pasaway007
12-03-2006, 03:25 PM
[b-wai] เรื่องที่ข้าพเจ้าจะเล่านี้เป็นเรื่องของคุณยายอาจารย์จันทร์ ขนนกยูงซึ่งข้าพเจ้าอ่านเจอในหนังสือเลยอยากให้ผู้คนที่ยังไม่เคยอ่านได้อ่านกันเพราะมีประโยชน์และเป็นเรื่องที่น่าเผยแพร่ให้ผู้คนได้อ่านกัน
คุณยายอาจารย์จันทรน์ ขนนกยูง ระลึกถึงพ่อที่ตายไปแล้วจึงบอก อุบาสิกาทองสุข สำแดงปั้น ซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ(ขณะนั้นยังไม่บวชชี) อุบาสิกาทมองสุขจึงแนะนำให้เข้าสทมาบัติตามแนววิชาธรรมกาย เมื่อจิตละเอียดดีแล้วก็ทำใจให้หยุดนิ่งเฉย ให้กายทุกกายซ้อนอยู่ในองค์ธรรมกาย แล้วอธิษฐานจิตขอพบพ่อ
พอเข้าธรรมกายถูกส่วน รู้สึกว่ากายเบาลอยล่องสงบอยู่ ณ ที่เวิ้งว้างเป็นทะเลเพลิงที่กำลังลุกโชติช่วง ชั่วครู่หนึ่งไฟที่กำลังโหทมอย่างร้อนแรงก็ค่อยๆมอดลง ขณะเดียวกันรัศมีของธรรมกายเปล่งสว่างจ้าเห็นสภาพต่างๆได้อย่างชัดเจน ปรากฏเห็นสิ่งมีชีวิตมากมาย รูปร่างต่างๆกัน บ้างก็เป็นสัตว์ บ้างก็เป็นคน บ้างก็ตัวเป็นคนหัวเป็นสัตว์ บ้างก็หัวเป็นคนตัวเป็นสัตว์ บ้างก็อยู่ในเครื่องทัณฑ์ทรมาน เห็นพ่อแล้วรูปร่างหน้าตาของพ่อไม่เปลี่ยนแปลงเลย แต่งตัวดูใกล้เคียงกับเมื่อเป็นมนุษย์ กางเกงขาก๊วยชุดทำนาของพ่อก็ยังสวทมอยู่ แต่พ่อดูซูบผอม ใบหน้าหมองคล้ำเหมือนคนกำลังมีความทุกข์ เมื่อพ่อเห็นลูกสาวก็วิ่งเข้ามาเกาะที่เข่าทั้งคู่
"พ่อกำลังทุกมาก พ่อตกนรกเพราะเมื่อมีชีวิตอยู่พ่อดื่มสุรามาก ซื้อสุราดื่มวันละ สิบสตางค์(สิบสตางค์สมัยนั้นซื้อสุราได้เป็นขวด)นอกจากนั้นพ่อได้เคยฆ่าสัตว์ ออกไปท้องนาก็จับกบ หอบ ปู ปลา อยู่เป็นประจำบางครั้งก็เชือดไก่ที่เลี้ยงไว้เป็นอาหาร"
เคยถามพ่อว่า พ่อฆ่าสัตว์ไม่กลัวบาปเหรอ พ่อบอกว่าฆ่าเพราะเป็นอาหารเลี้ยงชีพ ไม่ได้เอาไปค้าขายที่ไหน ถึงวันพระพ่อก็ไปทำบุญ พ่อคิดว่าบาปคงจะหายไป แต่ได้มาเห็นแล้วบาปของพ่อยังอยู่ พ่อกำลังถูกทรมานชดใช้บาป
พ่อบอกว่า "เมื่อใกล้จะละโลก พ่อเห็นนิมิตที่เคยทำบาป จิตจึงกระวนกระวายและเกาะอยู่กับนิมิตนั้น พ่อจึงถูกนำมาที่นี่"
พ่อวิงวอนขอความช่วยเหลือน้ำตานองหน้า สงสารพ่อเหลือเกินไม่รู้จะช่วยพ่ออย่างไง เปรียบเสมือนพ่อกำลังจมน้ำ ตัวเองก็ว่ายน้ำไม่เป็น ช่วยพ่อไม่ได้ จึงร้องไห้ออกมาดังๆ จนอุบาสิกาทองสุขถามขึ้นก็บอกไปตรงๆว่าพ่อกำลังตกนรกเพราะดื่มสุรา อยากจะช่วยพ่อให้พ้นทุกข์ แต่ก็จนปัญญา อุบาสิกาทองสุขแนะขณะที่ยังอยู่ในสมาธิให้อธิษฐานเรียกบุญบารมีที่ได้บรรลุถึงธรรมอาราธนาธรรมกายช่วยพ่อ คุณยายอาจารย์จึงอธิษฐานว่า "ข้าพเจ้าตั้งใจปฏิบัติธรรมโดยเอาตัวเสี่ยงชีวิตนี้ เพื่อต้องการบรรลุธรรมจะได้มาช่วยพ่อ บัดนี้ข้าพเจ้าบรรลุธรรมแล้ว ขออานุภาพพระธรรมกายจงดลบันดาล ช่วยพ่อให้พ้นทุกข์ด้วยบารมีของข้าพเจ้าเถิด"
