vacharaphol
30-03-2006, 03:54 AM
คนเราเกิดมาทุกคน ต้องผจญทั้งกรรมดี กรรมชั่วดังคำที่ว่า มีบาปเป็นทุน มีบุญเป็นกำไร การหากำไรชีวิตมิใช่เพียงแค่ กิน เล่น เที่ยว แต่หมายถึงบุญ คนมีบุญนั้น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า อยู่ก็สบาย ตายแล้วไปสู่สวรรค์ คนที่ทำบุญไว้มาก และมั่นในบุญ ครั้นถึงเวลาตาย จะไม่ลืมสติ จะมี พระมาหา เทวดามารับ ดังเรื่องราวของชายผู้ที่จะเล่าต่อไปนี้...
เมื่อครั้งที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสยังทรงพระชนม์อยู่มีชายผู้หนึ่ง ใจใฝ่ในการบุญกุศล ได้สั่งสมสมการทำบุญดุจผึ้งสั่งสมเกสร หรือ ดุจตัวปลอมก่อจอมปลวก เขาหมั่นทำบุญด้วยการเข้าวัด ทำทาน
รักษาศีล ฟังพระธรรมเทศนา บำเพ็ญกัมมัฏฐาน จนชราภาพ ทั้งนี้ มิลืมที่จะส่งเสริมให้บุตร ธิดา บริวาร หมั่นทำบุญ ประชาชนเรียกเขาว่า ธรรมิกอุบาสก ( ทำมิกะอุบาสก )
ธรรมิกอุบาสก ทำบุญกุศลจนชราภาพ บัดนี้เขาได้พิจารณาว่า โอ้กายของเรานี้ ดุจดั่งต้นไม้ผุใกล้ฝั่ง ความไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่มีอะไรเป็นของตนปรากฏแล้ว รอแต่วันที่จิตจะละกายสังขารเท่านั้น
ในกาลต่อมา ธรรมิกอุบาสกก็ป่วยลงเพราะชราภาพ บุตรธิดา ได้เฝ้าปฏิบัติด้วยความห่วงใยพวกเขาได้รักษาบิดาของพวกเขาทั้งด้วย ยาจริงและยาใจ
ยาจริง...ก็คือ การหาแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญมารักษาโดยมิหวงทรัพย์สิน ส่วน...ยาใจคือ ได้เฝ้าปฏิบัติ 3 ลักษณะ คือ ... มือเอื้อม เช็ดเนื้อตัว ประดับประคอง ปากอ้า ถามไถ่ ปลอบใจ ปลุกใจ หน้ายิ้ม ไม่แสดงอาการเบื่อหน่าย
เมื่อธรรมิกอุบาสกพิจารณาเห็นว่าตนเองคงจะสิ้นชีวิตในอีกไม่ช้า จึงขอให้บุตรธิดา นิมนต์พระสงฆ์จากพระอารามมาทำบุญครั้นเมื่อพระสงฆ์มาถึงห้องที่ตนเองนอนรักษาตัว จึงได้กราบเรียนพระสงฆ์ว่า...
ข้าแต่พระคุณเจ้า ตัวของเกล้ากระผมนี้
อายุลุร้อยปี ซ้ำยังมีโรคบีฑา
ผมทราบวาระจิต สิ้นชีวิตวันนี้หนา
จึงอาราธนา มาสวดมนต์คนใกล้ตาย
พรัหมา จะ โลกา โปรดเมตตาข้าฯ ทั้งหลาย
นิมนต์สังวัธยาย มหาสติปัฏฐานกาลนี้เทอญ
เมื่อครั้งที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสยังทรงพระชนม์อยู่มีชายผู้หนึ่ง ใจใฝ่ในการบุญกุศล ได้สั่งสมสมการทำบุญดุจผึ้งสั่งสมเกสร หรือ ดุจตัวปลอมก่อจอมปลวก เขาหมั่นทำบุญด้วยการเข้าวัด ทำทาน
รักษาศีล ฟังพระธรรมเทศนา บำเพ็ญกัมมัฏฐาน จนชราภาพ ทั้งนี้ มิลืมที่จะส่งเสริมให้บุตร ธิดา บริวาร หมั่นทำบุญ ประชาชนเรียกเขาว่า ธรรมิกอุบาสก ( ทำมิกะอุบาสก )
ธรรมิกอุบาสก ทำบุญกุศลจนชราภาพ บัดนี้เขาได้พิจารณาว่า โอ้กายของเรานี้ ดุจดั่งต้นไม้ผุใกล้ฝั่ง ความไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่มีอะไรเป็นของตนปรากฏแล้ว รอแต่วันที่จิตจะละกายสังขารเท่านั้น
ในกาลต่อมา ธรรมิกอุบาสกก็ป่วยลงเพราะชราภาพ บุตรธิดา ได้เฝ้าปฏิบัติด้วยความห่วงใยพวกเขาได้รักษาบิดาของพวกเขาทั้งด้วย ยาจริงและยาใจ
ยาจริง...ก็คือ การหาแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญมารักษาโดยมิหวงทรัพย์สิน ส่วน...ยาใจคือ ได้เฝ้าปฏิบัติ 3 ลักษณะ คือ ... มือเอื้อม เช็ดเนื้อตัว ประดับประคอง ปากอ้า ถามไถ่ ปลอบใจ ปลุกใจ หน้ายิ้ม ไม่แสดงอาการเบื่อหน่าย
เมื่อธรรมิกอุบาสกพิจารณาเห็นว่าตนเองคงจะสิ้นชีวิตในอีกไม่ช้า จึงขอให้บุตรธิดา นิมนต์พระสงฆ์จากพระอารามมาทำบุญครั้นเมื่อพระสงฆ์มาถึงห้องที่ตนเองนอนรักษาตัว จึงได้กราบเรียนพระสงฆ์ว่า...
ข้าแต่พระคุณเจ้า ตัวของเกล้ากระผมนี้
อายุลุร้อยปี ซ้ำยังมีโรคบีฑา
ผมทราบวาระจิต สิ้นชีวิตวันนี้หนา
จึงอาราธนา มาสวดมนต์คนใกล้ตาย
พรัหมา จะ โลกา โปรดเมตตาข้าฯ ทั้งหลาย
นิมนต์สังวัธยาย มหาสติปัฏฐานกาลนี้เทอญ