View Full Version : ประเทศไทยจะเกิดอุบัติภัยอย่างที่ทำนายกันจริงๆหรือไม่
koymoo
25-01-2005, 02:04 PM
ที่ก้อยเคยอ่านในเว็บอื่นน่ะค่ะ เค้าบอกว่ามีพระรูปหนึ่งซึ่งเป็นรูปเดียวกับที่ทำนายสึนามิในภาคใต้ท่านบอกว่า จะเกิดอุบัติภัยในทุกภาคของประเทศเลยในเดือนมีนาคม แล้วก้อยว่าผู้ที่มีญาณพิเศษในเว็บนี้ก็คงทำนายได้เหมือนๆกันใช่ไหมคะ แล้วอย่างนี้ผู้ที่จะตายในเหตุการณ์นั้นเค้าเป็นคนชั่วด้วยหรือเปล่า เหมือนแบบเบื้องบนกวาดล้างคนเลวอะไรทำนองนั้น แล้วเราจะเตรียมรับมือได้ยังไงคะ ผู้มีถือศีล มีความดี จะตายในอุบัติภัยครั้งนั้นหรือไม่ ท่านผู้รู้ช่วยตอบคำถามให้กระจ่างด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ[b-nurse]
เตรียมตัวรับมือภัยธรรมชาติครั้งใหญ่
1. ก่อนการเกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ 15 วัน โลกจะเอียงก้มหัวให้ดวงอาทิตย์มากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้น้ำแข็งจากขั้วโลกเหนือละลาย จะนำไปสู่เป็นคลื่นยักษ์ถาโถมเข้าสู่แผ่นดิน (ปัจจุบันเกิดขึ้นแล้ว)
2. เกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ เป็นเวลา 49 วัน ในระหว่างเดือน ตุลาคม พฤศจิกายน
3. ฝนตกครั้งใหญ่ทั่วโลก (ระยะชำระล้าง) เป็นเวลา 7 วัน
** ระยะเวลาการเกิดภัยธรรมชาติที่รุนแรงของโลก จะรวมแล้วมีระยะเวลาทั้งสิ้น 56 วัน**
** ใน 3 วันแรกจะเกิดสงครามนิวเคลียร์ที่ทวีปเอเซียในประเทศที่เป็นอริต่อกัน **
ภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
1. เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่
2. พายุถล่ม
3. แผ่นดินแยก และแผ่นดินไหว
4. ภูเขาไฟระเบิด
(จังหวัดทางภาคกลาง 2 ลูก, ภาคเหนือตอนล่าง 3 ลูก, อีกทั้งที่จังหวัดราชบุรี / น่าน / แพร่ / อ.ร้องกวาง )
5. คลื่นยักษ์จากทะเล
6. โรคระบาดที่สุดจะเยียวยา ได้แก่ VIRUSTERIA , อหิวาตกโรคสายพันธุ์ใหม่ ผู้ได้รับเชื้อจะเสียชีวิตทันที ภายใน 6 วัน
7. คลื่นเสียงที่รุนแรง ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตจะไม่เคยได้ยินเสียงที่ดังขนาดนั้นมาก่อน
8. อดอยากขาดแคลนอาหาร
การเตรียมตัว เตรียมปัจจัยเพื่อตนเองและสมาชิกในครอบครัว
1. เตรียมอาหารและน้ำดื่มไว้ที่บ้านอย่างน้อย 3 - 6 เดือน
2. เครื่องนุ่งห่มเพื่อความอบอุ่นของร่างกาย
ได้แก่เสื้อผ้า กระเป๋าน้ำร้อน ผ้าห่ม ฯลฯ เพราะในช่วงเวลานั้นอากาศจะหนาวเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ
3. เครื่องใช้ที่จำเป็น
4. ที่อยู่อาศัย
5. ยารักษาโรค
6. ด่างทับทิมและคาราไมล์ (จำเป็นมาก)
ห้ามกินอาหารที่ไม่ได้ล้างด้วยด่างทับทิม เพราะจะมีทั้งเชื้อโรคและสารกัมมันตรังสี
ส่วนคาราไมล์ จะมีไว้รักษาโรคทางผิวหนังที่ดูเหมือนจะยากต่อการรักษา แต่เมื่อทาคาราไมล์แล้ว จะหายได้อย่างน่าอัศจรรย์
7. ยานพาหนะ เช่น เรือ เสื้อชูชีพ
8. เครื่องช่วยชีวิต
9. แสงสว่าง เช่นเทียน ตะเกียงพายุ (เวลานั้น ท้องฟ้าจะมืดมิด 7 วัน เท่ากับ 1 ราตรี และจะมืดมิดรวม 7 ราตรี หรือ 49 วัน ไฟฟ้าจะดับทั่วโลก)
10. เตรียมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง
การดูแลตัวเองในช่วงเวลาวิกฤติ
1. ห้ามออกนอกบ้านโดยเด็ดขาด ใครมาเคาะประตูบ้านก็ห้ามเปิด ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นญาติสนิท หรือคนที่เรารู้จักก็ตาม
2. ห้ามตากฝน เพราะในฝนจะมีพิษ ทั้งเชื้อโรค สารเคมีที่มนุษย์สร้าง
3. ห้ามลุยน้ำหรือแช่น้ำนานๆ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องใช้ด่างทับทิมล้างทุกครั้ง
4. ห้ามเปิดประตูต้อนรับผู้อื่น เพราะช่วงเวลานั้น ประตูมิติของโลกทั้ง 3 ภพจะถูกเปิดเป็นครั้งแรก ผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องผีสาง จิตวิญญาณก็จะได้เห็น คนที่มาเยือน อาจเป็นผีเปรต ผีโขมด ที่เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราจำแลงมาก็เป็นได้ และห้ามอยากรู้อยากเห็นโดยเด็ดขาด
5. ห้ามกินเนื้อสัตว์ทุกชนิด
6. ห้ามกินผักที่ยังไม่ได้แช่ด่างทับทิม
7. ฝึกการกินน้อย ถ่ายน้อย
8. ระวังอากาศที่หนาวเย็น
9. ระวังสัตว์ร้าย สัตว์มีพิษ เช่น งูพิษ จระเข้
10. ห้ามอยู่ตึกสูงเกิน 3 ชั้น เพราะตึกสูงเกิน 3 ชั้น จะพังทลายราบเป็นหน้ากลอง
การเตรียมทางจิตวิญญาณ
1. ชำระกรรมให้เบาบาง ทำได้โดย
1.1 หยุดโลภ โกรธ หลง
1.2 ทำจิตให้สงบ เบิกบาน เพราะวันนั้นจะมีผู้ที่เส้นโลหิตในสมองแตก เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เพราะเสียงที่ดังกึกก้องไปกระตุ้นเส้นเลือดในสมองให้แตก ดังนั้นต้องปล่อยวาง ทำจิตให้เป็นบวก จะช่วยได้มาก
2. มีสำนึกทางจิตวิญญาณ
3. ฝึกการละวาง
4. มีสติรู้ตัวตลอดเวลา
5. ฝึกการทำโมฆกรรม ขออภัยต่อเจ้ากรรมนายเวร หรือผู้ที่เราล่วงละเมิด
การดูแลแก่นแท้ยามมีภัย
1. ได้ยินเสียงใด ให้ละวางเสียงนั้น / รู้เห็นสิ่งใด ให้ละวางสิ่งนั้น
ต้องไม่รับรู้ ไม่รับเห็น ไม่รู้ ไม่ชี้ ไม่ว่าจะได้ยินเสียงคนข้างบ้านร้องเพราะกำลังจะตาย หรือได้ยินเสียงใดที่น่าหวาดกลัว ต้องได้ยินแล้วผ่านเลยไป
ถ้าหากละวางไม่ได้ จะเกิดอาการ ตายก่อนตาย (รู้ว่าตนเองจะต้องตายแน่ๆ หรือการตายทั้งเป็น)
2. ยอมรับให้ได้ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องมีสติตลอดเวลา
3. อย่าอยู่นิ่งเฉย เพราะจะทำให้เกิดความกลัวมากขึ้น ควรหากิจกรรมทำ เช่น อ่านหนังสือธรรมะ เพื่อให้จิตเป็นบวก เกิดความอิ่มเอิบ
4. สังเกตธรรมชาติก่อนนาทีวิกฤติจะเกิดขึ้น
ก่อนเกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ (ระยะ 2 ) จะมีลางบอกเหตุดังนี้
1. ท้องฟ้ามืดมิดผิดปกติ
2. ใบไม้จะพลิกคว่ำพลิกหงายแลดูหดหู่
3. สัตว์ทั้งหลายจะไม่ออกมาปรากฏกายให้เห็น แต่ถ้ามีสัตว์เลี้ยงอยู่ในบ้านจะแลเห็นมันวิ่งลุกลี้ลุกลนผิดปกติ หรือบางตัวจะนอนนิ่งมีน้ำตาซึม
รายละเอียดดูได้จาก http://www.piupun.com/newage/ ศาสตร์แห่งอภิปรัชญา .. ศรัทธาใหม่ของโลก
ที่มา : การสื่อถ่ายทอดพระโอวาทจากพระบิดาที่อยู่นอกระบบเอกภพ ผ่านทางอาจารย์ปริญญา ตันสกุล ครั้งที่ 76
ในวันที่ 15 16 กันยายน 2545 ณ. ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติริ์
kiatkiat
25-01-2005, 10:53 PM
รบกวนสอบถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี่อีก กี่ปีครับ
พอจะบอกคร่าวๆได้มั้ยครับ หรือว่าเป็นปีนี้เลย
และหลังจากเกิดแล้วจะเป้นเช่นไรต่อครับ
kiatkiat
25-01-2005, 10:54 PM
เวบที่พี่ให้มาเข้าไม่ได้ครับ
ใบไม้
26-01-2005, 06:46 AM
คุณปู่ NINE ผู้ทรงอภิญญา มองเห็นอนาคตอะไรบ้างไหม ?
เรื่องเวลาที่แน่นอนนั้นขอเรียนตามตรงว่าไม่ทราบครับ เพราะจริงๆ แล้วน่าจะเกิดตั้งแต่ ค.ศ.1999 ตามที่นอสตราดามุสทำนายเอาไว้ แต่เมื่อดูจากเหตุการณ์ในปัจจุบันแล้วเกิดภัยธรรมชาติที่รุนแรงอย่างไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนในชีวิตนี้ และจากคำบอกเล่าของครูบาอาจารย์ต่างๆ คิดว่าน่าจะเกิดภายใน 1-3 ปีนี้ครับ
เรื่องของเวปไซต์ที่เข้าไปดูไม่ได้นั้น ผมต้องขอโทษด้วยเพราะผมเชฟเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์เมื่อ 2 ปีมาแล้วปัจจุบันเวปไซต์นี้ได้ถูกปิดไปแล้ว(สงสัยจะขัดกับความมั่นคงของชาติ)แต่คุณ Kiatkiat สามารถหาอ่านได้ตามร้านขายหนังสือทั่วไป เรื่อง วันเวลาที่ 11-11 รหัสหายนะโลก ของคุณปริญญา ตันสกุล ได้อธิบายเรื่องที่ผมได้โพสต์เอาไว้อย่างละเอียดครับ
หลังจากภัยใหญ่ครั้งนี้แล้ว ก็จะเข้าสู่ยุคชาววิไล ไทยมหารัฐ จ้กรพรรดิราชครับ
kiatkiat
26-01-2005, 11:29 AM
ยุคชาววิไล ไทยมหารัฐ จ้กรพรรดิราช
ยุคนี้จะเป้นเช่นไรครับ อยากทราบรายละเอียด ครับ
พอจะเกริ่นๆได้มั้ยครับ
casy99
26-01-2005, 06:33 PM
หลังจากเลือกตั้งแล้วจนถึงมีนาคม48 พยายามอย่าไปในที่ซึ่งมีคนอยู่มากๆและถ้าต้องไปอย่าไปในช่วงเย็น
คุณปู่ NINE ผู้ทรงอภิญญา มองเห็นอนาคตอะไรบ้างไหม ?
ไม่ชัดเจน ไม่กล้ายืนยัน แต่มีโศกนาฎกรรมแน่ๆ หล่ะหลานเอ้ย (ช่วง 19/1/48 - 9/3/48)
ต้องถามคนที่ได้อภิญญา ที่ชัดๆ ที่แน่ๆ ดีกว่านะจ้ะ
ปู่ NiNe พูดมากไม่ได้ เพราะยังไม่ชัดเจน
คัดลอกมาจากhttp://www.konmeungbua.com/webboard/
เป็นกรรมของสัตว์โลกน่ะ ครูบาอาจารย์ท่านเคยบอกว่าระบบจะเริ่มล้างมนุษย์ ปลายปี 47 (ทีแรกคิดว่าไม่มีอะไรเกิดแล้ว จิตเกือบจะเผลอ ปรามาทครูบาอาจารย์เข้าแล้วเชียว) แล้วจะมีเหตุอื่นมาล้างเรื่อยๆ ด้วยระบบภัยพิบัติทาง ดิน น้ำ ลม ไฟ โรคระบาดและ อุบัติภัยสงคราม และจะหนักขึ้นเรื่อยๆ จนพระจักรพรรดิ์ลงมา ภัยพิบัติจึงจะสงบ
ต่อไปที่จะวิบัติหนักๆ ก็คือ ไต้หวัน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อเมริกา ฯลฯ เราเคยถามครูบาอาจารย์ว่าไม่มีใครเปลี่ยนได้เลยหรือ ท่านบอกว่า "ไม่ได้" ท่านว่า "ปู่ยี เว้า ก็ปานพระเจ้า เว้า นั่นแหละ ในโลกนี้ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้" เพราะกรรมของมนุษย์เป็นแบบนั้น
สำหรับเมืองไทย ต่อไปกรุงเทพฯก็มิใช่ว่าจะปลอดภัย เพราะฝ่ายรักษาภายในของ กทม. เขาเริ่มถอนระบบออกไปมากแล้ว และต่อไปภาคใต้แทบจะไม่เหลือ จะเป็นเกาะเป็นแก่งทั้งหมด ครูบาอาจารย์ท่านว่า ท่านจะเอาแค่เพชรบุรีขึ้นมา
เราเข้าใจว่าภัยพิบัติในภาคใต้เป็นสัญญาณของยุคจักรพรรดิ์ที่กำลังจะเริ่มต้น ที่จริงมีสัญญาณอย่างอื่นด้วย แต่เป็นเรื่องของเฉพาะบุคคล เช่นเรื่อง ธาตุแก้วเจ็ดประการ ที่เริ่มมาปรากฎเข้ามาสู่ระบบแล้ว และมีสิ่งของอื่นๆอีกหลายอย่าง ที่กระจัดกระจายกันอยู่ในหลายประเทศ เป็นต้น
ผู้ที่ไม่มีหน้าที่และเข้าไม่ถึงระบบธาตุเหล่านี้ก็จะไม่สามารถเข้าใจได้ ถ้าใครมีจิตที่เอ็กเรย์ธาตุได้ ก็จะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร อย่างแก้วมังกร และแก้ววิเศษของเทวดา ก็อาจจะเป็นของไร้ค่าในโลกมนุษย์ เพราะความไม่รู้
ครูบาอาจารย์เคยเล่าว่า แค่นาคโก่งหลังขึ้นมา มนุษย์ก็ตายเป็นเบือแล้ว ต่อไปบางที่ก็จะหายไปทั้งเกาะ นี่ยังไม่นับภัยพิบัติจากท้าวกกนาก แถวลพบุรี ที่ในไม่ช้า(ช่วงท้ายๆของภัยพิบัติ)จะลุกขึ้นมา(ภายใน)เพื่อไปรอรับพระจักรพรรดิ์ ขณะที่ทหารลิง 18 กองพลที่เคยเฝ้ายักษ์ตนนี้อยู่ เขาก็ถอนกำลังไปอยู่ที่อื่นแล้วเมื่อตอนออกพรรษาที่ผ่านมา ครูบาอาจารย์ท่านว่ายักษ์กกนากตนนี้มีพิษมาก แค่พลิกตัวได้ พิษของยักษ์จะทำให้เกิดโรคระบาด้ายแรง มนุษย์จะตายไปครึ่งโลก แต่คนที่มีศีลธรรมก็ไม่เป็นไร
เราค่อนข้างมั่นใจว่า ภายในปี 2560 ประเทศไทยจะได้เป็นมหาอำนาจ และไทยกับลาวจะรวมกันเป็นหนึ่ง(ประเทศเดียวกัน) ท่านไหนที่ขยันหมั่นเพียร รักษาศีล ภาวนา ก็จะได้มีโอกาสอยู่ในยุคใหม่ต่อไป ส่วนท่านที่ยังไม่มีศีลธรรมพอ ก็คงจะต้องไปตามวิถีกรรมของตนเอง
ขออย่ามากังวลกับสิ่งที่เราเล่า หากท่านเดินตามทางบุญ ทางกุศล ที่ครูบาอาจารย์ของตนเองสอนได้แล้ว ก็คงจะเอาตัวรอดได้ ครับ และไม่มีใครเตือนใครได้ดีเท่ากับ การเตือนตนด้วยตนเอง ครับ
ศาสนาอื่นนั้นไม่เหลือหรอครับ เมื่อถึงเวลาแล้วจะหนีตายกันมาพึ่งศาสนาพุทธกันหมดครับ เท่าที่ทราบต่อไปมหาอำนาจ อย่างเช่น อเมริกา อังกฤษ ฯลฯ จะต้องมาพึ่งพาไทย ศูนย์กลางโลกศูนย์กลางศาสนาอยู่ในเขตประเทศไทยนี่แหละ ซึ่งต่อไปที่แห่งหนึ่งในประเทศไทย จะเป็นใจกลางโลก ใจกลางศาสนาในยุคจักรพรรดิ์ ทั้งโลกจะถูกปกครองโดยสามร่มโพธิ์ศรี อัญญาสิทธิ์และอัญญาธรรม พระจักรพรรดิ์จะเป็นพระมหากษัตริย์ของโลก อย่างที่พวกยิวเขาคิดจะครองโลกกันนั้น ไปไม่ถึงดวงดาวหรอกครับเพราะวิทยาศาสตร์ถึงทางตันแล้ว
เหตุที่เกิดในภาคใต้ซึ่งเป็นเขตพุทธศาสนายังรุนแรงขนาดนี้ ต่อไปเหตุที่เกิดในเขตศาสนาอื่นๆนั้น จะรุนแรงกว่านี้มากครับและความหายนะที่จะเกิดขึ้นนั้นก็จะมากด้วย
ถ้าหากศึกษาถึงเชื้อของจิตวิญญาณเดิมของการมาเกิดก็จะเข้าใจว่าอย่างอิสลามและคริสต์นั้น เชื้อจิตวิญญาณเดิมหรือต้นธาตุของจิตวิญญาณ ของพวกนี้เป็นพวกยักษ์ ตระกูลต่างๆ ดังนั้นที่ครูบาอาจารย์ท่านว่าพวกยักษ์นอกศาสนาเขาตีกันนั้น ก็พวกยักษ์เหล่านี้แหละที่มีปัญหา และพวกยักษ์เหล่านี้เขาก็มาเกิดกันมากในยุคนี้ ส่วนใหญ่ในเขตไทยและใกล้เคียงจะเป็นเชื้อนาค เชื้อเทวดา เชื้อครุฑ คนในเขตประเทศไทย ส่วนใหญ่ก็วนเวียนอยู่กับการเกิดเป็นเชื้อต่างๆเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับชาติที่ทำบารมีมาเด่นๆ ว่าเคยทำบารมีมาในภพภูมิไหนมามาก ก็จะมีความเกี่ยวพันกันกับภพภูมิเหล่านั้นและเมื่อถึงเวลาก็จะเป็นการทำบารมีร่วมกันระหว่างภพภูมิ
และบางครั้งการทำงานจากภายใน ก็จะส่งผลออกมาสู่ภายนอก แต่คนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นภายใน ที่เห็นก็คือผลที่แสดงออกมาภายนอก และพยายามอธิบายกันด้วยเหตุและผลทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นการรู้นอกแต่ไม่รู้ใน คล้ายๆกับวิทยาศาสตร์พยายามอธิบายเหตุผลภายนอก แต่ไม่เข้าใจถึงเรื่องกฏแห่งกรรมซึ่งเป็นเหตุภายใน เป็นต้น นี่คือรู้ไม่แจ้งในเรื่องนั้นๆ ก็เลยเกิดความ "ประมาท" กันต่อไป ครับ
ต่อไปจะมีพระจักรพรรดิ์เป็นผู้ปกครองโลก พระยาธรรมมิกราชจะเป็นคล้ายพระสังฆราช และจะมีพระโพธิสัตว์อีกองค์หนึ่ง จะทำหน้าที่คล้ายนายกรัฐมนตรี ซึ่งสามร่มโพธิ์ศรีก็คือ สามโพธิสัตว์ที่ลงมาทำหน้าที่ดูแลพระพุทธศาสนา นั่นเอง เอาเป็นว่า มีผู้ที่เขาลงมาทำหน้าที่นี้กันครับ และก็มีเหล่าอัญญาสิทธิ์ อัญญาธรรม ที่ตามลงมาทำหน้าที่อีกจำนวนหนึ่ง บางคนก็รู้ตัวเองแล้ว บางคนก็อาจจะยังไม่รู้ตัวเองครับ ถึงเวลาแล้วก็คงจะได้เห็นว่าของจริงนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งบางท่านบางคน บางท่าน จะมีชื่อเสียงในหมู่ของเทพ เทวดา นาค ครุฑ กุมภัณฑ์ ฤษี มุนี ดาบส ฯลฯ และพวกเขาเหล่านั้นก็รอยุคพระยาธรรมมิกราชนี่แหละ แต่พวกมนุษย์ไม่รู้จักเพราะท่านเหล่านี้จะอยู่อย่างเงียบๆและลี้ลับ เป็นต้น ครูบาอาจารย์ท่านเคยเปรยๆให้ฟังว่า สำหรับผู้ทำบารมีเข้มข้นแล้วนั้น "ดังบ่ดี ดีบ่ดัง" ครับ
จากที่ครูบาอาจารย์ท่านเล่าสู่กันฟัง สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันไกล้นี้ ไม่มีใครที่จะสามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะกรรมเป็นตัวกำหนดและยุคพระยาธรรมฯ ก็เป็นพุทธประเพณี เป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในกึ่งกลางพระพุทธศาสนา ในยุคของพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ อย่างในยุคพระเวสสันดร(ซึ่งเป็นช่วงประมาณกึ่งกลางศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง) หลังจากพระเวสสันดรได้พรแปดประการจากพระอินทร์แล้ว หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดยุคพระยาธรรมฯหรือยุคพระจักรพรรดิ์ขึ้น ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าลูกชายพระเวสสันดรจะเป็นพระจักรพรรดิ์ในสมัยนั้น
และในยุคร่วมสมัยในปัจจุบันนี้ มีบุคคลผู้หนึ่ง ทำทานบารมีจนได้พรแปดประการจากพระอินทร์แล้วเช่นกัน ดังนั้นผมก็พอจะอนุมานได้ว่า ยุคพระยาธรรมฯ นั้นเข้ามาใกล้ถึงปลายจมูกแล้วครับ ใครที่คิดจะทำบุญกุศลอะไร ก็ให้รีบเร่งทำกันได้เลยครับ หากเมื่อใดผู้ที่ได้พรพระอินทร์เขาทำอธิษฐานบารมีเพื่อดูแลพระศาสนา(ซึ่งเป็นประเพณีส่วนหนึ่งของการปรารถนาพุทธภูมิ) ระบบที่ทำหน้าที่ภายในเขาก็จะทำงาน ตามลำดับ เมื่อถึงตอนนั้นจะเห็นคุณค่าของศีลธรรม ของศีลห้า ศีลแปด ของบุญบารมีที่แต่ละท่าน บำเพ็ญเพียร สั่งสมมา ครับ
ให้ลองนึกถึงเหตุการณ์คลื่นยักษ์ในภาคใต้ดูว่า คลื่นยักษ์ขนาดไหนที่จะทำให้ด้ามขวานไทยเหลือเป็นเกาะเป็นแก่ง และคลื่นยักษ์ขนาดไหนที่จะสามารถทำให้เกาะขนาดประเทศไต้หวัน หายวับไปได้ในพริบตา เมื่อไหร่ก็ตามที่นาคใหญ่เขาทำงาน จะสั่นสะเทือนไปทั้งโลก หากจะเทียบเหตุการณ์ในภาคใต้ที่ผ่านมา เป็นได้แค่ระดับนาคใหญ่เขาโก่งหลัง หรือสะดุ้งเพียงเล็กน้อย ลองจินตนาการดูว่าหากพวกนาคบางพวกเขามีหน้าที่ทำฤทธิ์เพื่อล้างผู้ที่มีศีลธรรมไม่เพียงพอสำหรับการอยู่ในยุคพระยาธรรม บนโลกนี้ก็จะเหลือคนไม่มาก อย่างที่พระสูตรบอกไว้ครับ
จากคุณ คนไกล เมื่อวันที่ 30/12/2547 8:42:27
kiatkiat
26-01-2005, 10:41 PM
อ่านแล้วเครียดเลยครับ
kiatkiat
26-01-2005, 10:44 PM
แต่ขอบคุนมากครับสำหรับข้อมูลที่นำมาแบ่งปันครับ
เรียน เวปมาสเตอร์
หากเห็นว่าข้อความที่ผมนำมาโพสต์นี้ไม่เหมาะสม ก็อนุญาตให้ลบไปได้เลยครับ เพราะเป็นห่วงคุณ เวปสโนว์อยู่เหมือนกันเห็นเล่าว่ามีนิมิตไม่ดีเกี่ยวกับเวปบอร์ดนี้ อยากให้คุณเวปสโนว์มีเวปไซต์ดีๆ อย่างนี้ไปนานๆ
com16
27-01-2005, 12:39 AM
อ่านเอาสนุกๆ ครับ อย่าเครียดมาก
ครั้งนึงมีการ์ตูนของญี่ปุ่น นักเขียนแต่เรื่องมาจากคำทำนาย ฯลฯ ว่าโลกจะแตกปี 2000 และมีคำบรรยายทุกประการเลย และมีเพียงญี่ปุ่นเท่านั้นที่จะรอด นักเขียนดังไปเลย และโลกก็ไม่แตก
ผมสมมุติเล่นๆ ว่าเกิดคุณมีจักษุทิพย์ที่จะมองเห็นหายนะดังกล่าว แล้วมองเห็นคลื่นซูนามิที่ภูเก็ต ประหนึ่งว่าคุณเป็นหนึ่งในเหตุการณ์นั้น คุณจะรู้สึกอย่างไร และคุณจะถ่ายทอดให้คนธรรมด๊า ธรรมดาได้ไง คุณก็อาจบอกว่า เกิดคลื่นยักษ์ ถล่มทุกอย่างทลายลง ผู้คนตายหมด ฯลฯ จะไม่มีทางรอด ถึงกาลอวสาน
แต่ถ้าคุณดูทีวี มันก็เป็นอีกแบบนึง คุณจะบอกว่า อูวน่ากลัวจังเลย ก็แค่นั้น
เรื่องพวกนี้มันอาจเกิดขึ้น แต่ก็อาจไม่ใช่แถวบ้านคุณหรอก อาจไม่ใช่ประเทศไทยหรอก และก็อาจจะสามารถเตือนภัยได้โดยเทคโนโลยี
สิ่งหนึ่งที่ดี และควรทำคือความดี แม้โลกไม่แตกก็ต้องทำ
ดวงดาว
27-01-2005, 05:34 AM
มีอีกไหมค่ะ
Kamen rider
27-01-2005, 05:53 AM
ขอให้ทำนาย ผิด สาธุ ขอให้เป็นเรื่องเหลวไหล ขอให้โลกสงบสุข โลกไม่บอบช้ำไป สันติภาพ นกพิราบขาวโบยบิน
neomagic
27-01-2005, 09:16 AM
ผิดแหง ตลกตายล่ะ ประเทศไทยมีภูเขาไฟระเบิด.
