PDA

View Full Version : เค้ามูล ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร


Kamen rider
19-01-2005, 05:01 PM
จากวันนั้นย้อนหลังขึ้นไปกว่า 2,500 ปีมาแล้ว ณ เชิงเขาคิชฌกูฏ กรุงราชคฤห์ ครานั้นองค์พระศากยมุนีพุทธเจ้ากำลังทรงเข้าสู่สมาธิที่ชื่อว่า " คัมภีราวสมาธิ " ท่ามกลางบรรดาพระโพธิสัตต์และพระอรหันต์สาวกจำนวนมากอยู่นั้น เป็นขณะเดียวกันกับที่พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตต์ได้ดำริขึ้นว่า ขันธ์ทั้ง 5 เป็นความว่างเปล่าอยู่แล้วตามธรรมชาติ ดังนั้น พระอรหันต์สาวกองค์หนึ่ง ซึ่งมีนามว่า " ท่านสารีบุตร " จึงได้ปรารภขอให้องค์พระมหาโพธิสัตต์อวโลกิเตศวรจงแสดงธรรมเรื่อง " ความว่าง - สุญญตา " ให้แก่บรรดาพุทธบริษัทที่ชุมนุมอยู่ ณ ที่นั้นด้วย ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้มีกำเนิดแห่งพระสูตรเลื่องชื่อซึ่งมีความหมายว่า " พระสูตรที่ว่าด้วยปัญญาเป็นส่วนสำคัญที่จะพาไปให้ถึงฝั่ง ( พระนิพพาน ) "

พระสูตร " ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร " นี้ได้รับการถ่ายทอดออกเป็นภาษาจีนในราว พ.ศ. 1206 โดยท่านเฮียงจั่ง ( พระถังซำจั๋ง ) โดยอาศัยต้นฉบับจากภาษาสันสกฤตซึ่งเป็นภาษาหลักที่พุทธศาสนามหายานยึดเป็นหลักอยู่นั่นเอง โดยปกติพระสูตรนี้ คนทั่วๆไปมักนิยมเรียกในชื่อสั้นๆว่า " สูตรหัวใจ " หรือ " ซิมเกง " ในภาษาจีน เป็นพระสูตรที่มีขนาดสั้นมีอักษรเพียง 268 คำ ทั้งๆที่โดยความจริงตามคำบอกเล่าของท่านกุมารชีพแล้วระบุว่า พระสูตรนี้มีความยาวถึง 600 บรรพ เขียนออกเป็นหนังสือได้ถึงจำนวน 24 เล่ม เป็นพระสูตรๆหนึ่ง ที่จัดอยู่ในหมวดปรัชญา

Kamen rider
19-01-2005, 05:04 PM
ใจความสำคัญปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร

พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตต์ ( พระแม่กวนอิม ) เมื่อทรงได้บำเพ็ญปัญญาบารมีจนบรรลุถึงโลกุตรธรรมอันลึกซึ้งแล้ว ก็พิจารณาเล็งเห็นว่าที่แท้จริงแล้วขันธ์ 5นั้นเป็นสูญ ( สูญญตาหรืออนัตตาหรือความว่าง ) และเมื่อสามารถมองเห็นว่าขันธ์ 5เป็นสูญแล้ว จักช่วยให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง

ท่านสารีบุตร! รูปไม่ต่างไปจากความสูญ ความสูญไม่ต่างไปจากรูป รูปก็คือความสูญ ความสูญก็คือรูปนั่นเอง เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ก็เป็นความสูญเช่นเดียวกัน ท่านสารีบุตร! ธรรมทั้งปวงมีความสูญ เป็นลักษณะไม่เกิด ไม่ดับ ไม่มัวหมอง ไม่ผ่องแผ้ว ไม่หย่อน ไม่เต็มอย่างนี้ เพราะฉะนั้นแหละ! ในความสูญจึงไม่มีรูป ไม่มีเวทนา - สัญญา - สังขาร - วิญญาณ ไม่มีตา - หู - จมูก - ลิ้น - กาย - ใจ ( อายตนะภายใน 6 อย่าง ) ไม่มีรูป - เสียง - กลิ่น - รส - สัมผัส และธรรมารมณ์ ( อายตนะภายนอก 6 อย่าง ) ไม่มีวิญญาณ ( ความรู้สึกรับรู้ได้ ) ในอายตนะภายในทั้ง 6 ด้วย ( จักษุวิญญาณ - โสตวิญญาณ - ฆานวิญญาณ - ชิวหาวิญญาณ - กายวิญญาณ และมโนวิญญาณ ) ไม่มีวิชชา ไม่มีอวิชชา ไม่มีความสิ้นไปแห่งวิชชาและอวิชชา จนถึงไม่มีความแก่ - ความตาย และไม่มีสิ้นไปแห่งความแก่ความตาย ไม่มีทุกข์ - สมุทัย - นิโรธ - มรรค ไม่มีญาณ ( ปัญญา ) ไม่มีการบรรลุถึงซึ่งปัญญา และไม่มีอะไรที่ต้องบรรลุอยู่ต่อไป พระโพธิสัตต์ เมื่อได้ทรงบำเพ็ญปัญญาบารมีแล้ว เป็นผู้ถึงความเป็นผู้มีจิตที่เหลืออยู่ต่อไปแล้ว จึงเป็นผู้มีความเห็นถูกต้องชอบธรรม ( สัมมาทิฐิ ) และกระทำกิจทั้งปวงอย่างถูกต้องโดยเสมอ ในที่สุดก็บรรลุถึงพระนิพพาน บรรดาปวงพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์มีทั้งอดีตกาล ปัจจุบันกาล และอนาคตกาล ล้วนต่างได้เคยบำเพ็ญปัญญาบารมีมาด้วยกันแล้วทุกๆพระองค์ และเมื่อได้บำเพ็ญคุณธรรมนี้แล้วจึงได้ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ดังนั้นควรได้ทราบว่าปัญญาบารมีนี้เป็นมนต์ที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นมนต์ที่ไม่อาจมีมนต์บทใดมาเทียบเคียงได้ เป็นมนต์ที่สามารถขจัดทุกข์ภัยทั้งปวง และนำพาไปสู่แดนนิพพานได้แน่นอน จึงไม่ควรจะมีความกังขาใดๆต่อไปเลย ดังนั้นควรหมั่นสวดภาวนามนต์บทนี้ ด้วยเหตุนี้แล


.....จงไป - ไป - ไปยังฟากฝั่งโน้น ไปให้พ้นอย่างสิ้นเชิง ไปสู่ความเป็นผู้ตรัสรู้ ไปสู่ความสงบสันติเบิกบานเกษมศานต์เถิด

หมายเหตุ คำว่า " กวนจือไจผู่สัก " คือ พระนามอีกพระนามหนึ่งของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตต์ หรือพระแม่กวนอิมฯ เป็นชื่อที่ท่านสมณะถังซำจั๋งเขียนขึ้นไว้เป็นครั้งแรกในคำแปลภาคภาษาจีนของปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร มีความหมายว่า " ผู้มีกายและใจเป็นอิสระจากสิ่งทั้งปวงทั้งสิ้น "


จาก
http://www.buildboard.com/viewtopic.php?id=1967&topic=127130&fx=0&forum=6715&9




http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=3657

Catwater
20-01-2005, 01:10 AM
อืมมม รู้สึกว่าผู้หญิงเป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้นะ

