View Full Version : ถอดจิตไปดูสวรรค์ และได้กราบหลวงพ่อฤาษีลิงดำครั้งแรก
kingkaewmath
27-02-2006, 06:23 PM
เป็นประสบการณ์ครั้งแรกเลยค่ะ เรื่องเป็นดังนี้
-คืนวันที่26 ก.พ. 2549 เวลา ประมาณ เที่ยงคืนข้าพเจ้าง่วงมาก
-ได้เข้านอน ก่อนนอนภาวนาพุทโธ ปลงกับร่างกายว่าไม่สะอาดเอาเสียเลย
จนหลับหมดความรู้สึกไป
-รู้สึกตัวอีกทีพบว่ากำลังเหาะอยู่เหนือพื้น ข้างล่างเป็นสะพาน ทุ่งหญ้า ถนน ต้นไม้ ลอยไปเรื่อยๆจนมาถึงที่แห่งหนึ่ง
-สภาพเป็นบ้านเรือนสีสันงดงามแปลกตาหลายหลัง ข้าพเจ้าขึ้นไปบนบ้านหลังหนึ่งชึ่งมีคนอยู่บนนั้นก่อนแล้ว3-4คน
-ซักพักปรากฎร่างหลวงพ่อฤาษีข้าพเจ้าปิติยินดีมาก ก้มลงกราบท่าน (เคยอธิษฐานก่อนนอนว่าขอขึ้นไปกราบท่าน)
-ปรากฎร่างพระสงฆ์อีกองค์ แก่แล้ว หัวหงอกด้วยข้าพเจ้าไม่รู้จักว่าคือใคร
(ข้าพเจ้านับถือสมเด็จโตด้วย)
-ท่านนี้เอาเครื่องหมายบางอย่างมาติดตรงกึ่งกลางระหว่างคิ้วของข้าพเจ้าและทุกๆคนบนนั้นรู้สึกปวดตึงเสียวไปทั้งหัว
-ท่านบอกว่านี่คือสัญลักษณ์ให้รู้ไว้ว่าถ้าขึ้นมาก็มาดูได้ทุกภูมิที่อยากดู
-ข้าพเจ้าก็กราบท่าน และได้ทดลองดูมือตัวเอง ปิดจมูก เอาหน้ามุดทราย แต่ก็ไม่อึดอัด ยังหายใจได้ีแปลก หยิกตัวเองก็ไม่เจ็บ
-เกิดเครื่องหมายที่อก มีให้เลือกเป็นนรก สวรรค์ แต่ละชั้น
-ลองเลือกสวรรค์ดู ปรากฎว่าสภาพบ้านเรือน สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่ก็สวยงามแปลกตาดี
-ได้เดินดูตามถนน ลองกระโดดเหาะ สามารถเหาะได้บังคับทิศทางได้
-เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินสวนรู้สึกคุ้นเลยทักแต่เหมือนเขามองไม่เห็นเรา
นึกไม่ออกว่าเคยรู้จักเขาตอนไหน และไม่รู้จักชื่อด้วย
-สักพักทุกอย่างเริ่มมืด ความรู้สึกเหมือนลอยวืดดดดด มาที่ร่างกายที่หลับอยู่ รู้สึกตัวตลอด ตื่นแต่ยังไม่ลืมตา หายใจลึกๆ3ครั้งแล้วลืมตา
-ดูนาฬิกา เป็นเวลาตี 3.45 นาที
ท่านผู้รู้ช่วยชี้แนะด้วยนะคะ่ เพราะเป็นประสพการณ์ครั้งแรกเลย
12punna
28-02-2006, 02:14 PM
ถ้า ฝัน ก็คือ ฝันครับ มีทั้ง จริง และ ไม่จริง
ขึ้นอยู่กับ ตัวผู้ฝันเอง ตราบใดที่เรา ยังไม่สามารถ
รับรู้ได้ด้วย สติ ตราบนั้น ก็ ยังถือ แค่เป็น นิมิตร
ที่ อาจจริง และ ไม่จริง
เพิ่มเติมความรู้อีกนิด บนสวรรค์ ถ้าเราไปจริงๆๆ
เวลา เราอยู่ บนนั้น ไม่มีคำว่า ไม่รู้ เมื่อเราอยากรู้อะไร
