telwada
07-01-2005, 04:48 PM
กระทู้นี้ข้าพเจ้าจะเล่าประสบการณ์จริงที่ได้เกิดขึ้นกับข้าพเจ้าและข้าพเจ้าได้รวบรวมเก็บไว้เป็นความจำอย่างหนึ่ง เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ได้รู้ว่า อย่างไรเรียกว่าอริยะบุคคล
อริยะบุคคลนั้น ก็คือ บุคคลที่บรรลุธรรมอันวิเศษแห่งศาสนา โดยเฉพาะศาสนาพุทธ จะสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ด้วยตาเปล่าว่า พระอริยะบุคคลนั้นมีจริงเป็นจริง ไม่ใช่หลอกลวงหรือเป็นไปไม่ได้
อริยะบุคคลนั้น คือบุคคลที่ฝึกตนตามหลักการหรือธรรมะและวิธีปฏิบัติอย่างถูกหลักวิธี ซึ่งจะบรรลุสู่ธรรมต่างๆเหล่านั้นเป็นชั้นๆไป ที่กล่าวว่าเป็นชั้นๆนั้น ก็เพียงเพื่อให้เกิดความเข้าใจง่ายขึ้น ซึ่งในทางที่เป็นจริง ชั้นเหล่านั้นจะคาบเกี่ยวกัน เช่น โสดาบันเป็นชั้นแรก เมื่อบรรลุถึงชั้นโสดาบันก็จะปรากฎฉัพพรรณรังสี เปล่งรัศมีออกมาในขณะที่ขจัดอาสวะหรือขจัดอารมณ์ความรู้สึก ความคิด หรือสิ่งอื่นใดที่เป็นคลื่นภายในร่างกายออกมา แต่ในชั้นโสดาบันนี้เมื่อบรรลุถึง จะยังไม่รู้มรรคผล คือไม่รู้หรือรู้เพียงเล็กน้อยว่าสิ่งใดเป็นผลสิ่งใดเป็นมรรคสิ่งใดทำให้เกิดมรรค-ผล หรือสิ่งใดทำให้เกิดผล-มรรค
เมื่อฝึกปฏิบัติไปเรื่อยก็จะบรรลุมรรคผล และสำเร็จมรรคผลในชั้นโสดาบันในที่สุด ในชั้นนี้จะสามารถแสดงฤทธิ์ได้เป็นบางอย่าง
เมื่อสำเร็จมรรคผลก็จะคาบเกี่ยวกับชั้น สกทาคามี และอนาคามี คือจะขึ้นลงอยู่ทั้งสองขั้นนี้ หากจะอธิบายให้เกิดความเข้าใจง่ายขึ้นก็คือ เมื่อสำเร็จมรรคผลก็จะมีสภาพสภาวะจิตใจที่สามารถสลัดกามได้และกลับเข้าสู่กามได้ อีกทั้งยังสามารถควบคุมมิให้กลับเข้ามาในกามภพได้อีกด้วย ต่อเมื่อฝึกตนและแยกแยะรายละเอียดแห่งมรรคผลไม่เรื่อยอีกทั้งฝึกตนตามวิธีการปฏิบัตอยู่เป็นนิจก็จะสำเร็จขั้น สกทาคามี และ ขั้นอนาคามี ทั้งสองขั้นนี้จะคาบเกี่ยวกัน และถึงแม้จะสำเร็จในขั้นนี้ก็ยังสามารถกลับเข้าสู่กามภพได้ และไม่เข้าสู่กามภพอีกก็ได้เช่นกัน หากฝึกอยู่เป็นนิจก็จะกลายเป็นกลไกอัตโนมัติ จะมีฉัพพรรณรังสีเปล่งออกมาป้องกันคลื่นแห่งกามจากภายนอก และสามารถขจัดหรือสลัดกามออกจากสภาพสภาวะจิตใจ เมื่อสำเร็จชั้นสกทาคามี และอนาคามีแล้ว ก็จะมีฤทธิ์เพิ่มขึ้นฤทธิ์ที่มีนั้น จะก่อประโยชน์เพียงเพื่อป้องกันตัวเอง และเป็นบันไดให้มุ่งสู่อรหันต์และนิพพาน อรหันต์กับนิพพานก็จะเป็นชั้นที่คาบเกี่ยวกัน ในชั้นอรหันต์และนิพพานนี้ สรีระร่างกาย จะเริ่มเกิดปรากฎการณ์ที่เหนือมนุษย์คือสรีระร่างกายจะโปร่งแสง สามารถผ่านวัตถุต่างๆได้เป็นบางครั้ง สภาพสภาวะจิตใจจะมีความวางเฉยมาก ความวางเฉยในที่นี้ไม่ใช่ อุเบกขา แต่เป็นความวางเฉยที่เกิดจากการขจัดอาสวะออกมาโดยอัตโนมัติ เนื่องจากการฝึกฝนอยู่เป็นนิจนั้นเอง ส่วนการสำเร็จอรหันต์และนิพพานเป็นอย่างไรนั้นข้าพเจ้าเองยังไม่สำเร็จจึงไม่สามารถอธิบายได้ และเท่าที่ข้าพเจ้าได้เขียนอธิบายไปแล้วนี้เป็นลักษณะแห่งอริยะบุคคลที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีจริง เป็นจริง
