PDA

View Full Version : พุทธศาสนายังคงเติบโตในประเทศสหรัฐอเมริกา


zipper
28-09-2004, 05:17 PM
พุทธศาสนายังคงเติบโตในประเทศสหรัฐอเมริกา
เรื่องโดย จอร์ช โมรซินกิ , หนังสือพิมพ์มิดเดิลทาวน์เพรส สตาฟ , 5 พ.ค. 2547
แปลโดย ปิยะนุช

เมืองมิดเดิลทาวน์ รัฐโอไฮโอ (สหรัฐอเมริกา) - ในปี 1900 มีคนนับถือพุทธในสหรัฐอเมริกา 30,000 คน
แม้ว่าจะมีการนับถือพุทธศาสนาในประเทศสหรัฐอเมริกามายาวนาน
จำนวนของผู้ที่นับถือพุทธศาสนาก็เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา ในช่วงกลางทศวรรษที่ 70
มีชาวพุทธอยู่ในสหรัฐอเมริกาถึง 200,000 คน และในปี 1995 ก็เพิ่มขึ้นเป็น 1.8 ล้านคน
(อ้างตามสารานุกรมบริเตนนิกา) ) ซึ่งการเติบโตของพุทธศาสนาไม่ใช่อยู่แค่ในเมืองให_่ๆ
ของทวีปเอเชียและกลุ่มชาวอินเดียอย่างที่คนหลายๆ คนคิด
และพุทธศาสนาก็ได้เติบโตขึ้นที่เมืองมิดเดิลทาวน์นี่เช่นกัน ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย Wesleyan
ซึ่งส่วนให_่แล้วต่างเป็นชาวตะวันตก ไม่มีชาวเอเชียหรือชาวอินเดียอยู่แถวนี้เลย
ผู้ที่นับถือพุทธศาสนาในกลุ่มนี้คิดว่าความศรัทธานี้จะต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีสังคมที่เปิดกว้าง
การไม่เชื่อความจริงของศาสนา และผู้ที่ยึดมั่นในพุทธศาสนา เกล็น ลิววิส
ผู้ก่อตั้งของสมาคมศรัทธาพุทธแห่งเมืองมิดเดิลทาวน์ กล่าวว่า
"เนื่องจากประเทศของเราเปลี่ยนเป็นสังคมที่ไม่เชื่อในศาสนามากขึ้น ดังนั้น
จึงมีคนจำนวนมากขึ้นที่ถูกดึงดูดใจจากศาสนาอื่นๆ เช่นพุทธศาสนา
เพราะพวกเขาไม่ได้ถูกสั่งสอนให้ซึมซาบในลัทธิเหมือนกับเป็นเด็ก" เขายังกล่าวอีกว่า
"พวกเขากำลังมองหาบางสิ่งบางอย่างที่ไปกันได้"
บางคนอาจจะหันมาสนใจพุทธศาสนาตั้งแต่แรกเพราะคิดว่าหลายศาสนาที่มีธรรมเนียมปฏิบัติแบบเดิมๆ
และแง่มุมในการมองชีวิตอย่างทันสมัยเป็นสิ่งที่ใช้การไม่ได้อีกต่อไป
การทำสมาธิสามารถดึงดูดใจพวกเขาตั้งแต่แรกเริ่มหันมานับถือศาสนานี้
ซึ่งนับว่าเป็นวิธีปฏิบัติแบบรวมศูนย์ของพุทธศาสนา
ลิววิสเริ่มจัดตั้งสมาคมนี้ขึ้นโดยเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรและอุทิศตนให้แก่การปฏิบัติธรรม
สมาคมนี้ตั้งอยู่ในอพารต์เมนท์ที่มีคนบริจาคให้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ลิววิสกล่าวว่าสมาคมนี้มีคน 30 คนและมีรายชื่อที่จะต้องส่งไปรษณีย์ไปให้ถึง 300 คน
ตามที่ลิววิสกล่าว การเติบโตของกลุ่มนี้เกิดขึ้นมาจากคนในกลุ่มและความจริงที่ว่าพุทธศาสนาสามารถปฏิบัติได้เองที่บ้าน
เขากล่าวว่าพุทธศาสนาไม่เป็นลัทธิและสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ประจำวันได้
"พุทธแบบชินเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน" ลิววิสกล่าว "มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของพระพุทธเจ้า"
นักศึกษาของมหาวิทยาลัย Wesleyan ผู้ที่อาศัยอยู่ที่บ้านชาวพุทธในมหาวิทยาลัยพูดเช่นกันว่าพุทธศาสนานั้นสามารถนำมาใช้ได้กับชีวิตประจำวัน สำหรับพวกเขาแล้ว พุทธศาสนาเป็นเรื่องเกี่ยวกับการมองโลกในแบบที่ไม่ได้รวมศูนย์ไว้ที่ใครคนใดคนหนึ่ง
และพวกเขากล่าวว่าพุทธศาสนาเป็นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างความแตกต่างทางบวกให้แก่โลกใบนี้
พวกเขาย้ายไปที่บ้านพักในมหาวิทยาลัยในปี 2003
ภายหลังจากที่ศึกษาวิชาพุทธศาสนาและทำสมาธิในกลุ่มที่นำโดยโลโดร รินสเลอร์ เป็นเวลา 3 ปี ทุกวันนี้มีนักศึกษา 18 คนอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ซึ่งเปิดกว้างสำหรับใครก็ได้ที่ต้องการใช้เป็นที่สำหรับทำสมาธิและต้องการความสง

