PDA

View Full Version : จุดเริ่มต้นของ "การทำสมาธิ"


บัวใต้น้ำ
29-09-2004, 03:54 AM
- ความตั้งใจ -

ก่อนเราจะเริ่มต้นทำอะไรสักอย่าง ต้องถามตัวเราเองก่อนว่าเรามีความตั้งใจไหม? มีศรัทธาคือความเชื่อมั่นไหม? ถ้ามี 2 อย่างนี้ ถือว่าการทำสมาธิบรรลุความในใจไปขั้นหนึ่งแล้ว

ความตั้งใจถ้าจะให้ขยายความหมายให้ชัดเจนก็คือ "อิทธิบาท๔"

ฉันทะ ความพอใจ คือ ความต้องการที่จะทำ ใฝ่ใจรักการทำสมาธิอยู่เสมอและ ปรารถนาจะทำให้ได้ผลดียิ่งๆขึ้นไป

วิริยะ ความเพียร คือ ขยันหมั่นประกอบสิ่งนั้นด้วยความพยายาม
แข็งขัน อดทน เอาธุระไม่ท้อถอย

จิตตะ ความคิดสนใจ คือ ตั้งจิตรับรุ้ในสิ่งที่ทำและทำสิ่งนั้นด้วยความคิด เอาใจฝักใฝ่ ไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านเลื่อนลอยไป

วิมังสา ความคิดลึก คือ ความไตร่ตรอง หรือทดลอง หมั่นใช่้ปัญญาพิจารณา ใคร่ครว_ตรวจหาเหตุผล และตรวจสอบข้อยิ่งหย่อนในสิ่งทีทำนั้น มีการวางแผน วัดผล และค้นคิดวิธีการแก้ไข ปรับปรุึงเป็นต้น

บัวใต้น้ำ
29-09-2004, 04:11 AM
- การวางใจ -

เมื่อเราเริ่มต้นด้วยความตั้งใจแล้ว ขั้นต่อไปคือต้องรุ้ว่าเรื่องการวางใจ

ใจหรืว"ตัวรู้" ถ้าเราไม่รู้ใจก็จะวางใจไม่ถูก การทำสมาธิก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ ดังนั้นการวางตัวรู้จึงมีความสำคัญในการวางใจเพื่อให้เกิดระบบ

เหมือนการเรียงลำดับแถวทหารนับว่ามีความสำคัต่อกองทัพ ดังนั้นการเรียงลำดับการดำเนินจิตก็นับว่ามีความสำคัญต่อสมาธิ ทั้งนี้เพราะขณะที่วางใจจะเป็นเรื่องของนามธรรม มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ด้วยเหตุดังกล่าวจึงต้องใช้สัญญกำหนดขึ้นมา หรืออาจจะเรียกว่าการสร้างภาพ

แต่การกำหนดบริกรรมภาวนาหรือสร้างภาพ ต้องทราบก่อนว่า มันคือการที่เราสมมุติขึ้นมา ยังไม่ใช่ของจริง ต่้อมาจิตได้กำหนดลงตรงนั้นมากขึ้นจนเป็นของจริง

สำหรับมือใหม่ คำภาวนาถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการวางใจของนักปฏิบัติสมาธิ
และการวางจิตในเบื้องต้นต้องมีการใช้ฐาน ซึ่งหมายถึงที่ตั้งจิตไว้ ณ ที่ใดที่นึงเรียกว่าที่ตั้งของจิต อาจจะวางไว้ที่หน้าผาก ก็จะง่ายดีเพราะรู้สึกว่าพอหลับตา จิต(ตัวรู้) ก็อยู่ข้างหน้าของเราแล้ว หรือจะวางไว้ที่ปลายจมูกก็ย่อมได้ หรือวางไว้ในจุดหลักๆที่เราถนัด

ความชำนาญเรื่องจุดที่ตั้งมีความสำคัญสำหรับผู้ที่จะเข้าฌาณ เมื่อกำหนดจิตรู้อยู่เฉพาะแล้ว ณ ที่จุดนั้น ท่านผู้รู้จะสามารถเข้าฌาณได้ด้วยความชำนาญ ด้วยการนึกรู้จุดทันที ณ เสี้ยววินาทีเท่านั้น

