View Full Version : ประสบการณ์ตรงวันนี้...ที่บ้านสายลมครับผม
ลูกเจ้าคุณนรฯ
04-03-2006, 03:22 PM
ขอเริ่มต้นด้วยขออนุโมทนาผู้บอกบุญท่านแรกของผมคือน้องอ้น carbonato ที่ช่วยชี้ทางสว่างเกี่ยวกับศาสตร์แห่งมโนมยิทธิที่บ้านสายลมครับ
จริงๆแล้วผมเพิ่งจะรู้จักการนั่งกรรมฐานแบบนี้เมื่อประมาณแค่สองอาทิตย์ที่ผ่านมาเองครับ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาผมปฏิบัติแบบยุบพองมาโดยตลอด แต่สำหรับมโนฯนี่ก็ลองผิดลองถูกแบบงูๆปลาๆ อ่านเอาในเวบมั่งล่ะ ฟังคลิปเสียงของหลวงพ่อบ้างล่ะ จนแน่ใจกับตัวเองแล้วว่าขอบเขตแห่งการปฎิบัติด้วยตนเองของผมนั้นอยู่ตรงไหน และจะไม่เป็นอันตรายแก่ตัวผมเอง(ยังตัดไม่ขาดครับ) แต่ก็จับใจความได้ว่านะมะ พะธะครับ เท่านั้นเอง
แต่แล้วศิษท์ไร้ครูอย่างผมก็รู้จักบ้านสายลมผ่านทางเวบไซด์นี้ ซึ่งเมื่อเช้ายังเข้ามาโหลดแผนที่ซึ่งน้องอ้นเอื้อเฟื้อให้ ก็ชวนเพื่อนไปอีกสองคนน่ะครับ
แวบแรกที่เห็นสถานที่ จัดได้ว่าเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก แม้คนจะเยอะมากก็ตาม ผมก็ยังงงๆไม่รู้จะไปติดต่อใคร ถามไปถามมาปรากฏว่าไปชั้นสาม ไหว้ครูท่านปู่ท่านย่าเสร็จแล้วเรียบร้อยก็ถูกจัดให้เข้าไปในห้องเล็กๆห้องหนึ่ง จากจำนวนหลายห้องครับ พอท่านอาจารย์เข้ามาสอนในห้องก็จริงอย่างที่เรียนมาส่วนหนึ่ง นะมะพะธะจริงๆครับ แต่รายละเอียดนี่สิมันมากกว่านั้นเยอะมาก
อาจารย์เริ่มต้อนด้วยอัญเชิญพระพุทธเจ้ามาไว้กลางศรีษะ ขยายให้เล็กใหญ่ ให้รัศมีท่านครอบคลุมตัวเรา สุดแท้แต่ท่านอาจารย์จะบอกให้จิตไปตาม จิตผมเห็นหมดทุกอย่างตามที่อาจารย์บอกทั้งนั้นครับ
แต่รายละเอียดบางเรื่องผมอยากมาสอบทานในเวบอีกทีจะได้มั้ยครับ ถ้าเป็นเรื่องควรก็มีดังนี้ครับ
1. ทำไมผมขึ้นไปทั้งในชุดที่ใส่อยู่อ่ะครับ(เสื้อเชิ้ต กางเกงขาสั้น)ทั้งๆที่คนอื่นเค้านึกว่าตัวเองมีชฎาไรเงี้ยครับ แต่พอผมคิดตามมันก็มีนะ เลยไม่รู้ว่าอุปทานรึเปล่าครับ
2. ผมเห็นพ่อแม่ตัวเองในอดีตชาติหลายท่านทีเดียว เป็นแถวยาวพรึดเลย แต่เห็นหน้าจะๆเลยท่านเดียว เป็นผู้หญิงวัยเกือบชราแล้ว เรียกป้าได้เลย มากอดอ่ะครับ
3. ตอนไปพระนิพพานเห็นพระพุทธเจ้า ผมเห็นแต่พระบาทท่านไม่สามารถเห็นส่วนอื่นได้เลย เพราะกายท่านใหญ่มากๆๆๆๆๆๆๆ สุดๆๆๆเลยครับ
4. อาจารย์บอกให้ขอท่านดูวิมานของตัวเอง ผมก็เห็นนะครับ แต่เล็กนิดเดียวเองอ่ะครับ เหมือนห้องสีขาวๆ ข้างในไม่มีอะไรเลยครับ ทั้งๆที่ของคนอื่นเค้าบอกว่าใหญ่มากอ่ะครับ
5. สุดท้ายอยากจะถามจริงๆว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ผมอุปทานไปเองรึเปล่า หรือว่าแค่คิดตามครูไปเฉยๆ (จริงๆข้อนี้ไม่อยากถามเลย กลัวบาปอ่ะครับ แต่เพื่อนมันสงสัย เลยพาผมงงไปด้วย)
ที่นึกได้คร่าวๆก็มีเท่านี้อ่ะครับ ผมก็พอจะทราบเหมือนกันนะครับว่าเราไม่ควรเอาสิ่งที่เห็นมาพูดต่อๆกับคนอื่นเพราะอาจกลายเป็นอวิชชาได้ แต่คราวนี้ผมถามด้วยสภาวะจิตที่น้อมรับถึงการมีอยู่จริงของทุกๆอย่างที่ได้สัมผัสมาในวันนี้ หากแต่จะก่อให้เกิดโทษประการใด ผมก็ขออภัยไว้นะที่นี้ด้วยครับ
อนุโมทนาทุกๆท่านในเวบที่มีประโยชน์เช่นนี้ครับ
ขอขอบพระคุณ
Carbonato
04-03-2006, 05:34 PM
โมทนาครับ ผมแค่บอกกระทู้แค่นั้นเอง หุหุ... มะต้องชมขนาดนั้นก็ได้ เขิลล..
...ส่วนเรื่องอื่นๆ ต้องรอท่านอื่นมาตอบครับ ไม่ค่อยกล้าตอบอ่ะครับ แต่ไว้ว่างๆจะเดาไปเรื่อยช่วยดำน้ำ
12punna
04-03-2006, 06:37 PM
จริงๆๆ พอ ฝึกเสร็จ ไม่เข้าใจอะไร น่าจะ ถาม ครู
ให้ กระจ่างจะดีกว่านะครับ
วิชา มโนยิธ เป็นวิชาที่ ห้ามสงสัย ถ้าสงสัย นิวรณ์ ก็ กินใจ
ทำให้เรา สามารถ อุปทานได้ ฉะนั้น ปล่อยวางจิต ครับ
รับรู้อะไรมา เห็นอะไรมา รู้สึกอะไรมา ครั้งแรก จะเป็น ของจริงครับ
แต่ ห้ามสงสัย นะครับ ส่วนเรื่อง ชุด อยู่บน สวรรค์ ถ้าเราอยากเห็น
สภาพตัวเองจริงๆๆ ก็ให้ ขอพระบารมี องค์สมเด็จ ให้เราได้ รับรู้ และ เห็น
ในสิ่งที่เป็นจริง สักพัก ชุดเรา ก็จะใส่เต็มยศ ครับ
ตอนที่ผม ฝึกแรกๆๆ ครู ถามอะไร ผมตอบถูกหมด เพราะผม ไม่มีความสงสัย
ผมตัดความสงสัย ทิ้งไปหมด (สงสัยมาก นิวรณ์ ก็ แดก มาก ^^)
อีกอย่าง เราต้องมีความเชื่อมั่นว่า พระบารมีองค์สมเด็จ จะทำให้เราสามารถ เห็น สิ่งที่เป็นจริงได้
ถ้าเวลา ปฎิบัติ มโนยิธ แล้ว เห็นอะไรไม่กระจ่าง ก็ให้ อารธนาพระบารมีองค์สมเด็จ ท่าน ให้ช่วยให้เราเห็น เหตุแห่งความเป็นจริง (ห้าม สงสัย เตือนครั้งที่....) อิอิ แต่ นิพพานสบายนะ ผมชอบไปนอนเล่น ใน สระน้ำ สบายดี
บ้าน ผม ไม่ค่อยใหญ่ หรอก แต่เวลา เชิญ แขก ญาติ พี่ น้อง ที่อยู่ บนนิพพาน เวลา เข้ามาใน บ้าน ผม บ้านก็ ขยายใหญ่เอง (ไม่ต้องกลัวแออัด)
มีไรถามได้นะครับ ช่วงนี้ ฝึก ญาณ 8 อยู่ อาจจะไม่ค่อยมีเวลาตอบ ^^
วิปจิตัญญู
04-03-2006, 07:31 PM
ตามที่คุณ12punnaบอกครับ
ถ้าฝึกมโนยิทธิ แล้ว อย่าสงสัย เด็ดขาด เพราะ มันเป็น 1 ในนิวรณ์ 5
เอาอย่างนี้ครับ ถ้าฝึกกับอาจารย์ หรือ พระท่านแล้ว จิตใบสบาย ตัดกิเลสได้มากขึ้น ประมาณนี้ ใจสงบขึ้น ก็แสดงว่าได้สัมผัสความเป็นทิพพ์ หรือที่เห็นนะ ของจริง ครับ โมทนานะครับ
สายลม ทราบมาว่าคนแน่นมากๆเลย ที่วัด ท่าซุงไกลหน่อย แต่วันที่ผมไปได้ฝึกคนเดียว สงบดีครับ แต่คนเยอะๆ ก็ดีครับ เห็นเหมือนๆกันดี
หมายเหตุ ได้แล้ว ก็อย่าขี้เกียจ ขึ้นไปกราบ ขึ้นไปข้างบนทุกวันนะ ครับ ไม่งั้น ไม่ทำนานๆ อกุศลกรรมมันขวางไว้ ที่นี้ โดน อุปาทานกิน ไม่ก็ขึ้นไม่ได้ครับ
lboonl
04-03-2006, 09:00 PM
ผมเองก็ไปมาวันนี้ครับ.. แต่รู้สึกว่าจะจินตนาการเอาเองซะเยอะ
ว่าจะไปพรุ่งนี้อีกรอบนึงครับ
จะเอาสมองทิ้งไว้ที่บ้าน
เอาแต่ใจไปครับ...
