาโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระพากุลเถระ ผู้เป็นพระอรหันต์เพราะเหตุที่เป็นผู้มีอาพาธน้อย จึงเป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีอาพาธน้อย ขอจงประทานความ
สวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๑๓.
ปุพเพนิวาสะเวทีนัง อัคโคติ พุทธะวัณณิโต โสภิโต นามะ โส เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถระนามว่า โสภิต ผู้อันพระพุทธเจ้าทรงสรรเสริ_ว่า เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ระลึกชาติในปางก่อนได้ ขอจงประทาน
ความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๑๔.
มะหากัปปินัตเถโรปิ ภิกขุโอวาทโก อะหุ กุสะโล โอวาทะทาเน สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
แม้ พระมหากัปปินะเถระ เป็นผู้ให้โอวาทภิกษุ เป็นผู้เลิศในการให้โอวาท ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด
๑๑๕.
ภิกขุโนวาทะกานัคโค นันทะโก อิติ วิสสุโต ปาเลตุ โน สะทา เถโร โสตถิง ผาสุง กะโรตุ โน.
พระเถระนามว่า นันทกะ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ให้โอวาทแก่นางภิกษุณี โปรดรักษาพวกข้าพเจ้าในการทุกเมื่อเถิด
ขอจงประทานความสวัสดี และความผาสุก แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๑๖.
อินทฺริเยสุ คุตตะทฺวาโร อัคคัฏฐาเน ฐิโต อะหุ นันทัตเถโร วะสิปปัตโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระนันทเถระ ผู้ได้วสี (ความชำนา_ในการเข้า-ออกฌานสมาบัติ) เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้สำรวมอินทรีย์ ขอจงประทานความ
สวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๑๗.
เตโชธาตุกุสะลานัง อัคคัฏฐานัมหิ ฐะปิโต สาคะโต นามะ โส เถโร โสตถิง ผาสุง กะโรตุ โน.
พระเถระนามว่า สาคตะ ผู้อันพระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่งเป็นผู้เลิศกว่า บรรดาภิกษุผู้ฉลาดในเตโชธาตุ ขอจงประทานความ
สวัสดี และความผาสุก แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๑๘.
สั__าวิวัฏฏะกุสะโล ปะธาโน ภาวะนาระโต พุทธะสิสโส มะหาปัณโถ มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระมหาปันถกเถระ ผู้ชำนา_ในสั__าวิวัฏฏะ (ได้แก่ วิปัสสนา) เป็นผู้มีความเพียร มีความยินดีในการภาวนา เป็นศิษย์ของ
พระศาสดา ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๑๙.
จูฬปันถะกัตเถโรปิ มะโนมะยาภินิมมิโต ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
แม้ พระจูฬปันถกเถระ ผู้อันพระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่งเป็นผู้เลิศกว่า บรรดาภิกษุผู้นิรมิตกายได้มากและในตำแหน่งผู้เลิศกว่า
บรรดาภิกษุ ผู้ฉลาดในเจโตวิวัฏฏะ (คือ ฉลาดในฌานสมาบัติ) ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๒๐.
ปะฏิภาเณยยะกานัง ตุ อัคคัฏฐานัมหิ ฐะปิโต ราโธ เถโร มะหาโสตถิง กะโรตุ โน อะนามะยัง.
พระราธะเถระ ผู้อันพระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้ในตำแหน่งเป็นผู้เลิศกว่า บรรดาภิกษุผู้มีปฏิภาณ ขอจงประทานความสวัสดีอันประเสริฐ
และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๒๑.
ลูขะจีวะระธะรานัง ภิกขูนัง อุตตะโม อะหุ โมฆะราชะมะหาเถโร มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระโมฆราชะมหาเถระ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ทรงจีวรที่เศร้าหมอง (คือ ผ้าเก่า ผ้าเนื้อหยาบ สีเศร้าหมอง) ขอจงประทาน
ความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๒๒.
วิมะโล วิมะลัปปั_โ_ สุรูโป สุสะมาหิโต ระโช นะ ลิมปะติ ขันเธ มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระวิมละเถระ ผู้มีปั__าปราศจากมลทิน ผู้มีรูปงาน ผู้มีจิตตั้งมั่น กิเลสเพียงดังธุลีไม่ฉาบทาขันธ์ห้าของท่าน ขอจงกระทำซึ่ง
ซึ่งความสงบอันยิ่งให_่ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๒๓.
ธัมมะปาโล มะหาปาโล มะหาธัมมะธะโร ยะติ มะหาขีณาสะโว โลเก มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระเถระนามว่า ธรรมปาล ผู้รักษาธรรมอันประเสริฐ ผู้ทรงไว้ซึ่งธรรมอันประเสริฐ ผู้เป็นมหาขีณาสพในโลก ขอจงประทานความ
สงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๒๔.
จักขุปาโล มะหาเถโร ปะธาโน สีละสังวุโต ปะหิตัตโต มะหากาโย มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระจักขุบาลมหาเถระ ผู้มีความเพียร ผู้สำรวมแล้วในศีล ผู้มีจิตดึ่งไปในนิพพาน ผู้มีรูปกายอันประเสริฐ ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๒๕.
สัพพะเวระภะยาตีโต นาระโท อาสะวักขะโย มะหาสันติกะโร โลเก สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระนารทะเถระ ผู้ก้าวล่วงเวรและ สิ้นภัยทั้งปวงแล้ว อาสวะแล้ว กระทำความสงบอันประเสริฐในโลก ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๒๖.
พุทธะปูชายะ นิระโต ชินะภัตติปะรายะโน สัทธัมมะสะวะโน เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระสัทธรรมสวนะเถระ ผู้ยินดีในการบูชาพระพุทธเจ้า มีความภักดีในพระพุทธเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ขอจงประทานความสวัสดีแก่
พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๒๗.
ปัจฉิมะภะวะสัมปัตโต โคตะโม ภาวะนาระโต ราคักขะยะมะนุปปัตโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระโคดมเถระ ผู้เข้าถึงภพสุดท้ายแล้ว ยินดีในภาวนา ถึงความสิ้นไปแห่งราคาะ ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๒๘.
เสนาสะเนสุ สัปปายัง ลัทธา ฌานัง สะมาระภิ โคธิโก พุทธะฌายันโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระโคธิกะเถระ เมื่อเพ่งความตรัสรู้ได้เสนาสนะที่สัปปายะแล้ว จึงได้บำเพ็_ฌาน (ท่านเป็นผู้ที่พระพุทธเจ้าทรงทำฌาปนกิจให้
ในเวลาปรินิพพาน) ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๒๙.
พุทเธ ปะสันนะมานะโส สุพาหุ ปั_ชะลีกะโต ขีณาสะโว วีสีภูโต มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระสุพาหุเถระ ผู้มีใจเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า เคยกระทำอั_ชลีมาแล้ว ๙๔ กัป เป็นพระอรหันต์ผู้มีความชำนา_ในฌานสมาบัติ
ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๓๐.
วิปัสสะนายะ ปะสุโต วัลลิโย สุสะมาหิโต สะโต ฌายี วะเนวาสี สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระวัลลิยะเถระ ผู้ขวนขวายในวิปัสสนากรรมฐาน มีจิตตั้งมั่นดีแล้ว มีสติ ได้ฌาน มีปกติอยู่นป่า ขอจงประทานความสวัสดีแก่
พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๓๑.
อุตติโย วินะยะธะโร อะติกกันโต นะรามะเร ธาเรนโต อันติมัง เทหัง สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอุตติยะเถระ ผู้ทรงพระวินัย ผู้เป็นจอมแห่งหมู่มนุษย์ และทวยเทพ ผู้ทรงร่างกายอันมีในที่สุด (คือสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว
ไม่มีการเกิดต่อไปอีก) ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๓๒.
วิมะโล วิระโชชัลโล ชาโต ปัณฑะระเกตุนา พิมพิสารัทธะโช เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระวิมลโกณฑั__ะเถระ ผู้บังเกิดเป็นโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร ผู้มีวัตรปฏิบัติอันขาวสะอาด ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวก
ข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๓๓.
รัมมารั_เ_ วะสิตวานะ ภาเวนโต กุสะลัง พะหุง โยคักเขมะมะนุปปัตโต สะภิโย สันติง กะโรตุ โน.
พระสภิยะเถระ ผู้อยู่ในป่าอันน่ารื่นรมย์ เจริ_กุศลเป็นเอนก บรรลุพระนิพพานอันเป็นที่สิ้นไปแห่งโยคะ (คือกิเลสอันเป็นเครื่อง
ผูกสัตว์ไว้ในสังสารวัฏ) ขอจงประทานความสงบแก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๓๔.
ปุพเพนิวาสัง ชานันโต ทิพพะจักขุวิโสธะโน นาคิโตระหะตัง ปัตโต โสตถยาโรคยัง ทะทาตุ โน.
พระนาคิตะเถระ ผู้ระลึกชาติในปางก่อน ได้ ผู้มีทิพจักษุอันบริสุทธิ์ บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์แล้ว ขอจงประทานความสวัสดี
และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๓๕.
ปาติโมกขะมะนุปปัตโต วิชะโยรั__ะโคจะโร ลาภาลาภี ตะถาสังสี สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระวิชยะมหาเถระ ผู้เข้าถึงปาติโมกข์สังวรศีล ผู้มีป่าเป็นที่โคจร ผู้มีปกติกล่าวสรรเสริ_ตามที่ตนได้ปัจจัยมา ขอจงประทานความ
สวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๓๖.
ตัณหาชะฏัง วิชะเฏตวา วัฑเฒตวานะ วิปัสสะนัง สังฆะรักขิโต มะหาเถโร มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระสังฆะรักขิตะมหาเถระ ผู้ถางรกชัฏ คือ ตัณหายังวิปัสนาให้เจริ_ ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐแก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๓๗.
อรั__ะวาสาภิระโต ภะวะเนตติสะมูหะโต ธัมมานัง ปาระมิปปัตโต อุตตะโร ปาตุ โน ภะยา.
พระอุตตระเถระ ผู้ยินดียิ่งในการอยู่ป่า ผู้ถอนตัณหาอันเป็นเครื่องนำไปสู่ภพได้แล้ว บรรลุถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งหลาย คือ มรรค ผล
นิพพาน ขอจงรักษาพวกข้าพเจ้าให้พ้นจากภัยเถิด.
๑๓๘.
ปุพเพ ปุ__านิ กัตวานะ ปุพพะโยคัง สะมาระภิ อุสะโภระหะตัง ปัตโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอสุภะเถระ ผู้กระทำบุ_ไว้ทั้งหลายในกาลก่อนแล้วปรารภกรรมฐาน อันเป็นส่วนเบื้องต้นแห่งอริยมรรคบรรลุความเป็น
พระอรหันต์ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๓๙.
สะมาปัตติสะมาปันโน ฉะฬะภิ_โ_ มะหิทธิโก สิวะโก พุทธะฌายันโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระสิวกะเถระ ผู้ถึงพร้อมด้วยสมาบัติ มีอภิ__าหก มีฤทธิ์มาก เป็นผู้พิจารณาตัณหา ดังที่พระพุทธองค์ทรงพิจารณา
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๔๐.
สัตตาริยะธะโน เถโร ธะนิโย ธัมมะสาคะโร วันตะสังสาระคะมะโน สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระธนิยะเถระ ผู้มีอริยทรัพย์เจ็ดประการ ผู้เป็นดุจทะเลแห่งธรรม ผู้สำรอกกิเลส อันเป็นเหตุท่องเที่ยวในสังสารวัฏได้แล้ว
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๔๑.
ปั_จักขันเธ ปะริ__ายะ ภาวะยิตวานะ นิพพุติง ปัตตวานะ ปะระมัง สันติง โปสิโย ปาตุ โน ภะยา.
พระโปสิยะเถระ ผู้กำหนดรู้เบ_จขันธ์แล้วเสวยอรหัตผลสมาบัติเข้าถึงพระนิพพานอันประเสริฐ ขอจงรักษาพวกข้าพเจ้าให้พ้นภัยเถิด
๑๔๒.
อุปะนิสสะยะสัมปันโน อุชชะโย พุทธะมามะโก โลกัตถะปะสุโต เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอุชชยะเถระ ผู้สมบูรณ์ด้วยธรรมอันเป็นเหตุออกจากวัฏฏะ ผู้นับถือพระพุทธเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ผู้ขวนขวายประโยชน์เพื่อชาวโลก
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๔๓.
พุทธัปปะสาทะสัมปันโน ปัพพะชี ชินะสาสะเน สั_ชะโย นามะ โส เถโช สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ผู้เถระนามว่า สั_ชยะ ผู้ถึงพร้อมด้วยความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า บวชแล้วในศาสนาของพระพุทธเจ้า ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๔๔.
มารั_ชะโย มะหาเถโร รามะเณยโย มะหิทธิโก นิพพานะนินนะจิตโต โส สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระมหาเถระนามว่า มารั_ชยะ ผู้มีฤทธิ์มาก และพระมหาเถระนามว่า รามะเณยยะ เป็นผู้มีจิตดิ่งสู่พระนิพพาน ขอจงประทาน
ความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๔๕.
อุโภ ปาปั_จะ ปุ__ั_จะ วีติวัตโต อะนาสะโว วีรัตเถโรระหัปปัตโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระวีระเถระ ผู้ข้ามพ้นบาปและบุ_ทั้งสองประการแล้ว ผู้ไม่มีอาสวะ บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์ ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๔๖.
ปุณณะมาสะมะหาเถโร ปังสุกูละธะโร ยะติ ปุพพะกิจจะวิธิง กัตวา มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระปุณณะมาสะมหาเถระ เป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุลกระทำบุพพกิจเบื้องต้นแล้ว ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐแก่พวกข้าพเจ้าเถิด
๑๔๗.
ปั_จะฉินโน ปั_จะชะโห ปั_จะจุตตะริภาวะโน ปั_จะสังคาติโค เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระปั_จสังคาติคเถระ ผู้ข้ามพ้นกิเลสเป็นเครื่องข้อง ๕ อย่าง ผู้ตัดโอรัมภาคิยะสังโยชน์ ๕ อย่างได้แล้ว ผู้เจริ_อินทรีย์ ๕ ให้ยิ่ง ๆ
ขึ้นไป ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๔๘.
ปุพเพ ราคัง วิจาเรนโต ชินะภัตติปะรายะโน เพลัฏฐะสีโส วังสะธะโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเพลัฏฐสีสะเถระ ผู้เคยจัดแจงการบูชายั_ในกาลที่ตนเป็นฤษี ผู้ถวายความภักดีต่อพระพุทธเจ้า ผู้ทรงไว้ซึ่งวงศ์แห่งอริยะ
(วงศ์แห่งอริยะ คือ สันโดษในจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และยินดีในการภาวนา) ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๔๙.
ปั_จุปปันนานิ อะภะโย นิกันติ นัตถิ ชีวิเต อะชิโต โส มะหาเถโร มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระมหาเถระนามว่า อชิตะ ผู้ไม่มีความกลัวภัย ๕ อย่างที่กำลังเกิดขึ้น ผู้ไม่มีความเยื่อใยในชีวิต ขอจงประทานความสงบ
อันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๕๐.
วิวัฏฏะนิสสะเย ปุ_เ_ กัตวา สัมพุทธะภัตติมา กุลลัตเถโรระหับปัตโต มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระกุลละเถระ ผู้มีความภักดีในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ได้กระทำบุ_บารมี อันมีนิพพานเป็นที่รองรับ บรรลุถึงความเป็นอรหันต์
ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๕๑.
วิปัสสี ธัมมะทายาโท เถโร นิโครธะนามะโก นิพพานาคะมะสันทิฏโฐ สะทา สันติง กะโรตุ โน.
พระมหาเถระนามว่า นิโครธะ ผู้มีปกติเจริ_วิปัสสนา ผู้เป็นธรรมทายาท เป็นผู้ได้ประจักษ์แจ้งธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน
ขอจงประทานความสงบ แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๕๒.
ติสโส วิชชา อะนุปปัตโต สุคันโธ นามะ โสระหา สัพพะปาปะปะริกขีโณ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอรหันต์นามว่า สุคันธะ ได้บรรลุวิชชาสาม เป็นผู้หมดสิ้นจากบาปทั้งปวง ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๕๓.
นันทิโย สัทธาสัมปันโน ชิตะกเลโส มะหาเถโร อะภิ__าปาระมิปปัตโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระนันทิยะมหาเถระ ผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธา ผู้ชนะกิเลสทั้งปวง ผู้ถึงที่สุดแห่งอภิ__า ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๕๔.
กิเลสา ฌาปิตา เยนะ ชิตะธัมมะระเตนะ โส กัมมาระปุตตะวิมะโล สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถระรูปใด เป็นบุตรของนายช่างทอง เป็นผู้ยินดีในธรรมอันเป็นเครื่องพิชิตมาร ชนะกิเลสด้วยมัค_าณแล้ว พระเถระนั้นนามว่า
วิมละ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๕๕.
เทวะโลกะมะนุสเสสุ อะนุภุตวา วิภูติโย ติสสัตเถโร มะหาภูโต มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระติสสะเถระ เสวยสมบัติในเทวโลกและมนุษย์โลก แล้วสำเร็จเป็นพระอรหันต์ผู้ประเสริฐ ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ
แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๕๖.
สุวิมุตโต มะหานาโค ตีหิ วังเกหิ มุตตะโก สุมังคะโล มะหาเถโร มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระสุมังคลมหาเถระ ผู้หลุดพ้นจากกิเลสแล้ว เป็นพระอรหันต์ผู้ประเสริฐพ้นแล้วจากความคดกาย วาจา ใจทั้งสาม ขอจงประทาน
ความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๕๗.
นิรัคคะโฬ นิราสาโส มะละขีละวิโสธะโน วิเวกาภิระโต คุตโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระมหาเถระนามว่า คุตตะ ผู้ปราศจากลิ่มคืออวิชชา ผู้ปราศจากกิเลสคือความอยาก ผู้ชำระมลทินได้ทั้งหมด ผู้ยินดีในความวิเวก
โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๕๘.
ปะวิเวกะมะนุปปัตโต คิริมานันทะนามะโก ภาเวนโต กุสะเล ธัมเม สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระมหาเถระนามว่า คิริมานันทะ เจริ_กุศลธรรมทั้งหลายอยู่ ได้บรรลุวิเวกสามแล้ว ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๕๙.
พุทธะสาสะนะมารัทโธ สะมิทธิ ภาวะนาระโต สะมิทธิคุณะสัมปันโน สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระสมิทธิเถระ ผู้ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ผู้ยินดีในภาวนา ผู้สมบูรณ์ด้วยคุณอันเป็นเหตุแห่งความสำเร็จ
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๖๐.
อาราธิตะชิโน สันโต โชติตเถโร มะหาระหา วิมุตโต สัพพะสังสารา สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระโชติตเถระ ผู้ชนะตัณหา อันเป็นเหตุให้ยินดีได้แล้ว เป็นผู้สงบ เป็นพระอรหันต์ผู้ประเสริฐ หลุดพ้นแล้วจากสงสารทั้งปวง
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๖๑.
เสนาสะนานิ ปันตานิ เสวันโต ฌานะมาระภิ ฉะฬะภิ_โ_ มะหาจุนโท สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระมหาจุนทเถระ อาศัยเสนาสนะอันสงัดอยู่ เข้าฌานได้อภิ__าหก ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๖๒.
ฉันนัตเถโร สะหะชาโต สุณันโต ชินะสาสะนัง โยคักเขมะมะนุปปัตโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระฉันนะเถระ ผู้เป็นสหชาตกับพระพุทธเจ้า เมื่อเชื่อฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าได้บรรลุธรรมอันเป็นแดนเกษมจากโยคะ
(คือพระนิพพาน) แล้ว ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๖๓.
เมฆิโย พุทธุปปัฏฐาโก ชินะภัตติปะรายะโน มิจฉาวิตักกุปัจเฉโท สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเมฆิยะเถระ ผู้อุปัฏฐากพระพุทธเจ้า ผู้มีความภักดีในพระพุทธเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ตัดมิจฉาวิตก คือ ความดำริผิดได้แล้ว
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๖๔.
อุปะวาโณ มะหาเถโร มะหากาโย มะหาระหา มะหิทธิโก มะหาเตโช สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอุปวาณะเถระ ผู้เป็นมหาเถระ มีร่างกายให_่ เป็นพระอรหันต์ผู้ประเสริฐ มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๖๕.
สังกิจโจ โจระทะมะโน สัพพะสังโยชะนักขะโย ปาเลตุ โน สัพพะภะยา โสตถยาโรคยัง ทะทาตุ โน.
พระสังกิจจเถระ ผู้ฝึกโจรห้าร้อย สิ้นสังโยชน์คือกิเลสเครื่องผูกสัตว์ไว้ในสังสารวัฏแล้ว ขอจงรักษาพวกข้าพเจ้าให้พ้นจากภัยทั้งปวง
ขอจงประทานความสวัสดี และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๖๖.
ปัณหะพยากะระเณ เฉโก เมตตาฌานะระโต ยะติ โสปาโก ปายะสัมปันโน สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระโสปากะเถระ เป็นภิกษุผู้ฉลาดในการทูลตอบปั_หาของพระพุทธเจ้าผู้ยินดีในฌาน อันประกอบด้วยเมตตา ผู้ถึงพร้อมด้วยอุบาย
เพื่อให้ได้มรรคผล ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๖๗.
เขตตะสัมปัตติสัมปัตโต วัฑฒะนาโนวะ โสตถินา สุมะโน อะระหา ชาโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระสุมนะเถระ ผู้สมบูรณ์ด้วย ด้วยกาลเวลาอันสมควรที่จะบรรลุธรรม ผู้เจริ_เติบโตด้วยความสุขเป็นพระอรหันต์แล้ว
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๖๘.
ปิโย เทวะมะนุสสานัง สานุตเถโร พะหุสสุโต เมตตาฌายี ตะโมฆาตี สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระสานุเถระ ผู้เป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ผู้เป็นพหูสูต ผู้มีปกติเข้าฌานอันประกอบด้วยเมตตา ผู้ทำลายความมืด
คือโมหะ ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๖๙.
โย จะ ปุพเพ กะตัง ปาปัง กุสะเลนะ ปิธียะติ อังคุลิมาโล โส เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถระใดได้เคยทำบาปมาก่อน เป็นผู้ตัดบาปอกุศลได้ด้วยอริยมรรค พระเถระนั้นนามว่า องคุลีมาล ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๗๐.
วิปัสสะนาธุรา เยปิ เถรา สะมะถะยานิกา ขีณาสะวา มะหาเตชา มะหาตะมะวิโนทะนา.
พระเถระแม้เหล่าใดผู้สิ้นอาสวะ ผู้มีอานุภาพอันยิ่งให_่ ผู้ขจัดความมืดคือโมหะ ผู้เจริ_วิปัสสนาเป็นธุระก็ดี พระเถระเหล่าใด
ผู้เป็นสมถยานิกะก็ดี.
๑๗๑.
ฌานิกาฌานิกา เยปิ ธัมมาภิสะมะยาทะโย สัพเพ โสตถิง สะทา เทนตุ ชะยามาโรคยะมายุ โน.
และพระเถระเหล่าใด ผู้ได้ฌานและไม่ได้ฌานก็ดี พระเถระเหล่าใดผู้ถูกกำหนดด้วยการบรรลุอริยสัจธรรมก็ดี ขอพระเถระทั้งปวง
ที่กล่าวมาแล้วนี้ จงประทานความสวัสดี ชัยชนะ ความไม่มีโรค และอายุ แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
( พระเถรีชั้นผู้ให_่ ๑๓ รูป )
๑๗๒.
รัตตั__ูนัง ภิกขุนีนัง โคตะมี ชินะมาตุจฉา ฐะปิตา อัคคัฏฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระโคตมีเถรี ผู้เป็นพระน้านางของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้ในตำแหน่งผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุณีผู้รู้ราตรี ขอพระเถรี
ได้โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๗๓.
มะหาปั__านะมัคคัฏฐา เขมาเถรีติ ปากะฏา สาวิกา พุทธะเสฏฐัสสะ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระพุทธสาวิกาผู้ประเสริฐสุด ปรากฎชื่อว่า พระเขมาเถรี ผู้ดำรงอยู่ในตำแหน่งผู้เลิศกว่าเหล่าบรรดาภิกษุณีผู้มีปั__ามาก
ขอพระเถรีจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๗๔.
