telwada
11-01-2005, 06:49 AM
อะไรคือ ศีล สมาธิ ปัญญา
ศีล หมายถึง ความเป็นปกติแห่งวิสัยมนุษย์ ซึ่งมนุษย์ทั่วไปย่อมไม่ชอบการถูกเบียดเบียนจากผู้มีอำนาจหรือมีศักยภาพมากว่า ดังนั้นข้อศีลจึงเกิดขึ้นมา
ศีล เป็นการฝึกตนเพื่อให้เกิดธรรม หรือหากจะกล่าวในอีกแบบหนึ่งแล้วละก้อ ศีลเป็นสิ่งที่เกิดมาจากข้อธรรมะ ศีล 5 เกิดมาจาก ข้อธรรม พรหมวิหาร 4 หากปฏิบัติตามข้อศีล ธรรมพรหมวิหาร4 ก็จะเพิ่มพูนต่อผู้ปฏิบัตินั้นๆ ธรรมดาของสรรพสิ่งที่มีชีวิต ย่อมมีสภาพสภาวะจิตใจแห่งพรหมวิหาร 4 อยู่แล้วเรียกว่า พรหมวิหาร 4 เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของสรรพสิ่ง แต่การคิดพิจารณาข้อธรรมพรหมวิหาร4 นั้น ย่อมเป็นการยากต่อมนุษย์ ข้อศีล5 จึงเกิดขึ้น และเป็นการนำเอาความชอบของมนุษย์และความไม่ชอบของมนุษย์มาเป็นข้อศีล 5
การนับถือศีล 5 นั้นแท้ที่จริงแล้วมิใช่การท่องได้แต่หัวข้อศีล แต่ในทางที่ควรแล้วผู้ถือศีลควรได้คิดพิจารณาข้อศีลทุกข้อให้สัมพันธ์กัน ในขณะที่ คิดพิจารณาข้อศีลให้สัมพันธ์กัน และแยกแยะรายละเอียดข้อศีลนั้น ก็จะเกิดสมาธิขึ้น เมื่อพิจารณาอยู่เป็นนิจวันละห้านาทีหรือมากกว่าตามแต่ใครจะมีเวลาปัญญาก็จะเกิด ทำให้เกิดญาณอันนับเข้าในวิปัสสนาขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ดังนั้นการถือศีลหรือปฏิบัติตามศีลหากมีการคิดพิจารณาและประพฤติข้อศีลในทันทีที่ได้กระทบหรือสัมผัส สมาธิก็จะเกิดเพราะเราได้เอาข้อศีลเป็นข้อยึดเหนี่ยวจิตใจ ปัญญาก็จะตามมา คือจะเกิดปรีชาหยั่งรู้หรือญาณขึ้นมา
บางคนเข้าใจผิดคิดว่า ถือศีล ประพฤติตามข้อศีล แล้วนั่งสมาธิ ปัญญาจะเกิด ไม่เกิดขอรับ ลองคิดพิจารณาดูเถิด หากถือศีลแล้วไปพิจารณาแยกแยะรายละเอียดในข้อศีลให้สัมพันธ์กัน ปัญญาจะเกิดได้อย่างไร แม้จะประพฤติตามโดยถือเอาการประพฤติศีลเพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้พิจารณาทั้งก่อนที่ได้กระทบหรือสัมผัส และหลังจากได้กระทบหรือสัมผัสแล้วปัญญาจะไม่เกิดคือจะหยุดอยู่ไม่ก้าวไป
ย่อมไม่ทำให้เกิดปัญญารู้แจ้ง
ข้อศีลในระดับปุถุชนแล้วเป็นพื้นฐานที่ใช้ในการคิดพิจารณาเพื่อมุ่งสุ่ชั้นอริยะบุคคล อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งในครอบครัว ที่ทำงาน การสมาคมต่างๆได้ และหากคิดพิจารณาให้สัมพันธ์กัน ปัญญาก็จะเกิด และมีประโยชน์ต่อชนทุกชั้น ฉะนี้แล