เออ มีคำถามนึงครับ ผมลืมถามครูฝึกไป
ตอนที่ครูฝึกให้อาราธนาพระพุทธเจ้ามา ผมรู้สึก มือจะชาๆ และใจเต้นแรง... (แล้วก็ดันไปสงสัย และตกใจกะมันด้วยนะ ว่าตัวเราเป็นอะไร)
มันคือ อะไรเหรอคับ
Carbonato
04-03-2006, 09:11 PM
บางทีก็คิดไม่ทันอ่ะครับ ...
..นิวรณ์ลืมตามทันก็มีนะบางที
..เช่น ฝึกๆอยู่ดีๆ อะไรไม่รู้ ไม่เห็นจะเห็นเหมือนคนอื่นเลย ..พอบอกว่าไปเที่ยววิมานกัน ไปดูหลังวิมานชมสวน.... เดินนำหน้าเราเฉยเลย พูดสาธยายไปเป็นฉากๆ สงสัยแกลืมนิวรณ์แก คิกคิก... เรานี่ตามไม่ทัน
ชา ใคร่รู้
04-03-2006, 09:19 PM
.....เห็นอย่างไร รู้สึกอย่างไร ก็ตอบไปตามนั้นอ่ะครับ อย่าคิดมาก ผมฝึกที่วัดท่าซุงครั้งแรก คนเต็มห้องเลยครับ ตอบก็ไม่เหมือนชาวบ้านเขาหรอกครับ อาศัยความหน้าด้านตอบไปเรื่อยๆ ตามที่เราเห็น ผลออกมา ผมตอบถูก ที่เหลือในห้อง....ก็ตอบถูกเหมือนกันครับ 555(คงไม่งงนะครับ เพราะการฝึกมโนฯทีละหลายๆคนมักจะมีเหตุการณ์ทำนองนี้อยู่เสมอๆ) เพราะฉะนั้นเวลาฝึกก็ฝึก เลิกฝึกก็ถามตรงที่เราไม่เข้าใจ กลับไปก็ทบทวน รักษาศีล เดี๋ยวก็เก่งครับ 555
pannarai
04-03-2006, 09:37 PM
อนุโมทนาบุญน่ะค่ะ ทำใจสบายๆ เห็นสิ่งใดขณะฝึกยังไม่ต้องสงสัย เมื่อออกจากสมาธิแล้วจึงถามสิ่งที่สงสัยกับครูผู้ฝึกดีที่สุดน่ะค่ะ
pannarai
04-03-2006, 09:37 PM
อนุโมทนาบุญน่ะค่ะ ทำใจสบายๆ เห็นสิ่งใดขณะฝึกยังไม่ต้องสงสัย เมื่อออกจากสมาธิแล้วจึงถามสิ่งที่สงสัยกับครูผู้ฝึกดีที่สุดน่ะค่ะ
Carbonato
04-03-2006, 10:20 PM
วิชามโนมยิทธิ
เป็นการถอดจิตไปดูได้ครับ อาศัยขอบารมีพระรัตนตรัยเป็นหลัก
แต่จะได้ไปจริงๆมั๊ย นี่ แล้วแต่จิตตอนนั้นครับ ...
หมวดนี้จะอยู่แนวอภิญญาครับ... และก็มีอุปาทานเจออยู่เยอะครับ ... อย่าเพิ่งถามกันเลย หุหุ
lboonl
04-03-2006, 10:42 PM
ไม่ลองไปดู แล้วจะรู้ได้อย่างไร ?
ขออนุโมทนา
คนอยู่ เมืองไทย โชคดี จริงๆๆ
pat3112
04-03-2006, 11:54 PM
ไปเหมือนกันครับ แปถวายสังฆทานมาครับ ที่สายลม,บ้านอนุเสาวรีย์ สอบเสร็จจะไปฝึกญาณ8มั่ง
sornchai-k
05-03-2006, 07:00 AM
ครับอยากทราบว่า การฝึกมโนมยิธ เนี่ยต้องมีพื้นฐานขนาดไหน ครับ เพราะผมก็เพิ่งเคยได้ยิน ในเวปนี้เองครับ เผื่อมีโอกาสไปกรุงเทพ จะได้ไปมั่งครับ
ลูกเจ้าคุณนรฯ
05-03-2006, 07:20 AM
เรียนคุณ Sornchai ครับ
ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานเลยก็ได้ครับ ไม่มีพื้นฐานเลยผมว่าน่าจะดีกว่าอีก จะได้ไม่ต้องรู้สึกสงสัย(อย่างผมเป็นต้น) อนุโมทนาด้วยครับทุกท่าน
ลูกเจ้าคุณนรฯ
05-03-2006, 07:33 AM
เพราะว่าตัวผมเองนั้นปฏิบัติสายยุบพองมาตั้งแต่เริ่มฝึกที่วัดอัมพวันแล้วล่ะครับ(ประมาณสี่ปีเห็นจะได้) ก็นั่งบ้างไม่นั่งบ้างอ่ะครับ และตลอดเวลาพระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัลท่านก็สอนในแนวให้จิตเกาะที่ลิ้นปี่ตลอดไม่ให้ไปไหนเลย ครั้นแล้วพอผมมาฝึกมโนมยิทธิก็เลยขัดแย้งในตัวเองเล็กน้อยเพราะแนวทางค่อนข้างจะต่างกันอย่างมาก ประสบการณ์เดียวที่ได้เจอตอนนั่งแบบยุบพองคือวูบวาบและขนลุกตามร่างกาย(ซึ่งปัจจุบันยังเป็นอยู่ครับ) แต่พอมานั่งแบบมโนฯแล้วนั้น บอกได้คำเดียวว่าเบากว่ามากๆเหมือนไม่มีกายเนื้อนั่งอยู่เลย มีอยู่หนนึงขณะฝึกเองอยู่ที่บ้าน ระหว่างวันนั้นดันเบื่อชีวิตขึ้นมาจากปัญหาเรื่องงาน ทำให้จิตเบื่อกายเนื้อจริงๆ เกิดอาการหลุดออกเลยครับ(ในขณะนึงที่นั่งเหมือนกำลังจะหลับๆ) เห็นโต๊ะในห้องนอนมีรูปสมเด็จองค์ปฐมที่ปริ๊นท์ไปจากเวบตั้งอยู่ นี่แหละครับที่ผมบอกว่าต่างกัน แต่บังเอิญว่าถูกจริตกับผมทั้งสองอย่าง ก็แล้วแต่คนจะเลือกนะครับ แต่ผมมีความคิดอีกอย่างว่า คนเราขอให้ปฎิบัติธรรมอย่างใดก็ได้ ดีทั้งนั้นนะครับ
QigongPOWER
05-03-2006, 07:37 AM
น่าสนใจดี ครับ
อยากจะมาแนะนำ เสี่ยวโจวเทียน กับ ต้าโจวเทียน มั่ง
lboonl
05-03-2006, 08:10 AM
ไม่มีพื้นฐาน ก็ดีครับ จะได้ไม่งง
แต่จะให้ดีกว่านั้น เอาสมองทิ้งไปครับ
คิดแล้วจะทำให้ยึดติด จะทำให้เกิดลังเลสงสัย
seberton
05-03-2006, 03:23 PM
ผมก็ฝึกรู้จักคับ อยากไปฝึกมากๆ อยากปฎิบัติด้วย
แต่ติดตรงที่ว่า ผมไม่สามารถไปกรุงเทพฯได้
เห้อ สรุปคือ ผมได้แต่อ่านประสบการณ์พี่ๆ ไม่มีสิทธิปฎิบัติ เห้อ
ชา ใคร่รู้
05-03-2006, 03:34 PM
.....ก็มีคนที่เขารับสอนทาง msn นี่ครับ ลองหาๆดูนะ คงพอจะเป็นพื้นฐานที่ดีได้อ่ะครับ
ผมก็ฝึกรู้จักคับ อยากไปฝึกมากๆ อยากปฎิบัติด้วย
แต่ติดตรงที่ว่า ผมไม่สามารถไปกรุงเทพฯได้
เห้อ สรุปคือ ผมได้แต่อ่านประสบการณ์พี่ๆ ไม่มีสิทธิปฎิบัติ เห้อ
สถานที่ฝึกไม่ได้มีเฉพาะที่กรุงเทพจ.เดียวเท่านั้นนะครับ จ.อื่นก็มี
seberton
05-03-2006, 07:41 PM
อ่ะคับ เดี๋ยวผมจะแอดไปคุยนะคับ ขอบคุณครับ
lboonl
05-03-2006, 08:17 PM
วันนี้ก็ไปฝึกมาใหม่อีกรอบครับ
ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองไปถึงพระนิพพานหรือเปล่า
แต่พอขอบารมีพระพุทธองค์ไปที่พระนิพพาน
มันรู้สึกเหมือนว่างๆ ครับ เป็นสถานที่ว่างๆ แต่จิตเรารู้สึกสงบ...