จะรับรู้ได้หมด เช่น เห็น นางฟ้าองค์หนึ่งลอยมา เพียงแค่
อยากรู้ เราก็ รู้ได้เลยว่า ชื่ออะไร เคยรู้จักกับเราชาติไหน
เคยเป็น อะไรกับเราไหม เราจะรู้ได้ทันทีเลย เพราะ จิต
เราเป็น ทิพย์ อยู่ ยกตัวอย่างเรื่องของผม นะ
เคยมีอยู่ ครั้งหนึ่ง ไปเห็น ยักษ์ องค์หนึ่ง เป็นแก้วผลึก
ใส มองทะลุได้เลย สูงประมาณ 3 เมตร ได้ ผมก็สงสัย
ว่า ยักษ์ องค์นี้คือใคร จิตมันก็ บอกเลยว่า ที่เราเห็นอยู่นี้
คือ เสด็จพ่อท้าวเวสสุวรรณ จิตเรา สามารถรับรู้ได้ อัตโนมัติเลย
แต่ถ้าสิ่งที่คุณเล่ามา บอกตอนไปเจอ หญิงท่านหนึ่ง แต่จำไม่ได้
ว่าเป็นใคร เอ้ ผมว่า บางที อาจจะโดน กิเลสในใจเรา กิเลส นี้มีชื่อว่า
ความ อยาก หลอกได้นะครับ ให้คอยสังเกตุ และ ลองแยกแยะดู
ที่ผมสอนชี้แนะนี้ ไม่ได้อวดตัวนะครับ ผมยังเป็นผู้ต่ำต้อยอยู่ แต่ถ้า
สิ่งไหน ผมรู้ สอน ได้ ผมก็ ชี้แนะไปตามที่รู้ นะครับ
kingkaewmath
28-02-2006, 06:29 PM
ดิฉันปฎิบัติสมาธิเพื่อ
1. อยากนิพพาน เบื่อโลก ไม่อยากเกิดอีก รู้สึกว่าโลกนี้เป็นทุกข์
2. พิสูจน์เรื่องนรกสวรรค์ไห้เห็นจริงด้วยตัวเอง
3.ไม่รู้ว่าตัวเองทำได้ถึงขั้นไหน แต่ทุกวันนี้พยายามรักษาศีล 5 ตลอด สมาธิก็ทำมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เรียนอยู่ ม.1 เดี๋ยวนี้เรียนมหาลัย ปี4 จะจบแล้ว
ขอบคุณที่ช่วยแนะนำไห้นะคะ
yaring
28-02-2006, 07:37 PM
พระที่นิพานแล้ว เข้ามาที่สวรรค์ได้หรือป่าว???
yaring
28-02-2006, 07:39 PM
จิตที่นิพานแล้ว อยู่ที่ไหน???
kingkaewmath
28-02-2006, 08:21 PM
[quote=kingkaewmath]เป็นประสบการณ์ครั้งแรกเลยค่ะ เรื่องเป็นดังนี้
-ปรากฎร่างพระสงฆ์อีกองค์ แก่แล้ว หัวหงอกด้วยข้าพเจ้าไม่รู้จักว่าคือใคร
(ข้าพเจ้านับถือสมเด็จโตด้วย)
-ท่านนี้เอาเครื่องหมายบางอย่างมาติดตรงกึ่งกลางระหว่างคิ้วของข้าพเจ้าและทุกๆคนบนนั้นรู้สึกปวดตึงเสียวไปทั้งหัว
-ท่านบอกว่านี่คือสัญลักษณ์ให้รู้ไว้ว่าถ้าขึ้นมาก็มาดูได้ทุกภูมิที่อยากดู
ใครพอจะอธิบายเหตุการณ์นี้ได้บ้างคะ
kingkaewmath
28-02-2006, 08:29 PM
เป็นประสบการณ์ครั้งแรกเลยค่ะ เรื่องเป็นดังนี้
-เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินสวนรู้สึกคุ้นเลยทักแต่เหมือนเขามองไม่เห็นเรา
นึกไม่ออกว่าเคยรู้จักเขาตอนไหน และไม่รู้จักชื่อด้วย
จิตขณะที่อยู่บนนั้น รู้ว่าเขาเป็นใคร ทักชื่อออกไปด้วย(แต่พอตื่นขึ้นมากลับลืมชื่อ????)
