rinnn
05-04-2006, 12:38 PM
<table border="0" width="550"><tbody><tr><td> ไตรภูมิ 36 ชั้น:
มนุษย์ทุกผู้ทุกนาม หากมีความตั้งใจจริงที่จะบำเพ็ญเพียรให้เกิดตบะอันแรงกล้า ก็สามารถกระทำได้ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกชั้น ทุกวรรณะ ทุกเวลา ทุกชาติไม่ว่าคุณจะนับถือศาสนาใดก็ตาม
บุคคลใดหากประพฤติ ปฏิบัติ ธรรม บำเพ็ญเพียรจนตบะแก่กล้าครั้นเมื่อละจากโลกมนุษย์ไปย่อมนำไปเกิดในภพภูมิที่ควรไปเช่นเทวโลกและพรหมโลกได้โดยเกิดเป็นเทพในแต่ละชั้นฟ้า
ในความเชื่อของคนแถบเอเชียแบ่งเทพเป็น 3 ชนิด คือ
1.สมมุติเทพ คือบุคคลผู้ซึ่งเป็นเจ้าครองแผ่นดินหรือพระมหากษัตริย์ พระมเหสี ราชกุมาร เป็นต้น
2.อุปปิตติเทพ คือเทพผู้กำเนิดเป็นเทพโดยมิได้กำเนิดเป็นมนุษย์มาก่อน เช่น พระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหม เป็นต้น
3.วิสุทธิเทพ เทพผู้บริสุทธิ์คือพระอรหันต์ทั้ง 3 ประเภท วิสุทธิ์เทพ มักจะไม่ลงมาประทับทรงมนุษย์ อย่างเด็ดขาด
ถึงแม้เราจะแบ่งเทพท่านออกเป็น 3 ชนิดก็ตาม เทพเจ้าท่านก็ได้แบ่งชั้นของท่านออกเป็น ไตรภูมิ และในไตรภูมินี้ได้แบ่งออกเป็น 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน อบายภูมิ 4 มนุษย์โลก 1 รวมทั้งหมด 36 ชั้น พอดี และตั้งแต่พุทธศาสนากำเนิดมาเพิ่งขึ้นอีก 3 ภูมิโดยรวมกันเป็น 39 ภูมิคือ
1.นรกภูมิ เป็นดินแดนที่อยู่ลึกที่สุด เป็นดินแดนของบุคคลผู้ซึ่งประกอบกรรมอันชั่วร้ายได้เสวยทุกข์เวทนาเป็นดินแดนที่มืดมิดมีแต่เสียงของการลงโทษ และเสียงดัง โหยหวน ด้วยเป็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นการทรมาน เป็นเรื่องดีไป
2.เปรตวิสัยภูมิ เป็นดินแดนที่ผู้มีความโลภมาก ถูกลงโทษทัณฑ์ให้ได้ทรมาน ในภูมินี้จะต่างตรงที่ว่าไม่มีผู้ที่คอยลงโทษเพราะเหล่าเปรตจะยื้อแย้งกัดกินกันเอง ด้วยวิสัยตนที่ชอบเบียนเบียนผู้อื่นอยู่แล้วในตอนเป็นมนุษย์
3.เดรัจฉานภูมิ เป็นที่ไปเกิดของวิญญาณที่พ้นจากนรกภูมิและ เปรตวิสัยภูมิเรียกว่า พ้นจากการลงโทษแต่จะต้องรับใช้กรรมที่ตนเองเป็นผู้ก่อขึ้น ในแดนนี้อาจมาเกิดจากชั้นอื่นก็ได้ หากมีความรักอันเกินควรหรือลุ่มหลงในสิ่งของหรือคนรัก เช่นมาเกิดเป็นสัตว์ที่คอยเฝ้าสมบัติที่ตนฝังเอาไว้ เป็นหมา แมว หรือสัตว์ภายในบ้าน คอยติดตามลูกหลานที่เป็นห่วง
