PDA

View Full Version : ประสบการณ์ 2 ครั้งแรก ไปฝึกมโนมยิทธิที่บ้านสายลม


pasaway007
02-04-2006, 02:53 PM
ผมได้ไปฝึกมโนมยิทธิที่บ้านสายลม
ไปครั้งแรกวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมานี้เอง
ผมไปฝึก 2 วัน คือวันที่ 1 กับวันที่ 2 เมษายน
http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=70419&d=1142956764 (http://www.dannipparn.net/web/board/view.php?Category=sontana&pic=20060320_210314.jpg)
(ภาพประกอบ จากวัดท่าซุง)

วันแรกที่ผมไปฝึกผมไปที่บ้านสายลมถึงที่นั้นก็ประมาณ 9 โมงเช้า
ตื่นเต้นนะครับกลัวไปไม่ทันเขาขึ้นกรรมฐาน พอไปดูป้ายเขาติดไว้ว่าฝึกมโนมยิทธิตอน 12.30 แต่ต้องไปถึงที่นั้นก่อน 11 โมงนะครับไปเตรียมตัวก่อน ถ้าเกินเวลาเขาจะไม่ให้เข้า

ชั้นล่างมีหนังสือเทป ซีดีของหลวงพ่อฤาษีลิงดำขายอยู่หนังสือของหลวงพ่อดีๆทั้งนั้นเลย
อ่านแล้วสนุกมาก ราคาก็ถูกอย่างหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรมเล่มแค่ 10 บาทเองหนาได้สัก 100 หน้าอย่างต่ำ เมื่อใกล้จะถึงเวลาผมก็เข้าไปจัดดอกไม้ 3 สี เทียนหนัก 1 บาทหนึ่งเล่ม ธูป 3 ดอกค่าครู เงิน ไม่ต่ำกว่าหนึ่งสลึ่ง ผมใส่ 20 บาท

แล้วจากนั้นก็เดินขึ้นไปชั้น 3
ชั้น 3 นี้สำหรับผู้ฝึกใหม่ครับ
ชั้น 2 นี้เขาฝึกฌาน 8 กัน
ถ้าฝึกมโนยิทธิเบื้องต้นได้แล้วถึงจะลงมาชั้น 2 ได้ สอนเกี่ยวกับท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ

พอผมเข้าไปในห้อง เอาพานยกครูนะโม 3 จบ อธิฐานจิต
หลังจากนั้นก็รอจนถึงเวลาแต่ในขณะรอนี้ครูฝึกเขาให้เราภาวนานะมะพะธะไปเรื่อยก่อนเพื่อให้จิตไม่ฟุ้งซ่าน
พอประมาณเที่ยงครูฝึกก็จะจัดคนเข้าห้องห้องละ ประมาณ 8 คน เข้าไปนั่งในห้องรอครูฝึกจะเข้ามาซักพักหนึ่ง

พอครูฝึกเข้ามา ครูฝึกก็จะถามเกี่ยวกับเราว่าเคยฝึกมาบ้างหรือยังถ้าคนเคยฝึกแล้วก็ถามว่าเป็นเพราะอะไรถึงทำไม่ได้ ครูฝึกก็จะช่วยตอบว่าเพราะอะไรและควรจะทำอย่างไร พอเที่ยงครึ่ง ครูฝึกก็จะเปิดเทปของหลวงพ่อเราก็ต้องเปลี่ยนมานั่งพับเพียบเพื่อแสดงความเคารพต่อหลวงพ่อ หลวงพ่อก็จะเทปเกี่ยวกับการฝึกมโนยิทธิแล้วก็ขึ้นกรรมฐาน

พอเทปหลวงพ่อจบครูฝึกก็จะบอกให้นั่งสมาธิหายใจเข้านะมะ หายใจออกพะธะในขณะนี้พยายามทำจิตให้สงบไม่ต้องคิดอยากจะไปที่ไหนทั้งนั้นถึงเวลาครูฝึกก็จะพาไปเอง พอทำจิตไปซักพักจนจิตสงบทุกคนครูฝึกก็จะสั่งให้หยุดกำหนดลมหายใจหยุดภาวนา ให้ฟังครูฝึกแต่ไม่ต้องลืมตา (แต่ผมดันลืมตาซะนี้ก็ไม่รู้นี่หนาเลยรีบหลับตากลัวครูฝึกเห็น)

หลังจากนั้นครูฝึกก็พูดว่าเกิดเป็นคนมันทุกใช่ไม้ เราก็ต้องตอบว่าใช่
แต่จิตเราก็ต้อคิดด้วยนะว่ามันทุกข์จริงๆไม่ใช่ซักแต่ตอบแล้วไม่คิด
แล้วก็พูดต่อว่า หิวก็ทุกข์ใช่ไม้ค่ะ ใช่ครับ

ปวดท้องเข้าห้องน้ำก็ทุกข์ พลัดพรากจากของรักก็ทุกข์ใช่ไม้
ใช่ครับ(คิดตามด้วยว่ามันทุกข์นะ)
แล้วก็พูดไปเรื่อยๆเกี่ยวกับความทุกที่ต้องเกิดจนผมรู้สึกเบื่อหนายกับการเกิดเริ่มเห็นทุกข์ขึ้นมา จากนั้นครูฝึกก็จะพูดขึ้นว่าในเมื่อการเกิดทำให้เกิดทุกข์เรายังอยากจะเกิดอีกไม้ แล้วทุกคนในห้องก็ตอบขึ้นมาพร้อมกันว่าไม่อยาก(ก็เวลานั้นมันไม่อยากจริงๆอะ)แล้วครูฝึกก็ถามว่าแล้วอยากอะไร ทุกคนก็บอกว่าอยากเข้านิพพาน