แต่พอตื่นขึ้นมาลองนึกๆดูว่าเป็นใครที่เรารู้จักในชาตินี้
แต่นึกไม่ออก ไม่มีใครหน้าตาแบบนี้ที่ข้าพเจ้าเคยรู้จักเลย
ถ้าเป็นเรื่องอดีตชาติข้าพเจ้าไม่สามารถระลึกได้(ระลึกชาติไม่ได้)
kingkaewmath
28-02-2006, 08:40 PM
แล้วถอดจิต
กับฝันไปมันต่างกันอย่างไรคะ
ตามความรู้สึกของข้าพเจ้าที่เคยฝันรู้สึกว่าความฝันเราบังคับมันไม่ได้ ไม่มีสติ ภาพไม่ชัด เรื่องไม่ปะติดปะต่อ บางทีก็ลืมว่าเคยฝันอะไร
แต่ที่ข้าพเจ้าประสพมามันตรงข้ามคือ บังคับได้ มีสติ ภาพชัด เรื่องปะติดปะต่อ
ความรู้สึกก็ปะติดปะต่อ จนกระทั่งตื่นเลย
kingkaewmath
28-02-2006, 08:49 PM
จิตที่นิพานแล้ว อยู่ที่ไหน???
นักปราชญ์ทั้งหลายก็ถกเถียงกันอยู่นะคะเรื่องนี้
ท่าน พระธรรมปิฎกบอกว่าสูญ
ธรรมกายบอกว่ามีอยู่ที่แดนๆหนึ่ง
หลวงพ่อฤาษีบอกว่าก็อยู่ที่แดนๆหนึ่งที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดกาล ผู้ที่จิตเป็นนิพพานแล้วขึ้นไปดูได้ โดยอาศัยมโนมยิทธิ
ควรเชื่อใครดีคะ
หรือต้องนิพพานเองถึงจะรู้
ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนค่ะ
kingkaewmath
28-02-2006, 09:25 PM
เครื่องหมายหรืออะไรที่พระเอามาติดที่ระหว่างคิ้วหรือหน้าผากของข้าพเจ้านั้น
เหมือนจะกลืนหายเข้าไปในกระโหลกศรีษะเลยนะคะ
รู้สึกตึงๆวืบๆที่หัวพิกล
kingkaewmath
28-02-2006, 09:26 PM
เครื่องหมายหรืออะไรที่พระเอามาติดที่ระหว่างคิ้วหรือหน้าผากของข้าพเจ้านั้น
เหมือนจะกลืนหายเข้าไปในกระโหลกศรีษะเลยนะคะ
รู้สึกตึงๆวืบๆที่หัวพิกล
ใบไม้นอกกำมือ
28-02-2006, 09:44 PM
คุณkingฯครับ
1 ถอดจิตนั้น กายที่ถอดไปคือกายทิพย์ หรือก็คือกายในภวังค์จิต เพราะภวังค์จิตนั้นคือประตูเข้าออกสู่โลกวิญญาณ
2 พระธรรมปิฎกเป็นพระที่อ่านแต่ตำราและเขียนหนังสือ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ หลวงปู่มั่น หลวงพ่อจรัญ หลวงปู่หลุยส์ หลวงปู่ดู่ หลวงปู่ปาน ฯลฯ พวกท่านเหล่านี้ เป็นพระที่ปฏบัติจนถึงขั้นอริยะสงฆ์ คุณจะเลือเชื่อพระที่อ่านตำรา หรือ พระที่ปฏิบัติจริง เห็นจริง ล่ะครับ
ใบไม้นอกกำมือ
28-02-2006, 10:02 PM
คุณyaring ครับ
นิพพานนี้เป็นเรื่องของจิตบริสุทธิ์ ที่เป็นอสังขตธาตุ ที่มหายานเรียกจิตนี้ว่า พุทธะ ไม่ใช่จิตที่ยังมีอวิชชาครอบงำอยู่ พุทธะนี้สามารถสร้างรูปที่เป็นอัพยากฤต คือเป็นกลาง ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง ขึ้นมา เพื่อติดต่อกับวิญญาณที่อยู่ในสวรรค์ นรก ได้ ถ้าไม่สร้างรูปขึ้นมา จะไปติดต่อวิญญาณในภพภูมิอื่นได้อย่างไรครับ อย่างไรก็ตาม จิตพุทธะนั้น ไม่ได้ยึดมั่นในรูปแต่อย่างใด
ผมต้องขอประทานโทษคุณ yaring และคุณkingฯด้วย ที่บังอาจเข้าไปตอบความเห็นของพวกท่าน มันคันไม้คันมือครับ ผมเป็นนักปฏิบัติ สัมผัสวิญญาณมาเป็นพันๆดวง และสัมผัสคนที่อยู่ทั้งในนรก สวรรค์ แม้แต่พระอริยะสงฆ์ในปรโลกก็เคยเจอ จึงต้องเล่าประสพการณ์เรื่องนี้ให้พวกท่านรู้
ผมเป็นผู้ปฏิบัติ และพบเห็น
ใบไม้นอกกำมือ