ประมาณว่าผู้หญิงบุญน้อย เป็นอะไรที่ดีสุด, สวยสุด, ทรงพลังที่สุดอะไรไม่ได้เลยซักอย่างนะ สวยสุดดีสุด ทรงพลังที่สุดน่ะผู้ชายล้วนๆ ผู้หญิงเป็นไม่ได้
ตอนเจ้าแม่กวนอิมสร้างบุญบารมีขึ้นไปเกิดบนสวรรค์ เหล่าเทพพอได้ข่าวว่าจะมีสาวสุดสวยจากแดนมนุษย์สร้างบารมีขึ้นมาจุติบนชั้นเทพได้ จึงพากันมาม้อใหญ่ โดยเฉพาะพระศรีอารีย์โผล่หน้ามาม้อคนแรกเลย เอ้ยม่ายยยช่ายยยย 555 ตอนนั้นก็ฮือฮากันพักใหญ่ ที่จะมีมนุษย์สร้างบารมีขึ้นมาจุติบนชั้นเทพ ( เพราะปกติแล้วไม่มีใครสร้างบารมีขึ้นมาได้ขนาดนี้ ปกติถึงขึ้นไปได้ก็จะชั้นต่ำๆ เมียพระศรีอารีย์ที่พระศรีอารีย์พาขึ้นไปก็ยังไม่ได้ขึ้นไปชั้นเทพเลย ชั้นเทพนี่ถือว่าเป็นชั้นสูงสุดที่มนุษย์จะสร้างบารมีขึ้นไปได้แล้ว เพราะสูงกว่านั้นก็เป็นชั้นพระเจ้าแล้ว ซึ่งขึ้นไปไม่ได้ ) แต่นี่พี่ท่านเล่นทำตัวคนเดียว ไม่มีเทพองค์ไหนช่วยซักคน แต่สร้างบารมีไปเกิดในชั้นสูงสุดเท่าที่มนุษย์ผู้หนึ่งจะสามารถทำได้แล้ว ก็เลยเกิดการฮือฮากันเล็กน้อย ( แต่ยังไงเรื่องอิทธิฤทธิ์ก็สู้เทพจริงๆไม่ได้ เพราะยังไงก็เป็นมนุษย์คือเป็นดิน แต่พวกเทพเป็นส่วนหนึ่งของพระเจ้า พวกนี้อิทธิฤทธิ์จะเยอะกว่า )

ตอนขึ้นไปก็ อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง 5555 ( ใครที่สร้างบารมีขึ้นไปบนสวรรค์ได้ คำพูดคำแรกที่จะพูดก็คือคำนี้ เพราะว่าปัญญาจะสูงขึ้น ) พอตรวจดูโลกไปก็ปิ๊งขึ้นมา " หา เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งมีการจุติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โธ่ เกือบได้ความสุขที่แท้จริงแล้วสิ น่าจะขึ้นมาเร็วกว่านี้อีกหน่อย คลาดกันนิดเดียวเอง " ไอ่เราเป็นหญิงจะลงไปสร้างบารมีเพื่อให้บรรลุโสดาบันเองก็ทำไม่ได้ ยังไงๆผู้หญิงก็ต้องพึ่งผู้ชายอยู่ดี ยังไงๆก็ต้องพึ่งผู้ชายวันยันค่ำ
เหล่าเทพก็บอกว่า " ไม่เป็นไรหรอกท่าน พุทธกาลต่อไปพระศรีอริยะเมตรัยจะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พวกเราจะลงไปให้เขาสอนเพื่อให้บรรลุอรหันต์ " " ตอนนั้นท่านก็ลงไปกับพวกเราด้วยสิ "
เจ้าแม่กวนอิมก็บอก " หา ศรีอริยะเมตรัย ศรีอริยะเมตรัยเลยเหรอ อะไรมันจะเว่อร์ขนาดนี้ " ( ศรีอริยะเมตรัย แปลว่า เมตรัยผู้งดงามประดุจพระอริยะ ) " ขอไปดูหน่อยเถอะศรีอริยะเมตรัยน่ะมันจะซักขนาดไหน อยากเจอจริงๆเลย "
พอไปเจอแล้วก็เกิดอาการปิ๊งปิ๊งเล็กน้อย " โห พระเจ้าสร้างท่านขึ้นมางดงามเหลือเกิน " แล้วก็แอบชอบขึ้นมาเล็กๆ แล้วก็ไปรู้ทีหลังว่ามีเมียแล้ว ก็เกิดอาการ " โธ่ ผู้ชายดีๆทำไมมีเมียกันไปหมด ถ้าเจอกันเร็วกว่านี้ก็คงได้ครองคู่กันแน่ "
พระเจ้าก็บอกพระศรีอารีย์ว่า " นางชอบเจ้า เจ้าก็เอานางมาเป็นเมียสิ " พระศรีอารีย์ก็เถียง " แต่เรามีเมียอยู่แล้ว "
พระเจ้าก็บอกว่า " แล้วเจ้ามีเมียสองคนแล้วมันจะมีปัญหาอะไรตรงไหน "
พระศรีอารีย์ก็พูดประโยคสุดคลาสสิคประจำตัวว่า " แม้นางเอง ก็ยังไม่คู่ควรกับเรา "
แน่นอน โดนพระเจ้าเฉ่ง เรื่องมากอะไรนักหนาตามระเบียบ
^-^