บัวใต้น้ำ
29-09-2004, 04:21 AM
- การบริกรรม -

คำบริกรรม คือ วิธีการทำให้ใจนิ่ง เมื่อใจมาจดจ่อกับคำบริกรรมถือว่าประสบความสำเร็จไปแล้วขั้นหนึ่ง เพราะว่าการที่จิตจะมาอยู่ที่คำบริกรรมได้ต้องอาศัยวันและเวลาพอสมควร จิตจึงมาอยุ่ทีคำบริกรรมได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ตนเองจะสามารถทราบได้ว่าคำบริกรรมเป็นผล เนื่องด้วยอารมณ์ร้อยแปดพันเก้าได้ถูกสลายตัวไปแล้ว

การบริกรรม หมายถึงการคำนึงอยู่ในใจ เรียกว่าคำบริกรรม อาจจะนึกถึง พุธโธ ,ธัมโม,สังโฆ,อะระหัง,สัมมาอะระหัง,นะมะพะธะ ฯลฯ นึกอยู่ในใจ ไม่ต้องออกเสียง เท่านี้ก็เป็นการบริกรรมภาวนา

เหตุผลที่จะต้องบริกรรม คือบุคคลทุกๆคนจะต้องมีอารมณ์ อารมณ์หมายยถึงความนึกคิดไม่มีที่สิ้นสุด ความนึกคิดนี่เองที่ทำให้มนุษย์ทุกคนต้องเกิดความสุขเป็นบางคราวและเกิดความทุกข์เป็นบางคราว ถ้าไม่มีการนึกคิดก็คือคนตาย

สาเหตุที่ต้องบริกรรม เพราะการบริกรรมคือการตัดอารมณ์อื่นทั้งหมดทิ้งเหลือเพียงอารมณ์อันเดียว แม้จะเป็นการยากแต่ก็สามารถทำได้


ข้อมูลจากหนังสือการทำสมาธิ ของหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร

Fat man
29-09-2004, 12:14 PM
ขอบคุณครับคุณบัวใต้นำ กำลังสนใจพอดี

Unregistered
30-09-2004, 07:41 AM
ขอถามนิดคะไม่เข้าใจ ว่าการการกำหนดจิตไปอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ถ้าไม่ใช่ในจุดที่คุณบอกจะเป็นไปได้ไหม? และการกำหนดจิตเอาไปไว้ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายนั้นจริงๆ ทำอย่างไร อย่างตรงกึ่งกลางของร่างกายนะคะ และเราจะรู้ได้อย่างไรว่าจิตอยู่ตรงนั้นจริงๆ

บัวใต้น้ำ
30-09-2004, 01:34 PM
Originally posted by Unregistered
ขอถามนิดคะไม่เข้าใจ ว่าการการกำหนดจิตไปอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ถ้าไม่ใช่ในจุดที่คุณบอกจะเป็นไปได้ไหม? และการกำหนดจิตเอาไปไว้ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายนั้นจริงๆ ทำอย่างไร อย่างตรงกึ่งกลางของร่างกายนะคะ และเราจะรู้ได้อย่างไรว่าจิตอยู่ตรงนั้นจริงๆ

การกำหนดจิต ไปอยู่ส่วนใดส่วนนึงของร่างกาย จริงๆแล้ว ถ้าเราชำนานก็สามารถกำหนดไปไว้ส่วนไหนของร่างกาย ตรงไหนก็ได้

แต่สำหรับมือใหม่แล้ว ควรกำหนดวางไว้ จุดที่ง่ายต่อการรับรู้น่ะครับ
ตามที่ครูบาอาจารย์รุ่นก่อนๆ ท่านคิดอุบายมา จุดหลักๆก็มี

- กลางหน้าผาก หรือ ระหว่างคิ้ว
- บริเวณใบหน้าทั้งหมด(ให้นับทั้งใบหน้าถือเป็นแค่จุดๆเดียว)
- บริเวณปลายจมูก
- บริเวณหน้าอกด้านซ้าย(หัวใจ)
- บริเวณเหนือสะดือ ขึ้นมา 2 นิ้ว