เถรี อุปปะละวัณณา จะ อิทธิมันตีนะมุตตะมา สาวิกา พุทธะเสฏฐัสสะ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอุบลวรรณาเถรี เป็นพุทธสาวิกาผู้ประเสริฐสุด เป็นผู้เลิศกว่าเหล่าบรรดาภิกษุณีผู้มีฤทธิ์ ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวก
ข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๗๕.
วินะยัทธะรีนัง อัคคา ปะฏาจาราติ วิสสุตา ฐะปิตา อัคคัฏฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถรีผู้ปรากฎชื่อว่า พระปฏาจารา พระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้ในตำแหน่งผู้เลิศกว่าเหล่าบรรดาภิกษุณีผู้ทรงพระวินัย ขอจงประทาน
ความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๗๖.
ธัมมักกะถิกะปะวะรา ธัมมะทินนาติ นามิกา ฐะปิตา อัคคัฏฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถรีผู้มีนามว่า ธรรมทินนา พระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้ในตำแหน่ง ผู้เลิศกว่าเหล่าบรรดาภิกษุณีผู้เป็นธรรมกถึก ขอจงประทาน
ความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๗๗.
ฌายิกานัง ภิกขุนีนัง นันทาเถรีติ นาเมสา อัคคัฏฐาเน ฐิตา อะหุ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระสาวิกาชื่อว่า นันทาเถรี เป็นผู้ดำรงอยู่ในตำแหน่งผู้เลิศกว่า เหล่าบรรดาภิกษุผู้มีฌาน ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๗๘.
อารัทธะวีริยานัง อัคคา โสณาเถรีติมามิกา ฐะปิตา ตัตถะ ฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถรีนามว่า โสณา พระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้ในตำแหน่งผู้เลิศกว่าเหล่าบรรดาภิกษุณีผู้ปรารภความเพียร ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๗๙.
ทิพพะจักขุกานัง อัคคา พะกุลา อิติ วิสสุตา วิสุทธะนะยะกา สาปิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถรีผู้ปรากฎชื่อว่า พกุลา เป็นผู้มีจักษุอันบริสุทธิ์ เป็นผู้เลิศกว่าเหล่าบรรดาภิกษุณีผู้มีตาทิพย์ ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๘๐.
กุณฑะละเกสี ภิกขุนี ขิปปาภิ__านะมุตตะมา ฐะปิตาเยวะ ฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ภิกษุณีชื่อว่า กุณฑลเกสี พระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้แล้วในตำแหน่งผู้เลิศกว่า เหล่าบรรดาภิกษุณีผู้ตรัสรู้เร็ว ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๘๑.
เถรี ภัททะกาปิลานี ปุพพะชาติมะ นุสสะรี ตาสังเยวะ ภิกขุนีนัง อัคคา โสตถิง กะโรตุ โน
พระภัททกาปิลานีเถรี ผู้ระลึกถึงชาติในปางก่อนได้ เป็นผู้เลิศกว่าเหล่าบรรดาภิกษุณีผู้ระลึกชาติปางก่อนได้ ขอจงประทาน
ความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๘๒.
เถรี ตุ ภัททะกัจจานา มะหาภิ__านะมุตตะมา ชิเนนะ สุขะทุกขัง สา สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระภัททกัจจานาเถรี (พระนางยโสธรา) ผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุข เป็นคู่บารมีกับพระชินเจ้า พระพุทธเจ้าทรงตั้งเธอไว้ในตำแหน่งเป็น
ผู้เลิศกว่า เหล่าบรรดาภิกษุณีผู้มีอภิ__าอันพิเศษ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๘๓.
ลูขะจีวะระธารีนัง อัคคา กิสาปิ โคตะมี ฐะปิตา อัคคัฏฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
แม้ พระกิสาโคตมี พระศาสดาตั้งไว้ในตำแหน่งเป็นผู้เลิศกว่าเหล่าบรรดาภิกษุณี ผู้ทรงจีวรเศร้าหมอง
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๘๔.
สิงคาละมาตา ภิกขุนี สัทธาธิมิตตานะมุตตะมา กะโรตุ โน มะหาสันติง อาโรคยั_จะ สุขัง สะทา.
พระสิงคาลมาตา ภิกษุณี เป็นผู้ประเสริฐสุดแห่งเหล่าภิกษุณี ผู้มากด้วยศรัทธา
ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ ความไม่มีโรค และความสุขแก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๘๕.
อั__า ภิกขุนิโย สัพพา นานาคุณะธะรา พะหู ปาเลนตุ โน สัพพะภะยา โสกะโรคาทิสัมภะวา.
พระภิกษุณีเหล่าอื่นทั้งปวงเป็นจำนวนมาก ผู้ทรงคุณธรรมต่าง ๆ กัน ขอจงรักษาพวกข้าพเจ้า
ให้พ้นจากภัยทั้งปวง อันเกิดจากความเศร้าโศก และโรคเป็นต้น.
๑๘๖.
โสตาปันนาทะโย เสกขา สัทธาปั__าสีลาทิกา ภาคะโส กเลสะทะหะนา สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระภิกษุณีทั้งหลายผู้เป็นพระเสขบุคคล มีพระโสดาบันเป็นต้น เป็นผู้ยิ่งยวดด้วยศรัทธา ปั__า
และศีลเป็นผู้เผากิเลสได้บางส่วน ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
( พ_านาค )
๑๘๗.
สุมะโน สุมะนะจะโล อะระวาเฬระปัตตะโก จัมเปยโย มุจะลินโท จะ กัมพะโล ภุชะคิสสะโร.
สุมนะนาคราช สุมนจลนาคราช อรวาฬนาคราช เอฬปัตตกนาคราช จัมเปยยนาคราช
มุจลินทนาคราช กัมพลนาคราช ผู้เป็นให_่แห่งนาค.
๑๘๘.
กาละนาโค มะหากาโฬ สังขะปาโล มะโหทะโร มะณิกัณโฐ มะณิอักขิ นันทะนาโคปะนันทะโก.
กาละนาคราช มหากาฬนาคราช สังขะปาลนาคราช มโหทระนาคราช มณิกัณฐะนาคราช
มณิอักขินาคราช นันทะนาคราช อุปนันทะนาคราช.
๑๘๙.
วะรุโร ธะตะรัฏโฐ จะ กุงคุวิโลปะลาละโก จิตระนาโค มะหาวีโร ฉัพยาปุตโต จะ วาสุกี.
วรุณะนาคราช ธตรัฏฐะนาคราช กุงคุวิละนาคราช อปลาละกะนาคราช จิตระนาคราช
มหาวีระนาคราช ฉัพยาปุตตะนาคราช วาสุกีนาคราช.
๑๙๐.
กัณหาโคตะโม ภุชะคินโท อัคคิธูมะสิโข ตะถา จูโฬทะโร อะหิจฉัตโต นาคา เอราปะถาทะโย.
กัณหาโคตมะนาคราช นาคผู้เป็นจอมนาค อัคคิสิขะนาคราช ธูมะสิขะนาคราช
อหิจฉัตตะนาคราช จูโฬทระนาคราช พ_านาคทั้งหลาย มีเอราปะถะนาคราช เป็นต้น.
๑๙๑.
อาสีวิสา โฆระวิสา เย สัพเพ นะยะนาวุธา ชะลัฏฐา วา ถะลัฏฐา วา ปัพพะเตยยา
นะทีจะรากะโรนตุ โน มะหาโสตถิง อายุมาโรคิยัง สะทา.
หมู่นาคทั้งปวงเหล่าใดเป็นนาคราชมีพิษร้ายแรง (คือพิษแล่นไปเร็ว) มีพิษน่าสพึงกลัว มีนัยน์ตา
เป็นอาวุธ ดำรงอยู่ในน้ำดำรงอยู่บนบก ดำรงอยู่ที่ภูเขาหรือว่าเที่ยวไปในน้ำ ขอนาคราชทั้งปวง
เหล่านั้น จงประทานความสวัสดีอันประเสริฐ ความมีอายุ และความไม่มีโรคแก่พวกเข้าเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( เปรต )
๑๙๒.
นิชฌามะตัณหิกา เปตา อุสุสัตติ จะ โลมะกา มังสะปิณฑาทะโย เปตา เปตา เวมานิกาทะโย
ปาเลนตุ โน สัพพะภะยา สะทา เต สุขิโน สะทา.
นิชฌามตัณหิกะเปรต อุสุโลมกะเปรต สัตติโลมกะเปรต มังสปิณฑะเปรต เป็นต้น
เวมานิกเปรต เป็นต้น ขอเปรตทั้งหลายเหล่านั้น จงมีความสุขในกาลทุกเมื่อ
จงรักษาพวกเข้าเจ้าให้พ้นจากภัย.
( อสูร )
๑๙๓.
เย ปะหาระทะสัมพะระ พะลยาสุระคะณา จะ เย เวปะจิตตาสุระคะณา จันทาสุระคะณาทะโย.
หมู่อสูรเหล่าใด คือหมู่ปหาราทะอสูร หมู่สัมพระอสูร หมู่พลิอสูร หมู่เวปจิตตะอสูร
หมู่จันทะอสูร เป็นต้น.
๑๙๔.
สัพเพ เตปิ มะหาเตชา ภูตะยักขะนิวาระณา กะโรนตุ โน มะหาโสตถิง อาโรคยั_จะ ชะยัง สะทา.
แม้หมู่อสูรเหล่านั้นทั้งปวง มีเดชมาก ผู้สามารถป้องกันภูตและยักษ์ ขอจงประทานความสวัสดี
อันประเสริฐ ความไม่มีโรค และชัยชนะแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( เทวดา )
๑๙๕.
เย ยักขา สัตตะสะหัสสา ภุมมา กาปิละวัตถุกา อิทธิมันโต ชุติมันโต วัณณะวันโต ยะสัสสิโน.
ยักษ์ผู้เป็นภุมมเทวดาเจ็ดพันตนเหล่าใด อยู่ในเมืองกบิลพัสดุ์ มีฤทธิ์ มีความเจริ_รุ่งเรือง มีวรรณะ
มีบริวารมาก.
๑๙๖.
สัพเพ ติสะระณา ยักขา มะเหสักขา ชุตินธะรา กะโรนตุ โน มะหาโสตถิง อาโรคยั_จะ ชะยัง สะทา.
ยักษ์ (เทวดา) ทั้งปวง ผู้มีพระรัตนไตรเป็นที่พึ่ง มีศักดิ์ให_่ ผู้ทรงไว้ซึ่งความรุ่งเรือง ขอยักษ์เหล่านั้น
ขอจงประทานความสวัสดีอันประเสริฐ ความไม่มีโรคและชัยชนะ แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๙๗.
ฉะสะหัสสา เหมะวะตา ยักขา นานัตตะวัณณิโน พุทธะปูชายะ นิระตา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ยักษ์ (เทวดา) หกพันตน อยู่ที่เขาเหมวตา มีผิวพรรณวรรณะต่าง ๆ กัน ยินดีในการบูชาพระพุทธเจ้า
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๙๘.
สาตาคิรา ติสะหัสสา ยักขา นีลาทิวัณณิโน นานาปะภายะ สัมปันนา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ยักษ์ (เทวดา) สามพันตน อยู่ที่เขาสาตาคีรี มีผิวพรรณวรรณะสีเขียว เป็นต้น ผู้สมบูรณ์ด้วยรัศมีต่าง ๆ
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๙๙.
เวสสามิตตา ปั_จะสะตา ยักขา นานัตตะวัณณิโน อิทธิมันโต ชุติมันโต วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา อะภิกกามุง สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ยักษ์ (เทวดา) ห้าร้อยตน อยู่ที่เขาเวสสามิตตะ มีผิวพรรณวรรณะต่าง ๆ กัน มีฤทธิ์ มีความรุ่งเรือง
มีวรรณะ มีบริวารบันเทิงอยู่ มาชุมนุมกัน ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๐๐.
กุมภีโร ราชะคะหิโก เวปุลลัสสะ นิเวสะนัง ภิยโย นัง สะตะสะหัสสัง ยักขานัง ปะยิรุปาสะติ
โส ยักเขหิ ปะริวาโร สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
เทวดาชื่อ กุมภีระ อยู่ในพระนครราชคฤห์ วิมานของท้าวเธอนั้น ได้แก่ ยอดเขาเวปุลละ
ท้าวเธอนั้นเป็นผู้อันหมู่ยักษ์หลายแสนตนเข้ามาปรนนิบัติรับใช้ ขอท้าวกุมภีระผู้มียักษ์
เป็นบริวารนั้น จงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๐๑.
ปุริมั_จะ ทิสัง ราชา ธะตะรัฏโฐ ปะสาสะติ คันธัพพานัง อะธิปะติ มะหาราชา ยะสัสสิ โส.
ท้าวมหาราชนามว่า ธตรัฏฐะ ปกครองอยู่ในทิศบูรพา เป็นอธิบดีของพวกคนธรรพ์
ท้าวเธอมีบริวารมาก.
๒๐๒.
ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโว อินทะนามา มะหัพพะลา โส ราชา สะหะ ปุตเตหิ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
แม้บุตรของท้าวเธอก็มีมากนามว่า อินทะ มีกำลังมาก ขอท้าวธตรัฏฐะกับบุตรทั้งหลาย
จงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๐๓.
ทักขิณั_จะ ทิสัง ราชา วิรุฬโห ตัง ปะสาสะติ ภุมภัณฑานัง อะธิปะติ มะหาราชา ยะสัสสิ โส.
ท้าวมหาราชนามว่า วิรุฬหกะ ปกครองอยู่ในทิศทักษิณ เป็นอธิบดีของพวกกุมภัณฑ์
ท้าวเธอมีบริวารมาก.
๒๐๔.
ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโว อินทะนามา มะหัพพะลา วิรุฬโห สะหะ ปุตเตหิ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
แม้บุตรของท้าวเธอก็มีมากนามว่า อินทะ มีกำลังมาก ขอท้าววิรุฬหกะกับบุตรทั้งหลาย
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๐๕.
ปัจฉิมั_จะ ทิสัง ราชา วิรูปักโข ปะสาสะติ นาคานั_จะ อะธิปะติ มะหาราชา ยะสัสสิ โส.
ท้าวมหาราชนามว่า วิรูปักขะ ปกครองอยู่ในทิศปัจฉิม เป็นอธิบดีของพวกนาค
ท้าวเธอมีบริวารมาก.
๒๐๖.
ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโว อินทะนามา มะหัพพะลา วิรูปักโข สะปุตเตหิ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
แม้บุตรของท้าวเธอ ก็มีมากนามว่า อินทะ มีกำลังมาก ขอท้าววิรูปักขะกับบุตรทั้งหลาย
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๐๗.
อุตตะรั_จะ ทิสัง ราชา กุเวโร ตัง ปะสาสะติ ยักขานั_จะ อะธิปะติ มะหาราชา ยะสัสสิ โส.
ท้าวมหาราชนามว่า กุเวระ ปกครองอยู่ในทิศอุดร เป็นอธิบดีของพวกยักษ์ ท้าวเธอมีบริวารมาก.
๒๐๘.
ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโว อินทะนามา มะหัพพะลา กุเวโร สะหะ ปุตเตหิ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
แม้บุตรของท้าวเธอ ก็มีมากนามว่า อินทะ มีกำลังมาก ขอท้าวกุเวระกับบุตรทั้งหลาย
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๐๙.
ปุริมัง ทิสัง ธะตะรัฏโฐ ทักขิเณนะ วิรุฬหะโก ปัจฉิเมนะ วิรูปักโข กุเวโร อุตตะรัง ทิสัง.
ท้าวธตรัฏฐะ ประจำอยู่ในทิศบูรพา ท้าววิรุฬหกะ ประจำอยู่ในทิศทักษิณ ท้าววิรูปักขะ
ประจำอยู่ในทิศปัจฉิม ท้าวกุเวระ ประจำอยู่ในทิศอุดร
๒๑๐.
จัตตาโร เต มะหาราชา สะมันตา จะตุโร ทิสา ทัททัฬหะมานา อัฏฐังสุ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ท้าวมหาราชทั้งสี่ ผู้รุ่งเรืองดุจประทีป ประจำอยู่ในทิศทั้งสี่โดยรอบ ขอท้าวเธอ
จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๑๑.
เตสัง มายาวิโน ทาสา อาคุง วั_จะนิกา สะฐา มายา กุเฏณฑุ วิเฏณฑุ วิตุจจะ วิตุโฏ สะหะ.
พวกบ่าวของท้าวมหาราชทั้งสี่เหล่านั้น ล้วนเป็นผู้มีมายาหลอกลวงเจ้าเล่ห์ ได้แก่บ่าว
ชื่อกุเฏฑุก็ดี ชื่อวิเฏณฑุก็ดี ชื่อวิตุจจะก็ดี ชื่อวิตุฏะก็ดี.
๒๑๒.
จันทะโน กามะเสฏโฐ จะ กินนุฆัณฑุ นิฆัณฑุ จะ ปะนาโท โอปะมั_โ_ จะ เทวะสูโต จะ มาตะลิ.
ชื่อจันทนะก็ดี ชื่อกามเสฏฐะก็ดี ชื่อกินนุฆัณฑุดี ชื่อนิฆัณฑุและปนาทะเทวดาก็ดี
ชื่อโอปมั__ะเทวดาก็ดี เทพสารถีชื่อมาตลิก็ดี ต่างก็มาแล้วสู่ที่ชุมนุม.
๒๑๓.
จิตตะเสโน จะ คันธัพโพ นะโฬราชา ชะเนสะเภ วะโร ปั_จะสิโข เจวะ ติมพะรู สูริยะวัจฉะสา.
เทพคนธรรพ์ชื่อว่าจิตตะ ชื่อว่าปั_จสิขะ (ผู้ปรารถนาให้ได้นางสุริยวัจฉสาเทพธิดา)
ชื่อว่าติมพรู ชื่อว่าสุริยวัจฉสาเทพธิดา (ผู้เป็นบุตรีของท้าวติมพรู).
๒๑๔.
เอเต จั_เ_ จะ ราชาโน คันธัพพา จะ มะหัพพะลา โมทะมานา สะทา โสตถิง โน กะโรนตุ อะนามะยัง.
ขอพระราชาทั้งหลาย เทพคนธรรพ์ เทพคนธรรพ์เหล่านี้ และเทพเหล่าอื่น ผู้มีกองกำลังมหาศาล บันเทิงอยู่
ขอจงประทานความสวัสดี และความไม่มีโรคแก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๑๕.
มะหันตา นาคะสา นาคา เวสาลา สะหะ ตัจฉะกา กัมพะลัสสะตะรา จาปิ เมรุปาทะสิตา พะลา.
เหล่านาคอาศัยอยู่ในสระน้ำชื่อว่า นาคส จำนวนมาก พร้อมกับบริวารของท้าวตัจฉกะ และนาค
ผู้อาศัยอยู่ในนครเวสาลี และกัมพลนาคราช อัสสตรนาคราช ผู้มีพละกำลังผู้อาศัยอยู่ที่เชิงเขาสุเมรุ.
๒๑๖.
ยามุนา ธะตะรัฏฐา จะ สัพเพ นาคา ยะสัสสิโน เอราวะโณ มะหานาโค โน กะโรนตุ อะนามะยัง.
นาคผู้อยู่ในแม่น้ำยมุนา และนาคชื่อว่าธตรัฏฐะ และนาคทั้งหลายทั้งปวง ผู้มีบริวารเป็นจำนวนมาก
และท้าวเอราวัณ ผู้มีชื่อว่ามหานาค ขอจงประทานความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๒๑๗.
มะหิทธิกา สุปัณณา เย นาคะราเช มะหัพพะเล คะเหตวา ชินะเขตเตวะ ปักขันทิงสุ นะเภ พะลา เต
พุทธสะระณา สัพเพ โสตถิง กะโรนตุ โน สะทา.
ครุฑเหล่าใด เป็นผู้มีฤทธิ์เดช ผู้ทรงพลัง จับนาคราชผู้ทรงพลังในแดนที่ตนชนะนั่นเทียว แล้วบินไป
ในท้องฟ้า ครุฑทั้งปวงเหล่านั้นเป็นผู้นับถือ พระพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่ง ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๑๘.
ปะฐัพยาโป จะ เตโช จะ วาโย เทวา มะหิทธิกา อุปะจาเรนะ นิพพัตตา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
เทวดาชื่อว่าปฐวี อาโป เตโช และวาโยผู้มีฤทธิ์มาก บังเกิดด้วยอุปจารฌานของตน ๆ
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๑๙.
วะรุณา วาระณา เทวา โสโม จะ ยะสะสา สะหะ เมตตาการุณิกา สัพเพ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
วรุณะเทพ วารณาเทพ โสมะเทพ พร้อมทั้งยะสะเทพ เมตตาเทพ กรุณาเทพ
ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๒๐.
ปัณณาสะ โยชะนายาเม วิมาเน ระตะนามะเย ฐิโต ตะเม วิหันตวานะ สูริโย โสตถิง กะโรนตุ โน.
สุริยเทพบุตร ผู้อาศัยอยู่ในสุริยะวิมาน ที่สำเร็จด้วยรัตนะ ซึ่งมีความยาวห้าสิบโยชน์
ขอจงทำลายความมืด แล้วประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๒๑.
จันโท สีตะกะโร โลเก ปะภายุชชะลิโตทะโย มะหันธะการะวิทธังสี สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
จันทะเทพบุตร ผู้ประทานความร่มเย็นแก่ชาวโลกส่องสว่างปรากฎขึ้นด้วยรัศมี มีปกติทำลาย
ความมืดมน ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๒๒.
เวณฑุ จะ สะหะสี เทวา อะสะมา จะ ทุเว ยะมา จันทัสสูปะนิสา เทวา เทวา สูริยะนิสสิตา
พุทธัสสะ มามะกา สัพเพ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
เวณฑุเทพ สหสีเทพ อสมเทพ ยมะเทพทั้งสอง เทพผู้อาศัยจันทะเทพบุตร เทพผู้อาศัยสุริยเทพบุตร
และเทพทั้งหลายทั้งปวงผู้นับถือพระพุทธเจ้า ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๒๓.
นักขัตตานิ ปุรักขัตวา เทวา มันทะวะลาหะกา สักโก ปุรินทะโท เสฏโฐ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
เทพทั้งหลาย ผู้พึ่งพาอาศัยนักษัตร (ดวงดาว) วลาหกะเทพ ทั้งหลายผู้ยังให้บังเกิดลม ท้าวสักกะ
ผู้เคยให้ทานมาก่อน ผู้ได้รับการยกย่อง ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๒๔.
มะหันตา สะหะภู เทวา ชะละมัคคิสิขาริวะ อะริฏฐะกา จะ โรชา จะ อุมมาปุปผะ นิภาสิโน.
สหภูเทพผู้ประเสริฐ ผู้รุ่งเรืองดุจเปลวไฟ (หรือ ชลมัคคิเทพ สิขาริจเทพ) อริฏฐเทพ โรชเทพ
ผู้มีรัศมีเช่นกับดอกอุมมา คือ ดอกผักตบ.
๒๒๕.
วะรุณา สะหะธัมมา จะ อัจจุตา จะ อะเนชะกา สูเลยยะรุจิรา เทวา เทวา วาสะวะเนสิโน ทะเสเต
ทะสะธา กายา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
วรุณเทพ สหธัมมเทพ อัจจุตเทพ อเนชกเทพ สูเลยยเทพ รุจิราเทพ วาสวเนสีเทพ ขอเหล่าทวยเทพ
สิบจำพวกเหล่านี้ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๒๖.
สะมานา มะหาสะมานา มานุสา มานุสุตตะมา ขิฑฑาปะโทสิกา เทวา เทวา มะโนปะโทสิกา.
สมานเทพ มหาสมานเทพ มานุสเทพ มานุสุตตมะเทพ ขิฑฑาปโทสิกเทพ มโนปโทสิกเทพ.
๒๒๗.
อะถาปิ หะระโย เทวา เทวา โลหิตะวาสิโน ปาระคา มะหาปาระคา สัพเพ เทวา ยะสัสสิโน
ทะเสเต ทะสะธา กายา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
อนึ่ง หริเทพ โลหิตวาสีเทพ ปารคเทพ มหาปารคเทพ เทพทั้งปวงล้วนมีบริวาร ขอเหล่าทวยเทพ
ทั้งสิบจำพวกเหล่านี้ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๒๘.
สุกกา กะรัมภา อะรุณา อาคุง เวฆะนะสา สะหะ โอทาตะคัยหา ปาโมกขา อาคุง เทวา วิจักขะณา.
สุกกเทพ กรัมภเทพ อรุณเทพ มาแล้วพร้อมกับ เวฆะนะสะเทพ โอทาตคัยหะเทพ ผู้เป็นให_่และ
วิจักขณะเทพ ก็มา.
๒๒๙.