อริยะบุคคลนั้น ก็คือ บุคคลที่บรรลุธรรมอันวิเศษแห่งศาสนา โดยเฉพาะศาสนาพุทธ จะสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ด้วยตาเปล่าว่า พระอริยะบุคคลนั้นมีจริงเป็นจริง ไม่ใช่หลอกลวงหรือเป็นไปไม่ได้
อริยะบุคคลนั้น คือบุคคลที่ฝึกตนตามหลักการหรือธรรมะและวิธีปฏิบัติอย่างถูกหลักวิธี ซึ่งจะบรรลุสู่ธรรมต่างๆเหล่านั้นเป็นชั้นๆไป ที่กล่าวว่าเป็นชั้นๆนั้น ก็เพียงเพื่อให้เกิดความเข้าใจง่ายขึ้น ซึ่งในทางที่เป็นจริง ชั้นเหล่านั้นจะคาบเกี่ยวกัน เช่น โสดาบันเป็นชั้นแรก เมื่อบรรลุถึงชั้นโสดาบันก็จะปรากฎฉัพพรรณรังสี เปล่งรัศมีออกมาในขณะที่ขจัดอาสวะหรือขจัดอารมณ์ความรู้สึก ความคิด หรือสิ่งอื่นใดที่เป็นคลื่นภายในร่างกายออกมา แต่ในชั้นโสดาบันนี้เมื่อบรรลุถึง จะยังไม่รู้มรรคผล คือไม่รู้หรือรู้เพียงเล็กน้อยว่าสิ่งใดเป็นผลสิ่งใดเป็นมรรคสิ่งใดทำให้เกิดมรรค-ผล หรือสิ่งใดทำให้เกิดผล-มรรค
เมื่อฝึกปฏิบัติไปเรื่อยก็จะบรรลุมรรคผล และสำเร็จมรรคผลในชั้นโสดาบันในที่สุด ในชั้นนี้จะสามารถแสดงฤทธิ์ได้เป็นบางอย่าง
เมื่อสำเร็จมรรคผลก็จะคาบเกี่ยวกับชั้น สกทาคามี และอนาคามี คือจะขึ้นลงอยู่ทั้งสองขั้นนี้ หากจะอธิบายให้เกิดความเข้าใจง่ายขึ้นก็คือ เมื่อสำเร็จมรรคผลก็จะมีสภาพสภาวะจิตใจที่สามารถสลัดกามได้และกลับเข้าสู่กามได้ อีกทั้งยังสามารถควบคุมมิให้กลับเข้ามาในกามภพได้อีกด้วย ต่อเมื่อฝึกตนและแยกแยะรายละเอียดแห่งมรรคผลไม่เรื่อยอีกทั้งฝึกตนตามวิธีการปฏิบัตอยู่เป็นนิจก็จะสำเร็จขั้น สกทาคามี และ ขั้นอนาคามี ทั้งสองขั้นนี้จะคาบเกี่ยวกัน และถึงแม้จะสำเร็จในขั้นนี้ก็ยังสามารถกลับเข้าสู่กามภพได้ และไม่เข้าสู่กามภพอีกก็ได้เช่นกัน หากฝึกอยู่เป็นนิจก็จะกลายเป็นกลไกอัตโนมัติ จะมีฉัพพรรณรังสีเปล่งออกมาป้องกันคลื่นแห่งกามจากภายนอก และสามารถขจัดหรือสลัดกามออกจากสภาพสภาวะจิตใจ เมื่อสำเร็จชั้นสกทาคามี และอนาคามีแล้ว ก็จะมีฤทธิ์เพิ่มขึ้นฤทธิ์ที่มีนั้น จะก่อประโยชน์เพียงเพื่อป้องกันตัวเอง และเป็นบันไดให้มุ่งสู่อรหันต์และนิพพาน อรหันต์กับนิพพานก็จะเป็นชั้นที่คาบเกี่ยวกัน ในชั้นอรหันต์และนิพพานนี้ สรีระร่างกาย จะเริ่มเกิดปรากฎการณ์ที่เหนือมนุษย์คือสรีระร่างกายจะโปร่งแสง สามารถผ่านวัตถุต่างๆได้เป็นบางครั้ง สภาพสภาวะจิตใจจะมีความวางเฉยมาก ความวางเฉยในที่นี้ไม่ใช่ อุเบกขา แต่เป็นความวางเฉยที่เกิดจากการขจัดอาสวะออกมาโดยอัตโนมัติ เนื่องจากการฝึกฝนอยู่เป็นนิจนั้นเอง ส่วนการสำเร็จอรหันต์และนิพพานเป็นอย่างไรนั้นข้าพเจ้าเองยังไม่สำเร็จจึงไม่สามารถอธิบายได้ และเท่าที่ข้าพเจ้าได้เขียนอธิบายไปแล้วนี้เป็นลักษณะแห่งอริยะบุคคลที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีจริง เป็นจริง