4.อสูรกายภูมิ เป็นภพที่มีแต่ความโกรธ เกลียดกัน ด้วยเหตุผลนานับ ประการ ที่มีทั้งผิด และชอบ รัก และหลง เช่นเดียวกับมนุษย์โลก ต่างกันแต่ผู้คนที่นี้มีความโกรธเป็นที่ตั้งและมักจะกระทำผิดศีลเพราะความโกรธได้ง่าย แต่ผู้ที่จะสำเร็จหรือหลุดพ้นจากภูมินี้นั้นจะต้องมีสามัญสำนึกเป็นอย่างมาก บุคคลทั้งหลายที่อยู่ที่นี้มักมีฤทธิ์ไม่ยิ่งหยอนไปกว่าเทพ แต่มิได้ถือว่าเป็นเทพเพราะความโกรธ เช่น ภพอสูร ราษถ อมนุษย์ แต่อย่างไรก็ยังจัดว่าเป็นอบายภูมิ 4 ภูมิซึ่งตั้งอยู่ในยมโลกทั้งสิ้น
5.มนุษย์โลก เป็นภพที่หลายภพส่งคนของตนมาทดสอบตัวเอง เรียกว่าจะบรรลุมรรคผลเป็นพระพุทธเจ้าก็ภพนี้ จะตกอเวจีมหานรกก็ภพนี้ ดังนั้นในภพนี้มักจะมีทั้งสุขและทุกปนกัน
6.บาดาล เป็นเทวะโลกชั้นที่ 1 ที่มีภพใกล้เคียงกับมนุษย์ เพราะสามารถสร้างบุญก็ได้ สร้างเวรกรรมก็ได้ เพียงแต่บุคคลในภพนี้ล้วนมีความรัก และ อาฆาต พยาบาท ที่รุนแรงจึงทำให้ผู้ที่อยู่ในโลกบาดาล เวลาอยู่ในบาดาลจะมีกายเป็นคน หากออกนอกเขตจะกลายเป็นงูทันที
7.ภูมมะ เป็นเทวะโลกชั้นที่ 2 ที่อยู่ใกล้มนุษย์มากที่สุด เป็นดินแดนของเหล่าพระภูมิเจ้าที่ ต่างๆ มีคุณและโทษแก่มนุษย์ผู้กราบไหว้บูชามีกิเลสคล้ายกับมนุษย์ที่สุด
8.รุกขภูมิ เป็นเทวะโลกชั้นที่ 3 ที่อยู่เหนือหัว เราขึ้นไปเพียงศอกเดียว มีวิมานสถิต ณ ต้นไม้ทีมีความสูงเกินหัว เราขึ้นไป ส่วนมากมักจะเรียกว่า รุกขเทวดา มักให้คุณมากกว่าให้โทษ ยกเว้นหากไปทำลายหรือรบกวนวิมานของท่าน
9.ฉิมพลีภูมิ เป็นเทวะโลกชั้นที่ 4 มีความสูงระดับยอดไม้หรือนกเหินขึ้นไป เป็นดินแดนของเทพที่มีปีกดังองค์พญาครุฑ พญานกทั้งหลายเป็นกึ่งเทพ กึ่งสัตว์ แต่มีฤทธิ์ องค์พญาครุฑเคยประลองกำลังกับพระนารายณ์ได้เสมอกันภพภูมินี้ มักจะมีกามคุณขึ้นหน้า
10.คนธรรพ์ภูมิ เป็นเทวะโลกชั้นที่ 5 มีความสูงระดับ ยอดเขาเตี้ยๆ เป็นดินแดนของผู้มีศีลแต่ยังหมกมุ่นอยู่ในโลกีย์ วิสัย ยังตัดไม่ได้ถึงความรัก ลุ่มหลง ชนิดมีภรรยาเป็น 10,000 องค์เชียว มักมีรูปร่างและน้ำเสียงเป็นที่ไพรเราะหนักหนา ไม่มีวิมานสถิตเพื่อเร่ร่อนไปทั่ว มีความต้องการดดั่งเช่นมนุษย์ทั่วไปสูง
11.หิมพานต์ เป็นเทวะโลกชั้นที่ 6 มีความสูงระดับเชิงเขาสูง ป็นดินแดนที่กั้นระหว่างเทวโลกกับมนุษย์โลกกับยมโลก ในภูมินี้มักมีกินนร กินนรี เทวยานี เรียกว่าครึ่งคนครึ่งสัตว์ครึ่งเทพปนกันอยู่ มักไม่ใคร่ได้พบเจอเท่าใดนัก บุคคลทั้งหลายเป็นผู้ที่รักสงบไม่ค่อยมีปัญหากับภูมินี้มากนัก