ศีล หมายถึง ความเป็นปกติแห่งวิสัยมนุษย์ ซึ่งมนุษย์ทั่วไปย่อมไม่ชอบการถูกเบียดเบียนจากผู้มีอำนาจหรือมีศักยภาพมากว่า ดังนั้นข้อศีลจึงเกิดขึ้นมา
ศีล เป็นการฝึกตนเพื่อให้เกิดธรรม หรือหากจะกล่าวในอีกแบบหนึ่งแล้วละก้อ ศีลเป็นสิ่งที่เกิดมาจากข้อธรรมะ ศีล 5 เกิดมาจาก ข้อธรรม พรหมวิหาร 4 หากปฏิบัติตามข้อศีล ธรรมพรหมวิหาร4 ก็จะเพิ่มพูนต่อผู้ปฏิบัตินั้นๆ ธรรมดาของสรรพสิ่งที่มีชีวิต ย่อมมีสภาพสภาวะจิตใจแห่งพรหมวิหาร 4 อยู่แล้วเรียกว่า พรหมวิหาร 4 เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของสรรพสิ่ง แต่การคิดพิจารณาข้อธรรมพรหมวิหาร4 นั้น ย่อมเป็นการยากต่อมนุษย์ ข้อศีล5 จึงเกิดขึ้น และเป็นการนำเอาความชอบของมนุษย์และความไม่ชอบของมนุษย์มาเป็นข้อศีล 5
การนับถือศีล 5 นั้นแท้ที่จริงแล้วมิใช่การท่องได้แต่หัวข้อศีล แต่ในทางที่ควรแล้วผู้ถือศีลควรได้คิดพิจารณาข้อศีลทุกข้อให้สัมพันธ์กัน ในขณะที่ คิดพิจารณาข้อศีลให้สัมพันธ์กัน และแยกแยะรายละเอียดข้อศีลนั้น ก็จะเกิดสมาธิขึ้น เมื่อพิจารณาอยู่เป็นนิจวันละห้านาทีหรือมากกว่าตามแต่ใครจะมีเวลาปัญญาก็จะเกิด ทำให้เกิดญาณอันนับเข้าในวิปัสสนาขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ดังนั้นการถือศีลหรือปฏิบัติตามศีลหากมีการคิดพิจารณาและประพฤติข้อศีลในทันทีที่ได้กระทบหรือสัมผัส สมาธิก็จะเกิดเพราะเราได้เอาข้อศีลเป็นข้อยึดเหนี่ยวจิตใจ ปัญญาก็จะตามมา คือจะเกิดปรีชาหยั่งรู้หรือญาณขึ้นมา
บางคนเข้าใจผิดคิดว่า ถือศีล ประพฤติตามข้อศีล แล้วนั่งสมาธิ ปัญญาจะเกิด ไม่เกิดขอรับ ลองคิดพิจารณาดูเถิด หากถือศีลแล้วไปพิจารณาแยกแยะรายละเอียดในข้อศีลให้สัมพันธ์กัน ปัญญาจะเกิดได้อย่างไร แม้จะประพฤติตามโดยถือเอาการประพฤติศีลเพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้พิจารณาทั้งก่อนที่ได้กระทบหรือสัมผัส และหลังจากได้กระทบหรือสัมผัสแล้วปัญญาจะไม่เกิดคือจะหยุดอยู่ไม่ก้าวไป
ย่อมไม่ทำให้เกิดปัญญารู้แจ้ง
ข้อศีลในระดับปุถุชนแล้วเป็นพื้นฐานที่ใช้ในการคิดพิจารณาเพื่อมุ่งสุ่ชั้นอริยะบุคคล อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งในครอบครัว ที่ทำงาน การสมาคมต่างๆได้ และหากคิดพิจารณาให้สัมพันธ์กัน ปัญญาก็จะเกิด และมีประโยชน์ต่อชนทุกชั้น ฉะนี้แล