View Full Version : ถอดจิตออกจากร่าง แบบมองไม่ค่อยเห็นอะไร ผลการสวดมนต์อยู่ที่กำลังจิตของเรา
WebSnow
19-04-2005, 01:00 AM
ต้นเดือนเมษายน
ผมก็นั่งและนอนภาวนาอยู่นานแล้วก็ถอดจิตออกจากร่างครั้งนี้ คือลุกออกมาจากร่้างแล้วก็สวดมนต์ต่อ
พอถอดจิตลุกออกมาจากร่างมองอะไรไม่ค่อยเห้นแต่รู้ว่ากายทิพย์หลุดออกมาเรากำลังเดินอยู่ข้างๆกายเรากำลังเดินอยู่ในห้องนอนตัวเอง
ผมก้เลยสวดมนต์เพื่อเร่งสมาธิให้มองเห้น ตอนนี้ก็มองเห้นได้แต่มือที่กำลังพนมอยู่ สวดแบบไม่ได้ตั้งใจให้มั่นและไม่ได้ใส่ศรัทธามาก ผลเลยไม่ค่อยเกิด
ผลการสวดมนต์อยู่ที่กำลังจิตของเรา สักพักจิตก็เข้าร่่าง
จากการทดลองหลายๆครั้ง สวดมนต์ระหว่างถอดจิต พบว่า ผลการสวดมนต์อยู่ที่กำลังจิตของเรา ถ้าตอนไหนสวดแบบใส่ศรัทธาไปเต็มกำลังจิต นั่นผลจะออกมา
ถ้าสวดแบบไม่เต็มกำลังจิต ผลไม่ค่อยออก
ขอบคุณค่ะ
แบบ เด็กใหม่ หัดธรรมะ
นั่งสมาธิ...แล้ว ทำให้จิตสงบ ค่ะ
phuang
19-04-2005, 06:49 AM
คือเราต้องตั้งสมาธิให้มั่นค่ะ แล้วจะเกิดผล
UFO99
29-06-2005, 08:40 PM
ดีจัง ได้รู้อีกแล๊ะ แหะๆ
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=87992#post87992
แม่นายมล
02-11-2005, 02:34 PM
คิดว่าครั้งหนึ่งเคยถอดจิตได้ ตอนไปงานเต็มกำลังหลายปีมาแล้ว หล้งจากมือที่พนมสั่น
แล้วในที่สุดก็นิ่ง ไม่ได้ยินเสียงรอบกาย ความรู้สึกทางกายน้อยลง แว้บหนึ่งเท่านั้นที่เหมือน
ออกมายืนท่ามกลางเฆมเทาๆ มองไม่เห็นใครแม้นแต่ตัวเอง จากนั้นความรู้สึกทางกายก็กลับมา
แล้วปีต่อมา ก็ไม่เคยได้แบบนี้อีก ทำงานทางโลกมากร่างกายเหนือยล้า
เชื่อมัียล่ะ ตอนแรกสั่น ปลายๆสัปงกเลยในเวลาฝึกเต็มกำลังนี่แหละ.....(b-green)
ปุ้ย(Matiya)
27-03-2007, 11:04 AM
อนุโมทนา สาธุ
kooloop
05-08-2007, 01:20 AM
ที่ถอดออกมามันเป็นจิต หรือ วิญญาณ ครับ มีคาถาถอดมั๊ยครับ
กรพีระ
31-01-2008, 10:54 PM
ผมก็เคยฝึกถอดกายทิพย์เหมือนกัน แต่จะเป็นการฝึกกสิณ และฝึกลมปราณ เวลาช่วงฝึกจะมีพลังร้อนกับเย็นสลับกันเคลื่อนที่ผ่านไปทั่วตัว พลังร้อนจะรู้สึกอุ่นพลังเย็นจะรู้สึกไม่ถึงกับหนาวแต่จะคล้ายๆกระแสเย็นๆข้างในตัว เวลาที่จิตจะออกจากร่าง จะมีความรู้สึกสองอย่างนี้สลับกันไปมา มีช่วงหนึ่งที่พลังเย็นนั้นแรงมากจนทนแถบไม่ไหว จึงกลัวและใช้วิธีสวดคาถาชินบัญชรกับคาถาพระไตรปิฎกอาการนั้นจึงค่อยๆทุเรา ผมจะใช้วิธีนอนสมาธิคล้ายๆกับคุณ แต่เวลาที่จิตใกล้จะออกร่างผมจะรู้ตัว เพราะอาการที่กล่าวมาข้างต้น และต่อมาจะมีอาการที่มีพลังบางอย่างหมุนอยู่บริเวณท้องเหนือสะดือตรงกลางค่อนไปทางหน้าอกหมุนอยู่แรงมากเหมือนมีพายุอยู่ข้างในตัว ผมจะเล่าตอนกายทิพย์หลุดออกครั้งแรกด้วยครับ ตอนนั้นประมาณตี 3 คือหลังจากสวดมนตร์เสร็จก็นั่งสมาธิต่อจนเอนตัวลงและนอนก็ยังอยู่ในสมาธิช่วงนั้นเองที่มีกระแสพลังเคลื่อนอยู่ตรงหน้าอกอย่างรุนแรง จนคิดว่าคืนนี้คงหลุดจากกายเนื้อแน่ๆ ยังไงถึงขั้นนี้แล้วอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พลังนั้นค่อยๆเคลื่อนขึ้นไปและรู้สึกตัวตลอด ค่อยๆพุ่งขึ้นจนเห็นตัวจิตเราค่อยๆลอยขึ้นประมาณ 45 องศา เวลาที่แยกออกจะได้ยินเสียงคล้ายกระดาษฉีกออก