sithiphong
30-03-2006, 04:36 PM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>สมเด็จพระเทพฯ ทรงแนะผสานเทคโนโลยีให้เข้ากับสภาพสังคม</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left>โดย ผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=baseline align=left>30 มีนาคม 2549 14:19 น.</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>http://www.manager.co.th/images/blank.gif</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left> สมเด็จพระเทพฯ เสด็จเปิดงานประชุม สวทช. แนะผสานเทคโนโลยีให้เหมาะกับสภาพสังคม และทรงแสดงความห่วงใยการถ่ายทอดความรู้จากเมืองสู่ชุมชน พร้อมทรงทอดพระเนตรนิทรรศการวิทยาศาสตร์สู่เศรษฐกิจพอเพียง
วันนี้ (30 มี.ค.) เมื่อเวลา 9.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเปิดการประชุมวิชาการประจำปี 2549 หรือ NAC2006 ในหัวข้อ สู่เศรษฐกิจพอเพียงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) (http://www.nstda.or.th/) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) (http://www.most.or.th/) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย โดยมี ดร.ประวิช รัตนเพียร รักษาการ รมว.วท.และรศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วยข้าราชการและบุคลากรกระทรวงวิทย์ฯ เฝ้ารับเสด็จฯ
ทั้งนี้สมเด็จพระเทพฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการสู่เศรษฐกิจพอเพียงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและนิทรรศการ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย ซึ่งมีนิทรรศการที่น่าสนใจ อาทิ วิทยาศาสตร์สู่ชุมชน พร้อมกันนี้ได้ทรงแสดงความห่วงใยในการถ่ายทอดความรู้จากเมืองสู่ชนบท อีกทั้งยังได้ทรงทดลองใช้โทรศัพท์ซึ่งส่งสัญญาณผ่านเครือข่ายเคลื่อนที่ เหมาะสำหรับพื้นที่ห่างไกล
จากนั้นสมเด็จพระเทพฯ ทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุมว่าปัจจุบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม การที่เศรษฐกิจของชาติขยายตัวและเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว คนไทยสามารถค้นคว้าพัฒนาประดิษฐกรรมใหม่ๆ ที่มีมูลค่า เป็นผลมาจากการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการค้นคว้าหาความรู้ด้านสังคม
การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชน การศึกษาของผู้ด้อยโอกาส การกระจายความรู้ไปสู่ชุมชนห่างไกล ช่วยพัฒนาสังคมให้เข้มแข้งและประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้น หากนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม ผสมผสานกับภูมิปัญญาไทยก็จะเกิดองค์ความรู้ใหม่ ที่สามารถใช้เป็นเครื่องมืออันทรงประสิทธิภาพในการพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน
จากนั้นทรงพระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทยครั้งที่ 8 ก่อนที่จะประทับฟังบรรยายพิเศษในหัวข้อ New Horizons in Genomic Medicine and Personalized Health Care Science: Thailand and Asian Perspectives โดย ศ.เคนอิชิ อารัย (Prof.Ken-ichi Arai) จาก Tokyo Metropolitan Institute of Medical Science ประเทศญี่ปุ่น และ The Role of Biosensors in Enhancing Economic Wellbeing and the Quality of Life โดย ศ.แอนโทนี เทอร์เนอร์ (Prof.Anthony P.F. Turner) จากมหาวิทยาลัยแครนฟิลด์ (Cranfield University) สหราชอาณาจักร
ทั้งนี้การประชุมวิชาการของ สวทช. จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเน้นไปที่ผู้ใช้เทคโนโลยี นำเสนอความคิดที่หลากหลายของผู้ประกอบการภาคเอกชนและผู้ทรงคุณวุฒิ และปีนี้เน้นในแง่ การบริหารจัดการเทคโนโลยีกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งนอกจากจะมีการสัมมนา ประชุมและเสนอผลงานที่น่าสนใจต่างๆ แล้ว ยังมีการจัดนิทรรศการที่น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการไอทีเพื่อคนพิการและด้อยโอกาส ซึ่งจัดแสดงสิ่งประดิษฐ์ เช่น แป้นพิมพ์ที่มีขนาดปุ่มใหญ่เป็นพิเศษเพื่อรองรับผู้พิการที่อาจจะมีอาการมือสั่น ผลงานงานพัฒนาเป็นพื้นที่ใน จ.น่านซึ่งมีสภาพแห้งแล้ง โดยการทดลองปลูกข้าวสาลีแล้วผลิตแป้งสาลีเพื่อทำขนมปังได้ นิทรรศการด้านสมุนไพรซึ่งเน้นศึกษาคุณสมบัติสมุนไพรในระดับโครงสร้าง ซึ่งการประชุมวิชาการ สวทช. ประจำปี 2549 มีขึ้นระหว่างวันที่ 30 มี.ค. - 1 เม.ย. ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ของ สวทช. (http://www.nstda.or.th/)