แล้วก็มีช่วงนึงขอไปที่ พระจุฬามณี... (อารมณ์ประมาณว่าอยากกราบพระจุฬามณี)
พอนึกปุ๊บ ก็รู้สึกเห็นเป็นเจดีย์ เป็นแก้วใสๆ ประกาย (แต่รู้สึกไม่สว่าง) ตอนนั้นไม่รู้สึกว่ามีใครอยู่บริเวณนั้น
พอกราบเสร็จปุ๊บ... ความรู้สึกมันบอกว่า เหมือนมีใครก็ไม่รู้อยู่บริเวณนั้นเยอะมากๆ
เลยแปลกใจ งง
ไม่รู้ว่าวันนี้ได้จริงหรือไม่
ก็ยัง งงๆ ครับ
thank you
05-03-2006, 09:16 PM
เมื่อวานนี้มาทิ้งคำถามไว้2ข้อแต่ถูกลบไปซะแล้ว 5555 สงกะใสจะมีคนเคืองรับไม่ได้ อ๊ะ!ไม่เป็นไร แต่เราใจกว้างและคิดแล้วว่าที่ถามไปไม่น่าผิดแต่ถ้ามีคนไม่ชอบจะลบอีกก็ได้ (มีดีทำไมต้องกลัวละ)
อยากรู้เรื่องการไปฝึกอีกใครไปมาแล้วเขียนเล่าให้ฟังหน่อยจะเป็นพระคุณยิ่ง
พลรัฐ
05-03-2006, 09:31 PM
ใช้ใจ ไม่ใช้สมอง
สมองใช้คิด จิตตัดสินใจ
เทียบเคียงกำลังจิต ตัดสินใจตามความเป็นจริง
จริงก็จริง.....ไม่จริงก็ไม่จริง
ศีลจริง สมาธิจริง ปัญญาจริง เรื่องจริงหมด
วสวัต
05-03-2006, 10:44 PM
ผมไปมาทั้ง 2 วันครับ วันเสาร์ไปทำสังฆทานครับ แล้วก็อยู่ต่อฟัง ลุงหมอสมศักดิ์สนทนาธรรมต่อนะครับ
วันอาทิตย์ไปฝึกมโนมยิทธิครับ เคยไปฝึกมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ไม่แน่ใจตัวเอง เลยไปอีกทีครับ
ตอนที่ขึ้นกราบสมเด็จองค์ปัจจุบัน องค์ปฐม ท่านปู่ ท่านย่า ผมนะกอดขาท่านทุกพระองค์ น้ำตาเนี้ยคลอออกมาเลยครับ น้ำตามันไหลตลอดเลยครับ ดีใจที่ได้มาพบท่านนะครับ
varanyo
06-03-2006, 07:45 AM
ผมเองก็ไม่เคยฝึกครับ...
แต่การที่เราอยากรู้...อยากเห็น...อยากไป...
แล้วจะได้ไปเห็นหรือเปล่าครับ...
แล้วศีลนี้ต้องบริสุทธิ์ครบถ้วนหรือเปล่า...
ถ้าฝึกเองโดยฝึกที่บ้านจะได้ไหม?...
ถ้าได้...ต้องเริ่มฝึกอย่างไรครับ...
-------------------------------------------ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านครับ...
-----------------------------------------------------
ทุกวันนี้ปฏิบัติอยู่ที่บ้าน...ภาวนา พุท...โธ...
aya_ke.
06-03-2006, 08:13 AM
ได้ไปมาเมือวันเสาร์ที่ 4 มีนานี้ค่ะ ก็ไม่มีพื้นฐานอะไรเลย ทีแรกคิดว่าเราจะต้องมีสมาธิขั้นสูงหรือมีอะไรมากเป็นพิเศษก่อนก็ทำให้หวั่นๆ เหมือนกันว่าเราอาจจะบารมีไม่พอที่จะไปได้
ตอนฝึกที่อาจารย์พาขึ้นไปช่วงแรกเลยนะคะ ลูกตาจะเหมือนกับกลิ้งกลอกไปมาอย่างเร็วมากทำให้กลัว และไม่มั่นใจ ใจนึกว่าไม่ไหวแล้วเพราะรู้สึกทรมานกับอาการที่ลูกตากลิ้งไปมาอย่างรวดเร็ว แต่พอสักพักก็ดีขึ้นค่ะ บางสิ่งจะเหมือนเจ้าของกระทู้ค่ะ คือเห็นอะไรไม่ค่อยเหมือนคนอื่นเค้า บางทีก็ไม่เห็นเลย อาจเป็นเพราะว่ายังสับสนและไม่แน่ใจตัวเองด้วยว่าเราทำได้หรือ
พอเสร็จก็ได้ซักถามอาจารย์เรื่องลูกตาที่กลิ้งกลอกไปมาอย่างรวดเร็ว ก็มีน้องที่เค้านั่งข้างๆ บอกว่าก็เป็นเหมือนกัน อาจารย์บอกว่าเป็นเพราะลูกตาเปิด แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าหมายความว่าอย่างไร ถ้าใครทราบช่วยอธิบายด้วยค่ะ
แต่อาจารย์บอกว่า ห้องนี้ (หมายถึงห้องที่นั่งฝึกกัน) ดีนะ ไปกันได้หมด แต่ก็อาจจะมีขึ้นๆ ลงๆ บ้าง
แต่โดยส่วนตัวอาจารย์พูดแบบนี้ แต่เราก็ยังไม่มั่นใจตัวเองอยู่ดี ไม่ใช่ไม่เชื่อแต่ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ค่ะ
ใครมีอะไรจะแนะนำ หรือสั่งสอนก็โปรดชี้แนะด้วยค่ะ
ขอขอบพระคุณค่ะ
Kenichi
06-03-2006, 08:37 AM
แชร์ประสบการณ์แล้วกันนะครับ
1.ตัดนิวรณ์ 5 ประการออกไป ก่อนฝึก และ ก่อน การปฏิบัติเองทุกครั้ง
2.พยายามทำตัวให้บริสุทธิ์ด้วยศีลให้ครบตลอดเวลาครับ
3.ใช้ใจมอง มองเบาๆ อย่าเพ่ง อย่าจ้อง อย่าอยากครับผม ตรงไหรไม่เห็น ไม่ได้ ไม่รู้ ขอบารมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลยครับ เดี๋ยวท่านโปรด ที่เรารู้เราเห็นได้ ก็เพราะพุทธบารมีของพระองค์นครับ
4.พยายาม rechecked ตลอดเวลา โดยหมั่นระลึกขอบารมีกับพระพุทธองค์เสมอว่า สิ่งที่รู้ที่เห็น ขอให้ลูกได้เห็นตามความเป็นจริงุทุกประการด้วยเถิด
ขออนุโมทนาด้วยนะครับ
พัชรวัฒน์
06-03-2006, 08:40 AM
โมทนา สาธุ
ไม่ทราบอะไรก็สอบถามคนที่นั่นได้เลยครับ ครั้งแรกที่ผมไปก็ไม่ทราบเหมือนกัน ถามๆเค้าแถวนั้นเอา เค้าก็ยินดีตอบ อย่าห่วงเลยครับ ไปปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ
ศิษย์น้อย
06-03-2006, 09:33 AM
ขอโมทนา ในความก้าวหน้าในธรรมของคุณลูกเจ้าคุณฯ และที่หลายๆ คนได้แสดงความรู้ และประสบการณ์ในการฝึกมโนฯ กัน.....
...ผมขอมองในมุมที่คิดว่าสำคัญ ที่หลายๆท่านในบอร์ดเข้าใจเป็นอย่างดีแล้ว แต่ท่านที่เพิ่งเข้ามาอ่านในบอร์ดครั้งแรกๆ อาจไขว้เขวได้ว่า เอะ.. คนพวกนี้เขาทำอะไรกัน เขาทำไปเพื่ออะไร... เล่นฤทธิ์เล่นเดช กันหรือเปล่า.... ที่รุนแรงไปกว่านั้นก็อาจปรามาสไปเลยก็ได้...
มโนมยิทธิ เป็นวิชาที่เปรียบเสมือนกุญแจดอกสำคัญ ที่ไขข้อสงสัยแห่งการเวียนว่ายตายเกิด และภพภูมิ ....