และภาพที่เห็นตรงหน้าคือประตูห้องค่อยๆเลื่อนเข้ามาคล้ายๆตัวเราค่อยพุ่งขึ้นแยกออกจากกายเนื้อ ทำมุม 45องศา แต่แปลกที่ความรู้สึกมาอยู่ที่กายทิพย์แทนที่จะอยู่ที่ร่างกายเนื้อที่นอนอยู่ มีความรู้สึกประสาทสัมผัสมาอยู่ที่กายทิพย์( ไม่ใช่ประสาทสัมผัสทั้ง 5 แต่เป็นการรับรู้ด้วยจิต) และคิดว่ากายเนื้อที่นอนอยู่ไม่ใช่เรา หลังจากนั้นตัวผมเริ่มค่อยๆเคลื่อนขึ้นมาณเวลานั้นยังไม่แน่ใจว่าการที่ถอดจิตออกมาครั้งนี้จริงหรือเปล่าก็เลยลองเหลียวกลับไปดูกายเนื้อ พอก้มลงกลับไปมองเท่านั้นเห็นขากายเนื้อและกำลังนอนอยู่จึงตกใจสุดขีด หลังจากนั้นก็มีความรู้สึกว่าจิตพุ่งกลับไปที่กายเนื้อด้วยความเร็ว จนมารู้สึกตัวที่กายเนื้อ (ตี 3.05 นาที รวมระยะเวลาที่เกิดเหตุการณ์ประมาณ 5 นาทีและไม่ใช่ฝันแน่ๆ) หลังจากนั้นผมค่อยๆขยับตัวแต่ยังมีอาการดวงไฟที่เคยฝึกกสิณและกำหนดนึกดวงไฟขณะหลับตา สว่างจ้าอยู่แม้ว่าตอนนี้ลืมตาอยู่ก็ตาม แปลกใจเหมือนกันว่าดวงไฟนั้นสว่างจ้าแล้วค่อยๆบีบเล็กแล้วก็ใหญ่สลับกันไป ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือในขณะที่ผมลืมตาอยู่ท่ามกลางความมืดนั้นไม่ต้องใช้ไฟฉายเลย ดวงไฟกสิณที่เคยฝึกไว้สามารถทำให้สว่างได้ แต่ผมไม่สามารถควบคุมมันได้เท่านั้นเอง
Piyawatk123
02-05-2008, 10:48 AM
.. ดีใจที่อ่านเจอ.. เข้าใจคะ ๆ ... เข้าใจว่าเกิดจากภาวะ จิตที่นิ่ง จริง ๆ นะคะ เพราะไม่ได้สวดมนต์ นอนทำสมาธิ นิ่ง ๆ ... ยังไม่รู้ว่าถ้าไม่ตกใจจะเป็นอย่างไร จะพยายามทดลองดูถ้า จิตพาไปถึง ...พอเห็นร่างตัวเองตกใจทุกที คงเป็นเพราะยังสงบไม่พอ จิตยังไม่ถึง ..
ttoorrhh
04-05-2008, 09:41 PM
ระวังหละครับ อย่าเผลอไปไหนต่อไหน เดี๋ยวกลับคืนไม่ได้
อนุโมทนาสาธุครับ...
Thanakrist
09-05-2008, 11:49 PM
ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ครับ
อนุโมทนา สาธุ...
nunyy
10-05-2008, 06:01 PM
เหมือนกันเลย มองอะไรไม่ค่อยเห็น ต้องตั้งจิตดี ๆ สักพักจะมองเห็น แจ่มมาก ๆ ใสกว่าภาพที่เรามองเห้นด้วยตาเนื้อ สีมันสดมาก บอกไม่ถูก
ป่าวอันถัง
11-05-2008, 09:41 AM
ขอบคุณมากครับ
ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เราเข้าใจอะไรได้มากขึ้นครับ
ผมรู้สึกเหมือนจะพบภาวะนี้เหมือนกัน คือ รู้สึกตัวว่า
มีอีกกายหนึ่งที่ละเอียดเบา อยู่นอกกายเนื้อในตอนหลับ
บางครั้งมองไม่เห็นสิ่งรอบตัว แต่มีครั้งหนึ่งที่บังเอิญเห็น
และมีหลายครั้งที่รู้สึกว่ากายหนึ่งกำลังทำอะไรอยู่ แต่
มองไม่เห็นภาพ บางครั้ง รู้สกตอนนั้น รู้ตัวว่าทำอะไร
แต่พอออกจากภาวะนั้นก็ลืมหมด (รู้ชัดตอนอยู่ในภาวะนั้น)
และอธิบายภาวะเมื่อครู่ไม่ได้ แต่ระลึกได้ว่าเกิดอะไรครับ
namekati
13-05-2008, 12:34 PM
ถ้าถอด จิต เดิน ออกมา แล้ว พอจะกลับ เข้าร่างทำไม่ได้ จะทำไง อะ คับ
แสนสวาท
14-05-2008, 07:28 PM
พูดเล่น หรือพูดจริงคะ
wat2005
15-05-2008, 04:03 PM
พี่ๆครับแต่ว่าถ้าเวลาในตอนเช้าไม่มีต้องทำไงหรอครับไอ้ที่สวดอิติปิโสอ่ะครับ
wat2005
15-05-2008, 04:03 PM
แล้วก็ช่วยสอนวธีถอดกายทิพย์ให้ผมด้วยนะครับ
dearbot2006@hotmail.com
jamscomcom
26-06-2008, 05:08 PM