เชื่อก็บ้าแล้ว
นายฉิม
27-01-2005, 10:15 AM
ยังไม่เชื่อครับ กำลังรอดูอยู่ ว่าจะมีมูลความจริงสักแค่ไหน
เรื่องของคำทำนายก็ทายกันไปไม่มีอะไรมาก
Lucasian
27-01-2005, 12:59 PM
เท่าที่อ่านมา น่าจะเกิดแค่บางส่วน
ถ้าเป็นแบบนั้นทั้งหมด โลกเรา ก้อแทบไม่เหลืออะไรเลย จะกลายเป็นวันล้างโลกจะมากกว่า และประชากรโลกคงเหลือไม่ถึง 0.1 % แน่ครับ (แง่ดีแล้วนะ)
บางตอนอ่านแล้วเกิดคำถามพอสมควร เช่น
>>>>>>
"ต่อไปที่จะวิบัติหนักๆ ก็คือ ไต้หวัน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อเมริกา ฯลฯ เราเคยถามครูบาอาจารย์ว่าไม่มีใครเปลี่ยนได้เลยหรือ ท่านบอกว่า "ไม่ได้" ท่านว่า "ปู่ยี เว้า ก็ปานพระเจ้า เว้า นั่นแหละ ในโลกนี้ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้" เพราะกรรมของมนุษย์เป็นแบบนั้น"
" ปู่ยี เว้า " หมายถึงใคร หรืออะไรล่ะครับ?
>>>>>>
แล้วตอน
"เราค่อนข้างมั่นใจว่า ภายในปี 2560 ประเทศไทยจะได้เป็นมหาอำนาจ และไทยกับลาวจะรวมกันเป็นหนึ่ง(ประเทศเดียวกัน) ท่านไหนที่ขยันหมั่นเพียร รักษาศีล ภาวนา ก็จะได้มีโอกาสอยู่ในยุคใหม่ต่อไป ส่วนท่านที่ยังไม่มีศีลธรรมพอ ก็คงจะต้องไปตามวิถีกรรมของตนเอง"
ผมก้อคิดว่า ไทย กับ ลาว ไม่น่าจะรวมกันได้ ไม่น่าจะมีเหตุผลที่ต้องรวมกัน และผู้ใหญ่หลายท่านในประเทศลาว เอง ก้อน่าจะไม่ชอบคนไทยเท่าไร แต่ไม่ถึงกับขั้นเกลียดชังอะไรนัก คนไทยชอบไปดูถูกเค้า และเคยได้ยินจาก อาจารย์ในสถาบันวิจัยภาษา และวัฒนธรรมอะไรประมาณนี้ ในประเทศไทย บอกว่า มีคนลาวหลายคน (กลุ่ม) ที่ไม่ค่อยชอยคนไทย ซักเท่าไร
>>>>>>
"ถ้าหากศึกษาถึงเชื้อของจิตวิญญาณเดิมของการมาเกิดก็จะเข้าใจว่าอย่างอิสลามและคริสต์นั้น เชื้อจิตวิญญาณเดิมหรือต้นธาตุของจิตวิญญาณ ของพวกนี้เป็นพวกยักษ์ ตระกูลต่างๆ ดังนั้นที่ครูบาอาจารย์ท่านว่าพวกยักษ์นอกศาสนาเขาตีกันนั้น ก็พวกยักษ์เหล่านี้แหละที่มีปัญหา และพวกยักษ์เหล่านี้เขาก็มาเกิดกันมากในยุคนี้ ส่วนใหญ่ในเขตไทยและใกล้เคียงจะเป็นเชื้อนาค เชื้อเทวดา เชื้อครุฑ คนในเขตประเทศไทย ส่วนใหญ่ก็วนเวียนอยู่กับการเกิดเป็นเชื้อต่างๆเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับชาติที่ทำบารมีมาเด่นๆ ว่าเคยทำบารมีมาในภพภูมิไหนมามาก ก็จะมีความเกี่ยวพันกันกับภพภูมิเหล่านั้นและเมื่อถึงเวลาก็จะเป็นการทำบารมีร่วมกันระหว่างภพภูมิ"
ในตอนนี้ เชื้อยักษ์ เชื้อนาค เชื้อเทวดา เชื้อครุฑ มีในพระไตรปิฎก หรือพระธรรมเล่มไหนมีอธิบายไว้ ผมไม่เคยรู้เลย อย่างไรช่วยให้ความรู้เพิ่มด้วย
อีกอย่างในตอนนี้ควร censor ซักหน่อยในชื่อศาสนา ประมาณว่ามีเพื่อนต่าง ศาสนาอยู่ และไม่เคยคิดว่าพวกเค้าเหล่านั้นเป็นพวกยักษ์ (คำว่า ยักษ์ ในพระพุทธศาสนา นั้นรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร โมหะ+โทสะ )
>>>>>>
สุดท้ายขอถามอีกนิด
คำนายนี้เป็นของพระพุทธองค์ หรืออัครสาวกที่ล่วงลับ หรืออริยบุคคลในปัจจุบันนี้เอง
ผมคิดว่าพระพุทธองค์ พระองค์ท่านไม่น่าจะทำนายอนาคตอะไรออกมาในรูปแบบนี้
พระเจ้าจักรพรรดิราช ผู้ประเสริฐก็คือ.................................
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=1321
kiatkiat
27-01-2005, 01:24 PM
อะไรครับ ..... ต่อสิครับ ..... .... อยากรู้คับ
สามโลก
27-01-2005, 02:54 PM
น่ากลัวจังครับ ถึงจะจริงหรือไม่ แต่ก็ช่วยเตือนสติให้ไม่ประมาท ทำให้เกิดมรณานุสติได้ดีเหมือนกัน (b-uh)
คุณรู้ไหมว่า
27-01-2005, 03:38 PM
ที่ว่าภูเขาไฟระเบิดนะมีครับ คุณรู้ไหมว่า มีแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง เคยเป็นแนวภูเขาไปมาก่อน เป็นแนวที่มีพลังมากเสียด้วย ก็น้ำตหแจ้ซ้อน ในอำเภอเมืองปานยังไงล่ะ อยุ่จังหวัดลำปางครับ แต่ตอนนี้มันยังไม่มีแววว่าจะปะทุเท่านั้นเอง และไม่รุ้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นอีก เพราะมันอยุ่ใกล้กับบ้านแฟนผมมาก แค่ 5 กิโลเท่านั้นเอง
เรียน เวปมาสเตอร์ที่นับถือ
หากเห็นว่าข้อความต่อไปนี้ไม่เหมาะสมกรุณาลบทิ้งไปโดยทันที
และหากท่านใดมาอ่านพบข้อความเหล่านี้กรุณาใช้วิจารณญาณในการรับรู้ให้ดี
อย่าเพิ่งเชื่อถือกับข้อความเหล่านี้ และอย่าตื่นตระหนกไปกับข้อความเหล่านี้
เพียงรับรู้ไว้เป็นข้อมูลอันหนึ่งเท่านั้น หรือรับรู้ว่าเป็นนิยายเพ้อเจ้อไร้สาระก็พอ
คัดลอกมาจากhttp://www.piupun.com/newage/ ศาสตร์แห่งอภิปรัชญา .. ศรัทธาใหม่ของโลก
ที่มา : การสื่อถ่ายทอดพระโอวาทจากพระบิดาที่อยู่นอกระบบเอกภพ ผ่านทางอาจารย์ปริญญา ตันสกุล ครั้งที่ 76
ในวันที่ 15 16 กันยายน 2545 ณ. ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติริ์
รายละเอียดของมหันตภัยที่จะเกิดขึ้น
สถานที่แห่งแรกในประเทศไทย
ที่จะได้เผชิญกับลาวาร้อนจากไฟใต้โลก
จะเกิดขึ้นจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดแรกในภาคอีสาน
ตามรอยต่อของจังหวัดที่ติดกันเป็นแนวยาว
เริ่มแรกจะมีลักษณะเป็นแนวแยกของแผ่นดินคดเคี้ยว
ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ธารโลหะร้อนจะไหลลามแผ่ออกไปเป็นบริเวณกว้าง
ข้ามวันข้ามคืนติดต่อกัน
จากนั้นพายุที่รุนแรงจะนำน้ำมาดับไฟ
ก่อให้เกิดนำท่วมและโรคร้ายที่จะระบาดอย่างรุนแรง
จนสุดที่จะเยียวยาได้
โดยเฉพาะอหิวาตกโรคสายพันธุ์ใหม่
ที่มนุษย์เชื่อว่าได้กำจัดมันจนหมดไปจากโลกนี้แล้ว
แต่หารู้ไม่ว่ามันกำลังฟักตัว
และจะมีฤทธิ์ร้ายแรงกว่าตอนที่ถูกมนุษย์ปราบมันไปตอนนั้นเสียอีก
ซึ่งมันสามารถคร่าชีวิตผู้รับเชื้อได้ในระยะเวลาเพียงวันเดียวเท่านั้น
**********************************
ท้องฟ้ามืดมิด ฝนจะเริ่มตกหนักทั่วโลกอย่างไม่หยุดยั้ง
น้ำจะเอ่อขึ้นเรื่อยๆ จนเข้าท่วมแผ่นดินในหลายๆ พื้นที่
พายุไซโคลนจะพัดกระหน่ำ
ซึ่งจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 160 กม./ชม.
พัดผ่านกรุงเทพ ผ่านช่องแม่น้ำเจ้าพระยา
ตึกแห่งหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ที่อยู่ใกล้กับสะพานกลางเก่ากลางใหม่
ในย่านฝั่งธนบุรีจะพังทลายลงมา
จากการโหมกระหน่ำและความบ้าคลั่งของลมพายุ
มีผู้เสียชีวิตในครั้งนี้มีไม่ต่ำกว่า 600 คน
ในเวลาหลังจากนั้นไม่นานนัก
ตึกสีขาวที่อยู่ริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามจะพังทลายตามลงมา
ยอดตึกที่พังทลายจะแลเห็นโผล่เหนือน้ำ
ให้เห็นเป็นอนุสรณ์ของคราบน้ำตา
หลังคาบ้านเรือนในบริเวณใกล้เคียงจะปลิวว่อน
เสาไฟฟ้าจะล้มระเนระนาด ด้วยความรุนแรงของลมพายุ
******************************
ตึกสูงย่านประตูน้ำ ในกรุงเทพมหานคร
ผนังตึกส่วนหนึ่งจะรูดลงมากองกับพื้น
ด้วยความรุนแรงของลมพายุที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง
จะสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนในบริเวณใกล้เคียง
อย่างเหลือที่จะคณานับ
*******************************
เทือกเขาตะนาวศรีในเขตจังหวัดราชบุรี จะพังทลายลงมา
เนื่องจากแผ่นดินไหวที่รุนแรง
ซึ่งจะเปิดเผยให้เห็นถึงภูเขาไฟที่ซุกซ่อนอยู่
หลังจากนั้นไม่นานภูเขาไฟลูกแรกในประเทศไทย
จะระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง
เสียงดังกึกก้องกัมปนาทดังมาถึงกรุงเทพ
ธารลาวาจะไหลลงไปยังฝั่งพม่า
ไม่นานนักระเบิดลูกที่สอง และลูกที่สามก็ตามมา
ลูกที่สี่ จะรุนแรงอย่างถึงที่สุด
ซึ่งจะสร้างความอำมหิตให้กับภาคเหนือและภาคอีสานต่อไป
********************************
ณ บ้านกุดฉิม อำเภอหนองเรือ จัดหวัดขอนแก่น
จะเกิดภูเขาไฟแห่งที่สองระเบิดขึ้น มีผู้เสียชีวิตประมาณ 500 คน
เกิดแผ่นดินไหว และมีลาวาร้อนจากภูเขาไฟ
ไหลเคลื่อนตัวทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า
เกิดขึ้นที่บ้านโพธิ์ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
มีผู้เสียชีวิตร่วมพันคน
*******************************
เกิดภูเขาไฟระเบิดในจังหวัดกาฬสินธุ์ อย่างกระทันหัน
จนยากที่ผู้คนในบริเวณนั้นจะตั้งตัวทัน
และจะเกิดปรากฎการณ์ที่แปลกประหลาด
มีจำนวนเด็กและผู้หญิงเสียชีวิตมากกว่าผู้ชาย
จังหวัดตรัง เกาะทุกเกาะจะจมหายไป
เนื่องจากลมพายุที่รุนแรงและทะเลคลั่ง
ที่กลบกลื่นหมู่เกาะให้หลับลึกไปอย่างรวดเร็ว
สมุทรปราการ จะจมหายลงไปในท้องทะเลครึ่งเมืองอย่างถาวร
เนื่องมาจากลมพายุที่โหมกระหน่ำ
บวกกับน้ำทะเลหนุนสูง น้ำจะท่วมอย่างรวดเร็ว
และมีสายน้ำเปลี่ยนทิศไหลผ่าเมืองอย่างน่าหวาดกลัว
ผู้ที่รับบาดเจ็บจากหายนะในครั้งนี้
จะถูกนำส่งยังโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
ที่อยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านสำโรง
ซึ่งโรงพยาบาลแห่งนี้จะเป็นประตูต้นทาง
ของกระแสน้ำที่ไหลเปลี่ยนทิศ
แต่ก็เป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดของเมืองสมุทรปราการ
เกาะสมุย จะถูกลบหายไปจากแผนที่โลก
เนื่องจากแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง
และเกิดพายุรวมทั้งคลื่นยักษ์ซัดกระหน่ำ
จนกระทั่งเกาะทั้งเกาะจมหายลงไปในท้องทะเล
อย่างไม่มีวันหวนกลับคืน
****************************
เกิดแผ่นดินไหวที่ตัวเมืองบุรีรัมย์ เสียชีวิตทันที 53 คน
ผู้บาดเจ็บที่เหลือจะเสียชีวิตอย่างมากมาย
ในระหว่างทางไปโรงพยาบาล
เกาะปันหยี จังหวัดพังงา เกิดน้ำท่วมสูง
และพายุที่รุนแรงโหมกระหน่ำ
เกาะหายสาบสูญอย่างถาวร ผู้คนเสียชีวิตทั้งเกาะ
เขื่อนบางลาง จังหวัดนราธิวาส ถูกคลื่นจากทะเลซัดกระหน่ำ
จนกระทั่งเขื่อนแตก น้ำไหลทะลักเข้าท่วมแผ่นดิน
รวมทั้งน้ำทะเลที่ถาโถมเข้าใส่แผ่นดินอย่างบ้าคลั่ง
จนกระทั่งไม่มีนราธิวาส หลงเหลืออยู่ในแผนที่โลก
บ้านหาดเล็ก จังหวัดตราด ถูกคลื่นยักษ์ไซโคลนกระหน่ำ
แผ่นดินหายไม่มีเหลือ
ยะลา ถูกทะเลคลั่งโหมกระหน่ำ น้ำทะเลสูง แผ่นดินหาย
เหลือเพียงเกาะเล็กๆ เท่านั้น ที่จะมีชื่อเรียกใหม่ว่าเกาะยะลา
จังหวัดสงขลาน้ำท่วมสูง เกาะทุกเกาะจมหาย
จะเหลือเพียงหาดใหญ่บางส่วนที่น้ำจะไม่ท่วมถาวร
*************************
ชลบุรี ชายฝั่งทะเลบางแสน ถูกคลื่นยักษ์ 4-5 เมตร
ซัดกระหน่ำอย่างรุนแรงจนกระทั่งมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งพังพินาศ
แต่น้ำทะเลจะไม่ท่วมถาวร
ฉะเชิงเทรา น้ำจะท่วมถึงสองฝั่งบางปะกง จนถึงฐานหลวงพ่อโสธร
กระบี่จะถูกพายุพัดกระหน่ำ ผืนดินทางด้านตะวันออกจะหายไป
ชาวประมง ประมาณ 180 คนจะถูกกลืนหายไปในท้องทะเล
ชุมพร จะเผชิญพายุฝนที่รุนแรง คลื่นจัด น้ำท่วมสูง
ศาลกรมหลวงชุมพรจะเหลือไว้เป็นอนุสรณ์ให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์
อุทยานภูริน นางย่อง สิมิลัน จังหวัดพังงา ถูกคลื่นยักษ์ซัดหาย
********************************
ภูเก็ต ถูกพายุถล่มอย่างบ้าคลั่ง
จะกระทั่งเกาะทั้งเกาะหายไปจากแผนที่โลก
มีผู้เสียชีวิตทันทีประมาณ 40,000 60,000 คน
********************************
นครศรีธรรมราชน้ำท่วมใหญ่ มีผู้เสียชีวิตประมาณ 20,000 คน
พังงา น้ำท่วม แผ่นดินจะถูกกลืนจมหายลงไปในท้องทะเล
ปัตตานี ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมทั้งจังหวัด
แต่ วัดช้างไห้ ของหลวงปู่ทวด จะปลอดภัย
รูปปั้นหลวงปู่ทวดจะแสดงปาฎิหารย์ ลอยน้ำขวางกระแสน้ำเชี่ยว
น้ำจะแห้ง วัดช้างไห้จะกลายเป็นเกาะกลางน้ำ
เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์จะพังหลาย กระแสน้ำที่เชี่ยวกราด
จะทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า มีผู้เสียชีวิตทันที่ประมาณ 200 คน
เกิดภูเขาไฟระเบิดอย่างกึกก้องกัมปนาถที่จังหวัดอุตรดิตถ์
กาญจนบุรี เขื่อนศรีนครินทร์จะมีปัญหา
น้ำไหลอ้อมเขื่อนท่วมด้านล่างเสียหายบางส่วน
รวมทั้งน้ำท่วมสูงแผ่นดินหายถาวรครึ่งจังหวัด
***************************
นครราชสีมา เกิดน้ำท่วมใหญ่เป็นประวัติการณ์
กระแสน้ำจะท่วมสูงจนถึงฐานของอนุเสาวรีย์ย่าโม
******************************
ทุกจังหวัดในประเทศไทยต่างก็ได้รับความบอบช้ำด้วยกันทั้งสิ้น
จะมากน้อยต่างกันไป บริเวณใดที่มีผู้คนมีศีลธรรมอาศัยอยู่
อาจได้รับการปกป้อง บรรเทาภัยพิบัติให้เบาบางลงไปได้บ้าง
ข้อมูลทุกอย่างที่กล่าวมานี้อาจเปลี่ยนแปลงได้
แต่ระดับความรุนแรงจะไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน
ดังเช่นภูเขาไฟที่กล่าวว่าจะเกิดในสถานที่หลายแห่งนั้น
อาจเกิดระเบิดกึกก้องกัมปนาถรวมกันในสถานที่แห่งเดียว
แต่จะมีความรุนแรงมากกว่าปกติ
กล่าวคือ อาจมีลาวาจะพุ่งสู่ท้องฟ้าสูงเป็นพิเศษ
ถึง 6 กิโลเมตร เป็นต้น
เหตุการณ์ต่างๆ ที่กล่าวมานั้น
จะมีอยู่วันหนึ่งที่เกิดเหตุการณ์รุนแรงที่สุด
คลื่นพลังมหาศาลจากจักรวาลจะกระแทกลงมายังโลก
เป็นพลังงานที่เกิดจากลมพายุสุริยะ
อันเนื่องมาจากจุดดับบนดวงอาทิตย์จุดที่ 11
มนุษย์ทุกคนบนโลก จะได้พบกับเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัว
บรรยากาศช่วงแรกๆ จะรู้สึกหดหู่ เวิ้งว้าง ท้องฟ้าจะวังเวงพิกล
หลังจากนั้นไม่นานนักลมจะแรงขึ้น แรงขึ้น เสียงฟ้า เสียงลม
จะแผดเสียงกึกก้องดังที่สุด
ตั้งแต่เกิดมาจะไม่เคยได้ยินเสียงที่ดังขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
มันเป็นเสียงของมัจจะราชที่จะพิพากษาโลกในด้านความเป็นมนุษย์
คนชั่วทุกคนจะถูกประหารชีวิต และจะตายอย่างทรมาน
ไม่เว้นแม้แต่ผู้นำสังคม ผู้นำเศรษฐกิจ ผู้นำลัทธิ ฯลฯ
ส่วนคนดีจะได้รับการยกเว้นเอาไว้
ให้ได้ทำความดีโดยไม่มีอุปสรรคต่อไป
*********************************
นายฉิม
28-01-2005, 09:44 AM
แต่งเรื่องยังกะในหนังแน่ะ
แวะมา
28-01-2005, 10:17 AM
แรก ๆ ก้อดี อยู่ ไป ๆ มา ๆ เพ้อเจ้อ
kiatkiat
28-01-2005, 11:55 AM
อ่า พี่พี่ครับ ..... ....... พี่เกษม เค้าลงแล้วว่า
" เรียน เวปมาสเตอร์ที่นับถือ
หากเห็นว่าข้อความต่อไปนี้ไม่เหมาะสมกรุณาลบทิ้งไปโดยทันที
และหากท่านใดมาอ่านพบข้อความเหล่านี้กรุณาใช้วิจารณญาณในการรับรู้ให้ดี
อย่าเพิ่งเชื่อถือกับข้อความเหล่านี้ และอย่าตื่นตระหนกไปกับข้อความเหล่านี้
เพียงรับรู้ไว้เป็นข้อมูลอันหนึ่งเท่านั้น หรือรับรู้ว่าเป็นนิยายเพ้อเจ้อไร้สาระก็พอ "
neomagic
28-01-2005, 02:25 PM
โมษะบุรุษแล้วนี่..