..เมื่อจิตรู้ การเวียนว่ายตายเกิด จงใช้โอกาสนี้วิปัสนาต่อเลย
"โอ้หนอ..เราเกิดมาร่ำรวยมีทรัยพ์ศฤงคารมากมายก็เคยมาแล้ว ยากจนแร้นแค้นแสนสาหัสเราก็เคยมาแล้ว เสวยสุขบนแดนสวรรค์ก็เคยแล้ว ลงนรกมาก็มาก เรายังอยากจะเกิดอีกรึ เบื่อรึยังไอ้ความทุกข์ เบื่อรึยังไอ้การเกิด"
เมื่อเราท่านทั้งหลาย มีโอกาสพบพระบรมศาสดาฯ แล้ว จงใช้โอกาสนี้ให้ดี ตั้งจิตอธิษฐานไปเลย..
"โอ้ พระพุทธเจ้ามีจริง นิพพานมีจริง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง สวรรค์ไม่เอา พรหมไม่อยากไปเกิด ขอตั้งจิตมั่นบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนาอย่างเต็มเม็ดเต็มเหนี่ยว เพื่อพระนิพพาน....เป็นที่สุด "
ขอเราท่านทั้งหลายจงยึดนิพพานเป็นที่สุดครับ
vichian
06-03-2006, 10:05 AM
ขอเริ่มต้นด้วยขออนุโมทนาผู้บอกบุญท่านแรกของผมคือน้องอ้น carbonato ที่ช่วยชี้ทางสว่างเกี่ยวกับศาสตร์แห่งมโนมยิทธิที่บ้านสายลมครับ
จริงๆแล้วผมเพิ่งจะรู้จักการนั่งกรรมฐานแบบนี้เมื่อประมาณแค่สองอาทิตย์ที่ผ่านมาเองครับ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาผมปฏิบัติแบบยุบพองมาโดยตลอด แต่สำหรับมโนฯนี่ก็ลองผิดลองถูกแบบงูๆปลาๆ อ่านเอาในเวบมั่งล่ะ ฟังคลิปเสียงของหลวงพ่อบ้างล่ะ จนแน่ใจกับตัวเองแล้วว่าขอบเขตแห่งการปฎิบัติด้วยตนเองของผมนั้นอยู่ตรงไหน และจะไม่เป็นอันตรายแก่ตัวผมเอง(ยังตัดไม่ขาดครับ) แต่ก็จับใจความได้ว่านะมะ พะธะครับ เท่านั้นเอง
แต่แล้วศิษท์ไร้ครูอย่างผมก็รู้จักบ้านสายลมผ่านทางเวบไซด์นี้ ซึ่งเมื่อเช้ายังเข้ามาโหลดแผนที่ซึ่งน้องอ้นเอื้อเฟื้อให้ ก็ชวนเพื่อนไปอีกสองคนน่ะครับ
แวบแรกที่เห็นสถานที่ จัดได้ว่าเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก แม้คนจะเยอะมากก็ตาม ผมก็ยังงงๆไม่รู้จะไปติดต่อใคร ถามไปถามมาปรากฏว่าไปชั้นสาม ไหว้ครูท่านปู่ท่านย่าเสร็จแล้วเรียบร้อยก็ถูกจัดให้เข้าไปในห้องเล็กๆห้องหนึ่ง จากจำนวนหลายห้องครับ พอท่านอาจารย์เข้ามาสอนในห้องก็จริงอย่างที่เรียนมาส่วนหนึ่ง นะมะพะธะจริงๆครับ แต่รายละเอียดนี่สิมันมากกว่านั้นเยอะมาก
อาจารย์เริ่มต้อนด้วยอัญเชิญพระพุทธเจ้ามาไว้กลางศรีษะ ขยายให้เล็กใหญ่ ให้รัศมีท่านครอบคลุมตัวเรา สุดแท้แต่ท่านอาจารย์จะบอกให้จิตไปตาม จิตผมเห็นหมดทุกอย่างตามที่อาจารย์บอกทั้งนั้นครับ
แต่รายละเอียดบางเรื่องผมอยากมาสอบทานในเวบอีกทีจะได้มั้ยครับ ถ้าเป็นเรื่องควรก็มีดังนี้ครับ
1. ทำไมผมขึ้นไปทั้งในชุดที่ใส่อยู่อ่ะครับ(เสื้อเชิ้ต กางเกงขาสั้น)ทั้งๆที่คนอื่นเค้านึกว่าตัวเองมีชฎาไรเงี้ยครับ แต่พอผมคิดตามมันก็มีนะ เลยไม่รู้ว่าอุปทานรึเปล่าครับ
2. ผมเห็นพ่อแม่ตัวเองในอดีตชาติหลายท่านทีเดียว เป็นแถวยาวพรึดเลย แต่เห็นหน้าจะๆเลยท่านเดียว เป็นผู้หญิงวัยเกือบชราแล้ว เรียกป้าได้เลย มากอดอ่ะครับ
3. ตอนไปพระนิพพานเห็นพระพุทธเจ้า ผมเห็นแต่พระบาทท่านไม่สามารถเห็นส่วนอื่นได้เลย เพราะกายท่านใหญ่มากๆๆๆๆๆๆๆ สุดๆๆๆเลยครับ
4. อาจารย์บอกให้ขอท่านดูวิมานของตัวเอง ผมก็เห็นนะครับ แต่เล็กนิดเดียวเองอ่ะครับ เหมือนห้องสีขาวๆ ข้างในไม่มีอะไรเลยครับ ทั้งๆที่ของคนอื่นเค้าบอกว่าใหญ่มากอ่ะครับ
5. สุดท้ายอยากจะถามจริงๆว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ผมอุปทานไปเองรึเปล่า หรือว่าแค่คิดตามครูไปเฉยๆ (จริงๆข้อนี้ไม่อยากถามเลย กลัวบาปอ่ะครับ แต่เพื่อนมันสงสัย เลยพาผมงงไปด้วย)
ที่นึกได้คร่าวๆก็มีเท่านี้อ่ะครับ ผมก็พอจะทราบเหมือนกันนะครับว่าเราไม่ควรเอาสิ่งที่เห็นมาพูดต่อๆกับคนอื่นเพราะอาจกลายเป็นอวิชชาได้ แต่คราวนี้ผมถามด้วยสภาวะจิตที่น้อมรับถึงการมีอยู่จริงของทุกๆอย่างที่ได้สัมผัสมาในวันนี้ หากแต่จะก่อให้เกิดโทษประการใด ผมก็ขออภัยไว้นะที่นี้ด้วยครับ
อนุโมทนาทุกๆท่านในเวบที่มีประโยชน์เช่นนี้ครับ
ขอขอบพระคุณ
ผมใคร่ขอชี้แจงเพื่อให้คุณทบทวนจากการที่ไปฝึกมโมยิทธิที่บ้านสายลมมา ว่าสิ่งที่พบเห็นนั้นเป็นอุปาทานหรือไม่
1.หากสิ่งที่พบขณะฝึกมโนฯเป็นสิ่งที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิต นั่นแหละของจริงคือมีจริง แต่ลักษณะที่เห็นอาจไม่เป็นจริง ขึ้นอยู่กับกำลังของสมาธิขณะนั้น เช่น บางคนเห็นพระจุฬามณี เจดีย์สถาน เป็นสีทองบ้างเป็นสีขาวบ้าง เป็นแก้วประดับเพ็ชรบ้าง เป็นต้น คือเห็นพระเจดีย์เหมือนกัน แต่สีต่างกันเพราะสมาธิของแต่ละบุคคลที่เห็นขณะนั้นต่างกัน
2.หากสิ่งที่พบเห็น(ด้วยจิต)ขณะฝึกมโนฯเหมือนกับสิ่งที่เคยเห็นด้วยตาเนื้อมาก่อน นี่แหละจะค่อนข้างเป็นอุปาทานมาก
3.ขณะที่ฝึกมโนฯพยายามลดความลังเลสงสัยลงให้มาก อย่าห่วงร่างกายให้มากเกินไป สมาธิก็จะแจ่มใสขึ้น เห็นได้ชัดเจนตามความเป็นจริงมากขึ้น
4.คราวหน้าหากคุณมีโอกาสฝึกมโนฯอีก ลองขอบารมีพระท่านเห็นเต็มองค์ดูซิครับ แล้วจะเห็นว่าท่านสวยขนาดไหน(รูปปางนิพพานนะครับ)
5.การฝึกมโนฯ เป็นการพิสูจน์คำสอนของสมเด็จฯท่าน ว่าเป็นจริงหรือไม่เพียงใด แล้วน้อมนำมาเพื่อตัดกิเลสในใจนะครับ สมาธิก็จะยิ่งแจ่มใสทรงตัวมากขึ้น
สวัสดีที่มีผู้ใฝ่ดีเพิ่มขึ้นอีกแล้ว
จากคนที่ยังไม่เต็มบาทซักที
[b-wai] (bb-flower [b-wai] (bb-flower
ภูตัง
06-03-2006, 10:26 AM
ผมอยู่ต่างจังหวัดครับ จังหวัดสุราษฎร์ธานี วันๆต้องทำงาน(ใช้กรรมเก่า ) สนใจในมโนมยิทธิมานานครับ แต่ไม่รู้ว่าจะมีวาสนาได้เจออาจารย์ที่จะช่วยชี้แนะมั๊ย เพราะหาโอกาสไปบ้านสายลมไม่ได้เลย แต่ก็ได้อ่านวิธีปฏิบัติและประสบการณ์จากสหายธรรมทุกท่านนี่แหละครับ (ขอน้อมกราบขอบพระคุณสหายธรรมทุกท่าน) มาลองฝึกเอง แต่ยังรู้สึกว่าไม่ได้อะไรมากเลย ท่านใดพอจะทราบสถานที่ฝึกที่ไกล้เคียงจังหวัดสุราษฎร์บ้างครับ ขอความกรุณาแจ้งด้วยครับ
ง้วนดิน
06-03-2006, 10:54 AM
ง้วนดินไปฝึกมาเหมือนกัน
เดี๋ยวจะแยกไปตั้งทู้ใหม่นะ
ช่วยตามไปตอบง้วนดินผู้โง่เขลากันด้วยจ้า
ขอบคุณ...สาธุจ้า
[b-wai] [b-wai] [b-wai]
Carbonato
06-03-2006, 11:40 AM
เมื่อวานนี้มาทิ้งคำถามไว้2ข้อแต่ถูกลบไปซะแล้ว 5555 สงกะใสจะมีคนเคืองรับไม่ได้ อ๊ะ!ไม่เป็นไร แต่เราใจกว้างและคิดแล้วว่าที่ถามไปไม่น่าผิดแต่ถ้ามีคนไม่ชอบจะลบอีกก็ได้ (มีดีทำไมต้องกลัวละ)
อยากรู้เรื่องการไปฝึกอีกใครไปมาแล้วเขียนเล่าให้ฟังหน่อยจะเป็นพระคุณยิ่ง
1. มโนมยิทธิครึ่งกำลัง ยังมีอุปาทานอยู่เยอะ .. อาจเห็นไม่จริงอยู่ เยอะ และที่สำคัญ หลวงพ่อพระราชพรหมญาณ ท่านห้ามให้ทำนายคนอื่น เพราะมีแต่ผลเสียมาก อย่างมากก็เท่าตัว เพราะถ้าเกิดบอกผิดขึ้นมา จะกลายเป็นเข้าใจไม่ตรงประเด็นว่า หลอกลวง ...