พอขาดคำก็ได้ยินเสียงธรรมกายกังวาลก้อง บอกให้พ่อรับศีลพ่อยกมือพนมสมาทานศีลจนจบแล้ว พระธรรมกายก็ให้พ่อระลึกถึงบุญที่เคยทำไว้เมื่อยังเป็นมนุษย์ ด้วยอานุภาพของพระธรรมกายและบุญของพ่อที่เคยทำตามประสาคนบ้านนอก ทันใดนั้นกายของพ่อเบาและลอยสูงขึ้น ติมตามธรรมกายของคุณยายอาจารย์ ผ่านสวรรค์ชั้นต่างๆพ่อทำบุญไว้ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน พ่อได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มีวิมานหลังเล็กเก่าคร่ำคร่า ไม่สุกใสงดงามเหมือนวิมานของเทพองค์อื่นๆ
พระธรรมกายบอกพ่อว่า "วิมานที่ไม่สุใสเป็นเพราะขณะทมี่พ่อเป็นคน วัดก็เข้าเหล้าก็กิน บุญก็ทำกรรมก็สร้าง ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเพื่อเอามาทำบุญ"
พระธรรมกายสอนให้พ่อภาวนา "สัมมา อะระหัง" ดูกายของพ่อผ่องใสขึ้นมาก ต่างกับขณะอยู่ในนรก กายของพ่ออยู่ในสภาพทพย์ วิมานชั้นดาวดึงส์ ความเป็นทุกข์ที่อยากจะรู้ว่าพ่ออยู่ที่ไหน พ่ออยู่อย่างไรก็หมดสิ้นไปแล้ว การได้ช่วยพ่อก็เหมือนการขอขมาโทษ ได้เห็นสภาวะธรรทมตามความเป็นจริง คนในโลกเกิดมาก็ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย จะเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้ แม้แต่สังขารร่างกายเราก็ทับถมสลายไปในดิน สมบัติต่างๆ ของมนุษย์เหมือนขอยืมไม่ใช่ของเรา เพราะตายไปแล้วเอาติดตัวไปไม่ได้ สิ่งที่จะเอาติดตัวไปได้ และเห็นได้ชัดตาธรรมกายคือ บุญและบาปเท่านั้น สาธุ สาธุ อนุโมทนามิ
คุณยายอาจารย์จันทรน์ ขนนกยูง ระลึกถึงพ่อที่ตายไปแล้วจึงบอก อุบาสิกาทองสุข สำแดงปั้น ซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ(ขณะนั้นยังไม่บวชชี) อุบาสิกาทมองสุขจึงแนะนำให้เข้าสทมาบัติตามแนววิชาธรรมกาย เมื่อจิตละเอียดดีแล้วก็ทำใจให้หยุดนิ่งเฉย ให้กายทุกกายซ้อนอยู่ในองค์ธรรมกาย แล้วอธิษฐานจิตขอพบพ่อ
พอเข้าธรรมกายถูกส่วน รู้สึกว่ากายเบาลอยล่องสงบอยู่ ณ ที่เวิ้งว้างเป็นทะเลเพลิงที่กำลังลุกโชติช่วง ชั่วครู่หนึ่งไฟที่กำลังโหทมอย่างร้อนแรงก็ค่อยๆมอดลง ขณะเดียวกันรัศมีของธรรมกายเปล่งสว่างจ้าเห็นสภาพต่างๆได้อย่างชัดเจน ปรากฏเห็นสิ่งมีชีวิตมากมาย รูปร่างต่างๆกัน บ้างก็เป็นสัตว์ บ้างก็เป็นคน บ้างก็ตัวเป็นคนหัวเป็นสัตว์ บ้างก็หัวเป็นคนตัวเป็นสัตว์ บ้างก็อยู่ในเครื่องทัณฑ์ทรมาน เห็นพ่อแล้วรูปร่างหน้าตาของพ่อไม่เปลี่ยนแปลงเลย แต่งตัวดูใกล้เคียงกับเมื่อเป็นมนุษย์ กางเกงขาก๊วยชุดทำนาของพ่อก็ยังสวทมอยู่ แต่พ่อดูซูบผอม ใบหน้าหมองคล้ำเหมือนคนกำลังมีความทุกข์ เมื่อพ่อเห็นลูกสาวก็วิ่งเข้ามาเกาะที่เข่าทั้งคู่
