PDA

View Full Version : บันทึกการทดลอง กสินไฟ-แสงสว่าง ออกจากมือ, 28 มีนาคม 2549


WebSnow
29-03-2006, 12:58 AM
บันทึกการทดลอง
28 มีนาคม 2549

ทดลองกสินไฟ ในความฝัน

เนรมิตไฟไว้ที่ฝ่ามือขวา โดยนึกถึงเปลวไฟให้ลุกขึ้นที่ฝ่ามือ ไฟก็ลุกขึ้นบนฝ่ามือ....รู้สึกว่าร้อนมือ จึงกำหนดให้ไฟไม่ร้อนมาก.....
ไฟลุกขึ้นมาที่มือเป็นแปลวไฟ มีแสงสว่างและร้อน
มีแสงสว่างรอบๆ มีคุณสมบัติแบบไฟ....

ต่อมาก็กำหนดให้แสงสว่างออกจากมือข้างซ้าย พุ่งออกเป็นลำยาว
เทียบกับมือสองข้าง


ข้อคิดที่ได้ตอนนั้น คือ

ถ้าจะให้แสงสว่างส่องทางควรใช้ กสินแสงสว่าง
ส่วนกสินไฟจะส่องได้ระยะใกล้ๆ กสินไฟสามารถกำหนดให้ร้อนหรือไม่ร้อนได้

toonspear12
01-06-2006, 03:56 PM
สวัสดีครับ

ผมอยากรู้ว่าการฝึกกสินนี่

จะฝึกได้จะต้องได้ญาณระดับ 4 ก่อนหรือครับ

มหัศฤทธิ์
04-06-2006, 05:32 PM
ถ้าจะให้ sure ต้องได้ฌาน 4 และฝึกให้เป็นวสี(ความชำนาญ)ด้วย

toplus99
14-06-2006, 06:37 PM
มิฉะนั้น ท่านจะปวดหัวตัวร้อน วูบวาบ สมองมึนงง อ่อนเพลีย คล้ายเป็นไข้ หงุดหงิดง่าย หรือมีอาการหดหู่ บางครั้งอาจอาการเหมือนลูกตาจะหลุดออกจากเบ้าตา มาร่วมแจมด้วย หรืออาจตาพล่าไปเฉยๆ หรืออาจมองเห็นแสงอะไรเป็นสีรุ้งหมด แก้ไขโดยการกำหนดลมหายใจเข้าฌาน สี่ หลบอาการ แล้วหันมาเพ่งน้ำดึงพลังจากน้ำ ที่ฌาณ 2 มารักษาความสมดุลย์ ...ว่ากันไปตามเรื่องตามราว

aonwit01
29-06-2006, 05:20 PM
ผมก็กำหนดจิตว่ามีไฟลุกที่มือ แต่มันไม่มีอะไรเลย หรือว่าบุญไม่พอหว่า

sssam
06-07-2006, 10:12 PM
ผมเคยฝึกกสินไฟ โดยเริ่มจากการนั่งในห้องมืดๆ แล้วจุดเทียนตั้งไว้ เพ่งไปที่เทียนพร้อมกับภาวนา จนกระทั้งเกิดสมาธิ จากนั้นเพ่งและกำหนดให้เปลวเทียน เอียงไปทางซ้าย ให้เอียงไปทางขวาได้ตามต้องการ พบว่าจะทำให้เกิดสมาธิได้เร็วมาก จากนั้นมีอีกหลายขั้นตอนที่ต้องฝึกแต่ครูบาอาจารย์ห้ามเปิดเผย นอกจากท่านอาจารย์จะเป็นผู้พิจารณาสอนให้ด้วยตนเอง
ในขั้นสุดท้าย ท่านสามารถเพ่งไปที่กระดาษและทำให้ไฟลุกได้ เรียกว่าจุดไฟทิพย์ สำหรับนำไปใช้ในพิธีสำคัญๆ ปัจจุบันเรามักเห็นการจุดไฟด้วยเล็นซ์จากการรวมแสงจากดวงอาทิตย์แทน ง่ายสดวกดีแต่พลังความศักดิ์สิทธิจะเท่ากันหรือไม่