28-02-2006, 10:05 PM
แก้ไขความเห็นที่ 14
คุณkingฯครับ
1 ถอดจิตนั้น กายที่ถอดไปคือกายทิพย์ หรือก็คือกายในภวังค์จิต เพราะภวังค์จิตนั้นคือประตูเข้าออกสู่โลกวิญญาณ
2 พระธรรมปิฎกเป็นพระที่อ่านแต่ตำราและเขียนหนังสือ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ หลวงปู่มั่น หลวงพ่อจรัญ หลวงปู่หลุยส์ หลวงปู่ดู่ หลวงปู่ปาน ฯลฯ พวกท่านเหล่านี้ เป็นพระที่ปฏิบัติจนถึงขั้นอริยะสงฆ์ คุณจะเลือกเชื่อพระที่อ่านตำรา หรือ พระที่ปฏิบัติจริง เห็นจริง ล่ะครับ
vichian
01-03-2006, 07:59 AM
รายการวัตถุมงคลอื่นๆของหลวงพ่อฯที่มีให้ร่วมบุญบูชาในงานบุญกฐินสามัคคีวัดถ้ำเขาเขียวครั้งนี้พร้อมของแถมได้แก่......
1.สมเด็จเงินไหลมา
ฝังพระธาตุทุกองค์ หลังยันต์เกราะเพชร
เป็นวัตถุมงคล"สมบัติพ่อให้"นอกวัดรายการหนึ่ง ที่ลูกศิษย์สร้างถวายและหลวงพ่อฯอฐิษฐานจิตพุทธาภิเษกไว้
ให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 699 บาท มี 3 องค์
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=369956&stc=1&thumb=1&d=1217296380 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=369956&d=1217296380) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=369957&stc=1&thumb=1&d=1217296380 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=369957&d=1217296380)
2.เหรียญเกลียวเชือก
เป็นเหรียญรุ่นแรกของวัดท่าซุง สร้างปีพ.ศ.๒๕๒๖
ให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 2,299 บาท มี 2 องค์
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385483&stc=1&thumb=1&d=1219427658 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385483&d=1219427658) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385484&stc=1&thumb=1&d=1219427658 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385484&d=1219427658) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385485&stc=1&thumb=1&d=1219427658 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385485&d=1219427658)
3.เหรียญฉลองสมณศักดิ์
เป็นเหรียญเนื้อโลหะรมดำ สร้างเมื่อ ๒๔ มีนาคม ๒๕๒๘
ให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 1,399 บาท มี 2 องค์
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385486&stc=1&thumb=1&d=1219427658 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385486&d=1219427658) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385487&stc=1&thumb=1&d=1219427658 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385487&d=1219427658) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385488&stc=1&thumb=1&d=1219427658 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385488&d=1219427658)
4.เหรียญพระชัยหลังช้าง พิมพ์ ภ.ป.ร.