Comrade Holmes
20-01-2005, 04:21 AM
Watch your mouth and fingers before you type or talk, Catwater.
Fun for now, it can be eternal pain for a long time. I suggest that you should apologise Pramahabhodisudkuanim for your own sake. There is no gender in Thumma practicioners because once, you can show yourselves as any form.

There is no real form. ในความสูญจึงไม่มีรูป ไม่มีเวทนา - สัญญา - สังขาร - วิญญาณ ไม่มีตา - หู - จมูก - ลิ้น - กาย - ใจ ( อายตนะภายใน 6 อย่าง ) ไม่มีรูป - เสียง - กลิ่น - รส - สัมผัส และธรรมารมณ์ ( อายตนะภายนอก 6 อย่าง )

Catwater
20-01-2005, 01:55 PM
Watch your mouth and fingers before you type or talk, Catwater.
Fun for now, it can be eternal pain for a long time. I suggest that you should apologise Pramahabhodisudkuanim for your own sake. There is no gender in Thumma practicioners because once, you can show yourselves as any form.

There is no real form. ในความสูญจึงไม่มีรูป ไม่มีเวทนา - สัญญา - สังขาร - วิญญาณ ไม่มีตา - หู - จมูก - ลิ้น - กาย - ใจ ( อายตนะภายใน 6 อย่าง ) ไม่มีรูป - เสียง - กลิ่น - รส - สัมผัส และธรรมารมณ์ ( อายตนะภายนอก 6 อย่าง )
Sorry Thai please!
i sure that you have a good education but i'm not. if you use English. please try some word that already in dictionary. thank you.

( what the meaning of Pramahabhodisudkuanim? thank again. )
:[

ศดานัน
20-01-2005, 02:05 PM
Pramahabhodisudkuanim= พระมหาโพธิสัตว์กวนอิม

Catwater
20-01-2005, 03:11 PM
-"- ตรงๆตัวเลยนี่หว่า ok ตูโง่เอง
ขอบคุณคุณศดานันมากเลยที่มาตอบให้
(b-love2u)

theyork99
20-01-2005, 08:47 PM
ไม่เข้าใจแมวน้ำอะ

Mario
22-01-2005, 12:04 PM
พี่แมวไปเอามาจากไหนอ่าครับ งง
จะสื่ออะไรหรอ

bluecoral
22-01-2005, 09:29 PM
Thumma - Dhamma จ้า
แต่ขอบคุณ websnow ที่เอาเรื่องนี้มาให้อ่านนะเราเข้าใจอะไรขึ้นอีก
อีกอย่าง บทสวดนี่เพราะมากอยากได้จัง โหลดได้ที่หนายหง่ะ กรุณาด้วย เติ๊ด ...

KAMON
01-02-2005, 11:40 AM
ขอบันทึกแบบ MP3ตัวดาวโหลดได้ไหมครับ ฟังแล้วรู้สึกสบายใจมากสำหรับเพลงบรรเลงที่เปิดนี้

Kamen rider
01-02-2005, 11:56 AM
ฟังเสร้จแล้ว ให้ เข้าไปเอา ใน

C:\WINDOWS\Temporary Internet Files

ของเครื่องคอมตัวเอง มันจะเก็บไว้ พยายามหาหน่อย ไม่ยาก

ศดานัน
01-02-2005, 02:36 PM
ขอบันทึกแบบ MP3ตัวดาวโหลดได้ไหมครับ ฟังแล้วรู้สึกสบายใจมากสำหรับเพลงบรรเลงที่เปิดนี้

http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=3650

คุณ KAMONคะ เข้าไปดาวน์โหลดที่ห้องเพลงศาสนาตามลิงค์นี้ได้ค่ะ