พี่ของพ่อปู่ผมเขาฝึกนั้งสมาธิมาทั้งชีวิตยังทำอะไรไม่ได้ที่ปู่ผมบอกมานั้งทำสมาธิมาประมาณ50ปีน่าจะได้เขายังถอดจิตไม่ได้เลยเขานั้งตั้งแต่เช้าจนเช้าทุกวันเขาก็ลุกมากินข้าวมั้นนะ
ตาแก่
30-08-2008, 06:56 PM
เอาเองฝึกสมาธิมาไม่นานมากหรอกนะ ประมาณ 6-7 เดือนเองเริ่มจาก เราชอบไปวัด ไปอ่านเจอหนังสือหลวงพ่อฤษีลิงดำ พออ่านไปก็คิดว่าท่านขี้โม้เสียมากว่า แต่ก็ชอบนะ อ่านจนจบ ช่วงนี้เราไปทำบุญ 9 วัด กับ ขสมก.บ่อยมาก ไปวันอาทิตย์ บ้าง วันเสาร์บ้าง ชอบมาก ไปหลายครั้ง พอหลังๆมาก็บังเอิญไปเจอรูปล๊อคเกตหลวงพ่อฤษีลิงดำที่กาญหรือเพชรบุรีไม่รู้เขาเอามาขายที่แผงเช่าพระ เขาบอกมีผู้หญิงเอามาขายให้เขา ผมเลยอยากได้ เพราะเราเพิ่งจะได้รู้จักหลวงพ่อท่านจากหนังสือพอดี เหมือนว่าบังเอิญหรือท่านจะมีใจให้เราได้เจอทางธรรมไม่รู้ หลังจากนั้นก็อยากไปวัดท่าซุงไปคนเดียวเลย ไปเที่ยวหาเพื่อจะไปกราบร่างท่านที่ลูกศิษท่านเก็บไว้ไม่เผา ก็ไปเดินชมวัดสวยงามากเลย แต่เราไปรถโดยสาร เวลากลับไม่มีรถกลับ ต้องเหมารถเอาเองทั้งไปและกลับ ซื้อหนังสือมาอ่านหลายเล่ม เรื่องเกี่ยวกัญอภิญญาต่างๆ เราเกิดชอบใจและด้วยความอยากลองนะครับ อยากรู้ว่ามันจะจริงอย่างทีท่านเขียนไว้หรือเปล่า มโนมยิทธิอะไรทำนองเนี้ย และก็อ่านและศึกษา ก็เริ่มฝึกนึ่งสมาธิ มาหลายเดือนเหมือนกัน หัดเองนะครับ ไม่เคยไปตามสำนักต่างๆ อย่างหลวงพ่อจรัลผมก็แค่ไปกราบไว้แล้วก็กลับไม่เคยไป อยากไปแต่ยังไม่พร้อม ก็หัดเองคิดว่าไปหาท่านหรือสำนักไหนเขาก็สอนให้เรานั่งเพื่อสงบทั้งนั้นแหละ คือความสงบมันอยู่ที่ใจ หากใจเราสงบ ทุกที่ เราก็จะทำได้ หากเราไปหาสำนักดังๆ หรือที่ไหน เขาก็สอนได้แต่เราจะปฏิบัติได้หรือเปล่ามันอยู่ทีเราเป็นหลัก ผมคิดอย่างนี้นะ แต่ก็อยากไปหาประสบการณ์อยู่เหมือนกัน หากมีโอกาส เราต้องมีความอยากที่จะทำได้ก่อน บางคนเขาบอกว่าอย่าอยาก หากไม่อยากแล้วเราจะมีความพยายามเหรอ เราต้องพยายามมากๆ ในการนั่งทั้งเจ็ป ทั่งปวดแทบตายผมเองลองนั่งให้ได้ 1ชั่วโมงยังแทบตายเหน็บกินขาแทบแตก แต่พอ เราลองนั่งว่าตายเป็นตายไม่ลุกเด็ดขาดมันก็ได้ แต่พอมันหายปวด(ไม่หายขาดแต่ทนได้มันจะเกิดอาการเบาสบายขึ้นไม่ทรมาณเหมือนตอนแรกๆ คิดว่าเริ่มมีสมาธิแล้วแต่ผมไม่นั้งแต่ แค่อยากเอาชนะมัน เพราะทำมาหลายครั้ง ก็แพ้มันทุกทีเลย หลังอยากนั้นผมก็ลองทำวิธีใหม่ สบายและเป็นที่ผมชอบ เป็นบุคลิคประจำตัวของผมอยู่แล้ว ผมจะไม่นั่งสมาธิเพราะปกติก็ไม่ชอบนั้งนอกจากการนั่งทำงานเท่านั้น ใช้วิธิที่ผมชอบคือนอน เวลาอยู่บ้านผมจะนอนดูทีวี นอนพูดจากับเพื่อนๆ ไม่ค่อยนั่งนะครับ นั่งไม่นานก็นอนเป็นอัติโนมัติของมันเลย พอนั่งโชวฟาเผลอหน่อยก็นอนไปแล้ว เลยใช้วิธีนอนสมาธิแทนรู้สึกได้ผลครับ มันเกิดสมาธิได้ หลังจากการนั่งแทบไม่ได้ผลอะไรเลยนอกจากปวดขาแทบตาย