คำถามที่ว่า "เราจะรู้ได้อย่างไรว่าจิตอยู่ตรงนั้นจริงๆ? "

- ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นคุณอ่านข้อความนี้ บนจอคอมพิวเตอร์ จิตของคุณก็ถูกส่งมาอยู่ที่อักษรนี้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นการที่กำหนดจุดให้อยุ่ตามฐานของร่างกาย ก็อารมณ์เดียวกันกับการมองตัวอักษรบนจอคอมฯ เพียงแต่เราไม่ส่งจิตออกนอกกายเราน่ะครัย

เรารักษาจิตไว้กับตัวเราเอง โดยกำหนดให้มารวมตัวกัน ณ จุดใดจุดนึงของร่ายกาย เพื่อง่ายต่อการรับรู้และรับรุ้อย่างต่อเนื่องจนเป็นสมาธิ

ไตรสิกขา
28-11-2004, 12:58 PM
อนุโมทนาด้วยครับ การทำสมาธินั้นดีครับ แต่ขอเพิ่มเติมว่าครวจะดำเนินตามแนวทาง "ไตรสิกขา" ข้อปฏิบัติที่ต้องศึกษา ๓ อย่างควบคู่ไปด้วยครับ
คือ ศีล สมาธิ ปั__า

เกจิหนุ่ม
29-11-2004, 02:12 AM
(b-hmm) (b-cap)
ถ้าเหมือนการขับรถ
ผมก้อเป็นมือใหม่หัดขับ
แต่ตอนนี้เห็นรถแล้วไม่ยอมขับ(b-cry)
ถ้ามีสติจะหายใจเข้า พุทธ ออก โท
แต่นั่งสมาธินานๆผมจะนั่งสักที
กำลังใจเริ่มถดถอยลงไปทุกทีๆแล้วสิ(b-cry)

ขุนศรี1972
29-11-2004, 07:25 AM
กำลังหาจุดเริ่มต้นพอดีเลยค่ะ แต่ถ้าอยากหาความรู้เพิ่มเติมช่วยแนะนำ web ดีๆ ได้ไหมค่ะ

scorp
01-12-2004, 04:43 PM
ขอบคุณค่ะ กำลังสนใจเรื่องนี้พอดีเลยค่ะ จะลองทำดูค่ะ บางทีอาจทำให้จิตใจดีขึ้นค่ะ :p

R2D2
14-02-2005, 12:33 PM
คุณบัวใต้น้ำ

พอผมกำหนดจิตไว้ที่หว่างคิ้ว มันจะมีอาการเสียวมาก แต่พอประมาณ5นาทีผ่านไป ความรู้สึกจะหายไป เกิดเป็นนิมิตขึ้นมา แต่ไม่ชัดมากครับ

ผมไม่ทราบว่าการกำหนดจิตที่หว่างคิ้วมันมีข้อเสียอะไรบ้างหรือเปล่า เพราะว่าพอกำหนดจิตไปที่ศูนย์เหนือสะดือมันจะให้ความรู้สึกที่ว่างๆ แล้วก็ผ่อนคลาย สบายๆ

ไม่ทราบว่าจะกำหนดจิตที่ไหนดีกว่าครับ

pitsinee
14-02-2005, 11:01 PM
เคยนั่งแล้วตัวสั่นมากเหมือนคนเข้าทรง กลัวมากเหมือนกลับว่าถ้านั่งไปเรื่อยจะโยกแรงกว่านี้ ก็เลยเลิก อย่างนี้ทำยังไงดีคะ

cwyp
15-02-2005, 07:42 AM
ขอบคุณครับพี่บัวใต้น้ำ

ดาวประกาย
21-03-2005, 11:09 PM
อย่าขาดศรัทธาในตัวเอง ทุกคนสามารถทำได้ อย่าลืมว่า ถ้ามีบุญเก่าก็ง่าย
เสมือนคนที่เกิดมาเป็นลูกคนรวย ก็ไม่ต้องดิ้นรนต่อสู้มาก แต่ถ้าเราจน
เราก็คงต้อง หาหนทางต่อสู้ทุกรูปแบบ เหมือนการปฏิบัติธรรม วันนี้ เราไม่เริ่ม
พรุ่งนี้ เราไม่ทำ แล้วจะเอาอะไรมาต่อยอดละจ้ะ อยากเรียนสูงๆ อยากเป็นคนเก่ง
และฉลาด ต้องขยันหมั่นเพียรมากๆ ใช้หลักการเดียวกันจ้ะ