นำมาเล่าสู่กันฟังว่ายังมี เรื่องแปลกๆอีกมากในการฝึกกสิน

kontatip
10-07-2006, 05:57 PM
เคยฝึกใช้เนตรจ้องไปที่ไฟแล้วมานลุกขึ้น ไปซ้าย-ขวาได้ตามต้องการ ลมก็เคยทามได้บังคับให้มานพัดหรือหยุดได้ แต่บางครั้งมสนก็ม่ายฟัง

~๐ปาฏิหาริย์๐~
30-07-2007, 11:35 AM
ผมได้ก่อนฝึกครับ
แล้วก็ฝึกฝึกนู่นนิดนี่หน่อยเดี๋ยวฝึกลม เดี๋ยวน้ำ เดี๋ยวไป ไฟ เดี๋ยว แดง เจออันไหนเพ่งอันนั้น แต่ปรับอารมณ์เอาครับ ใครที่ไม่รู้ว่าได้มาก่อน ลองทีละอย่างนะครับ
ไอ้ผมมันคยบ้าบิ่น เอามันหมดแหละ แล้วมันก็ได้เอง แต่เหนื่อยหน่อยนะ ต้องหลบๆซ่อน
เดี๋ยวคนที่เขาไม่รู้ จะว่าเราบ้า (ถ้าฝึกอย่างผมนะ) ถ้าฝึกแบบระเบียบ เอามานั่งเพ่งก็ตามสบาย แล้วว่างๆจะมาเล่าประสบการณ์

ดาราจักร
10-08-2007, 06:04 PM
สอนมั่งสิครับ ผมก็อยากทำได้บ้าง

chanoknon
19-10-2007, 02:43 AM
ผมอยากฝึกแบบคุณเว๊ปมาสเตอร์วีระชัยมั่งครับ

ขอให้คุณเว๊ปมาสเตอร์วีระชัยผู้ปฎิบัติดีปฎิบัติชอบเข้าถึงพระนิพพานในชาติปัจจุบันด้วยเถิดสาธุ

yokine
05-11-2007, 06:16 PM
แหะๆ อยากเห็นจังครับตอนทำอ่ะ จะได้เป็นแรงบัณดาลใจ ไว้ฝึกต่อไปน่ะครับ ^^

องคต
08-11-2007, 07:56 PM
ธาตุใครธาตุมันหรือป่าว?

จิตปิติ
11-11-2007, 12:20 PM
การฝึกกสินต้องฝึกกสินที่เราชอบและฝึกให้ได้ไปทีละอย่างครับ


(b-smile)[b-wai](b-evil2)[b-wai](b-smile)

WebSnow
11-11-2007, 12:27 PM
ผมอยากฝึกแบบคุณเว๊ปมาสเตอร์วีระชัยมั่งครับ

ขอให้คุณเว๊ปมาสเตอร์วีระชัยผู้ปฎิบัติดีปฎิบัติชอบเข้าถึงพระนิพพานในชาติปัจจุบันด้วยเถิดสาธุ

ขอบคุณสำหรับคำอวยพร ผมปราถนาพุทธภูมิครับ

CrazyD
28-11-2007, 10:12 AM
เรื่องอื่นไม่ทราบครับ ยังไงก็ขอบคุณทุกท่านที่สร้าง web นี้ขึ้นมาเพื่อประโยชน์แก่ พุทธบริษัท ครับ

Innocent Child
09-01-2008, 05:36 PM
ถ้ามีแต่คนฝึกยังงี้ แล้วทำไมไม่เห็นซักคนเลยนี้ครับ คนที่เขาทำได้เขาไม่เปิดเผยตัวหรือป่าวครับ

คุณ วัชรพงษ์
20-03-2008, 10:39 AM
กสิณที่ชำนาญ สามารถที่จะทำให้คนอื่นเห็นได้ กสิณในความฝันเป็นเพียงจิตรปรุงแต่ง

