PDA

View Full Version : "กรรมฐานสอนให้มีสติ" หมอเบิร์ด...พ.ญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์


NoOTa
20-05-2006, 02:27 AM
http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=243604


เมื่อ "พ.ญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์" หรือ "หมอเบิร์ด" จิตแพทย์โรงพยาบาลศรีธัญญา และผู้ประกาศข่าวช่อง ๗ พ้นจากตำแหน่งนางสาวไทยคนที่ ๓๖ ตัดสินใจสมัครเข้าปฏิบัติธรรมเพื่อเรียนรู้การมีสติสัมปชัญญะ เป็นการนำใจเข้าสู่หลักธรรมของยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กับ แม่สิริ กรินชัย
หลังจากนั้น ๔ ปีได้เข้าโครงการ "สื่อมวลชนคนรู้ใจ" ครั้งที่ ๔ ด้วยการฝึกอบรมวิปัสสนากรรมฐาน หลักสูตร "มหาสติปัฏฐาน" โดย พระอาจารย์มานพ อุปสโม สำนักสงฆ์เขาดินหนองแสง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี
พ.ญ.อภิสมัย บอกว่า การปฏิบัติธรรมเป็นสิ่งที่ชาวพุทธทุกคนน่าจะได้กระทำกัน เนื่องจากธรรมะที่พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ว่า ธรรมะไม่ได้มีให้เชื่อ แต่ต้องการให้เราทุกคนได้ไปพิสูจน์ว่าจริงหรือไม่จริง
ความรู้สึกของตัวเองตอนนั้น อยากรู้ว่าสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ หรือสอน โดยเนื้อแท้คืออะไร บางครั้งเราฟังเพื่อนพูด หรืออ่านหนังสือธรรมะต่างๆ เหล่านี้เราไม่เข้าใจสักเท่าไร ในตอนนั้นจึงคิดว่าการเข้าปฏิบัติธรรม น่าจะเป็นเรื่องที่ดี ทางปฏิบัติธรรมจะคำเขียนว่า ท่านจงมาดูเอง ให้มาพิสูจน์ แล้วค่อยเชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้าที่เป็นเรื่องธรรมดา ธรรมชาติที่เป็นจริงของชีวิต
สิ่งที่ได้จากการปฏิบัติธรรม
๑.เรามีโอกาสได้ไปเรียนรู้คำสอนของพระพุทธเจ้า พระอาจารย์มานพ อุปสโม ท่านจะบอกว่า คนเรารู้จักพระพุทธศาสนาเป็นกิ่ง ใบ ดอก เปลือก กระพี้ แต่เราไม่รู้จักแก่นกันมากนัก แต่พอได้ไปปฏิบัติธรรม จึงได้เรียนรู้ถึงแก่น เช่น มีคนพูดว่า การปล่อยนก ปล่อยปลา ก็เป็นพระพุทธศาสนา ตรงนี้ก็ยังไม่ใช่แก่นที่พระพุทธเจ้าอยากให้รู้จัก
๒.เมื่อผ่านการปฏิบัติธรรมแล้ว ทำให้เรารู้จักการรักษาศีล ก่อนหน้านี้เราอยู่ข้างนอก ก็จะทำอะไรที่ไม่ค่อยเป็นแก่นสาร ทำอะไรไปวันๆ พอเราปฏิบัติธรรมแล้ว ก็ทำให้เราเรียนรู้ ระมัดระวัง สำรวยกาย วาจา ใจมากขึ้น พอเราออกจากวัดมาแล้ว ก็จะรู้จักพยายามควบคุมตัวเอง เช่น ไม่นินทาว่าร้ายใคร ไม่กระทำสิ่งที่ไม่ดี
๓.การภาวนาวิปัสสนากรรมฐาน ทำให้เราเห็นความจริงของชีวิต และชีวิตมีจุดหมายมากขึ้น เพราะชีวิตมนุษย์สำคัญมาก กับการที่เราจะขวนขวายรู้ธรรมะก่อนที่จะจากโลกนี้ไป
อย่างไรก็ตาม "หมอเบิร์ด" ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เป็นคนที่ขับรถแล้วใจชอบคิดถึงปัญหาต่างๆ รวมทั้งเรื่องงานมากมาย แต่พอผ่านการปฏิบัติธรรม วันนี้เวลาขับรถก็จะไม่เปิดวิทยุฟัง โดยพยายามกำหนดรู้หลายอย่างว่า มีอะไรมากระทบบ้าง ไม่ว่าจะเป็น ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจคิดไปถึงอย่างไร
หรือบางครั้ง เราอาบน้ำ ก็จะพยายามสังเกตว่า มีน้ำกระทบ หรือมีอะไรเกิดขึ้น มีร้อน มีเย็น มีแข็ง นั่นคืออิริยาบถย่อยของการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
"ชีวิตที่ได้ผ่านการปฏิบัติธรรม ก็มองว่าชีวิตเราอยู่อย่างมีคุณค่ามากขึ้น ไม่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ หรือมีแต่สร้างบาป พอมีเวลาว่างก็คิดว่าจะไปอบรมฝึกกรรมฐานอีก ซึ่งคิดว่าเราไปเราก็จะได้อีกคืบหนึ่ง เราไปครั้งหรือสองครั้ง คงได้ความรู้ตรงนั้นไม่หมด เพราะเราไม่ได้เป็นคนที่เปี่ยมไปด้วยบุญมา ใครแนะนิดหนึ่งแล้วจะเข้าใจมันคงไม่ใช่ และคิดว่าวิปัสสนากรรมฐานให้เราเห็นชีวิตที่เป็นจริง" นี่คือสัจธรรมชีวิตที่ "หมอเบิร์ด" ได้จากปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
สำหรับพระเครื่องที่ "หมอเบิร์ด" แขวนติดตัวประจำมีเพียงองค์เดียว คือ พระแก้วมรกต เป็นการแขวนเพื่อให้เราระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้าว่า สอนให้เรากระทำแต่ความดี ละเว้นกรรมชั่ว ไม่ได้แขวนพระเพื่อให้เกิดปาฏิหาริย์อะไรกับชีวิต
ด้วยเหตุนี้ จึงเชื่อในเรื่องของกฎแห่งกรรมว่า ใครทำดีก็ย่อมได้ดี ใครทำชั่วก็เป็นวิบากกรรม ที่จะต้องรอชดใช้กรรมนั้นต่อไป
"เพราะส่วนตัวแล้วยังเชื่อว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม แต่ไม่เชื่อเรื่องการแก้กรรม เราทำกรรมดีหรือไม่ดีอย่างไร เราก็ต้องได้รับผลของกรรมดีและกรรมไม่ดีนั้น ใครมาบอกว่า สะเดาะเคราะห์ต่อชะตา ต่ออายุ สิ่งเหล่านี้ตัวเองไม่เชื่อเลย เพียงแต่ว่าถ้าเราสะสมกรรมดีได้มากพอ กรรมชั่วอาจตามไม่ทันในตอนนี้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ากรรมชั่วที่เคยทำจะไม่เจอ ดังนั้น กรรมชั่ว บาป ที่เราทำจะไม่สามารถลบล้างได้เลย ปลูกมะม่วง ก็ต้องออกผลเป็นมะม่วง"
หมอเบิร์ด กล่าวทิ้งท้าย
"ชีวิตมนุษย์สำคัญมากกับการที่เราจะขวนขวายรู้ธรรมะก่อนที่จะจากโลกนี้ไป"

http://www.komchadluek.net/column/pra/images/pra_head.jpg