สะทามัตตา หาระคะชา มิสสะกา จะ ยะสัสสิโน ถะนะยัง อาคะปัชชุโน โย ทิสาสวะภิวัสสะติ.
สทามัตตเทพ หาระคะชะเทพ มิสสะกะเทพ ผู้มีบริวารก็มา ปัชชุนะเทพ ผู้ทำให้ฝนตกทั่วทิศก็มา.
๒๓๐.
ทะเสเต ทะสะธา กายา สัพเพ นานัตตะวัณณิโน อิทธิมันโต ชุติมันโต วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา ชินะทานา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
เหล่าเทวดาสิบจำพวกเหล่านี้ทั้งปวง ล้วนมีรัศมีต่าง ๆ กัน มีฤทธิ์ มีความรุ่งเรือง มีวรรณะ มีบริวาร
บันเทิงอยู่ ผู้ประทานชัยชนะ ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๓๑.
โลกะธาตุสะหัสเสสุ ทะสะสเววะ สะมันตะโต เทวาทะโย ปาณะคะณา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ในหมื่นโลกธาตุโดยรอบนั่นเทียว ขอหมู่สัตว์มี เทวาเป็นต้น ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๓๒.
เขมิยา กัฏฐะกายา จะ โชตินามา มะหิทธิกา ลัมพีตะกา ลามะเสฏฐา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ขอเขมิยเทพ กัฏฐกายเทพ โชติเทพผู้มีฤทธิ์มากลัมพีตกเทพ ลามเสฏฐเทพ จงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๓๓.
ชะลัฏฐา จะ ถะลัฏฐั_เ_ เทวากาสัฏฐะกาทะโย ยักขะคันธัพพะกุมภัณฑา ปิสาจา เย
มะโหระคา เมตตะจิตตา จะ สัพเพ เต โสตถิง ผาสุง กะโรนตุ โน.
เทพเหล่าอื่นอันมีเทพที่อยู่ในน้ำ เทพที่อยู่บนบก เทพที่อยู่ในอากาศเป็นต้น และยักษ์ คนธรรพ์
กุมภัณฑ์ ปีศาจและนาคราชทั้งปวง ขอจงมีจิตเมตตาประทานความสวัสดี และความผาสุก
แก่พวกข้าพเจ้าเถิด
๒๓๔.
ตาวติงสา จะ เย เทวา ยามา เทวา มะหิทธิกา ตุสิตา จะ มะหาเทวา นิมมานะระติโนมะรา.
ทวยเทพชั้นดาวดึงส์ ชั้นยามาผู้ทรงฤทธิ์ ทวยเทพชั้นดุสิต ชั้นนิมมานรดี.
๒๓๕.
วะสะวัตตีสุ ระติโน สัพเพ เทวา สะวาสะวา พุทธะปูชายะ นิระตา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ทวยเทพชั้นปรนิมมิตตวสวัตตี ขอทวยเทพทั้งปวงดังที่กล่าวมานี้ พร้อมทั้งท้าววาสวะ(พระอินทร์)
ผู้มีความยินดีในการบูชาพระพุทธเจ้า ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( พรหม )
๒๓๖.
พรัหมาโน ปาริสัชชา จะ เย จะ พรัหมะปุโรหิตา มะหาพรัหมา จะ สัพเพ เต ปะฐะมัชฌา นะสัณฐิโน.
พรหมผู้ดำรงอยู่ในปฐมฌานเหล่านี้คือ ปาริสัชชาพรหม ปุโรหิตาพรหม และ มหาพรหมาพรหม.
๒๓๗.
เมตตาวิหาริโน สันตา สัมพุทธัสสะ ปะรายะนา กะโรนตุ โน มะหาโสตถิง เสกขาเสกขะ ปุถุชชะนา.
ขอพรหมทั้งปวงเหล่านั้น ผู้มีปกติอยู่ด้วยเมตตา ผู้สงบ ผู้มีพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง ผู้เป็นทั้งเสกขะ
พระอรหันต์ และปุถุชน ขอจงประทานความสวัสดีอันประเสริฐแก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๒๓๘.
ปะริตตาภัปปะมาณาภา พรหมา จาภัสสะรา ตะถา พุทธะปูชายะ นิระตา ทุติยัชฌานะสัณฐิโน.
พรหมผู้ดำรงอยู่ในทุติยฌานเหล่า ผู้ยินดีในการบูชาพระพุทธเจ้าเหล่านี้คือ ปริตตาภาพรหม
อัปปมาณาพรหม และ อาภัสสราพรหม.
๒๓๙.
เมตตากรุณิกา สัพเพ สัพพะสัตตะหิเตสิโน กะโรนตุ โน มะหาสันติง โสตถิมา โรคยะมายุวัง.
ขอพรหมทั้งปวง ผู้มีปกติเมตตา กรุณา แสวงหาความเกื้อกูลให้แก่สัตว์ทั้งปวง จงประทานความสงบ
อันประเสริฐ ความสวัสดี ความไม่มีโรค และความมีอายุ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๒๔๐.
ปะริตตะสุภา พรัหมาโน อัปปะมาณะสุภา จะ เย สุภะกิณหา จะ พรัหมาโน ตะติยัชฌา นะสัณฐิโน.
พรหมผู้ดำรงอยู่ในตติยฌานเหล่านี้ คือ ปริตตสุภาพรหม อัปปมาณสุภาพรหม และ สุภกิณหาพรหม.
๒๔๑.
ปะภายะ ผะระณา โลเก พุทธะฌานะระตา สะทา อะหิงสา สัพพะสัตเตสุ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ขอพรหมทั้งหลายเหล่านั้น ผู้แผ่รัศมี ไปในโลก ผู้ยินดีในพุทธฌาน ผู้ไม่เบียดเบียนสรรพสัตว์ทั้งปวง
จงประทานความสงบ แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๔๒.
เวหัปผะลาปิ พรัหมาโน จะตุตถัชฌา นะสัณฐิโน เสกขะปุถุชชะนาเสกขา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
พรหมผู้ดำรงอยู่ใน จตุตถฌาน ผู้เป็นเสกขะ ปุถุชน และอเสกขะคือ เวหัปผลาพรหม ขอจงประทาน
ความสงบแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๔๓.
สัมปัตติยา นะ หายันติ พรัหมาโน ชินะสาวะกา อะวิหานามะกา สัพเพ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
พรหมทั้งหลายผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าย่อมไม่เสื่อมจากฌานสมาบัติ เพราะเหตุนั้นจึงได้ชื่อว่า
อวิหาพรหม ขออวิหาพรหมทั้งปวงเหล่านั้น ขอจงประทานความสงบ
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๔๔.
อะตัปปา นามะ พรัหมาโน จะตุตถัชฌานะสัณฐิโน พรัหมะวิหาริกา สัพเพ โสตถิง ผาสุง กะโรนตุ โน.
ขอพรหม อตัปปาพรหม ทั้งปวง ผู้มีพรหมวิหาร ดำรงอยู่ในจตุตถฌาน จงประทานความสวัสดี
และความผาสุก แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๔๕.
สุทัสสา นามะ พรัหมาโน ภิรูปา ฌานะโภคิโน อะปุนาคะมะนา กาเม สันติง ผาสุง กะโรนตุ โน.
ขอเหล่าพรหมชื่อว่า สุทัสสา ผู้มีรูปงาม ผู้เสวยฌาน ผู้ไม่กลับมาในกามภูมิอีก จงประทานความสงบ
และความผาสุก แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๒๔๖.
พรัหมะวิหาระสัมปันนา ชินะภัตติปะรายะนา พรัหมาโน สุทัสสี นามะ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ขอเหล่าพรหมชื่อว่า สุทัสสี ผู้สมบูรณ์ด้วยพรหมวิหาร ผู้มีความนับถือพระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะ
จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๔๗.
อะกะนิฏฐา จะ พรัหมาโน เชฏฐา สัพพะคุเณหิ จะ ปะหีนะภะนิสเนหา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ขอเหล่าพรหมผู้เจริ_ที่สุดด้วยคุณทั้งปวง ชื่อว่า อกนิฏฐา ผู้ละความสิเน่หาในภพได้แล้ว
จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๔๘.
ปะฐะมารูปะพรัหมาโน สัพพะรูปะวิราคิโน ชินะภัตติระตา สัพเพ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ขอเหล่าอรูปพรหมชั้นที่ ๑ ทั้งปวง ผู้ปราศจากความกำหนัดในรูป ยินดีในการภักดีพระชินเจ้า
จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๔๙.
ทุติยายูปะพรัหมาโน เหฏฐาฌานะวิราคิโน ชินะภัตติระตา สัพเพ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ขอเหล่าอรูปพรหมชั้นที่ ๒ ทั้งปวง ผู้ปราศจากความพอใจในฌานเบื้องต่ำ ยินดีในการภักดีพระชินเจ้า
จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๕๐.
ตะติยารูปะพรัหมาโน เหฏฐาฌานะวิราคิโน ชินะภัตติระตา สัพเพ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ขอเหล่าอรูปพรหมชั้นที่ ๓ ทั้งปวง ผู้ปราศจากความพอใจในฌานเบื้องต่ำ ยินดีในการภักดีพระชินเจ้า
จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๕๑.
จะตุตถารูปะพรัหมาโน เหฏฐาฌานะวิราคิโน ชินะภัตติระตา สัพเพ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ขอเหล่าอรูปพรหมชั้นที่ ๔ ทั้งปวง ผู้ปราศจากความพอใจในฌานเบื้องต่ำ ยินดีในการภักดีพระชินเจ้า
จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( บุคคลประเภทรวม )
๒๕๒.
เวเทเหปะระโคยาเน ชัมพุทีเป กุรุมหิ จะ เทวะยักขะปิสาเจหิ สัทธิง วิชชาธะราทะโย.
ขอเหล่าวิทยาธร กับเทวดา ยักษ์ และปีศาจ ในวิเทหทวีป อปรโคยานทวีป ชมพูทวีปและอุตตรกุรุทวีป.
๒๕๓.
อากาสัฏฐา จะ พรัหมาโน ชะลัฏฐา จันตะลิกขะชา ทวิปะทาทะโย เย สัตตา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
อากาสัฏฐเทวดา และพรหม สัตว์ทั้งหลายมีสัตว์ ๒ เท้า เป็นต้น ผู้ดำรงอยู่ในน้ำ ผู้เกิดในอากาศ
จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( อานุภาพแห่งพระรัตนตรัย )
๒๕๔.
มาระเสนะวิฆาตัสสะ ชินัสสะ สุขะฌายิโน เตโชพะเลนะ มะหะตา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ด้วยพระเดชานุภาพอันยิ่งให_่ของพระชินเจ้า ผู้ทรงขจัดมาร และเสนามาร ผู้เสวยสุขในฌาน
ด้วยพลังเดชอันยิ่งให_่ ขอมงคลจงมีแก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๕๕.
นานาคุณะวิจิตตัสสะ รูปะกายัสสะ สัตถุโน สัพพะเทวะมะนุสสานัง มาระพันธะวิโมจิโน
เมตตาพะเลนะ มะหะตา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ด้วยอานุภาพแห่งพระเมตตาอันยิ่งให_่ ของพระศาสดา ทรงมีพระวรกายอันงามวิจิตรด้วยคุณต่าง ๆ
ผู้ทรงปลดเปลื้องเหล่าทวยเทพ และมนุษย์ทั้งปวง ให้หลุดพ้นจากบ่วงแห่งมาร ขอมงคลจงมีแก่
พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๕๖.
สัพพั__ุตาทิกายัสสะ ธัมมะกายัสสะ สัตถุโน จักขาทยะโคจะรัสสาปิ โคจะรัสเสวะ ภูริยา เตโชพะเลนะ
มะหะตา สัพพะมังคะละมัตถุ โน.
ด้วยพระเดชานุภาพอันยิ่งให_่ แห่งพระธรรมกาย คือ หมู่ธรรม มีพระสัพพั__ุต_านเป็นต้น
ของพระพุทธเจ้าทั้งหลายอันไม่ใช่อารมณ์ของจักษุ เป็นต้น แต่เป็นอารมณ์ของปั__าเท่านั้น
ขอสรรพมงคล จงมีแก่พวกข้าพระองค์เถิด.
๒๕๗.
รูปะกายะสะทิสัสสะ นิมมิตัสสะ มะเหสิโน ธัมมัสสะ วัตตุโน สัคเค เทวานัง สุคะตา ปะติ เตโชพะเลนะ
มะหะตา สะทา มังคะละมัตถุ โน.
ด้วยพระเดชานุภาพอันยิ่งให_่ของพระพุทธปฏิมา ที่ทรงเนรมิตขึ้นให้เหมือนรูปจริงแทนพระพุทธองค์
ผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งให_่ เมื่อทรงแสดงอภิธรรมแก่เหล่าทวยเทพในชั้นดาวดึงส์
ขอมงคลจงมีแก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๕๘.
สิกขิตวา มานุเส เทเว โมจะยิตวา สะเทวะเก สังเขเร ปะชะหันตัสสะ นิพพุตัสสะ มะเหสิโน มะหันเตนานุภาเวนะ
สัพพะมังคะละมัตถุ โน.
ด้วยพระอานุภาพอันยิ่งให_่ของพระพุทธเจ้า ผู้ทรงฝึกเหล่ามนุษย์ และเทวดา ให้หลุดพ้นจาก
บ่วงมาร ผู้ทรงละสังขาร ดับขันธ์ปรินิพพาน ขอสรรพมงคล จงมีแก่พวกข้าพระองค์เถิด.
๒๕๙.
จะตุราสีติสะหัสสะ ธัมมักขันธัสสะ เตชะสา นะวังคะสาสะนัสสาปิ นะวะโลกุตตะรัสสะ จะ สัพพะปาปะปะวาเห นะ
สัพพะมังคะละมัตถุโน.
ด้วยพระเดชานุภาพของพระธรรม แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ ด้วยพระเดชานุภาพแห่งนวังคสัตถุศาสน์ และด้วย
พระเดชานุภาพแห่งนวโลกุตตรธรรม อันนำบาปทั้งปวงออกไป ขอสรรพมงคลจงมีแก่พวกข้าพระองค์เถิด.
๒๖๐.
มะหะโตริยะสังฆัสสะ ปุ__ักเขตตัสสะ ตาทิโน ปะหีนะสัพพะปาปัสสะ สีลาทิกขันธะธาริโน
มะหาเตชานุภาเวนะ สัพพะมังคะละมัตถุ โน.
ด้วยพระเดชานุภาพอันยิ่งให_่ ของพระอริยสงฆ์ผู้ประเสริฐ ผู้เป็นเนื้อนาบุ_ ผู้ไม่หวั่นไหวต่อ
โลกธรรม ผู้ทรงละบาปทั้งปวง ผู้ทรงไว้ซึ่งคุณมีศีลเป็นต้น ขอสรรพมงคลจงมีแก่พวกข้าพระองค์เถิด.
( อานุภาพของเทวดาต่าง ๆ )
๒๖๑.
ปาตาเล ภูตะลากาเส เทวะยักขะปิสาจะกา วิชชาธะรา จะ คันธัพพา นาคะกุมภัณฑะรักขะสา
สัพเพสะมานุภาเวนะ สัพพะมังคะละมัตถุ โน.
ด้วยอานุภาพแห่งหมู่เทวดา ยักษ์ ปีศาจ และวิทยาธร คนธรรพ์ นาค กุมภัณฑ์ และรากษส
ผู้อาศัยอยู่ในบาดาลก็ดี บนพื้นดินก็ดี ในอากาศก็ดี ขอสรรพมงคล จงมีแก่พวกข้าพระองค์เถิด.
( อานุภาพของอุปปาตะสันติ )
๒๖๒.
อิจเจวะมุปปาตะสันติง โย วะเทยยะ สุเณยยะ วา วิเชยยะ สัพพะปาปานิ วุทธัตตั_จะ ภะวิสสะติ.
ผู้ใดสวดหรือฟังคัมภีร์ อุปปาตะสันติ อันกล่าวแล้วด้วยประการฉะนี้ จะพึงชนะบาปทั้งปวง
และจักเจริ_ด้วยคุณ ๕ ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณ.
๒๖๓.
โสตถิกาโม ละเภ โสตถิง สุขะกาโม สุขัง ละเภ อายุกาโม ละเภยยายุง ปุตตะกาโม ละเภ สุเต.
ผู้ใดปรารถนาความสวัสดี พึงได้ความสวัสดี ผู้ปรารถนาความสุข พึ่งได้ความสุข
ผู้ปรารถนาอายุ พึงได้อายุ ผู้ประสงค์บุตร พึงได้บุตร.
๒๖๔.
นะ ตัสสะ โรคา พาเธนติ วาตะปิตตาทิสัมภะวา อะกาละมะระณัง นัตถิ นะ เทโว วิสะโมสะเร.
โรคที่เกิดจากลม จากดีเป็นต้น ย่อมไม่เบียดเบียนบุคคลนั้น ความตายในกาลอันไม่สมควร
ย่อมไม่มีแก่บุคคลนั้น มิจฉาเทวดา ย่อมไม่รังแกต่าง ๆ นา ๆ.
๒๖๕.
นะ จุปปาตะภะยัง ตัสสะ โนปิ ปัตตะภะยัง ตะถา นัสสันติ ทุนนิมิตตานิ ปาปะกัมมัฏฐิตานิ
จะ ฑีฆะมายุ มะหาโสตถิง อาโรคยั_จะ สะทา ภะเว.
เคราะห์ร้ายและภัย ย่อมไม่มีแก่เขา นิมิตร้าย และสิ่งที่ตั้งขึ้นเพราะบาปกรรมย่อมพินาศไป
ความมีอายุยืน ความสวัสดีอันประเสริฐ และความไม่มีโรค จะพึงมีแก่เขาในกาลทุกเมื่อ.
๒๖๖.
โย สุตวาปิ มะหาสันติง สังคามัง ปะวิเส นะโร วิชะเย เวริโน สัพเพ นะ สัตเถหยะภิภูยะเต.
ผู้ใดฟังคัมภีร์อุปปาตะสันติอันประเสริฐแล้ว พึงเข้าไปสู่สมรภูมิ บุคคลนั้นอันศาสตรา
ไม่กล้ำกราย ย่อมชนะข้าศึกทั้งมวล.
๒๖๖.
สัพพะทา ละภะเต ปีติง วิปัตติง นาวะคาหะติ โรเคหิ นาภิภูยะเต สะวัตถูปิ วิวัฑฒะเต.
เขาย่อมได้ซึ่งความอิ่มใจในกาลทุกเมื่อ ความวิบัติ ย่อมไม่มากล้ำกราย ย่อมไร้โรคา
ย่อมเจริ_ด้วยทรัพย์ศฤงคาร.
๒๖๗.
ยัตระ เทเส วะโกวะกา พาฬหะกา รักขะสาทะโย อุปปาตะสันติโฆเสนะ สัพเพ ตัตถะ สะมันติ เต.
สัตว์ร้ายน้อยให_่ และรากษสเป็นต้น ผู้อยู่ในป่าเขาลำเนาไพรทั้งหลายทั้งปวง ย่อมสงบ
ด้วยเสียงแห่งการสวดคาถาอุปปาตะสันติ.
๒๖๘.
ยะมุททิสสะ วะเท สันติง สะชีวั_จาปยะชีวิตัง โส มุจจะเต มะหาทุกขา ปัปโปติ สุคะติง สะทา.
บุคคลสวดคัมภีร์อุปปาตะสันติ อุทิศให้ผู้ใดที่มีชีวิตอยู่ หรือไม่มีชีวิตอยู่ บุคคลนั้นย่อมพ้นจาก
มหันตทุกข์ ย่อมเข้าถึงสุคติภพในกาลทุกเมื่อ.
๒๗๐.
เทวัฏฐาเน นะคะเร วา นิจจะมุปปาตะสันติยา ปาละกา เทวะราชาโน เตชะสิรีวิวัฑฒะนา.
ท้าวเทวราชทั้งหลาย ผู้ปกปักรักษาเนืองนิจ ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ หรือในพระนคร
เป็นผู้เจริ_ด้วยเดชและสิริมงคล ด้วยคัมภีร์อุปปาตะสันตินี้
๒๗๑.
ปะฐัพยาปาทิสั_ชาตา อุปปาตา จันตะลิกขะชา อินทาทิชะนิตุปปาตา ปาปะกัมมะสะมุฏฐิตา
สัพพุปปาตา วินัสสันติ เตชะสุปปาตะสันติยาติ.
เหตุร้ายอันเกิดจากแผ่นดินไหว และน้ำท่วม เป็นต้น
เหตุร้ายที่เกิดจากฟากฟ้า เหตุร้ายอันเกิดจากจันทรุปราคา เป็นต้น
เหตุร้ายที่เกิดจากบาปกรรม เหตุร้ายทั้งปวงเหล่านั้นจักพินาศไป ด้วยเดชแห่งอุปปาตะสันติ.
อุปปาตะสันติ นิฏฐิตา.
อุปปาตะสันติ ทางเมืองเหนือเรียกว่า มหาสันติงหลวง แปลว่า บทสวดเพื่อสงบเคราะห์กรรม สวดเพื่อสงบเหตุร้ายและสวดเพื่อสงบสิ่งที่กระทบกระเทือน สวดเพื่อสงบสิ่งที่กระทบกระเทือน คัมภีร์อุปปาตะสันติ เป็นวรรณกรรมภาษาบาลีของล้านนาไทย แต่งโดย พระมหามังคละสีลวังสะ พระเถระนักปราช_์ของชาวเชียงใหม่รูปหนึ่ง ในสมัยของ พระเจ้าสิริธรรมจักกวัตติลกราชาธิราช (พระเจ้าติโลกราช) รัชกาลที่ ๑๑ แห่งราชวงศ์มังรายระหว่าง พ.ศ.๑๙๘๕ - ๒๐๓๐ เป็นคาถาล้วนจำนวน ๒๗๑ คาถา คัมภีร์อุปปาตะสันติ เป็นคัมภีร์ของไทย แต่ต้นฉบับได้จากเมืองไทยไปอยู่เมืองพม่าเสียนาน จนแทบกล่าวได้ว่า คนไทยในสมัยหลัง ๆ นี้ไม่มีใครรู้จัก ไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อของคัมภีร์นี้ แต่บัดนี้เป็นที่โสมนัสยินดียิ่งที่เจ้าคุณธรรมคุณาภรณ์ (เช้า ฐิตะปั_โ_) ป.ธ.๙ วัดมหาโพธาราม ปากน้ำโพจังหวัดนครสวรรค์ ท่านได้ชำระคัมภีร์นี้เป็นภาษาบาลีอักษรไทยเพื่อความสะดวกแก่ผู้อ่านที่ไม่สันทัดบาลี โดยได้ต้นฉบับภาษาบาลีอักษรพม่าจากท่าน พระอาจารย์ภัททันตะ ธัมมานันทมหาเถระอัครมหาบัณฑิต แห่งวัดท่ามะโอ จังหวัดลำปาง
นับว่า เป็นการนำคัมภีร์ของล้านนาไทยโบราณ กลับคืนมาสู่เมืองไทยให้ชาวไทยในยุคปัจจุบันได้รู้จัก ได้ศึกษา ได้สวดได้ฟังให้เกิดประโยชน์ทางสันติ เพื่อความสงบระงับจากภัยพิบัติทั้งปวง และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวล้านนาชาวไทย ตลอดจนชาวโลกทั้งหลายหลักฐานคัมภีร์ อุปปาตะสันติ ฉบับหนึ่งในล้านนาไทย ซึ่งเขียนไว้ในสมุดข่อย หมึกจีน อาบน้ำชาด ที่เรียกว่าประวัติย่อ ดังนี้...ในปีจุลศักราช๑๒๗๙ ปีดับไก๊ เดือน ๘ เหนือ เพ็_ วันศุกร์ ปีกุน สัปตศก พ.ศ.๒๔๗๘ เจ้าภาพเขียนต้นฉบับนี้ คือ นายน้อยปิง มารวิชัย บ้านประตูท่าแพเป็นประธานพร้อมทั้งภริยาลูกและ_าติทุกคน ได้จ้างคนเขียนธรรม ๕ ผูก คือมลชัย ๑ ผูก..อินทนิล ๑ ผูก..สังยมาปริตตคลสูตร ๑ มังผูก..นัครฐาน๑ ผูก...อุปปาตสันติ ๑ ผูก รวม ๕ ผูก พร้อมทั้งสร้างบ่อน้ำถวาย พระครูบาศรีวิชัย (ปฏิคาหก) ทานวัดศรีโสดา และถนนขึ้นดอยสุเทพ ขอกุศลบุ_เยี่ยงนี้ จงเป็นปัจจัยค้ำชูตัวแห่งผู้ข้า ฯ (นายน้อยปิง) ทั้งหลายทุกคนตราบถึงนิพพานในอนาคตกาลโน้นเทอ_ ฯ
อานุภาพของอุปปาตะสันติ
-
ผู้ใดสวดหรือฟัง อุปปาตะสันติ อันกล่าวแล้วด้วยประการฉะนี้ บุคคลนั้นจะพึงชนะจากสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง
จักเจริ_ด้วยคุณ ณ ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ
-
ความวิบัติย่อมไม่มาแผ้วพาน ย่อมได้รับความอิ่มใจในกาลทุกเมื่อ
ยาพิษ และศาสตราวุธย่อมไม่กล้ำกราย ย่อมชนะข้าศึกทั้งมวล
-
โรคาพยาธิย่อมไม่เบียดเบียน ย่อมเจริ_ด้วยทรัพย์ศฤงคาร
-
ภัยจากมนุษย์ อมนุษย์ และสัตว์ร้ายน้อยให_่ย่อมสงบไปด้วยเสียงแห่งการสวด อุปปาตะสันติ
-
ผู้ที่สวด อุปปาตะสันติ แล้วอุทิศให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วก็ดี ที่ยังมีชีวิต ทวยเทพเทวดาทั้งหลาย
ท้าวพระยามหากษัตริย์ทั้งหลายอยู่ก็ดี จักช่วยให้เขาเหล่านั้น พ้นจากมหันตทุกข์ ย่อมเข้าถึงสุขในกาลทุกเมื่อ
-
จักเป็นผู้เจริ_ด้วยเดช และสิริมงคล ด้วยกฤตยานุภาพแห่งพระคาถา อุปปาตะสันติ
-
เหตุร้ายอันเกิดจากภัยธรรมชาติ มีแผ่นดินไหว และน้ำท่วม เหตุร้ายอันเกิดจากสุริยุปราคาจันทรุปราคา เป็นต้น
-
เหตุร้ายอันเกิดจากฟากฟ้า เหตุร้ายอันเกิดจากบาปกรรม เหตุร้ายทั้งปวงจักพินาศไปด้วยเดชแห่ง อุปปาตะสันติ
อุปปาตะสันติ หรือ มหาสันติงหลวง
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ( ๓ จบ )
คันถารัมภะ ( คำเริ่มต้นคัมภีร์ )
(ก)
สุทุททะโส อะยัง ธัมโม โลกัตถัง ชินะเทสิโต มะหาสันติกะโร โลเก สัพพะสัมปัตติทายะโก.
ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้เพื่อประโยชน์ของสัตว์โลก เป็นธรรมที่เห็นได้ยากยิ่ง สำหรับธรรมที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นธรรมที่สามารถ
กระทำความสงบอันประเสริฐ และสามารถประทานซึ่งสมบัติทั้งปวง.
(ข)
สัพพุปปาตู ปะสะมะโณ ภูตะยักขะนิวาระโณ อะกาละ มัจจุสะมะโณ โสกะโรคะ วินาสะโน.
เป็นเครื่องสงบเหตุร้ายทั้งปวง เป็นเครื่องป้องกันอมนุษย์และยักษ์ เป็นเครื่องระงับความตายก่อนกำหนดเวลา เป็นเครื่องขจัดความ
เศร้าโศก และโรค.
(ค)
ปะระจักกะปะมัททะโน รั_โ_ วิชะยะวัฑฒะโน สัพพานิฏฐะหะโร สันโต ธัมมัง วักขามิ ภูตะโต.
เป็นเครื่องย่ำยีกำลังของข้าศึก เป็นเครื่องจำเริ_ชัยชนะแด่พระราชา เป็นเครื่องนำสิ่งที่ไม่น่าปรารถนาทั้งปวงออกไป เป็นธรรม
อันประเสริฐ ข้าพเจ้า ( พระสีละวังสะมหาเถระ ) จักแสดงคุณธรรมเช่นนั้นตามสภาพที่เป็นจริง.
(ฆ)
วัตถุตตะยัสสะ โย ยัตถะ สังวัณเณติ คุณุตตะเม ตัสสะ ตัตถะ สุขาโรคฺยะ โสตถิโย โหนติ สัพพทา.
ณ ที่ใดมีผู้กล่าววาจาสรรเสริ_พระคุณอันประเสริฐของพระรัตนตรัยด้วยจิตที่เลื่อมใส ณ ที่นั้น ความสุข ความสบายและความสวัสดี
ย่อมมีแก่ผู้นั้นตลอดกาลทุกเมื่อ.
พระพุทธเจ้าในอดีต ๒๘ พระองค์ ( ในสารมัณฑกัป ๔ พระองค์ )
๑.
ตัณหังกะโร มะหาวีโร สัพพะโลกานุกัมปะโก วันตะสังสาระคะมะโน สัพพะกามะทะโท สะทา.
พระตัณหังกร สัมมาสัมพุทธเจ้าผู้แกล้วกล้ามาก ผู้อนุเคราะห์สัตว์โลกทั้งปวง ผู้คลายตัณหา อันเป็นเหตุท่องเที่ยวไปในสังสารวัฎ
ได้แล้ว ผู้ประทานสิ่งที่น่าปรารถนาทั้งปวงให้ในกาลทุกเมื่อ.
๒.
สัพพาภิภู สัพพะวิทู สัพพะเทวะคะรุตตะโม สัพพาสะวะปะริกขีโณ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ผู้ทรงครอบงำธรรมทั้งปวง ทรงรู้แจ้งธรรมทั้งปวง ทรงเป็นครูผู้ยอดเยี่ยมของมนุษย์และเทวดาทั้งปวง ทรงสิ้นอาสวะทั้งปวงแล้ว
โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระพุทธเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๓.
วะระลักขะณะสัมปันโน เมธังกะโร มะหามุนิ ชุตินธะโร มะหาสิรี สุวัณณะคิริสันนิโภ.
พระจอมมุนีพระนามว่า เมธังกร ผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยพระลักษณะอันเลิศ ผู้ทรงไว้ ซึ่งพระรัศมีผู้ทรงมีพระสิริยิ่งให_่รุ่งเรืองดุจ
สุวรรณคีรี.
๔.
ทิพพะรูโป มะหากาโย มะหานาโถ มะหัพพะโล มะหาการุณิโก สัตถา มะหาสันติง กะโรตุ โน.
ผู้ทรงมีพระรูปเพียงดังท้าวมหาพรหม มีพระวรกายอันประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะ ทรงเป็นที่พึ่งอันประเสริฐ มีกำลังมาก
ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณา ทรงเป็นพระศาสดา โปรดประทานความสงบอันยิ่งให_่ แก่พวกข้าพระองค์เถิด.
๕.
มะหาโมหะตะมัง หันตฺวา โย นาโถ สะระณังกะโร เทวาเทวะมะนุสสานัง โลกานั_จะ หิตังกะโร.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สรณังกร ทรงเป็นที่พึ่ง ทรงกำจัดความมืดมน คือ อวิชชาได้แล้ว ทรงกระทำประโยชน์เกื้อกูล
แก่สัตว์โลก กล่าวคือ เหล่าทวยเทพ อสูร และมนุษย์ทั้งหลาย.
๖.
พฺยามัปปะภาภิรุจิโต นิโครธะปะริมัณฑะโล นิโคฺรธะปักกะพิมโพฏโฐ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สรณังกร พระองค์นั้นผู้ทรงรุ่งเรืองด้วยพระรัศมีแผ่ออกไปหนึ่งวาโดยรอบ ผู้ทรงมีพระวรกาย
เป็นปริมณฑล(ความสูงของกายเท่ากับความยาวของวา) ดุจต้นนิโครธ ผู้ทรงมีพระโอฏฐ์แดงเรื่อดุจผลตำลึงสุกที่ต้นนิโครธ
(นิสสยะ ฉบับพม่าแปลว่า ดุจผลนิโครธสุก) โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๗.
อะสีติระตะนุพเพโธ ทีปังกะโร มะหามุนิ ปะภา นิทธาวะเต ตัสสะ ฐาเน ทฺวาทะสะ โยชะเน.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ทีปังกร มีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงเป็นพระมหามุนี พระรัศมีของพระองค์แผ่ออกไปในที่
สิบสองโยชน์.
๘.
วัสสัสสะตะสะหัสสานิ ฐัตฺวา โลเก วินายะโก โลกาโลกะกะโร สัตถา สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระองค์ทรงพระชนม์อยู่ในโลกหนึ่งแสนปี ทรงนำเวไนยสัตว์สู่พระนิพพาน ทรงเป็นพระศาสดา ผู้ประทานแสงสว่างแก่โลก
โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( ในสารกัป ๑ พระองค์ )
๙.
อัฏฐาสีติหัตถุพเพโธ โกณฑั_โ_ นามะ นายะโก สัพพะธัมเมหิ อะสะโม สัพพะปาริมิตาคะโม.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โกณฑั__ะ มีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงเป็นผู้นำ ทรงเป็นผู้ไม่มีบุคคลเสมอด้วยธรรมทั้งปวง
ทรงถึงความเป็นผู้มีบารมีทั้งปวง.
๑๐.
วัสสัสสะตะสะหัสสานิ อายุ ตัสสะ มะเหสิโน โมเจตุ โส สัพพะภะยา สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ทรงเป็นพระผู้แสวงหาคุณอันยิ่งให_่มีพระชนมายุหนึ่งแสนปี ขอพระองค์โปรดเปลื้องพวกข้าพระองค์ ให้พ้นจากภัยทั้งปวง
โปรดประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( ในสารมัณฑกัป ๔ พระองค์ )
๑๑.
อัฏฐาสีติระตะนานิ อัจจุคคะโต ชุตินธะโร มังคะโล นามะ สัมพุทโธ นะวุติสะหัสสายุโก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า มงคล มีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงไว้ซึ่งพระรัศมี ทรงมีพระชนมายุเก้าหมื่นปี.
๑๒.
ฉัพพัณณะรังสิโย ทะสะ สะหัสสะโลกะธาตุโย ผะรันตา ตัสสะ ฉาเทนติ เอสะ โสตถิง กะโรตุ โน.
พระฉัพพรรณรังสีของพระองค์ แผ่ปกคลุมโลกธาตุหนึ่งหมื่นของพระองค์ ขอพระองค์โปรดประทานความสวัสดีแก่พวก
ข้าพระองค์เถิด.
๑๓.
นะวุฒิระตะ นุพเพโธ สุมะโน นามะ นายะโก กั_จะนาจะละสังกาโส นะวุฒิสะหัสสายุโก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สุมนะ มีพระวรกายสูงเก้าสิบศอก ทรงเป็นผู้นำ ทรงเป็นผู้เปรียบประดุจสุวรรณคีรี ทรงมี
พระชนมายุเก้าหมื่นปี.
๑๔.
อุเปโต พุทธะคุเณหิ สัพพะสัตตะหิเตสะโก กะโรตุ โน มะหาสันติง อาโรคฺยั_จะ สุขัง สะทา.
ทรงประกอบด้วยพระพุทธคุณทั้งหลาย ทรงแสวงหาความเกื้อกูลแก่เหล่าสัตว์โลกทั้งปวง โปรดประทานความสงบร่มเย็น
ความไม่มีโรค และความสุข แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๕.
อะสีติระตะนุพเพโธ สัฏฐีสะหัสสะอายุโก เรวะโต นามะ สัมพุทโธ สัพพะโลกุตตะโร มุนิ.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า เรวัต มีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงมีพระชนมายุหกหมื่นปี ทรงประเสริฐกว่าสัตว์โลกทั้งปวง
ทรงรู้แจ้งโลกทั้งปวง.
๑๖.
ตัสสะ สะรีเร นิพพัตตา ปะภามาลา อะนุตตะรา ผะรันตา โยชะเน นิจจัง สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
แสงแห่งพระรัศมีอันไม่มีที่เปรียบ อันเกิดแต่พระวรกายของพระองค์ แผ่ไปตอลอดแนวหนึ่งโยชน์เป็นนิจ โปรดประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๗.
โสภิโต นามะ สัมพุทโธ นะวุติสะหัสสายุโก สังสาระสาคะเร สัตเต พะหู โมเจติ ทุกขะโต.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โสภิต ทรงมีพระชนมายุเก้าหมื่นปี ทรงเปลื้องสัตว์โลกเป็นจำนวนมากจากทุกข์ในห้วงมหาสมุทร
คือ สังสารวัฎ.
๑๘.
อัฏฐะปั__าสะระตะนัง อัจจุคคะโต มะหามุนิ โอภาเสติ ทิสา สัพพา สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระองค์ทรงมีพระวรกายสูงห้าสิบศอก ทรงเป็นพระมหามุนีผู้ประเสริฐ ทรงยังทิศทั้งปวงให้สว่างไสว โปรดประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( ในวรกัป ๓ พระองค์ )
๑๙.
อะโนมะทัสสี สัมพุทโธ เตชัสสี ทุระติกกะโม อัฏฐะปัณณาสะระตะโน โอภาเสนโต สะเทวะเก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า อโนมทัสสี ผู้อันศัตรูไม่สามารถกล้ำกรายได้ ทรงมีพระวรกายสูงห้าสิบแปดศอก ทรงกระทำ
มนุษย์โลก พร้อมทั้งเทวโลกให้สว่างไสวอยู่.
๒๐.
นิพพานะปาปะโก โลเก วัสสัสสะตะสะหัสสายุ กะโรตุ โน มะหาสันติง สุขิตา จะ มะยัง สะทา.
พระองค์ทรงยังสัตว์โลกให้ถึงพระนิพพาน ทรงมีพระชนมายุหนึ่งแสนปี โปรดประทานความสงบร่มเย็นแก่พวกข้าพระองค์ในกาล
ทุกเมื่อเถิด อนึ่งขอให้พวกข้าพระองค์ จงเป็นผู้มีความสุขในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๑.
ปะทุโม นามะ สัมพุทโธ โลกะเชฏโฐ นะราสะโภ อัฏฐะปั__าสะระตะโน อาทิจโจวะ วิโรจะติ.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุม ทรงเป็นผู้ประเสริฐกว่าเหล่าสัตว์โลกทั้งปวง ทรงมีพระวรกายสูงห้าสิบแปดศอก ทรงรุ่งโรจน์
ประดุจพระอาทิตย์.
๒๒.
วัสสัสสะตะสะหัสสานิ อายุ ตัสสะ มะเหสิโน โสปิ พุทโธ การุณิโก สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระองค์ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งให_่ ทรงมีพระชนมายุหนึ่งแสนปี โปรดประทานความสงบร่มเย็น แก่พวกข้าพระองค์ในกาลทุกเมื่อเถิด
อนึ่งขอให้พวกข้าพระองค์ จงเป็นผู้มีความสุขในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๓.
อัฏฐาสีติระตะนุพเพโธ นาระโท สัพพะกามะโท นิรันตะรัง ทิวารัตติง โยชะนัง ผะระเต ปะภา.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า นารทะ ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบแปดศอก ทรงประทานสิ่งที่น่าชอบใจทั้งปวง พระรัศมีของ
พระองค์แผ่ไปสู่ที่หนึ่งโยชน์ตลอดวันและคืนเป็นนิจ.
๒๔.
นะวุติวัสสะสะหัสสานิ ฐัตฺวา โลเก วินายะโก โมเจติ ทุกขะโต สัตเต โสปิ โสตถิง กะโรตุ โน.
พระองค์ทรงแนะนำสั่งสอนสัตว์โลกให้หลุดพ้นจากวัฏฏทุกข์ ทรงมีพระชนมายุเก้าหมื่นปี โปรดประทานความสวัสดีแก่พวก
ข้าพระองค์เถิด.
( ในสารกัป ๑ พระองค์ )
๒๕.
อัฏฐะปัณณาสะระตะโน ปะทุมุตตะโร มะหามุนิ ตัสสะ ปากะติกา รังสี ผะรันติ ทฺวาทะสะ โยชะเน.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ ทรงมีพระวรกายสูงห้าสิบแปดศอก พระรัศมีอันมีอยู่โดยธรรมชาติของพระองค์
แผ่ไปถึงสิบสองโยชน์.
๒๖.
วัสสัสสะตะสะหัสสานิ ฐัตฺวา โลเกมะตันทะโท โมเจติ พันธะนา สัตเต โสปิ ปาเลตุ โน สะทา.
พระองค์ทรงประทานอมฤตธรรม คือ พระนิพพาน ทรงดำรงพระชนม์อยู่ในโลกตลอดหนึ่งแสนปี ทรงเปลื้องหมู่สัตว์โลกให้พ้นจาก
กิเลสเครื่องผูกมัด ขอพระองค์โปรดคุ้มครองพวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๗.
อัฏฐาสีติระตะนานิ อัจจุคคะโต มะหามุนิ สุเมโธ นามะ สัมพุทโธ นะวุติสะหัสสายุโก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สุเมธะ ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบแปดศอก ทรงเป็นพระมหามุนีผู้ประเสริฐทรงมีพระชนมายุ
เก้าหมื่นปี.
๒๘.
ตัสสะ ปากะติกา รังสี ผะรันติ โยชะนัง สะทา ปาเลตุ โน สะทา พุทโธ ภะเยติ วิวิเธหิ จะ.
พระรัศมีอันมีอยู่โดยปกติของพระองค์แผ่ไปตลอดหนึ่งโยชน์ในกาลทุกเมื่อ ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า สุเมธะ นั้น โปรดคุ้มครอง
พวกข้าพระองค์ให้พ้นจากภัยต่าง ๆ.
๒๙.
ปั__าสะระตะนุพเพโธ สุชาโต นามะ นายะโก เหมะวัณโณ มะหาวีโร มะหาตะมะวิโนทะโน.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สุชาตะ ทรงมีพระวรกายสูงห้าสิบศอก ทรงเป็นผู้นำ ทรงมีพระฉวีประดุจทอง ทรงเป็น
ผู้แกล้วกล้ายิ่ง ทรงบรรเทาความมืด คือ โมหะ.
๓๐.
นะวุติวัสสะสะหัสสานิ อายุ ตัสสะ มะเหสิโน โสปิ พุทโธ การุณิโก สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า สุชาตะ แม้นั้นผู้ทรงมีพระชนมายุเก้าหมื่นปี ทรงมีพระมหากรุณา โปรดประทานความสวัสดีแก่พวก
ข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อ.
( ในวรกัป ๓ พระองค์ )
๓๑.
อะสีติระตะนุพเพโธ ปิยะทัสสี มะหามุนิ นะวุติวัสสะสะหัสสานิ ฐัตฺวา โลกัคคะนายะโก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ปิยะทัสสี ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงเป็นมุนีผู้ประเสริฐ ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
สู่พระนิพพาน ทรงดำรงพระชนม์อยู่ตลอดเก้าหมื่นปี.
๓๒.
โสปิ สัพพะคุณูเปโต สัพพะโลกะสุขัปปะโท สัพพะโทสัง วินาเสนโต สัพพัง โสตถิง กะโรตุ โน.
ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า ปิยะทัสสี แม้นั้น ผู้ทรงประกอบด้วยคุณทั้งปวง ทรงให้ความสุขแก่โลกทั้งปวง ทรงกำจัดโทษทั้งปวง
โปรดประทานความสวัสดีทั้งปวงแก่พวกข้าพระองค์เถิด.
๓๓.
อะสีติระตะนุพเพโธ อัตถะทัสสี นะราสะโภ วัสสัสสะตะสะหัสสานิ โลเก อัฏฐาสิ นายะโก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า อัตถทัสสี ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงเป็นนระผู้ประเสริฐ ทรงเป็นผู้นำ ทรงดำรง
พระชนม์อยู่ในโลกตลอดหนึ่งแสนปี.
๓๔.
ตัสสะ ปากะติกา รังสี ผะรันติ โยชะนัง สะทา นิรันตะรัง ทิวารัตติง นาโถ โสตถิง กะโรตุ โน.
พระรัศมีอันมีอยู่โดยปกติของพระองค์แผ่ไปได้หนึ่งโยชน์ ตลอดกลางวันและกลางคืนในกาลทุกเมื่อเป็นนิจ พระองค์ผู้เป็นที่พึ่ง
โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์เถิด.
๓๕.
ธัมมะทัสสี จะ สัมพุทโธ อะสีติหัตถะมุคคะโต อะติโรจะติ เตเชนะ สะเทวาสุระมานุเส.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ธัมมทัสสี ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงรุ่งโรจน์ ด้วยพระเดชานุภาพยิ่งกว่าโลก
ซึ่งประกอบด้วยเหล่าทวยเทพ อสูร และมนุษย์ทั้งหลาย.
๓๖.
วัสสัสสะตะสะหัสสานิ ฐัตฺวา โลเก มะหายะโส สัพพะสัตเต ปะโมเจติ ภะยา รักขะตุ โน สะทา.
พระองค์ผู้ทรงมีชื่อเสียงและ บริวารอันยิ่งให_่ ดำรงพระชนม์อยู่ในโลกตลอดหนึ่งแสนปี ทรงเปลื้องสัตว์ทั้งปวงจากภัย
โปรดคุ้มครองพวกข้าพระองค์ ให้พ้นจากภัยในกาลทั้งปวงเถิด.
( ในสารกัป ๑ พระองค์ )
๓๗.
สิทธัตโถ นามะ สัมพุทโธ สัฏฐิระตะนะมุคคะโต ติภะเว โสตถิชะนะโก สะตัสสะหัสสะ อายุโก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สิฏธัตถะ ทรงมีพระวรกายสูงหกสิบศอก ทรงยังความสวัสดีให้เกิดขึ้นในภพทั้งสาม ทรงมี
พระชนมายุหนึ่งแสนปี.
๓๘.
สังสาระสาคะรา โลเก สันตาเรตฺวา สะเทวะเก นิพพาเปสิ จะ โส สัตถา สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ขอพระศาสดาพระนามว่า สิฏธัตถะ นั้น ผู้ทรงยังหมู่มนุษย์พร้อมทั้งเหล่าทวยเทพให้ข้ามพ้นจากห้วงมหาสมุทร คือ สังสารวัฏ และ
ให้ถึงพระนิพพาน โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ในกาลทุกเมื่อ.
๓๙.
สัฏฐิระตะนะมุพเพโธ ติสโส โลกัคคะนายะโก อะนูปะโม อะสะทิโส อะตุโล อุตตะโม ชิโน.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ติสสะ ทรงมีพระวรกายสูงหกสิบศอก ทรงเป็นบุคคลผู้นำชั้นเลิศของโลก ไม่มีบุคคลเทียบเท่า
ไม่มีบุคคลเสมอเหมือน ไม่มีบุคคลเปรียบปาน ทรงเป็นผู้สูงสุด ทรงเป็นผู้ชนะมารทั้งปวง.
๔๐.
วัสสัสสะตะสะหัสสานิ อายุ ตัสสะ มะเหสิโน อาโรคยั_จะ มะหาสุขัง โหตุ โน ตัสสะ เตชะสา.
ด้วยพระเดชานุภาพของพระพุทธเจ้าพระนามว่า ติสสะ พระองค์นั้น ผู้ทรงมีพระชนมายุหนึ่งแสนปี ขอความไม่มีโรค
และความสุขอันประเสริฐ จงมีแก่พวกข้าพระองค์เถิด.
๔๑.
อัฏฐะปัณณาสะระตะโน ผุสโส โลกัคคะนายะโก ชะนัมพุชัง วิโพเธนโต นิพพาเปนโต สะเทวะเก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ผุสสะ ทรงมีพระวรกายสูงห้าสิบแปดศอก ทรงเป็นบุคคลผู้นำชั้นเลิศของโลก ทรงยังดอกบัว
คือ หมู่ชนให้เบิกบาน ทรงยังหมู่มนุษย์ พร้อมทั้งเหล่าทวยเทพให้ถึงพระนิพพาน.
๔๒.
นะวุติวัสสะสะหัสสานิ ฐัตฺวา โลเก มะหายะโส อุทธะรันโต พะหู สัตเต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระองค์ทรงมีชื่อเสียงและบริวารอันยิ่งให_่ ทรงดำรงพระชนม์อยู่ในโลกตลอดเก้าหมื่นปี ผู้ทรงนำสัตว์โลกจำนวนมากออกจาก
สังสารวัฏ โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๔๓.
อะสีติระตะนุพเพโธ วิปัสสี โลกะนายะโก ปะภา นิทธาวะเต ตัสสะ สะมันตา สัตตะ โยชะเน.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า วิปัสสี ทรงมีพระวรกายสูงแปดสิบศอก ทรงเป็นผู้นำของสัตว์โลก พระรัศมีของพระองค์แผ่ไป
ตลอดเจ็ดโยชน์โดยรอบ.
๔๔.
โสปิ เทวะมะนุสสานัง พันธะนา ปะริโมจะติ อะสีติสะหัสสายุโก นาโถ โสตถิง กะโรตุ โน.
ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า วิปัสสี แม้นั้น ผู้ทรงมีพระชนมายุแปดหมื่นปี ทรงเป็นที่พึ่งทรงเปลื้องเทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย
จากเครื่องผูกคือกิเลส โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพระองค์เถิด.
( ในมัณฑกัป ๒ พระองค์ )
๔๕.
สัตตะตีหัตถะมุพเพโธ สิขี นาเมสะ นายะโก ปะภา นิทธาวะเต ตัสสะ สะมันตา โยชะนัตตะเย.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใด ทรงมีพระวรกายสูงเจ็ดสิบศอก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นพระนามว่า สิขี ทรงเป็นผู้นำ
พระรัศมีของพระองค์แผ่ไป ตลอดสามโยชน์โดยรอบ
๔๖.
โสปิ อะตุลฺโย สัมพุทโธ สัตตะตีสะหัสสายุโก กะโรตุ โน มะหาสันติง สุขิตา จะ มะยัง สะทา.
ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า สิขี แม้นั้นผู้ทรงไม่มีผู้เปรียบทรงมีพระชนมายุเจ็ดหมื่นปี โปรดประทานความสงบอันประเสริฐแก่
พวกข้าพระองค์ อนึ่งขอพวกข้าพระองค์ จงเป็นผู้ถึงความสงบสุขในกาลทุกเมื่อเถิด.
๔๗.
เวสสะภู นามะ สัมพุทโธ เหมะรูปะสะมูปะโม สัฏฐีระตะนะมุพเพโธ สัฏฐี จะ สะหัสสายุโก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า เวสสภู ผู้มีพระฉวีประดุจทอง ทรงมีพระวรกายสูงหกสิบศอก ทรงมีพระชนมายุหกหมื่นปี.
๔๘.
พฺรัหฺมะเทวะมะนุสเสหิ นาคาสุระทิเชหิ วา ปูชิโตปิ สะทา นาโถ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า เวสสภู แม้นั้นผู้อันหมู่พรหม เทวดา มนุษย์ นาค อสูรและครุฑ พากันบูชาแล้วทรงเป็นที่พึ่ง
โปรดประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( ในภัททกัปนี้ ๕ พระองค์ ผ่านไปแล้ว ๓ พระองค์ )
๔๙.
ตาฬีสะระตะนุพเพโธ กะกุสันโธ มะหามุนิ ตัสสะ กายา นิจฉะรันติ ปะภา ทฺวาทะสะ โยชะเน.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า กกุสันธะ ทรงมีพระวรกายสูงสี่สิบศอก ทรงเป็นมุนีผู้ประเสริฐ พระรัศมีจากพระวรกายของ
พระองค์ แผ่ซ่านไปสิบสองโยชน์.
๕๐.
จัตตาฬีสะสะหัสสานิ ตัสสะ อายุ อะนุตตะโร กะโรตุ โส สะทา นาโถ อายุง สุขัง พะลั_จะ โน.
ขอพระพุทธเจ้าพระนามว่า กกุสันธะ แม้นั้น ผู้ทรงมีพระชนมายุสี่หมื่นปี ทรงเป็นผู้ไม่มีใครเปรียบทรงเป็นที่พึ่ง โปรดประทานอายุ
ความสุขและกำลังให้แก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๕๑.
โกนาคะมะนะ สัมพุทโธ ติงสะหัตถะสะมุคคะโต ติงสะวัสสะสะหัสสานิ อายุ ตัสสะ มะเหสิโน.
พระโกนาคมนะ สัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงมีพระวรกายสูงสามสิบศอก ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งให_่ ทรงมีพระชนมายุสามหมื่นปี.
๕๒.
ธัมมามะเตนะ ตัปเปตา เทวะสังฆัง สุราละเย มะหีตะเล จะ ชะนะตัง สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ทรงยังหมู่ทวยเทพบนสวรรค์ และหมู่มนุษย์บนพื้นโลก ให้อิ่มเอิบด้วยอมตธรรม คือ พระนิพพาน โปรดประทานความสวัสดีแก่พวก
ข้าพระองค์ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๕๓.
กัสสะโป นามะ สัมพุทโธ ธัมมะราชา ปะภังกะโร วีสะตีหัตถะมุพเพโธ วีสัสสะหัสสะอายุโก.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า กัสสปะ ทรงเป็นพระธรรมราชา ทรงมีพระรัศมี ทรงมีพระวรกายสูงยี่สิบศอก ทรงมีพระชนมายุ
สองหมื่นปี.
๕๔.
อะนูปะโมสะมะสะโม เทวะสัตถา อะนุตตะโร กะโรตุ โน มะหาสันติง อาโรคฺยั_จะ ชะยัง สะทา.
พระองค์ไม่มีผู้เปรียบปานเสมอเหมือน ทรงเป็นศาสดาของเหล่าทวยเทพ ทรงเป็นผู้ผู้ยอดเยี่ยม โปรดประทานความสงบอันประเสริฐ
ความไม่มีโรค และชัยชนะแก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( พระพุทธเจ้าในปัจจุบัน ๑ พระองค์ )
๕๕.
อัฏฐาระสะหัตถุพเพโธ โคตะโม สักกะยะวัฑฒะโน สัพพั__ู สัพพะติละโก สัพพะโลกะสุขัปปะโท.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โคดม ทรงมีพระวรกายสูงสิบแปดศอก ทรงเป็นผู้เชิดชูศากยวงศ์ ทรงตรัสรู้ธรรมทั้งปวง
ทรงเป็นผู้โดดเด่นกว่าชนทั้งปวง ทรงประทานความสุขให้แก่สัตว์โลก.
๕๖.
สัมพุทโธ สัพพะธัมมานัง ภะเคหิ ภาคฺยะวา ยุโต วิชชาจะระณะสัมปันโน โสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุ โน.
ขอพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โคดม ผู้ตรัสรู้ธรรมทั้งปวง ทรงประกอบด้วยบุ_ ทรงมีพระบารมีอันสูงสุด ทรงเพรียบพร้อม
ด้วยวิชชาและจรณะ โปรดประทานความสวัสดี และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพระองค์เถิด.
๕๗.
อัพภาตีตา จะ สัมพุทธา อะเนกะสะตะโกฏิโย สัพพะโลกะมะภิ__ายะ สัพพะสัตตานุกัมปิโน.
อนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย ๆ ร้อยโกฎิ ซึ่งเสด็จล่วงลับไปแล้ว ทรงประจักษ์โลกทั้งปวงด้วยพระ_าณแล้ว จึงทรงอนุเคราะห์
เหล่าสรรพสัตว์.
๕๘.
สัพพะเวระภะยาตีตา สัพพะโลกะสุขัปปะทา สัพพะโทสัง วินาเสนตา สัพพะโสตถิง กะโรนตุ โน.
ทรงล่วงพ้นเวร และภัยทั้งปวง ทรงประทานความสุขแก่สรรพสัตว์ ทรงกำจัดโทษทั้งปวง ขอทรงประทานความสวัสดี แก่พวก
ข้าพระองค์เถิด.
( พระพุทธเจ้าในอนาคต ๑ พระองค์ )
๕๙.
อะนาคะเต จะ สัมพุทโธ เมตเตยโย เทวะปูชิโต มะหิทธิโก มะหาเทโว มะหาสันติง กะโรตุ โน.
ก็ในอนาคตพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า เมตเตยยะ ทรงเป็นผู้ที่หมู่ทวยเทพบูชาแล้ว ทรงมีฤทธิ์มาก ทรงเป็นผู้ประเสริฐ
กว่าเทวดาทั้งปวง โปรดประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพระองค์เถิด.
( พระปัจเจกพุทธเจ้า )
๖๐.
สัพเพ ปัจเจกะสัมพุทธา นิโรธะฌานะโกวิทา นิราละยา นิราสังกา อัปปะเมยยา มะเหสะโย.
พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งปวง ทรงปรีชา_าณในนิโรธสมาบัติ และฌานสมาบัติ ทรงปราศจาก ความกำหนัดยินดี
หมดความรังเกียจ ทรงคุณอันหาประมาณมิได้ ทรงแสวงหาคุณอันประเสริฐ.
๖๑.
ทูเรปิ วิเนยเย ทิสฺวา สัมปัตตา ตังขะเณนะ เต สันทิฏฐิกะผะเล กัตฺวา สะทา สันติง กะโรนตุ โน.
พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านี้ เห็นหมู่เวไนยสัตว์แม้ในที่ไกล ก็ทรงเสด็จไปช่วยเหลือสัตว์เหล่านั้นให้ได้รับประโยชน์
โดยพลัน โปรดประทานความสงบแก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( นวโลกุตตรธรรม ๙ และปริยัติธรรม ๑ )
๖๒.
สฺวากขาตะตาทิสัมปันโน ธัมโม สะปะริยัตติโก สังสาระสาคะรา โลเก ตาเรติ ชินะโคจะโร.
พระธรรม พร้อมทั้งปริยัติที่สมบูรณ์ด้วยคุณ มีความเป็นธรรม ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้วเป็นต้น เป็นอารมณ์ของพระพุทธเจ้า
เป็นเหตุยังสัตว์โลกให้ข้ามพ้นสาคร คือ สังสารวัฏ.
๖๓.
กิเลสะชาละวิทธังสี วิสุทโธ พุทธะเสวิโต นิพพานะคะมะโน สันโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ขอพระธรรมอันบริสุทธิ์ยิ่ง อันมีปกติทำลายข่ายคือกิเลส เป็นธรรมที่พระพุทธองค์ทรงเจริ_แล้ว เป็นธรรมอันประเสริฐอันยังสัตว์ให้ถึง
พระนิพพาน โปรดประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( พระสังฆรัตตะ )
๖๔.
สีลาทิคุณะสัมปันโน สังโฆ มัคคะผะเล ฐิโต ชิตินทฺริโย ชิตะปาโป ทักขิเณยโย อะนุตตะโร.
พระสงฆ์ผู้สมบูรณ์ด้วยคุณ มีศีลเป็นต้น ดำรงอยู่ในมรรคและผล ชนะอินทรีย์แล้ว ชนะบาปแล้ว เป็นทักขิเณยยบุคคลผู้ยอดเยี่ยม.
๖๕.
อะนาสะโว ปะริสุทโธ นิราสาโส ภะวาภะเว นิพพานะโคจะโร สันโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ขอพระอริยสงฆ์ผู้ไม่มีอาสวะ ผู้บริสุทธิ์ ผู้หมดความปรารถนาในภพน้อยภพให_่ ผู้มีจิตจดจ่อในพระนิพพาน เป็นสัตบุรุษ
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
( พระเถระชั้นผู้ให_่ ๑๐๘ พระองค์ )
๖๖.
อั__าตะโกณฑั__ัตเถโร รัตตั__ูนัง อัคโค อะหุ ธัมมะจักกาภิสะมะโย สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอั__าโกณฑั__ะเถระ เป็นผู้เลิศกว่าเหล่าภิกษุผู้รู้ราตรี ผู้บรรลุเป็นพระโสดาบัน ด้วยพระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๖๗.
วัปปัตเถโร มะหาปั_โ_ มะหาตะมะวิโนทะโน มะหาสันติกะโร โลเก มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระวัปปะเถระ ผู้มีปั__ามาก ผู้กำจัดความมืดคือโมหะ ผู้กระทำความสงบอันประเสริฐในโลก ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ
แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๖๘.
ภัททิโย ภัททะสีโล จะ ทักขิเณยโย อะนุตตะโร โลกัตถะจะริโต เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระภัททิยเถระ ผู้มีศีลงาม ผู้เป็นทักขิเณยยบุคคล ผู้ยอดเยี่ยม ผู้บำเพ็_ประโยชน์แก่โลก ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๖๙.
มะหานาโม มะหาปั_โ_ มะหาธัมมะวิทู สุโต ม ะหาขีณาสะโว เถโร มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระมหานามะเถระ ผู้มีปั__ามาก ผู้ตรัสรู้ธรรมอันประเสริฐ ผู้มีชื่อเสียง เป็นพระขีณาสพผู้ประเสริฐ ขอจงประทานสงบอันยิ่งให_่
แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๗๐.
อัสสะชิตเถโร มะหาปั_โ_ ชิตะมาโร ชิตินทฺริโย ชิตะปัจจัตถิโก โลเก สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอัสสชิเถระ ผู้มีปั__ามาก ผู้ชนะมารผู้ชนะอินทรีย์ ผู้ชนะศัตรูในโลก ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๗๑.
อะนุปุพพิกะถัง สุตฺวา ยะโส เอกัคคะมานะโส อัคคะธัมมะมะนุปปัตโต โสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุโน.
พระยสเถระ ผู้ฟังอนุปุพพิกถาแล้ว มีจิตตั้งมั่นบรรลุพระอรหัตผล อันเป็นธรรมอันเลิศ ขอจงประทานความสวัสดี และความไม่มีโรค
แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๗๒.
จัตฺวาธิกา จะ ปั__าสะ เถรา คิหิสะหายะกา ปัตฺวานะ ปะระมัง สันติง สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
และพระเถระผู้เป็นพระอรหันต์ ๕๔ รูป ผู้เคยเป็นพระสหายของพระยส เมื่อครั้งยังเป็นผู้ครองเรือน บรรลุแล้วซึ่งพระนิพพาน
อันประเสริฐ ขอจงประทานความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๗๓.
เย ติงสะ ภัททะวัคคิยา รูเปนาตุละวัณณิโน ขีณาสะวา วะสีภูตา เต กะโรนตุ อะนามะยัง.
พระภัททวัคคีย์ ผู้เป็นเถระสามสิบองค์ ผู้มีรูปทรง และผิวพรรณอันหาใครเปรียบปานมิได้ สิ้นอาสวะแล้วเป็นผู้ชนะตน
(มีความชำนา_ในการเข้าฌาน) ขอจงประทานความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๗๔.
อุรุเวละกัสสะโปปิ มะหาปะริสานะมุตตะโม ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
แม้ พระอุรุเวลกัสสปะ ผู้เป็นเลิศในตำแหน่งแห่งภิกษุผู้มีบริษัทมาก ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๗๕.
โย นะทีกัสสะปัตเถโร ปุ__ักเขตโต อะนุตตะโร สะสังโฆ สีละสัมปันโน สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
แม้พระเถระนามว่า นทีกัสสปะ ผู้เป็นเนื้อนาบุ_อันประเสริฐ ผู้มีภิกษุเป็นศิษย์ ๓๐๐ เป็นบริวาร ผู้สมบูรณ์ด้วยศีล
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๗๖.
ธัมมะปัชชะลิโต สันโต โย เถโร คะยากัสสะโป สังยุตโต ภะวะนิสฺเนเห สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถระนามว่า คะยากัสสปะ ผู้รุ่งเรืองด้วยธรรม ผู้สงบ ผู้เข้าถึงพระนิพพานอันเป็นที่ปราศจากภวตัณหา ขอจงประทานความ
สวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๗๗.
โลกะนาถัง ฐะเปตฺวานะ ปั__ะวันตานะ ปาณินัง ปั__ายะ สาริปุตตัสสะ กะลัง นาคฆะติ โสฬะสิง.
ในบรรดาสรรพสัตว์ผู้มีปั__าทั้งหลายเว้นพระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งของโลกแล้ว สัตว์ใด ๆ ย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่สิบหกแห่งปั__าของ
พระสารีบุตร.
๗๘.
สาริปุตโต มะหาปั_โ_ ปะฐะโม อัคคะสาวะโก ธัมมะเสนาปะตี เสฏโฐ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ขอ พระสารีบุตร มีปั__ามาก ผู้เป็นอัครสาวกองค์ที่หนึ่ง ผู้เป็นธรรมเสนาบดี ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เลิศทางปั__า
ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๗๙.
ปาทังคุลิกะมัตเตนะ เวชะยันตะปะกัมปะโน ปะฐะวิง มะหะติง สัพพัง สะมัตโถ ปะริวัตติตุง.
พระมหาเถระใด ผู้สามารถยังเวชยันต์ปราสาท (ปราสาทของพระอินทร์) ให้หวั่นไหว แม้ด้วยเพียงหัวแม่เท้าเท่านั้น ผู้สามารถพลิก
แผ่นดินให_่ทั้งหมดได้.
๘๐.
โมคคัลลาโน มะหาเถโร ทุติโย อัคคะสาวะโก อิทธิมันตานัง โส อัคโค สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
แม้พระมหาเถระนั้นนามว่า โมคคัลลานะ ผู้เป็นพระอัครสาวกองค์ที่สอง เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีฤทธิ์ทั้งหลาย ขอจงประทาน
ความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๘๑.
มะหากัสสะปัตเถโรปิ อุตตัตตะกะนะกันนิโภ ธุตะคุณัคคะนิกขิตโต ตะติโย สัตถุสาวะโก.
พระมหาเถระนามว่า กัสสปะ ผู้มีผิวพรรณอันงดงามดุจเนื้อทองคำบริสุทธิ์ ผู้ได้รับยกย่องให้เป็นผู้เลิศในทางธุดงค์คุณ
เป็นพระอัครสาวกองค์ที่สามของพระศาสดา.
๘๒.
อะรั__ะวาสาภิระโต ปังสุกูละธะโร มุนิ สุคะตัสสาสะนะธะโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
เป็นผู้ยินดียิ่งในการอยู่ป่า ผู้ทรงผ้าบังสุกุล เป็นมุนีผู้รู้โลกทั้งภายในและภายนอก ผู้ทรงไว้ซึ่งคำสอนของพระสุคต ขอจงประทาน
ความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๘๓.
อาปัตติอะนาปัตติยา สะเตกิจฉายะ โกวิโท วินะเย อัคคะนิกขิตโต อุปาลิ สัตถุวัณณิโต.
พระอุบาลีเถระ ผู้ฉลาดในอาบัติและมิใช่ อาบัติและในอาบัติที่เยียวยาได้และเยียวยาไม่ได้ ผู้อันพระศาสดาทรงแต่งตั้งให้เป็นผู้เลิศ
ในทางทรงพระวินัย.
๘๔.
วินะเย ปาระมิปปัตโต วินะยัคโคจะโร มุนิ กะโรตุ โน มะหาสันติง โสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุ โน.
ผู้อันพระศาสนาทรงยกย่อง ให้เป็นผู้ถึงซึ่งความเป็นผู้เลิศในทางทรงจำพระวินัย ผู้สำรวมกาย วาจาและใจ ขอจงประทานความสงบ
อันประเสริฐแก่พวกข้าพเจ้า และขอให้ความสวัสดี ความไม่มีโรค จงมีแก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๘๕.
อะนุรุทธะมะหาเถโร ทิพพะจักขูนะมุตตะโม _าติเสฏโฐ ภะคะวะโต โสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุ โน.
พระอนุรุทธมหาเถระ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีตาทิพย์ เป็นพระประยูร_าติผู้ประเสริฐของพระผู้มีพระภาค ขอจงประทาน
ความสวัสดี และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๘๖.
อุจจากุลิกานัง อัคโค ภัททิโย สุสะมาหิโต กาฬิโคธายะ ปุตโต จะ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระภัททิยเถระ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีตระกูลสูง เป็นผู้มีจิตอันตั้งมั่น เป็นบุตรของนางกาฬิโคธา ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๘๗.
อานันโท พุทธุปัฏฐาโก สังคีติสาธุสัมมะโต พะหุสสุโต ธัมมะธะโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอานนท์เถระ (ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นบัณฑิต) ผู้ยังการทำสังคายนาให้สำเร็จ ผู้เป็นพหูสูต ผู้ทรงธรรม ขอจงประทานความ
สวัสดีแก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๘๘.
กิมิโล สิริสัมปันโน มะหาสุขะสะมัปปิโต มะหาขีณาสะโว ชาโต มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระกิมพิละเถระ ผู้สมบูรณ์ด้วยสิริ เพรียบพร้อมด้วยบรมสุข เป็นพระขีณาสพผู้ประเสริฐ ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๘๙.
คะรุวาสัง วะสิตฺวานะ ปะสันโน พุทธะสาสเน ภะคุ จาระหะตัง ปัตโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระภคุเถระ ผู้เลื่อมใสและอยู่ด้วยความเคารพ ในคำสอนของพระพุทธเจ้า ผู้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๙๐.
กุลัปปะสาทะชะนะโก กาฬุทายี มะหิทธิโก เอตะทัคคัฏฐิโต เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระกาฬุทายีเถระ ผู้มีฤทธิ์มาก เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุ ผู้ทำให้คนเลื่อมใส ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๙๑.
เสฏโฐ ธัมมะกะถิกานัง ติณณัง เวทานะ ปาระคู ปุณโณ มันตานิยา ปุตโต เถโร โสตถิง กะโรตุ โน.
พระปุณณะเถระ ผู้เป็นบุตรของ นางมันตานี เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุ ผู้เป็นธรรมกถึกผู้จบไตรเภท ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๙๒.
ภาระทฺวาโช มะหาเถโร สีหะนาทานะมุตตะโม ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระ (ปิณโฑล) ภารทวาชมหาเถระ ผู้อันพระศาสดา ทรงตั้งไว้ในตำแหน่งเป็น ผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้บรรลือสีหนาท
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด
๙๓.
สังขิตตะภาสิตะมัตถัง วิตถาเรนะ วิชานะโก กัจจาโน ภะวะนิสฺเนโห เถโร โสตถิง กะโรตุ โน.
พระกัจจายนะเถระ ผู้สามารถอธิบายเนื้อความที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้โดยสังเขปให้พิศดาร ผู้ปราศจากความสิเนหาในภพ
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๙๔.
ละกุณฏะภัททิโย เถโร มั_ชุสสะรานะมุตตะโม ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระลกุณฏกภัททิยเถระ ผู้อันพระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้ในตำแหน่ง เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีเสียงไพเราะ ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๙๕.
อะระณะวิหารินัง อัคโค ทักขิเณยโย อะนุตตะโร สุภูติ ภูตะทะมะโน เถโร โสตถิง กะโรตุ โน.
พระสุภูติเถระ เป็นผู้แสดงธรรมแก่สัตว์ตามพุทธดำรัส เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุ ผู้อยู่ด้วยธรรมอันปราศจากกิเลส และเลิศกว่า
บรรดาภิกษุผู้ควรรับทักษิณาทาน ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๙๖.
อะรั__ะวาสินัง อัคโค เรวะโต ขะทิระวะนิโย วิเวกาภิระโต เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเรวตะ ผู้อาศัยอยู่ในป่าไม้สีเสียด ผู้ยินดีในความวิเวก เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุ ผู้มีปกติอยู่ในป่า ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๙๗.
ฌายีนัง อุตตะโม เถโร กังขาเรวะตะนามะโก สะมาธิฌานะกุสะโล สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถระนามว่า กังขาเรวตะ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุ ผู้มีปกติยินดีในการเข้าฌาน เป็นผู้ฉลาดในสมาธิและฌาน
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๙๘.
โสโณ จะ โกฬิวีโสปิ อารัทธะวีริยานะมุตตะโม ปะหิตัตโต สะทา เถโร โสตถิง ผาสุง กะโรตุ โน.
แม้ พระโสณโกฬิวิสเถระ เป็นผู้มีจิตดิ่งไปในนิพพาน เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ปรารภความเพียร ขอจงประทานความสวัสดี
และความผาสุก แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๙๙.
กัลยาณะวากกะระณานัง โสโณ กุฏิกัณโณปิ จะ อัคโคติ วัณณิโต เถโร โสตถิง ผาสุง กะโรตุ โน.
แม้ พระโสณกุฏิกัณณเถระ ผู้อันพระศาสดาทรงสรรเสริ_ว่า เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุ ผู้กล่าววาจาไพเราะ ขอจงประทาน
ความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๐๐.
ลาภีนะมุตตะโม เถโร สีวะลิ อิติ วิสสุโต โส ระโต ปัจจะยาทิมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถระนามว่า พระสิวลี ผู้มีความสันโดษในปัจจัยสี่ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีลาภ ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๐๑.
สัทธาธิมุตตานัง อัคโค วักกะลิ อิติ นามะโก ปาโมชชะพะหุโล เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถระนามว่า พระวักกลิ เป็นผู้มากด้วยความปราโมทย์ เป็นเลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีศรัทธา ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๐๒.
ราหุโล พุทธะปุตโตปิ สิกขากามานะมุตตะโม ทายาโท สัพพะธัมเมสุ มะหาสันติง กะโรตุ โน.
แม้พระเถระนามว่า ราหุล ผู้เป็นพุทธบุตรผู้เป็นทายาทในธรรมทั้งปวง เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มุ่งต่อการศึกษา ขอจงประทาน
ความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๐๓.