insanity
22-03-2005, 05:37 PM
ขอบคุณที่แนะนำ คืนนี้จะลองทำดูค่ะ

บัวใต้น้ำ
22-03-2005, 06:08 PM
อย่าขาดศรัทธาในตัวเอง ทุกคนสามารถทำได้ อย่าลืมว่า ถ้ามีบุญเก่าก็ง่าย
เสมือนคนที่เกิดมาเป็นลูกคนรวย ก็ไม่ต้องดิ้นรนต่อสู้มาก
แต่ถ้าเราจน
เราก็คงต้อง หาหนทางต่อสู้ทุกรูปแบบ เหมือนการปฏิบัติธรรม
วันนี้ เราไม่เริ่ม พรุ่งนี้ เราไม่ทำ แล้วจะเอาอะไรมาต่อยอดละจ้ะ
อยากเรียนสูงๆ อยากเป็นคนเก่ง และฉลาด ต้องขยันหมั่นเพียรมากๆ ใช้หลักการเดียวกันจ้ะ

ผมเห็นด้วยกับคำพูดข้างบนนี้น่ะครับ สัมมาสังกัปปะ หรือการดำริชอบ
คือการที่เรามุ่งมั่นในการจะทำสิ่งใดสิ่งนึงแล้ว อย่าลดความดำรินั้น
จงรักษาความตั้งใจอันนั้นไว้ แล้วทำสิ่งที่เป็นปัจจัยไปสุ่เป้าหมายนั้น
ทำให้ตรงทาง ตรวจสอบตัวเองเสมอๆ ว่าขาดตก บกพร่องอะไรไหม
ไม่ต้องไปรีบ ไปเร่ง ไปอยากอะไรเลย
ทำไปเรื่อยๆ ไม่หยุด สักวันก็ถึงเส้นชัยเอง

แคท
10-04-2005, 08:52 AM
ขอบคุณมาก ค่ะ
สำหรับ แสง สว่าง ที่คุณมอบให้ สาธุ

poysian
10-04-2005, 12:06 PM
ผมเห็นด้วยกับคำพูดข้างบนนี้น่ะครับ สัมมาสังกัปปะ หรือการดำริชอบ
คือการที่เรามุ่งมั่นในการจะทำสิ่งใดสิ่งนึงแล้ว อย่าลดความดำรินั้น
จงรักษาความตั้งใจอันนั้นไว้ แล้วทำสิ่งที่เป็นปัจจัยไปสุ่เป้าหมายนั้น
ทำให้ตรงทาง ตรวจสอบตัวเองเสมอๆ ว่าขาดตก บกพร่องอะไรไหม
ไม่ต้องไปรีบ ไปเร่ง ไปอยากอะไรเลย
ทำไปเรื่อยๆ ไม่หยุด สักวันก็ถึงเส้นชัยเอง
สาธุมากนะครับคุณบัวใต้น้ำ...2บรรทัดสุดท้ายนี้น่ะผมชอบมากๆเลยครับ

mahathat
14-04-2005, 12:50 PM
เคยนั่งแล้วตัวสั่นมากเหมือนคนเข้าทรง กลัวมากเหมือนกลับว่าถ้านั่งไปเรื่อยจะโยกแรงกว่านี้ ก็เลยเลิก อย่างนี้ทำยังไงดีคะตัวโยกเป็นอาการปีติอย่างหนึ่ง (ใน ๕ อย่าง) เป็นอาการปกติในการปฏิบัติไม่ต้องกลัว เมื่อเกิดขึ้นก็นั่งต่อไปดูมันไป ทำใจเบา ๆ ผ่านไปได้ก็จะถึงขั้นของสมาธิที่เรียกว่าสุข ถ้าเลิกซะก็จบกัน ไม่ก้าวหน้า