คุณเวปครับ อย่างนี้คงเป็นแบบที่พยายมเตือนคุณในฝันแล้วมังครับ ต้องลบกระทู้นี้ทิ้งแล้วล่ะ มันไร้สาระเกินไปแล้ว
ห้องวิทยาศาสตร์ทางจิต จะกลายเป็นห้อง เพ้อเจ้อ เหลวไหล ไร้สาระ เข้าไปทุกทีแล้วเนี่ย
----------- เสริมนิดนึง ผมไม่ได้ว่าคุณเกษมครับ ผมหมายถึงคนทำนาย ---------
เรื่องลาวา 6 กิโล ขอแก้หน่อยครับว่าผมเข้าใจผิด จริงๆยังไปไม่ถึงอวกาศ เพราะ บรรยากาศ หนาถึง 380 ไมล์ครับ
ขอโทษที
ฟังเล่นๆเป็นนิยาย โดยส่วนตัวแล้ว ไม่เชื่อเรื่องการทำนายอนาคตเท่าไหร่ เพราะเชื่อเสมอว่า อนาคตที่จะเกิดขึ้นนั้น ปัจจุบันของเราเป็นตัวกำหนดมันขึ้นมา ดังนั้นอนาคตเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
เบื่อที่จะอ่านพวกไร้สาระ
28-01-2005, 02:51 PM
อยากบอกคุณเวปสโนว จังเลยว่า "ยกเลิกการทำ Sticky กระทู้นี้ จะดีกว่าไหม"
ขอให้จิตใจผู่อ่านมั่งคง จงมั่นในศรัทธา
Boatnoy
28-01-2005, 05:03 PM
อ่านแล้วน่ากัว
casy99
28-01-2005, 09:00 PM
ต่อไปจะมีพระจักรพรรดิ์เป็นผู้ปกครองโลก พระยาธรรมมิกราชจะเป็นคล้ายพระสังฆราช
และจะมีพระโพธิสัตว์อีกองค์หนึ่ง จะทำหน้าที่คล้ายนายกรัฐมนตรี
ซึ่งสามร่มโพธิ์ศรีก็คือ สามโพธิสัตว์ที่ลงมาทำหน้าที่ดูแลพระพุทธศาสนา นั่นเอง
เอาเป็นว่า มีผู้ที่เขาลงมาทำหน้าที่นี้กันครับ และก็มีเหล่าอัญญาสิทธิ์ อัญญาธรรม
ที่ตามลงมาทำหน้าที่อีกจำนวนหนึ่ง บางคนก็รู้ตัวเองแล้ว
บางคนก็อาจจะยังไม่รู้ตัวเองครับ
ถึงเวลาแล้วก็คงจะได้เห็นว่าของจริงนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งบางท่านบางคน บางท่าน
จะมีชื่อเสียงในหมู่ของเทพ เทวดา นาค ครุฑ กุมภัณฑ์ ฤษี มุนี ดาบส ฯลฯ
และพวกเขาเหล่านั้นก็รอยุคพระยาธรรมมิกราชนี่แหละ
ในสมัยจอมพล ส. เกิดผีบุญขึ้นทางอิสาน ใช้ข้อความการบรรยายชวนเชื่อคล้ายกัน เรื่องจบลงโดยการที่จอมพล บอกให้อมวิทยุทรานสซิสเตอร์ให้ดูถ้าทำได้จะยอมรับ ผลปรากฎว่าเข้าคุกไปตามระเบียบ "แค่คิดก็ผิดแล้ว"
ความรู้เรื่องนาค ยักษ์ ในพระไตรปิฎก
เทวภูมิชั้นที่หนึ่ง ชื่อ จตุมหาราชิกาภูมิ
หมายถึง ภูมิที่มีเทวดา ๔ องค์เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ชื่อว่าจตุมหาราชา (จตุ แปลว่า ๔) อยู่ประจำทั้ง ๔ ของภูเขาสิเนรุ คือ
๑. ท้าวธตรัฏฐะ อยู่ทิศตะวันออก ปกครองคันธัพพเทวดาทั้งหมด
๒. ท้าววิรุฬหกะ อยู่ทิศใต้ ปกครองกุมภัณฑเทวดา (เทวดาท้องใหญ่โต) ทั้งหมด
๓. ท้าววิรูปักขะ อยู่ทิศตะวันตก ปกครองนาคเทวดาทั้งหมด
๔. ท้าวกุเวระ หรือ ท้าวเวสสุวัณ อยู่ทิศเหนือ ปกครองยักขเทวดาทั้งหมด
ที่อยู่ของเทวดาทั้ง ๔ นี้ อยู่ตรงกลางของภูเขาสิเนรุ ในระดับเดียวกับยอดเขายุคันธร อันเป็นภูเขาล้อมภูเขาสิเนรุชั้นแรก
ท้าวมหาราชทั้ง ๔ องค์นี้ เป็นผู้รักษามนุษยโลกด้วย จึงเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า ท้าวจตุโลกบาล เทวดาที่บังเกิดอยู่ในจตุมหาราชิกาทั้งหมด เป็นบริวารอยู่ภายใต้อำนาจการปกครอง และมีหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติรับใช้ท้าวมหาราชทั้ง ๔
บริวารที่ท้าวมหาราชทั้ง ๔ ปกครอง ตั้งอยู่ตอนกลางของเขาสิเนรุ เสมอกับยอดเขายุคันธร อาณาเขตแผ่กว้างโดยรอบจรดขอบจักรวาล และภูเขาสัตตบรรพ์ ลงมาจนถึงพื้นแผ่นดินที่มนุษย์อยู่ ตลอดทั่วมหาสมุทรทั้งหมด
เทวดาประเภทต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การปกครองของท้าวจตุมหาราช คือ
เทวดาที่อาศัยอยู่ตามภูเขา (ปัพพตัฏฐเทวดา)
เทวดาที่อยู่ในอากาศ (อากาสัฏฐเทวดา)
เทวดาที่ตายเพราะมัวเพลิดเพลินในการเล่น (ขิฑฑาปโทสิกเทวดา) เล่นกีฬา
จนลืมบริโภคอาหาร
เทวดาที่ตายเพราะความโกรธ (มโนปโทสิกเทวดา)
เทวดาที่ทำให้อากาศเย็นเกิดขึ้น (สีตวลาหกเทวดา)
เทวดาที่ทำให้อากาศร้อนเกิดขึ้น (อุณหวลาหกเทวดา)
เทวดาที่อยู่ในพระจันทร์ (จันทิมาเทวปุตตเทวดา)
เทวดาที่อยู่ในพระอาทิตย์ (สุริยเทวปุตตเทวดา)
ถ้าแบ่งเทวดาชั้นจตุมหาราชิกา ออกตามสถานที่อยู่อาศัย แบ่งได้ ๓ ประเภท
๑. ภุมมัฏฐเทวดา อยู่บนพื้นดิน
๒. รุกขัฏฐเทวดา อยู่บนต้นไม้
๓. อากาสัฏฐเทวดา อยู่ในอากาศ
ภุมมัฏฐเทวดา ได้แก่เทวดาที่อาศัยอยู่ตามสถานที่ต่างๆ เช่น ภูเขา แม่น้ำ มหาสมุทร ใต้ดิน บ้าน เจดีย์ ศาลา ซุ้มประตู เป็นต้น เทวดาบางองค์ก็มีวิมานของตน ณ ที่นั้นๆ โดยเฉพาะ องค์ใดไม่มี ก็ถือเอาสถานที่ ที่ตนอาศัยอยู่ เช่น วัด บ้าน ภูเขา มหาสมุทร แม่น้ำ นั้น เป็นวิมานของตน
รุกขัฏฐเทวดา มี ๒ จำพวก พวกหนึ่งมีวิมานอยู่บนต้นไม้ อีกพวกหนึ่งอยู่บนต้นไม้แต่ไม่มีวิมาน รุกขวิมานเป็นวิมานที่ตั้งอยู่บนยอดของต้นไม้ สาขัฏฐกวิมานเป็นวิมานที่อาศัยตั้งอยู่บนสาขาของต้นไม้ทั่วไป
อากาสัฏฐเทวดา เทวดาจำพวกนี้มีวิมาน เป็นที่อยู่ของตนเองโดยเฉพาะ เช่น พระอาทิตย์ พระจันทร์ และดาวทั้งหลาย ทั้งภายในภายนอกวิมานประกอบไปด้วย รัตนะ ๗ อย่าง ซึ่งบังเกิดขึ้นด้วยอำนาจกุศลกรรม คือ แก้วมรกต แก้วมุกดา แก้วประพาฬ แก้วมณี แก้ววิเชียร เงิน ทอง แต่ละวิมานประกอบด้วยรัตนะไม่เท่ากัน บางวิมานมีเพียง ๑-๒ รัตนะ บางวิมานก็มีมาก สุดแต่กุศลที่ตนสร้างเอาไว้ วิมานเหล่านี้ลอยหมุนเวียนไปรอบๆ เขาสิเนรุอยู่เป็นนิจ
ในบางแห่ง จัดเอารุกขัฏฐเทวดารวมไว้เป็นพวกเดียวกับภุมมัฏฐเทวดา
เทวดาชั้นจตุมหาราชิกาที่มีใจโหดร้าย มีอยู่ ๔ จำพวก คือ
๑. เทวดายักษ์ ทั้งชาย หญิง (ยักโข ยักขินี)
๒. เทวดาคันธัพพะ ชาย หญิง (คันธัพโพ คันธัพพี)
๓. เทวดากุมภัณฑ์ ชาย หญิง (กุมภัณโฑ กุมภัณฑี)
๔. เทวดานาค ชาย หญิง (นาโค นาคี)
ยักษ์ มี ๒ จำพวก จำพวกหนึ่งเป็นเทวดายักษ์ มีรูปร่างสวยงาม มีรัศมี อีกพวกหนึ่งเป็นดิรัจฉานยักษ์ รูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว ไม่มีรัศมี พวกเทวดายักษ์นั้น บางทีมีความพอใจในการเบียดเบียนสัตว์นรกให้เดือดร้อน เมื่อมีจิตคิดอยากเบียดเบียนขึ้นมาเมื่อใด ก็จะเนรมิตตนเองเป็นนายนิรยบาลบ้าง เป็นแร้งยักษ์ กายักษ์ สุนัขยักษ์ บ้าง เที่ยวลงโทษหรือไล่จับสัตว์นรกกิน เทวดาพวกนี้อยู่ในความปกครองของท้าวกุเวระ หรือท้าวเวสสุวัณ
คันธัพพเทวดา ได้แก่เทวดาที่ถือกำเนิดอยู่ในต้นไม้ที่มีกลิ่นหอม และจะอาศัยอยู่ในเนื้อไม้ตลอดไป แม้ต้นไม้นั้นจะผุพัง โค่นล้ม หรือถูกคนตัดเอาไปทำการก่อสร้างเป็นสิ่งต่างๆ คันธัพพเทวดาเหล่านี้ก็ไม่ยอมละทิ้งที่อยู่ของตน คงอาศัยอยู่กับไม้นั้นเรื่อยๆ ไป บางคราวยังแสดงตนให้มนุษย์เห็น เรียกกันว่า นางไม้ ถ้าเอาไม้นั้นไปทำเรือก็เรียกว่า แม่ย่านางเรือ เทวดาพวกนี้มีฤทธิ์เดชอยู่บ้าง เมื่อไม่พอใจอาจทำให้เกิดอุปสรรค รบกวนผู้อยู่อาศัย เกิดการเจ็บป่วย หรือทำอันตรายทรัพย์สมบัติให้พินาศ ถ้าพอใจก็ช่วยดูแลรักษาคุ้มครองให้คุณประโยชน์
คันธัพพเทวดาเกิดในต้นไม้ มีกลิ่นหอม มี ๑๐ จำพวก เรียกว่า กัฏฐยักขะ ได้แก่พวกที่เกิดอยู่ใน
๑. ราก ๖. น้ำหอม
๒. แก่นไม้ ๗. ใบไม้
๓. เนื้อไม้ ๘. ดอกไม้
๔. เปลือกไม้ ๙. ผลไม้
๕. ตะคละต้นไม้ ๑๐. เง่าใต้ดิน
พวกเหล่านี้ต่างกับรุกขเทวดา ตรงที่ไม่ยอมทิ้งที่อยู่อาศัย พวกรุกขเทวดานั้น หากมีผู้ทำลายต้นไม้ที่ตนอยู่ ก็จะย้ายวิมานไปอยู่ที่ต้นไม้ต้นอื่น
คันธัพพเทวดาอีกพวกหนึ่ง เกิดขึ้นในร่างกายมนุษย์ เป็นคันธัพพเทวดาหญิง บางจำพวกมาเกิดในร่างกายของมนุษย์หญิง ชาวโลกเรียกกันว่า คนผีสิง ทั้งนี้เพราะผู้นั้นเคยทำอกุศลกรรมไว้ในอดีตชาติ
คนที่ถูกผีสิง มีอยู่ ๒ จำพวก พวกที่หนึ่ง ถูกพวกคันธัพพเทวดามาอาศัยเกิด ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา อีกพวกหนึ่ง เมื่อมนุษย์นั้นเจริญเติบโตแล้ว คันธัพพเทวดาจึงมาอาศัยเกิด หญิงที่ถูกคันธัพพเทวดาสิงอยู่นี้ เมื่อเกิดความไม่พอใจผู้หนึ่งผู้ใดแล้ว สามารถใช้เทวดาที่อาศัยอยู่ในร่างกายตนไปประทุษร้ายเอาได้ต่างๆ นานา ตามแต่โอกาสจะเหมาะ
หญิงที่ถูกคันธัพพเทวดาเข้าสิงอยู่ ในเวลาปกติมีความเป็นอยู่ต่างๆ เหมือนคนธรรมดา แต่เมื่อถึงเวลาวันเพ็ญ พระจันทร์เต็มดวง ด้วยอำนาจของคันธัพพเทวดาที่สิงอยู่ ทำให้หญิงนั้นพาร่างออกเที่ยวแสวงหาอาหารในเวลากลางคืน ในขณะที่กำลังเที่ยวหาอาหาร จะมีแสงเป็นประกายออกมาจากร่างกาย ด้วยอิทธิฤทธิ์ของคันธัพพเทวดา
คันธัพพเทวดาทั้งหมดเหล่านี้ อยู่ภายใต้การปกครองของท้าวธตรัฏฐะ
กุมภัณฑเทวดา เป็นเทวดาจำพวกหนึ่งที่เรียกกันว่า รากษส มีลักษณะรูปร่างไม่สวยงาม พุงใหญ่ ตาพองโตสีแดง มีที่อยู่ ๒ แห่งคือ ในมนุษยโลก และ นิรยโลก
พวกที่อยู่ในมนุษยโลก มีหน้าที่รักษาป่า ภูเขา ต้นไม้ สระโบกขรณี แม่น้ำ พุทธเจดีย์ แก้วรัตนะ ต้นยาที่ประเสริฐ ต้นไม้ที่มีดอกหรือเนื้อไม้หอม เช่น ที่ภูเขาเวปุลละที่มีแก้วมณี และต้นมะม่วงที่เรียกกันว่า อัพภันตระ เป็นต้น สถานที่ต่างๆ ที่ท้าวจตุมหาราชกำหนดให้กุมภัณฑเทวดาดูแลรักษานั้น ถ้ามีผู้ล่วงล้ำ กุมภัณฑเทวดาสามารถจับกินได้โดยไม่มีโทษ
กุมภัณฑเทวดาที่อยู่ในนิรยโลก ได้แก่ นายนิรยบาลรากษส การากษส สุนัขรากษส แร้งรากษส เทวดาพวกนี้มีหน้าที่คอยลงโทษสัตว์นรก และจับสัตว์นรกกิน เช่นเดียวกับพวกเทวดายักษ์ เมื่อเวลาต้องการเบียดเบียนสัตว์นรก ก็เนรมิตกายเป็นนายนิรยบาล และสัตว์ยักษ์เหล่านั้น
เทวดาพวกนี้อยู่ในความปกครองของ ท้าววิรุฬหกะ
นาคเทวดา พวกนี้มีกำเนิด ๒ อย่าง คือ เกิดอยู่ใต้ดินธรรมดาแห่งหนึ่ง และเกิดอยู่ใต้ภูเขาแห่งหนึ่ง เรียกนาคทั้ง ๒ พวกนี้ว่า ปฐวีเทวดา
นาคเทวดาพวกนี้มีอิทธิฤทธิ์ และเวทย์มนต์คาถา สามารถแปลงกายท่องเที่ยวไปในมนุษยโลก แปลงร่างเป็นคนบ้าง สุนัขบ้าง เสือบ้าง ราชสีห์บ้าง พวกที่มีจิตใจดุร้ายบางทีก็เนรมิตกายเป็นนายนิรยบาล เป็นแร้งยักษ์ กายักษ์ สุนัขยักษ์ ลงโทษ หรือจับสัตว์นรกกิน
บางที ในถิ่นที่อยู่อาศัยของนาคเทวดา มีงานสนุกสนานรื่นเริงกัน ด้วยการละเล่นชนิดต่างๆ บางครั้งกระเทือนรุนแรง จนกระทั่งทำให้แผ่นดินไหวได้เหมือนกัน
เทวดาชั้นจตุมหาราชิกาที่มีจิตใจโหดร้ายทั้ง ๔ จำพวกนี้ ไม่ใช่ชอบเบียดเบียนเฉพาะสัตว์อื่นๆ แม้พวกเดียวกันก็เบียดเบียนซึ่งกันและกันอยู่เป็นประจำ ท้าวมหาราชทั้ง ๔ จึงจำต้องจัดตั้งให้มีหัวหน้าคอยดูแลควบคุม ห้ามปราม ไม่ให้ไปเบียดเบียนสัตว์อื่นๆ และทะเลาะวิวาทซึ่งกันและกัน
บางครั้ง ในมนุษยโลกมีคนตายมากผิดปกติ ถ้ามีการจัดตั้งเครื่องสังเวยบูชาท้าวจาตุมหาราชทั้ง ๔ แล้ว อันตรายต่างๆ ค่อยทุเลาลงได้
อย่างไรก็ดี เทวดาชั้นนี้มีด้วยกันหลายประเภท บางพวกก็เลื่อมใสนับถือพระพุทธศาสนา บางพวกก็ไม่เลื่อมใส ชอบเบียดเบียนสัตว์อื่น บางพวกมีใจเป็นกุศล รักษาคน รักษาพระพุทธศาสนา รักษาโลก รักษาสถานที่สำคัญต่างๆ รักษาแก้วรัตนะ เป็นต้น
koymoo
29-01-2005, 04:57 PM
ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่สิคะ ขนาดตอนที่เกิดสึนามิ คุณ NiNe ทำนายไว้ ก็ไม่มีใครเชื่อ คิดว่าเป็นเรื่องเหลวไหล แล้วเป็นยังไงคะ!!! ก้อยไม่ได้บังคับให้ทุกคนเชื่อหรอกนะ เพราะมันเป็นเรื่องของอนาคต แต่รู้ก็ดีกว่าไม่รู้ไม่ใช่หรอคะ ถ้ามันเป็นความจริงขึ้นมา เราจะได้เตรียมตัวได้ทัน และก้อยก็ไม่คิดว่ามันจะไม่จริง เพราะโลกยุคนี้ก็สมควรที่จะได้รับหายนะแบบนั้น...