.....
2. มโนมยิทธิครึ่งกำลัง จำเป็นต้องตรวจสอบสม่ำเสมอ เช่นว่า ดูว่า พรุ่งนี้กิจกรรมของชีวิตเรามีอะไรบ้าง ดูไว้..แล้วพรุ่งนี้มาก็ตรวจดูว่า ตรงกะที่เห็นจากการฝึกมโนมยิทธิหรือไม่...เป็นต้น
กระทู้ "หลวงปู่ดู่เทศน์สอนคณะศิษย์วัดท่าซุงผู้ได้มโนมยิทธิ"
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=23655
ผมอยู่ต่างจังหวัดครับ จังหวัดสุราษฎร์ธานี วันๆต้องทำงาน(ใช้กรรมเก่า ) สนใจในมโนมยิทธิมานานครับ แต่ไม่รู้ว่าจะมีวาสนาได้เจออาจารย์ที่จะช่วยชี้แนะมั๊ย เพราะหาโอกาสไปบ้านสายลมไม่ได้เลย แต่ก็ได้อ่านวิธีปฏิบัติและประสบการณ์จากสหายธรรมทุกท่านนี่แหละครับ (ขอน้อมกราบขอบพระคุณสหายธรรมทุกท่าน) มาลองฝึกเอง แต่ยังรู้สึกว่าไม่ได้อะไรมากเลย ท่านใดพอจะทราบสถานที่ฝึกที่ไกล้เคียงจังหวัดสุราษฎร์บ้างครับ ขอความกรุณาแจ้งด้วยครับ
ลองเข้าไปอ่านที่เวบบอร์ดของอาจารย์คนเมืองบัวนะครับ อ.ท่านจะตระเวนสอนที่ภาคใต้เป็นช่วงๆ้ เป็นบางจังหวัด ------>http://www.konmeungbua.com/webboard
ง้วนดิน
06-03-2006, 04:22 PM
คุณลูกเจ้าคุณนรฯ....
ง้วนดินก้อฝึกยุบหนอพองหนอมากะหลวงพ่อจรัญเหมือนกัน
แล้วก้อไปลองฝึกมโนมยิทธิที่บ้านสายลมมาได้สองครั้ง
แต่ตอนนี้ตัดสินใจเลิกฝึกมโนมยิทธิแล้วหละ
ท่าทางจะไปไม่รอด
เพราะเค้ามุ่งพระนิพพานกัน
แต่ง้วนดินยังอยากเกิดอะ
ไม่อยากโกหกครูที่สอนมโนฯ
ตอนเค้าถามว่า เราจะไม่เกิดอีกแล้วใช่มั้ย
แล้วทุกคนพร้อมใจตอบว่า ใช่
จนเราไม่กล้าตอบว่าเรา ไม่ใช่
แต่บอกครูท่านไปแล้วหละ
ว่าจะไม่มาอีกแล้ว เพราะยังอยากเกิดอีก
[b-wai] [b-wai] [b-wai]
kittham
06-03-2006, 04:29 PM
สถานที่ฝึกอยู่ที่ไหนครับ บอกให้ผมทราบหน่อยครับ.
Carbonato
06-03-2006, 05:01 PM
ก็มีหลายๆคนครับ ที่สืบๆมา
เค้าปรารถนาพุทธภูมิ ถ้าบอกให้เค้าเอาพระนิพพานชาตินี้ มันก็ "ไม่เข้าใจ" ....
แต่หลวงพ่อก็เคยเทศน์บอกไว้ว่า ยิ่งพุทธภูมิ ยิ่งต้องเข้าใจในพระนิพพาน การปรารถนาจะมาเกิดอีกหรือไม่นั้น บางคนเขาก็ไม่ปรารถนาตรงนี้
ภูตัง
06-03-2006, 05:57 PM
ขอบคุณ คุณ yeen มากครับที่ช่วยกรุณาสงเคราะห์เรื่อง รายชื่อ web ที่ให้มาจะลองเข้าไปศึกษาดูครับ
สถานที่ฝึกอยู่ที่ไหนครับ บอกให้ผมทราบหน่อยครับ.
สถานที่ฝึกหลายๆที่..เข้าไปดูได้ที่นี่นะครับ http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=14215
และถ้าอยากเรียนกับอาจารย์คนเมืองบัว(อ.ไก่) ก็เข้าไปที่เวบนี้นะครับ http://www.konmeungbua.com/webboard
12punna
06-03-2006, 11:44 PM
ความรู้สึก ครั้งแรก จะเป็นของจริงเสมอ
ความรู้สึกครั้งที่ 2 มันเป็นอุปทาน มาจาก ความไม่แน่ใจ ในจิตเรา
ฉะนั้น ครูผู้ฝึก ถามอะไรเรามา เรารู้สึกอย่างไร ครั้งแรก
ตอบไปเลย ไม่ต้องสนใจ ว่า จะเหมือนคนอื่นไหม
เพราะ ความเป็น ทิพย์ ย่อมเห็น แตกต่างกันไป ไม่เหมือนกัน
ใช้ ใจสัมผัส ใช้ ความรู้สึกสัมผัส อย่าสงสัย ทำใจสบายๆๆ
ให้ อยู่ใน ขั้น อุปจารสมาธิ ไม่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป เช่น
กำแพงมีรูอยู่ตรงกลาง ถ้าเรา มองต่ำไปก็ไม่เห็น มองสูงไปก็ไม่เห็น
มองกลางๆๆ จึงจะเห็น นี้และ วิชา มโนยิธ
penney
07-03-2006, 12:10 AM
มโนมยิทธิ สามารถมองไปในอดีตได้หรือป่าวคะ หรือว่าไปได้สวรรค์กะนรกและนิพพานเท่านั้น? สงสัยจริงๆนะคะ
lboonl
07-03-2006, 12:26 AM
แล้วถ้าครูฝึกถามแล้ว ไม่เห็นอะไรเลยหละครับ (และไม่รู้สึกอะไรด้วย) จะทำยังไงดี
Carbonato
07-03-2006, 01:34 AM
ฝึกมโนฯได้ ตาทิพย์
ตาทิพย์ดูอดีต ได้
ดูอนาคต ได้
ดูปัจจุบัน ก็ได้..ก็ครือๆกันแหละครับ หลวงพ่อบอกไม่ผิดเลย
วิปจิตัญญู
07-03-2006, 08:52 AM
แชร์ประสบการณ์แล้วกันนะครับ
1.ตัดนิวรณ์ 5 ประการออกไป ก่อนฝึก และ ก่อน การปฏิบัติเองทุกครั้ง
2.พยายามทำตัวให้บริสุทธิ์ด้วยศีลให้ครบตลอดเวลาครับ
3.ใช้ใจมอง มองเบาๆ อย่าเพ่ง อย่าจ้อง อย่าอยากครับผม ตรงไหรไม่เห็น ไม่ได้ ไม่รู้ ขอบารมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลยครับ เดี๋ยวท่านโปรด ที่เรารู้เราเห็นได้ ก็เพราะพุทธบารมีของพระองค์นครับ
4.พยายาม rechecked ตลอดเวลา โดยหมั่นระลึกขอบารมีกับพระพุทธองค์เสมอว่า สิ่งที่รู้ที่เห็น ขอให้ลูกได้เห็นตามความเป็นจริงุทุกประการด้วยเถิด
ขออนุโมทนาด้วยนะครับ
มาโปรดน้องๆ เพื่อนๆ ห้องนี้บ่อยๆนะครับ คุณ Kenichi
คุณ Kenichi อยู่สายการบินอะไรอะครับ JAL รึป่าวครับ ( ทำงานใกล้ ข้างบนจัง ) โมทนากับทุกท่านครับ[b-wai]
ฝึกมโนฯได้ ตาทิพย์
ตาทิพย์ดูอดีต ได้
ดูอนาคต ได้
ดูปัจจุบัน ก็ได้..ก็ครือๆกันแหละครับ หลวงพ่อบอกไม่ผิดเลย
เพิ่มเติมนด ครับ