12.บรรพภูมิ เป็นเทวะโลกชั้นที่ 7 มีความสูงระดับปากถ้ำต่างๆตามเขาสูงเป็นดินแดนที่มีแต่ความสงบสุข มีแต่ผู้บำเพ็ญเพียร เพื่อหวังหลุดพ้นจากภูมิต่างๆเรียกว่า ฤาษี มักจะบำเพ็ญอยู่ในชั้นนี้ แต่เดิมอาศัยอยู่ในโลกมนุษย์ และอสูรก่อกวน จนต้องอพยพมาบำเพ็ญ ณ ที่บรรพภูมินี้
13.ลับแลภูมิ เป็นเทวะโลกชั้นที่ 9 มีความสูงระดับยอดเขาสูงหรือลึกลงไปในถ้ำตามยอดเขาสูงเป็นดินแดนของหญิงสาวที่มีจิตใจมุ่งบำเพ็ญเพียรโดยการถือสัจจะเป็นหลัก แต่ยังมีห่วงที่ต้องคอยดูแล พ่อ แม่ ลูก หลาน จึงมาพักอยู่ในภูมินี้
14.อโยธยาภูมิ เป็นเทวะโลกชั้นที่ 8 มีความสูงระดับ หุบเขาสูง ตามยอดเขาสูงซ้อนกันเป็นดินแดนผู้มีคุณต่อแผ่นดินแต่ละประเทศ มีแต่การเสพสุข ดุจพระราชาเพราะในชีวิตมีแต่การต่อสู้หรือทำเพื่อบ้านเกิดเมืองนอน เช่นเจ้าพ่อหลักเมือง ทหารหาญ เป็นต้น
เทวะโลกทั้ง 9 ชั้น ตั้งแต่ชั้นที่ 6 14 นั้นเป็นเทพที่อยู่ใกล้มนุษย์มากที่สุดที่มีทั้งให้คุณและให้โทษแก่มนุษย์และพัวพันไปมาหาสู่กับมนุษย์อยุ่ประจำๆ
15.ภุมมา เป็นเทวะโลกชั้นที่10 และสถิตยอยู่บนฟากฟ้า เป็นที่สถิตของเทพบุตร เทพธิดาต่างๆ ที่ยังคงมีกิเลส
16.จาตุมหาราชิกา เป็นเทวะโลกชั้นที่ 11 สถิตยอยู่บนฟากฟ้าสรวงสวรรค์ เป็นที่สถิตของท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4และพระมหากษัตริย์ของโลกมนุษย์และเทวโลก ยมโลก พระมหากษัตริย์ผู้ประพฤติดี ประพฤติชอบในทศพิษราชธรรมเช่นพระปิยะมหาราช
17.ยามา เป็นเทวะโลกชั้นที่ 12 สถิตยอยู่บนฟากฟ้าเช่นกันเป็นที่สถิตของพระสยามเทวาธิราช และเทวดาผู้มีบุญหนัก
18.ดาวดึงส์ เป็นที่สถิต ของพระอินทราธิราช และผู้ปฏิบัติในพระพุทธศาสนา
19.ดุสิต เป็นที่สถิตของพระโพธิ์สัตว์เพื่อรอลงไปตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
20.นิมานรตี เป็นที่สถิตของเทพชั้นผู้ใหญ่ต่างๆ
21.กายิกาพรหม เป็นพรหมที่มีกายแบบเทพ คือ มี 4 กรแต่หน้าเดียว
22.ปาริสัขขาพรหม เป็นพรหมที่มีกลิ่นกายหอมด้วยดอกไม้
23.ปะดรปิตาพรหม เป็นชั้นพรหมที่มีญาณหยั่งรู้มีหน้าที่ จดบัญชีผู้ที่จะเกิดเป็นพรหม
24.มหาพรหม เป็นพรหมที่ผู้ปฏิบัติจนได้ ฌานแก่กล้า
25.ประติตตาภา เป็นพรหมมีเสียงอันไพเราะ