เดี่ยว
30-01-2005, 10:16 PM
คัดลอกส่วนหนึ่งจาก หนังสือตำนาน พระพุทธเจ้าเลียบโลก (ที่ระลึกในงานทำบุญคล้ายวันเกิดครบ 75 ปีท่านเจ้าคุณสุพรหมยานเถระ (ทอง สิริมังคโล,วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร )
ความย่อในผูกที่ 10
เนื้อเรื่องกล่าวถึงคำทำนายของพระพุทธองค์ต่อพระอินทร์ เกี่ยวกับความเจริญและความเสื่อมของพระพุทธศาสนาในช่วง 5000 ปี ดังนี้
พ.ศ.208 พระเจ้าอโศกมหาราชจะทรงรวบรวมเอาพระธาตุแจกจ่ายไปยังบ้านน้อยเมืองใหญ่ถึง 84,000 เมือง
พ.ศ.500 พระภิกษุณีจะหมดไปจากพุทธศาสนา
พ.ศ.1007 พระสงฆ์จะแตกแยกออกไปเป็น 4 เหล่า (นิกาย)
พ.ศ.1080 จะบังเกิดพระยาธรรมมิกราชองค์หนึ่งมาทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
พ.ศ.1900 จะหมดเชื้อสายพระอรหันต์
พ.ศ.1918-1919 จะเกิดกลียุครบราฆ่าฟันกันไปทั่วแผ่นดิน
พ.ศ.2000 ผู้คนจะละเว้นการปฎิบัติตนอยู่ในศีลธรรมพระสงฆ์หมู่หนึ่งจะหล่อพระพุทธรูปด้วยทองเหลือง ทองคำ แก้วมณี หิน และ ไม้จันทร์นำไปประดิษฐานในเมืองต่างๆ 5 เมือง และเมื่ออายุพระพุทธศาสนาล่วงเข้าเขต 3,000 ปี พระพุทธรูปทั้ง 5 องค์จะมารวมกัน ณ เมืองเดียวกัน จะบังเกิดพระยาธรรมิกราชองค์หนึ่งมาทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาแต่ในช่วงนั้นพระสงฆ์อรัญวาสีจะค่องๆหมดไป ด้วยพอใจที่จะมาอยู่ในวัดเมือง คือ คามวาสี มีความผิดปกติเกิดขึ้น นั่นคือ ชาวป่า ชาวเขาเกิดความศรัทธาใฝ่ใจทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ในขณะที่คนเมืองอาศัยวัดวาอารามเป็นที่ทำมาหากินโดยไม่กลัวบาป สมณะชีพราหมณ์ละเลยการปฏิบัติวัตรคลองธรรมอันดีงาม ความเป็นไปดังกล่าวอยู่ในช่วง พ.ศ.2000-5000 ปี พระสงฆ์พากันสะสมสมบัติลาภ ยศ แล้วพากันลาสิกขาบทออกไปเป็นผู้ครองเรือน พระพุทธองค์ทรงทำนายความเจริญและความเสื่อมของพระพุทธศาสนาในช่วง 5,000 วัสสา และเมื่อใกล้ถึง 5,000 ปี จะเกิดกลียุค (ไฟบรรลัยกัลป์ล้างโลก)ด้วยเทวดาอารักเป็นผู้บรรดาลให้เกิดขึ้นเพราะความไม่พอใจในหมู่มนุษย์ แต่พระพุทธเจ้าได้สั่งพระอินทร์ไว้ว่า เมื่อถึงช่วงทุกๆ พันวัสสา ให้ส่งพระยาธรรมิกราชจากสวรรค์ลงไปเกิดในโลกเพื่อ พยุงพระพุทธศาสานให้สืบต่อไปถึง 5,000 ปี เรื่องดังกล่าวพระอินทร์ได้บอกแก่ อินทสมภารฤาษี ณ ดอยคำหลวง เขตเมืองหรุภัญชัย เพื่อนำไปประกาศให้คนทั้งหลายได้ทราบโดยทั่วกัน
คัดลอกบางส่วนจากพุทธตำนาน พระเจ้าเลียบโลก กัณฑ์ที่ 9
ในกาลครั้งนั้นคนทั้งหลายก็จะได้เห็นเทวดา พระอินทร์ พระพรหมทุกองค์ เพราะเทวดาเหล่านั้นได้มาอุสสาราชาภิเษกพ่อค้าข้าวสาร ซึ่งเป็นลูกช่างหูก ซึ่งเป็นพระยาธรรมิกราชนั้นแล เมื่อผู้มีบุญได้เป็นพระยาธรรมิกราชแล้ว ต้นกัลปพฤกษ์ทิพย์ทั้งหลาย
..ต้น ก็จะโผล่จากใต้แผ่นดินออกมา แวดล้อมปราสาทและเมืองเชียงดาวทั้งหมด จะเป็นที่รุ่งเรืองและปรากฏไปทั่วชมภูทวีปทั้งสิ้น มนุษย์ชายหญิงทั้งหลายเมื่อมาถึงที่นั้นแล้ว ก็จะถอดเสื้อผ้าออกกองไว้สูงประมาณ 7 ศอก ลมจะพัดเสื้อผ้าเก่าเหล่านั้นทิ้งไปหมดถึง 7 ครั้ง คนทั้งหลายจะได้นุ่งวัตถาภรณ์อลังการผืนใหม่ที่เป็นทิพย์ทุกคน
..พระยาธรรมิกราชองค์นั้นจะเสวยราชสมบัติสุขตราบจนอายุ 200 ปี
เมื่อถึงเวลาที่ท่านจะได้เป็นพระยาธรรมิกราชองค์นั้น ภัยอุบาทว์ศัตรูจะมีแก่คนทั้งหลาย จะต้องถึงความพินาศฉิบหายเป็นอันมากก่อน
คัดลอกบางส่วนจากพุทธตำนาน พระเจ้าเลียบโลก กัณฑ์ที่ 10
เมื่อศาสนาตถาคตล่วงไปได้ 2,017 พรรษาต่อไปภายหน้า พระยาธรรมิกราชผู้ประเสริฐจะเกิดมาบำรุงยกย่องพระพุทธศาสนาเสมอเหมือนพระเจ้าปัตตมาลิกอโศกมหาราชนั้น จะประสูติในปีก่าร้า(ระกา) องค์ที่จะเกิดในพันพรรษาที่สามนั้นจะประสูตรในปี สัน (ปีวอก) พระยาธรรมิกราชที่จะเกิดในพันพรรษาที่สี่นั้นจะประสูติในปีเป้า (ฉลู) ในพันพรรษาที่ห้านั้น จะไม่มีพระยาธรรมิกราชแม้แต่องค์เดียวเพราะมนุษยืทั้งหลายหนาแน่นไปด้วยบาป
คัดลอกส่วนหนึ่งจากตำนานพระมหาบรมธาตุเจ้าดอยเกิ้ง อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ (เรียบเรียงใหม่)
พระพุทธองค์ทรงรำพึงว่า
ในภายภาคหน้า ปวงชนทั้งหลายจะไม่รู้จักจุดประทีปบูชาตถาคต พระองค์จึงทรงรวบรวมคำทิพย์เท่าเมล็ดผักกาด แล้วมอบให้พระอินทร์สั่งให้พระวิษณุกรรมหลอมประทีป กว้าง 1 วา หนา 1 นิ้ว ลึก 1 วา แล้วใส่น้ำมันทิพย์ไว้ บรรจุสายสิญจน์แทนไส้ตะเกียงโตเท่าแขนของมนุษย์ ให้จุดไว้ในชั้นล่าง (ภายในพระมหาบรมธาตุเจ้าดอยเกิ้ง)
เมื่อเสร็จแล้วพระวิษณุกรรมได้อธิฐานไว้ว่า ตราบใดที่พระสารีริกธาตุแห่งตถาคต ยังไม่เข้าสู่โคนต้นศรีมหาโพธิ์ขอให้ดวงไฟนี้อย่าดับเป็นอันขาด และน้ำมันก็อย่าได้แห้งเหือดไป แล้วพระวิษณุกรรมจึงกราบทูลถามพระพุทธเจ้าว่า อันพระสารีริกธาตุของพระองค์ จะมาตั้งไว้ในภูเขาลูกนี้หรือพระเจ้าข้า และเมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้วนานเท่าไร ศาสนาของพระองค์จักรุ่งเรืองไปในภาคหน้าพระเจ้าข้า
พระพุทธองค์จึงตรัสว่า ดูกรมหาราช อันพระสารีริกธาตุ จัดตั้งอยู่ในภูเขาลูกนี้ เมื่อตถาคตปรินิพพานไปแล้ว 2567 ปี 2 เดือน 25 วัน ศาสนาก็จักรุ่งเรือง
108man
31-01-2005, 11:21 AM
หลังจากเกิดซึนามี ผมก็ได้แต่เฝ้าดู TV แทบไม่ได้นอน เกือบ 1 อาทิตย์
สิ่งที่ปรากฎในใจ ก็คือ ตัวเราเองได้สำนึกในความประมาท จึงต้องกลับมาหา
จุดยืนของตนเอง จึงได้รู้ว่าคลื่น ไม่ได้พัดพาสิ่งต่าง ๆ ลงทะเลไป
แต่ ได้พัดพาความ ประมาท และความชั่วร้ายจากใจ ของ ผมออกไปด้วย
นี้คือสำนึก ที่เกิดขึ้น เพราะ อะไร
1. ผมรู้ก่อนจากอาจารย์ ผม แต่ไม่สนใจ และในใจก็กลับคิดว่าไม่มีทางเกิดได้
และยังคิดว่าอาจารย์ผม ยังไงอยู่ แต่จริง ๆ ท่านบอกไว้ล่วงหน้าเกือบ 7 ปี
2. ตลอดกว่า 7 ปี ท่านให้ ฝึกอภิญญา ไม่ใช้เพื่อตนเอง แต่เพื่อให้มีสติและสามารถ
ช่วยคนอื่น ๆ ได้ ในเวาลามีเหตุ แต่ผมก็ทำไปเรื่อย ๆ เพราะคิดแต่ว่ายังมีเวลา
3. เวลามีการแก้ไขในการทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อแก้เคล็ด ผมก็ไม่ได้ร่วมเพราะคิดว่าแก้ไขไม่ได้
ที่นี้ผมก็เปลี่ยนไปแล้ว และอยากจะบอกในสิ่งที่รู้มาว่า
1. เหตุต่าง ๆ ที่รุนแรงกว่า จะต้องเกิดแน่ ๆ ตามที่ได้รับรู้ก็คล้าย ๆ กับที่สมาชิกบอก
2. แต่ เหตุที่เราได้รับการบอกกล่าว ว่าจะเกิดวันไหน ก็ไม่สามารถเกิดได้ตรงตามวันที่ได้รับ
ข่าว เพราะ เป็น กฏของสวรรค์ ไม่สามารถบอกให้ตรงวันได้ แต่ยกเว้นผู้ทีมีหน้าที่ให้บอกได้ซึ่ง
ตอนนี้ที่ทราบท่านก็ไม่ยอมบกวันแต่บอกว่าจะเกิดที่ไหน ช่วงเดือนไหน
3 แต่ เวลาที่ได้รับการทำนายแล้วก็อาจเลื่อนได้ อย่าง ซึนามี ก็เลื่อนมาเกือบ 7 ปี และความรุนแรง
ก็น้อยลง จริง ๆ แล้ว มีเกาะต้องหายไปทั้งเกาะแต่ท่านมาช่วยไว้ ซึ่งถ้าถามว่าทำไมถึงเลื่อนได้ ก็เพราะว่า มีกลุ่มที่ทำหน้าที่ในการแก้กระจายกันไป ตามสายต่าง ๆ ที่สร้างพระ หรือ สร้างวัตถุต่าง ๆ
ตามที่ต่าง ๆ หรือการปฏิบัติธรรมเป็นกลุ่ม ๆ ซึ่งกลุ่มนี้ก็อาจจะเป็นพวกเรา ๆ ท่าน ๆ ในที่นี้ ที่ได้ทำกันอยู่แต่ไม่รู้ตัว
4. อาจารย์ของผมอยู่ที่อีสาน ก่อนเกิดเหตุ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2547 ท่านขีดเส้นบนแผนที่จากเหนือเกาะสุมาตราขึ้นไปทางเหนือตามแนวที่เกิดแผนดินไหว ซึ่งตอนนั้นไม่มีใครเข้าใจความหมาย
ซึ่งหลังจากเกิดซึนามิ แล้ว ท่านก็ขีดเส้นจากแถวเพชรบุรี ผ่านเมืองกาจญบุรี ไปทางเหนือ จนถึงลำปาง และจะเกิด ........ ไม่สามารถเขียนรายละเอียดได้เพราะทางรัฐบาลไม่เชื่อจะเกิดเรื่อง
ก็คล้าย ๆ กับที่มีสมาชิก ได้เขียนมาแล้ว
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมบอกไดเลยว่าสิ่งที่รู้ก่อนย่อมเปลี่ยนแปลงเสมอ แต่ถ้าไม่รู้ก่อนย่อมไม่เปลี่ยนแปลง
นี้คือกฏของสวรรค์ ซึ่ง ถามว่าเมื่อไม่เกิดตรงที่รู้แล้วให้รู้ก่อนทำไม นี้ก็คือความเสี่ยงและกรรมของแต่ละบุคคลที่ จะเลือกว่าจะทำการเลื่อนหรือผ่อนหนัก เป็นเบาหรือเปล่า แต่ ผมว่าเราเป็นคนไทยในดินแคนแห่งพระพุทธศาสนา จงภูมิใจได้ว่ามีผู้ทรงอภิญญา และ พระอรหันต์ ได้ช่วยเราไว้และได้ช่วยอยู่
ก็เพราะเหตุว่า เหตุต่าง ๆ ได้ถูกเลื่อนและทำให้เบาขึ้น
ผมไม่ได้ให้คุณ ๆ เชื่อ แต่ หวังให้คุณทำ (จนได้อภิญญา) เพราะกลุ่มคนจำนวนมากได้ถูกกำหนดมา
ให้มาเกิดเพื่อทำหน้าที่นี้ แต่คุณอาจไม่รู้ตัวเอง แต่เมื่อถึงวันหนึ้งเมื่อเกิดเหตุก็จะรู้ตัวเอง ผมและลูก ก็ได้ถูกกำหนด ไว้ ( ทำให้รู้ว่าประเทศไทย ยังอยู่อีกหลายสิบปี เพระ ลูกผมอายุ 1.9 ปี เอง )
ลองไปคิดดูนะครับ อย่าอยู่ในความประมาท
kiatkiat
31-01-2005, 12:51 PM
รู้สึกดีดีที่ได้อ่านเรื่องราวของคุน 108man ครับ
มีอะไรดีๆ มาบอกกันอีกนะครับคุณ 108man จะได้เป็นทางเลือก ทางรอด ให้กับผู้ต้องการมีชีวิตอยู่เห็นความรุ่งเรืองในยุคใหม่ เนื่องจากในปัจจุบันผู้รู้จริงพากันนิ่งเฉยเสีย ไม่ออกมาให้ความรู้หรือคำแนะนำว่าควรจะปฎิบัติตัวตามหลักแห่งศีลธรรมอย่างไร จึงจะได้รับการยกเว้นไม่ถูกกวาดล้างไปกับภัยใหญ่ในครั้งนี้.........
ไม่รู้ว่าวันนี้จะโพสได้หรือเปล่านะคะ แต่จะพยายามทำดู
คือเป็นคนที่ไม่ค่อยฝันพร่ำเพรื่อนะคะแต่ถ้าฝันที่ไรเป็นจิงทุกครั้ง เรื่องมีอยู่ว่าก่อนเกิดเหตูคลื่นยักษ์ประมาณเดือนเศษ ดิฉันฝันเห็นลมพายุใหญ่ยักษ?พัดหมุนหอบผู้คนจนนวนมาก พัดผ่านหน้าบ้านดิฉัน ลมพายุหมุนยักษ์ในขณะที่หมุนอยู่นั้นมีผู้คนจำนวนมากมายเหลือเกินติดอยู่ในพายุนั้นๆ และพายุพัดผ่านที่ดิฉันเห็นมีด้วยกันถึง 3 ลูก น่ากลัวมาก น่ากลัวสุดๆ ดิฉันยังเล่าให้คุณแม่ดิฉันฟังเลยแล้วหลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ คลื่นยักษ์ ถึง 3 ลูกที่พัดพาผู้คนล้มตายเช่นกัน
เป็นเรื่องที่น่าสลดที่สุด เท่าที่ดิฉันเคยฝันและเคยเห็นมา ตอนนี้ได้แต่พยายามสวดมนต์อยู่ทุกค่ำคืนหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณืร้ายๆ ขึ้นมาอีก
แวะมา ก้อแวะไป
01-02-2005, 07:58 PM
>> บางคนก้อไม่อยากรู้ <<
ไม่ต้องไปรู้อนาคต หรือเหตุการณ์ล่วงหน้าหรอก รู้ไปใช่จะมีประโยชน์ บางครั้งเป็นทุกข์เปล่า ๆ ขอเพียงทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เหตุในปัจจุบัน เป็นผลของอนาคต
ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต มีสติเข้าไว้ ปล่อยให้เป็นไปตามผลกรรมเถอาะ หากมีเหตุร้ายอย่างไรเสียผลบุญจะช่วยคลี่คลายเหตุการณ์ให้ดีเอง หรือไม่ก้อมีพระโพธิสัตว์มาโปรดให้รอดจากทุกข์ภัย
>> บางคนก้ออยากรู้ <<
มีบางคนอยากรู้อนาคต เพื่อระงับเหตุ เหมือนตอนที่พระพุทธองค์ทรงห้ามพระญาติไม่ให้รบกันเพื่อแย่งน้ำได้ เนื่องจากทรงทราบเหตุด้วยพระญาณ (http://www.lekpluto.com/index02/59.html, http://www.dhammathai.org/pang/pang06.php?#29)
หรือตอนที่พระพุทธองค์เสด็จโปรดองคุลิมาลโจร ทรงระงับไม่ให้องคุลิมาลทำกรรมหนัก อันทำให้ไม่สามารถบรรลุธรรมได้ในชาตินี้ (http://www.dhammathai.org/pang/pang13.php?#65)
แต่อย่างไรก็ตาม ก้อไม่สามารถแก้ไข หรือลบผลกรรมได้ เพราะมีเหตุให้เกิดไปแล้ว
ดังนั้นบางครั้งถึงรู้ใช่จะหนีรอดได้ เพราะมันผลที่จะต้องมาจากเหตุนั้น ต้องเกิดขึ้นแน่นอน ดังชายคนหนึ่งที่รู้ล่วงหน้าจะถูกรถชนตายจากกรรมเก่า แกพยายามอยู่แต่ในทะเล อยู่แต่ในเรือ แต่อยู่มาวันหนึ่ง แกนอนอยู่ในเรืออยู่สบาย ๆ ใกล้ท่าเรือ ไม่รู้เจ้ากรรม นายเวรที่ไหนดนให้รถขับลอยมาจากไหนไม่ทราบไปชนแกตายจนได้ ปรากฎว่าเป็นอุบัติเหตุที่แสนเหลือเชื่อได้
บางคนอาจคิดว่าชายดังกล่าว เอาแต่หนี ไม่ย่อมแก้ไขอะไรก็มี แต่มีคนแย้งว่าผลกรรมนั้นไม่สามารถลบออกได้ แก้ไขไม่ได้ เนื่องจากมีเหตุแล้วก้อต้องมีผลตามมาก็มี สุดแล้วแต่คนคิด
<< สุดท้าย >>
จะมีซักกี่คนที่รู้อนาคตแล้วมีศักยภาพพอที่จะระงับเหตุ (แต่ไม่สามารถลบผลกรรมได้) ดังนั้นพยายามทำดี ละชั่ว ทำใจให้บริสุทธิ์ อย่าได้ประมาท ดำรงชีพด้วยสติ มีธรรมะในใจ ดีที่สุด ถึงแม้ผู้อื่น ๆ ประมาท เรายังรอดได้ด้วยผลบุญ ไม่โดนลูกหลงหรอก ธรรมมะจะเป็นเกราะกำบังให้เอง มีสติเข้าไว้
สามพระยาชนช้าง
ถิ่นกาขาว = อีกานิสัยขี้ขโมย บริโภคของเน่าๆ ขาวคือ สีผิว ของชนชาติ ตะวันตก รวมกันแล้ว มันคือ การตกเป็นธาตุอาณานิคม ทางวัฒนะธรรม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี รับมาเต็มๆ และ เจอ นิสัยอีกาขาว ไทยโดน รุมทึ้ง อะไรมั่ง ทุกคนย่อมรู้ดี
ชาววิไล = ความเจริญ จะ พลิก มาโต ทางเอเชีย โดยเฉพาะ ประเทศ ไทย
จะ เป็น ศูนย์ กลางของโลก ปิ่นธรณี คนดีเริ่มมีบทบาท ในกิจการบ้านเมือง ค้นพบ ทรัพยากรณ์ ธรรมชาติ ศาสนาพุทธรุ่งเรือง อีก วาระหนึ่ง ชาวไทยกินดีอยุ่ดี ทุกคน จะภูมิใจ ใน ความเป็นไทย ไม่ดูถูก คำว่าไทย เอ่ยคำว่า "ผมเป็นคนไทย" ในต่างแดน ได้ อย่างเต็มภาคภูมิ ไม่อายใคร
เลยชาววิไลไป......ผมไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ คือ ผม ได้เกิด ร่วมยุค กับ เหตุการณ์ สำคัญ หลายอย่าง ที่กำลัง จะเกิด ในประเทศไทย
มีคำทำนายอีก อัน หลัง จากนี้ ซึ่ง มีผู้เฒ่า ท่านหนึ่ง ย้ำกับผม ให้ จำไว้ พราะแก อยู่ไม่ ถึงแน่ คือ
สามพระยาชนช้าง = เลือดจะท่วมเท้าช้าง เมื่อ สามพระยา แย่งอำนาจกัน
เหตุการณ์ จะ ใหญ่ หรือ เล็ก ไม่รู้ อยากจะ ภาวนา ให้ ไม่เกิด
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=3786
เมื่อปรากฏภัย ๑๐ ประการ
1. ราชภัย ท้าวพระยาจะบังคับเบียดเบียนพลเมือง
2. โจรภัย จะบังเกิดโจรผู้ร้ายปล้นสะดมทั่วไป
3. อัคคีภัย ไฟจะไหม้บ้านเมืองไม่ขาดสาย
4. อสุนีบาต ฟ้าจะผ่าสัตว์และคนล้มตายบ่อย ๆ
5. เมทนีภัย แผ่นดินจะไหวสะท้านและแยกออกจากกัน
6. วาตภัย จะเกิดลมพายุพัดพาบ้านเมืองพินาศ
7. อุทกภัย น้ำท่วมบ้านเรือนและเรือกสวนไร่นา
8. ทุพภิกขภัย จะเกิดข้าวยากหมากแพงและอดอาหาร
9. พยาธิภัย จะเกิดโรคระบาดคนและสัตว์ล้มตาย
10. สัตถภัย จะรบราฆ่าฟันกันล้มตายร้ายแรง
หนาแน่นขึ้นก็จะปรากฏผู้เฒ่าผมขาวหนวดเครายาวขี่ม้าขาวเหาะลอยมายังท่ามกลางเมืองเชียงใหม่ นั่นคือองสมเด็จพระศรีอริยะเมตไตรยมาปรากฏเป็นที่พึ่งแก่โลกแล้ว อย่าสงสัยเลย
หลังจากนั้นไม่นานขุมทรัพย์ทั้ง 4 ของพระศรีอาริย์ก็จะปรากฎเกิดขึ้นในสุวรรณภูมิ ระหว่างเชียงราย ฝาง เชียงใหม่ ลำพูน เพราะขุมทรัพย์อันมหาศาล คือแก้วแหวนเงินทองจะระเบิดออกในภาคเหนือของประเทศไทย ดอยเงินดอยคำและเพชรนิลจินดาจะแตกออกทั้งลูกดอย และจะมีหลายลูกด้วยกัน กองทัพจะเข้าแย่งชิงสมบัติเหล่านี้ มืดมัวไปทั้งสี่ทิศ ทหารของชาติต่างๆ จะล้มตายไปถึง 3 ใน 4 ส่วน คงเหลืออยู่เพียงส่วนเดียวเลือดจะไหลนองเป็นห้วยน้อย จนถึงกับพวกหนูต้องว่ายข้ามต่างก็จะยิงกันจนเหลวแหลก เพราะโลภตัณหา จะรบกันถึง 7 ชาติ แต่ขุนศึกสำคัญนั้นมี 3 คน คือ
1.พญาลายตีนเป็นกงจักร
2.พญาแขนสั้นราว (คืนแขนสั้นข้างยาวข้าง)
3.พญาลิ้นกาฬ (ลิ้นดำ)
ในตำนานพระศรีอาริย์จุติ ซึ่งพระอิศวรผู้เป็นเจ้าไปนิมนต์มาเกิดนั้นกล่าวไว้เป็นปัญหาว่า"ฤทธิ์เดชของพระยาแขนสั้นยาวนั้นมากมายเหลือหลาย เหล็กกลม 7 กำยาว 4 ศอก นั่งหย่องเยาะ เอามือซ้ายขว้างไปไกลได้ถึง 7 - 8 ไร่นา" ผู้เขียนขอวิจารณ์ว่า "เหล็กกว้าง 7 กำยาว 4 ศอกนั้นคงไม่ใช่เหล็กธรรมดา คงเป็นลูกระเบิดขนาดใหญ่นั่นเอง" แก้วแหวนเงินทองนั้นใครๆ ก็อยากได้ด้วยกันทุกคน ถ้ามันมีมากขนาดเท่าภูเขาเลากา และมันเกิดประเทศใด ประเทศนั้นก็ต้องตกเป็นจุดยุทธศาสตร์ขนาดล้างโลก และนั่นก็เป็นวันตัดสินโลก(Doomsday) ได้มาถึงแล้วโดยไม่มีปัญหา
(หาอ่านเพิ่มเติมได้จาก หนังสือพระศรีอาริย์เจ้าโลก โดยรหัสยญาณ สำนักพิมพ์ลานอโศกเพรสกรุ๊ป โรงพิมพ์สหธรรมิก)
คนเก่า
02-02-2005, 02:03 PM
เชื่อเช่นกันว่า เร็วๆนี้ จะมีการล้มตายกันอีกมาก และหลายรอบ ทั้งจากภัยภิบัติและสงครามซึ่งจะต้องตายจากอาวุธสมัยใหม่ครั้งละมากๆ โดยเฉพาะปี 2550 พระศาสนาในไทยจะกระเทือนอย่างหนัก เมื่อสุดเขตจะเหลือไม่ถึงครึ่งโลก แล้วคนจะเห็น-ยอมรับในสัจธรรมกันมาก ศาสนาพุทธจะรุ่งเรืองเป็นที่ยอมรับของชาวโลกอย่างกว้างขวาง
ประเทศไทยก็จะเจริญขึ้น รวยขึ้นมาก ในยุคต่อไป คือยุคชาววิไล แล้วจะเป็นยุคไทยมหารัฐ ตามด้วยยุคจักรพรรดิราช ซึ่งในยุคนั้นพระมหากษัตริย์ของไทยจะทรงพระราชอิสริยยศคล้ายพระเจ้าจักรพรรดิ ทั้งนี้ก็ด้วยพระบรมโพธิสมภารแห่งรัชกาลปัจจุบันที่ทั่วโลกยกย่องสรรเสริญ จนระบอบกษัตริย์กลับเป็นที่นิยมอีกครั้ง หลายประเทศที่สิ้นวงศ์กษัตริย์ไปแล้ว ก็จะมาขออัญเชิญพระบรมวงศ์ของไทยไปเป็นกษัตริย์ อีกทั้งราชประเพณีต่างๆก็จะมีคงอยู่อย่างสมบูรณ์ที่ประเทศไทยเท่านั้น ราชประเพณีของไทยก็จะกลายเป็นแม่บทให้สถาบันกษัตริย์ของประเทศอื่น
Kamen rider
02-02-2005, 02:17 PM
อะไรมันจะเกิดมันก็เกิด ครับ ถ้ามันเป็นจริงนะ
เกิดมาร่วมยุค กับเหตุการณ์ สำคัญต่างๆ เป็นเหตุการณ์ ชนิด พลิกโลก พลิกจิต เลย โชคร้าย และ โชคดีผสมกัน
โชคดีที่สุด โชคร้ายที่สุด ใน ยุค ของเรา มีอะไรบ้าง น่าสนใจครับ
คนเก่า
02-02-2005, 03:29 PM
เพระเห็นทุกข์ จึงเห็นธรรม เมื่อเห็นธรรม จึงเห็นตถาคต ตถาคต คือ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานในธรรม
Darakorn
02-02-2005, 03:51 PM
อ่านแล้วน่ากลัวจริงๆค่ะ
แต่ก็อย่างที่คุณ kamen rider ว่าไว้
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เตรียมตัวเตรียมใจ ไว้ดีกว่า
ในเมื่อเราพอจะรู้เลาๆ ว่าจะเกิด เพียงแต่ไม่รู้ว่าอะไรและเมื่อไหร่ เท่านั้น
ก็เตรียมพร้อม ปฏิบัติกรรมฐาน เอาไว้ ก็ไม่เสียหลายนี่เนอะ
Kamen rider
02-02-2005, 04:02 PM
ใช้ชีวิต ตามปกติครับ กินอิ่ม นอนอุ่น หัวถึงหมอน นอนฝันดี แต่ ก็ไม่ประมาท ครับ ทำความดีเยอะๆ แผ่เมตตาให้ ชาวโลก
108man
02-02-2005, 04:58 PM
กก.จัดสร้างระบบเตือนภัย ห่วงแผ่นดินไหวกระทบน้ำในเขื่อนทะลัก
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 2 กุมภาพันธ์ 2548 17:05 น.
นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานคณะกรรมการศึกษาจัดสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า กล่าวว่าจากกรณีแผ่นดินไหวบนเกาะสุมาตราที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบให้รอยเลื่อนคลองมะรุม และรอยเลื่อนระนองที่พาดผ่านเกาะภูเก็ต มีการเคลื่อนตัว และรอยเลื่อนที่อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรีด้วย ซึ่งหากทั้ง 3 จุดนี้เกิดแผ่นดินไหวก็จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเกาะภูเก็ต เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนเขาแหลม จังหวัดกาญจนบุรี โดยทาง กฟผ.ได้ออกมายอมรับก่อนหน้านี้แล้วว่า ถ้าเกิดแผ่นดินไหวจริงๆ จะทำให้น้ำทั้ง 2 เขื่อน ไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่โดยรอบภายในเวลา 2 ชั่วโมง ซึ่งคณะกรรมการมีความเป็นห่วงในจุดนี้ และกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ถ้าหากศูนย์เตือนภัยแห่งชาติที่จัดสร้างขึ้นที่ศูนย์สื่อสารพลเรือน ถนนรัตนาธิเบศร์ ดำเนินการเสร็จสิ้นภายในเดือน มี.ค.นี้ ก็คงจะสามารถเตือนภัยล่วงหน้าในจุดนี้ได้ และจะสามารถแจ้งเตือนไปยังประชาชนผ่านสื่อต่างๆ หอเตือนภัยตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้ภายในเวลา 3 นาที
จบ
----------------------------------
ที่ผมเคยละไว้ก็คือ ตามข้างบน แต่ที่อาจารย์บอก จะส่งผลถึงกรุงเทพ ฯ อย่างมาก
เพราะสาเหตุว่า กรุงเทพ ทั้งต่ำและ ใต้ดินก็เป็นโพรง ถ้าน้ำมาก็จะท่วมและดิน
จะทรุด ท่านบอกว่า ถ้ามีฝนตกหนักติดต่อกัน เกิน 3 วัน ก็ให้คอยฟังข่าวเรื่องเขื่อน
ที่เมืองกาญจน์ ถ้ารู้ข่าวก็ให้ไปที่ สระบุรี หรือ โคราช ก่อน ที่จะไปที่อื่น
นี่คือคร่าว ๆ ช่วงหลังเลือกตั้ง
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันเลื่อนได้นะครับ ไม่ใช่ว่าไม่เกิดตามเวลาที่กำหนดแล้วจะไม่เกิด
ไม่ใช่ว่าผมอยาก Post แต่มีบางท่านว่า " ไม่เชื่อหรอก เกิดเหตุแล้วก็ค่อยมาบอก "
นี่แค่เหตุการณ์ กาญจนบุรี ยังไม่นับที่จะเกิดที่ภาคเหนืออีก
" แต่ที่ปลอดภัยกลับเป็นอีสาน "
เอาแค่นี้ก่อน แล้วกัน
คนเก่า
02-02-2005, 05:12 PM
ท่านอาจารย์ที่ผมเคารพศรัทธายิ่งองค์หนึ่ง เมตตาบอกเล่าให้นัยยะไว้ โดยท่านเปรียบเทียบกับความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในอินเดีย ซึ่งประดิษฐานอยู่ 50+1250 ปี โดยเลข 1250 ตรงกับจำนวนพระอรหันต์ที่มาประชุมโดยมิได้นัดหมายในวันมาฆบูชาแรก จนเจริญสูงสุด ครั้น พ.ศ.1300 เกิดเหตุ
1.มี 2 นิกาย คือ อุตตร และทักษิณ
2.มี 2 วิทยาลัยสงฆ์
3.มีพระมหาเถระขัดแย้งกับผู้มีอำนาจ
4.กองทัพอิสลามทำลายพุทธศาสนาสิ้นไปจากอินเดีย
ขณะนี้ซึ่งกำลังจะครบ 1250 อีกรอบ โดยรอบนี้พระศาสนามาประดิษฐานจนเจริญสูงสุดในประเทศไทย ก็กำลังมีอะไรคล้ายกัน
1.มี 2 นิกาย คือ มหานิกาย และธรรมยุต
2.มี 2 วิทยาลัยสงฆ์ คือ มหามกุฏ และ มหาจุฬา
3.มีความขัดแย้งระหว่างพระมหาเถระ (หลวงตามหาบัว) กับผู้มีอำนาจ เรื่องรวมบัญชีสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ และเรื่องกรณีแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด้จพระสังฆราชสำหรับพรรคไทยรักไทย
4.ผู้ที่เรียกตัวว่าเป็นมุสลิม ก่อความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้มาปีหนึ่งแล้ว
ppinter
02-02-2005, 06:03 PM
นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานคณะกรรมการศึกษาจัดสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า กล่าวว่าจากกรณีแผ่นดินไหวบนเกาะสุมาตราที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบให้รอยเลื่อนคลองมะรุม และรอยเลื่อนระนองที่พาดผ่านเกาะภูเก็ต มีการเคลื่อนตัว และรอยเลื่อนที่อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรีด้วย ซึ่งหากทั้ง 3 จุดนี้เกิดแผ่นดินไหวก็จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเกาะภูเก็ต เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนเขาแหลม จังหวัดกาญจนบุรี โดยทาง กฟผ.ได้ออกมายอมรับก่อนหน้านี้แล้วว่า ถ้าเกิดแผ่นดินไหวจริงๆ จะทำให้น้ำทั้ง 2 เขื่อน ไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่โดยรอบภายในเวลา 2 ชั่วโมง ซึ่งคณะกรรมการมีความเป็นห่วงในจุดนี้ และกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ถ้าหากศูนย์เตือนภัยแห่งชาติที่จัดสร้างขึ้นที่ศูนย์สื่อสารพลเรือน ถนนรัตนาธิเบศร์ ดำเนินการเสร็จสิ้นภายในเดือน มี.ค.นี้ ก็คงจะสามารถเตือนภัยล่วงหน้าในจุดนี้ได้ และจะสามารถแจ้งเตือนไปยังประชาชนผ่านสื่อต่างๆ หอเตือนภัยตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้ภายในเวลา 3 นาที
พึงออกข่าวเตือนตอน ห้าโมงเย็น วันนี้เอง
2 กพ 48
ข้อมูลอิง วิทยาศาสตร์
ข้อมูลทั้งหมดที่ผมนำมาโพสเอาไว้ ผมได้แจ้งแหล่งที่มาไว้เรียบร้อยแล้ว หาอ่านเพิ่มเติมได้ตามที่ผมได้บอกไว้ครับ ส่วนท่านจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละท่านจะตัดสินใจเอาเอง ในความคิดส่วนตัวของผมหากเราตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ตั้งใจปฎิบัติธรรม รักษาศีล หมั่นเจริญภาวนาเอาไว้ ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร กลับจะเป็นประโยชน์กับตัวเองทั้งในชาตินี้และชาติหน้าครับ
กระผมขอให้ข้อมูลเพิ่มเติม เป็นคาถาช่วยชีวิตซึ่งคัดลอกจากศิลาจารึกในเขตมหาวิหาร ในสวนมฤคทายวัน ซึ่งแปลได้ความดังนี้
"ดูกร, อานนท์ พระตถาคตสงสารสรรพสัตว์ เวลานั้นพลโลกเหลือน้อยเต็มที คำพยากรณ์ของพระตถาคตนี้ ยังให้สัตว์ทั้งหลายตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ผู้ใดรู้แล้วเชื่อหรือไม่เชื่อ ไม่บอกเล่าให้ผู้อื่นรู้กันต่อๆ ไป นับว่าเป็นกรรมแห่งสัตว์ ต่างสิ้นสุดกันตามเวลา ผู้ใดปรารถนาจะได้เห็นหรือทันพบผู้มีบุญ ให้รักษาศีล 5 หนึ่ง เคารพยำเกรงบิดามารดา รู้จักบุญคุณของท่านมีคุณหนึ่ง ให้เจริญภาวนาในพรหมไตรสภาพหนึ่ง คาถาว่าดังนี้
พุทธิทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา นะโมสัพพะราชา ขัตติโย อิติ ปาระมิตา ติงสา อิติ สัพพัญญูมาคะตา อิติ โพธิ มะ นุปปัตโต อิติปิโส จะเต นะโม
(คาถาบารมี 30 ทัศ)
รู้แล้วอย่าประมาท คนประมาทคือคนที่ตายแล้ว ให้ท่องบทภาวนารักษาศีล ย่อมอยู่รอดปลอดภัยจากภยันตรายภัยพิบัติทั้งปวงเทอญ"
Dead Like Me
03-02-2005, 10:01 AM
ไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียวหรอกสหายเอ๋ย ทั่วโลกนี่หละ....เคยได้ยินมะ บาปอย่ที่คนทำ กรรมอย่ที่คนกิน เหอๆๆๆๆ....(ละมันจะเกี่ยวกันยังงัย...คิดดิ๊...คิดดดิ๊...)
พูดเว็บไหนก็ไม่สะใจเท่าเว็บนี้ แรงโคตร แต่ขอเว็บมาสเตอร์ลบบางกระทู้ที่ปรามาสพระคุณพระหน่อย น่าสงสาร ไม่เห็นนรกไม่หลั่งน้ำตา
เรื่องแย่ ๆ เราก็เคยได้ยินมา แล้วค่อนข้างเชื่อ เพราะคนพูด น่านับถือ แต่ท่านบอกว่าประมาณปีหน้านะ แล้ว ก็บอกให้เตรียมตัวดี ๆ ไม่ได้บอกอะไรวิจิตรพิสดารขนาดกระทู้นี้ บางท่านก็บอกเพียงให้สามัคคีกันให้มาก ๆ อะไรอย่างนี้ เรื่องระเบิด เรื่องรังสี เราว่ามันก็คงมีแหล่ะ แล้วจะให้ทำไง คนเราอยู่ใต้กฎแห่งกรรม ที่เรานิมิตรเองก็ประมาณ เห็นพื้นมันระเบิด ตูม ตูม เห็นวาตภัยด้วย บ้านเรือนแยก อะไรเงี้ยแล้วอะไรอีก จำไม่ได้แล้ว ไม่ได้ใส่ใจมาก จริงไม่จริง ก็เท่านั้นแหล่ะ เกิดมาก็ตายทุกคน ช้าเร็วเท่านั้น ไม่อยากให้อินกับมันมาก แต่ระวังไว้ก็ดี เราไม่กล้าพูดเว็บอื่นกลัวหาว่าบ้า แต่บางคนในนี้ก็พูด เราว่าเกินไป เราไม่เชื่อหมดหรอก หนังสือของคนชื่อปริญญา ตันสกุล ที่ในกระทู้บอก เราก็เคยหยิบมาดูบ้าง ถ้าอยากอ่าน ขอให้พิจารณาให้มาก ไม่ใช่ใครพูดอะไรก็เชื่อไปหมด
ฟ้าถล่ม ดินทลาย ก็แค่ตาย ตายแล้วไปไหน ลุ้นมากกว่าอีก
กระเจียว
03-02-2005, 10:12 PM
อืม ทำบุญกันดีกว่าเนาะ
วันนี้ผมไปทำบุญวัดพระธรรมกายมา เอาบุญมาฝากคุณกระเจียวด้วยเนาะ ยังดู DMC อยู่หรือเปล่า ผมดูอยู่ทุกวันเลยหลวงพ่อเทศน์สอนดีมาก ทำให้รู้เรื่องกฏแห่งกรรมว่ามีผลต่อชีวิตของเรามากเพียงไร......
กระเจียว
03-02-2005, 10:43 PM
ดูค่ะ เดี๋ยวนี้ดูทางอินเตอร์เนตค่ะ
www.dmc.tv
หนังสือจิตจักรวาล ของคุณปริญญา ตันสกุล นั้นเขาบรรยายเอาไว้ว่าเขาสามารถสื่อสารทางจิตกับดวงจิตจักรวาลได้ คล้ายๆ กับของ ดร.เทพพนม เมืองแมน ที่สามารถติดต่อทางจิตกับมนุษย์ต่างดาวได้ เนื้อหาในหนังสือผมรู้สึกว่าจะมีความโน้มเอียงไปในทางคริสต์ศาสนา เรื่องพระเจ้าสร้างโลก สร้างจักรวาล อะไรทำนองนั้น แต่ผมอยากให้ผู้อ่านหนังสือจิตจักรวาลให้ความสนใจในเรื่องความรู้ในทางวิทยาศาสตร์ ที่หนังสือได้อธิบายไว้อย่างน่าสนใจหลายเรื่อง เช่นเรื่องสนามแม่เหล็กโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
แกนของโลกกำลังเอียงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หรือเรื่องโลกของเรากำลังจะเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอย่างรุนแรง เพื่อปรับความสมดุลครั้งใหญ่ เนื่องจากมนุษย์โลกได้ทำลายสิ่งแวดล้อมและสร้างมลพิษให้กับโลก จนเกิดความเสียสมดุลทางธรรมชาติ
ในหนังสือจิตจักรวาลยังได้อธิบายเรื่องราวที่ ทางวิทยาศาสตร์ยังให้คำอธิบายไม่ได้เช่น
เรื่องปลาวาฬและปลาโลมา ที่มาเกยตื้นตายที่ชายหาดเป็นจำนวนมาก ก็เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงทางสนามแม่เหล็กโลกทั้ง ขั้วโลกเหนือ และ ขั้วโลกใต้ ทำให้ปลาวาฬ และ ปลาโลมาเกิดการหลงทิศทาง เพราะมันใช้สนามแม่เหล็กของโลกเป็นตัวกำหนดทิศทางในการเดินทาง หรืออย่างเรื่องสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ที่เครื่องบิน และเรือเดินทะเลสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยว่า เกิดจากการพลัดหลงไปเข้าประตูมิติ จากอีกจักรวาลหนึ่ง ซึ่งเป็นจักรวาลคู่ขนานกับจักรวาลโลกของเรา คล้ายกับเรื่องสตาร์เกต ที่พวกเราเคยดูกันนั่นแหละ
สำหรับผู้อ่านหนังสือจิตจักรวาล ของคุณปริญญา ตันสกุล ถ้าเรามองว่าเป็นความรู้จากมนุษย์ต่างดาว เหมือนเรื่องมนุษย์ต่างดาวของ ดร.เทพพนม เมืองแมน ก็จะได้ความรู้ที่เป็นประโยชน์มิใช่น้อย แต่ทั้งนี้ก็อย่าไปเชื่อถือเสียทั้งหมด เพราะอาจจะมีถูกบ้าง ผิดบ้างเป็นธรรมดา ก็เลือกเก็บเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ สิ่งไหนไม่เป็นประโยชน์ก็โยนทิ้งไปซะ ก็แค่นั้นเอง..........
mikky
04-02-2005, 11:02 AM
ผมก็อ่านน่ะครับ แต่มันสุดปัญญาจะเชื่อ ไม่ได้หมายความว่าไม่เชื่อนะครับ แต่ผมรอพิสูจน์ดีกว่า ผมก็อ้นทุกเล่มของ อ ปริญญาเลย บอกตรง ๆ ว่าเชื่ออยู่แค่ 20 เปอร์เซ็นต์ ณ ตอนนี้ ถ้าพิสูจน์ได้ด้วยวิธีได้ วิธีหนึ่งจะเชื่อมากขึ้น
intasuki
04-02-2005, 03:55 PM
ผมได้อ่านเรื่อง ราวต่าง ๆ แล้ว มีความรู้เพิ่มขึ้นมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ผม ได้อ่านเรื่องราว ของ ufo เขาก็ได้พูดถึงเรื่องนี้เหมื่อนกัน แต่เป็นในด้านของการทำสมาธิ ขอให้พวกท่านลองเข้าไปอ่านดูแล้วกันว่ามันสอดคล้องกันหรือไม่ ผมอ่านแล้วก็รู้สึกประหลาดใจเหมือนกันว่ามันคล้ายกันมาก ๆ
มีทั้ง king และผู้ดูแลต่าง ๆ เขาได้ทดสอบกับพวก นักวิทยาศาสตร์ ที่เชี่ยวชาญ ถึง 5 ท่าน ลองไปอ่านดูก้อแล้วกัน
เรียน เวปมาสเตอร์ที่นับถือ
หากเห็นว่าข้อความต่อไปนี้ไม่เหมาะสมกรุณาลบทิ้งไปโดยทันที
และหากท่านใดมาอ่านพบข้อความเหล่านี้กรุณาใช้วิจารณญาณในการรับรู้ให้ดี
อย่าเพิ่งเชื่อถือกับข้อความเหล่านี้ และอย่าตื่นตระหนกไปกับข้อความเหล่านี้
เพียงรับรู้ไว้เป็นข้อมูลอันหนึ่งเท่านั้น หรือรับรู้ว่าเป็นนิยายเพ้อเจ้อไร้สาระก็พอ
คัดลอกมาจากhttp://www.piupun.com/newage/ ศาสตร์แห่งอภิปรัชญา .. ศรัทธาใหม่ของโลก
ที่มา : การสื่อถ่ายทอดพระโอวาทจากพระบิดาที่อยู่นอกระบบเอกภพ ผ่านทางอาจารย์ปริญญา ตันสกุล ครั้งที่ 76
ในวันที่ 15 16 กันยายน 2545 ณ. ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติริ์
แผ่นดินไทยที่สาบสูญ
บริเวณที่หายถาวรทั้งแผ่นดิน
นราธิวาส สตูล พังงา ภูเก็ต หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์
หมู่เกาะ ตะรูเตา หมู่เกาะทะเลตรัง ตราด เกาะช้าง
หมู่เกาะทะเลตราด เกาะสมุย เกาะพงัน อ่างทอง ชะอำ
บริเวณที่เหลือเพียงบางส่วน แต่จะกลายเป็นเกาะเล็กๆ
เกาะยะลา เกาะปัตตานี เกาะพัทลุง เกาะสิชล-ขนอม
เกาะหัวหิน เกาะหาดทรายรี-ชุมพร
บริเวณที่หายเป็นส่วนใหญ่ จะเหลือเพียงบางส่วน
ยะลา หาดใหญ่ พัทลุง ตรัง สุราษฎร์ธานี
นครศรีธรรมราช ประจวบคีรีขันธ์
เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา
ชลบุรี ระยอง จันทบุรี สมุทรปราการ อุบลราชธานี
แผ่นดินริมแม่น้ำโขงตลอดแนว กาญจนบุรี
ฯลฯ
ประเทศไทยจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน
ได้แก่พื้นที่ในส่วนภาคกลางอันเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ
และบริเวณในส่วนของภาคใต้ที่จะถูกแบ่งออกเป็น 2 เกาะใหญ่ๆ
ได้แก่
1. บริเวณตั้งแต่ชุมพรฝั่งตะวันตก ท่าแซะ ระนอง
สุราษฎร์ธานีฝั่งตะวันตก บริเวณด้านบนของอำเภอพนม
อ.เทียนชา อ.บ้านนาเดิม นครศรีธรรมราชตอนบน ขนอม
2. บริเวณตั้งแต่จังหวัดกระบี่ นครศรีธรรมราช
ที่ต่อแดนกับจังหวัดกระบี่ด้านบน ฉวาง ร่อนพิบุลย์ ชะอวด
จังหวัดตรังด้านตะวันออก จังหวัดพัทลุงด้านตะวันตก หาดใหญ่
จังหวัดยะลา ด้านตะวันตก
นอกจากนี้ยังมีเกาะเล็ก เกาะน้อยที่เกิดขึ้นมาใหม่อีกหลายเกาะ
ได้แก่เกาะสัตหีบ เกาะยะลา เกาะปัตตานี
เกาะพัทลุง เกาะสิชล-ขนอม
เกาะหัวหิน เกาะหาดทรายรี-ชุมพร
บริเวณที่จะกลายเป็นพื้นที่ติดกับทะเล
ดินแดนที่จะมีอาณาเขตติดกับทะเล ได้แก่
สงขลาทางด้านตะวันตก ยะลาทางด้านตะวันออก
หาดใหญ่ กระบี่ตอนบน ด้านที่ติดกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี
และด้านที่ติดกับจังหวัดพังงา
ตอนกลางของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ตั้งแต่ อ.พนม อ.เคียงซา จรดเขตจังหวัดกระบี่
ชุมพรด้านใน ท่าแซะ
ตอนล่างของเมืองประจวบคีรีขันธ์
และถนนเพชรเกษมฝั่งตะวันออกตลอดแนว
ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ถนนชลบุรี-ปากท่อ ช่วงสมุทรสงคราม และสมุทรสาคร
ตัวเมืองแปดริ้ว บ้านค่ายปลวกแดง จ.ระยอง ตัวเมืองจันทรบุรี
และตลาดท่าใหม่วังน้ำเย็น จรด จ.สระแก้ว
เหนือเขื่อนเขาแหลมด้านตะวันตก
กาญจนบุรี ศรีสะเกษ อุบลราชธานี มุกดาหาร สกลนคร
นครพนม เลย หนองคาย อำนาจเจริญ
บ้านร่มเกล้า จังหวัดพิษณุโลก
อุตรดิตถ์ ด้านที่ติดกับประเทศลาว น่าน ด้านตะวันออกตอนล่าง
บ้านสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะกลายเป็นดินแดนชายฝั่งทะเล !
ประเทศไทยเป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์
ที่จะได้รับการปกป้อง คุ้มครองรักษาไว้
ซึ่งจะได้รับความบอบช้ำจากมหันตภัยธรรมชาติน้อยที่สุดในโลก
และจะเป็นอู่ข้าวอู่น้ำซึ่งมีความเจริญเป็นศูนย์กลางของโลกต่อไป
เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในต่างประเทศ
เหตุการณ์ในต่างประเทศ
เกาะฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา
ถูกคลื่นยักษ์ที่มาพร้อมกับพายุไซโคลนกระหน่ำ
ทั้งเกาะจะถูกลบหายไปจากแผนที่โลก
พิลิปปินส์ ถูกพายุไซโคลนกระแทก
ก่อนเกิดเหตุจะแลเห็นน้ำทะเลเป็นสีดำหม่นหมอง
บรรยากาศหดหู่ เวิ้งว้าง
ไม่นานนักจะเกิดพายุไซโคลนก่อตัวขึ้น
พายุไซโคลนที่รุนแรง ข้างล่างดูด ข้างบนตี กระแทก
จนกระทั่งเกาะทุกเกาะจมหายลงไปในท้องทะเล
ไอแลนด์เหนือและใต้ อากาศหนาวจัด
อย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน
ในขนะเดียวกันจะถูกคลื่นยักษ์ซัดกระหน่ำ
ในขณะที่หนาวจัดนั่นเอง
ฮ่องกงถูกทะเลคลั่ง น้ำทะเลสูง
ชินจุงจะหายถาวร
เกาะสนามบินแห่งใหม่
จะถูกคลื่นตีแตกหายไปในทะเล
ในบริเวณแถบนั้นจะเหลือแต่เพียงเกาะเกาลูน
และประเทศจีนบางส่วนเท่านั้น
เกาะมาเก๊า เผชิญพายุฝนอย่างหนัก
รวมทั้งคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ
จนกระทั่งเกาะทรุดเอียง น้ำทะเลขึ้นสูง
ยามรุ่งเช้าหลังจากพายุสงบ
จะเหลือเพียงโบสถ์คริสต์แห่งหนึ่งกับบาทหลวง
ที่กำลังสวดมนต์ภาวนาเพียง 3 รูปเท่านั้น
นิวซีแลนด์ถูกพายุโซนร้อนถล่ม
ฝนที่ตกลงมาจะมีเม็ดโตเท่าลูกเห็บ
น้ำท่วมสูงแต่เกาะจะไม่สูญหายถาวร
สหรัฐอเมริกาจะถูกพายุที่รุนแรงถล่มอย่างหนักหน่วง
พร้อมทั้งเกิด แผ่นดินไหวฉับพลัน 24 ริกเตอร์
เป็นระยะเวลานานถึง 8 ชั่วโมง
ซี่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลกนี้
อเมริกาจะถูกแบ่งออกเป็นสองซีก
กลายเป็นเกาะ 2 เกาะ
นิวยอร์กจะทรุดตัวเหลือเพียงบางส่วน
นอกนั้นจะจมหายลงไปในท้องทะเลจนหมดสิ้น
ตุรกี แผ่นดินไหวอย่างรุนแรง 16 ริกเตอร์
คิวบา จมหายลงไปใต้ทะเล
( ห่างจากอเมริกา 10 นาที )
เกาะสิงคโปร์ หายไปจากแผนที่โลก
เนื่องจากถูกพายุไซโคลนกระแทกอย่างหนัก
อินโดนีเซียถูกพายุไซโคลนกระแทก
จนกระทั่งหายไปจากโลก
เหมือนเช่นที่พิลิปปินส์
จะเหลือเพียงเกาะเล็กๆ
ในส่วนที่เคยเป็นยอดเขาของกรุงจากาต้าเท่านั้น
เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เกิดน้ำท่วมใหญ่
แม่น้ำกลายเป็นทะเล
แผ่นดินซีกตะวันออกจะจมหายไปทั้งหมด
เกาหลีใต้จะจมหาย
ประเทศญี่ปุ่นหายไปจากโลก
ก่อนเกิดเหตุจะมีบรรยากาศเงียบงัน
วังเวง หดหู่เวิ้งว้าง
มนุษย์จะเห็นเหตุการณ์ประหลาด
เมฆสีเทาก้อนใหญ่ 2 ก้อน
ลอยเคลื่อนตัวเข้าหากัน
แล้วชนกันแตกกระจายเป็นฝนเม็ดโตๆ
ใต้ทะเลเกิดคลื่นไซโคลนขยายตัว
พุ่งเข้าหาหมู่เกาะ
จะกระแทกทุกเกาะเหมือนล้อมรั้ว
เกาะทุกเกาะจมหายลงไปในทะเล
ไต้หวัน เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง
ตอนกลางเกาะถูกแบ่งออกเป็นสองซีก
จากนั้นจะโดนคลื่นยักษ์กระหน่ำซ้ำเติม
เกาะทั้งเกาะจะจมหายไป
แผ่นดินที่สาบสูญ
สหรัฐอเมริกา
( แผ่นดินถูกผ่ากลางหายสาบสูญไปหลายรัฐ
กลายเป็นเกาะ 2 เกาะ )
เม็กซิโก ( บางส่วนจะกลายเป็นเกาะ )
แคนาดา ( จะกลายเป็นหมู่เกาะใหญ่ น้อยมากมาย )
ไต้หวัน ญี่ปุ่น กัวเตมาลา เม็กซิโกซิตี้
เบนนิส ฮอนดูลัส เอลสวาดอร์ นิคารากัว
คอสตาริก้า ไหหลำ แผ่นดินจีนด้านตะวันออก
เซี่ยงไฮ้ มาเก๊า พิลิปินส์ ศรีลังกา ฯลฯ
วิกฤตการณ์เลวร้ายน่าหวาดหวั่นจะบังเกิดขึ้นทั่วโลก
ความหวาดกลัวไม่จำเป็นจะต้องรับรู้ผ่านหน้าจอทีวี
เพราะมนุษย์ทุกคนบนโลก
จะได้รับรู้รสชาติแห่งความกลัวตายทุกคน !!
มนุษย์ที่รอดชีวิตไปได้จะเข้าสู่ยุคใหม่จะมีจิตใจที่ดีงาม
และมีอายุขัยที่ยืนยาวจนน่าประหลาดใจ
มีอารยธรรมเจริญก้าวหน้า
โดยที่มิได้สร้างเทคโนโลยี่ที่ก่อปัญหา
ให้กับโลกมากมายเช่นในปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อสื่อสาร
กับเพื่อนมนุษย์จากต่างดาวได้
ซึ่งแม้แต่ในปัจจุบันบางคนก็ไม่เชื่อว่า
สิ่งเหล่านี้มีอยู่จริงก็ตาม
ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางของโลก
และเป็นประเทศแรกที่มีผู้สร้างยานอวกาศไปท่องจักรวาลได้
เป็นแห่งเดียวของโลก โดยใช้พลังจิตในการขับเคลื่อน
โดยที่ไม่ได้ใช้เชื้อเพลิงในการเผาไหม้
ให้เกิดพลังงานที่ทำลายสิ่งแวดล้อม
และทรัพยากรธรรมชาติของโลก
ให้เสียหายอย่างเช่นในปัจจุบัน
นอกจากนี้ต่อมไพนีล หรือตาที่ 3 ของมนุษย์
จะถูกฟื้นฟูขึ้นมาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
จนสามารถเข้าถึงสภาวะนิพพานได้ง่ายขึ้นกว่าในอดีต
ในระยะเวลาไม่นานนัก ( ภายใน 6 ปี )
พระศรีอริยะเมตไตรยจะเปิดเผยพระองค์
เพื่อปลอบประโลมสร้างขวัญกำลังใจให้กับมวลมนุษยชาติ
ที่มีความบอบช้ำทางจิตใจ
ซึ่งในขณะนี้พระองค์ท่านได้เสด็จลงมาบนโลกมนุษย์แล้ว
กำลังเป็นสามเณรในพุทธศาสนา
และพระองค์ได้มาปรากฎที่ประเทศไทยนี่เอง !!