ถ้าจะฝึก ดู อนาคต ดูปัจจุบัน อดีต ให้ฝึกให้ได้ทิพย์จักขุ แล้ว ฝึกณาน 8 ต่อครับ เป็นสายตรงเลยครับ
BeerNP
07-03-2006, 04:45 PM
ผมไปฝึกมาครั้งนึง หลายเดือนแล้วล่ะครับ ตอนนั้นรู้สึกว่าเหมือนแขนกับตัวหายไปเลยอ่ะครับ ว่างมากๆเลย หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ไปอีกเลยครับ ติดเรียน ติดสอบ ต้องคอยช่วยงานที่โรงเรียน ผมว่าช่วงผิดเทอมจะหาโอกาสไปอีกสักครั้งครับ
Kenichi
08-03-2006, 12:37 AM
มาโปรดน้องๆ เพื่อนๆ ห้องนี้บ่อยๆนะครับ คุณ Kenichi
คุณ Kenichi อยู่สายการบินอะไรอะครับ JAL รึป่าวครับ ( ทำงานใกล้ ข้างบนจัง ) โมทนากับทุกท่านครับ[b-wai]
เพิ่มเติมนด ครับ
ถ้าจะฝึก ดู อนาคต ดูปัจจุบัน อดีต ให้ฝึกให้ได้ทิพย์จักขุ แล้ว ฝึกณาน 8 ต่อครับ เป็นสายตรงเลยครับ
1.ผมอยู่สายการบินแห่งชาติครับผม....{ TG }
2.ขออนุญาติไม่รับคำว่า โปรด นะครับ ไอ้ตัวผมเองมันก็คนธรรมดา เท่านั้นครับเพียงแต่มุ่งมั่นปฏิบัติตามที่คำสอนของหลวงพ่อ ที่สมเด็จพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ครับ
3.ไม่ว่าช้า หรือ เร็ว ทุกคนก็ไปได้หมดครับ บนพระนิพพานโลกุตระ เพียงแต่ ตัวของเราเอง จะมีกำลังใจ ในการตัดสังโยชน์ และ ทรงอิทธิบาท 4 ได้ดีเพียงใด ขอย้ำเลยนะครับ หากปฏิบัติได้ลึกลงมากๆ ธรรมะขององค์สมเด็จบรมครู เป็นปัจจัตตังครับ ทุกคน มีบททดสอบ มีการปฏิบัติที่เป็นแบบที่ตนเองถูกจริต แต่ ลงท้าย วางทุกอย่างบนโลกนี้ ไม่ติดในขันธ์ 5 ของเรา ทำตัวให้เหมือนแผ่นดิน วางทุกข์ วางสุข ละโลกธรรมให้ได้ แม้กระทั่งจิตเราก็ยังต้องคืนให้โลกนี้ไปเลยครับ แล้วเราจะเอาอะไรอีกในชีวิตบนโลกนี้ครับผม....
4.ไม่ต้องเกรงใจนะครับ หากผมช่วยได้ผมจะตอบ หากตอบด้วยตนเองไม่ได้ จะพยายามหาข้อมมูลมาให้ ผมเองก็รอเวลา หากวันไหนได้บวช แล้วจะบอกนะครับ....ขอโมทนาด้วยครับผม
วิปจิตัญญู
08-03-2006, 07:16 AM
สาธุครับ คุณKenichi ทางแห่งนิพพาน ทางของพระพุธองค์ ประเสริฐที่สุด[b-wai]
ผู้น้อยขอโมทนา ล่วงหน้านะครับ (บวช ) [b-wai]
Supernova
08-03-2006, 08:50 AM
คาดว่า เดือนเมษายนจะไปลองฝึกดูบ้าง อยากจะไปหลายๆครั้งแล้วครับ แต่ติดธุระมาตลอด โดยเฉพาะเรื่องเรียนครับ
คุณ Kenichi ผมรู้สึกคุ้นๆหน้ามากๆเลยครับ เหมือนเคยเจอกัน
Kenichi
08-03-2006, 10:52 AM
อาจเคยเห็นผมที่บ้านสายลมมั้งคับ
เมื่อสักครู่ตอนนั่งอ่านอยู่ หลวงพ่อมาบอกว่า
ลูกเอ๋ย ฝากบอกลูกบอกหลานหลวงพ่อด้วย ว่าปีนี้เป็นปี่ค่อนข้างรุนแรง จะมีภุยพิบัติได้ แต่ลูกพระพทุธเจ้าอย่ากลัว ให้ตนให้บริสุทธิ์ด้วยศีล ใครได้มโนมยิทธิ ให้ไปกราบพระพุทธเจ้าขอพร ใครไม่ได้เอาจิตจับพระพุทธรูปไว้ หมั่นทำ ทาน ศีล ภาวนาให้ได้ทุกวัน ทาน ใครไม่ว่างก็ใส่บาตรวิระโยได้ทำทุกวันให้มันชิน ให้บารมีมันเต็มเร็วๆ ส่วนใครเงินน้อย ให้ท่องคาถาเงินล้าน แต่เวลาท่อง อย่าไปอยาก ถ้าอยากแล้วมันไม่ได้นะลูก ให้ท่องเพื่อระลึกถึงคุณความดีพระพุทธเจ้า คุณความดีหลวงพ่อปาน เงิน ลาภเป็นผลพลอยได้ แต่ถ้าอยากน่ะมันเป็นกิเลส ตัณหาตัวร้ายท่องให้เกิดตัณหาพ่อจะให้ลูกท่องกันทำไม .......
กราบพระพุทธเจ้า และ หลวงพ่อครับ ผิดพลาดประการใดผมน้อมรับอกุศลกรรมแต่ผู้เดียวครับ
นิดนึงครับ คุณวิปจิตตัญญู ญาณ เป็นผลพลอยได้จาก ฌาณ ตัดกิเลสละเอียดออกไปเวลาปฎิบัตินะครับ อย่าไปอยาก อยากจะไม่ได้ ไม่อยาก แม้ไม่อยากจะได้ก็ได้ของมันเอง เพราะบารมีมันถึง พอได้อย่าติดนะครับ ทำอรูปฌาณต่อเลยครับ แล้วฝึกถอดจิต คุณทำได้แน่ๆ แต่ตัดกิเลสละเอียดออกไปครับ บางที หากเรารู้มาก่อน แล้วเราเอาจิตไปกำหนดทำไมไม่เห็นเป็นเหมือนที่รู้มาเลย ธรรมะของพระพุทธเจ้า เป็นปัจจัตตัง ญาณและ ฌาณ เหมือนกัน แต่ การได้ การถึง ต่างรูปแบบเฉพาะตนนะครับ
ต้องกราบขออภัยล่วงหน้าที่แนะนำนะครับ ผิดถูกผมขอโทษด้วยละกันครับผม
วิปจิตัญญู
08-03-2006, 12:42 PM
อาจเคยเห็นผมที่บ้านสายลมมั้งคับ
เมื่อสักครู่ตอนนั่งอ่านอยู่ หลวงพ่อมาบอกว่า
ลูกเอ๋ย ฝากบอกลูกบอกหลานหลวงพ่อด้วย ว่าปีนี้เป็นปี่ค่อนข้างรุนแรง จะมีภุยพิบัติได้ แต่ลูกพระพทุธเจ้าอย่ากลัว ให้ตนให้บริสุทธิ์ด้วยศีล ใครได้มโนมยิทธิ ให้ไปกราบพระพุทธเจ้าขอพร ใครไม่ได้เอาจิตจับพระพุทธรูปไว้ หมั่นทำ ทาน ศีล ภาวนาให้ได้ทุกวัน ทาน ใครไม่ว่างก็ใส่บาตรวิระโยได้ทำทุกวันให้มันชิน ให้บารมีมันเต็มเร็วๆ ส่วนใครเงินน้อย ให้ท่องคาถาเงินล้าน แต่เวลาท่อง อย่าไปอยาก ถ้าอยากแล้วมันไม่ได้นะลูก ให้ท่องเพื่อระลึกถึงคุณความดีพระพุทธเจ้า คุณความดีหลวงพ่อปาน เงิน ลาภเป็นผลพลอยได้ แต่ถ้าอยากน่ะมันเป็นกิเลส ตัณหาตัวร้ายท่องให้เกิดตัณหาพ่อจะให้ลูกท่องกันทำไม .......