คุณ วัชรพงษ์
20-03-2008, 01:18 PM
การเพ่งเทียน ไม่ใช่เตโชกสิณ//////การเพ่งกสิณที่มีผู้เข้าใจผิดมากที่สุดก็คือการเพ่งเทียนโดยคิดว่าการเพ่งเทียนคือการเพ่งกสิณไฟ โดยจุดเทียนขึ้นมาแล้วนั่งเพ่งไปจนเทียนดับ การเพ่งเทียนแบบนี้ถือว่าเป็นกสิณโทษ เพ่งไปก็ไม่เกิดประโยชน์ และเสียเวลา ไม่ใช่วิธีเพ่งกสิณไฟที่ถูกต้อง
สาเหตุที่การเพ่งเทียนเป็นกสิณโทษนั้น เพราะเมื่อจุดเทียนขึ้นมา ความสว่างของแสงเทียนจะกระจายไปทั่วบริเวณห้อง เวลาเพ่งเปลวเทียนสายตาจะมองเห็นแสงสว่างทั่วบริเวณที่รัศมีแสงเทียนนั้นกระจายไปถึงเปลวเทียนนั้นจะมีรัศมีไม่จำกัด ไม่มีขอบเขต และที่สำคัญคือเวลาเพ่งมองจะเห็นต้นเทียนและน้ำตาเทียนไปด้วย ทำให้อารมณ์ไม่เป็นหนึ่งเดียว
การเพ่งกสิณไฟที่ถูกต้องตามที่กล่าวไว้ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคมีวิธีทำดังนี้
๑. ก่อไฟกองใหญ่พอประมาณ
๒. หาแผ่นกระดาน หรือ เสื่อลำแพนมาปิดบังกองไฟนั้น
๓. เจาะรูให้เป็นวงกลมที่แผ่นกระดาษนั้น ความกว้างเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑ คืบ ๔ นิ้ว แล้วตั้งแผ่นกระดานที่เจาะรูเป็นวงกลมนั้น บังกองไฟให้มองเห็นเปลวที่ลุกไหม้ แล้วนั่งเพ่งเปลวไฟนั้นด้วยวิธีการเพ่งและหลับตาพร้อมบริกรรมภาวนาว่า เตโช ๆ ๆ หรือไฟ ๆ ๆ... ดังนี้เรื่อยไป โดยเพ่งเฉพาะเปลวไฟ ไม่ต้องใส่ใจว่ามันเป็นสีอะไร หรืออาการอื่น เช่น ร้อนเป็นต้น
การนำเอาแผ่นกระดานเจาะรูเป็นวงกลมมาปิดกองไฟก็เพื่อทำให้กสิณหรือแสงไฟมีขอบเขตจำกัด(ปริจฉินทมณฑล) เพื่อจะเพ่งไฟได้อย่างมีจุดหมาย หรือมีดวงกสิณที่ชัดเจนและจะไม่ทำให้เห็นดุ้นฟืน ขี้เถ้า และควันไฟ ซึ่งเป็นกสิณโทษ ส่วนการเพ่งเทียนหรือเพ่งกองไฟที่ไม่ได้ตบแต่งตามวิธีที่กล่าวนี้ ถือว่าเป็นกสิณโทษทั้งหมด ที่มา/ดร.จรูญ วรรณกสิณานนท์ (การเพ่งกสิณก็สามารถบรรลุธรรมขั้นสูงได้) กสิณเป็นกรรมฐานอันดับหนึ่งในพระพุทธศาสนา

คุณ วัชรพงษ์
20-03-2008, 01:24 PM
สวัสดีครับ

ผมอยากรู้ว่าการฝึกกสินนี่

จะฝึกได้จะต้องได้ญาณระดับ 4 ก่อนหรือครับ

///ไม่จำเป็นครับ การฝึกกสิณก็เป็นการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง///

นักรบธรรม
20-03-2008, 01:28 PM
แล้วถ้าเพ่งแก๊สแทนได้ใหมต้องใช้เยอะหรือเปล่า เพราะถ้าก่อไฟ ใครจะคอยใส่ฟืนครับ หาคนมานั่งใส่ฟืนให้เหรอ นั่งนานเท่าไรดี 1 หรือ 3 ชั่วโมงดีครับ