นอนภาวนานับลมหายใจเข้าออกไปเรื่อย พอจิตสงบปุ๊บก็มีอาการตึงๆ เมือนจิตจะหลุด มันรู้เอง ทุกครั้งที่จะหลุดมันเหมือนอาการเดิม พอปล่อยมันก็พุ่งออกไปเลย ครั้งแรกๆ ที่เริ่มมีจิตทีสงบ หูแว่ว ได้ยินเสียงดั่งสนั่น ระงม ทั้งเสียงคน เสียงสัตว์ ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องสมาธิก็คลายเสียก่อน (เพราะตกใจ)หลังมาก็เริ่มชินกับอาการที่เหมือนจิตหลุด(ผมเองไม่แน่ใจนะว่ามันถอดออกไปจริงหรือเป็นการปรุงแต่งของจิตตเหมือนอาจารย์หลายจสำนักที่อ่านในหนังสือเขาบอกให้ว่าอย่าไปสนใจที่ไปรู้หรือไปเห็นอะไรมาอย่างส่งจิตออกนอก แต่ผมอยากออกเพราะมันสนุกดี เพราะผมฝึกใหม่ๆและก็อยากได้ประสบการณ์ทางจิต จะจริงหรือไม่ก็สนุกดี ได้พบได้คุยกับคนแปลกหน้า เหมือนว่าพุ่งไปได้ดั่งใจปรารถนา สมปรารถนาบ้าง ไม่สมปราถนาบ้าง อย่างเช่น ครั้งแรก ผมต้องการไปหาพุทธเจ้า ว่าท่านจะมีอยู่จริงหรือเปล่า ใจคิดอย่างนั้น จิตก็พุ่งตรงไปตามถนนในป่าข้างเหมือนมีหญ้าเขียวๆ รอบถนนเป็นถนนดินลูกรังบางทานอาจไม่รู้ดินลูกรังเป็นถนนที่ยังไม่ลาดยางนะครับ คิดว่าน่าจะเป็นชนบท พอจิตเราหลุดก็พุ่งปรื้ดไปที่ใครคนหนึ่งซึ่งจิตผมเองเห็นแค่ช่วงหัวคือเห็นแค่ใบหน้าท่านคนนั้นเท่านั้นเอง (คงเป็นเพราะการฝึกฝนมาน้อยพอจิตนิ่งผมก็ออกไปเลยทำให้เห็นไม่ชัด)ท่านเองนั้นก็รู้นะว่าผมมาแต่ไม่พูดอะไร ผมก็กลับเข้าร่างเหมือนว่าสมาธิคลายเราก็กลับเองอัติโนมัตฺเหมือนเราฝันแล้วตื่นยังงั้นแหละ แต่มันเกิดขึ้นขณะที่เราไม่ได้หลับ แค่สงบ หูเรายังได้ยินอยู่ เสียงทีวีที่เปิดไว้ก็ได้ยิน ใครคุยกันเราก็ได้ยินหมด (ผมนอนภาวนามีพี่นอนดูทีวีอยู่นะครับ) อีกครั้งผมนอนภาวนารู้ว่าจิตจะหลุดผมเลยปล่อยพอออกมาผมก็คิดจะไปหาพุทธเจ้าอีก แต่ครวนี้มันตรงออกค้างหลังห้อง(ที่พักผมเป็นคอนโดรู้สึกว่าตอนนี้เหมือนเป็นรูปร่างของเราลอยออกไปด้านหลังไม่เร็วเหมือนครั้งแรก และมีความรู้สึกเต็มที่เหมือนมันชัดกว่าเดิมคือมีการออกจากร่างและก็มองดูร่างตัวเองเห็นนอนอยู่น่าเกลียดทีเดียว เพราะผมอ้วนไม่หล่อ ไม่ค่อยชอบร่างกายตัวเองอยู่แล้วมองดูแค่แป๊บเดียวผมก็ลอยออกไปพร้อมกับความขี้สงสัยทำให้พลังจิตต่ำไม่ค่อยมีแรงไม่พุ่งไปเหมือนครั้งแรก แต่ชัดเจนกว่าในรายละเอียดของภาพ ผมเหมือนว่าตัวเองจะติดผนังห้องของตัวเอง แต่พอนึกดูอีกก็รู้ว่าเราเป็นเพียงจิตหรือกายทิพย์ทีเขาว่ากัน ก็ลองเดินผ่านก้ผ่านไปได้ แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันมีสิ่งกีดขวางหน้าอยู่ เป็นสายไฟฟ้าหรือต้นไม้ทีอยู่ด้านหลังคอนโดผมเอง สายไฟมันเยอะเต็มไปหมดต้นไม้สูงๆ ด้วย ความรู้สึกวุ่นวายเกิดขึ้นในใจตัวเอง เพราะมัวคิดว่าเราเป็นร่างหยาบอยู่ผมเอามือปัดสายไฟใจก็คิดว่ามันเก๊ะกะจริงโว้ย คิดสับสนพลังก็น้อย แต่พอนึกได้ก็ตั้งจิตใหม่ รู้สึกว่าจิตพุ่งตรงไปเร็วเหมือนดาวตกยังงั้นแหละครับ แต่ไม่ใช่ว่าคิดปุ๊บเห็นปั๊บเหมือนคนอื่นๆ บางคนที่เขาเล่านะครับผมแตกต่างจากเขาค่อนข้างมาก พอพุ่งมาก็มาหยุดอยู่ที่เห็นคนสองคน ก็เข้าไปคุยกับเขาเขานั่งอยู่ที่เก้าอี้เหมือนรอเราอยู่แล้วหรือเราต้องการตรงมาหาเขาอย่างนั้นแหละ(ความจริงผมต้องการพบพุทธเจ้าคงหวังสูงไปมั้งครับ)ในจิตเหมือนรู้ว่ามีคนหนึ่งเขาจะไปพูดต่อรองกับเจ้ากรรมนายเวรให้เราได้ แต่พอผมจะคุยสมาธิคลาย กลับร่างเฉยยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย อาการของเรื่องมันเหมือนกับว่าเราควบคุมมันไม่ได้ มันออกแล้วก็กลับของมันเอง