จากนั้นครูฝึกก็เลยถามว่ารู้สึกมีพระพุทธเจ้าอยู่ใกล้ไม้ ถ้ารู้สึกอย่างไรตอบไปเลยไม่ต้องรังเรถ้ามัวแต่รังเรจิตคิดว่าอยู่หรือเปล่าหว่า คราวนี้จิตก็ฟุ่งอุปาทานก็เริ่มรับประทานและ ครูฝึกบอกว่าจิตแรกที่รู้สึกคือความจริงรู้สึกอย่างไรตอบไปเลยไม่จำเป็นต้องเหมือนคนอื่นเพราะสมาธิของคนเราไม่เท่ากัน แต่วันแรกผมไม่เข้าใจพยายามเอาจิตไว้ที่ลูกตาเพราะใจเราคิดว่าคงจะรู้ภาพทางตาแต่ยิ่งมองยิ่งมืดมีเป็นอยากผม 4 คน 4 คนที่เหลือก็ไปบ้างจิตตกบ้างแล้วก็ขึ้นไปใหม่อีก

ส่วนผมพอจิตตกก็ปวดขาบ้างหลังบ้างเป็นอันว่าเวทนามันมาคราวนี้ไปไม่ได้ละเจ็บไปหมด 4คนนั้นก็ไปดาวดึงไปนิพพานกันเห็นพระพุทธเจ้ากัน เห็นหลวงพ่อฤาษีบ้างเห็นปราสาทที่นิพพานบ้าง บางคนก็ตอบเป็นบางช่วงเพราะบางครั้งสมาธิตก

http://www.palungjit.com/board//attachment.php?attachmentid=70601&thumb=1&d=1143005649 (http://www.palungjit.com/board//attachment.php?attachmentid=70601&d=1143005649)
(ภาพประกอบ จากวัดท่าซุง)

คนที่ไปได้ครูฝึกก็จะบอกให้ไปที่พระจุฬามณี ผมลืมบอกไปว่าการไปทุกครั้งต้องขอพุทธเจ้าทุกครั้งให้ท่านพาไปไปเองอาจจะเป๋ได้ขอบารมีทานช่วยพาไป พอคนที่ไปได้ครูฝึกก็จะบอกว่าให้ขอเทวดาที่เฝ้าประตูพระจุฬามณีขอท่านเข้าไป ครูฝึกบอกว่าผู้ที่เข้าไปได้ศีลต้องครบขาดมิได้ ถ้าเข้าไปได้ครูฝึกก็จะถามว่าตอนนี้พรุพุทธเจ้าอยู่ที่ไหน คนที่รู้ก็จะตอบว่าอยู่ตรงกลางครับครูถามต่อว่าองค์ท่านเป็นอย่างไร ก็มีคนตอบว่า องค์ท่านใส่สว่างมากครับ บางคนก็ตอบไม่เหมือนกัน บางคนขาวบ้าง ขาวทึบบ้างเพราะจิตสมาธิไม่เท่ากัน จากนั้นครูฝึกก็บอกให้เข้าไปกราบท่าน จากนั้นก็บอกให้ขอบารมีพรุพุทธเจ้าเชิญพ่อแม่ผู้มีพระคุณครูบาอาจารย์ในอดิตชาติมา ครูฝึกก็ถามว่ามายัง คนที่ได้ก็จะตอบว่ามาแล้วครับ

ครูฝึกถามต่อว่า มาเท่าไหร่ บางคนตอบว่าเยอะมากนับไม่ถ้วนบางคนตอบว่า 10 กว่าคน
ครูฝึกก็เลยบอกว่าเอาใหม่ขอบารมีพระพุทธเจ้าขอให้ลูกเห็นพ่อแม่ครูอาจารย์ผู้มีพระคุณได้หมดทุกคน คราวนี้คนนั้นก็ตอบว่ามาเยอะมากเลยครับนับไม่ถ้วยเลย

จากนั้นครูฝึกก็ถามว่านางฟ้าสวยกว่านางสาวไทยไม้คนที่ได้ก็ตอบว่าสวยมากครับสวยกว่ามากเลย จากนั้นครูฝึกก็บอกว่าให้เราแยกกายให้ครบตามจำนวนเทวดาทุกองค์ที่เราเห็น จากนั้นก็ให้กราบท่านขอขมาท่านแล้วจากนั้นก็อุทิศบุญกุศลที่เรามานั่งกรรมฐานให้ท่านแล้วครูฝึกก็ถามต่อว่า พออุทิศบุญให้แล้วกายท่านพ่อท่านแม่สว่างขึ้นไม่สวยกว่าเดิมไม้ คนฝึกก็ตอบว่าสวยขึ้นครับ แล้วกายเราหละสว่างขึ้นไม่ครูฝึกถาม กายเราก็สว่างใสขึ้นครับ

จากนั้นครูฝึกก็บอกให้ไปที่นิพพานเพื่อไปดูสิว่าวิมานที่นิพพานเรามีไม้แต่ก่อนจะไปกราบท่านพ่อท่านแม่ก่อน
ก็แยกกายกราบท่านคนที่ฝึกได้ผมเห็นเขายิ้มมีความสุขมาก

ครูฝึกก็ถามว่าท่านพ่อท่านแม่ทำอยากไรกับเราบ้างท่านพูดอย่างไรกับเราบ้าง บางคนก็ตอบว่า พ่อแม่เทวดาบางท่านกอดเราบ่าง หอมเราบ้าง ลูบหลังเราบ้าง บอกให้มาเยี่ยมท่านบ่อยๆบางผมฟังยังคนลุกเลยไม่ใช่กลัวนะดีใจกับเข้าด้วยซึ้งเลย เพราะคนเราเกิดมาหลายภพหลายชาติมีพ่อแม่ต้องหลายคน จากนั้นครูฝึกก็บอกให้เราเข้าไปกราบพรุพุทธเจ้าแล้วขอท่านพาเราไปที่นิพพาน

(เดี่ยวผมมาเล่าต่อนะครับ เวลาหมดพอดี นี้ขนาดวันแรกนะเนี๊ย )