26.อัปปะมาณาภา เป็นพรหมที่เนรมิตรรูปดังใจนึก
27.อาภัสรา เป็นพรหมที่มีรูปกายงามดังสตรี
28.ประริตตะสุภา เป็นพรหมผู้เชี้ยวชาญรอบรู้ สูงสุดในรูปพรหม
29.อัปปะมาณะสุภา เป็นพรหมที่ไม่มีรูปร่าง
30.สุภะกิณหะสุภา เป็นพรหมที่ปรากฏแต่เสียง
31.เวหัปผะลา เป็นพรหมที่ปรากฏเป็นสายลม
32.อะวิหา เป็นพรหมที่ปรากฏแต่ภายในจิต
33.อะตับปา เป็นพรหมที่ปรากฏได้ดังใจนึก
34.สุทัสสา เป็นพรหมดวงจิตใสดังแก้ว
35.สุทัสสี เป็นชั้นสูงสุดในพรหมโลก
36.อะกะนิฎฐะกา เป็นชั้นสูงสุดในพรหมโลก
ทั้ง 36 ชั้นนี้ได้มีอยู่ในไตรภูมิโดยชั้นที่ 1-4 อยู่ลึกที่สุด
ชั้นที่ 5-6-7 จะอยู่ระดับเดียวกัน
และตั้งแต่ 6-14 เป็นเทวะที่อยู่ใกล้มนุษย์มากที่สุด
ส่วนชั้นที่ 15-20 เป็นเทวาสูงสุดของเทวโลก
ตั้งแต่ 21-28 ล้วนเป็นรูปพรหมที่มีอยู่ร่างต่างๆกัน
และตั้งแต่ชั้นที่ 29-36 เป็นพรหมทีมีอยู่แต่ดวงจิตไม่มีรูปร่างตายตัว
ชั้นที่ 37.โพธิ์สัตว์ภูมิ เป็นดินแดนแห่งพระโพธิ์สัตว์ทั้งหลายที่จะลงมาช่วยเหลือมนุษย์ เช่นพระโพธิ์สัตว์กวนอิม
38.นิพานนะภูมิ เป็นดินแดนของผู้บรรลุมรรคผลเป็นพระอรหันต์
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X3587823/X3587823.html
</td></tr></tbody></table>
มนุษย์ทุกผู้ทุกนาม หากมีความตั้งใจจริงที่จะบำเพ็ญเพียรให้เกิดตบะอันแรงกล้า ก็สามารถกระทำได้ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกชั้น ทุกวรรณะ ทุกเวลา ทุกชาติไม่ว่าคุณจะนับถือศาสนาใดก็ตาม
บุคคลใดหากประพฤติ ปฏิบัติ ธรรม บำเพ็ญเพียรจนตบะแก่กล้าครั้นเมื่อละจากโลกมนุษย์ไปย่อมนำไปเกิดในภพภูมิที่ควรไปเช่นเทวโลกและพรหมโลกได้โดยเกิดเป็นเทพในแต่ละชั้นฟ้า
ในความเชื่อของคนแถบเอเชียแบ่งเทพเป็น 3 ชนิด คือ
1.สมมุติเทพ คือบุคคลผู้ซึ่งเป็นเจ้าครองแผ่นดินหรือพระมหากษัตริย์ พระมเหสี ราชกุมาร เป็นต้น
2.อุปปิตติเทพ คือเทพผู้กำเนิดเป็นเทพโดยมิได้กำเนิดเป็นมนุษย์มาก่อน เช่น พระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหม เป็นต้น
3.วิสุทธิเทพ เทพผู้บริสุทธิ์คือพระอรหันต์ทั้ง 3 ประเภท วิสุทธิ์เทพ มักจะไม่ลงมาประทับทรงมนุษย์ อย่างเด็ดขาด
ถึงแม้เราจะแบ่งเทพท่านออกเป็น 3 ชนิดก็ตาม เทพเจ้าท่านก็ได้แบ่งชั้นของท่านออกเป็น ไตรภูมิ และในไตรภูมินี้ได้แบ่งออกเป็น 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน อบายภูมิ 4 มนุษย์โลก 1 รวมทั้งหมด 36 ชั้น พอดี และตั้งแต่พุทธศาสนากำเนิดมาเพิ่งขึ้นอีก 3 ภูมิโดยรวมกันเป็น 39 ภูมิคือ