รินสเลอร์ ผู้ถูกเลี้ยงดูมาในบ้านพุทธหลังนี้
กล่าวว่ามีคนอีกเป็นจำนวนมากจากมหาวิทยาลัยที่มาทำสมาธิที่บ้านหลังนี้
แต่ไม่ได้ถือว่าตัวเองนับถือพุทธศาสนา คนทั่วไป เขาและนักศึกษาคนอื่นๆ กล่าวว่า
พวกเขาสามารถเป็นส่วนหนึ่งของพุทธศาสนาได้โดยไม่ต้องตีตราว่าเป็นคนที่นับถือพุทธศาสนา
"เราเห็นคนจำนวนมากมาที่นี่เพื่อมาเรียนทำสมาธิ" รินสเลอร์ นักศึกษาปี 3 วัย 21 ปีกล่าว "จากนั้น เราก็อาจจะไม่ได้ยินเรื่องราวของพวกเขาเลยอีกสองสามปีหลังจากนั้น"
นักศึกษาของมหาวิทยาลัย Wesleyan บางคนที่พักที่บ้านหลังนี้กล่าวว่า
ถึงแม้จะมีหลายคนที่เริ่มหันมานับถือพุทธศาสนาเนื่องมาจากคุณค่าทางธรรมเนียมดั้งเดิมของพวกเขาใช้การไม่ได้อีกต่อไป แต่พวกเขาก็ยังคงอยู่กับศาสนาเพราะศาสนาสามารถช่วยพวกเขาได้
"ผมไม่พอใจกับศาสนาที่ผมเติบโตขึ้นมา" ทิม ฮินเกล นักศึกษาชั้นปีที่ 2 วัย 20 ปีกล่าว "แต่พุทธศาสนาเป็นเรื่องของพันธะทั้งหมดบนโลก"
ฮินเกลกล่าวอีกว่าเขาเริ่มชื่นชอบการนำเอาไปใช้ได้จริงและวินัยของพุทธศาสนา
เขากล่าวว่าการทำสมาธิเป็นตัวอย่างว่าวิทยาศาสตร์ได้ทำให้ส่วนหนึ่งของพุทธศาสนามีเหตุมีผลสำหรับการที่มันมีประโยชน์แก่สุขภาพของคน
เบน เฟร์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 วัย 20 ปีกล่าวว่าเขาหันมานับถือพุทธศาสนาเพื่อค้นหาความสงบสุข
ถึงแม้ว่าการนับถือพุทธก็คือการผูกพันโลกด้วยความกรุณาและความเมตตา
มันยังสอนคนให้เข้าถึงความคล้องจองภายใน
เราสามารถเข้าถึงความคล้องจองภายในได้ด้วยการทำสมาธิและการเอาใจใส่ต่อโลก
"มันไม่ใช่จุดเริ่มต้นหรือจุดจบ" เฟเยอร์กล่าว
"มันเป็นการยกระดับของความเข้าใจมากกว่า"