****************************************
รู้แล้ววาง
รู้แล้ววาง
รู้แล้ววาง
แต่ก็ควรวางเอาไว้ใกล้ๆ ตัว เมื่อถึงคราวคับขันจะได้หยิบฉวยมาใช้ได้ทันการณ์
เพื่อรักษาชีวิตของตัวเอง และคนใกล้ตัวที่คุณรักให้ปลอดภัย...........
ผมขอแนะนำให้เซฟเก็บกระทู้นี้ไว้ในเครื่องคอมฯ ของคุณเพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต....................
tamsak
05-02-2005, 10:08 AM
เมื่อประมาณสอง - สาม สัปดาห์ก่อน ผมดูรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่ง เขาออกข่าวว่า มีพายุคลื่นรังสีสุริยะที่เกิดจากการระเบิดตัวของดวงอาทิตย์อย่างแรง พลุ่งออกมาในสุริยะจักรวาล และพายุคลื่นรังสีสุริยะนั้นกำลังกระจายออกสู่ห้วงอวกาศ พลังงานความร้อนของมันมีมากมายมหาศาล และจะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออวกาศ ดวงดาว และสิ่งต่างๆ ที่มันแผ่กระจายไปถึง คาดว่าโลกของเราก็จะได้รับผลกระทบนั้นด้วยเช่นกัน แต่รายงานข่าวกล่าวว่ายังไม่สามารถประเมินความเสียหายที่จะได้รับได้ ส่วนเรื่องที่ว่าจะมาถึงโลกมนุษย์เมื่อไรนั้น ผมจำเวลาไม่ได้ ก็คงอีกไม่กี่ปีมั้งครับ หากเพื่อนคนใดได้ชมรายงานข่าวนี้และจำรายละเอียดได้ ลองมาเล่าสู่กันฟังนะครับ ผมเห็นว่ามันไปสอดคล้องกับข้อความข้างบนที่เขียนกันไว้ ที่ว่าจะมีคลื่นพายุรังสีจากดวงอาทิตย์น่ะครับ เลยหยิบมาเล่าให้ฟัง
** เหตุการณ์ชำระโลก ที่จะทำให้เกิดภัยธรรมชาติที่รุนแรงนั้น จะเกิดขึ้นตามรหัส 11
ซึ่งช่วงเวลาที่จะเกิดความรุนแรงมากที่สุด จะเป็นช่วงเวลาทีพระอาทิตย์มีจุดดับ 11 จุด
** วันที่ 16 สิงหาคม 2546 ได้เกิดจุดดับบนดวงอาทิตย์ (พายุสุริยะ) เป็นจุดที่ 10 ล่าสุด ซึ่งส่งผลให้ระบบสื่อสาร ดาวเทียม อิเล็คโทรนิคเกิดการรวนโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะบ่ายวันที่ 16 สิงหาคม ส่งผลให้ 7 รัฐกับ 2 เมืองใหญ่ใน US เกิดเหตุการณ์ไฟดับอย่างไม่ทราบสาเหตุ เป็นระยะเวลา 29 ชั่วโมง (2+9=11)
** วันที่ 21 สิงหาคม (2+1+8=11) นักวิทยาศาสตร์ค้นพบช่องโหว่ของบรรยากาศ เหนือแอตแลนติก เพิ่มจาก 1 เป็น 2 รู
** โรค SARS จะกลายพันธุ์และจะกลับมาระบาดอย่างรุนแรงอีกครั้ง (มนุษย์ 2 ใน 3 ของโลกจะได้รับผลกระทบจากเชื้อโรคนี้)
** เหตุการณ์ชำระโลกครั้งสุดท้ายจะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้ ขอให้ทุกคนเตรียมตัวเตรียมใจให้ดี **
คัดลอกมาจากhttp://www.piupun.com/newage/ ศาสตร์แห่งอภิปรัชญา .. ศรัทธาใหม่ของโลก
snapshot
06-02-2005, 12:59 PM
มีท่านผู้รู้บอกผมเช่นกัน ลองเข้าเว็บนี้ดูสิครับ ช่วงท้ายของเว็บจะมีบอก
http://beautifulman.freehomepage.com/
แนวร่วมพระศรีอารย์
06-02-2005, 06:20 PM
กระผมขอร่วมกอบกู้พระพุทธศาสนากับพระศรีอาริยเมตไตรด้วยครับ
ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า หากบุญบารมีที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมาแต่อดีตชาติมีมากพอ ขอโปรดจงเหตุและปัจจัยให้ข้าพเจ้าได้ร่วมกอบกู้พระพุทธศาสนากับองค์พระศรีอารย์ ด้วยเทอญ
สา.....ธุ
ผู้ปรารถนา...
หวังผ่านมหาวิกฤตได้
06-02-2005, 06:23 PM
ขอให้สมาธิของข้าพเจ้าทั้งหลาย ทั้งที่รู้หรือไม่รู้ว่าต้องปฏบัติหน้าที่ช่วยพระศรีอารย์ก็ตาม ได้แก่กล้าพร้อมจะร่วมช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่มีศีลธรรมให้รอดจากภัยพิบัติในอนาคตอันใกล้นี้เทอญ
แล้วพบกัน
http://beautifulman.freehomepage.com/
คนเคยนับถือคริสต์
06-02-2005, 11:09 PM
ผมเองเคยนับถือคริสต์มาก่อน ผมไป Search คำว่า "The 3th world war" ใน yahoo.com ผมพบกันประโยคที่ว่า :
Signs from God. The Messiah comes. We have the end of the World. Signs from God. The Messiah comes. We have the end of the World and already 3th World war.
สังเกตคำว่า The Messiah ให้ดี ***
ผมเพิ่งประจักษ์วันนี้เองว่า ที่ผมได้ยินได้ฟังมาเสมอตลอด 27 ปี ของชีวิตผมที่เป็นคริส (คาทอลิก) นั้น คำว่า "พระเมสสิอาร์" (Messiah)ในคำภีร์ไบเบิล ชื่อไปตรงกันพระศรีอาริยเมตไตร ในพระพุทธศาสนา นั่นเอง แต่เรียกย่อเป็น เมต-ศรีอาร์ ก็เท่านั้นเอง
แต่ก่อนไม่เคยเอะใจมาก่อนเลย ได้ยินได้ฟังว่า พระผู้ไถ่จะมาช่วย บางครั้งใช้คำว่า พระแมสซี แต่ไม่เคยมีใครในโบสถ์พูดให้ฟังเลยว่าพ้องกับพระศรีอาริยเมตไตร หรือ พระศรีอารย์ พระบรมโพธิสัตว์ในพระพุทธศาสนา
คราวนี้ผมเริ่มเชื่อสนิทใจขึ้นแล้วครับ
คนเดิม
06-02-2005, 11:17 PM
ทางคริสต์ ตอนเด็ก ๆ ผมได้ยินในโบสถ์เรียกว่า พระผู้ช่วยให้รอด หรือ พระเมสซีอาร์ ผมก็ยังไม่เอะใจ ได้ยินใครพูดหลายครั้งก็ยังไม่เอะใจ จนเมื่อผมได้มาสัมผัสในครั้งนี้ ใช่เลยครับ ชัวร์เลยว่าเป็นท่านเดียวกันกับในคัมภีร์ไบเบิล ท่านนอสสตราดามุสไม่ยอมบอกละเอียดเท่านั้นเอง เกรงว่าคริสต์กับพุทธจะตีกันหรือเปล่า
ต่อไปนี้สังเกตคำว่า The Messiah ถ้าอ่านเป็นคำภาษาไทย ก็น่าจะเป็น "เมสสิอา" ใช่ไหมครับ (ซึ่งทางคริสต์หมายถึงพระผู้ช่วยให้รอดครับ ตอบในฐานะเคยเป็นคริสต์มา 27 ปี ครับ) ซึ่งก็คือ พระ เมตรไตรย ซึ่งย่อชื่อเป็น "เมตร" และก็อีกชื่อคือ "ศรีอารย์" ในคำทำนายของนอสสตราดามุสได้รวมคำสองคำนี้เข้าด้วยกัน เลยกลายเป็น "พระเมสสิอา" หรือ "เมตร-ศรีอารย์" "พระศรีอาริยเมตไตร" นั่นเอง ประจักษ์หรือยังครับ (mes=เมตร, siah=ศรีอาร์) ไงครับ!
ลิงค์ของคำทำนายทางคริสต์ ซึ่งตรงกับ พุทธทำนาย
http://www.zevo.de/111.htm
ตัวอย่าง : Signs from God. The Messiah comes. We have the end of the World and already 3th World war. The Mankind faces the Doom and as well the biggest ever experienced Holocaust. Each second Human being ends up in the Pond of Fire. If the Messiah is not coming now (Jesus Christ, Son of God, King of the Jews), God will come as Devil-and Germany brought the entire Mankind into Hell. Owing to the Brandenburger Nazi gate in Berlin every Human will be punished as hard as Adolf Hitler. That means Hell forever:Final Solution (Endlösung)
หากใครอยากรู้ว่าพระศรีอาริยะเมตไตรย ที่มาเกิดกายในยุคนี้จะมาทำภาระกิจสิ่งใดในโลกนี้ กระผมขอแนะนำให้ท่านเข้าไปศึกษาดูได้ที่เวปไซต์แห่งนี้ครับ
http://siri.bodhisattva.name/
ผู้แต่งหนังสือสิริอาริยะธรรมิกราช ได้บอกข้อความที่น่าสนใจเกี่ยวกับตัวของเขาไว้ดังนี้ครับ
การที่ผู้เขียนสมมติตนเป็นพระศรีอารย์นี้ ไม่ได้หมายความว่า ผู้เขียนรับรองตนต่อผู้อ่านแล้วว่าผู้เขียนคือพระศรีอารย์ และการที่ผู้เขียนยังไม่รับรองตนว่าเป็นพระศรีอารย์นี้ ก็ใช่ว่า ผู้เขียนจะปฏิเสธว่าผู้เขียนไม่ใช่พระศรีอารย์แน่แท้แล้ว เหตุเพราะว่า ผู้เขียนยังไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับตน ยังอยู่ในขั้นตามพิสูจน์ธรรมอยู่ หากพิสูจน์รู้แน่แท้ว่า ผู้เขียนคือพระศรีอารย์ เรื่องราวต่างๆในนิยายนี้ก็จะปรากฏขึ้นได้ตามเป็นจริง เพราะผู้เขียนตั้งใจไว้ว่าจะทำให้ได้อย่างนี้จริงๆ แต่ หากพิสูจน์แล้วว่าผู้เขียนไม่ใช่พระศรีอารย์ เรื่องราวในนิยายนี้ก็จะเป็นแค่เรื่องของความคาดเดาของผู้เขียนเท่านั้น และผู้เขียนก็จะได้เลิกการเขียนนิยายต่อไป เพราะละทิ้งการสมมติตนเป็นพระศรีอารย์ อันเป็นเหตุเกิดนิยายแล้วนั่นเอง..
ผังเมืองที่ผู้เขียนเขียนขึ้นมานี้เอง ก็เป็นส่วนประกอบหนึ่งของนิยาย พอให้นิยายดูมีชีวิตชีวา สมจริงมากขึ้นเท่านั้น แต่ก็ไม่อาจนับเป็นที่อ้างอิงได้ว่าต้องเป็นอย่างนี้.... เดิมที ผู้เขียนเลือกหลวงพระบางเป็นที่ตั้งผังเมืองใหม่ ด้วยเหตุผลทางเชื้อสายของผู้เขียน แต่พอมาพิจารณาเหตุปัจจัยอื่นๆประกอบแล้ว คือ ความสะดวกในการทดน้ำเข้าเขื่อน ความเป็นเมืองของชาวพุทธเถรวาท ตำแหน่งที่ขุมทรัพย์พึงปรากฏ เหล่านี้แล้ว จึงเป็นเหตุให้ผู้เขียนย้ายที่ตั้งผังเมืองใหม่มาอยู่ที่ทางตอนเหนือของประเทศไทยแทน เพราะ เป็นกึ่งกลางแดนพุทธเถรวาทในตอนนี้ คือ ไทย-พม่า ทำให้สะดวกในการขนย้ายพุทธบริษัทมาสู่เมืองใหม่ และสะดวกแก่ผู้อพยพตามมาในภายหลังที่เป็นชาวพุทธเถรวาทด้วย ซึ่งโดยมากก็เป็นไทยกับพม่า ...
คัดลอกมาจากhttp://siri.bodhisattva.name/s_newcity.htm
follower
07-02-2005, 05:21 PM
พระศรีอารย์จะมาสร้างเมืองใหม่ เพื่อช่วยให้มนุษย์มีที่อยู่ เพื่อจะได้สืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป เพราะเมืองเก่าในโลกถูกทำลายราบสิ้นเชิง ?
กระเจียว
08-02-2005, 12:12 AM
http://beautifulman.freehomepage.com/ ไปตามลิงค์ที่ด้านบนแนะนำมา
เวบนี้ดีนะ ชอบ เสียงยอดพระกัณฑ์ดีเยี่ยมมาก อยากให้ฟังให้สวดกันทั้งประเทศ นายก-นักการเมือง-ดารงดารา-คนใหญ่คนโตมาอ่านเจอช่วยกันรณรงค์ให้สวดกันถ้วนหน้า คงจะรอด รณรงค์ไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์ เผื่อจะต่ออายุขัยให้ประเทศชาติได้
กระเจียว
08-02-2005, 12:16 AM
คิดว่ารณรงค์ให้นั่งสมาธิภาวนาจะดีมาก รณรงค์ให้พอๆกะเปิดไฟใส่หมวก ประมาณวันนี้คุณดื่มนมแล้วหรือยัง แล้วจะGetกันทั้งชาติ แต่คนทั่วไปๆไม่ค่อยสน แต่ถ้าทำได้จะคุ้มค่า ประหยัด ทำได้ทุกที่ทุกเวลา
ทำทาน100ครั้งไม่เท่ากับรักษาศีล1วัน รักษาศีล100ครั้งไม่เท่ากับเจริญภาวนา1วัน
ท่านพ่อลี วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ
กระเจียว
08-02-2005, 02:10 AM
อืม โมทนาค่ะ อืมมม ต้องบอกต่อกันมากๆ จะได้ทันการ
จากข้อความที่ 67
ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางของโลก
และเป็นประเทศแรกที่มีผู้สร้างยานอวกาศไปท่องจักรวาลได้
เป็นแห่งเดียวของโลก โดยใช้พลังจิตในการขับเคลื่อน
โดยที่ไม่ได้ใช้เชื้อเพลิงในการเผาไหม้
ให้เกิดพลังงานที่ทำลายสิ่งแวดล้อม
และทรัพยากรธรรมชาติของโลก
ให้เสียหายอย่างเช่นในปัจจุบัน
นอกจากนี้ต่อมไพนีล หรือตาที่ 3 ของมนุษย์
จะถูกฟื้นฟูขึ้นมาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
จนสามารถเข้าถึงสภาวะนิพพานได้ง่ายขึ้นกว่าในอดีต
ตามความคิดของผม ยานอวกาศที่ว่าน่าจะหมายถึง"จักรรัตนะ" ของพระเจ้าจักรพรรดิ์ ลองอ่านข้อความต่อไปนี้ดูนะครับ
ที่สุดแห่งเทคโนโลยี ยุคชาววิไล
เมื่อนั้น พระราชาก็เริ่มคิดค้นถึงเทคโนโลยีขั้นสูงสุด ที่เป็นที่รวมของทุกสิ่งทุกอย่าง คือ เป็นเครื่องมือที่สามารถจะดึงอณูธาตุที่มีในอากาศมาขึ้นรูปเป็นวัตถุสิ่งของต่างๆได้ตามปรารถนา โดยไม่ต้องได้ตัดไม้เพื่อมาทำกระดาษ ไม่ต้องขุดดินระเบิดหินเพื่อมาทำซีเมนต์หรือก้อนอิฐ ไม่ต้องผลิตคอมพิวเตอร์เป็นจอๆ แบบมีแป้นควบคุมนี้มาใช้ ด้วยว่า ข้าวของเครื่องใช้เหล่านี้ มีความสิ้นอายุไป แล้วก็กลับกลายเป็นของเสียในภายหลัง มีความล้าหลัง มีคุณสมบัติหลายอย่างไม่ตรงตามปรารถนา ประกอบกับในเวลานั้น ปัญหาขยะในโลกก็ยังคงมีอยู่ แม้ว่าเทคโนโลยีที่พยายามพิจารณาดีแล้วนั้นจะก่อมลพิษน้อยก็ตาม แต่มันก็ยังมีอยู่ สืบต่อไปในระยะกาลประมาณหนึ่ง ก็มีอันต้องสะสมกันล้นพื้นที่ได้ง่าย ด้วยเหตุนี้ พระราชาจึงพิจารณาเพื่อสร้างวัตถุอันเป็นที่สุดแห่งเทคโนโลยีขึ้นมา คือจักรรัตนะ หรือจะเรียกว่า เครื่องควบคุมพลังงานหรือธาตุในจักรวาลให้เป็นไปตามใจปรารถนา ก็ได้
ก็จักรรัตนะนี้นั้น เมื่อปรากฏสำเร็จขึ้นมาแล้ว จะมีคุณสมบัติในการควบคุมธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ในขอบเขตเท่าที่ใจนึกได้ โดย เครื่องมือชนิดนี้จะตอบสนองโดยตรงต่อความนึกของมนุษย์ ในการป้อนข้อมูลเข้าจักรรัตนะ จึงไม่จำเป็นต้องอาศัยแป้นพิมพ์ ไม่ต้องอาศัยหน่วยความจำภายนอก และขอบเขตในการควบคุมธาตุ กว้างใหญ่ไปเท่าที่ใจของผู้เป็นเจ้าของจะนึกถึงได้ ... จักรรัตนะนี้ รับข้อมูลเข้าไปในรูปของอารมณ์จิต จึงมีอานุภาพเป็นทิพย์ มีความสามารถในการเร่งพลังงานข้ามมิติแห่งกาลเวลาเข้าไปยังภพภูมต่างๆในต่างมิติได้ สามารถจะไปนรกสวรรค์ได้ ไปพรหมโลกได้ คือ ไปได้ทุกที่ที่มีธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ เท่าที่ใจของเจ้าของจะนึกถึง ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ก็จะใช้งานแค่ในขอบเขตจักรวาลหนึ่งเท่านั้น ไม่ค่อยนำไปใช้งานข้ามแกแล็กซี่นัก แต่ในความจริง จักรรัตนะ สามารถเดินทางข้ามแกแล็กซี่ได้
เมื่อต้องการจะเข้าไปศึกษาเรื่องราวของวัตถุธาตุในจักรวาล เช่น โครงสร้างดาวโลกชมพู โครงสร้างดวงอาทิตย์ หรือเนบิวลา หรือวัตถุอื่นใดในวงกว้างนั้น จักรรัตนะจะเร่งพลังงานเข้าไปไว้ในระดับทิพย์ที่ไม่แตะต้องกับธาตุ4แบบมนุษย์ แล้วแทรกซึมเข้าไปในเนื้อวัตถุธาตุเหล่านั้นได้ มีการนำเสนอโครงสร้างของดวงดาวเหล่านั้นได้คล้ายอย่างที่คอมพิวเตอร์นำเสนอข้อมูลในรูปกราฟฟิก จะต่างกันก็แค่ว่า จอมอนิเตอร์สำหรับจักรรัตนะแล้ว เป็นจอที่ไม่มีขอบเขตแน่นอน
ไม่ใช่เพียงเท่านั้น จักรรัตนะนั้นเอง ยังมีกำลังอำนาจในการขยายอณูแห่งธาตุเข้าไปยังระดับโครงสร้างที่เล็กลงๆไปเรื่อยๆได้ตามปรารถนา
เรียกจักรรัตนะว่า เป็นเครื่องมือสารพัดจะนึก สารพัดจะใช้ก็ได้
เพราะเหตุที่จักรรัตนะมีความพิเศษอย่างนี้ จึงมีอานุภาพครอบงำแม้กระทั่งอานุภาพของเหล่าเทวดา จึงมีอำนาจในการจัดอารักขาป้องกันภัยอันตรายให้พระราชาได้ตามที่พระราชาปรารถนา
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้รู้แจ่มแจ้งโลก เมื่อกล่าวถึงโลกในมุมอันเป็นทีสุดแห่งความเจริญในด้านความรู้เทคโนโลยี พระองค์จึงกล่าวถึง จักรรัตนะนี้ ว่า เป็นสิ่งพิเศษสูงสุด และตรัสเรียกพระเจ้าจักรพรรดิ ผู้สามารถก่อเหตุปัจจัยให้เหมาะสมในการปรากฏจักรรัตนะนั้นว่า เป็นอัจริยะมนุษย์ เกิดขึ้นมาเพื่อเป็นอัจริยะมนุษย์ คือสามารถคิดค้นสิ่งที่มนุษย์ทั่วไปไม่อาจจะคาดคิดถึง แม้กระทั่งจะจินตนาการว่ามันมี มนุษย์ทั้งหลายก็ไม่กล้าจะจินตนาการ แต่บุคคลพิเศษผู้นั้น กลับมีกำลังปัญญาข้ามกรอบมนุษย์ทั่วไปนั้นไป จึงกล่าว่า พระเจ้าจักรพรรดิเป็นบุคคลพิเศษ และเพราะความที่พระเจ้าจักรพรรดิทำประโยชน์เกื้อกูลโลก เพื่อประโยชน์สุขแก่เทวดาและมนุษย์ จึงดำรงอยู่ในฐานะที่ควรเคารพสักการะ ควรแก่การระลึกถึง ผู้ที่ระลึกถึงพระเจ้าจักรพรรดิ มีผลให้เข้าสู่สุคติภูมิได้ หลังจากตายเพราะกายแตก
พระเจ้าจักรพรรดินั้นเอง คือพระธรรมราชา เป็นราชาโดยธรรม เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในโลก ในคุณสมบัติต่างๆ
แม้จะอย่างนั้นก็ตาม พระเจ้าจักรพรรดิผู้พิศษเยี่ยงนั้น ก็เปรียบไม่ได้แม้เสี้ยวหนึ่งในแสนโกฏิเสี้ยวแห่งองค์คุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย
ต่อไปจะได้กล่าวถึงวิธีการสร้างจักรรัตนะ
จากคุณ : มังคละ [ ตอบ: 21 พ.ย. 47 - 11:14 ] ยังไม่แนะนำตัว | สมาชิกลานธรรมถาวร | ตอบ: 88 | ฝากข้อความ |
ความคิดเห็นที่ 21 : (มังคละ) อ้างอิง |
หลักการสร้างจักรรัตนะ
ขั้นตอนการออกแบบ
การออกแบบจักรรัตนะนั้น ประกอบไปด้วยสองส่วน คือส่วนฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ (ให้พิจารณาเทียบเคียงกับเรื่องเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันในปัจจุบันนี้)
การออกแบบฮาร์ดแวร์ของจักรรัตนะ
ฮาร์ดแวร์ คือส่วนที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตามนุษย์นี้
จักรรัตนะจะถูกออกแบบให้มีรูปเหมือนกงล้อ คล้ายจานบิน คล้ายๆล้อเกวียน แต่ซี่ของจักรรัตนะนั้น จะไม่ปล่อยเป็นซี่แบบอากาศเหมือนซี่รถจักรยาน หากแต่จะบุไว้เป็นตาๆ หากแบ่งส่วนออกก็จะได้สามส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนดุมจักร๑ ส่วนกำหรือซี่จักร๑ และส่วนกงจักร๑
ส่วนดุมจักรนั้นจะอยู่ตรงกลางสุด ใช้เป็นแกนหมุนได้ ทำมาจากแก้วไพทูรย์
ส่วนซี่หรือกำของจักรคือส่วนที่อยู่ตรงวงกลาง มีอยู่พันซี่คือ การขีดเส้นในแนวรัศมีของวงจักร และมีการแบ่งซี่เหล่านั้นออกเป็นวงย่อยๆ หรือเรียกว่าเป็นแทร็กๆก็ได้ ช่วงกำของจักรนี้ เมื่อลากตัดวงด้วยแนวซี่จักรแล้ว ก็จะได้เซกเตอร์ของซี่กำ แต่ละเซกเตอร์เอง ทำจากแก้วมีค่าหลากสีสัน มีการสลักรูปต่างๆไว้ในแต่ละเซกเตอร์ คือ รูปแบบต่างๆของแกแล็กซี่ รูปแบบต่างๆของดวงอาทิตย์ ของดวงจันทร์ ของโลก ของเทวดาเหล่าต่างๆ และรูปที่เกี่ยวกับมนุษย์ คือสัญลักษณ์ทั้งหมดที่สลักไว้ จะครอบคลุมเรื่องราวทั้งหมดในแกแล็กซี่
ในส่วนกงจักรนั้น จะแบ่งออกเป็นร้อยเซกเตอร์ พระอรรถกถาเรียกว่า ร้อยคัน และในแต่ละเซกเตอร์นั้นจะประดิษฐานฉัตรไว้ มีแถวลวดลายดอกไม้ทองคำแล่นโดยรอบขอบเขตแต่ละเซกเตอร์ของกงนั้น วัสดุที่ใช้ทำคันกงจักร คือ แก้วแดงบริสุทธิ์
หากมองจักรรัตนะในทิศเบื้องบน จะเห็นรูปจักรรัตนะ คล้ายกับดวงอาทิตย์ทอแสงสีรุ้งโดยรอบ แล้วก็มีประกายรุ่งเรืองด้วยแสงจากแก้วมณีแต่ละสี คือ แก้วสีต่างๆที่นำไปทำจักรรัตนะนั้น เปล่งแสงได้ด้วย โดยตรงดุมนั้นจะมีรัศมีรุ่งเรืองที่สุด
ทีนี้มาดูลายวงจรของจักรรัตนะบ้าง
คอมพิวเตอร์ปัจจุบันนี้ มีแผ่นPCBเป็นแผงวงจรนำไฟฟ้าเข้าไปผ่านIC ที่มีคุณสมบัติต่างๆ ซึ่งใตไอซีเหล่านั้น มีลายวงจรเล็กๆ มีความละเอียดระดับไมครอน และในอนาคตยังจะพัฒนาให้ผลิตไอซีที่เล็กลงไปยิ่งกว่านั้นอีก จนท้ายที่สุด มนุษย์จะค้นพบว่า วัสดุทุกชนิด มีคุณสมบัติในการจำทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะสารกึ่งตัวนำ และลักษณะวิธีการอ่านข้อมูลในอณูธาตุเหล่านั้นเอง ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบฉายกระแสไฟฟ้าเพื่อตรวจจับสัญญาณแม่เหล็ก หรือฉายเลเซอร์กระทบอะไรเทือกนี้ ..