เป็นเหรียญเนื้อโลหะชุบทอง คณะสงฆ์สร้างถวายในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนพรรษา ๕ รอบ พุทธาภิเษกที่วัดบวรฯโดยพระสงฆ์ทั่วประเทศรวมทั้งหลวงพ่อฯด้วย
ให้ร่วมบุญบูชาเหรียญละ 249 บาท มี 10 เหรียญ
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=370906&stc=1&thumb=1&d=1217385642 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=370906&d=1217385642) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=370907&stc=1&thumb=1&d=1217385642 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=370907&d=1217385642)
5.เหรียญพระชัยหลังช้าง พิมพ์ ส.ก.
เป็นเหรียญเนื้อโลหะชุบทอง คณะสงฆ์สร้างถวายในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนพรรษา ๕ รอบ พุทธาภิเษกที่วัดบวรฯโดยพระสงฆ์ทั่วประเทศรวมทั้งหลวงพ่อฯด้วย
ให้ร่วมบุญบูชาเหรียญละ 219 บาท มี 10 เหรียญ
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=370904&stc=1&thumb=1&d=1217385642 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=370904&d=1217385642) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=370905&stc=1&thumb=1&d=1217385642 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=370905&d=1217385642)
6.แหนบทองรูปหลวงพ่อฯ
เป็แหนบที่สร้างสมัยหลวงพ่อฯ มีอานภาพป้องกันสรรพอันตรายทั้งปวง รวมทั้งนิวเคลียร์และฝนเหลืองและให้ผลทางลาภและเมตตามหานิยมอธิฐานได้ตามใจปรารถนา(จากหนังสือสมบัติพ่อให้ วัดท่าซุง)สภาพสวย
ให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 239 บาท มี 5 องค์
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386062&stc=1&thumb=1&d=1219504429 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386062&d=1219504429) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385534&stc=1&thumb=1&d=1219429488 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385534&d=1219429488)
7.เหรียญของขวัญวันเกิดรุ่น๓
ให้ร่วมบุญบูชาเหรียญละ 989 บาท มี 3 เหรียญ
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386114&stc=1&thumb=1&d=1219507455 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386114&d=1219507455) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386115&stc=1&thumb=1&d=1219507455 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386115&d=1219507455) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386116&stc=1&thumb=1&d=1219507735 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386116&d=1219507735)
8.เหรียญของขวัญวันเกิดรุ่นสุดท้าย
รูปหลวงพ่อฯ/สมเด็จองค์ปฐม สร้างปี 2535
ให้ร่วมบุญบูชาเหรียญละ 969 บาท มี 3 เหรียญ
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=379721&stc=1&thumb=1&d=1218645166 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=379721&d=1218645166) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=379722&stc=1&thumb=1&d=1218645166 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=379722&d=1218645166) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385477&stc=1&thumb=1&d=1219426270 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385477&d=1219426270)
9.เหรียญหลวงพ่อปาน
เป็นเหรียญโลหะคู่ สีเงินและสีทอง สร้างเมื่อ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๒๖ โดยศูนย์ศิศย์หลวงพ่อปาน
ให้ร่วมบุญบูชาคู่ละ 539 บาท มี 2 คู่
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385520&stc=1&thumb=1&d=1219428909 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385520&d=1219428909) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385521&stc=1&thumb=1&d=1219428909 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385521&d=1219428909)
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385518&stc=1&thumb=1&d=1219428909 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385518&d=1219428909) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385519&stc=1&thumb=1&d=1219428909 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385519&d=1219428909) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385522&stc=1&thumb=1&d=1219428909 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385522&d=1219428909)
10.พระคำข้าว(รุ่นพิเศษ)ติดพระธาตุ
เป็นพระผงรูปหลวงพ่อฯติดพระธาตุหลังยันต์เกราะเพชรปิดทองหน้าหลัง
ให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 1,669 บาท มี 4 องค์
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=389912&stc=1&thumb=1&d=1220029696 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=389912&d=1220029696) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=389913&stc=1&thumb=1&d=1220029696 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=389913&d=1220029696) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385456&stc=1&thumb=1&d=1219424476 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385456&d=1219424476)