สัทธายะ ปัพพะชิตฺวานะ รัฏฐะปาโล ปะรักกะมี เอตะทัคเค ฐิโตเยวะ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถระนามว่า รัฐบาล ผู้มีความเพียรยิ่ง ผู้เป็นเลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้บวชด้วยศรัทธา ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๐๔.
กุณฑะธาโน มะหาเถโร สะลากัง ปะฐะมัง คะโต ฐะปิโตเยวะ ฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระกุณฑธานมหาเถระ ผู้ถึงซึ่งความเป็นหนึ่งในการจับสลาก จึงดำรงอยู่ในตำแหน่งที่เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ร่วมจับสลาก
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๐๕.
ปะฏิภาณะวันตานัมปิ อัคโคติ พุทธะวัณณิโต วังคีโส อะระหา เสฏโฐ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอรหันต์นามว่า วังคีสเถระ ผู้ประเสริฐเป็นผู้ได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่า เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีปฏิภาณ
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๐๖.
สะมันตะปาสาทิกานัง อัคคัฏฐานัมหิ ฐะปิโต อุปะเสโน วังคันตะปุตโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอุปเสนวังคันตบุตรเถระ พระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่ง ผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุ ผู้มีบริษัทอันน่าเลื่อมใส ขอจงประทานความ
สวัสดีแก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๐๗.
ทัพโพ มัลละปุตโต เถโร เสนาสะนะปั__าปะโก ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระทัพพมัลลบุตรเถระ พระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่ง ผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุ ผู้จัดแจงเสนาสนะ ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๐๘.
ปิลินทะวัจฉะสะมะโณ เทวะตานัง ปิโย อะหุ ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิ โสตถฺยาโรคฺยัง ทะทาตุ โน.
พระปิลินทวัจฉเถระ พระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่ง ที่เลิศกว่าบรรดาภิกษุทั้งหลาย ที่เป็นที่รักของเหล่าเทวดา ขอจงประทาน
ความสวัสดี และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๐๙.
พาหิโย ทารุจีริโย ขิปปาภิ__านะมุตตะโม กะโรตุ โน มะหาสันติง อาโรคฺยั_จะ ชะยัง สะทา.
พระพาหิยทารุจีรยเถระ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ตรัสรู้เร็ว ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ ความไม่มีโรค และชัยชนะ
แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๑๐.
กุมาระกัสสะปัตเถโร จิตตะกะถีนะมุตตะโม มิจฉาวิตักกุปัจเฉโท สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระกุมารกัสสปเถระ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้แสดงธรรมได้อย่างวิจิตร ผู้สามารถละมิจฉาวิตกได้ ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๑๑.
ปะฏิสัมภิทาปัตตานัง อัคคัฏฐานัมหิ ฐะปิโต โกฏฐิโต อะระหา เสฏโฐ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอรหันต์นามว่า โกฏฐิตเถระ เป็นผู้ประเสริฐ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ได้ปฏิสัมภิทา ๔ ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวก
ข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๑๒.
อัปปาพาโธ มะหาเถโร อัปปาพาธานะมุตตะโม พากุโล อะระหาชาโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระพากุลเถระ ผู้เป็นพระอรหันต์เพราะเหตุที่เป็นผู้มีอาพาธน้อย จึงเป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้มีอาพาธน้อย ขอจงประทานความ
สวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๑๓.
ปุพเพนิวาสะเวทีนัง อัคโคติ พุทธะวัณณิโต โสภิโต นามะ โส เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถระนามว่า โสภิต ผู้อันพระพุทธเจ้าทรงสรรเสริ_ว่า เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ระลึกชาติในปางก่อนได้ ขอจงประทาน
ความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๑๔.
มะหากัปปินัตเถโรปิ ภิกขุโอวาทโก อะหุ กุสะโล โอวาทะทาเน สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
แม้ พระมหากัปปินะเถระ เป็นผู้ให้โอวาทภิกษุ เป็นผู้เลิศในการให้โอวาท ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด
๑๑๕.
ภิกขุโนวาทะกานัคโค นันทะโก อิติ วิสสุโต ปาเลตุ โน สะทา เถโร โสตถิง ผาสุง กะโรตุ โน.
พระเถระนามว่า นันทกะ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ให้โอวาทแก่นางภิกษุณี โปรดรักษาพวกข้าพเจ้าในการทุกเมื่อเถิด
ขอจงประทานความสวัสดี และความผาสุก แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๑๖.
อินทฺริเยสุ คุตตะทฺวาโร อัคคัฏฐาเน ฐิโต อะหุ นันทัตเถโร วะสิปปัตโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระนันทเถระ ผู้ได้วสี (ความชำนา_ในการเข้า-ออกฌานสมาบัติ) เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้สำรวมอินทรีย์ ขอจงประทานความ
สวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๑๗.
เตโชธาตุกุสะลานัง อัคคัฏฐานัมหิ ฐะปิโต สาคะโต นามะ โส เถโร โสตถิง ผาสุง กะโรตุ โน.
พระเถระนามว่า สาคตะ ผู้อันพระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่งเป็นผู้เลิศกว่า บรรดาภิกษุผู้ฉลาดในเตโชธาตุ ขอจงประทานความ
สวัสดี และความผาสุก แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๑๘.
สั__าวิวัฏฏะกุสะโล ปะธาโน ภาวะนาระโต พุทธะสิสโส มะหาปัณโถ มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระมหาปันถกเถระ ผู้ชำนา_ในสั__าวิวัฏฏะ (ได้แก่ วิปัสสนา) เป็นผู้มีความเพียร มีความยินดีในการภาวนา เป็นศิษย์ของ
พระศาสดา ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๑๙.
จูฬปันถะกัตเถโรปิ มะโนมะยาภินิมมิโต ฐะปิโต อัคคัฏฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
แม้ พระจูฬปันถกเถระ ผู้อันพระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่งเป็นผู้เลิศกว่า บรรดาภิกษุผู้นิรมิตกายได้มากและในตำแหน่งผู้เลิศกว่า
บรรดาภิกษุ ผู้ฉลาดในเจโตวิวัฏฏะ (คือ ฉลาดในฌานสมาบัติ) ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๒๐.
ปะฏิภาเณยยะกานัง ตุ อัคคัฏฐานัมหิ ฐะปิโต ราโธ เถโร มะหาโสตถิง กะโรตุ โน อะนามะยัง.
พระราธะเถระ ผู้อันพระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้ในตำแหน่งเป็นผู้เลิศกว่า บรรดาภิกษุผู้มีปฏิภาณ ขอจงประทานความสวัสดีอันประเสริฐ
และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๒๑.
ลูขะจีวะระธะรานัง ภิกขูนัง อุตตะโม อะหุ โมฆะราชะมะหาเถโร มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระโมฆราชะมหาเถระ เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ทรงจีวรที่เศร้าหมอง (คือ ผ้าเก่า ผ้าเนื้อหยาบ สีเศร้าหมอง) ขอจงประทาน
ความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๒๒.
วิมะโล วิมะลัปปั_โ_ สุรูโป สุสะมาหิโต ระโช นะ ลิมปะติ ขันเธ มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระวิมละเถระ ผู้มีปั__าปราศจากมลทิน ผู้มีรูปงาน ผู้มีจิตตั้งมั่น กิเลสเพียงดังธุลีไม่ฉาบทาขันธ์ห้าของท่าน ขอจงกระทำซึ่ง
ซึ่งความสงบอันยิ่งให_่ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๒๓.
ธัมมะปาโล มะหาปาโล มะหาธัมมะธะโร ยะติ มะหาขีณาสะโว โลเก มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระเถระนามว่า ธรรมปาล ผู้รักษาธรรมอันประเสริฐ ผู้ทรงไว้ซึ่งธรรมอันประเสริฐ ผู้เป็นมหาขีณาสพในโลก ขอจงประทานความ
สงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๒๔.
จักขุปาโล มะหาเถโร ปะธาโน สีละสังวุโต ปะหิตัตโต มะหากาโย มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระจักขุบาลมหาเถระ ผู้มีความเพียร ผู้สำรวมแล้วในศีล ผู้มีจิตดึ่งไปในนิพพาน ผู้มีรูปกายอันประเสริฐ ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๒๕.
สัพพะเวระภะยาตีโต นาระโท อาสะวักขะโย มะหาสันติกะโร โลเก สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระนารทะเถระ ผู้ก้าวล่วงเวรและ สิ้นภัยทั้งปวงแล้ว อาสวะแล้ว กระทำความสงบอันประเสริฐในโลก ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๒๖.
พุทธะปูชายะ นิระโต ชินะภัตติปะรายะโน สัทธัมมะสะวะโน เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระสัทธรรมสวนะเถระ ผู้ยินดีในการบูชาพระพุทธเจ้า มีความภักดีในพระพุทธเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ขอจงประทานความสวัสดีแก่
พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๒๗.
ปัจฉิมะภะวะสัมปัตโต โคตะโม ภาวะนาระโต ราคักขะยะมะนุปปัตโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระโคดมเถระ ผู้เข้าถึงภพสุดท้ายแล้ว ยินดีในภาวนา ถึงความสิ้นไปแห่งราคาะ ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๒๘.
เสนาสะเนสุ สัปปายัง ลัทธา ฌานัง สะมาระภิ โคธิโก พุทธะฌายันโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระโคธิกะเถระ เมื่อเพ่งความตรัสรู้ได้เสนาสนะที่สัปปายะแล้ว จึงได้บำเพ็_ฌาน (ท่านเป็นผู้ที่พระพุทธเจ้าทรงทำฌาปนกิจให้
ในเวลาปรินิพพาน) ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๒๙.
พุทเธ ปะสันนะมานะโส สุพาหุ ปั_ชะลีกะโต ขีณาสะโว วีสีภูโต มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระสุพาหุเถระ ผู้มีใจเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า เคยกระทำอั_ชลีมาแล้ว ๙๔ กัป เป็นพระอรหันต์ผู้มีความชำนา_ในฌานสมาบัติ
ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๓๐.
วิปัสสะนายะ ปะสุโต วัลลิโย สุสะมาหิโต สะโต ฌายี วะเนวาสี สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระวัลลิยะเถระ ผู้ขวนขวายในวิปัสสนากรรมฐาน มีจิตตั้งมั่นดีแล้ว มีสติ ได้ฌาน มีปกติอยู่นป่า ขอจงประทานความสวัสดีแก่
พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๓๑.
อุตติโย วินะยะธะโร อะติกกันโต นะรามะเร ธาเรนโต อันติมัง เทหัง สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอุตติยะเถระ ผู้ทรงพระวินัย ผู้เป็นจอมแห่งหมู่มนุษย์ และทวยเทพ ผู้ทรงร่างกายอันมีในที่สุด (คือสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว
ไม่มีการเกิดต่อไปอีก) ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๓๒.
วิมะโล วิระโชชัลโล ชาโต ปัณฑะระเกตุนา พิมพิสารัทธะโช เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระวิมลโกณฑั__ะเถระ ผู้บังเกิดเป็นโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร ผู้มีวัตรปฏิบัติอันขาวสะอาด ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวก
ข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๓๓.
รัมมารั_เ_ วะสิตวานะ ภาเวนโต กุสะลัง พะหุง โยคักเขมะมะนุปปัตโต สะภิโย สันติง กะโรตุ โน.
พระสภิยะเถระ ผู้อยู่ในป่าอันน่ารื่นรมย์ เจริ_กุศลเป็นเอนก บรรลุพระนิพพานอันเป็นที่สิ้นไปแห่งโยคะ (คือกิเลสอันเป็นเครื่อง
ผูกสัตว์ไว้ในสังสารวัฏ) ขอจงประทานความสงบแก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๓๔.
ปุพเพนิวาสัง ชานันโต ทิพพะจักขุวิโสธะโน นาคิโตระหะตัง ปัตโต โสตถยาโรคยัง ทะทาตุ โน.
พระนาคิตะเถระ ผู้ระลึกชาติในปางก่อน ได้ ผู้มีทิพจักษุอันบริสุทธิ์ บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์แล้ว ขอจงประทานความสวัสดี
และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๓๕.
ปาติโมกขะมะนุปปัตโต วิชะโยรั__ะโคจะโร ลาภาลาภี ตะถาสังสี สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระวิชยะมหาเถระ ผู้เข้าถึงปาติโมกข์สังวรศีล ผู้มีป่าเป็นที่โคจร ผู้มีปกติกล่าวสรรเสริ_ตามที่ตนได้ปัจจัยมา ขอจงประทานความ
สวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๓๖.
ตัณหาชะฏัง วิชะเฏตวา วัฑเฒตวานะ วิปัสสะนัง สังฆะรักขิโต มะหาเถโร มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระสังฆะรักขิตะมหาเถระ ผู้ถางรกชัฏ คือ ตัณหายังวิปัสนาให้เจริ_ ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐแก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๓๗.
อรั__ะวาสาภิระโต ภะวะเนตติสะมูหะโต ธัมมานัง ปาระมิปปัตโต อุตตะโร ปาตุ โน ภะยา.
พระอุตตระเถระ ผู้ยินดียิ่งในการอยู่ป่า ผู้ถอนตัณหาอันเป็นเครื่องนำไปสู่ภพได้แล้ว บรรลุถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งหลาย คือ มรรค ผล
นิพพาน ขอจงรักษาพวกข้าพเจ้าให้พ้นจากภัยเถิด.
๑๓๘.
ปุพเพ ปุ__านิ กัตวานะ ปุพพะโยคัง สะมาระภิ อุสะโภระหะตัง ปัตโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอสุภะเถระ ผู้กระทำบุ_ไว้ทั้งหลายในกาลก่อนแล้วปรารภกรรมฐาน อันเป็นส่วนเบื้องต้นแห่งอริยมรรคบรรลุความเป็น
พระอรหันต์ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๓๙.
สะมาปัตติสะมาปันโน ฉะฬะภิ_โ_ มะหิทธิโก สิวะโก พุทธะฌายันโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระสิวกะเถระ ผู้ถึงพร้อมด้วยสมาบัติ มีอภิ__าหก มีฤทธิ์มาก เป็นผู้พิจารณาตัณหา ดังที่พระพุทธองค์ทรงพิจารณา
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๔๐.
สัตตาริยะธะโน เถโร ธะนิโย ธัมมะสาคะโร วันตะสังสาระคะมะโน สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระธนิยะเถระ ผู้มีอริยทรัพย์เจ็ดประการ ผู้เป็นดุจทะเลแห่งธรรม ผู้สำรอกกิเลส อันเป็นเหตุท่องเที่ยวในสังสารวัฏได้แล้ว
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๔๑.
ปั_จักขันเธ ปะริ__ายะ ภาวะยิตวานะ นิพพุติง ปัตตวานะ ปะระมัง สันติง โปสิโย ปาตุ โน ภะยา.
พระโปสิยะเถระ ผู้กำหนดรู้เบ_จขันธ์แล้วเสวยอรหัตผลสมาบัติเข้าถึงพระนิพพานอันประเสริฐ ขอจงรักษาพวกข้าพเจ้าให้พ้นภัยเถิด
๑๔๒.
อุปะนิสสะยะสัมปันโน อุชชะโย พุทธะมามะโก โลกัตถะปะสุโต เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอุชชยะเถระ ผู้สมบูรณ์ด้วยธรรมอันเป็นเหตุออกจากวัฏฏะ ผู้นับถือพระพุทธเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ผู้ขวนขวายประโยชน์เพื่อชาวโลก
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๔๓.
พุทธัปปะสาทะสัมปันโน ปัพพะชี ชินะสาสะเน สั_ชะโย นามะ โส เถโช สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ผู้เถระนามว่า สั_ชยะ ผู้ถึงพร้อมด้วยความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า บวชแล้วในศาสนาของพระพุทธเจ้า ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๔๔.
มารั_ชะโย มะหาเถโร รามะเณยโย มะหิทธิโก นิพพานะนินนะจิตโต โส สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระมหาเถระนามว่า มารั_ชยะ ผู้มีฤทธิ์มาก และพระมหาเถระนามว่า รามะเณยยะ เป็นผู้มีจิตดิ่งสู่พระนิพพาน ขอจงประทาน
ความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๔๕.
อุโภ ปาปั_จะ ปุ__ั_จะ วีติวัตโต อะนาสะโว วีรัตเถโรระหัปปัตโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระวีระเถระ ผู้ข้ามพ้นบาปและบุ_ทั้งสองประการแล้ว ผู้ไม่มีอาสวะ บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์ ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๔๖.
ปุณณะมาสะมะหาเถโร ปังสุกูละธะโร ยะติ ปุพพะกิจจะวิธิง กัตวา มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระปุณณะมาสะมหาเถระ เป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุลกระทำบุพพกิจเบื้องต้นแล้ว ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐแก่พวกข้าพเจ้าเถิด
๑๔๗.
ปั_จะฉินโน ปั_จะชะโห ปั_จะจุตตะริภาวะโน ปั_จะสังคาติโค เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระปั_จสังคาติคเถระ ผู้ข้ามพ้นกิเลสเป็นเครื่องข้อง ๕ อย่าง ผู้ตัดโอรัมภาคิยะสังโยชน์ ๕ อย่างได้แล้ว ผู้เจริ_อินทรีย์ ๕ ให้ยิ่ง ๆ
ขึ้นไป ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๔๘.
ปุพเพ ราคัง วิจาเรนโต ชินะภัตติปะรายะโน เพลัฏฐะสีโส วังสะธะโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเพลัฏฐสีสะเถระ ผู้เคยจัดแจงการบูชายั_ในกาลที่ตนเป็นฤษี ผู้ถวายความภักดีต่อพระพุทธเจ้า ผู้ทรงไว้ซึ่งวงศ์แห่งอริยะ
(วงศ์แห่งอริยะ คือ สันโดษในจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และยินดีในการภาวนา) ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๔๙.
ปั_จุปปันนานิ อะภะโย นิกันติ นัตถิ ชีวิเต อะชิโต โส มะหาเถโร มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระมหาเถระนามว่า อชิตะ ผู้ไม่มีความกลัวภัย ๕ อย่างที่กำลังเกิดขึ้น ผู้ไม่มีความเยื่อใยในชีวิต ขอจงประทานความสงบ
อันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๕๐.
วิวัฏฏะนิสสะเย ปุ_เ_ กัตวา สัมพุทธะภัตติมา กุลลัตเถโรระหับปัตโต มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระกุลละเถระ ผู้มีความภักดีในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ได้กระทำบุ_บารมี อันมีนิพพานเป็นที่รองรับ บรรลุถึงความเป็นอรหันต์
ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๕๑.
วิปัสสี ธัมมะทายาโท เถโร นิโครธะนามะโก นิพพานาคะมะสันทิฏโฐ สะทา สันติง กะโรตุ โน.
พระมหาเถระนามว่า นิโครธะ ผู้มีปกติเจริ_วิปัสสนา ผู้เป็นธรรมทายาท เป็นผู้ได้ประจักษ์แจ้งธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน
ขอจงประทานความสงบ แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๕๒.
ติสโส วิชชา อะนุปปัตโต สุคันโธ นามะ โสระหา สัพพะปาปะปะริกขีโณ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอรหันต์นามว่า สุคันธะ ได้บรรลุวิชชาสาม เป็นผู้หมดสิ้นจากบาปทั้งปวง ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๕๓.
นันทิโย สัทธาสัมปันโน ชิตะกเลโส มะหาเถโร อะภิ__าปาระมิปปัตโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระนันทิยะมหาเถระ ผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธา ผู้ชนะกิเลสทั้งปวง ผู้ถึงที่สุดแห่งอภิ__า ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๕๔.
กิเลสา ฌาปิตา เยนะ ชิตะธัมมะระเตนะ โส กัมมาระปุตตะวิมะโล สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถระรูปใด เป็นบุตรของนายช่างทอง เป็นผู้ยินดีในธรรมอันเป็นเครื่องพิชิตมาร ชนะกิเลสด้วยมัค_าณแล้ว พระเถระนั้นนามว่า
วิมละ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๕๕.
เทวะโลกะมะนุสเสสุ อะนุภุตวา วิภูติโย ติสสัตเถโร มะหาภูโต มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระติสสะเถระ เสวยสมบัติในเทวโลกและมนุษย์โลก แล้วสำเร็จเป็นพระอรหันต์ผู้ประเสริฐ ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ
แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๕๖.
สุวิมุตโต มะหานาโค ตีหิ วังเกหิ มุตตะโก สุมังคะโล มะหาเถโร มะหาสันติง กะโรตุ โน.
พระสุมังคลมหาเถระ ผู้หลุดพ้นจากกิเลสแล้ว เป็นพระอรหันต์ผู้ประเสริฐพ้นแล้วจากความคดกาย วาจา ใจทั้งสาม ขอจงประทาน
ความสงบอันประเสริฐ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๕๗.
นิรัคคะโฬ นิราสาโส มะละขีละวิโสธะโน วิเวกาภิระโต คุตโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระมหาเถระนามว่า คุตตะ ผู้ปราศจากลิ่มคืออวิชชา ผู้ปราศจากกิเลสคือความอยาก ผู้ชำระมลทินได้ทั้งหมด ผู้ยินดีในความวิเวก
โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๕๘.
ปะวิเวกะมะนุปปัตโต คิริมานันทะนามะโก ภาเวนโต กุสะเล ธัมเม สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระมหาเถระนามว่า คิริมานันทะ เจริ_กุศลธรรมทั้งหลายอยู่ ได้บรรลุวิเวกสามแล้ว ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๕๙.
พุทธะสาสะนะมารัทโธ สะมิทธิ ภาวะนาระโต สะมิทธิคุณะสัมปันโน สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระสมิทธิเถระ ผู้ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ผู้ยินดีในภาวนา ผู้สมบูรณ์ด้วยคุณอันเป็นเหตุแห่งความสำเร็จ
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๖๐.
อาราธิตะชิโน สันโต โชติตเถโร มะหาระหา วิมุตโต สัพพะสังสารา สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระโชติตเถระ ผู้ชนะตัณหา อันเป็นเหตุให้ยินดีได้แล้ว เป็นผู้สงบ เป็นพระอรหันต์ผู้ประเสริฐ หลุดพ้นแล้วจากสงสารทั้งปวง
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๖๑.
เสนาสะนานิ ปันตานิ เสวันโต ฌานะมาระภิ ฉะฬะภิ_โ_ มะหาจุนโท สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระมหาจุนทเถระ อาศัยเสนาสนะอันสงัดอยู่ เข้าฌานได้อภิ__าหก ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๖๒.
ฉันนัตเถโร สะหะชาโต สุณันโต ชินะสาสะนัง โยคักเขมะมะนุปปัตโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระฉันนะเถระ ผู้เป็นสหชาตกับพระพุทธเจ้า เมื่อเชื่อฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าได้บรรลุธรรมอันเป็นแดนเกษมจากโยคะ
(คือพระนิพพาน) แล้ว ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๖๓.
เมฆิโย พุทธุปปัฏฐาโก ชินะภัตติปะรายะโน มิจฉาวิตักกุปัจเฉโท สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเมฆิยะเถระ ผู้อุปัฏฐากพระพุทธเจ้า ผู้มีความภักดีในพระพุทธเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ตัดมิจฉาวิตก คือ ความดำริผิดได้แล้ว
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๖๔.
อุปะวาโณ มะหาเถโร มะหากาโย มะหาระหา มะหิทธิโก มะหาเตโช สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอุปวาณะเถระ ผู้เป็นมหาเถระ มีร่างกายให_่ เป็นพระอรหันต์ผู้ประเสริฐ มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๖๕.
สังกิจโจ โจระทะมะโน สัพพะสังโยชะนักขะโย ปาเลตุ โน สัพพะภะยา โสตถยาโรคยัง ทะทาตุ โน.
พระสังกิจจเถระ ผู้ฝึกโจรห้าร้อย สิ้นสังโยชน์คือกิเลสเครื่องผูกสัตว์ไว้ในสังสารวัฏแล้ว ขอจงรักษาพวกข้าพเจ้าให้พ้นจากภัยทั้งปวง
ขอจงประทานความสวัสดี และความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๑๖๖.
ปัณหะพยากะระเณ เฉโก เมตตาฌานะระโต ยะติ โสปาโก ปายะสัมปันโน สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระโสปากะเถระ เป็นภิกษุผู้ฉลาดในการทูลตอบปั_หาของพระพุทธเจ้าผู้ยินดีในฌาน อันประกอบด้วยเมตตา ผู้ถึงพร้อมด้วยอุบาย
เพื่อให้ได้มรรคผล ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๖๗.