1.นรกภูมิ เป็นดินแดนที่อยู่ลึกที่สุด เป็นดินแดนของบุคคลผู้ซึ่งประกอบกรรมอันชั่วร้ายได้เสวยทุกข์เวทนาเป็นดินแดนที่มืดมิดมีแต่เสียงของการลงโทษ และเสียงดัง โหยหวน ด้วยเป็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นการทรมาน เป็นเรื่องดีไป
2.เปรตวิสัยภูมิ เป็นดินแดนที่ผู้มีความโลภมาก ถูกลงโทษทัณฑ์ให้ได้ทรมาน ในภูมินี้จะต่างตรงที่ว่าไม่มีผู้ที่คอยลงโทษเพราะเหล่าเปรตจะยื้อแย้งกัดกินกันเอง ด้วยวิสัยตนที่ชอบเบียนเบียนผู้อื่นอยู่แล้วในตอนเป็นมนุษย์
3.เดรัจฉานภูมิ เป็นที่ไปเกิดของวิญญาณที่พ้นจากนรกภูมิและ เปรตวิสัยภูมิเรียกว่า พ้นจากการลงโทษแต่จะต้องรับใช้กรรมที่ตนเองเป็นผู้ก่อขึ้น ในแดนนี้อาจมาเกิดจากชั้นอื่นก็ได้ หากมีความรักอันเกินควรหรือลุ่มหลงในสิ่งของหรือคนรัก เช่นมาเกิดเป็นสัตว์ที่คอยเฝ้าสมบัติที่ตนฝังเอาไว้ เป็นหมา แมว หรือสัตว์ภายในบ้าน คอยติดตามลูกหลานที่เป็นห่วง
4.อสูรกายภูมิ เป็นภพที่มีแต่ความโกรธ เกลียดกัน ด้วยเหตุผลนานับ ประการ ที่มีทั้งผิด และชอบ รัก และหลง เช่นเดียวกับมนุษย์โลก ต่างกันแต่ผู้คนที่นี้มีความโกรธเป็นที่ตั้งและมักจะกระทำผิดศีลเพราะความโกรธได้ง่าย แต่ผู้ที่จะสำเร็จหรือหลุดพ้นจากภูมินี้นั้นจะต้องมีสามัญสำนึกเป็นอย่างมาก บุคคลทั้งหลายที่อยู่ที่นี้มักมีฤทธิ์ไม่ยิ่งหยอนไปกว่าเทพ แต่มิได้ถือว่าเป็นเทพเพราะความโกรธ เช่น ภพอสูร ราษถ อมนุษย์ แต่อย่างไรก็ยังจัดว่าเป็นอบายภูมิ 4 ภูมิซึ่งตั้งอยู่ในยมโลกทั้งสิ้น
5.มนุษย์โลก เป็นภพที่หลายภพส่งคนของตนมาทดสอบตัวเอง เรียกว่าจะบรรลุมรรคผลเป็นพระพุทธเจ้าก็ภพนี้ จะตกอเวจีมหานรกก็ภพนี้ ดังนั้นในภพนี้มักจะมีทั้งสุขและทุกปนกัน
6.บาดาล เป็นเทวะโลกชั้นที่ 1 ที่มีภพใกล้เคียงกับมนุษย์ เพราะสามารถสร้างบุญก็ได้ สร้างเวรกรรมก็ได้ เพียงแต่บุคคลในภพนี้ล้วนมีความรัก และ อาฆาต พยาบาท ที่รุนแรงจึงทำให้ผู้ที่อยู่ในโลกบาดาล เวลาอยู่ในบาดาลจะมีกายเป็นคน หากออกนอกเขตจะกลายเป็นงูทันที
7.ภูมมะ เป็นเทวะโลกชั้นที่ 2 ที่อยู่ใกล้มนุษย์มากที่สุด เป็นดินแดนของเหล่าพระภูมิเจ้าที่ ต่างๆ มีคุณและโทษแก่มนุษย์ผู้กราบไหว้บูชามีกิเลสคล้ายกับมนุษย์ที่สุด