ในส่วนนี้ บางที ในอนาคตอันใกล้ มนุษย์อาจสามารถใช้โมเลกุลของธาตุเพียงโมเลกุลเดียวในการทำตัวCPU ของคอมพิวเตอร์ก็ได้ เมื่อมนุษย์เห็นโครงสร้างของอุตอมได้ละเอียดขึ้น มีเครื่องมือระดับละเอียดปานนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมนุษย์ศึกษาถึงความเกี่ยวพันระหว่างจิตกับธาตุ4 แล้ว มนุษย์ก็จะสามารถสร้างวงจรความจำ ทำวัตถุให้เป็นวัสดุเมมมอรี่ได้ โดยการใช้กำลังจิต เมื่อรู้ไปถึงนั่น มนุษย์ก็จะอธิบายได้ถึงการทำเครื่องลางของขลังในสายเทคโนโลยีทางนามว่า มันก็หลักคล้ายๆกับเรื่องเครื่องคอมพิวเตอร์นี้
คือ ผู้ทีเขาเรียกว่า เป็นผู้อัดพลังจิตนั้น ทำการบริกรรม เพ่งอารมณ์มุ่งหมายอยู่ อธิษฐานไว้ว่า วัตถุนี้ ให้มีคุณสมบัติอย่างนี้ เมื่อกระทบกับกระแสจิตอย่างนี้ของคนนี้ ทำนองนี้นะครับ ซึ่ง คุณสมบัติ ความพิเศษพิศดารของเครื่องลางของขลังเหล่านั้น จะมีอานุภาพมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับความรู้แจ้งชัดของผู้อัดพลัง คือ ผู้ป้อนซอฟต์แวร์ให้แก่วัสดุนั้นเอง ซึ่งโดยมากแล้ว ผู้ที่ศึกษาทางการทำเครื่องลางของขลัง เรียนด้วยวิธีสืบทอดกันมา ไม่รู้แจ้งชัดในความข้อนี้ คุณสมบัติของเครื่องลางของขลังจึงกินอาณาเขตแคบๆ ใช้งานได้แคบๆ ทั้งๆที่สามารถประยุกต์ไปใช้งานให้กว้างขวางกว่านั้นมากมาย
สิ่งที่เด่นชัดที่สุดในเรื่องเกี่ยวแก่เทคโนโลยีทางนามที่ประสานกับหลักการคิดแบบเทคโนโลยีทางวัตถุนี้แล้ว ก็คือ จักรรัตนะ นี้เอง
คงเคยได้อ่านพบกันมาบ้างว่า ได้ยินว่า เมื่อพระราชาจักรพรรดิพาจักรรัตนะพัดผันไปยังที่ใด มนุษย์ หรือบุคคลใดๆที่มีความคิดว่าจะหยิบศาสตราวุธขึ้นมาเพื่อจะทำร้ายพระองค์หรือทำร้ายใครๆนั้น จะไม่สามารถหยิบจับอาวุธขึ้นมาได้ นั่นก็ด้วยอานุภาพของจักรรัตนะ ซึ่ง พระราชาได้โปรแกรมให้ตอบสนองกับสัญญาณจิตรายบุคคลว่า เมื่อบุคคลนึกคิดอย่างนี้ ขอร่างกายของเขาจงตอบสนองอย่างนี้ เพราะร่างกายมนุษย์หรือเทวดาเอง ก็ประกอบขึ้นมาจากธาตุ4ทั้งนั้น
จากคุณ : มังคละ [ ตอบ: 21 พ.ย. 47 - 11:38 ] ยังไม่แนะนำตัว | สมาชิกลานธรรมถาวร | ตอบ: 88 | ฝากข้อความ |
ความคิดเห็นที่ 22 : (มังคละ) อ้างอิง |
การออกแบบซอฟต์แวร์จักรรัตนะ
ขั้นตอนที่ยากที่สุดของจักรรัตนะก็คือการออกแบบซอฟต์แวร์นี้เอง สมมติว่าออกแบบฮาร์ดแวร์ใช้เวลาสัก1-3ปี การออกแบบซอฟต์แวร์อาจจะใช้ 20-200ปี หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับปัญญาของพระราชาองค์นั้นๆว่า แล่นไปช้าเร็วเท่าไรในการออกแบบ
การออกแบบซอฟต์แวร์นั้น พระราชาจะต้องประมวลเรื่องระดับความคิดของบุคคลต่างๆที่มีในโลกว่ามีกี่ระดับ แล้วก็แยกแยะงานที่คนแต่ละระดับจะสามารถใช้งานจักรรัตนะได้ ว่า ใครจะใช้งานได้ในขอบเขตใดบ้าง
เช่นว่า การใช้งานจักรรัตนะในเชิงของการเดินทางจากที่หนึ่งไปสู่ที่หนึ่งด้วยวิธีการย้ายโมเลกุล หากว่าพระราชาอนุญาตให้มนุษย์ทุกคนใช้เทคโนโลยีนี้อย่างอิสระ จะเกิดอะไรขึ้น? ก็ต้องตอบได้อย่างไม่สงสัยว่า ความวุ่นวายจะเกิด เดี๋ยวก็เดินทางไปโผล่ห้องนอนของคนนั้นคนนี้ แล้วไปทำกรรมลามกต่างๆมากมายได้ง่าย ด้วยเหตุอย่างนี้ พระราชาจะโปรแกรมไว้ว่า ในการเดินทางนั้น จะมีการกำหนดจุดในการปรากฏ เป็นท่า เป็นด่านตรวจคนเข้าเมืองอะไรทำนองนี้ ทั้งๆที่จริง จักรรัตนะสามารถจะส่งคนไปปรากฏในที่ใดๆก็ได้ แต่พระราชาไม่อนุญาตให้ผู้อื่นใช้จักรรัตนะในฟังก์ชันนั้นได้เท่านั้นเอง เพื่อประโยชน์ที่เหมาะสม
พระราชาก็จะมาพิจารณาเรื่องการเดินทางว่า จะต้องมีลำดับเริ่มต้นอย่างไร คือ เริ่มจากการเดินทางในบ้านในเมืองนั้นก่อน โดยให้ประชาชนกำหนดจุดสถานีขนส่ง หรือป้ายรถเมล์เป็นจุดๆในการเข้าและออก แล้วพระราชาก็จะเป็นผู้ป้อนโปรแกรมว่า อนุญาตการเดินทางด้วยการย้ายมวลสาร ในระหว่างจุดนี้กับจุดนี้ ทำนองนี้ พระองค์จะกำหนดเป็นจุดๆไป แม้การเดินทางทางอากาศ ด้วยวิธีการเหาะไปก็ตาม อันนี้ก็แล้วแต่รสนิยมของแต่ละคน พระราชาก็จะอนุญาตการใช้จักรรัตนะในกิจการการเดินทางด้วยการเหาะไว้ กำหนดเพดานเหาะไว้ กำหนดท่าเข้าท่าออกไว้ เพียงแค่ผู้ใช้งาน ต้องการเดินทาง ก็อธิษฐานกำหนดจุดเข้าจุดออกเท่านั้น จักรรัตนะก็จะควบคุมอณูธาตุในอากาศให้มีความหนาแน่นเข้า ยกร่างกายคนๆนั้นขึ้นสู่เพดาน แล้วก็ส่งไปด้วยระดับความเร็วที่กำหนดไว้ ทำนองนี้
พระราชาไม่ได้พิจารณาการใช้จักรแค่ในมุมนั้น หากแต่ยังพิจารณาการใช้ประโยชน์จักรรัตนะในมุมของการผลิต มีการกำหนดเจ้าหน้าที่ควบคุมการผลิตว่า ใครสามารถเป็นเจ้าหน้าที่ผลิตสินค้าได้ เหมือนการเดินทางอย่างนี้ บางทีก็ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ในการกำหนดจุด มีการกำหนดโปรแกรมว่า ก่อนที่ประชาชนทั่วไปจะเดินทางได้ ต้องเข้าพบเจ้าหน้าที่คนนั้นก่อน บอกเจ้าหน้าที่ว่า ต้องการไปลงที่เมืองนั้นๆ ตำแหน่งนั้นๆ แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะกำหนดจุด แล้วก็บอกอนุญาต เมื่อเจ้าหน้าที่อธิษฐาน จักรรัตนะจึงจะทำงานในการควบคุมพลังงานแบบนั้นให้สำเร็จ ....
ผู้อ่านลองคิดดูเถิดว่า มีกิจการอะไรบ้างในโลกนี้ ที่พระราชาต้องประมวลเข้ามาแล้วจัดลำดับ เพื่อทำซอฟต์แวร์คือเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นเป็นอารมณ์จิต แล้วก็อัดอารมณ์จิตนั้นบรรจุไว้ในนิมิตแห่งรูปในจิต แล้วก็อธิษฐานดึงนิมิตนั้นขึ้นมาสู่ความปรากฏเป็นธาตุ4ขึ้นมา
จะเห็นว่า ต้องได้พิจารณามากมายหลายเรื่องทีเดียว ทั้งเรื่องของมนุษย์และสัตว์ดิรัจฉาน เป็นต้นว่า เมื่อใดราชสีห์เกิดสภาพคิดว่าต้องการกินอาหาร แล้วเกิดความพยายามว่าจะค้นหาอาหาร เมื่อนั้น อาหารตามที่ราชสีห์ปรารถนานั้นจงปรากฏในเบื้องหน้าราชสีห์นั้น เป็นต้น ... เมื่อราชสีห์ได้รับอาหารแล้ว ก็จะไม่ออกล่าเหยื่อ ก็จะไม่ฆ่าเนื้อ เนื้อก็จะอยู่เป็นสุข ไม่ถูกเบียดเบียน สัตว์ทั้งหลายล้วนได้อาหารตรงตามปรารถนา อย่างนี้เป็นต้น
นั่นคือ สภาพคิดทั้งหมดที่พระราชาต้องได้พิจารณานั่นล่ะว่า จะให้เกิดสิ่งใดขึ้นเมื่อเกิดสภาพคิดอย่างนี้ในสัตว์ตัวนี้ ผู้มีปกติคิดอย่างนี้ มีศีลอย่างนี้ ทำนองนี้ แล้วจงได้ความสำเร็จตามนี้ หรือว่าจงได้ความสำเร็จเป็นอีกอย่างหนึ่ง
และเมื่อพิจารณาแล้ว จะเห็นว่า ท้ายที่สุด ถึงจะมีเทคโนโลยีดีระดับนั้น สูงสุดระดับนั้น ก็ไม่อาจจะทำให้คนดีกลับชั่ว คนชั่วกลับดีได้ ไม่อาจทำคนไม่รู้ให้กลับรู้ ทำคนรู้ให้กลับไม่รู้ได้ ความเจริญหรือเสื่อมเฉพาะบุคคล เกิดขึ้นเป็นไปตามกรรมที่บุคคลนั้นๆกระทำแก่ตนเอง แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว สัตว์ทั้งหลายในยุคพระเจ้าจักรพรรดิ ค่อนข้างอ่อนโยน เอื้อเฟื้อ อารีย์ เมตตากัน โดยมาก หลังจากตายเพราะกายแตก จึงเข้าสู่สุคติโลกสวรรค์
ต่อไปจะได้กล่าวถึงกระบวนการสร้างจักรรัตนะ
จากคุณ : มังคละ [ ตอบ: 21 พ.ย. 47 - 12:11 ] ยังไม่แนะนำตัว | สมาชิกลานธรรมถาวร | ตอบ: 88 | ฝากข้อความ |
ความคิดเห็นที่ 23 : (มังคละ) อ้างอิง |
กระบวนการสร้างจักรรัตนะ
หลักการสร้างจักรรัตนะ กับหลักการน้อมนำขุมทรัพย์จักรพรรดินั้น ใช้หลักเดียวกัน คือ ขึ้นกับกำลังจิต แต่ ขุมทรัพย์จักรพรรดินั้น เกิดจากกำลังบุญของบุคคลคนเดียว ส่วนจักรรัตนะนั้น เกิดจากกำลังบุญของบุคคลนั้น+กำลังจิตมวลรวมของหมู่มนุษย์ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า การประชุมพร้อมกันแห่งเหตุปัจจัยเพื่อความปรากฏของจักรรัตนะนั้น จะต้องได้อาศัยจิตรวมจากหมู่มนุษย์โดยมากด้วย ซึ่งกระแสจิตเหล่านั้นจะไหลเชื่อมโยงกันเป็นโครงข่ายพลังจิตขึ้น โดยมีความจดจ่อจิตจ้องรวมลงที่พระราชาผู้เป็นต้นเหตุให้พวกเขาเหล่านั้นได้ดำรงชีวิตอย่างสุขสบาย
ทุกๆวัน พระราชาจะออกแสดงธรรม อบรมพสกนิกรของพระองค์ แล้วพิจารณาราชกิจในการบรรเทาทุกข์ให้แก่ประชาชน มีการอบรมสัมมาทิฏฐิให้ แล้วในช่วงวันอุโบสถ พระราชาจะหลีกเร้นอยู่แต่ผู้เดียว แล้วเพ่งธรรมอยู่ คือ ระลึกถึงอาการของจักรรัตนะ ระลึกถึงอาการมาของจักรรัตนะ ระลึกถึงการใช้งานจักรรัตนะ ซึ่งกระบวนการนี้คือการป้อนซอฟต์แวร์นั่นเอง แต่ โปรแกรมที่พิจารณานั้น จะยังไม่ได้ถูกอธิษฐานด้วยกลไกแห่งฤทธิ์ ตราบที่พระราชายังลงใจไม่ได้ว่า ซอฟต์แวร์ที่พิจารณานั้น เข้าถึงความบริบูรณ์ดีแล้ว ซึ่ง ที่จุดแห่งความบริบูรณ์อันนั้น เมื่อเข้าถึง จะรู้เฉพาะตนเอง จิตจะสงบรำงับลงจนถึงบาทแห่งฤทธิ์เอง
ในระหว่างที่บรรเทาทุกข์ให้ประชาชนนั้น กระแสเมตตาเพราะความกตัญญูรู้คุณในพระราชาของประชาชนในราชธานีเองและในต่างประเทศก็จะจดจ่อหลั่งไหลเข้าไปสู่พระราชาผู้มีคุณเช่นนั้น แล้วพระราชานั้นอาศัยกระแสจิตเหล่านั้นที่ประสานกันเองโดยอัตโนมัติ มาเป็นปัจจัยหนึ่งในการอธิษฐานถึงความปรากฏแห่งจักรรัตนะ
ด้วยอาการอย่างนี้ จักรรัตนะจึงมิได้สำเร็จมาจากการประกอบที่โรงงานแห่งใดแห่งหนึ่งบนพื้นดิน หรือบนเทวโลก หรือพรหมโลก หากแต่อุบัติขึ้นมาจากความประชุมพร้อมแห่งกำลังจิตที่กลมกลืนเป็นอันเดียวกันของมหาชน คือ มหาชนนั้น มีความรักความเคารพเป็นอันเดียวกันในพระราชาผู้มีพระคุณของเขานั่นเอง
ในช่วงที่ปรากฏจักรรัตนะนั้น วันเดือนปี การโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ และฤดูกาลจะเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งเดือนมี30วัน 12เดือนเป็น1ปี ทำนองนี้ แม้ฤดูร้อนฤดูหนาวฤดูฝนก็ปรากฏสม่ำเสมอ อันเป็นผลจากกระแสจิตมวลรวม ซึ่งไม่มีสูตรคณิตศาสตร์ที่จะใช้ในการคำนวณ เนื่องจากเป็นเรื่องของนามที่ยากจะหยั่งวัดปริมาณอารมณ์ได้
เพราะความที่จักรรัตนะสำเร็จได้มาจากกำลังแห่งกระแสจิตมวลรวม จักรรัตนะ จึงมีอานุภาพเป็นทิพย์และตอบสนองโดยตรงต่อกระแสจิตของสัตว์ จึงไม่จำเป็นต้องอาศัยการป้อนข้อมูลทางคีย์บอร์ดหรือกระแสไฟฟ้า
เพราะความที่จักรรัตนะ สำเร็จมาจากอธิษฐานของพระราชา จักรรัตนะจึงอยู่ใต้อำนาจจิตของพระราชาเท่านั้น ไม่ขึ้นแก่อำนาจจิตของบุคคลอื่น แต่ เพราะความที่ปัจจัยประกอบของจักรรัตนะมาจากกระแสจิตมวลรวมของสัตว์ พระเจ้าจักรพรรดิจึงสามารถแยกแยะขอบเขตอำนาจการใช้งานจักรรัตนะในบุคคลต่างๆได้
และเพราะความที่จักรรัตนะ ตกอยู่ใต้อำนาจจิตของพระราชาและสามารถจะกำหนดให้ตกอยู่ใต้อำนาจของบุคคลใดๆได้ตามขอบเขตกำหนด พระราชาจึงอบรมพระราชโอรสองค์โต ผู้จะสืบวงศ์จักรพรรดิให้รู้ถึงวิธีการเข้าควบคุมอำนาจจักรรัตนะได้ว่า กระแสจิตเท่าใด มีความระลึกรู้รอบคอบในการบริหารราชกิจเท่าไร จึงจะสามารถหมุนจักรรัตนะได้เหมือนอย่างที่พระเจ้าจักรพรรดิสามารถกระทำ และเมื่อพระราชโอรสองค์นั้นอบรมจิตตนเข้าถึงภูมินั้น ความรู้เฉพาะตนจะปรากฏแก่จิตพระราชโอรสเองว่าสามารถหมุนจักรได้แล้วโดยไม่ต้องรอพระราชาอนุญาต เมื่อนั้น พระราชโอรสจะได้ชื่อว่า เป็นผู้เข้าถึงนามแห่ง ปริณายกรัตนะ ต่อแต่นั้น พระราชโอรสจะเข้าไปพบพระราชาเองโดยธรรม เพื่อขอแบ่งเบาพระราชกิจในการบริหารบริษัท
เช่นกัน
ขุนคลังของพระเจ้าจักรพรรดิเอง ก็อบรมจิตตน จูนจิตเข้าไปตามคำแนะนำของพระราชา จนสามารถจะใช้อำนาจจักรรัตนะในการใช้อานุภาพแห่งตาทิพย์ในการเห็นทรัพย์ทั้งที่มีเจ้าของและไม่มีเจ้าของ ในที่ต่างๆ ทั้งในแผ่นดิน ในแม่น้ำ ในมหาสมุทร หรือในอากาศ ในดวงดาวในอวกาศ เป็นต้น .. นอกจากเห็นทรัพย์แล้ว ขุนคลังนั้นยังมีความสามารถในการใช้จักรรัตนะในการดึงธาตุต่างๆเหล่านั้นจากที่นั้นๆมาไว้ในที่ๆตนกำหนดไว้ได้ด้วย ... เมื่อขุนคลังอบรมตนได้ถึงขีดนั้น จะเกิดญาณแจ่มชัดแก่จิตเองว่า ตนสามารถ แล้วเขาก็จะเข้าไปพบพระราชา เพื่อประกาศความสามารถตนในการแบ่งเบาราชกิจเกี่ยวแก่เรื่องทรัพย์ทั้งหลาย..... เมื่อนั้น่ขุนคลังจึงได้ชื่อว่า คหปติรัตนะ
เรื่องวิธีการอบรมจิตเพื่อความถึงฝั่งแห่งปริณายกรัตนะ คหปติรัตนะนั้น สำหรับผู้ใส่ใจอยากรู้ ก็สามารถหาอ่านเอาได้ในพระไตรปิฎก และข้อจำกัดคือ ปริณายกรัตนะ พัฒนามาจากพระราชโอรสองค์โต ผู้มีนิสัยใคร่ต่อสิกขา.... ส่วนขุนคลังแก้วนั้น เป็นขุนคลังของพระราชาเอง เป็นผู้มีปัญญา ฟังโอวาทพระราชา แทงตลอดในวาทะเหล่านั้นได้... นั่นก็คือ บุญของท่านเหล่านั้น เนื่องอยู่กับพระเจ้าจักรพรรดิ ไม่อาจปรากฏโดดๆได้ คล้ายอย่างตำแหน่งเอตทัคคะในศาสนาพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ตำแหน่งเหล่านั้น เนื่องกับพระพุทธเจ้า การอบรมบารมีตนเพื่อถึงฝั่งแห่งบารมีนั้น จึงไม่อาจละการคลุกคลีกับเจ้าต้นบุญในเรื่องนั้นๆ เพราะความที่สิ่งเหล่านั้น มิอาจปรากฏสำเร็จได้ด้วยลำพังตน ไม่เหมือนพระเจ้าจักรพรรดิกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เป็นโจกหมู่ เป็นผู้นำหมู่ ไม่ต้องเดินตามหลังใครนอกจากธรรม
จากคุณ : มังคละ [ ตอบ: 21 พ.ย. 47 - 13:46 ] ยังไม่แนะนำตัว | สมาชิกลานธรรมถาวร | ตอบ: 88 | ฝากข้อความ |
ความคิดเห็นที่ 24 : (มังคละ) อ้างอิง |
ความเป็นอยู่ของมนุษย์หลังจากความปรากฏจักรรัตนะ
เมื่อจักรรัตนะปรากฏแล้ว ในช่วงใหม่ๆ หมู่มนุษย์บางส่วน จะยังไม่กล้าใช้บริการจักรรัตนะในการเดินทาง ในการผลิตสินค้า ในการนิรมิตอาหารประหนึ่งมนุษย์เป็นเทวดา เพราะความไม่รู้เกี่ยวแก่จักรรัตนะว่า สิ่งที่ปรากฏต่อหน้านั้น มันฝันไปหรือว่า มันเป็นความจริง อาหารที่นิรมิตขึ้น กินแล้วจะมีประโยชน์ต่อร่างกายเหมือนอาหารที่ได้มาจากการขวนขวายขุดพืชตัดผักแร่เนื้อเถือหนังสัตว์มากินหรือไม่?