พฤติจิต
18-04-2005, 12:55 PM
สาธุครับผม อนุโมทนามิ

แคท
01-05-2005, 03:20 AM
สาธุ

omega
04-05-2005, 07:11 AM
ดีมากเลยครับ ว่างๆช่วยตอบกระทู้ของผมทีนะครับ (นอนไม่หลับเพราะใจมันกวน)

วิศวกรม
27-06-2005, 02:30 PM
อยู่เป็นขวัญใจคนยากต่อไปนะครับ

Vayokasinung
29-06-2005, 03:12 PM
ถ้าเราเอาจิตไว้ตรงไหน แต่ไม่ใช่จองกสิณนะ เราจะเห็นนิมิตเหรอ...
นิมิตนั้นเป็นอย่างไรครับ(b-uh)

บัวใต้น้ำ
29-06-2005, 04:36 PM
ถ้าเราเอาจิตไว้ตรงไหน แต่ไม่ใช่จองกสิณนะ เราจะเห็นนิมิตเหรอ...
นิมิตนั้นเป็นอย่างไรครับ(b-uh)

ส่วนใหญ่จะไม่เห็นนิมิตหรอกครับ
แต่เป็นอุบายของครูบาอาจารย์ ในการใช้ประโยชน์จากสมาธิ หาฐานที่มั่นในกายที่ถูกจริต
เพื่อไม่ให้ส่งจิตออกนอกกาย หลงไปกับกิเลสรอบตัวง่ายๆน่ะครับ

พอเราไม่หลงไปกับกิเลสง่ายๆ จิตใจเราก็จะซัดส่ายน้อยลง วิถีการพวกนี้เป็นการปฏิบัติ
สติ + สมาธิ แบบที่ใช้สมาธินำปัญญาน่ะครับ พอดีผมถูกฝึกมาแบบนี้เลยพอแนะนำได้นิดหน่อย
สำหรับขั้นแรกๆ
-----------------------------------------

ส่วนเรื่องของนิมิต พูดภาษาชาวบ้านเลยก็คือมี 2 ประเภทใหญ่ๆคือ

1.เกิดขึ้นเองด้วยอำนาจของสมาธิ
2.เราสร้างขึ้น หรือจินตนาการขึ้นเองจากสัญญา ซึ่งนักปฏิบัติหลายคน ติดอยุ่กับเรื่องพวกนี้โดยไม่รู้ตัวเยอะเหมือนกันน่ะครับ

KomAon11
30-07-2005, 09:28 AM
สาธุครับผม.. นานๆจะมาห้องนี้ .. เข้าแต่ห้องแชท เอิ๊ก..

จุดเริ่มต้นของการทำสมาธิ

1. มีความตั้งใจและอยากฝึกสมาธิ (ซักหน่อยน่า)
2. ศึกษาจากตำรา(มีหลายเล่ม เค้าเรียกว่าศึกษาปริยัติธรรม)
3. หาสถานที่ฝึก และเลือกเวลาที่ดีๆ(แบบนี้จะทำให้สมาธิไปได้ด้วยดี)
4. ตัดกังวล(อะไรเป็นสิ่งที่ยุ่งยากแก่ใจ ทำให้เราไม่มีสมาธิ เหนื่อยกายเหนื่อยใจ ก็วางไว้ก่อน..ชั่วคราวหรอกน่า)
5. ปฏิบัติกรรมฐานหรือสมาธิ ที่ตัวเองสนใจ และต้องการฝึก อย่างเช่น อานาปานสติ กสิณ เป็นต้น ขอแนะนำอานาปานสติว่าควรฝึกไว้อันดับแรก เพราะว่า เมื่อทำบ่อยๆแล้ว เราจับลมหายใจปุ๊ป สมาธิจะเกิดทันที ไม่ต้องตั้งท่าให้มาก .. ป๊าปเดียว เสร็จเลย .. เป็นฐานของกรรมฐานกองอื่นๆได้ดี ครับผม..
6. เมื่อปฏิบัติแล้ว ควรไต่ถาม และ ศึกษาผลการปฏิบัติกะผู้รู้ หรือ ครูอาจารย์ที่เรามั่นใจ
7. หลังจากนี้ ก็เป็นการประยุกต์ใช้ และตีแผ่ ให้เป็นวงกว้าง .. สร้างสาธารประโยชน์ให้เกิดได้อย่างมั่นคง เพราะพระธรรมของพระพุทธองค์ เป็นเกราะป้องกันความชั่วได้ดีที่สุด
..ทั้งนี้ทั้งนั้น บุคคลใดยังไม่ไปถึงซึ่งพระนิพพาน บุคคลผู้นั้นย่อมมีโอกาสวนเวียนมาเกิดใหม่ และมาปฏิบัติธรรมใหม่ให้เมื่อย และเพิ่มชาติการเกิด .. บุคคลใดเชื่อว่าธรรมของพระพุทธองค์กล่าวไว้ดีแล้ว และมีผลถึงนิพพาน บุคคลผู้นั้นควรมีพระนิพพานเป็นที่ไป เป็นเป้าหมายเป็นที่สุด

... พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ... รอพวกเรามาพิสูจน์และตีแผ่ให้เป็นวงกว้าง ว่าประเสริฐที่สุด

Rojana_3
28-11-2007, 09:12 PM
มีความสนใจเกี่ยวกับการสวดมนต์มานานมากและสวดเป็นประจำตั้งแต่ลูกยังเรียนหนังสือและขณะนี้มีลูกกันหมดแล้วก็ยังทำสมาธิไม่ได้ ได้แต่พยายามใช้จิตกำหนดไว้กับบดสวดแต่บางครั้งก็ยังวอกแวกอยู่ เพราะหาเวลาส่วนตัวไม่ได้แต่ก็พยายามเพราะมีความรู้สึกว่าถ้าได้สวดมนต์และจิตสงบจะมีความรู้สึกที่ดีมาก และตอนนี้ได้เลี้ยงหลานหาเวลายากมากแต่ก็พยายามทำ บางครั้งกำลังสวดมนต์อยู่หลานก็ตื่นร้องก็ต้องออกจากห้องพระมาอุ้มมาไกวเปลแต่ปากก็ยังสวดมนต์อยู่พยายามสวดจนจบและอย่างนี้จะได้อะไรบ้างหรือเปล่า บทสวดก็คือ ยอดพระกัณไตรปิฏก นมัสการพระรัตนไตร กราบพระรัตนตรัย บูชาพระรัตนตรัย ขอขมาพระรัตนตรัย ไตรสรนคมน์ สวดพระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ พาหุงมหากา และอิติปิโสเกินอายุ 1 จบ และสวดพระคาถาชินบัญชร ทุกอย่างที่สวดนี้ไม่ได้ดูหนังสือเลย เพราะสวดมาเกือบ 20 ปี แล้ว และไม่ยากจะเลิก เพราะคิดว่าบทสวดมนต์ที่ได้มาเป็นของที่มีค่าไม่อยากจะเริ่มต้นใหม่ แต่มันมีอุปสรรคแบบนี้เราจะทำต่อไปได้หรือไม่

Rojana_3
28-11-2007, 09:24 PM
สวดมนต์มานานมากเกือบ 20 ปีแต่หาสมาธิไม่ได้เพราะมีภาระมากมายเหลือเกิน แต่ไม่อยากละทิ้งเพราะการสวดมนต์ถ้าจิตสงบแล้วจะมีความสุขมาก และตอนนี้ได้เลี้ยงหลานด้วย กำลังสวดอยู่เดี่ยวก็ร้องก็ต้องมาอุ้มกันและพยายามสวดต่อในใจและแบบนี้จะได้อานิสงหรือไม่ บทที่ใช้สวดอยู่ก็มี พระคาถายอดพระกัณต์ไตรปิฏก บูชาพระรัตนตรัย กราบพระฯ นมัสการพระฯ ถวายพรพระ ขอขมาพระฯ พระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ พาหุงมหากา อิติปิโสเกินอายุ อุทิศใจ้กรรมนายเวร และสวดพระคาถาชินบัญชร สวดโดยไม่ได้ดูหนังสือเพราะสวดมานาน ไม่ทราบว่าถ้าทำแบบนี้ต่อไปจะเกิดผลดีหรือร้ายอย่างไร