8.รุกขภูมิ เป็นเทวะโลกชั้นที่ 3 ที่อยู่เหนือหัว เราขึ้นไปเพียงศอกเดียว มีวิมานสถิต ณ ต้นไม้ทีมีความสูงเกินหัว เราขึ้นไป ส่วนมากมักจะเรียกว่า รุกขเทวดา มักให้คุณมากกว่าให้โทษ ยกเว้นหากไปทำลายหรือรบกวนวิมานของท่าน
9.ฉิมพลีภูมิ เป็นเทวะโลกชั้นที่ 4 มีความสูงระดับยอดไม้หรือนกเหินขึ้นไป เป็นดินแดนของเทพที่มีปีกดังองค์พญาครุฑ พญานกทั้งหลายเป็นกึ่งเทพ กึ่งสัตว์ แต่มีฤทธิ์ องค์พญาครุฑเคยประลองกำลังกับพระนารายณ์ได้เสมอกันภพภูมินี้ มักจะมีกามคุณขึ้นหน้า
10.คนธรรพ์ภูมิ เป็นเทวะโลกชั้นที่ 5 มีความสูงระดับ ยอดเขาเตี้ยๆ เป็นดินแดนของผู้มีศีลแต่ยังหมกมุ่นอยู่ในโลกีย์ วิสัย ยังตัดไม่ได้ถึงความรัก ลุ่มหลง ชนิดมีภรรยาเป็น 10,000 องค์เชียว มักมีรูปร่างและน้ำเสียงเป็นที่ไพรเราะหนักหนา ไม่มีวิมานสถิตเพื่อเร่ร่อนไปทั่ว มีความต้องการดดั่งเช่นมนุษย์ทั่วไปสูง
11.หิมพานต์ เป็นเทวะโลกชั้นที่ 6 มีความสูงระดับเชิงเขาสูง ป็นดินแดนที่กั้นระหว่างเทวโลกกับมนุษย์โลกกับยมโลก ในภูมินี้มักมีกินนร กินนรี เทวยานี เรียกว่าครึ่งคนครึ่งสัตว์ครึ่งเทพปนกันอยู่ มักไม่ใคร่ได้พบเจอเท่าใดนัก บุคคลทั้งหลายเป็นผู้ที่รักสงบไม่ค่อยมีปัญหากับภูมินี้มากนัก
12.บรรพภูมิ เป็นเทวะโลกชั้นที่ 7 มีความสูงระดับปากถ้ำต่างๆตามเขาสูงเป็นดินแดนที่มีแต่ความสงบสุข มีแต่ผู้บำเพ็ญเพียร เพื่อหวังหลุดพ้นจากภูมิต่างๆเรียกว่า ฤาษี มักจะบำเพ็ญอยู่ในชั้นนี้ แต่เดิมอาศัยอยู่ในโลกมนุษย์ และอสูรก่อกวน จนต้องอพยพมาบำเพ็ญ ณ ที่บรรพภูมินี้
13.ลับแลภูมิ เป็นเทวะโลกชั้นที่ 9 มีความสูงระดับยอดเขาสูงหรือลึกลงไปในถ้ำตามยอดเขาสูงเป็นดินแดนของหญิงสาวที่มีจิตใจมุ่งบำเพ็ญเพียรโดยการถือสัจจะเป็นหลัก แต่ยังมีห่วงที่ต้องคอยดูแล พ่อ แม่ ลูก หลาน จึงมาพักอยู่ในภูมินี้
14.อโยธยาภูมิ เป็นเทวะโลกชั้นที่ 8 มีความสูงระดับ หุบเขาสูง ตามยอดเขาสูงซ้อนกันเป็นดินแดนผู้มีคุณต่อแผ่นดินแต่ละประเทศ มีแต่การเสพสุข ดุจพระราชาเพราะในชีวิตมีแต่การต่อสู้หรือทำเพื่อบ้านเกิดเมืองนอน เช่นเจ้าพ่อหลักเมือง ทหารหาญ เป็นต้น
เทวะโลกทั้ง 9 ชั้น ตั้งแต่ชั้นที่ 6 14 นั้นเป็นเทพที่อยู่ใกล้มนุษย์มากที่สุดที่มีทั้งให้คุณและให้โทษแก่มนุษย์และพัวพันไปมาหาสู่กับมนุษย์อยุ่ประจำๆ
15.ภุมมา เป็นเทวะโลกชั้นที่10 และสถิตยอยู่บนฟากฟ้า เป็นที่สถิตของเทพบุตร เทพธิดาต่างๆ ที่ยังคงมีกิเลส