เขตตะสัมปัตติสัมปัตโต วัฑฒะนาโนวะ โสตถินา สุมะโน อะระหา ชาโต สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระสุมนะเถระ ผู้สมบูรณ์ด้วย ด้วยกาลเวลาอันสมควรที่จะบรรลุธรรม ผู้เจริ_เติบโตด้วยความสุขเป็นพระอรหันต์แล้ว
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๖๘.
ปิโย เทวะมะนุสสานัง สานุตเถโร พะหุสสุโต เมตตาฌายี ตะโมฆาตี สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระสานุเถระ ผู้เป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ผู้เป็นพหูสูต ผู้มีปกติเข้าฌานอันประกอบด้วยเมตตา ผู้ทำลายความมืด
คือโมหะ ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๖๙.
โย จะ ปุพเพ กะตัง ปาปัง กุสะเลนะ ปิธียะติ อังคุลิมาโล โส เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถระใดได้เคยทำบาปมาก่อน เป็นผู้ตัดบาปอกุศลได้ด้วยอริยมรรค พระเถระนั้นนามว่า องคุลีมาล ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๗๐.
วิปัสสะนาธุรา เยปิ เถรา สะมะถะยานิกา ขีณาสะวา มะหาเตชา มะหาตะมะวิโนทะนา.
พระเถระแม้เหล่าใดผู้สิ้นอาสวะ ผู้มีอานุภาพอันยิ่งให_่ ผู้ขจัดความมืดคือโมหะ ผู้เจริ_วิปัสสนาเป็นธุระก็ดี พระเถระเหล่าใด
ผู้เป็นสมถยานิกะก็ดี.
๑๗๑.
ฌานิกาฌานิกา เยปิ ธัมมาภิสะมะยาทะโย สัพเพ โสตถิง สะทา เทนตุ ชะยามาโรคยะมายุ โน.
และพระเถระเหล่าใด ผู้ได้ฌานและไม่ได้ฌานก็ดี พระเถระเหล่าใดผู้ถูกกำหนดด้วยการบรรลุอริยสัจธรรมก็ดี ขอพระเถระทั้งปวง
ที่กล่าวมาแล้วนี้ จงประทานความสวัสดี ชัยชนะ ความไม่มีโรค และอายุ แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
( พระเถรีชั้นผู้ให_่ ๑๓ รูป )
๑๗๒.
รัตตั__ูนัง ภิกขุนีนัง โคตะมี ชินะมาตุจฉา ฐะปิตา อัคคัฏฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระโคตมีเถรี ผู้เป็นพระน้านางของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้ในตำแหน่งผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุณีผู้รู้ราตรี ขอพระเถรี
ได้โปรดประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๗๓.
มะหาปั__านะมัคคัฏฐา เขมาเถรีติ ปากะฏา สาวิกา พุทธะเสฏฐัสสะ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระพุทธสาวิกาผู้ประเสริฐสุด ปรากฎชื่อว่า พระเขมาเถรี ผู้ดำรงอยู่ในตำแหน่งผู้เลิศกว่าเหล่าบรรดาภิกษุณีผู้มีปั__ามาก
ขอพระเถรีจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๗๔.
เถรี อุปปะละวัณณา จะ อิทธิมันตีนะมุตตะมา สาวิกา พุทธะเสฏฐัสสะ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระอุบลวรรณาเถรี เป็นพุทธสาวิกาผู้ประเสริฐสุด เป็นผู้เลิศกว่าเหล่าบรรดาภิกษุณีผู้มีฤทธิ์ ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวก
ข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๗๕.
วินะยัทธะรีนัง อัคคา ปะฏาจาราติ วิสสุตา ฐะปิตา อัคคัฏฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถรีผู้ปรากฎชื่อว่า พระปฏาจารา พระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้ในตำแหน่งผู้เลิศกว่าเหล่าบรรดาภิกษุณีผู้ทรงพระวินัย ขอจงประทาน
ความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๗๖.
ธัมมักกะถิกะปะวะรา ธัมมะทินนาติ นามิกา ฐะปิตา อัคคัฏฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถรีผู้มีนามว่า ธรรมทินนา พระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้ในตำแหน่ง ผู้เลิศกว่าเหล่าบรรดาภิกษุณีผู้เป็นธรรมกถึก ขอจงประทาน
ความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๗๗.
ฌายิกานัง ภิกขุนีนัง นันทาเถรีติ นาเมสา อัคคัฏฐาเน ฐิตา อะหุ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระสาวิกาชื่อว่า นันทาเถรี เป็นผู้ดำรงอยู่ในตำแหน่งผู้เลิศกว่า เหล่าบรรดาภิกษุผู้มีฌาน ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๗๘.
อารัทธะวีริยานัง อัคคา โสณาเถรีติมามิกา ฐะปิตา ตัตถะ ฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถรีนามว่า โสณา พระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้ในตำแหน่งผู้เลิศกว่าเหล่าบรรดาภิกษุณีผู้ปรารภความเพียร ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๗๙.
ทิพพะจักขุกานัง อัคคา พะกุลา อิติ วิสสุตา วิสุทธะนะยะกา สาปิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระเถรีผู้ปรากฎชื่อว่า พกุลา เป็นผู้มีจักษุอันบริสุทธิ์ เป็นผู้เลิศกว่าเหล่าบรรดาภิกษุณีผู้มีตาทิพย์ ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๘๐.
กุณฑะละเกสี ภิกขุนี ขิปปาภิ__านะมุตตะมา ฐะปิตาเยวะ ฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
ภิกษุณีชื่อว่า กุณฑลเกสี พระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้แล้วในตำแหน่งผู้เลิศกว่า เหล่าบรรดาภิกษุณีผู้ตรัสรู้เร็ว ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๘๑.
เถรี ภัททะกาปิลานี ปุพพะชาติมะ นุสสะรี ตาสังเยวะ ภิกขุนีนัง อัคคา โสตถิง กะโรตุ โน
พระภัททกาปิลานีเถรี ผู้ระลึกถึงชาติในปางก่อนได้ เป็นผู้เลิศกว่าเหล่าบรรดาภิกษุณีผู้ระลึกชาติปางก่อนได้ ขอจงประทาน
ความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๘๒.
เถรี ตุ ภัททะกัจจานา มะหาภิ__านะมุตตะมา ชิเนนะ สุขะทุกขัง สา สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระภัททกัจจานาเถรี (พระนางยโสธรา) ผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุข เป็นคู่บารมีกับพระชินเจ้า พระพุทธเจ้าทรงตั้งเธอไว้ในตำแหน่งเป็น
ผู้เลิศกว่า เหล่าบรรดาภิกษุณีผู้มีอภิ__าอันพิเศษ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๘๓.
ลูขะจีวะระธารีนัง อัคคา กิสาปิ โคตะมี ฐะปิตา อัคคัฏฐานัมหิ สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
แม้ พระกิสาโคตมี พระศาสดาตั้งไว้ในตำแหน่งเป็นผู้เลิศกว่าเหล่าบรรดาภิกษุณี ผู้ทรงจีวรเศร้าหมอง
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๘๔.
สิงคาละมาตา ภิกขุนี สัทธาธิมิตตานะมุตตะมา กะโรตุ โน มะหาสันติง อาโรคยั_จะ สุขัง สะทา.
พระสิงคาลมาตา ภิกษุณี เป็นผู้ประเสริฐสุดแห่งเหล่าภิกษุณี ผู้มากด้วยศรัทธา
ขอจงประทานความสงบอันประเสริฐ ความไม่มีโรค และความสุขแก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๘๕.
อั__า ภิกขุนิโย สัพพา นานาคุณะธะรา พะหู ปาเลนตุ โน สัพพะภะยา โสกะโรคาทิสัมภะวา.
พระภิกษุณีเหล่าอื่นทั้งปวงเป็นจำนวนมาก ผู้ทรงคุณธรรมต่าง ๆ กัน ขอจงรักษาพวกข้าพเจ้า
ให้พ้นจากภัยทั้งปวง อันเกิดจากความเศร้าโศก และโรคเป็นต้น.
๑๘๖.
โสตาปันนาทะโย เสกขา สัทธาปั__าสีลาทิกา ภาคะโส กเลสะทะหะนา สะทา โสตถิง กะโรตุ โน.
พระภิกษุณีทั้งหลายผู้เป็นพระเสขบุคคล มีพระโสดาบันเป็นต้น เป็นผู้ยิ่งยวดด้วยศรัทธา ปั__า
และศีลเป็นผู้เผากิเลสได้บางส่วน ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
( พ_านาค )
๑๘๗.
สุมะโน สุมะนะจะโล อะระวาเฬระปัตตะโก จัมเปยโย มุจะลินโท จะ กัมพะโล ภุชะคิสสะโร.
สุมนะนาคราช สุมนจลนาคราช อรวาฬนาคราช เอฬปัตตกนาคราช จัมเปยยนาคราช
มุจลินทนาคราช กัมพลนาคราช ผู้เป็นให_่แห่งนาค.
๑๘๘.
กาละนาโค มะหากาโฬ สังขะปาโล มะโหทะโร มะณิกัณโฐ มะณิอักขิ นันทะนาโคปะนันทะโก.
กาละนาคราช มหากาฬนาคราช สังขะปาลนาคราช มโหทระนาคราช มณิกัณฐะนาคราช
มณิอักขินาคราช นันทะนาคราช อุปนันทะนาคราช.
๑๘๙.
วะรุโร ธะตะรัฏโฐ จะ กุงคุวิโลปะลาละโก จิตระนาโค มะหาวีโร ฉัพยาปุตโต จะ วาสุกี.
วรุณะนาคราช ธตรัฏฐะนาคราช กุงคุวิละนาคราช อปลาละกะนาคราช จิตระนาคราช
มหาวีระนาคราช ฉัพยาปุตตะนาคราช วาสุกีนาคราช.
๑๙๐.
กัณหาโคตะโม ภุชะคินโท อัคคิธูมะสิโข ตะถา จูโฬทะโร อะหิจฉัตโต นาคา เอราปะถาทะโย.
กัณหาโคตมะนาคราช นาคผู้เป็นจอมนาค อัคคิสิขะนาคราช ธูมะสิขะนาคราช
อหิจฉัตตะนาคราช จูโฬทระนาคราช พ_านาคทั้งหลาย มีเอราปะถะนาคราช เป็นต้น.
๑๙๑.
อาสีวิสา โฆระวิสา เย สัพเพ นะยะนาวุธา ชะลัฏฐา วา ถะลัฏฐา วา ปัพพะเตยยา
นะทีจะรากะโรนตุ โน มะหาโสตถิง อายุมาโรคิยัง สะทา.
หมู่นาคทั้งปวงเหล่าใดเป็นนาคราชมีพิษร้ายแรง (คือพิษแล่นไปเร็ว) มีพิษน่าสพึงกลัว มีนัยน์ตา
เป็นอาวุธ ดำรงอยู่ในน้ำดำรงอยู่บนบก ดำรงอยู่ที่ภูเขาหรือว่าเที่ยวไปในน้ำ ขอนาคราชทั้งปวง
เหล่านั้น จงประทานความสวัสดีอันประเสริฐ ความมีอายุ และความไม่มีโรคแก่พวกเข้าเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( เปรต )
๑๙๒.
นิชฌามะตัณหิกา เปตา อุสุสัตติ จะ โลมะกา มังสะปิณฑาทะโย เปตา เปตา เวมานิกาทะโย
ปาเลนตุ โน สัพพะภะยา สะทา เต สุขิโน สะทา.
นิชฌามตัณหิกะเปรต อุสุโลมกะเปรต สัตติโลมกะเปรต มังสปิณฑะเปรต เป็นต้น
เวมานิกเปรต เป็นต้น ขอเปรตทั้งหลายเหล่านั้น จงมีความสุขในกาลทุกเมื่อ
จงรักษาพวกเข้าเจ้าให้พ้นจากภัย.
( อสูร )
๑๙๓.
เย ปะหาระทะสัมพะระ พะลยาสุระคะณา จะ เย เวปะจิตตาสุระคะณา จันทาสุระคะณาทะโย.
หมู่อสูรเหล่าใด คือหมู่ปหาราทะอสูร หมู่สัมพระอสูร หมู่พลิอสูร หมู่เวปจิตตะอสูร
หมู่จันทะอสูร เป็นต้น.
๑๙๔.
สัพเพ เตปิ มะหาเตชา ภูตะยักขะนิวาระณา กะโรนตุ โน มะหาโสตถิง อาโรคยั_จะ ชะยัง สะทา.
แม้หมู่อสูรเหล่านั้นทั้งปวง มีเดชมาก ผู้สามารถป้องกันภูตและยักษ์ ขอจงประทานความสวัสดี
อันประเสริฐ ความไม่มีโรค และชัยชนะแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( เทวดา )
๑๙๕.
เย ยักขา สัตตะสะหัสสา ภุมมา กาปิละวัตถุกา อิทธิมันโต ชุติมันโต วัณณะวันโต ยะสัสสิโน.
ยักษ์ผู้เป็นภุมมเทวดาเจ็ดพันตนเหล่าใด อยู่ในเมืองกบิลพัสดุ์ มีฤทธิ์ มีความเจริ_รุ่งเรือง มีวรรณะ
มีบริวารมาก.
๑๙๖.
สัพเพ ติสะระณา ยักขา มะเหสักขา ชุตินธะรา กะโรนตุ โน มะหาโสตถิง อาโรคยั_จะ ชะยัง สะทา.
ยักษ์ (เทวดา) ทั้งปวง ผู้มีพระรัตนไตรเป็นที่พึ่ง มีศักดิ์ให_่ ผู้ทรงไว้ซึ่งความรุ่งเรือง ขอยักษ์เหล่านั้น
ขอจงประทานความสวัสดีอันประเสริฐ ความไม่มีโรคและชัยชนะ แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๙๗.
ฉะสะหัสสา เหมะวะตา ยักขา นานัตตะวัณณิโน พุทธะปูชายะ นิระตา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ยักษ์ (เทวดา) หกพันตน อยู่ที่เขาเหมวตา มีผิวพรรณวรรณะต่าง ๆ กัน ยินดีในการบูชาพระพุทธเจ้า
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๙๘.
สาตาคิรา ติสะหัสสา ยักขา นีลาทิวัณณิโน นานาปะภายะ สัมปันนา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ยักษ์ (เทวดา) สามพันตน อยู่ที่เขาสาตาคีรี มีผิวพรรณวรรณะสีเขียว เป็นต้น ผู้สมบูรณ์ด้วยรัศมีต่าง ๆ
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๑๙๙.
เวสสามิตตา ปั_จะสะตา ยักขา นานัตตะวัณณิโน อิทธิมันโต ชุติมันโต วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา อะภิกกามุง สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ยักษ์ (เทวดา) ห้าร้อยตน อยู่ที่เขาเวสสามิตตะ มีผิวพรรณวรรณะต่าง ๆ กัน มีฤทธิ์ มีความรุ่งเรือง
มีวรรณะ มีบริวารบันเทิงอยู่ มาชุมนุมกัน ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๐๐.
กุมภีโร ราชะคะหิโก เวปุลลัสสะ นิเวสะนัง ภิยโย นัง สะตะสะหัสสัง ยักขานัง ปะยิรุปาสะติ
โส ยักเขหิ ปะริวาโร สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
เทวดาชื่อ กุมภีระ อยู่ในพระนครราชคฤห์ วิมานของท้าวเธอนั้น ได้แก่ ยอดเขาเวปุลละ
ท้าวเธอนั้นเป็นผู้อันหมู่ยักษ์หลายแสนตนเข้ามาปรนนิบัติรับใช้ ขอท้าวกุมภีระผู้มียักษ์
เป็นบริวารนั้น จงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๐๑.
ปุริมั_จะ ทิสัง ราชา ธะตะรัฏโฐ ปะสาสะติ คันธัพพานัง อะธิปะติ มะหาราชา ยะสัสสิ โส.
ท้าวมหาราชนามว่า ธตรัฏฐะ ปกครองอยู่ในทิศบูรพา เป็นอธิบดีของพวกคนธรรพ์
ท้าวเธอมีบริวารมาก.
๒๐๒.
ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโว อินทะนามา มะหัพพะลา โส ราชา สะหะ ปุตเตหิ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
แม้บุตรของท้าวเธอก็มีมากนามว่า อินทะ มีกำลังมาก ขอท้าวธตรัฏฐะกับบุตรทั้งหลาย
จงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๐๓.
ทักขิณั_จะ ทิสัง ราชา วิรุฬโห ตัง ปะสาสะติ ภุมภัณฑานัง อะธิปะติ มะหาราชา ยะสัสสิ โส.
ท้าวมหาราชนามว่า วิรุฬหกะ ปกครองอยู่ในทิศทักษิณ เป็นอธิบดีของพวกกุมภัณฑ์
ท้าวเธอมีบริวารมาก.
๒๐๔.
ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโว อินทะนามา มะหัพพะลา วิรุฬโห สะหะ ปุตเตหิ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
แม้บุตรของท้าวเธอก็มีมากนามว่า อินทะ มีกำลังมาก ขอท้าววิรุฬหกะกับบุตรทั้งหลาย
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๐๕.
ปัจฉิมั_จะ ทิสัง ราชา วิรูปักโข ปะสาสะติ นาคานั_จะ อะธิปะติ มะหาราชา ยะสัสสิ โส.
ท้าวมหาราชนามว่า วิรูปักขะ ปกครองอยู่ในทิศปัจฉิม เป็นอธิบดีของพวกนาค
ท้าวเธอมีบริวารมาก.
๒๐๖.
ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโว อินทะนามา มะหัพพะลา วิรูปักโข สะปุตเตหิ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
แม้บุตรของท้าวเธอ ก็มีมากนามว่า อินทะ มีกำลังมาก ขอท้าววิรูปักขะกับบุตรทั้งหลาย
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๐๗.
อุตตะรั_จะ ทิสัง ราชา กุเวโร ตัง ปะสาสะติ ยักขานั_จะ อะธิปะติ มะหาราชา ยะสัสสิ โส.
ท้าวมหาราชนามว่า กุเวระ ปกครองอยู่ในทิศอุดร เป็นอธิบดีของพวกยักษ์ ท้าวเธอมีบริวารมาก.
๒๐๘.
ปุตตาปิ ตัสสะ พะหะโว อินทะนามา มะหัพพะลา กุเวโร สะหะ ปุตเตหิ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
แม้บุตรของท้าวเธอ ก็มีมากนามว่า อินทะ มีกำลังมาก ขอท้าวกุเวระกับบุตรทั้งหลาย
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๐๙.
ปุริมัง ทิสัง ธะตะรัฏโฐ ทักขิเณนะ วิรุฬหะโก ปัจฉิเมนะ วิรูปักโข กุเวโร อุตตะรัง ทิสัง.
ท้าวธตรัฏฐะ ประจำอยู่ในทิศบูรพา ท้าววิรุฬหกะ ประจำอยู่ในทิศทักษิณ ท้าววิรูปักขะ
ประจำอยู่ในทิศปัจฉิม ท้าวกุเวระ ประจำอยู่ในทิศอุดร
๒๑๐.
จัตตาโร เต มะหาราชา สะมันตา จะตุโร ทิสา ทัททัฬหะมานา อัฏฐังสุ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ท้าวมหาราชทั้งสี่ ผู้รุ่งเรืองดุจประทีป ประจำอยู่ในทิศทั้งสี่โดยรอบ ขอท้าวเธอ
จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๑๑.
เตสัง มายาวิโน ทาสา อาคุง วั_จะนิกา สะฐา มายา กุเฏณฑุ วิเฏณฑุ วิตุจจะ วิตุโฏ สะหะ.
พวกบ่าวของท้าวมหาราชทั้งสี่เหล่านั้น ล้วนเป็นผู้มีมายาหลอกลวงเจ้าเล่ห์ ได้แก่บ่าว
ชื่อกุเฏฑุก็ดี ชื่อวิเฏณฑุก็ดี ชื่อวิตุจจะก็ดี ชื่อวิตุฏะก็ดี.
๒๑๒.
จันทะโน กามะเสฏโฐ จะ กินนุฆัณฑุ นิฆัณฑุ จะ ปะนาโท โอปะมั_โ_ จะ เทวะสูโต จะ มาตะลิ.
ชื่อจันทนะก็ดี ชื่อกามเสฏฐะก็ดี ชื่อกินนุฆัณฑุดี ชื่อนิฆัณฑุและปนาทะเทวดาก็ดี
ชื่อโอปมั__ะเทวดาก็ดี เทพสารถีชื่อมาตลิก็ดี ต่างก็มาแล้วสู่ที่ชุมนุม.
๒๑๓.
จิตตะเสโน จะ คันธัพโพ นะโฬราชา ชะเนสะเภ วะโร ปั_จะสิโข เจวะ ติมพะรู สูริยะวัจฉะสา.
เทพคนธรรพ์ชื่อว่าจิตตะ ชื่อว่าปั_จสิขะ (ผู้ปรารถนาให้ได้นางสุริยวัจฉสาเทพธิดา)
ชื่อว่าติมพรู ชื่อว่าสุริยวัจฉสาเทพธิดา (ผู้เป็นบุตรีของท้าวติมพรู).
๒๑๔.
เอเต จั_เ_ จะ ราชาโน คันธัพพา จะ มะหัพพะลา โมทะมานา สะทา โสตถิง โน กะโรนตุ อะนามะยัง.
ขอพระราชาทั้งหลาย เทพคนธรรพ์ เทพคนธรรพ์เหล่านี้ และเทพเหล่าอื่น ผู้มีกองกำลังมหาศาล บันเทิงอยู่
ขอจงประทานความสวัสดี และความไม่มีโรคแก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๑๕.
มะหันตา นาคะสา นาคา เวสาลา สะหะ ตัจฉะกา กัมพะลัสสะตะรา จาปิ เมรุปาทะสิตา พะลา.
เหล่านาคอาศัยอยู่ในสระน้ำชื่อว่า นาคส จำนวนมาก พร้อมกับบริวารของท้าวตัจฉกะ และนาค
ผู้อาศัยอยู่ในนครเวสาลี และกัมพลนาคราช อัสสตรนาคราช ผู้มีพละกำลังผู้อาศัยอยู่ที่เชิงเขาสุเมรุ.
๒๑๖.
ยามุนา ธะตะรัฏฐา จะ สัพเพ นาคา ยะสัสสิโน เอราวะโณ มะหานาโค โน กะโรนตุ อะนามะยัง.
นาคผู้อยู่ในแม่น้ำยมุนา และนาคชื่อว่าธตรัฏฐะ และนาคทั้งหลายทั้งปวง ผู้มีบริวารเป็นจำนวนมาก
และท้าวเอราวัณ ผู้มีชื่อว่ามหานาค ขอจงประทานความไม่มีโรค แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๒๑๗.
มะหิทธิกา สุปัณณา เย นาคะราเช มะหัพพะเล คะเหตวา ชินะเขตเตวะ ปักขันทิงสุ นะเภ พะลา เต
พุทธสะระณา สัพเพ โสตถิง กะโรนตุ โน สะทา.
ครุฑเหล่าใด เป็นผู้มีฤทธิ์เดช ผู้ทรงพลัง จับนาคราชผู้ทรงพลังในแดนที่ตนชนะนั่นเทียว แล้วบินไป
ในท้องฟ้า ครุฑทั้งปวงเหล่านั้นเป็นผู้นับถือ พระพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่ง ขอจงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๑๘.
ปะฐัพยาโป จะ เตโช จะ วาโย เทวา มะหิทธิกา อุปะจาเรนะ นิพพัตตา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
เทวดาชื่อว่าปฐวี อาโป เตโช และวาโยผู้มีฤทธิ์มาก บังเกิดด้วยอุปจารฌานของตน ๆ
ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๑๙.
วะรุณา วาระณา เทวา โสโม จะ ยะสะสา สะหะ เมตตาการุณิกา สัพเพ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
วรุณะเทพ วารณาเทพ โสมะเทพ พร้อมทั้งยะสะเทพ เมตตาเทพ กรุณาเทพ
ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๒๐.
ปัณณาสะ โยชะนายาเม วิมาเน ระตะนามะเย ฐิโต ตะเม วิหันตวานะ สูริโย โสตถิง กะโรนตุ โน.
สุริยเทพบุตร ผู้อาศัยอยู่ในสุริยะวิมาน ที่สำเร็จด้วยรัตนะ ซึ่งมีความยาวห้าสิบโยชน์
ขอจงทำลายความมืด แล้วประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๒๑.
จันโท สีตะกะโร โลเก ปะภายุชชะลิโตทะโย มะหันธะการะวิทธังสี สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
จันทะเทพบุตร ผู้ประทานความร่มเย็นแก่ชาวโลกส่องสว่างปรากฎขึ้นด้วยรัศมี มีปกติทำลาย
ความมืดมน ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๒๒.