11.พระคำข้าว(รุ่นพิเศษ)ติดพระธาตุ
เป็นพระผงรูปหลวงพ่อฯติดพระธาตุหลังยันต์เกราะเพชร
ให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 1,559 บาท มี 5 องค์
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=377466&stc=1&thumb=1&d=1218309789 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=377466&d=1218309789)http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=377467&stc=1&thumb=1&d=1218309789 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=377467&d=1218309789)http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385456&stc=1&thumb=1&d=1219424476 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385456&d=1219424476)
12.พระคำข้าวรูปหลวงพ่อ(รุ่นปืนแตก)
เป็นพระคำข้าวรูปหลวงพ่อฯหลังยันต์เกราะเพชร(เล็ก)ปิดทองสวยๆ
พุทธาภิเษกเมื่อ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๓๔ ในงานเป่ายันต์เกราะเพชร สร้างทั้งหมด ๑๐๐,๐๐๐ องค์(ที่วัดหมดแล้วจ้า)
ให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 989 บาท มี 4 องค์
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=389914&stc=1&thumb=1&d=1220029887 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=389914&d=1220029887) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=389915&stc=1&thumb=1&d=1220029887 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=389915&d=1220029887) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385463&stc=1&thumb=1&d=1219425225 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385463&d=1219425225)
13.เหรียญมหาลาภ
เป็นเหรียญโลหะสีเงินคู่ สร้างเมื่อ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐
ให้ร่วมบุญบูชาคู่ละ 349 บาท มี 4 คู่
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385493&stc=1&thumb=1&d=1219427992 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385493&d=1219427992) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385494&stc=1&thumb=1&d=1219427992 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385494&d=1219427992) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385495&stc=1&thumb=1&d=1219427992 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385495&d=1219427992)
14.เหรียญกรมหลวงชุมพร
เป็นเหรียญโลหะรมดำชุบทอง สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๐
ให้ร่วมบุญบูชาเหรียญละ 349 บาท มี 4 เหรียญ
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386154&stc=1&thumb=1&d=1219513240 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386154&d=1219513240) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386155&stc=1&thumb=1&d=1219513240 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386155&d=1219513240) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385501&stc=1&thumb=1&d=1219427992 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385501&d=1219427992)
15.เหรียญท้าวเวสสุวัณ
เป็นเหรียญโลหะรมดำชุบทอง สร้างเมื่อ ๒๕ กันยายน ๒๕๒๑
ปลุกเสกที่วัดมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช โดยมีหลวงพ่อฯเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และท่านขุนพันราชเดชเป็นประธานฝ่ายฆารวาส
ให้ร่วมบุญบูชาเหรียญละ 499 บาท มี 4 เหรียญ
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386156&stc=1&thumb=1&d=1219513240 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386156&d=1219513240) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386157&stc=1&thumb=1&d=1219513240 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386157&d=1219513240) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385491&stc=1&thumb=1&d=1219427658 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385491&d=1219427658)
16.เหรียญใบโพธิ์
เป็นเหรียญโลหะรูปร่างเหมือนใบโพธิ์ ปลุกเสกเมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕
ให้ร่วมบุญบูชาเหรียญละ 899 บาท มี 4 เหรียญ
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385496&stc=1&d=1219427992 http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385497&stc=1&d=1219427992 http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385498&stc=1&thumb=1&d=1219427992 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385498&d=1219427992)
17.เหรียญเอกราชรุ่น๑
เป็นเหรียญโลหะรมดำรูปหลวงพ่อปานหลังยันต์เกราะเพชร
ให้ร่วมบุญบูชาเหรียญละ 499 บาท มี 5 เหรียญ