Carbonato
02-04-2006, 04:00 PM
มีหลายๆคนไปนะครับ

ช่วยๆ เล่ามาหน่อย ผมฝึกมาแบบมั่วๆ

ตามต้นตำรับเนี่ยต้องบ้านสายลมกะวัดท่าซุงครับ

Supernova
02-04-2006, 04:40 PM
ผมก็ไปทั้ง 2 วันเหมือนคุณ passaway007 เลยครับ
วันแรกผมใช้ตาเนื้อมากเกินไป ได้มโนมยิทธิแต่ได้แบบสงสัย ไปตามครูตลอดเลยครับแบบว่าเร็วมากๆ
วันอาทิตย์ผมว่าครูเขาอธิบายได้ดีครับเป็นครูที่เขาคัดคนมาฝึกตามห้องต่างๆ ผมว่าครูคนนี้เก่งมากเลยครับ ผมว่าในแต่ละห้องครูเขาต้องดูว่าเรามีของเก่าติดมาหรือป่าว วันเสาร์ห้องผมได้ไปนิพพานหมดเลย ในความรู้สึกของผม(แต่ยังไม่เห็นชัด) รู้สึกว่ามันสว่างมากๆ และดูสงบ ส่วนสวรรค์ความรู้สึกมีสีสันมากมายดูรื่นเริง ทุกคนต้องมากราบพระพุทธองค์ที่พระจุฬามณีก่อนขึ้นไปพระนิพพานได้
แต่ผมว่าไปแล้วคุ้มเลยครับ จิตไปพระนิพพานกลับมารู้สึกสงบมาก ผมว่าเป็นอนิสงค์ที่ได้ไปครับ เหมือนเกิดใหม่เลยครับ
วันอาทิตย์เกือบร้องไห้ ตอนไปเจอพ่อแม่ในอดีตบางคนเขาลูบหลังกอดผมแบบว่ารู้สึกได้เลยครับ ครูเขาก็บอกว่า มีคนๆหนึ่งพ่อแม่เขารอมาเป็นแสนๆชาติ เป็นหลายๆกัปป์เพื่อรอวันที่เราได้ขึ้นมาที่นี้(ฟังแล้วซึ้งเลยครับ ว่าทำไมเราถึงหลงผิดมานานขนาดนี้) ผมไม่รู้ว่าครูหมายถึงใคร
พอออกสมาธิผมรู้สึกว่าอยากจะเห็น พ่อแม่ในอดีตของผมมากๆเลยครับ
พรุ่งนี้(วันจันทร์) จะไปทำสังฆทานเพราะหลวงพ่อท่านยังอยู่กทม ครับ ทั้งเสาร์-อาทิตย์ไปถึงเที่ยง 2 วัน จะไปทำก็กลัวไม่ทัน เห็นหลวงพ่อยังไม่มา ก็เลยขี้นไปฝึกก่อนเลย
อยากให้เพื่อนๆได้ไปครับ ถ้ามีโอกาสครับ

Seel
02-04-2006, 05:09 PM
โมทนาคับ ผมเคยไปฝึกญาณ 8 ที่บ้านสายลม ได้ทำบุญด้วย

pasaway007
02-04-2006, 07:49 PM
ต่อหละนะครับ

http://www.palungjit.com/board/attachment.php?attachmentid=70423&d=1142956764 (http://www.dannipparn.net/web/board/view.php?Category=sontana&pic=20060320_211419.jpg)
(ภาพประกอบ จากวัดท่าซุง)

หลังจากที่ครูฝึกบอกว่าให้ขอบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าช่วยพาเราไปนิพพาน คนที่ฝึกได้ก็จะขอพระพุทธเจ้าช่วยพาไปนิพพาน

จากนั้นครูฝึกก็ถามต่อว่าถึงยัง
คนที่ถึงก็จะตอบว่า ถึงแล้วครับ

ครูฝึก ขอบารมีพระพุทธเจ้าท่าน
ถามสิเรามีวิมานที่นิพพานไม้ คนที่เข้าถึงนิพพานก็จะตอบว่ามี

หลังจากนั้นครูก็ถามว่าวิมานเราเป็นอย่างไรสวยไม่มีลักษณะอย่างไร
อันนี้ผมจำได้คร่าวบางคนบอกว่าใสเหมือนแก้วบางคนบอกว่าเป็นทองบ้าง
แต่ครูก็บอกว่าให้ขอบารมีพระพุทธเจ้าขอให้ลูกได้เห็นได้ชัดกว่านี้
คนที่บอกว่าเห็นวิมานของตัวเองเป็นทองก็เห็นเป็นแก้ว ครูถามว่าใหญ่ไม้ คนฝึกบางคนก็บอกว่าใหญ่ บางคนก็บอกว่าเล็ก ครูฝึกก็บอกว่าไม่เป็นไร

หลังจากนั้นก็ขอให้พระพุทธเจ้าเข้าไปอยู่ในวิมานเราได้ไม้
บางคนก็ตอบว่าได้บางคนก็เงียบซักพักแล้วก็ตอบว่าได้ เพราะจิตบางคนก็ช้า (หลังจากนั้งกรรมฐานเสร็จครูก็บอกว่าบางคนนะกว่าจะคลานไปกราบพระพุทธเจ้าได้นี้ช้าสะจริงๆพอกราบได้บางคนก็เข้าไปกอดขาท่านซะแน่นเลยไม่ยอมไปไหน บางคนจิตดีคิดคิดก็ไปซะแล้วแล้วผมจะเล่าต่อตอนท้ายครับ)

พอขอให้พระพุทธเจ้าเข้าไปวิมานเราแล้วก็ไปกราบท่านจากนั้น
ครูก็บอกว่าให้นอนที่วิมานของเรา แล้วก็ถามต่อว่าเวลานอนนอนท่าไหน บางคนก็ตอบว่านอนหงายไปเลยครูฝึกก็เลยบอกว่าเอาใหม่ เพราะเทวดาเขาไม่นอนหงายกัน เลยกำหนดจิตใหม่คราวนี้คนฝึกก็บอกว่านอนคล้ายท่าไสยยาด