เวณฑุ จะ สะหะสี เทวา อะสะมา จะ ทุเว ยะมา จันทัสสูปะนิสา เทวา เทวา สูริยะนิสสิตา
พุทธัสสะ มามะกา สัพเพ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
เวณฑุเทพ สหสีเทพ อสมเทพ ยมะเทพทั้งสอง เทพผู้อาศัยจันทะเทพบุตร เทพผู้อาศัยสุริยเทพบุตร
และเทพทั้งหลายทั้งปวงผู้นับถือพระพุทธเจ้า ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๒๓.
นักขัตตานิ ปุรักขัตวา เทวา มันทะวะลาหะกา สักโก ปุรินทะโท เสฏโฐ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
เทพทั้งหลาย ผู้พึ่งพาอาศัยนักษัตร (ดวงดาว) วลาหกะเทพ ทั้งหลายผู้ยังให้บังเกิดลม ท้าวสักกะ
ผู้เคยให้ทานมาก่อน ผู้ได้รับการยกย่อง ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๒๔.
มะหันตา สะหะภู เทวา ชะละมัคคิสิขาริวะ อะริฏฐะกา จะ โรชา จะ อุมมาปุปผะ นิภาสิโน.
สหภูเทพผู้ประเสริฐ ผู้รุ่งเรืองดุจเปลวไฟ (หรือ ชลมัคคิเทพ สิขาริจเทพ) อริฏฐเทพ โรชเทพ
ผู้มีรัศมีเช่นกับดอกอุมมา คือ ดอกผักตบ.
๒๒๕.
วะรุณา สะหะธัมมา จะ อัจจุตา จะ อะเนชะกา สูเลยยะรุจิรา เทวา เทวา วาสะวะเนสิโน ทะเสเต
ทะสะธา กายา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
วรุณเทพ สหธัมมเทพ อัจจุตเทพ อเนชกเทพ สูเลยยเทพ รุจิราเทพ วาสวเนสีเทพ ขอเหล่าทวยเทพ
สิบจำพวกเหล่านี้ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๒๖.
สะมานา มะหาสะมานา มานุสา มานุสุตตะมา ขิฑฑาปะโทสิกา เทวา เทวา มะโนปะโทสิกา.
สมานเทพ มหาสมานเทพ มานุสเทพ มานุสุตตมะเทพ ขิฑฑาปโทสิกเทพ มโนปโทสิกเทพ.
๒๒๗.
อะถาปิ หะระโย เทวา เทวา โลหิตะวาสิโน ปาระคา มะหาปาระคา สัพเพ เทวา ยะสัสสิโน
ทะเสเต ทะสะธา กายา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
อนึ่ง หริเทพ โลหิตวาสีเทพ ปารคเทพ มหาปารคเทพ เทพทั้งปวงล้วนมีบริวาร ขอเหล่าทวยเทพ
ทั้งสิบจำพวกเหล่านี้ ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๒๘.
สุกกา กะรัมภา อะรุณา อาคุง เวฆะนะสา สะหะ โอทาตะคัยหา ปาโมกขา อาคุง เทวา วิจักขะณา.
สุกกเทพ กรัมภเทพ อรุณเทพ มาแล้วพร้อมกับ เวฆะนะสะเทพ โอทาตคัยหะเทพ ผู้เป็นให_่และ
วิจักขณะเทพ ก็มา.
๒๒๙.
สะทามัตตา หาระคะชา มิสสะกา จะ ยะสัสสิโน ถะนะยัง อาคะปัชชุโน โย ทิสาสวะภิวัสสะติ.
สทามัตตเทพ หาระคะชะเทพ มิสสะกะเทพ ผู้มีบริวารก็มา ปัชชุนะเทพ ผู้ทำให้ฝนตกทั่วทิศก็มา.
๒๓๐.
ทะเสเต ทะสะธา กายา สัพเพ นานัตตะวัณณิโน อิทธิมันโต ชุติมันโต วัณณะวันโต ยะสัสสิโน
โมทะมานา ชินะทานา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
เหล่าเทวดาสิบจำพวกเหล่านี้ทั้งปวง ล้วนมีรัศมีต่าง ๆ กัน มีฤทธิ์ มีความรุ่งเรือง มีวรรณะ มีบริวาร
บันเทิงอยู่ ผู้ประทานชัยชนะ ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๓๑.
โลกะธาตุสะหัสเสสุ ทะสะสเววะ สะมันตะโต เทวาทะโย ปาณะคะณา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ในหมื่นโลกธาตุโดยรอบนั่นเทียว ขอหมู่สัตว์มี เทวาเป็นต้น ขอจงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า
ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๓๒.
เขมิยา กัฏฐะกายา จะ โชตินามา มะหิทธิกา ลัมพีตะกา ลามะเสฏฐา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ขอเขมิยเทพ กัฏฐกายเทพ โชติเทพผู้มีฤทธิ์มากลัมพีตกเทพ ลามเสฏฐเทพ จงประทานความสวัสดี
แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๓๓.
ชะลัฏฐา จะ ถะลัฏฐั_เ_ เทวากาสัฏฐะกาทะโย ยักขะคันธัพพะกุมภัณฑา ปิสาจา เย
มะโหระคา เมตตะจิตตา จะ สัพเพ เต โสตถิง ผาสุง กะโรนตุ โน.
เทพเหล่าอื่นอันมีเทพที่อยู่ในน้ำ เทพที่อยู่บนบก เทพที่อยู่ในอากาศเป็นต้น และยักษ์ คนธรรพ์
กุมภัณฑ์ ปีศาจและนาคราชทั้งปวง ขอจงมีจิตเมตตาประทานความสวัสดี และความผาสุก
แก่พวกข้าพเจ้าเถิด
๒๓๔.
ตาวติงสา จะ เย เทวา ยามา เทวา มะหิทธิกา ตุสิตา จะ มะหาเทวา นิมมานะระติโนมะรา.
ทวยเทพชั้นดาวดึงส์ ชั้นยามาผู้ทรงฤทธิ์ ทวยเทพชั้นดุสิต ชั้นนิมมานรดี.
๒๓๕.
วะสะวัตตีสุ ระติโน สัพเพ เทวา สะวาสะวา พุทธะปูชายะ นิระตา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ทวยเทพชั้นปรนิมมิตตวสวัตตี ขอทวยเทพทั้งปวงดังที่กล่าวมานี้ พร้อมทั้งท้าววาสวะ(พระอินทร์)
ผู้มีความยินดีในการบูชาพระพุทธเจ้า ขอจงประทานความสวัสดีแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( พรหม )
๒๓๖.
พรัหมาโน ปาริสัชชา จะ เย จะ พรัหมะปุโรหิตา มะหาพรัหมา จะ สัพเพ เต ปะฐะมัชฌา นะสัณฐิโน.
พรหมผู้ดำรงอยู่ในปฐมฌานเหล่านี้คือ ปาริสัชชาพรหม ปุโรหิตาพรหม และ มหาพรหมาพรหม.
๒๓๗.
เมตตาวิหาริโน สันตา สัมพุทธัสสะ ปะรายะนา กะโรนตุ โน มะหาโสตถิง เสกขาเสกขะ ปุถุชชะนา.
ขอพรหมทั้งปวงเหล่านั้น ผู้มีปกติอยู่ด้วยเมตตา ผู้สงบ ผู้มีพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง ผู้เป็นทั้งเสกขะ
พระอรหันต์ และปุถุชน ขอจงประทานความสวัสดีอันประเสริฐแก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๒๓๘.
ปะริตตาภัปปะมาณาภา พรหมา จาภัสสะรา ตะถา พุทธะปูชายะ นิระตา ทุติยัชฌานะสัณฐิโน.
พรหมผู้ดำรงอยู่ในทุติยฌานเหล่า ผู้ยินดีในการบูชาพระพุทธเจ้าเหล่านี้คือ ปริตตาภาพรหม
อัปปมาณาพรหม และ อาภัสสราพรหม.
๒๓๙.
เมตตากรุณิกา สัพเพ สัพพะสัตตะหิเตสิโน กะโรนตุ โน มะหาสันติง โสตถิมา โรคยะมายุวัง.
ขอพรหมทั้งปวง ผู้มีปกติเมตตา กรุณา แสวงหาความเกื้อกูลให้แก่สัตว์ทั้งปวง จงประทานความสงบ
อันประเสริฐ ความสวัสดี ความไม่มีโรค และความมีอายุ แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๒๔๐.
ปะริตตะสุภา พรัหมาโน อัปปะมาณะสุภา จะ เย สุภะกิณหา จะ พรัหมาโน ตะติยัชฌา นะสัณฐิโน.
พรหมผู้ดำรงอยู่ในตติยฌานเหล่านี้ คือ ปริตตสุภาพรหม อัปปมาณสุภาพรหม และ สุภกิณหาพรหม.
๒๔๑.
ปะภายะ ผะระณา โลเก พุทธะฌานะระตา สะทา อะหิงสา สัพพะสัตเตสุ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ขอพรหมทั้งหลายเหล่านั้น ผู้แผ่รัศมี ไปในโลก ผู้ยินดีในพุทธฌาน ผู้ไม่เบียดเบียนสรรพสัตว์ทั้งปวง
จงประทานความสงบ แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๔๒.
เวหัปผะลาปิ พรัหมาโน จะตุตถัชฌา นะสัณฐิโน เสกขะปุถุชชะนาเสกขา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
พรหมผู้ดำรงอยู่ใน จตุตถฌาน ผู้เป็นเสกขะ ปุถุชน และอเสกขะคือ เวหัปผลาพรหม ขอจงประทาน
ความสงบแก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๔๓.
สัมปัตติยา นะ หายันติ พรัหมาโน ชินะสาวะกา อะวิหานามะกา สัพเพ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
พรหมทั้งหลายผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าย่อมไม่เสื่อมจากฌานสมาบัติ เพราะเหตุนั้นจึงได้ชื่อว่า
อวิหาพรหม ขออวิหาพรหมทั้งปวงเหล่านั้น ขอจงประทานความสงบ
แก่พวกข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๔๔.
อะตัปปา นามะ พรัหมาโน จะตุตถัชฌานะสัณฐิโน พรัหมะวิหาริกา สัพเพ โสตถิง ผาสุง กะโรนตุ โน.
ขอพรหม อตัปปาพรหม ทั้งปวง ผู้มีพรหมวิหาร ดำรงอยู่ในจตุตถฌาน จงประทานความสวัสดี
และความผาสุก แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๔๕.
สุทัสสา นามะ พรัหมาโน ภิรูปา ฌานะโภคิโน อะปุนาคะมะนา กาเม สันติง ผาสุง กะโรนตุ โน.
ขอเหล่าพรหมชื่อว่า สุทัสสา ผู้มีรูปงาม ผู้เสวยฌาน ผู้ไม่กลับมาในกามภูมิอีก จงประทานความสงบ
และความผาสุก แก่พวกข้าพเจ้าเถิด.
๒๔๖.
พรัหมะวิหาระสัมปันนา ชินะภัตติปะรายะนา พรัหมาโน สุทัสสี นามะ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ขอเหล่าพรหมชื่อว่า สุทัสสี ผู้สมบูรณ์ด้วยพรหมวิหาร ผู้มีความนับถือพระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะ
จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๔๗.
อะกะนิฏฐา จะ พรัหมาโน เชฏฐา สัพพะคุเณหิ จะ ปะหีนะภะนิสเนหา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ขอเหล่าพรหมผู้เจริ_ที่สุดด้วยคุณทั้งปวง ชื่อว่า อกนิฏฐา ผู้ละความสิเน่หาในภพได้แล้ว
จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๔๘.
ปะฐะมารูปะพรัหมาโน สัพพะรูปะวิราคิโน ชินะภัตติระตา สัพเพ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ขอเหล่าอรูปพรหมชั้นที่ ๑ ทั้งปวง ผู้ปราศจากความกำหนัดในรูป ยินดีในการภักดีพระชินเจ้า
จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๔๙.
ทุติยายูปะพรัหมาโน เหฏฐาฌานะวิราคิโน ชินะภัตติระตา สัพเพ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ขอเหล่าอรูปพรหมชั้นที่ ๒ ทั้งปวง ผู้ปราศจากความพอใจในฌานเบื้องต่ำ ยินดีในการภักดีพระชินเจ้า
จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๕๐.
ตะติยารูปะพรัหมาโน เหฏฐาฌานะวิราคิโน ชินะภัตติระตา สัพเพ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ขอเหล่าอรูปพรหมชั้นที่ ๓ ทั้งปวง ผู้ปราศจากความพอใจในฌานเบื้องต่ำ ยินดีในการภักดีพระชินเจ้า
จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๕๑.
จะตุตถารูปะพรัหมาโน เหฏฐาฌานะวิราคิโน ชินะภัตติระตา สัพเพ สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ขอเหล่าอรูปพรหมชั้นที่ ๔ ทั้งปวง ผู้ปราศจากความพอใจในฌานเบื้องต่ำ ยินดีในการภักดีพระชินเจ้า
จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( บุคคลประเภทรวม )
๒๕๒.
เวเทเหปะระโคยาเน ชัมพุทีเป กุรุมหิ จะ เทวะยักขะปิสาเจหิ สัทธิง วิชชาธะราทะโย.
ขอเหล่าวิทยาธร กับเทวดา ยักษ์ และปีศาจ ในวิเทหทวีป อปรโคยานทวีป ชมพูทวีปและอุตตรกุรุทวีป.
๒๕๓.
อากาสัฏฐา จะ พรัหมาโน ชะลัฏฐา จันตะลิกขะชา ทวิปะทาทะโย เย สัตตา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
อากาสัฏฐเทวดา และพรหม สัตว์ทั้งหลายมีสัตว์ ๒ เท้า เป็นต้น ผู้ดำรงอยู่ในน้ำ ผู้เกิดในอากาศ
จงประทานความสวัสดี แก่พวกข้าพเจ้า ในกาลทุกเมื่อเถิด.
( อานุภาพแห่งพระรัตนตรัย )
๒๕๔.
มาระเสนะวิฆาตัสสะ ชินัสสะ สุขะฌายิโน เตโชพะเลนะ มะหะตา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ด้วยพระเดชานุภาพอันยิ่งให_่ของพระชินเจ้า ผู้ทรงขจัดมาร และเสนามาร ผู้เสวยสุขในฌาน
ด้วยพลังเดชอันยิ่งให_่ ขอมงคลจงมีแก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๕๕.
นานาคุณะวิจิตตัสสะ รูปะกายัสสะ สัตถุโน สัพพะเทวะมะนุสสานัง มาระพันธะวิโมจิโน
เมตตาพะเลนะ มะหะตา สะทา โสตถิง กะโรนตุ โน.
ด้วยอานุภาพแห่งพระเมตตาอันยิ่งให_่ ของพระศาสดา ทรงมีพระวรกายอันงามวิจิตรด้วยคุณต่าง ๆ
ผู้ทรงปลดเปลื้องเหล่าทวยเทพ และมนุษย์ทั้งปวง ให้หลุดพ้นจากบ่วงแห่งมาร ขอมงคลจงมีแก่
พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๕๖.
สัพพั__ุตาทิกายัสสะ ธัมมะกายัสสะ สัตถุโน จักขาทยะโคจะรัสสาปิ โคจะรัสเสวะ ภูริยา เตโชพะเลนะ
มะหะตา สัพพะมังคะละมัตถุ โน.
ด้วยพระเดชานุภาพอันยิ่งให_่ แห่งพระธรรมกาย คือ หมู่ธรรม มีพระสัพพั__ุต_านเป็นต้น
ของพระพุทธเจ้าทั้งหลายอันไม่ใช่อารมณ์ของจักษุ เป็นต้น แต่เป็นอารมณ์ของปั__าเท่านั้น
ขอสรรพมงคล จงมีแก่พวกข้าพระองค์เถิด.
๒๕๗.
รูปะกายะสะทิสัสสะ นิมมิตัสสะ มะเหสิโน ธัมมัสสะ วัตตุโน สัคเค เทวานัง สุคะตา ปะติ เตโชพะเลนะ
มะหะตา สะทา มังคะละมัตถุ โน.
ด้วยพระเดชานุภาพอันยิ่งให_่ของพระพุทธปฏิมา ที่ทรงเนรมิตขึ้นให้เหมือนรูปจริงแทนพระพุทธองค์
ผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งให_่ เมื่อทรงแสดงอภิธรรมแก่เหล่าทวยเทพในชั้นดาวดึงส์
ขอมงคลจงมีแก่พวกข้าพระองค์ ในกาลทุกเมื่อเถิด.
๒๕๘.
สิกขิตวา มานุเส เทเว โมจะยิตวา สะเทวะเก สังเขเร ปะชะหันตัสสะ นิพพุตัสสะ มะเหสิโน มะหันเตนานุภาเวนะ
สัพพะมังคะละมัตถุ โน.
ด้วยพระอานุภาพอันยิ่งให_่ของพระพุทธเจ้า ผู้ทรงฝึกเหล่ามนุษย์ และเทวดา ให้หลุดพ้นจาก
บ่วงมาร ผู้ทรงละสังขาร ดับขันธ์ปรินิพพาน ขอสรรพมงคล จงมีแก่พวกข้าพระองค์เถิด.
๒๕๙.
จะตุราสีติสะหัสสะ ธัมมักขันธัสสะ เตชะสา นะวังคะสาสะนัสสาปิ นะวะโลกุตตะรัสสะ จะ สัพพะปาปะปะวาเห นะ
สัพพะมังคะละมัตถุโน.
ด้วยพระเดชานุภาพของพระธรรม แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ ด้วยพระเดชานุภาพแห่งนวังคสัตถุศาสน์ และด้วย
พระเดชานุภาพแห่งนวโลกุตตรธรรม อันนำบาปทั้งปวงออกไป ขอสรรพมงคลจงมีแก่พวกข้าพระองค์เถิด.
๒๖๐.
มะหะโตริยะสังฆัสสะ ปุ__ักเขตตัสสะ ตาทิโน ปะหีนะสัพพะปาปัสสะ สีลาทิกขันธะธาริโน
มะหาเตชานุภาเวนะ สัพพะมังคะละมัตถุ โน.
ด้วยพระเดชานุภาพอันยิ่งให_่ ของพระอริยสงฆ์ผู้ประเสริฐ ผู้เป็นเนื้อนาบุ_ ผู้ไม่หวั่นไหวต่อ
โลกธรรม ผู้ทรงละบาปทั้งปวง ผู้ทรงไว้ซึ่งคุณมีศีลเป็นต้น ขอสรรพมงคลจงมีแก่พวกข้าพระองค์เถิด.
( อานุภาพของเทวดาต่าง ๆ )
๒๖๑.
ปาตาเล ภูตะลากาเส เทวะยักขะปิสาจะกา วิชชาธะรา จะ คันธัพพา นาคะกุมภัณฑะรักขะสา
สัพเพสะมานุภาเวนะ สัพพะมังคะละมัตถุ โน.
ด้วยอานุภาพแห่งหมู่เทวดา ยักษ์ ปีศาจ และวิทยาธร คนธรรพ์ นาค กุมภัณฑ์ และรากษส
ผู้อาศัยอยู่ในบาดาลก็ดี บนพื้นดินก็ดี ในอากาศก็ดี ขอสรรพมงคล จงมีแก่พวกข้าพระองค์เถิด.
( อานุภาพของอุปปาตะสันติ )
๒๖๒.
อิจเจวะมุปปาตะสันติง โย วะเทยยะ สุเณยยะ วา วิเชยยะ สัพพะปาปานิ วุทธัตตั_จะ ภะวิสสะติ.
ผู้ใดสวดหรือฟังคัมภีร์ อุปปาตะสันติ อันกล่าวแล้วด้วยประการฉะนี้ จะพึงชนะบาปทั้งปวง
และจักเจริ_ด้วยคุณ ๕ ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณ.
๒๖๓.
โสตถิกาโม ละเภ โสตถิง สุขะกาโม สุขัง ละเภ อายุกาโม ละเภยยายุง ปุตตะกาโม ละเภ สุเต.
ผู้ใดปรารถนาความสวัสดี พึงได้ความสวัสดี ผู้ปรารถนาความสุข พึ่งได้ความสุข
ผู้ปรารถนาอายุ พึงได้อายุ ผู้ประสงค์บุตร พึงได้บุตร.
๒๖๔.
นะ ตัสสะ โรคา พาเธนติ วาตะปิตตาทิสัมภะวา อะกาละมะระณัง นัตถิ นะ เทโว วิสะโมสะเร.
โรคที่เกิดจากลม จากดีเป็นต้น ย่อมไม่เบียดเบียนบุคคลนั้น ความตายในกาลอันไม่สมควร
ย่อมไม่มีแก่บุคคลนั้น มิจฉาเทวดา ย่อมไม่รังแกต่าง ๆ นา ๆ.
๒๖๕.
นะ จุปปาตะภะยัง ตัสสะ โนปิ ปัตตะภะยัง ตะถา นัสสันติ ทุนนิมิตตานิ ปาปะกัมมัฏฐิตานิ
จะ ฑีฆะมายุ มะหาโสตถิง อาโรคยั_จะ สะทา ภะเว.
เคราะห์ร้ายและภัย ย่อมไม่มีแก่เขา นิมิตร้าย และสิ่งที่ตั้งขึ้นเพราะบาปกรรมย่อมพินาศไป
ความมีอายุยืน ความสวัสดีอันประเสริฐ และความไม่มีโรค จะพึงมีแก่เขาในกาลทุกเมื่อ.
๒๖๖.
โย สุตวาปิ มะหาสันติง สังคามัง ปะวิเส นะโร วิชะเย เวริโน สัพเพ นะ สัตเถหยะภิภูยะเต.
ผู้ใดฟังคัมภีร์อุปปาตะสันติอันประเสริฐแล้ว พึงเข้าไปสู่สมรภูมิ บุคคลนั้นอันศาสตรา
ไม่กล้ำกราย ย่อมชนะข้าศึกทั้งมวล.
๒๖๖.
สัพพะทา ละภะเต ปีติง วิปัตติง นาวะคาหะติ โรเคหิ นาภิภูยะเต สะวัตถูปิ วิวัฑฒะเต.
เขาย่อมได้ซึ่งความอิ่มใจในกาลทุกเมื่อ ความวิบัติ ย่อมไม่มากล้ำกราย ย่อมไร้โรคา
ย่อมเจริ_ด้วยทรัพย์ศฤงคาร.
๒๖๗.
ยัตระ เทเส วะโกวะกา พาฬหะกา รักขะสาทะโย อุปปาตะสันติโฆเสนะ สัพเพ ตัตถะ สะมันติ เต.
สัตว์ร้ายน้อยให_่ และรากษสเป็นต้น ผู้อยู่ในป่าเขาลำเนาไพรทั้งหลายทั้งปวง ย่อมสงบ
ด้วยเสียงแห่งการสวดคาถาอุปปาตะสันติ.
๒๖๘.
ยะมุททิสสะ วะเท สันติง สะชีวั_จาปยะชีวิตัง โส มุจจะเต มะหาทุกขา ปัปโปติ สุคะติง สะทา.
บุคคลสวดคัมภีร์อุปปาตะสันติ อุทิศให้ผู้ใดที่มีชีวิตอยู่ หรือไม่มีชีวิตอยู่ บุคคลนั้นย่อมพ้นจาก
มหันตทุกข์ ย่อมเข้าถึงสุคติภพในกาลทุกเมื่อ.
๒๗๐.
เทวัฏฐาเน นะคะเร วา นิจจะมุปปาตะสันติยา ปาละกา เทวะราชาโน เตชะสิรีวิวัฑฒะนา.
ท้าวเทวราชทั้งหลาย ผู้ปกปักรักษาเนืองนิจ ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ หรือในพระนคร
เป็นผู้เจริ_ด้วยเดชและสิริมงคล ด้วยคัมภีร์อุปปาตะสันตินี้
๒๗๑.
ปะฐัพยาปาทิสั_ชาตา อุปปาตา จันตะลิกขะชา อินทาทิชะนิตุปปาตา ปาปะกัมมะสะมุฏฐิตา
สัพพุปปาตา วินัสสันติ เตชะสุปปาตะสันติยาติ.
เหตุร้ายอันเกิดจากแผ่นดินไหว และน้ำท่วม เป็นต้น
เหตุร้ายที่เกิดจากฟากฟ้า เหตุร้ายอันเกิดจากจันทรุปราคา เป็นต้น
เหตุร้ายที่เกิดจากบาปกรรม เหตุร้ายทั้งปวงเหล่านั้นจักพินาศไป ด้วยเดชแห่งอุปปาตะสันติ.
อุปปาตะสันติ นิฏฐิตา.