แต่ในราชธานีของพระเจ้าจักรพรรดินั้น ผู้คนใช้บริการจักรรัตนะโดยไม่นานนักก็ชิน เพราะในบ้านเมืองของพระราชาผู้เช่นนั้น สิ่งอัศจรรย์ปรากฏเป็นปกติ เป็นต้นว่า ต้นกัลปพฤกษ์ หรือว่าผีสางเทวดา เรื่องของฤาษีชีพราหมณ์ผู้ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรม ฤทธิ์อภิญญา เหล่านี้ จะเป็นเรื่องปกติในบ้านเมืองนั้น
ทีนี้ เมื่อเทคโนโลยีจักรรัตนะปรากฏแพร่หลายไป มนุษย์โดยมากในโลกก็จะเริ่มใช้สอยจักรรัตนะในการเดินทาง ในการผลิตเครื่องใช้ ผักผลไม้และอาหารต่างๆ โดยไม่ต้องไปทำไร่ไถนาไม่ต้องทำมาค้าขายก็ได้ แต่ว่า แม้จะเป็นอย่างนั้น การหาเก็บผัก พืชผล ศึกษาสัตว์ ล่าสัตว์เหล่านี้ ก็ยังมีอยู่ในพวกมนุษย์บางเหล่า เพราะพวกที่คึกคะนองนั้น มีอยู่ในทุกกาลทุกสมัย เขาจะรู้สึกเหมือนกับว่า สิ่งที่ได้มาง่ายๆ มันไม่อร่อย ไม่เร้าใจ ทำนองนี้
ในตอนที่จักรรัตนะปรากฏแล้ว เรื่องการใช้การสัญจรทางรถยนต์ รถไฟ เครื่องบิน เรือ ก็จะหมดความจำเป็นลง แต่ก็ยังมีผู้ใช้ยานพาหนะเหล่านั้นอยู่ตามความนิยมแต่ละบุคคล จนเวลาผ่านไปหลายปี หลายสิบปี การพัฒนาเทคโนโลยีทางวัตถุที่ต้องใช้กำลังแรงกายแรงความคิดของมนุษย์เหมือนเทคโนโลยีตอนกลางนี้นั้น ก็จะขาดการสืบต่อ ทำให้คนโดยมากไม่ค่อยจะสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เชิงวัตถุนัก แต่จะหันไปศึกษสิ่งต่างๆ สสารต่างๆในมุมของวิทยาศาสตร์ทางจิต คือพิจารณาเรื่องจิตเป็นองค์ประกอบด้วย
หากว่าในยุคนั้นยังมีพระพุทธศาสนาอยู่ ผู้คนก็จะเกิดความเบื่อหน่ายคลายกำหนัดในโลก บางส่วนก็จะตัดกิเลสเข้าถึงธรรมของพระศาสดาได้ง่าย
วันเวลาผ่านพ้นไป พระเจ้าจักรพรรดิผลัดองค์จาก1 ไป2 ไป3 4..5..6 ..7 ...8 ยิ่งเวลาผ่านไปนาน มนุษย์ก็ยิ่งขาดความรู้ความใส่ใจในเทคโนโลยีเดิม จนถึงวาระหนึ่ง คือ รุ่นลูกรุ่นหลานพระเจ้าจักรพรรดิ ไม่ตั้งอยู่ในธรรม ไม่อาจสืบวงศ์จักรพรรดิ ไม่อาจยังจักรรัตนะให้ปรากฏได้ ในเมื่อนั้น ความวุ่นวายจะกลับเกิดแก่โลก
เมื่อสิ้นพระเจ้าจักรพรรดิและขาดการสืบต่อเทคโนโลยีแห่งจักรรัตนะ ในยามนั้น ผู้คนปรากฏหนาแน่นไปในโลก เพราะความที่อาหารหาได้ง่าย .....แต่พอพระเจ้าจักรพรรดิสิ้นไปแล้ว การเดินทางไปมาหาสู่กันของมนุษย์ก็จะลำบากขึ้นนิดหน่อย เขาก็จะพากันกลับมาศึกษาเทคโนโลยีล่าสุดในทางวัตถุ แล้วก็ประดิษฐ์คิดค้นเพื่อนำกลับมาใช้งานดังเดิม
ในช่วงจากนั้นมา มนุษย์ก็จะเริ่มกลายออกจากความรู้ทางนามออกไป จิตใจก็หยาบขึ้น แต่ความรู้ทางวัตถุจะรู้กันทั่วไป เขามีความรู้ขนาดที่ว่า จะเอาอะไรผสมอะไรแล้วทำเป็นอาวุธได้ เมื่อความวุ่นวายถึงขีดที่สุด มนุษย์ก็จะเข่นฆ่ากันด้วยความรุ้อันนั้นเอง
เหมือนอย่างที่เราเคยได้ยินว่า เมื่อมนุษย์มีอายุขัย สิบปี เด็กอายุ5ปีจะแต่งงานและควรมีลูก เมื่อมนุษย์มีอายุขัยสิบปี จะมีสันดานดุจสัตว์ป่า สมสู่กันไม่เลือกว่าลูกว่าแม่ว่าพ่อหรือพี่น้อง และเต็มไปด้วยโทสะ จับอะไรขึ้นมาก็กลายเป็นอาวุธนำเข้าประหัตถ์ประหารกันสิ้นไปเสียโดยมาก เว้นแต่ในท่านผู้กลัว ที่คิดว่าใครอย่าทำร้ายเรา แม้เราก็อย่าทำร้ายใคร แล้วพากันหนีเข้าป่า ผ่านไปเจ็ดวัน เขาก็ฆ่ากันไปเสียเกือบสิ้น เมื่อสงครามใหญ่ของสัตว์มนุษย์ยุติลงในตอนนั้น พวกหลบเข้าป่าก็จะกลับมาสู่เมือง พบหน้ากันแล้วก็ดีใจว่า ท่านทั้งหลาย ท่านยังมีชีวิตอยู่หรือ? แล้วก็พากันปรึกษากัน ดำรงอยู่ในศีล จนอายุกลับเจริญขึ้น ทำนองนี้
ทั้งหมดทั้งสิ้น ก็เกิดมาจากความรู้ ความรู้ที่นำไปใช้ในทางผิด กับความรู้ที่นำไปใช้ในทางถูก
จากคุณ : มังคละ [ ตอบ: 21 พ.ย. 47 - 14:18 ] ยังไม่แนะนำตัว | สมาชิกลานธรรมถาวร | ตอบ: 88 | ฝากข้อความ |
ความคิดเห็นที่ 25 : (มังคละ) อ้างอิง |
ยุคพระเมตไตรยสัมพุทธเจ้า
ได้ยินว่ายุคพระเมตไตรยพุทธเจ้า ก่อนการอุบัติของพระพุทธองค์ จะมีการอุบัติของพระเจ้าจักรพรรดินามว่า สังขะ ก่อน และพระเมตไตรยโพธิสัตว์จะไปเกิดเป็นลูกของมหาปุโรหิตของพระเจ้าสังขจักรพรรดิ
เพราะอย่างนั้น ยุคของพระเมตไตรยสัมพุทธเจ้าจึงต่างจากยุคพระพุทธโคดมตรงที่ว่า พระเมตไตรยพุทธะอุบัติในยามที่มนุษย์มีเทคโนโลยีมากมายในด้านวัตถุ ส่วนยุคพระโคดมอุบัติในยามที่มนุษย์มีความรู้ไม่มากนักในเชิงวัตถุ
พระพุทธเจ้าทั้งหลาย สอนโลกด้วยการบัญญัติ รูปนาม ขันธ์ อายตนะ ธาตุ อินทรีย์ เหล่านี้ แต่ความต่างกันบ้างในการอธิบายธรรม ก็ต่างแต่ว่าฐานความรู้ของคนในยุคนั้นมีไปเกี่ยวแก่เรื่องใด
ในยุคพระเมตไตรยสัมพุทธเจ้า จะสามารถอธิบายธรรมชาติได้ในเชิงของธาตุที่ละเอียดขึ้น แต่ แม้จะอย่างนั้น ก็ยังไม่เกินกรอบแห่งธาตุขันธ์ อายตนะ อินทรีย์เหล่านี้ไปได้เลย มีลำดับการสอนพระสาวกคล้ายๆกัน แม้จะต่างทางปริมาณแห่งพระสาวกบ้างก็ตาม แต่ท้ายที่สุดก็รู้ที่สุดแห่งธรรมได้เช่นเดียวกัน
ในยุคพระเมตไตรยสัมพุทธเจ้านั้น มนุษย์จะปรากฏหนาแน่น เพราะเป็นยุคที่มีพระเจ้าจักรพรรดิ อาหารหาได้ง่าย คนก็เกิดมาก เกิดมามากอย่างไรพระเจ้าจักรพรรดิก็เลี้ยงไหว ขอเพียงให้มีที่อยู่ และอยู่อย่างสงบ ซึ่ง นั่นมีอยู่ในยุคจักรพรรดิ
แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์และอื่นๆก็ถึงที่สุดในยุคจักรพรรดิ มีการปรับแต่งยีนของมนุษย์เพื่อปิดป้องโรคต่างๆได้ ทำให้มนุษย์ไม่มีโรคอย่างอื่น เว้นแต่โรคที่ไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม คือ โรคชรา โรคหิว โรคอิ่ม โรคง่วงนอน เหล่านี้
เรื่องราวต่างๆที่เขียนมา มาถึงที่สุดแล้ว
แม้จะไม่ได้กล่าวถึงเรื่องมณีรัตนะ เรื่องอิตถีรัตนะ เรื่องการน้อมนำลูกผู้มีบุญญาธิการมาเกิดด้วย เรื่องช้างแก้วม้าแก้ว เรื่องต้นกัลปพฤกษ์ เรื่องสิ่งแปลกๆต่างๆ เรื่องหลักการในการเดินทางด้วยวิธีเคลื่อนย้ายตำแหน่ง หรือย้ายโมเลกุล ตามแต่จะเรียก หรือจินตนาการเรื่องเกี่ยวแก่การเดินทางไปตามเส้นมิติแห่งกาลเวลา เพื่อข้ามเครื่องกั้นทางระยะทาง
และท้ายที่สุด การก้าวข้ามมิติแห่งกาลเวลา เพื่อพ้นไปจากกาลเวลา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดทั้งสิ้น พระพุทธเจ้ารู้ทั่วถึง หมดจด ไม่มีผู้อื่นที่จะแสดงธรรมได้ยิ่งไปกว่านี้แล้ว
การเขียนจินตนาการของผู้เขียนแบบบอดๆ ฟั่นๆเฝือๆนี้ เทียบไม่ได้เลยกับพระปัญญาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นี้เป็นแต่เพียงความคะนองในบางขณะของผู้เขียนเท่านั้น
ในกระทู้นี้จะได้หยุดการเขียนลงแล้ว
เพราะเบื่อหน่ายในการเขียนนี้เหมือนกัน มันเหม็นคลุ้งเหมือนมูตรแลคูถ
หากว่าสิ่งใดในนี้ จะเป็นประโยชน์แก่จินตนาการของท่านผู้อ่าน ท่านใดจะหยิบยกไปใช้ประโยชน์ (หากใช้ได้) ผู้เขียนก็อนุญาตไว้เสียโดยไม่ขีดคั่น ใช้ได้เลยตามประสงค์ จะนำไปตัดต่อแต่งเติมอย่างไรก็ตาม เพราะสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ไม่ใช่ของผู้เขียน ไม่ใช่ตัวตนของผู้เขียน เป็นสิ่งที่ปรากฏในธรรมชาติ ผู้เขียนมิได้หวงแหนสักนิดนึง
เอาไว้เท่านี้ล่ะนะครับ
จากคุณ : มังคละ [ ตอบ: 21 พ.ย. 47 - 14:33 ] ยังไม่แนะนำตัว | สมาชิกลานธรรมถาวร | ตอบ: 88 | ฝากข้อความ |
คัดลอกมาจาก
http://larndham.net/index.php?showtopic=13331&st=39
Kamen rider
08-02-2005, 07:44 AM
อ้าว....จักรรัตนะแล้ว เหรอ ช่างโยงใยเสียจริง แต่น่าอ่านดี
http://www.bkknight.com/sangabuay/uploads/av-6383.jpghttp://www.bkknight.com/sangabuay/uploads/av-6383.jpghttp://www.bkknight.com/sangabuay/uploads/av-6383.jpghttp://www.bkknight.com/sangabuay/uploads/av-6383.jpghttp://www.bkknight.com/sangabuay/uploads/av-6383.jpghttp://www.bkknight.com/sangabuay/uploads/av-6383.jpg
กระเจียว
08-02-2005, 01:03 PM
อืม รู้กันแล้วใช่มั้ยคะ ว่ากระทู้นี้ดังไปหลายเวบแล้วเน้อ
คนไม่ธรรมดาหลายท่านต้องได้มาอ่านกันมั่งแหละ อยากฝากอะไรถึงท่านเหล่านั้น ก็โพสใส่มาเลย
ขอฝากให้มีนโยบายกู้ชาติด้วยบุญทีเถิด โลกียทรัพย์ไล่ภัยไปไม่ได้ แต่อริยทรัพย์คือทรัพย์อเนกประสงค์ อเนกอนันต์และไม่ตายไปกับสังขารนะจ๊ะ
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=6051
กระเจียว
08-02-2005, 01:56 PM
เวงงงงงงงงงงงงงงงง
ผมขออนุโมทนาสาธุด้วยนะครับ คุณกระเจียว
ถึง คุณกระเจียว
ตามที่ผมได้อ่านพบเรื่องที่คุณป้านิภา คงสุข แจ้งเตือนให้ลูกหลานระวังภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในปี 2548 นี้ โดยให้พกพระของหลวงปู่โต พรหมรังษี, หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้, และพระคำข้าวของหลวงพ่อ ฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง ติดตัวไปในขณะเดินทางไปในที่ต่างๆ นั้น
ทำให้ผมนึกอยากจะช่วยให้คนที่ไม่มี พระคำข้าว ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง ได้มีไว้ป้องกันตัวในคราวที่เกิดภัย โดยผมได้เก็บเอาไว้ในสมัยที่หลวงพ่อฤาษีฯ ยังมีชีวิตอยู่โดยได้รับจากมือของท่านเองในตอนที่ไปถวายสังฆทานที่บ้านซอยสายลม จำนวน 40 องค์ ความจริงผมรักและหวงแหนพระคำข้าวชุดนี้มาก เพราะหลวงพ่อฤาษีเคยบอกให้ลูกหลานฟัง อยู่เสมอว่าให้เก็บรักษาเอาไว้ให้ดีต่อไปภายหน้าจะเกิดสงครามใหญ่ จะมีการใช้ระเบิดนิวเคลียร์ในการทำลายล้างกัน และจะมีการใช้อาวุธเชื้อโรคต่างๆ ในการสู้รบทำให้มีผู้คนล้มตายหลายล้านคน
หลวงพ่อฤาษีฯ ยังได้บอกอีกว่า พระคำข้าว ที่ท่านได้ทำนี้ได้อาราธนาบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ในพระนิพพาน ให้ช่วยป้องกันกัมมันตภาพรังสีนิวเคลียร์ และอาวุธเชื้อโรคต่าง ๆ ที่จะแพร่กระจายไปในที่ต่างๆ ทั่วโลก ต่อไปภายหน้าพระคำข้าวนี้จะเป็นของหายากและมีราคาแพง เหมือนพระสมเด็จวัดระฆังเลยทีเดียว
ผมจึงขอรบกวนคุณกระเจียว แจ้งที่อยู่ที่จะจัดส่งพระคำข้าว ชุดนี้ไปให้ เอาไว้แจกกับผู้ร่วมทำบุญสร้างพระไตรปิฎก กับคุณเวปสโนว์ ตามแต่จะเห็นสมควรด้วยครับ โดยผมจะส่งไปให้ทางไปรษณีย์ EMS ครับ
อินเดียหน้าโจร
09-02-2005, 11:37 AM
เอ๋ เกิดที่จังหวัดแพร่ด้วยหรือครับบ้านเกิดผมซะด้วย แต่ปัจจุบันผมทำงานอยู่ที่ ขอนแก่นครับ
ขอนแก่นจะรอดไม๊ครับ
nong0063
09-02-2005, 01:51 PM
หนังสือธรรมะวิโมกของทางวัดท่าซุง...ฉบับ1...เดือนมกราคม..2548
...ได้บอกว่ารัฐบาลเดิมได้เสียงท้วมท้น
....และบอกว่าเดือนกุมภาพันธิ์มีพระเถราจารย์..จะมีข่าวเรื่องคาวโลกีย์
...ซึ่งข่าวทั้งหมดเป็นจริงแล้ว....ไปหาอ่านกันนะครับ
...จะบอกเป็นรายเดือนเลย....
.......ภัยพิบัติที่เราจะเจอกันน่าจะเป็นโรคระบาดใหญ่...ก็ได้......ผมพูดไปเรื่อยนะครับ...ไปอ่านก่อน
............ขอให้มีดวงตาเห็นธรรม...........
กระเจียว
09-02-2005, 05:30 PM
ระวังไข้หวัดนกนะคะ
ปราณยาม
09-02-2005, 06:19 PM
เอ..ทำไมเราต้องกลัวตายกันด้วยละครับในเมื่อถ้สเรายังเวียนว่ายอยู่ เราต่างก็มีหน้าที่กันอยู่แล้ว
1.หน้าที่เกิด
2.เมื่อเกิดแล้วก็ต้องชดใช้ในกรรมที่เรากระทำมา
3.หน้าที่ตาย
เรามาใช้ชีวิตในปัจจุบัน อย่างไม่ประมาทและมีสติในการกระทำดีกว่าไหมครับ อีกอย่าง ผมว่าสิ่งอะไรก็ตามที่มันจะเกิดขึ้นกับเราก็ล้วนแล้วแต่เกิดจากสิ่งที่เราทำมาในอดีตและปัจจุบันทั้งสิ้น ถ้าเราเข้าใจในเรื่องของกฏแห่งกรรม ผมว่าเราคงมีหนทางของแต่ละคนที่ดีแน่นอนครับ
กระเจียว
10-02-2005, 03:37 AM
ก็อปปี้มา
http://www.konmeungbua.com/webboard/aspboard_Question.asp?GID=3358
การเตรียมตัวก่อนเกิดภัยจากน้ำท่วมหรือไฟไหม้ในไทย และภัยในอเมริกา
ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
ครูบาอาจารย์ท่านบอกว่า
"เทวดาบอกตอนเข้าสมาบัติว่า ให้เตรียมชุดของตนเองเป็นพลาสติกแบบสามารถรูดซิฟได้ หมวกพลาสติก รองเท้าพลาสติก มีดมีฝัก วางไว้ในบ้านที่เปิดเผย กุญแจบ้านพร้อมออกจากบ้านได้เลย ท่านบอกว่า เตรียมไว้เพื่อเป็นเคล็ด ถ้าช่วยกันเตรียมอาจจะไม่เกิด"
ดิฉันถามท่านว่า เฉพาะกรุงเทพฯหรือคะ ท่านตอบว่าทั่วประเทศ
อ่านแล้วไม่เชื่อก็อย่าเพิ่งลบหลู่นะคะ ครูบาอาจารย์ท่านทำนายเรื่อง Tsunamis ไว้ก่อนด้วยค่ะ
ถามเรื่องประเทศอเมริกาและสงครามใหญ่
ท่านบอกว่า เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ.1999 ไปถึง 27 ปี
เทวดามาบอกภัยในอเมริกา มีภูเขาที่อยู่ทางตอนเหนือของชิกาโก ดูลักษณะไม่น่าจะเป็นภูเขาไฟ แต่มันจะปะทุขึ้นมา แล้วก็สกายแลปจะพุ่งขึ้นจากแม่น้ำ Mississipi (เป็นแม่น้ำในอเมริกากลาง) แล้วขึ้นไปชนกันตกลงมาที่อนุสาวรีย์เทพีสันติภาพ
จากคุณ ธนวรรณ เมื่อวันที่ 9/2/2548 10:20:50
ข้อความที่ 1
มีรายอะเอียดมากกว่านี้มั้ยครับ ...ขอเพิ่มเติมหน่อยนะครับ
จากคุณ q เมื่อวันที่ 9/2/2548 12:33:14
ข้อความที่ 2
สกายแลปคืออะไรคับ
จากคุณ yeen เมื่อวันที่ 9/2/2548 14:51:59
ข้อความที่ 3
งงเหมือนกันคับ
จากคุณ บอร์ดีการ์ดหน้าเหลี่ยม เมื่อวันที่ 10/2/2548 1:01:26
ข้อความที่ 4
จากข้อความของคุณธนวรรณ...
ผมก็เพิ่งไปหาครูบาอาจารย์ท่านนี้มาเหมือนกันครับ ท่านเป็นลูกศิษย์ท่านหนึ่งของหลวงพ่อที่ชาวเว็ปเราเคารพ ที่หลวงพ่อท่านกล่าวถึงบ่อยๆ ในหนังสือของท่าน เทวพยากรณ์นี้จึงขอให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านลองพิจารณาดูนะครับ ลงทุนจัดเตรียมถุงยังชีพแค่ไม่กี่บาท หากเกิดเหตุการณ์ก็ได้ใช้ ไม่เกิดก็ดีไป ถึงยังไงของก็ไม่เน่าไม่เสีย
จากคุณ ลูกบัว เมื่อวันที่ 10/2/2548 1:27:47
กระเจียว
10-02-2005, 04:30 AM
ก่อนเดือนมีนา48นี้ ช่วยกันบอกต่อให้ผู้คนทั่วไป ทำบุญและไหว้พระสวดมนต์ด้วยนะคะ
ทำบุญให้ชีวิตสัตว์และบริจาคทานก็ดีนะ จะได้ไม่เจ็บตัวและเสียทรัพย์กันมาก
ยิ่งคนรู้กันมากๆ เดี๋ยวเทวดาก็จะเลื่อนเองแหละ ถ้าทำให้ปริมาณความดีเยอะกว่าปริมาณความชั่ว กรรมก็เจือจางไปเอง ภัยอะไรต่างๆก็เลื่อนออกไป แต่ยังไงก็ต้องเกิด อาจเบาหรือหนักขึ้นแล้วแต่กรรมอีก
น่ากลัวจังค่ะ ขอให้อย่าเกิดขึ้นอีกเลยเท่านี้คนไทยและมวลมนุษย์ก็ประสบปัญหามากพอแล้วค่ะ ได้แต่ภาวนาจิตขออย่าให้เป็นไปดังคำทำนายเลย สาธุ
กระเจียว
10-02-2005, 09:09 AM
มาช่วยกันเลื่อนภัยพิบัติ
ด้วยการนั่งสมาธิภาวนานะคะ บอกต่อคนให้ทำบุญกันอย่างทั่วถึง
ให้พยายามอย่าอยู่ในที่ที่คนอยู่กันมากๆ แหล่งอบายมุขก็ไม่ควรจะไปในระยะนี้
ช่วงเดือนมีนาใครจะไปเที่ยวเหนือเที่ยวอีสานก็ได้นะคะ
อย่าอยู่ใกล้อ่าวไทย
อย่าอยู่ใกล้แนวแผ่นดินไหว
และบอกต่อกันให้ทำบุญๆๆๆๆๆๆๆๆ
การทำบุญไม่มีตังค์ก็ทำได้
นั่งนึกพุทโธๆๆๆๆๆๆๆ จนนิ่ง ก็ได้บุญยิ่งกว่าการถือศีลเสียอีก
รีบทำนะคะ ใกล้เข้ามาแล้ว มาช่วยกันเลื่อน
กรุงเก่า
10-02-2005, 09:17 AM
อะไรจะเกิดหรือไม่ก็เป็นเรื่องของเขา ถ้าเราสร้างกุศลสม่ำเสมอ กุศลย่อมพาเราไปสู่สิ่งที่ดี กุศลย่อมพาเราให้ผ่านพ้นสิ่งต่างๆไปได้ ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเหล่านี้เลย ใช้ชีวิตตามทางกุศลเป็นปกติก็พอครับ
กระเจียว
10-02-2005, 09:24 AM
เขาคือประเทศของเรา
เราคือพุทธภูมิ
สวัสดีไทยแลนด์
กระเจียว
10-02-2005, 09:31 AM
.....บารมี..........คลื่นยักษ์มิอาจทำลาย
กรุงเก่า
10-02-2005, 10:10 AM
เข้าใจครับแค่คนละอารมณ์ก็เท่านั้นเองครับ อารมณ์ผมก็แค่เอาตัวให้รอดก่อนจึงจะช่วยคนอื่นได้ผมก็ประเภทเห็นแก่ตัวไงครับ อิอิอิ
กระเจียว
10-02-2005, 10:17 AM
จ้า พี่กรุงเก่าไม่ได้เห็นแก่ตัวเลยจ้า เป็นการวางอุเบกขา จับอารมณ์นิพพาน (ชาตินี้ซะด้วยแฮะ)
เรียนพี่เกษม
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=4872
ช่วยแวะไปดูกระทู้นี้ด้วยนะคะพี่
นาคราช
10-02-2005, 03:43 PM
ที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ภัยธรรมชาติ แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือความกลัวที่คนเราสร้างขึ้น และความท้อแท้ ตื่นกลัว ถ้าเรามันดีซะอย่างจะไปกลัวอะไร ตายก็ตายสิ สบายออก
เหอๆๆ
10-02-2005, 05:20 PM
มีพระท่านทำนายไว้ ต่อไปศาสนาพุทธจะไปเจริญแถวยุโรบ และอีก20ปีคนไทยจะไม่มีแผ่นดินอยู่ ไมรู้จริงเปล่าวานผู้รู้ช่วยเช็คดูหน่อย
Kamen rider
11-02-2005, 04:15 PM
พวกโหราจารย์โบราณเขาเกรงภัยจากการเปิดเผยความลับของสวรรค์อย่างหนึ่งและเพราะความจำกัดในเหตุการณ์อนาคตที่ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรอีกอย่างหนึ่ง ถ้อยคำจึงออกจะเป็นปริศนา แต่พิจารณาโดยแยบคายก็จะเห็นว่ามันช่างคล้ายกับสถานการณ์ ณ ปัจจุบันหรือไม่เพียงใด
ที่นาจะเป็นบ้าน คนเกียจคร้านจะอดตาย
ภูเขาจะย้าย แผ่นดินจะเดิน
พระจะไม่เชื่อสมภาร พญามารจะสู้ผู้ครองเมือง
เสือเหลืองจะปล้นบ้าน ห้วยหนองคลองละหานจะแคบ
แกลบจะมีราคา ไก่หมูหมาคนตายไม่ต้องเป็นไข้
โรคใหม่จะมากินคน ไอ้ตีนมนจะออกเขา
เสาจะกินเงิน มนุษย์เดินดินจะกินน้ำพญานาค
คนทุกข์ยากจะแห่เข้าเมือง คนนุ่งผ้าเหลืองจะเอาเมีย
ผัวเมียจะเกิดลูกน้อยลง สัตว์ป่าดงจะสูญพันธุ์
คนคุยกันจะชักหาง ขุนนางจะขอทาน
ชาวบ้านจ