คุณ วัชรพงษ์
20-03-2008, 01:35 PM
แล้วถ้าเพ่งแก๊สแทนได้ใหมต้องใช้เยอะหรือเปล่า เพราะถ้าก่อไฟ ใครจะคอยใส่ฟืนครับ หาคนมานั่งใส่ฟืนให้เหรอ นั่งนานเท่าไรดี 1 หรือ 3 ชั่วโมงดีครับ

แก๊สมีเปลวสูงเหมือนกองไฟมั้ยล่ะ การเพ่งไม่ใช่ว่าเราจะนั่งมองไฟตลอด เราทำเพียงให้เกิดสัญญา การนั่งครั้งต่อไปเราก็ไม่ต้องก่อไฟอีกหากเรากำหนดจิตรให้เห็นเปลวไฟที่เราเคยเพ่งไว้แล้ว ถ้าจะทำที่ง่ายกว่านี้ก็เพ่งกสิณสีนะ

BEST2822
04-04-2008, 02:29 PM
วิธีการเพ่งกสิณ
The way to Gaze at Kasina
เนื่องจากการทำสมาธิด้วยวิธีเพ่งกสิณนี้ เป็นวิธีฝึกจิตด้วยการมองวัตถุเพื่อทำจิตให้นิ่งอยู่กับสิ่งที่มองนั้น ดังนั้นแผ่นกสิณกับตำแหน่งที่วางแผ่นกสิณจะต้องปราศจากสิ่งที่จะมารบกวนสายตาในเวลาเพ่งกสิณ เพื่อให้จำเฉพาะภาพกสิณที่เราต้องการ ไม่มีสิ่งอื่นติดมาในนิมิตด้วย
วิธีเตรียมสถานที่สำหรับจะทำสมาธิด้วยวิธีเพ่งกสิณนี้ อันดับแรกจะต้องหาแผ่นกสิณที่จะเพ่งมาได้เสียก่อน (ปัจจุบันมีจำหน่ายแล้ว) พร้อมกับหาสถานที่เหมาะๆ ในการทำสมาธิ แล้วตั้งจิตเป็นกุศลพร้อมกับกล่าวคำสมาทานกสิณเสียก่อนแล้วจึงทำการเพ่ง หรือ ตามแต่สะดวกอาจจะไม่กล่าวก็ได้
ในการเพ่งกสิณนั้น มีวิธีการที่จะต้องปฏิบัติเกี่ยวกับกสิณและวิธีการเพ่งแบบง่ายๆ ดังนี้
1.หาสถานที่ตั้งต้องเป็นผนังว่างๆ ไม่มีสิ่งอื่นปะปนอยู่ด้วย (ห้ามตั้งหน้าโต๊ะหมู่หรือผนังห้องที่มีรูปภาพอื่นๆ รวมอยู่ด้วย เพราะภาพอื่นๆ จะปรากฏเห็นในนิมิตด้วย)
2.ตั้งแผ่นกสิณให้ห่างจากตัวผู้เพ่งประมาณ 1 เมตร 10 เซนติเมตร หรือ 2 ศอกกับ 1 คืบ หรือวัดง่ายๆ ด้วยการนั่งตัวตรงด้านหน้าแผ่นกสิณแล้วยื่นมือเหยียดตรงออกไปไม่ถึงแผ่นกสิณประมาณ 1 คืบ เท่านี้ก็ได้ระยะที่พอดีแล้ว
3.ตั้งไว้แผ่นกสิณไว้สูงในระดับสายตาของเราพอดี (เท่าขาตั้งแผ่นกสิณจริงที่ทำให้สำเร็จรูปแล้วในชุดกสิณ)
4.ถ้าตั้งแผ่นกสิณชิดฝาผนังเกินไป เวลาเปิดไฟเพ่งในตอนกลางคืนจะทำให้มีเงาแสงไฟรอบๆ แผ่นกสิณ ให้ขยับแผ่นกสิณออกห่างจากฝาผนังนั้นจนไม่มีเงาแสงไฟ
5.ถ้ามีแสงสะท้อนบริเวณแผ่นกสิณ ให้ปรับหน้าแผ่นกสิณออกจากแสงสะท้อนนั้น
6.เริ่มเพ่งมองแผ่นกสิณ ณ ตรงจุดกึ่งกลางของแผ่น โดยใช้เวลาในการมองแต่ละครั้งประมาณ 10 - 15 วินาที (นานสุดไม่ควรเกิน 1 นาที) แล้วหลับตาลงเพื่อให้ภาพกสิณติดตา
7.ใช้เวลาหลับตาประมาณ 5 - 10 วินาที เพื่อดูภาพกสิณที่ติดตา ซึ่งจะปรากฏขึ้นมาให้เห็นในเวลาหลับตา เมื่อภาพนั้นหายไปให้ลืมตาขึ้นมาเพ่งใหม่อีกครั้ง
8.ให้ภาวนาชื่อของแผ่นกสิณในใจไปด้วยทุกครั้งทั้งในเวลาเพ่งแผ่นกสิณ และในเวลาหลับตานึกภาพกสิณที่ติดมาในนิมิต
9.ใช้จิตนึกบังคับภาพสีที่เห็นในนิมิตนั้นให้เปลี่ยนเป็นสีเดียวกันกับแผ่นกสิณจริงที่เพ่ง เช่น เพ่งกสิณสีแดง ภาพที่ติดตามาอาจเป็นสีเขียว แต่ในใจให้นึกบังคับภาพเขียวนั้นให้กลับเป็นสีแดงเหมือนแผ่นกสิณจริงที่เพ่ง
10.เมื่อภาพสีในนิมิต (อุคคหนิมิต)ได้กลายมาเป็นสีเหมือนกันกับกสิณจริงที่เพ่งได้แล้ว (ปฎิภาคนิมิต)ให้หยุดเพ่งแผ่นกสิณนั้น แล้วนั่งหลับตาเพ่งภาพสีในนิมิตนั้นต่อไป โดยให้ฝึกหัดบังคับให้ภาพนั้นขยายใหญ่ขึ้นหรือให้เล็กลง หรือให้ลอยไปมาตามที่จิตของเราสั่ง จึงจะถือว่าสำเร็จในการเพ่งกสิณชนิดนั้นๆ
ในการเพ่งกสิณแต่ละชนิดนั้น มีหลักการอยู่อย่างหนึ่งว่า จะต้องกล่าวคำภาวนาชื่อของกสิณตามชนิดของกสิณที่เพ่งนั้นกำกับไปด้วยทุกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้จิตกำกับอยู่กับกสิณนั้นๆ และเป็นการบังคับนิมิตกสิณให้เปลี่ยนไปเป็นสีเหมือนแผ่นกสิณที่เพ่งด้วย ถ้านั่งมองเพียงอย่างเดียวภาพนิมิตนั้นจะทรงตัวอยู่และไม่เปลี่ยนไปตามที่เราต้องการ ดังนั้น ต้องภาวนากำกับจิตไปด้วยทุกครั้งในเวลาเพ่งกสิณ โดยคำภาวนานั้นก็จะภาวนาไปตามชนิดของสีกสิณแต่ละกสิณ ดังนี้

ถ้าเพ่งกสิณสีแดง ให้ภาวนาในใจว่า โลหิตะกัง โลหิตะกัง แปลว่า สีแดง หรือ แดง แดง....(Red Red ...)
ถ้าเพ่งกสิณสีเขียว ให้ภาวนาในใจว่า นีลัง นีลัง แปลว่า สีเขียว หรือ เขียว เขียว... (Green or Blue ...)
ถ้าเพ่งกสิณสีเหลือง ให้นึกภาวนาในใจว่า ปีตะกัง ปีตะกัง แปลว่า สีเหลือง หรือ เหลือง เหลือง...(Yellow Yellow..)
ถ้าเพ่งกสิณสีขาว ให้นึกภาวนาในใจว่า โอทาตัง โอทาตัง แปลว่า สีขาว หรือ ขาว ขาว...(White White..)
คำภาวนาทั้งหมดนี้ ให้ภาวนาทุกครั้งเวลาเพ่งกสิณทั้งในเวลาเพ่งและหลับตานึกถึงภาพนิมิตกสิณ แม้ในช่วงเวลาที่เกิดภาพนิมิตกสิณขึ้นมาใจ (อุคคหนิมิต - Handle Image or Opposite Sign ) ได้แล้ว ก็ยังคงภาวนาต่อไปตามเดิมจนกว่าภาพนิมิตนั้นจะเป็นสีเหมือนกับแผ่นกสิณจริง (ปฏิภาคนิมิต นิมิต - Really Image or truthfully Sign) จึงหยุดเพ่งแผ่นกสิณ
เมื่อสามารถทำภาพสีนิมิตในใจให้เป็นสีเหมือนแผ่นกสิณจริงได้แล้ว ต่อไปให้นั่งหลับตาเพ่งภาพนิมิตในใจเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องลืมตาขึ้นมาเพ่งแผ่นกสิณอีกแล้ว เพื่อฝึกให้ภาพนิมิตนั้นขยายเล็ก ขยายใหญ่ขึ้น หรือให้ลอยไปลอยมา ให้หายไปหรือให้ปรากฏขึ้นมาใหม่ก็ได้ ให้ทำจนเกิดความชำนาญมากๆ อย่างคล่องแคล่วว่องไว นึกจะทำสมาธิครั้งใดก็ให้ปรากฏขึ้นมาได้ทันทีในเวลานั้น