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386955&stc=1&thumb=1&d=1219597124 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386955&d=1219597124) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386956&stc=1&thumb=1&d=1219597124 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=386956&d=1219597124) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385480&stc=1&thumb=1&d=1219426570 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=385480&d=1219426570)
18.พระหางหมากพิมพิเศษ
เป็นพระผงสีแดงผสมชานหมากหลวงพ่อฯ
ด้านหน้ารูปพระพุทธชินราชปิดทอง ติดพระบรมธาตุ ๕ องค์
ด้านหลังยันต์เกราะเพชร สร้างและปลุกเสกป๊ ๒๕๓๕ จะลงในหนังสือสมบัติพ่อให้เล่มใหม่
ให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 1,949 บาท มี 3 องค์
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=377472&stc=1&thumb=1&d=1218311073 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=377472&d=1218311073) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=377473&stc=1&thumb=1&d=1218311073 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=377473&d=1218311073)
19.รูปเหมือนหลวงพ่อ(รุ่นสุดท้าย)
เป็นรูปเหมือนองค์หลวงพ่อฯนั่งรุ่นพระราชพรหมยานโลหะรมดำ
ให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 2,699 บาท มี 1 องค์
[/URL]http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=390234&stc=1&thumb=1&d=1220080566 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=378940&d=1218549828) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=390235&stc=1&thumb=1&d=1220080566 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=390235&d=1220080566) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=390239&stc=1&thumb=1&d=1220080704 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=390239&d=1220080704)
20. เข็มกลัดดาว ๖ แฉกรูปยันต์เกราะเพชร (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=378941&d=1218549828)
เป็นเข็มกลัดโลหะรูปดาว ๖ แฉกสีทอง ตรงกลางเป็นวงกลมติดเพชรล้อมรูปยันต์ และมีเพชร ๑ เม็ดตรงกลางรูปยันต์
ให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 1,499 บาท มี 2 องค์
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=390236&stc=1&thumb=1&d=1220080566 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=390236&d=1220080566) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=390237&stc=1&thumb=1&d=1220080566 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=390237&d=1220080566) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=390238&stc=1&thumb=1&d=1220080566 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=390238&d=1220080566) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=390240&stc=1&thumb=1&d=1220080704 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=390240&d=1220080704)
21.[U]พระหางหมากพิมพ์ฐานจุด
เป็นพระหางหมากที่มีจุดใต้ฐานพระด้านขวาองค์พระ และปิดทองหน้า-หลังสวยคมชัด
ให้ร่วมบุญบูชาองค์ละ 949 บาท มี 1 องค์
http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=390231&stc=1&thumb=1&d=1220080566 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=390231&d=1220080566) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=390232&stc=1&thumb=1&d=1220080566 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=390232&d=1220080566) http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=390233&stc=1&thumb=1&d=1220080566 (http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=390233&d=1220080566)
แก้ไขความเห็นที่ 14
คุณkingฯครับ
1 ถอดจิตนั้น กายที่ถอดไปคือกายทิพย์ หรือก็คือกายในภวังค์จิต เพราะภวังค์จิตนั้นคือประตูเข้าออกสู่โลกวิญญาณ
2 พระธรรมปิฎกเป็นพระที่อ่านแต่ตำราและเขียนหนังสือ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ หลวงปู่มั่น หลวงพ่อจรัญ หลวงปู่หลุยส์ หลวงปู่ดู่ หลวงปู่ปาน ฯลฯ พวกท่านเหล่านี้ เป็นพระที่ปฏิบัติจนถึงขั้นอริยะสงฆ์ คุณจะเลือกเชื่อพระที่อ่านตำรา หรือ พระที่ปฏิบัติจริง เห็นจริง ล่ะครับ
พระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จนเป็นพระอริยเจ้านั้นไม่จำเป็นต้องถอดจิตท่องเที่ยวได้ทั้งสามโลกและนิพพานทุกองค์นะครับ เพราะผู้ที่ปฏิบัติแนว "สุขวิปัสโก" จะไม่รู้ไม่เห็น นรก สวรรค์ หรือโลกทิพย์ต่างๆได้
ฉนั้นจึงไม่ควรเลือกเชื่อ หรือนับถือแต่เฉพาะท่านที่มีความเป็นทิพย์ของจิตเท่านั้น ท่านที่ไม่มีความเป็นทิพย์ของจิต ท่านจะสอนเฉพาะแต่ที่ท่านรู้เท่านั้น(จากตำราหรือคำสอน) สิ่งที่ท่านไม่รู้ ไม่เห็นท่านก็ไม่สอน แต่ที่สุดของคำสอนทุกแนวก็เพื่อความหลุดพ้นจากกองทุกข์ทั้งสิ้น ไม่แตกต่างกัน..........