ครูก็ถามงว่าเวลานอนนอนตรงไหนมีที่นอนไม้ บางคนตอบว่านอนพื้น บางคนบอกว่ามีแท่นนอน คนท่มีแท่นนอนถูก ครูก็เลยให้กำหนดจิตใหม่ขอบารมีพระพุทธเจ้าต่อ(การขอบารมีพระพุทธเจ้านี้สำคัญนะครับจะทำให้เรารับรู้ในสิ่งที่ถูกต้องครูบอกว่าไปไหนต้องขอพระพุทธเจ้าทุกครั้งไปเอง อาจจะเป๋ได้ต้องให้พุทธเจ้าพาไป)
พอทุกคนตอบเหมือนกันครูก็ถามต่อว่ามีหมอนไม้ ถ้ามีเป็นอย่างไร ก็ตอบว่ามีเป็นหมอนสามเหลี่ยม (ลักษณะคงคล้านหมอน 3 เหลี่ยมที่เราเคยเห็นกันตามวัดพอเข้าใจไม้ครับนึกภาพตามออกไม่รับ การที่ผมเล่ามานี่ถ้าท่านอ่านไปด้วยรู้สึกเห็นภาพไปด้วยท่านก็เหมือนฝึกมโนยิทธิไปด้วยน้าผมรู้สึกอย่างงั้นเพราะ ที่ผมไปฝึกนี้พอครูให้นั่งสมาธิจนจิตสงบไม่มีรักโลภโกรธหลงและก็ไม่รู้สึกที่อยากจะเกิดอีก

ครูก็บอกให้หยุดเลิกภาวนาแล้วฟังครูเข้าพูดแล้วใช้จิตนึกตามสิ่งที่เราสัมผัสแล้วอย่าสงสัยครูฝึกถามแล้วตอบทันทีอย่าสงสัยเด็จขาดไม้งั้นฟุ้งซ่านตอบไปเลยรู้สึกไงตอบเลยอย่าคิด ครูบอกว่าไม่จำเป็นต้องเหมือนกันเพราะเทวดาบางองค์มาส่งเคราะเรามาไม่เหมือนกันพอเข้าใจที่ผมอธิบายนะครับผมพยายามให้คนอ่านได้เข้าใจไปด้วย)

จากนั้นครูก็บอกให้เราออกมาจากวิมาน แล้วก็ถามว่านอกวิมานเราเป็นอย่างไรบ้างมีอะไรบ้าง บางคนตอบว่ามีรั้วบ้าง มีต้นไม้บ้าง ครูถามว่ารั้วนี้เป็นไง บางคนตอบว่าเป็นไม้บางคนตอบว่าเป็นแก้ว บางคนแก้วใสบ้างสว่างบ้าง อันนี้ต้องเข้าใจนะครับกำลังจิตคนไม่เท่ากัน บางคนได้มาแล้วในชาติก่อน

บางคนพึ่งฝึกในชาตินี้ จากนั้นครูท่านก็บอกว่าให้ไปหาหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
ครูถามว่าเห็นยัง คนที่เขาไปได้ก็ตอบว่าเห็นแล้ว(เออวันนี้ผมทำไม่ได้นะครับคนที่ได้มีแค่ 4 คนผมหลับตาฟังอย่างเดียว ผมมัวแต่ปวดขากับเจ็บก้นพูดแล้วก็เขินก็ผมไม่เคยนั่งนานอย่างนี้เลยอะ ตั้งแต่เที่ยงยัน เกือบบ่าย 3 ตอนที่ผมอยู่ที่บ้านผมนั่งอย่างมากก็ 30 นาที ส่วนมากจะ 20 นาทีก็เลิก

ตั้งแต่ที่ผมเล่ามานี่คนที่ตอบก็คือ 4 คนที่ไปได้ส่วน อีก 4 คนซึ่งมีผมในนั้นด้วยไปไม่ได้ติดอยู่ที่ตัวยังห่วงตัวอยู่ปากบอกไม่ห่วงแต่ใจมันห่วงมันเลยไปไม่ได้ครับ และผมก็ติดอยู่ที่ตาด้วยเพราะตอนนั้นผมคิดว่าผมคงจะรับรู้ด้วยตาก็เอาจิตไปไว้ที่ตา ครูก็บอกว่า คนเรานะไม่มีตาทิพย์ คนที่มีตาทิพย์นะไม่ใช่คนแล้ว คนที่มีตาทิพย์มีแต่เทวดา ผมก็ยังไม่เข้าใจ

ครูก็เลยอธิบายอีกว่า สมมุติว่าเราตายไปนี่ตามันเน่าแล้วนี้เราเอาตาเราไปไม่ได้เพราะตาเรามันไม่ใช่ของเรา ถ้าเราตายร่างกายมันก็เน่าตาเรากด็เน่าด้วย เอาจิตไปสิลูกผมก็ตอบว่าจิตมันคืออะไรครูก็ตอบว่าก็ใจนี้หละ ตอนแรกผมก็งงแล้วจิตอยู่ไหหว่า ก็เป็นอันว่าวันแรกผมได้แต่นั่งฟัง 4 คนนั้นพูดอย่างเดียวอีกใจก็น้อยใจเหลือเกินว่า เรานี้มันไม่มีวาสนาจะได้ไปสัมผัส น้อยใจจนอยากจะร้องไห้เลยคนอีก3คนที่เป็นอย่างผมก็รู้สึกอย่างผมท้อนะครับ เพราะมันไม่รู้จะไปไงกำหนดจิตไม่เป็นไม่รู้จิตอยู่ไหน ไอ้ตาเจ้ากรรมก็กระพริบอยู่นั้นหละจิตก็เลยไปกำหนดอยู่ที่ตา บางคนก็ไม่ติดที่ตาไปติดขาบ้าง หลังบ้างก็เลยไปไม่ได้กันพอเข้าใจแล้วนะครับว่าเพราะอะไรถึงไปไม่ได้ เพราะเรายังห่วงกายอยู่งเป็นทาสของร่างกายอยู่)