-มีอยู่อีกครั้งนะ ผมนอนภาวนา แล้วก็เปิดทีวีไว้ไม่สนใจฟังหรอกนะครับแต่พอได้ยิน ทีวีช่องไหนผมก็ไม่แน่ใจ เขาพุดเรื่องว่าประเทศลาวมีพระอรหันต์เกิดขึ้น ซึ่งท่านสำเร็จด้วยการวาดภาพ จิตต์เป็นสมาธิดีมากเลยสำเร็จเป็นพระอรหันต์เขาพูดอย่างนั้นนะ ผมได้ยินปุ๊บจิตหลุดไปเลย พุ่งตรงไปเร็วมากครั้งเดียวถึงเลย มันบอกว่าถึงแล้วและก็มองไปตรงหน้า มองเห็นแสงสว่างจากองค์พระหรือตัวคนไม่ทราบนะครับเพราะไม่ชัดเจนมากหนัก มีรัสมีสว่างสีเหลืองรอบตัวพุ่งเข้าตาเราสว่างพอประมาณว่าแสงรอบตัวท่านนั้นแหละเลยมองไม่ชัดแต่ก็ตั้งจิตให้แน่วแน่อีกทีแล้วมองก็ชัดขึ้นเล็กน้อย ท่านทราบนะว่าเรามา แต่ท่านก็ไม่พูดอะไร ใจก็กลัวว่าเขาจะว่าเราหรือเปล่าทีมาไม่ได้รับอนุญาติ ก็เลยกราบท่านมองเห็นร่างเราก้มกราบแล้วเราก็คลานวนทางขวาออกมาจิตก็กลับมาห้องแต่เข้าร่างไม่ได้ง่าย มันเกิดความลังเลสงสัยขึ้นมาเฉยเลย ว่ามันร่างเราหรือเปล่าไม่รู้เป็นไงมันก็เลยเข้าลำบาก เหมือนว่ามองไม่เห็นแล้วได้แต่เอามือคลำไปเจอแขนตัวเอง แล้วก็เข้าได้ แต่ก่อนนั้นเราก็รู้สึกว่าเหนื่อยมาก พยามยามจะเข้าร่างมันก้อเข้าไม่ได้ ก็ไปทางพี่เขยก็เห็นเขานอนอยู่ แต่เราเคยมองดูพี่สาวเรานะ มองเห็นทะลุราวกั้นเห็นมีรัสมีสีเหลืองคุมร่างอยู่ เราไม่เข้าใจว่าแสงนั้นมีความหมายยังไง แต่ก็แปลกเราลองมองดูพี่เขยกับเห็นร่างนอนธรรมดา
พอเข้าได้เรามีอาการเหนือยมากเหมือนกันเหมือนว่าเราใช้พลังไปมากอย่างนั้นแหละ หลังจากนั้นเราก็ถอดเล่นของเราหลายครั้งนะ เป็นงานหลักของเราเลย หากว่านอนสมาธิแล้วจะถอดได้ เราไม่เคยนั้งอีกเลย นั่งพอสมควรแล้วก็นอนส่วนตัวเราคิดว่าหากจะนั่งก็คงได้เหมือนกันแต่มันจะทรมาณจาการนั่งสงบได้ช้ากว่าการที่เรานอน เลยกลายเป็นเคล็ดลับส่วนตัวของเราไปเลย และผมเองมีความรู้ขึ้นมาอีกอย่าง เวลาตื่นนอนใหม่ๆ ก็ทำได้ง่ายกว่าก่อนนอนภาวนาอีกนะ
รู้สึกออกได้เร็ว สงบเร็วค้นพบโดยบังเอิญพอเราตื่นนอนเราก็ภาวนาต่ออีกมันสงบเร็ว ดี เหมือนมีภาพวงกลมมีสีขาวพอเราเอาจิตไปจับปุ๊บจิตหลุดออกได้เลย ง่ายดีกว่านอนภาวนาอีก จนบางทีเราไม่อยากเชื้อตัวเองว่ามันเป็นอาการของการถอดจิตหรือเปล่า รู้สึกว่าเดียวนี้มันง่ายกว่าเดิมเยอะเมื่อก่อนเพื่อที่เราจะถอดจิตออกให้ได้ เรานอนภาวนาเป็นวันเป็นคืน เพราะสมาธิเราน้อยพอนอนไปก็พลิกบ่อย เลยเกิดอยากนะครับ แต่อาศัยความอดทนทำบ่อย ๆ ทำทั้งวันที่ตึกได้ นึกได้ก็นับลมหายใจอยู่อย่างนั้นเผลอไปก็ดึงเข้ามาใหม่กว่าจะได้ก็ต้องอดทน บางทีเราก็คิดว่าเราจะทำไปทำไมนะเนี้ย บอกกับตัวเอง บางทีมันจะหลุดเราก็ไม่ปล่อยดึงกลับ นึกถึงคำภาวนาของเรามันก็ไม่ออก รู้สึกเบาสบาย เหมือนตัวจะลอย คงเป็นสมาธิขั้นอุปปจาระสมาะละมังเเพราะอ่านเจอในตำราอย่างนั้น
ตาแก่
30-08-2008, 07:08 PM