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
วันนี้ (30 มี.ค.) เมื่อเวลา 9.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเปิดการประชุมวิชาการประจำปี 2549 หรือ NAC2006 ในหัวข้อ สู่เศรษฐกิจพอเพียงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) (http://www.nstda.or.th/) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) (http://www.most.or.th/) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย โดยมี ดร.ประวิช รัตนเพียร รักษาการ รมว.วท.และรศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วยข้าราชการและบุคลากรกระทรวงวิทย์ฯ เฝ้ารับเสด็จฯ
ทั้งนี้สมเด็จพระเทพฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการสู่เศรษฐกิจพอเพียงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและนิทรรศการ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย ซึ่งมีนิทรรศการที่น่าสนใจ อาทิ วิทยาศาสตร์สู่ชุมชน พร้อมกันนี้ได้ทรงแสดงความห่วงใยในการถ่ายทอดความรู้จากเมืองสู่ชนบท อีกทั้งยังได้ทรงทดลองใช้โทรศัพท์ซึ่งส่งสัญญาณผ่านเครือข่ายเคลื่อนที่ เหมาะสำหรับพื้นที่ห่างไกล
จากนั้นสมเด็จพระเทพฯ ทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุมว่าปัจจุบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม การที่เศรษฐกิจของชาติขยายตัวและเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว คนไทยสามารถค้นคว้าพัฒนาประดิษฐกรรมใหม่ๆ ที่มีมูลค่า เป็นผลมาจากการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการค้นคว้าหาความรู้ด้านสังคม
การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชน การศึกษาของผู้ด้อยโอกาส การกระจายความรู้ไปสู่ชุมชนห่างไกล ช่วยพัฒนาสังคมให้เข้มแข้งและประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้น หากนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม ผสมผสานกับภูมิปัญญาไทยก็จะเกิดองค์ความรู้ใหม่ ที่สามารถใช้เป็นเครื่องมืออันทรงประสิทธิภาพในการพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน
จากนั้นทรงพระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทยครั้งที่ 8 ก่อนที่จะประทับฟังบรรยายพิเศษในหัวข้อ New Horizons in Genomic Medicine and Personalized Health Care Science: Thailand and Asian Perspectives โดย ศ.เคนอิชิ อารัย (Prof.Ken-ichi Arai) จาก Tokyo Metropolitan Institute of Medical Science ประเทศญี่ปุ่น และ The Role of Biosensors in Enhancing Economic Wellbeing and the Quality of Life โดย ศ.แอนโทนี เทอร์เนอร์ (Prof.Anthony P.F. Turner) จากมหาวิทยาลัยแครนฟิลด์ (Cranfield University) สหราชอาณาจักร
ทั้งนี้การประชุมวิชาการของ สวทช. จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเน้นไปที่ผู้ใช้เทคโนโลยี นำเสนอความคิดที่หลากหลายของผู้ประกอบการภาคเอกชนและผู้ทรงคุณวุฒิ และปีนี้เน้นในแง่ การบริหารจัดการเทคโนโลยีกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งนอกจากจะมีการสัมมนา ประชุมและเสนอผลงานที่น่าสนใจต่างๆ แล้ว ยังมีการจัดนิทรรศการที่น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการไอทีเพื่อคนพิการและด้อยโอกาส ซึ่งจัดแสดงสิ่งประดิษฐ์ เช่น แป้นพิมพ์ที่มีขนาดปุ่มใหญ่เป็นพิเศษเพื่อรองรับผู้พิการที่อาจจะมีอาการมือสั่น ผลงานงานพัฒนาเป็นพื้นที่ใน จ.น่านซึ่งมีสภาพแห้งแล้ง โดยการทดลองปลูกข้าวสาลีแล้วผลิตแป้งสาลีเพื่อทำขนมปังได้ นิทรรศการด้านสมุนไพรซึ่งเน้นศึกษาคุณสมบัติสมุนไพรในระดับโครงสร้าง ซึ่งการประชุมวิชาการ สวทช. ประจำปี 2549 มีขึ้นระหว่างวันที่ 30 มี.ค. - 1 เม.ย. ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ของ สวทช. (http://www.nstda.or.th/)
</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>