ต่อครับพอคนฝึกเห็นหลวงพ่อก็ตอบว่าเห็นครับ
ครูถามว่าหลวงพ่อมีรูปร่างอย่างไรยังเป็นพระอยู่ไม้
บางคนตอบว่าเป็นพระอยู่ บางคนตอบว่าใส่เหมือนแก้วมีชฏา ใส่ชุดพระนิพพาน

แล้วครูก็ถามต่อว่าท่านดีใจไม้ที่เห็นเรา
4 คนนั้นก็ตอบว่าท่านยิ้มท่านดีใจครับ

ครูก็ถามว่าท่านยิ้มเห็นฟันไม้
4 คนนั้นก็ตอบว่า ไม่ครับท่านยิ้มน้อยๆ
ครูก็ถามว่าท่านพูดอะไรบ้าง คราวนี้เงียบหมด
ครูก็เลยบอกว่าให้กราบท่านซะ
กราบยังครูฝึกถาม นักเรียนก็ตอบว่า กราบแล้วครับ

จากนั้นครูฝึกก็บอกว่า ให้เราแยกกายให้เท่าจำนวนพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ทุกๆท่านที่เราเห็นแล้วกราบท่านซะ กราบยัง ครูฝึกถาม กราบแล้วครับ นักเรียนตอบ จากนั้นครูฝึกก็บอกให้ลืมตา จากนั้นครูฝึกก็บอกว่าลืมตาแล้วยังเห็นพระพุทธเจ้าอยู่อีกหรือเปล่า นักเรียนก็ตอบว่ายังอยู่ครับ
ครู ท่านยังมองเราอยู่หรือเปล่า

นักเรียน มองอยู่ครับ (นี่ผมพึ่งมาเข้าใจตรงนี้ว่าเราใช้จิตไม่ใช่ใช้ตามันเป็นอย่างไร ที่เราหลับตานี้เพื่อไม่ให้เราจิตฟุ้งซ่าน ถ้าลืมตาจิตฟุ้งซ่านก็หลับซะ ถ้าหลับตาจิตฟุ้งก็ลืมซะ การที่เราเห็นมันไม่ได้เห็นด้วยตามันเห็นด้วยใจหรือจิตนี้เอง)

คราวนี้ครูก็มาอธิบายที่หลังว่า คนที่ไปไม่ได้เพราะมันยังติดอยู่ที่กายมัวเอาจิตไปอยู่ตรงที่เราเจ็บเราปวด เราอย่าไปสนใจมันปล่อยมันไปรู้สึกอย่างไรก็ช่างมันเราปล่อยมันเจ็บก็ให้มันเจ็บไป

ส่วนคนที่เห็นหลวงพ่อไม่เหมือนกันนั้นอันนั้นก็ไม่ผิดครูบอกว่า บางครั้งหลวงพ่อก็แสดงกายให้เหมือนตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เพื่อให้เราจำท่านได้พอรู้ว่าเป็นหลวงพ่อก็ขอท่านให้เห็นความเป็นจริงของท่านที่อยู่บนนิพพาน ท่านก็จะแสดงออกมาว่าเวลาท่านอยู่ที่นิพพานเนี๊ยท่านเป็นอย่างไรใส่ชุดอย่างไร คนที่เห็นชุดนิพพานของท่าน ก็บอกว่าท่านใส่สว่างเหมือนแก้วท่านสว่าง

พอผมนั้งฟังผมหละหมดอาลัยตายอยากเลยในขณะนั้นน้อยใจมั๊กๆ
แต่ก็ดีใจกับคนที่ได้ผมปรื้มกับเขาด้วยก็เป็นอันว่าวันแรกก็จบเพียงเท่านี้ ก็แยกย้ายกันกลับบ้านส่วนผมก็ไปน้อยใจที่บ้านต่อนอนซึมเลยวันนั้น

pasaway007
02-04-2006, 08:58 PM
วันที่ 2 วันอาทิตย์ผมหละไม่อยากจะไปเลยกลัวไปเลย แต่ใจมันก็คิดว่าตัวเองว่าไม่เอาไหนแค่นี้ท้อแล้วเหรอของอย่างงี้มันจะได้มาง่ายๆได้ไงถ้าเราไม่ปฎิบัติ

คราวนี้ก็เลยมาทบทวนเรื่องศีลของตัวเองว่าพลาดตรงไหนบ้าง ถ้าพลาดเราก็เริ่มใหม่เอาใหม่ตัดจิตสมาทานศีลต่อพระพุทธรูปว่าจะตั้งใจรักษาศีลไม่ให้ขาด

จากนั้นผมก็มีกำลังใจคิดซะว่าถึงเราไม่ได้อย่างน้อยเราก็ได้บุญเห็นไม่เห็นช่างเถอะ ขอเราเป็นคนดีพยายามทำบุญเท่าที่เราจะทำได้ เราษาศีลให้บริสุทธิ์ ผมก็คิดว่าเราก็คงไม่ลงนรกแล้วหละ เพราะหลวงพ่อบอกว่าถือศีล 5 คือการปิดประตูอบายภูมิ

นี่ผมกำลังให้กำลังใจตัวเองอยู่นะครับผมพยายามคิดให้เข้าข้างตัวเองเข้าไว้เพื่อให้มีกำลังใจคิดถูกหรือผิดก็ช่วยตอบด้วยนะครับ แต่ผมก็ตัดสินใจไป