อนึ่ง ถ้าภาพกสิณนั้นหายไปในขณะที่ฝึก ให้นั่งนึกดึงภาพกลับมาไปเรื่อยๆ จนกว่าภาพนั้นจะปรากฏขึ้นมาอีกแล้วให้นั่งเพ่งต่อไป แต่ถ้านึกแล้วภาพกสิณนั้นไม่กลับมาปรากฏอีกจนหมดความสามารถแล้ว ให้กลับไปนั่งเพ่งแผ่นกสิณจริงอีกครั้งหนึ่งจนสามารถดึงภาพนิมิตนั้นกลับมาปรากฏเหมือนเดิมแล้วจึงหยุดเพ่งแผ่น แล้วหันกลับมาเพ่งภาพในสัญญาต่อไป และให้ทำเหมือนเดิมกับที่กล่าวมาแล้วทุกครั้งไป

มโฆต
04-05-2008, 09:37 PM
(good) เตโชกสิน นี่ฝึกใหม่ๆ ปวดตาน่าดู มีวิธีลดอาการปวดบ้างใหมครับ

phoenix88
22-07-2008, 09:29 AM
ผมมีความเห็นว่าการฝึกแพ่งเทียนก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการทำสมาธินะครับเพราะผมคิดว่าการฝึกมีตั้ง 40 แบบ และสามารถแบ่งแยกออกได้เป็น1000 ๆวิธีได้นะครับ( เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับไม่ได้อ้างอิ้งใครนะครับ)หากมีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยด้วนนะครับ
แลกเปลียนความคิดเห้นได้ครับ น้อมรับคำแนะนำครับ

kamsajja
04-09-2008, 12:53 PM
อนุโมทนาทุกท่านครับ สาธุ กำลังหาวิธีฝึกที่ถูกต้องอยู่เหมือนกันครับ

เถ้าธุลีธรรม
08-10-2008, 10:51 PM
อนุโมทากับคุณวัชรพงษ์ ข้อความที่กล่าวถูกต้องตามตำราครับ แต่ผมสงสัยว่ากสิณอันใหนที่ง่ายที่สุดครับ พยายามจะฝึกแต่สถานที่ โอกาสไม่อำนวยครับ

มนตรา_นาคี
22-10-2008, 07:49 PM
อยากฝึกค่ะ

วิษณุ12
26-10-2008, 03:50 PM
กสิณที่ปลอดภัยที่สุดคือ เพ่งแสงสว่าง
อันตาทิพ เกิดได้ถ้าไม่กลัวผีก็อย่าฝึกเลยไม่เหมาะ เพราะตาทิพจริงๆๆจะเห็นเหมือนลืมตาเห็น จะมีภาพน่าเกลียดน่ากลัว มีผีเสื้อน้ำเป็นต้น บุคคลใดจิตใจไม่แน่วแน่เป็นบ้าได้นะ

chattrg
06-11-2008, 01:49 PM
อนุโมทนา ครับ
อยากฝึก
แต่ ยังมีมาร คือ
ไม่มีเวลา