"พ่อกำลังทุกมาก พ่อตกนรกเพราะเมื่อมีชีวิตอยู่พ่อดื่มสุรามาก ซื้อสุราดื่มวันละ สิบสตางค์(สิบสตางค์สมัยนั้นซื้อสุราได้เป็นขวด)นอกจากนั้นพ่อได้เคยฆ่าสัตว์ ออกไปท้องนาก็จับกบ หอบ ปู ปลา อยู่เป็นประจำบางครั้งก็เชือดไก่ที่เลี้ยงไว้เป็นอาหาร"
เคยถามพ่อว่า พ่อฆ่าสัตว์ไม่กลัวบาปเหรอ พ่อบอกว่าฆ่าเพราะเป็นอาหารเลี้ยงชีพ ไม่ได้เอาไปค้าขายที่ไหน ถึงวันพระพ่อก็ไปทำบุญ พ่อคิดว่าบาปคงจะหายไป แต่ได้มาเห็นแล้วบาปของพ่อยังอยู่ พ่อกำลังถูกทรมานชดใช้บาป
พ่อบอกว่า "เมื่อใกล้จะละโลก พ่อเห็นนิมิตที่เคยทำบาป จิตจึงกระวนกระวายและเกาะอยู่กับนิมิตนั้น พ่อจึงถูกนำมาที่นี่"
พ่อวิงวอนขอความช่วยเหลือน้ำตานองหน้า สงสารพ่อเหลือเกินไม่รู้จะช่วยพ่ออย่างไง เปรียบเสมือนพ่อกำลังจมน้ำ ตัวเองก็ว่ายน้ำไม่เป็น ช่วยพ่อไม่ได้ จึงร้องไห้ออกมาดังๆ จนอุบาสิกาทองสุขถามขึ้นก็บอกไปตรงๆว่าพ่อกำลังตกนรกเพราะดื่มสุรา อยากจะช่วยพ่อให้พ้นทุกข์ แต่ก็จนปัญญา อุบาสิกาทองสุขแนะขณะที่ยังอยู่ในสมาธิให้อธิษฐานเรียกบุญบารมีที่ได้บรรลุถึงธรรมอาราธนาธรรมกายช่วยพ่อ คุณยายอาจารย์จึงอธิษฐานว่า "ข้าพเจ้าตั้งใจปฏิบัติธรรมโดยเอาตัวเสี่ยงชีวิตนี้ เพื่อต้องการบรรลุธรรมจะได้มาช่วยพ่อ บัดนี้ข้าพเจ้าบรรลุธรรมแล้ว ขออานุภาพพระธรรมกายจงดลบันดาล ช่วยพ่อให้พ้นทุกข์ด้วยบารมีของข้าพเจ้าเถิด"
พอขาดคำก็ได้ยินเสียงธรรมกายกังวาลก้อง บอกให้พ่อรับศีลพ่อยกมือพนมสมาทานศีลจนจบแล้ว พระธรรมกายก็ให้พ่อระลึกถึงบุญที่เคยทำไว้เมื่อยังเป็นมนุษย์ ด้วยอานุภาพของพระธรรมกายและบุญของพ่อที่เคยทำตามประสาคนบ้านนอก ทันใดนั้นกายของพ่อเบาและลอยสูงขึ้น ติมตามธรรมกายของคุณยายอาจารย์ ผ่านสวรรค์ชั้นต่างๆพ่อทำบุญไว้ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน พ่อได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มีวิมานหลังเล็กเก่าคร่ำคร่า ไม่สุกใสงดงามเหมือนวิมานของเทพองค์อื่นๆ
พระธรรมกายบอกพ่อว่า "วิมานที่ไม่สุใสเป็นเพราะขณะทมี่พ่อเป็นคน วัดก็เข้าเหล้าก็กิน บุญก็ทำกรรมก็สร้าง ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเพื่อเอามาทำบุญ"
พระธรรมกายสอนให้พ่อภาวนา "สัมมา อะระหัง" ดูกายของพ่อผ่องใสขึ้นมาก ต่างกับขณะอยู่ในนรก กายของพ่ออยู่ในสภาพทพย์ วิมานชั้นดาวดึงส์ ความเป็นทุกข์ที่อยากจะรู้ว่าพ่ออยู่ที่ไหน พ่ออยู่อย่างไรก็หมดสิ้นไปแล้ว การได้ช่วยพ่อก็เหมือนการขอขมาโทษ ได้เห็นสภาวะธรรทมตามความเป็นจริง คนในโลกเกิดมาก็ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย จะเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้ แม้แต่สังขารร่างกายเราก็ทับถมสลายไปในดิน สมบัติต่างๆ ของมนุษย์เหมือนขอยืมไม่ใช่ของเรา เพราะตายไปแล้วเอาติดตัวไปไม่ได้ สิ่งที่จะเอาติดตัวไปได้ และเห็นได้ชัดตาธรรมกายคือ บุญและบาปเท่านั้น สาธุ สาธุ อนุโมทนามิ