แต่คราวนี้ไปถึงบ้านสายลมก็ซัก 10 โมงครึ่ง วันแรกถึง 3โมงเช้า
ก็มานกลัวนี้หน่ายังรู้สึกน้อยใจอยู่เลยแต่ก็ขอสู้ได้ไม่ได้ช่างมานเรามาทางดีนี่ ถึงไม่ได้รับรู้อะไรก็จะขอนั่งสมาธิต่อไปอย่างไม่เห็นอะไรอย่างงี้หละนั่งเอาบุญ สะสมไว้ถ้าชาตินี้ไม้เข้านิพพานชาติหน้าบุญที่เราทำเอาไว้ชาตินี้ก็คงจะช่วยให้เราฝึกอีกไม่นาน ตอนนั้นผมรู้ซึ่งอย่างนี้ เพราะถ้าเรามัวแต่ท้อ เรามัวแต่คิดว่าชาติที่แล้วเราปฏิบัติมาหรือเปล่าเคยได้มโนยิทธิมาแล้วหรือเปล่าถ้าเกิดว่าชาติที่แล้วเราคิดอย่างชาตินี้สุดท้ายเราก็แห้วอีกในชาติหน้า ผมก็เลยคิดว่าถ้าเราไม่เคยฝึกก็เริ่มชาตินี้หละสะสมไปเรื่อยๆก็แล้วกัน พอคิดได้อย่างงี้ก็เดินเข้าบ้านสายลมเลยแวะดูหนังสือหลวงพ่อสักหน่อย แล้วก็เดินไปเอาพานครู
คนที่จัดพานครูคราวนี้เป็นผู้ชายเมื่อวานเป็นผู้หญิง

http://www.palungjit.com/board//attachment.php?attachmentid=70600&thumb=1&d=1143005649 (http://www.palungjit.com/board//attachment.php?attachmentid=70600&d=1143005649)

ผมสงสัยในการปฏิบัติของผม ผมเลยถามผู้ชายคนนั้นว่า
ถ้าเมื่อวานผมมาฝึกแล้วแต่ยังไม่ผ่านวันนี้ต้องยกครูอีกหรือเปล่า(มานเกี่ยวกับการปฏิบัติไม่นี้)
เขาก็ถามว่าที่คุณฝึกไม่ได้เพราะอะไร
ผมก็ตอบว่า เห็นครูเขาบอกว่าผมติดอยู่ที่ตาคิดแต่ว่าจะเห็นภาพที่ตาก็เลยเอาจิตไปปักไว้ที่ตา ผู้ชายคนนั้นก็เลยบอกว่า สมมุติว่าคนตายคุณเอาตาไปไม่ได้ตาคนอยู่ที่กายคนเรากายเนื้อ 3 วัน
คนเราตายไปกายก็เริ่มเน่าแล้วตาก็เน่า คุณจะเอาอะไรไปเห็นหละ ตามันเน่าแล้วเข้าใจไม้
ผมก็เริ่มเข้าใจหละ ขณะที่ผมคิดตามจิตผมก็เห็นภาพว่าตัวเองตายร่างเน่า
แล้วก็เห็นจิตเราออกไปตาเราอยู่ที่กายมองไม่เห็น

จิตต่างหากที่เห็นอ๋ออย่างนี่นี่เอพอเข้าใจแต่ยังไม่แจ่ม
ผู้ชายคนนั้นก็มองหน้าผม สงสัยเขารู้ก็เลยพูดขึ้นว่า ถ้าตอนนี้คุณคิดถึงบ้าน คุณพอจะรู้ไม้ว่าห้องน้ำคุณเป็นอย่างไร คุณบอกได้ใช้ไม้ ผมก็บอกว่าได้ ที่นอนคุณเป็นอย่างไร รู้ใช้ไม่เราก็บอกว่ารู้
ห้องพระมีพระกี่องค์อยู่ในลักษณะไหนคุณรู้ใช่ไม้ ผมก็ว่ารู้
ขณะนี้คุณอยู่ที่นี้กายคุณอยู่ที่นี่ คุณรู้ได้ไง ก็ผมนึกตาม เข้าก็บอกว่านี่หละคือจิต

เวลาคุดคิดอยู่ว่านั้นเป็นอะไรห้องอยู่ที่ไหนเตียงคุยเป็นอย่างไรนั้นหละคือคุณไปแล้วและขณะนี้คุณไม่สงสัยเพราะคุณรู้ว่ามันอยู่ตรงนั้นตรงนี้ ก็เหมือนกันเวลาครูถามถ้าว่าไปนิพพานยัง ใจเรายังรังเรอยู่มันก็ฟุ้งอุปทานก็มารับประทานเลย

จิตแรกรู้สึกอย่างไรก็ตอบไปเลยอย่าคิด เพราะครูบอกว่าจิตแรกที่เราสัมผัสนั้นจะเป็นจริงไม่ต้องคิดปล่อยไป ผมเข้าใจอย่างนี้นะถ้ามีใครปฏิบัติอย่างผมแล้วไม่ได้คิดอย่างนี้ ท่านอย่าว่าผมมาหลอกลวงคนในเว็บนี้เลยถ้าท่านทำได้ผม โมทนาสาธุด้วย แต่ผมเข้าใจอย่างนี้เลยทำให้วันนี้ผมไปได้แต่จิตตกบ่อยแล้วผมจะเล่าให้ฟัง

ตอนนี้เล่าถึงผู้ชายคนนี้ก่อนหลังจากนั้นมันก็ทำให้ผมเข้าใจเลยว่าใช้จิตมันเป็นไง
คุณลองนึกสิอย่างตอนนี้คุณอยู่หน้าคอม ตอนนี้คุณอ่านกระทู้ผมอยู่พอผมเล่าถึงเทวดานางฟ้าไปตรงโน้นตรงนี้เวลาท่านอ่านท่านนึกภาพไปตามผมหรือเปล่า ท่านเห็นภาพอย่างไรจะใช่หรือไม่ใช่ช่างมันเพราะสมาธิคนเราไม่เท่ากัน ขณะที่ท่านอ่านข้อความที่ผมพิมพ์อยู่นี้ท่านก็ถือว่าทำสมาธิอยู่ สมาธิคืออะไรคือการตั้งใจ ขณะนี้ท่านกำลังตั้งใจอ่านข้อความนี้อยู่ ถ้าท่านไม่มีสมาธิในการการอ่านท่านก็จะไม่รู้เรื่องจริงไม้ ผมเคยนะอย่างผมอ่านหนังสืออยู่แต่จิตไปคิดถึงว่าเที่ยงนี้จะเล่นอะไรดีพอมารู้สึกตัวอ่านไปครึ่งหน้าแล้ว อ่านมาครึ่งหน้าแล้วกลับไม่รู้ว่าเราอ่านอะไรไปบ้าง พอเข้าใจตามผมนะครับ