เอาเองฝึกสมาธิมาไม่นานมากหรอกนะ ประมาณ 6-7 เดือนเองเริ่มจาก เราชอบไปวัด ไปอ่านเจอหนังสือหลวงพ่อฤษีลิงดำ พออ่านไปก็คิดว่าท่านขี้โม้เสียมากว่า แต่ก็ชอบนะ อ่านจนจบ ช่วงนี้เราไปทำบุญ 9 วัด กับ ขสมก.บ่อยมาก ไปวันอาทิตย์ บ้าง วันเสาร์บ้าง ชอบมาก ไปหลายครั้ง พอหลังๆมาก็บังเอิญไปเจอรูปล๊อคเกตหลวงพ่อฤษีลิงดำที่กาญหรือเพชรบุรีไม่รู้เขาเอามาขายที่แผงเช่าพระ เขาบอกมีผู้หญิงเอามาขายให้เขา ผมเลยอยากได้ เพราะเราเพิ่งจะได้รู้จักหลวงพ่อท่านจากหนังสือพอดี เหมือนว่าบังเอิญหรือท่านจะมีใจให้เราได้เจอทางธรรมไม่รู้ หลังจากนั้นก็อยากไปวัดท่าซุงไปคนเดียวเลย ไปเที่ยวหาเพื่อจะไปกราบร่างท่านที่ลูกศิษท่านเก็บไว้ไม่เผา ก็ไปเดินชมวัดสวยงามากเลย แต่เราไปรถโดยสาร เวลากลับไม่มีรถกลับ ต้องเหมารถเอาเองทั้งไปและกลับ ซื้อหนังสือมาอ่านหลายเล่ม เรื่องเกี่ยวกัญอภิญญาต่างๆ เราเกิดชอบใจและด้วยความอยากลองนะครับ อยากรู้ว่ามันจะจริงอย่างทีท่านเขียนไว้หรือเปล่า มโนมยิทธิอะไรทำนองเนี้ย และก็อ่านและศึกษา ก็เริ่มฝึกนึ่งสมาธิ มาหลายเดือนเหมือนกัน หัดเองนะครับ ไม่เคยไปตามสำนักต่างๆ อย่างหลวงพ่อจรัลผมก็แค่ไปกราบไว้แล้วก็กลับไม่เคยไป อยากไปแต่ยังไม่พร้อม ก็หัดเองคิดว่าไปหาท่านหรือสำนักไหนเขาก็สอนให้เรานั่งเพื่อสงบทั้งนั้นแหละ คือความสงบมันอยู่ที่ใจ หากใจเราสงบ ทุกที่ เราก็จะทำได้ หากเราไปหาสำนักดังๆ หรือที่ไหน เขาก็สอนได้แต่เราจะปฏิบัติได้หรือเปล่ามันอยู่ทีเราเป็นหลัก ผมคิดอย่างนี้นะ แต่ก็อยากไปหาประสบการณ์อยู่เหมือนกัน หากมีโอกาส เราต้องมีความอยากที่จะทำได้ก่อน บางคนเขาบอกว่าอย่าอยาก หากไม่อยากแล้วเราจะมีความพยายามเหรอ เราต้องพยายามมากๆ ในการนั่งทั้งเจ็ป ทั่งปวดแทบตายผมเองลองนั่งให้ได้ 1ชั่วโมงยังแทบตายเหน็บกินขาแทบแตก แต่พอ เราลองนั่งว่าตายเป็นตายไม่ลุกเด็ดขาดมันก็ได้ แต่พอมันหายปวด(ไม่หายขาดแต่ทนได้มันจะเกิดอาการเบาสบายขึ้นไม่ทรมาณเหมือนตอนแรกๆ คิดว่าเริ่มมีสมาธิแล้วแต่ผมไม่นั้งแต่ แค่อยากเอาชนะมัน เพราะทำมาหลายครั้ง ก็แพ้มันทุกทีเลย หลังอยากนั้นผมก็ลองทำวิธีใหม่ สบายและเป็นที่ผมชอบ เป็นบุคลิคประจำตัวของผมอยู่แล้ว ผมจะไม่นั่งสมาธิเพราะปกติก็ไม่ชอบนั้งนอกจากการนั่งทำงานเท่านั้น ใช้วิธิที่ผมชอบคือนอน เวลาอยู่บ้านผมจะนอนดูทีวี นอนพูดจากับเพื่อนๆ ไม่ค่อยนั่งนะครับ นั่งไม่นานก็นอนเป็นอัติโนมัติของมันเลย พอนั่งโชวฟาเผลอหน่อยก็นอนไปแล้ว เลยใช้วิธีนอนสมาธิแทนรู้สึกได้ผลครับ มันเกิดสมาธิได้ หลังจากการนั่งแทบไม่ได้ผลอะไรเลยนอกจากปวดขาแทบตาย
นอนภาวนานับลมหายใจเข้าออกไปเรื่อย พอจิตสงบปุ๊บก็มีอาการตึงๆ เมือนจิตจะหลุด มันรู้เอง ทุกครั้งที่จะหลุดมันเหมือนอาการเดิม พอปล่อยมันก็พุ่งออกไปเลย ครั้งแรกๆ ที่เริ่มมีจิตทีสงบ หูแว่ว ได้ยินเสียงดั่งสนั่น ระงม ทั้งเสียงคน เสียงสัตว์ ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องสมาธิก็คลายเสียก่อน (เพราะตกใจ)หลังมาก็เริ่มชินกับอาการที่เหมือนจิตหลุด(ผมเองไม่แน่ใจนะว่ามันถอดออกไปจริงหรือเป็นการปรุงแต่งของจิตตเหมือนอาจารย์หลายจสำนักที่อ่านในหนังสือเขาบอกให้ว่าอย่าไปสนใจที่ไปรู้หรือไปเห็นอะไรมาอย่างส่งจิตออกนอก แต่ผมอยากออกเพราะมันสนุกดี เพราะผมฝึกใหม่ๆและก็อยากได้ประสบการณ์ทางจิต จะจริงหรือไม่ก็สนุกดี ได้พบได้คุยกับคนแปลกหน้า เหมือนว่าพุ่งไปได้ดั่งใจปรารถนา สมปรารถนาบ้าง ไม่สมปราถนาบ้าง อย่างเช่น ครั้งแรก ผมต้องการไปหาพุทธเจ้า ว่าท่านจะมีอยู่จริงหรือเปล่า ใจคิดอย่างนั้น จิตก็พุ่งตรงไปตามถนนในป่าข้างเหมือนมีหญ้าเขียวๆ รอบถนนเป็นถนนดินลูกรังบางทานอาจไม่รู้ดินลูกรังเป็นถนนที่ยังไม่ลาดยางนะครับ คิดว่าน่าจะเป็นชนบท พอจิตเราหลุดก็พุ่งปรื้ดไปที่ใครคนหนึ่งซึ่งจิตผมเองเห็นแค่ช่วงหัวคือเห็นแค่ใบหน้าท่านคนนั้นเท่านั้นเอง (คงเป็นเพราะการฝึกฝนมาน้อยพอจิตนิ่งผมก็ออกไปเลยทำให้เห็นไม่ชัด)ท่านเองนั้นก็รู้นะว่าผมมาแต่ไม่พูดอะไร ผมก็กลับเข้าร่างเหมือนว่าสมาธิคลายเราก็กลับเองอัติโนมัตฺเหมือนเราฝันแล้วตื่นยังงั้นแหละ แต่มันเกิดขึ้นขณะที่เราไม่ได้หลับ แค่สงบ หูเรายังได้ยินอยู่ เสียงทีวีที่เปิดไว้ก็ได้ยิน ใครคุยกันเราก็ได้ยินหมด (ผมนอนภาวนามีพี่นอนดูทีวีอยู่นะครับ) อีกครั้งผมนอนภาวนารู้ว่าจิตจะหลุดผมเลยปล่อยพอออกมาผมก็คิดจะไปหาพุทธเจ้าอีก แต่ครวนี้มันตรงออกค้างหลังห้อง(ที่พักผมเป็นคอนโดรู้สึกว่าตอนนี้เหมือนเป็นรูปร่างของเราลอยออกไปด้านหลังไม่เร็วเหมือนครั้งแรก และมีความรู้สึกเต็มที่เหมือนมันชัดกว่าเดิมคือมีการออกจากร่างและก็มองดูร่างตัวเองเห็นนอนอยู่น่าเกลียดทีเดียว เพราะผมอ้วนไม่หล่อ ไม่ค่อยชอบร่างกายตัวเองอยู่แล้วมองดูแค่แป๊บเดียวผมก็ลอยออกไปพร้อมกับความขี้สงสัยทำให้พลังจิตต่ำไม่ค่อยมีแรงไม่พุ่งไปเหมือนครั้งแรก แต่ชัดเจนกว่าในรายละเอียดของภาพ ผมเหมือนว่าตัวเองจะติดผนังห้องของตัวเอง แต่พอนึกดูอีกก็รู้ว่าเราเป็นเพียงจิตหรือกายทิพย์ทีเขาว่ากัน ก็ลองเดินผ่านก้ผ่านไปได้ แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันมีสิ่งกีดขวางหน้าอยู่ เป็นสายไฟฟ้าหรือต้นไม้ทีอยู่ด้านหลังคอนโดผมเอง สายไฟมันเยอะเต็มไปหมดต้นไม้สูงๆ ด้วย ความรู้สึกวุ่นวายเกิดขึ้นในใจตัวเอง เพราะมัวคิดว่าเราเป็นร่างหยาบอยู่ผมเอามือปัดสายไฟใจก็คิดว่ามันเก๊ะกะจริงโว้ย คิดสับสนพลังก็น้อย แต่พอนึกได้ก็ตั้งจิตใหม่ รู้สึกว่าจิตพุ่งตรงไปเร็วเหมือนดาวตกยังงั้นแหละครับ แต่ไม่ใช่ว่าคิดปุ๊บเห็นปั๊บเหมือนคนอื่นๆ บางคนที่เขาเล่านะครับผมแตกต่างจากเขาค่อนข้างมาก พอพุ่งมาก็มาหยุดอยู่ที่เห็นคนสองคน ก็เข้าไปคุยกับเขาเขานั่งอยู่ที่เก้าอี้เหมือนรอเราอยู่แล้วหรือเราต้องการตรงมาหาเขาอย่างนั้นแหละ(ความจริงผมต้องการพบพุทธเจ้าคงหวังสูงไปมั้งครับ)ในจิตเหมือนรู้ว่ามีคนหนึ่งเขาจะไปพูดต่อรองกับเจ้ากรรมนายเวรให้เราได้ แต่พอผมจะคุยสมาธิคลาย กลับร่างเฉยยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย อาการของเรื่องมันเหมือนกับว่าเราควบคุมมันไม่ได้ มันออกแล้วก็กลับของมันเอง
-มีอยู่อีกครั้งนะ ผมนอนภาวนา แล้วก็เปิดทีวีไว้ไม่สนใจฟังหรอกนะครับแต่พอได้ยิน ทีวีช่องไหนผมก็ไม่แน่ใจ เขาพุดเรื่องว่าประเทศลาวมีพระอรหันต์เกิดขึ้น ซึ่งท่านสำเร็จด้วยการวาดภาพ จิตต์เป็นสมาธิดีมากเลยสำเร็จเป็นพระอรหันต์เขาพูดอย่างนั้นนะ ผมได้ยินปุ๊บจิตหลุดไปเลย พุ่งตรงไปเร็วมากครั้งเดียวถึงเลย มันบอกว่าถึงแล้วและก็มองไปตรงหน้า มองเห็นแสงสว่างจากองค์พระหรือตัวคนไม่ทราบนะครับเพราะไม่ชัดเจนมากหนัก มีรัสมีสว่างสีเหลืองรอบตัวพุ่งเข้าตาเราสว่างพอประมาณว่าแสงรอบตัวท่านนั้นแหละเลยมองไม่ชัดแต่ก็ตั้งจิตให้แน่วแน่อีกทีแล้วมองก็ชัดขึ้นเล็กน้อย ท่านทราบนะว่าเรามา