กราบพระพุทธเจ้า และ หลวงพ่อครับ ผิดพลาดประการใดผมน้อมรับอกุศลกรรมแต่ผู้เดียวครับ
นิดนึงครับ คุณวิปจิตตัญญู ญาณ เป็นผลพลอยได้จาก ฌาณ ตัดกิเลสละเอียดออกไปเวลาปฎิบัตินะครับ อย่าไปอยาก อยากจะไม่ได้ ไม่อยาก แม้ไม่อยากจะได้ก็ได้ของมันเอง เพราะบารมีมันถึง พอได้อย่าติดนะครับ ทำอรูปฌาณต่อเลยครับ แล้วฝึกถอดจิต คุณทำได้แน่ๆ แต่ตัดกิเลสละเอียดออกไปครับ บางที หากเรารู้มาก่อน แล้วเราเอาจิตไปกำหนดทำไมไม่เห็นเป็นเหมือนที่รู้มาเลย ธรรมะของพระพุทธเจ้า เป็นปัจจัตตัง ญาณและ ฌาณ เหมือนกัน แต่ การได้ การถึง ต่างรูปแบบเฉพาะตนนะครับ
ต้องกราบขออภัยล่วงหน้าที่แนะนำนะครับ ผิดถูกผมขอโทษด้วยละกันครับผม
สาธุๆ ครับผม[b-wai] เป็นกำลังใจให้มากเลยครับ
วันที่ 22 นี้ คิดว่าได้ไปท่าซุงอีกครับ ต้องบำเพ็ญให้เต็มเตรียมตัวแต่เนินๆครับ
ว่าแต่ผมต้อง ไปแล้วครับ เดี๋ยวมีคนมาแซวว่า นี่บอกว่าเก็บตัวฝึกแล้วไม่ใช่หรอ มาเล่นเน็ต ทำไม :)
Carbonato
08-03-2006, 01:48 PM
โมทนาพี่ Kenichi (http://www.palungjit.com/board/member.php?u=8556)<SCRIPT type=text/javascript> vbmenu_register("postmenu_208391", true); </SCRIPT> ครับ
เท่าที่ตอนนี้จิตค่อนข้างดี .. พอรู้มาว่า หลวงพ่อเทศน์พี่แบบนั้นจริงๆครับ .. โมทนาครับ
อ่านแล้วผมรู้สึกตัวเองแย่จัง ไม่ค่อยได้ทำบุญ แล้วก็ไม่ได้ท่องคาถาเงินล้านเลย ไม่ว่าคาถาไหนไม่ค่อยได้ท่อง ยกเว้น คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า
นะโมตัสสะภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต ....
Boton
08-03-2006, 07:40 PM
ได้ไปทำบุญและถวายสังฆทานที่บ้านสายลม เมื่อต้นเดือน มี.ค. 2549 มาเหมือนกัน
ใครที่เริ่มฝึกมโนมยิทธิครั้งแรกให้ขึ้นไปที่ชั้น 3 ค่ะ
ขอโมทนาบุญด้วยค่ะ
แม่นายมล
08-03-2006, 08:28 PM
ขอโมทนากับ ลูกเจ้าคุณนรฯ ถ้าไปฝึกเต็มกำลังน่าจะได้นะ
Kenichi
09-03-2006, 01:13 PM
เห็นคุณวิปจิตตัญญุถามมาเห็นว่าเป็นประโยชน์ขออนุญาติตอบตรงนี้นะครับ
(อนึ่งผมไม่ใช่ผู้รู้อะไรมาก เพียงแต่เคยปฏิบัติแบบตนเอง เพราะฉะนั้นขอให้ถือว่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์นะครับ)
สวัสดีครับ พี่ Kenichi
<HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->1.ถ้าผมทรงณานไว้เป็นปกติ จะทรงไว้ยังไงครับ อยู่ใน อุปจารสมาธิ และ ปฐมณาน ตลอดเลย หรอครับ จิตมันสงบตลอด แต่กาย มันจะเป็นยังไงก็ปล่อยไปตามนิสัย หรอครับ
ถามอย่างนี้แสดงว่าการปฏิบัติยังไม่ถึงอารมณ์ที่ทรงฌาณครับ คือปกติแล้วผู้ที่ทรงฌาณได้ ไม่ต้องกำหนดหรอกครับว่า ขณิก อุปจาร ปฐฒ ทุติ...แต่อารมณ์ และ ลมหายใจมันจะเบาไปเอง อะไรกระทบมันก็จะวาง จะเฉย ของมันเอง ก็เป็นปัจจัตตังอีกนั้นแหละ ต้องมีวิริยะ คือความเพียร แล้วจะสำเร็จนะครับ ขอเป็นกำลังใจให้
คือ ตอนนี้ มี ปัญหา เรื่องทางธรรม กับ ทางโลก ที่ต้องเอามา match
ไม่ต้องแมทช์ มันก็คู่กันได้ แสดงว่าตอนนี้คุณกำลังสับสนนะครับ เท่าที่ผมพอเดาได้
1.คุณธรรม ทำตรงๆ ครับ ทรงพรหมวิหาร 4ไว้ อย่าผิดศีล และ อกุศกรรมบถ10 โดยเฉพาะด้านวาจา เช่น การนินทา /ตัวดีเลย../การพูดส่อเสียด....
2.ความโกรธ ไปโกรธเค๊าทำไมครับ สงสารเค๊าเถอะ แค่ความทุกข์คนที่ทำให้เราโกรธเค๊ามีมากอยู่แล้ว จะไปเพิ่มุทุกข์เราให้เค๊าทำไม โกรธเค๊า เราและเค๊าก็ตาย ไม่โกรธ ก็ตาย แล้วโกรธทำไมให้ใจตัวเองเหนื่อยเปล่าๆ
3.ระวังความโลภของตนเองจนถึงกับจะต้องมุสานะครับ ผลประโยชน์น้อยนิดแลกกับบาปในนรก คุ้มหรือเปล่า เวทดูเองนะครับ
ผมอยากจะทรงอารมณ์สงบไว้เป็นปกติ จะอุปจารสมาธิ ปฐมณาน หรือ สูงกว่าก็ได้ครับ
เอาอุปจาร ให้มันทรงก่อนดีกว่ามั้ย ฝึกสุขวิปัสโก อาปานสติ ให้สงบจริงๆก่อน
แล้วค่อยต่อๆดีกว่าใจเย็นๆนะครับ กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว ผมเริ่มทำตั้งแต่ ม.3 ผ่านไปสิบกว่าปีพึ่งจะมารู้ ลองผิดลองถูกมาก็เยอะ ใจเย็นๆครับ
แต่ให้ตัวเอง ยังเป็น ตัวของตัวเองอยู่คือเวลาไปมหาลัย ก็ต้องมีคุยกับเพื่อนบ้าน เวลาทำธุรกิจ ( ผมมีธุรกิจเล็กๆ )ผมก็คุยกับลูกค้า หรือ คุยกับเพื่อนๆในวงการบ้าง หรือบางทีก็ต้องมีแผนการตลาด ที่มันค่อนข้างมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวบ้าง จะทำยังไงดีครับ ธรรมะกับธุรกิจ
คู่กันได้แน่นอนครับ เราคุยอะไรกับใคร ใหม่ๆอาจเช็คกุศลกรรมบถ10 อย่าให้คลาด แต่ทำไป ทำไป เดี๋ยวมันทรงตัว คราวนี้ มันบริสุทธิ์ไปเองครับ
ของคุณติดเป็นคนชอบเมาท์ ชอบนินทา อย่าว่าผมนะครับ หรือ ว่าคนลับหลัง ส่อเสียดก็เอากับเค๊าให้เจ็บใจเล่น หยุดดีกว่ามั้ยครับ....