จากนั้นผมก็ถามผู้ชายคนนั้นว่าคนที่เป็นอย่างผมนี้เยอะไม้
เขาก็ขำ เขาบอกผมว่าเยอะผมก็เป็นตอนแรกๆก็เป็นอย่างคุณนี้หละ
คราวนี้ใจชื้นเลยมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย คราวนี้ผมก็ถามว่ามาครั้งที่ 2 ยกครูอีกไม้เขาก็ว่าก็ได้ครับ

ผมก็ถือพานยกครูไป มี ธูป 3 ดอก เที่ยนหนัก 1 บาท 1 เล่ม ดอกไม่ 3 สี ก็มีดอกบัว 1 ดอก ดอกดาวเรือง 1 ดอก ดอกดกุหลาบอีก 1 ดอกก็ครบ 3 สี แต่ก่อนผมไม่เข้าใจว่าดอกไม้สามสีเป็นไงเอามาจากไหน แล้วก็ค่าครู 1 สลึง แต่ผมใส่ไป 20 บาท จากนั้นก็เดินขึ้นชั้น 3 แต่ก็ผ่านชั้น 2 เอ๊ะยังไงคนอ่านคงงงไม่ต้องงครับเพราะชั้น 2 ฝึกฌาน 8 ยังงงอยู่หละสิ เพราะว่าห้องชั้น 2 นี้คนที่จะเข้าห้องนี้ได้จะต้องฝึกมโนยิทธิเบื้องต้นจากชั้น 3 ได้แล้วถึงจะมาห้องนี้ได้ ซึ่งผมมาหยุดดูตรงนี้เพื่อดูคนในนั้นว่าผู้ที่ฝึกมโนยิทธิได้นี้หน้าตาเข้าเป็นไง สิ่งที่ผมเห็นก็คือคนธรรมดา หน้าตาบางคนเหี่ยวย้น แก่บ้าง หนุ่มบ้าง แต่ชราสะส่วนใหญ่ หนุ่มสาวมีประปราย

(ใช้ศัพย์ขำๆนะจะได้ไม่เครียจขำหรือเปล่านี้ หรือว่าเครียจหนักกว่าเก่า บางท่านอาจคิดว่าผมใช้มุกอะไร มุกควายหรือ อิอิ อย่าซีเรียจนะเพราะตอนนี้ผมก็เครียจอยู่แล้วเพราะพิมพ์เหมือนมากเพราะวันนี้นั่งมาทั้งวันแต่ใจอยาก ให้ทุกคนในเว็บพลังจิตได้รับรู้เพราะผมสัญญาไว้แล้วว่าถ้าผมไปปฏิบัติที่บ้านสายลมเสร็จเมื่อไหร่จะมาเล่าสู่กันฟังถึงผมจะไม่ได้บอกว่าจะเล่าหลังจากปฏิบัติเสร็จก็เหอะแต่ผมอดใจจะเล่าให้คนในเว็บนี้ฟังไม่ไหว ไม่ใช้โออวดว่าตัวเองเก่ง แต่อยากให้ทุกคนรับรู็เพราะแต่ก่อนผมแต่ก่อนผมที่เข้ามาอ่านในกระทู้อภิญญานี้ก็เพื่ออยากหาคนที่ฝึกเป็นแล้วมาอธิบายวิธีฝึกว่าทำอย่างไร

แต่ส่วนมากจะนำหลักคำของพระองค์โน้นองค์นี้มา ที่ท่านนำมาถ่ายทอดนั้นไม่ผิดครับทำให้ผมรู้สึกเข้าใจเข้าไปเรื่อยๆแต่ยังปฏิบัติยังไม่เข้าใจซักเท่าไหร่ ผมก็เลยอยากลองนำเอาประสบการณ์ที่ไปฝึกมาด้วยตัวเองนี้เล่าออกมาให้ทุกคนได้อ่านกันอยากให้ทุกคนรู้สึกไปตามผม เท่านั้นเอง และอยากให้ทุกคนคิดว่านิพพานนั้นมีจริงไม่สูญ ที่ว่านิพพานสูญนั้นที่สูญคืด สูญซึ่งจากกิเลสทั้งหลายทั้งปวง สูญจากความรัก โลภ โกรธ หลง ไม่ใช่ว่าหายไปเลย แต่ก่อนผมก็คิดว่าหายไปเลยเลยทำให้ไม่อยากนิพพาน แต่พอวันนี้ได้ไปสัมผัสเข้าผมหละอยากตายซะตอนนั้นเลยอยากไปอยู่กับพระพุทธเจ้า ถ้าท่านได้เห็นได้สัมผัสว่านิพพานเป็นอย่างไรท่านจะไม่อยากเกิดอีก การเกิดมันทุกข์มาก เกิดมาไม่สวยมันก็ทุกข์