แต่ท่านก็ไม่พูดอะไร ใจก็กลัวว่าเขาจะว่าเราหรือเปล่าทีมาไม่ได้รับอนุญาติ ก็เลยกราบท่านมองเห็นร่างเราก้มกราบแล้วเราก็คลานวนทางขวาออกมาจิตก็กลับมาห้องแต่เข้าร่างไม่ได้ง่าย มันเกิดความลังเลสงสัยขึ้นมาเฉยเลย ว่ามันร่างเราหรือเปล่าไม่รู้เป็นไงมันก็เลยเข้าลำบาก เหมือนว่ามองไม่เห็นแล้วได้แต่เอามือคลำไปเจอแขนตัวเอง แล้วก็เข้าได้ แต่ก่อนนั้นเราก็รู้สึกว่าเหนื่อยมาก พยามยามจะเข้าร่างมันก้อเข้าไม่ได้ ก็ไปทางพี่เขยก็เห็นเขานอนอยู่ แต่เราเคยมองดูพี่สาวเรานะ มองเห็นทะลุราวกั้นเห็นมีรัสมีสีเหลืองคุมร่างอยู่ เราไม่เข้าใจว่าแสงนั้นมีความหมายยังไง แต่ก็แปลกเราลองมองดูพี่เขยกับเห็นร่างนอนธรรมดา
พอเข้าได้เรามีอาการเหนือยมากเหมือนกันเหมือนว่าเราใช้พลังไปมากอย่างนั้นแหละ หลังจากนั้นเราก็ถอดเล่นของเราหลายครั้งนะ เป็นงานหลักของเราเลย หากว่านอนสมาธิแล้วจะถอดได้ เราไม่เคยนั้งอีกเลย นั่งพอสมควรแล้วก็นอนส่วนตัวเราคิดว่าหากจะนั่งก็คงได้เหมือนกันแต่มันจะทรมาณจาการนั่งสงบได้ช้ากว่าการที่เรานอน เลยกลายเป็นเคล็ดลับส่วนตัวของเราไปเลย และผมเองมีความรู้ขึ้นมาอีกอย่าง เวลาตื่นนอนใหม่ๆ ก็ทำได้ง่ายกว่าก่อนนอนภาวนาอีกนะ
รู้สึกออกได้เร็ว สงบเร็วค้นพบโดยบังเอิญพอเราตื่นนอนเราก็ภาวนาต่ออีกมันสงบเร็ว ดี เหมือนมีภาพวงกลมมีสีขาวพอเราเอาจิตไปจับปุ๊บจิตหลุดออกได้เลย ง่ายดีกว่านอนภาวนาอีก จนบางทีเราไม่อยากเชื้อตัวเองว่ามันเป็นอาการของการถอดจิตหรือเปล่า รู้สึกว่าเดียวนี้มันง่ายกว่าเดิมเยอะเมื่อก่อนเพื่อที่เราจะถอดจิตออกให้ได้ เรานอนภาวนาเป็นวันเป็นคืน เพราะสมาธิเราน้อยพอนอนไปก็พลิกบ่อย เลยเกิดอยากนะครับ แต่อาศัยความอดทนทำบ่อย ๆ ทำทั้งวันที่ตึกได้ นึกได้ก็นับลมหายใจอยู่อย่างนั้นเผลอไปก็ดึงเข้ามาใหม่กว่าจะได้ก็ต้องอดทน บางทีเราก็คิดว่าเราจะทำไปทำไมนะเนี้ย บอกกับตัวเอง บางทีมันจะหลุดเราก็ไม่ปล่อยดึงกลับ นึกถึงคำภาวนาของเรามันก็ไม่ออก รู้สึกเบาสบาย เหมือนตัวจะลอย คงเป็นสมาธิขั้นอุปปจาระสมาะละมังเเพราะอ่านเจอในตำราอย่างนั้น
พระที่12
30-08-2008, 07:20 PM
ต้นเดือนเมษายน
ผมก็นั่งและนอนภาวนาอยู่นานแล้วก็ถอดจิตออกจากร่างครั้งนี้ คือลุกออกมาจากร่้างแล้วก็สวดมนต์ต่อ
พอถอดจิตลุกออกมาจากร่างมองอะไรไม่ค่อยเห้นแต่รู้ว่ากายทิพย์หลุดออกมาเรากำลังเดินอยู่ข้างๆกายเรากำลังเดินอยู่ในห้องนอนตัวเอง
ผมก้เลยสวดมนต์เพื่อเร่งสมาธิให้มองเห้น ตอนนี้ก็มองเห้นได้แต่มือที่กำลังพนมอยู่ สวดแบบไม่ได้ตั้งใจให้มั่นและไม่ได้ใส่ศรัทธามาก ผลเลยไม่ค่อยเกิด
ผลการสวดมนต์อยู่ที่กำลังจิตของเรา สักพักจิตก็เข้าร่่าง
จากการทดลองหลายๆครั้ง สวดมนต์ระหว่างถอดจิต พบว่า ผลการสวดมนต์อยู่ที่กำลังจิตของเรา ถ้าตอนไหนสวดแบบใส่ศรัทธาไปเต็มกำลังจิต นั่นผลจะออกมา
ถ้าสวดแบบไม่เต็มกำลังจิต ผลไม่ค่อยออก
http://www.larnbuddhism.com/tripitaka/prawinai/002.JPG
http://www.gmwebsite.com/upload/phuttawong.net/webboard/925m(3).gifเพียงคุณเพิ่มเงือนใขเกี่ยวกับการเจริญพุทธานุสติวิธีใดวิธีหนึ่ง ทิพยจักษุจะแจ่มใสได้จริง ๆ
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.