ผมอยากว่าพี่ จัดการกับชีวิต ปกติยังไงครับ ขอบคุณครับ
คือในการใช้ชีวิตปกติผมนิ่งอยู่แล้ว ครับ เมื่อก่อนอาจมีโกรธบ้างกับผู้โดยสารเรื่องยกกระเป๋าตัวดีเลย แต่ปฏิบัติไปเรื่อยๆ มันเย็นเองจริงๆครับ ก็เป็นปัจจัตตังอีก ส่วนในชีวิตผมมองทุกอย่างเป็นอนิจจัง และ เป็นอสุภะ เพราะ ท้ายสุด ไม่มีอะไรจะเหลือ และ เป็นของๆเรา เพราะฉะนั้น ดับที่เหตุ อยากจะได้ อยากจะมี อยากจะเป็น ตายมั๊ย ตาย....... ไม่อยากได้ ไม่อยากมี ไม่อยากเป็น ก็ตาย....แล้วเราจะทำตัวเองให้เหนื่อย ตามใจตัณหาบ้าๆของเราเพื่ออะไร เพราะท้ายสุดตายแน่ เสียเวลาที่นั่งวิ่งเป็นหนูถีบจักรเอามาสนองกิเลส
เราอยากได้อะไรในชีวิตมองดีๆ สุขทุกข์คู่กัน รถยุโรป แพงมากกับค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง / สปา เคริ่องสำอาง เซ็ทละไม่ต่ำกว่าหมื่นท้ายสุดมันก็แก่ มันก็ป่วย มันก็ตาย เออบ้าดี หามาอยู่ได้/// คอนโด บ้าน แพงๆ ที่เสียค่าแม่บ้านค่าส่วนกลาง แพงมาก // เทียวเมืองนอก ใครว่าเท่ห์ครับ แค่เดินทางนั่งอย่างเดียวก็เหนื่อยแล้ว อาหารก็แพง รสชาติก็ไม่อร่อย หากินไม่ได้ 24 ชม.โรงแรมแพงกรณีเที่ยวเอง บางชาติคนท้องถิ่นก็ดูถูก อากาศหนาวมากจนหูแทบฉีก //ไหนครับความสุข///คนรักของเราแม้ว่าจะดีมาก รักเราพร้อมทุกอย่าง แต่นี่แหละ ตัวร้ายครับ เราจะมีห่วงในชีวิตโดยไม่รู้ตัว///เครื่องประดับ นาฬิกา เพชรเป็นแสนสองแสน กลัวจะหาย กลัวถูกขโมย ไปไหนต้องฝากไว้กับเซฟ มันบ้ารึเปล่าคนเราเนี่ยะ แท้ๆ มันคือสิ่งสมมติทั้งนั้นครับ เธอ ฉัน ผู้ชาย ผู้หญิง คนนี้ คนนั้น ของดี ของแพง ของมีระดับ //ไฮโซอย่างเรา.....บ้ามั้ยครับคนเนี่ยะ...
ผมรู้สึกว่า ผมเปลี่ยนไป จากคนที่พูดมาก กลายเป็นคนที่พูดน้อยลง มีพรหมวิหาร 4 อยู่เป็นปกติ
จะมีบ้างที่ หลุดๆ พูดออกไปตามความเคยชิน แต่ก็จะพิจารณาตัวเอง และเริ่ม ทำจิตให้กลับมา สงบเหมือนเดิม
2. บางท่าน สามารถที่จะ ทำหลายกิจกรรม เป็น เรื่องปกติของชีวิต แต่จิตก็จับอยู่ที่นิพพานหรือความสงบตลอด อย่างนี้ ต้องฝึกยังไงครับ ต้องไป ค้างที่วัดนานๆมั้ยครับ ให้เก่งก่อน ผมรู้สึกว่าอยู่ใกล้ครูบาอาจารย์แล้วจิต จะเข้าใจในธรรม จิตจะสงบลง ได้เร็วครับ
3.พิจารณา ดับ ขันธ์ 5 ยังไงครับ และ มุ่งไปนิพพานอย่างเดียว ครับ
อย่างนี้คงต้องคุยกันยาว ค่อยๆเริ่มนะครับผม ใหม่ๆผมก็เป็น ขนาดอยู่บ้านยังฟุ้งซ่าน ต้องไปนู่นวัดปทุม เอากับมันสิ เป็นบ่อย แต่พอ ทำเรื่อย ทำทุกอย่างจนมันเต็ม เดี๋ยวมันเย็นของมันเองอยู่ไหนมันก็สงบครับ นั่งรถไฟฟ้ายังสงบเลย
เมื่อก่อนถึงญี่ปุ่น เกาหลี ดูไบ ไม่หลับไม่นอน ช๊อปอยู่ได้ เดี๋ยวนี้แค่จะออกก็เบื่อแล้วครับ เสียดายเวลาเพราะไม่รู้ว่าเวลาตายมาเยือนตอนไหน ผมจะเตรียมตัวตายเสมอ และพร้อมที่จะตาย โดยไม่มีอะไรที่ห่วง เวลาภาวนา ผมก็สวดมนต์ปกติ ขอขมา สมาทาน แล้ว หายใจแรงๆ 5ครั้งเอานิวรณ์ที่เป็นอารมณ์หยาบออกไป หลังจากนั้น จับ อาปานสติ นะมะพะธะ บ้าง พุทโธบ้าง จนเข้า ฌาณ 1 ก็นับทุกครั้ง เข้า-ออก 1 / 2/3 ไปเรื่อยๆ จนตัดดับคำภาวนาเข้า ฌาณ2 จนถึงฌาณ4 ผมใช้วิปัสสนาอบรมสมาธิ ไปเรื่อย ไปเฉีอย พรหมวิหารบ้าง อสุภะบ้าง กายคตาบ้าง จาคะบ้าง ไตรลักษณ์ อริยสัจบ้าง เยอะแยะ ทำเรื่อยๆจนมันนิ่ง ส่วนเรื่อง ญาณ เดี๋ยวมันมาของมันเอง ของผม (ปัจจัตตังนะครับ) องค์ปฐม มาสอน มาคืนให้หมดเลย ค่อยๆสอนทีละวัน ทีละญาณ จนถึง อรูปฌาณ ถอดกาย ถอดจิต ใหม่ๆก็สนุกคึกคะนอง แต่อยู่ไปมันเบื่อ แล้ว สมเด็จ ก็มาโปรดบอกว่าอย่ายึด หลวงพ่อก็เทศน์ซ้ำอีกรอบ ตั้งแต่นั้นผมไม่สนใจอีกเลย แม้ไม่อยากได้ มันก็มาของมันอีก แล้วความเป็นอริยะเนี่ย มันรู้ได้โดยเฉพาะตนอีก ของคุณเอาแค่ ศีลครบก่อนนะครับ ผมเป็นกำลังใจให้ในการเป็นโสดาบัน...
4.มีโอกาส ชวนผมไปปฏิบัติด้วยก็ได้นะครับ
สุดท้ายนี้ ขอขอบพระคุณ คุณพี่Kenichi อย่างสูงครับ
และโมทนา ธรรมทานที่พี่จะให้ ครับ
ถ้ารบกวนเวลา หรือย่างใด ขอกราบขอโทษ พี่Kenichiไว้ ณ ที่นี้นะครับ
ถ้าพี่อยากตอบ ใน topic ใหม่ก็ได้นะครับ มิตรธรรม ทั้งหลายจะได้ อานิสงค์ไปด้วยครับ
เคารพ ครับ
Rich[b-wai]
<!-- / message --><!-- sig -->__________________
เมื่อนภาไร้เมฆบดบัง
ทั่วทุกด้านสว่างไสว
ลมพัดเย็นเอื่อยๆไกล
ขุนเขาไร้เสียงจำนันจา
วันนี้น่ายินดี
หยุดชีวีที่ผกผัน
ไร้ทุกข์โศกในทุกวัน
ทั้ง ขันธ์5ไม่พบเจอ
<!-- / sig -->
วิปจิตัญญู
09-03-2006, 01:49 PM
สาธุ สาธุ สาธุ สาธุ[b-wai] [b-wai] [b-wai] [b-wai]
ขอบพระคุณมากครับ clear มากๆครับ
แม่นายมล
10-03-2006, 08:36 AM
สาธุ.......อ่านข้อความ คุณ kenichi เรื่องหลวงพ่อมาบอก
สักครู่เดียวเอง นึกถึงท่าน ได้กลิ่นธูปหอมๆ ตรงหน้า คอมเลย
ขนลุกด้วย คิดว่าท่านคงมายืนยันแน่ๆ
สาธุ.......ลูกขอกราบองค์หลวงพ่อ[b-wai]
ลูกเจ้าคุณนรฯ
15-03-2006, 10:58 AM
อนุโมทนากับทุกคนด้วยครับ
BlueLotus
17-03-2006, 11:41 AM
สาธุ สาธุ ไม่ค่อยได้ไปบ้านสายลม ครั้งล่าสุดไปนั่งแล้วก็ไปหอบหนังสือมาอ่าน ดีใจที่เห็นเพื่อน ๆ ไปกัน อนุโมทนา สาธุ ค่ะ
Carbonato
17-03-2006, 12:22 PM
ผมชอบตรงที่ถามพระใหญ่ท่านได้อ่ะครับ
...นี่แหละ เต็มที่แล้ว ความพิเศษของมโนมยิทธิ
ลูกเจ้าคุณนรฯ
17-03-2006, 03:35 PM
น้องอ้นตอบเองเลยเหรอ จะว่าไป...เรื่องจริงทั้งนั้นเลยนะครับ ผมเลิกสงสัยแล้ว เพราะพิสูจน์มาเยอะแล้วอ่ะครับ ล่าสุดกับน้องอ้นนี่เอง แหะๆๆๆ
hot oil
31-03-2006, 09:32 AM
รบกวนสอบถามคุณ yeen ถึงสถานที่ฝึกที่ จ.ระยองด้วยค่ะ
สนใจมานานเเล้วค่ะ เพิ่งทราบว่ามีสอนที่ระยองด้วย
ไปดูตามlink ที่ให้เเล้วไม่ได้บอกรายละเอียดค่ะ
ขอบคุณค่ะ
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.