เกิดมาสวยแต่ท่านต้องกินต้องหา ต้องเจ็บต้องป่วยต่อให้ท่านสวยท่านก็ทุกข์ และความสวยจะอยู่กับเราได้ตลอดหรือ ท่าลองคิดดู วันนี้ถึงผมจะไปนิพพานแบบไปบ้างตกบ้างแต่ผมพอจะรับรู้ว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตอนนี้พระองค์ท่านมีกายอย่างไรผิวพรรณท่านเป็อย่างไร ใส่ชุดอย่างไร ถึงจะเห็นไม่ชัดแต่ผมก็มีกำลังใจที่จะสู้ต่อเพื่อจะได้เห็นพระองค์ท่านได้ชัดขึ้น ซึ่งตอนนี้ผมจะพยายามรักษาศีลให้ได้ดีที่สุดพยายามให้บริสุทธิที่สุด ตอนนี้เรายังต้องใช้ชีวิตอยู่ยังต้องพูดกับคนอยู่ ยังเดินอยู่ อาจจะเผลอไปบ้าง ในเรื่องศีล ก็เรายังไม่ตายนี่ตายเมื่อไหร่นั้นหละถึงจะเรียกว่าหยุด เอาหละเรามาเข้าเรื่องกันเลยหลังจากที่ผมยกครูเสร็จผมก็ไปนั่งรอครูเหมือนเมื่อวานแต่จิตก็ยังหวั่นอยู่ กลัวว่าจะทำไม่ได้แต่ก็พยายามห้ามใจโดยเอาหนังสือหลวงพ่อมาอ่านทบทวนดูเพื่อไม่จิตมันฟุ้งซ่าน

ผมคิดว่าที่บ้าสงสัยก็จะบ้าคราวนี้หละ ผมมาคิดที่หลังว่าเราควรพอใจในสิ่งที่เราได้ ถึงเวลาจะได้มันได้เองไม่ต้องรีบร้อนไม่ต้องเร่งมันปล่อยไปตามสบาย นั้นให้กำลังใจตัวเองอีกและ ที่กลัวไม่ใช่กลัวอะไหร่หรอกครับผมกลัวว่าคนอื่นเขาเห็นหมดแต่ตัวเองไม่เห็นคนอื่นเขาตอบเจื่อยแจ๋วแต่เรากลับเงียบอยู่คนเดียวคุณรู้สึกอย่างไรเหมือนถูกทิ้งใช้ไม้ เมื่อวานเรามีเพื่อน 4 คนที่ไม่ได้ แล้ววันนี้หละจะมีเพื่อนไม้ นี้ผมกลัวตรงนี้กลัวจะกลายเป็นนักเรียนสอบตกคนเดียว ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ คุณคิดดูเศร้ามะ เศร้ามากเลยนะ เอางี้ผมนี้ผมจะมาเล่าต่อวันนี้ขอพักอ่านเรื่องอื่นก่อนนะครับผมชักเมื่อยนิ้วแล้วตอนนี้ก็ 4 ทุ่มแล้วพิมตั้งแต่ 2 ทุ่ม คือพิมพ์ต่อมาจากกระทู้ที่ 2 แล้วก็มากระทู้นี้นะครับ ถ้าพรุ่งนี้มีเวลาผมจะมาเล่าผลของการปฏิบัติของวันที่ 2 นะครับว่าได้หรือไม่ได้ างท่านก็คงจะพอรู้แล้วว่าวันที่ 2 ผมพอได้ได้หรือไม่เพราะผมเกริ่นนำไว้ซะตอนต้นแล้ว สวัสดีครับ

yeen
03-04-2006, 12:31 AM
โมทนาคับ.....แต่ขอติงหน่อยครับว่าตัวหนังสืออยู่ชิดกันเกินไป อ่านยากมากครับ อ่านไปปวดตาไป

ถ้าได้ไปฝึกอีก หรือฝึกเอง ก็อย่าลืมมาเล่าประสบการณ์ในการฝึกให้กันฟังอีกนะครับ มีประโยชน์มากครับสำหรับคนฝึกมโนมยิทธิด้วยกัน

xyuno
03-04-2006, 12:52 AM
ขอบคุณที่เล่าประสบการณ์ให้ฟังครับ [b-wai]


ที่จริงแล้วผมก็ตั้งใจจะไปฝึกวันที่ 1-2 เหมือนกันแต่ก็ไม่ได้ไป -"-



ปล.เดือนหน้าไม่พลาดแน่ๆครับ อิ อิ :cool:

Boton
03-04-2006, 06:30 AM
ขอโมทนาบุญ...ในการฝึกมโนมยิทธิของทุกท่านนะคะ...

pasaway007
03-04-2006, 07:30 AM
หลังจากที่ผมได้เข้าไปในห้องฝึกมโนยิทธิแล้วยกพานครูเสร็จ ก็ไปนั่งรอครูฝึก
พอนั่งรอสักพักครูฝึกก็จัดห้องห้องละ 8 คนบ้าง 9-10 คนบ้างจากนั้นก็ไปรอในห้อง

ในขณะที่รอก็นะมะพะธะไปเรื่อยๆเพื่อทำจิตให้สงบเพื่อไม่ให้เสียเวลาไปเปล่าๆ รอสักพักครูฝึกก็เข้ามาอืมผมลืมบอกไปวันนี้ผมไม้ได้เข้าห้องเดิมอยากเปลี่ยนครูฝึกบ้างเพราะผมรู้สึกกลัวครูฝึกเมื่อวาน ท่านไม่ดุหลอกใจดีแต่ผมไม่รู้ผมกลัวท่านทำไมแต่ก็เปลี่ยนมาห้องถัดไปแล้ว

เพราะถ้าเข้าห้องแล้วเปลี่ยนห้องไม่ได้ เพราะพอเข้าห้องแล้วจะมีกระดาษจดชื่อประมวณผลว่าเราวันนี้ทำได้หรือไม่ แต่ตอนแรกเราแค่เขียนชื่อที่อยู่เท่านั้นยังไม่ต้องไปติกอะไรเพราะครูจะประมวณผลเราเอง

ซักพักครูฝึกก็เข้ามาคนนี้แก่กว่าคนเมื่อวานแต่ดูท่านใจดีมากท่านพูดเป็นกันเองท่านก็บรรยายประวัติของหลวงพ่อว่าตอนท่านอยู่ท่านทำอะไรสอนมโนยิทธิอย่างไร ผ$