16.จาตุมหาราชิกา เป็นเทวะโลกชั้นที่ 11 สถิตยอยู่บนฟากฟ้าสรวงสวรรค์ เป็นที่สถิตของท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4และพระมหากษัตริย์ของโลกมนุษย์และเทวโลก ยมโลก พระมหากษัตริย์ผู้ประพฤติดี ประพฤติชอบในทศพิษราชธรรมเช่นพระปิยะมหาราช
17.ยามา เป็นเทวะโลกชั้นที่ 12 สถิตยอยู่บนฟากฟ้าเช่นกันเป็นที่สถิตของพระสยามเทวาธิราช และเทวดาผู้มีบุญหนัก
18.ดาวดึงส์ เป็นที่สถิต ของพระอินทราธิราช และผู้ปฏิบัติในพระพุทธศาสนา
19.ดุสิต เป็นที่สถิตของพระโพธิ์สัตว์เพื่อรอลงไปตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
20.นิมานรตี เป็นที่สถิตของเทพชั้นผู้ใหญ่ต่างๆ
21.กายิกาพรหม เป็นพรหมที่มีกายแบบเทพ คือ มี 4 กรแต่หน้าเดียว
22.ปาริสัขขาพรหม เป็นพรหมที่มีกลิ่นกายหอมด้วยดอกไม้
23.ปะดรปิตาพรหม เป็นชั้นพรหมที่มีญาณหยั่งรู้มีหน้าที่ จดบัญชีผู้ที่จะเกิดเป็นพรหม
24.มหาพรหม เป็นพรหมที่ผู้ปฏิบัติจนได้ ฌานแก่กล้า
25.ประติตตาภา เป็นพรหมมีเสียงอันไพเราะ
26.อัปปะมาณาภา เป็นพรหมที่เนรมิตรรูปดังใจนึก
27.อาภัสรา เป็นพรหมที่มีรูปกายงามดังสตรี
28.ประริตตะสุภา เป็นพรหมผู้เชี้ยวชาญรอบรู้ สูงสุดในรูปพรหม
29.อัปปะมาณะสุภา เป็นพรหมที่ไม่มีรูปร่าง
30.สุภะกิณหะสุภา เป็นพรหมที่ปรากฏแต่เสียง
31.เวหัปผะลา เป็นพรหมที่ปรากฏเป็นสายลม
32.อะวิหา เป็นพรหมที่ปรากฏแต่ภายในจิต
33.อะตับปา เป็นพรหมที่ปรากฏได้ดังใจนึก
34.สุทัสสา เป็นพรหมดวงจิตใสดังแก้ว
35.สุทัสสี เป็นชั้นสูงสุดในพรหมโลก
36.อะกะนิฎฐะกา เป็นชั้นสูงสุดในพรหมโลก
ทั้ง 36 ชั้นนี้ได้มีอยู่ในไตรภูมิโดยชั้นที่ 1-4 อยู่ลึกที่สุด
ชั้นที่ 5-6-7 จะอยู่ระดับเดียวกัน
และตั้งแต่ 6-14 เป็นเทวะที่อยู่ใกล้มนุษย์มากที่สุด
ส่วนชั้นที่ 15-20 เป็นเทวาสูงสุดของเทวโลก
ตั้งแต่ 21-28 ล้วนเป็นรูปพรหมที่มีอยู่ร่างต่างๆกัน
และตั้งแต่ชั้นที่ 29-36 เป็นพรหมทีมีอยู่แต่ดวงจิตไม่มีรูปร่างตายตัว
ชั้นที่ 37.โพธิ์สัตว์ภูมิ เป็นดินแดนแห่งพระโพธิ์สัตว์ทั้งหลายที่จะลงมาช่วยเหลือมนุษย์ เช่นพระโพธิ์สัตว์กวนอิม
38.นิพานนะภูมิ เป็นดินแดนของผู้บรรลุมรรคผลเป็นพระอรหันต์
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X3587823/X3587823.html
</td></tr></tbody></table>