สมัยครั้งพุทธกาล พระจักขุบาล เป็นพระตาบอดและเป็นพระอรหันต์แนวสุขวิปัสโก สามารถสอนลูกศิษย์บรรลุเป็นพระอรหันต์ระดับปฏิสัมภิทาญาน(มีความสามารถครอบคลุมทุกแนว) ได้มากมาย มีความสามารถมากกว่าท่านฯ
จึงควรพิจารณาใคร่ครวญให้ดี ก่อนที่จะวิจารณ์อะไรที่หมิ่นเหม่ต่อการปรามาสผู้ทรงคุณธรรม และขอเตือนด้วยความหวังดีอย่างจริงใจ....
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ด้วยความนับถือ
[B]จากคนที่ยังไม่เต็มบาทซักที
kingkaewmath
01-03-2006, 09:17 AM
คุณyaring ครับ
นิพพานนี้เป็นเรื่องของจิตบริสุทธิ์ ที่เป็นอสังขตธาตุ ที่มหายานเรียกจิตนี้ว่า พุทธะ ไม่ใช่จิตที่ยังมีอวิชชาครอบงำอยู่ พุทธะนี้สามารถสร้างรูปที่เป็นอัพยากฤต คือเป็นกลาง ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง ขึ้นมา เพื่อติดต่อกับวิญญาณที่อยู่ในสวรรค์ นรก ได้ ถ้าไม่สร้างรูปขึ้นมา จะไปติดต่อวิญญาณในภพภูมิอื่นได้อย่างไรครับ อย่างไรก็ตาม จิตพุทธะนั้น ไม่ได้ยึดมั่นในรูปแต่อย่างใด
ผมต้องขอประทานโทษคุณ yaring และคุณkingฯด้วย ที่บังอาจเข้าไปตอบความเห็นของพวกท่าน มันคันไม้คันมือครับ ผมเป็นนักปฏิบัติ สัมผัสวิญญาณมาเป็นพันๆดวง และสัมผัสคนที่อยู่ทั้งในนรก สวรรค์ แม้แต่พระอริยะสงฆ์ในปรโลกก็เคยเจอ จึงต้องเล่าประสพการณ์เรื่องนี้ให้พวกท่านรู้
ผมเป็นผู้ปฏิบัติ และพบเห็น
งั้นก็หมายความว่า พระอรหันต์ที่นิพพานแล้วท่านสร้างรูปขึ้นมาติดต่อกับกายทิพย์ของเราที่ถอด ออกไปอยู่ในปรโลกได้จริงใช่ไหมคะ เห็นคุณเวปสโนว์ก็เล่าว่าเคยเจอพระพุทธเจ้า หลวงพ่อฤาษี หลวงปู่แหวน ในโลกทิพย์ด้วย
ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยตอบข้อสงสัย
kingkaewmath
01-03-2006, 09:21 AM
ถ้ายังไม่ตายจากความเป็นคน เป็นเทวดา พรหม ก็ไปสรรค์ได้ครับถ้าได้มโนยยิทธิ
แต่ถ้าพระอรหันต์ที่ตายจากความเป็นคน หรือเทวดาแล้วก็มาไม่ได้ครับ
รู้สึกคำตอบนี้จะขัดแย้งกับคำตอบของคุณใบไม้นอกกำมือ
เพราะคุณใบไม้บอกว่าท่านสร้างรูป ไปปรโลก นรก สวรรค์ พรหม ได้
ใครเห็นว่าเป็นอย่างไรขอเข้ามายืนยันทีค่ะ ดิฉันสับสน
varanyo
01-03-2006, 09:28 AM
ให้ทาน ถือศีล ปฏิบัติภาวนาให้มากๆ กันเถอะครับ...
สักวันเราก็จะรู้ได้ด้วยตัวของเราเอง...
--------------------------------------------------
kingkaewmath
01-03-2006, 09:35 AM
คุณkingฯครับ
1 ถอดจิตนั้น กายที่ถอดไปคือกายทิพย์ หรือก็คือกายในภวังค์จิต เพราะภวังค์จิตนั้นคือประตูเข้าออกสู่โลกวิญญาณ
งั้นแสดงว่าเมื่อใดที่เราตื่นอยู่ จิตเป็นสมาธิอยู่แต่จิต่ไม่เข้าสู่ภวังค์ก็ไม่สามารถถอดกายทิพย์ไปโลกวิญญาณได้ไช่ไหมคะ
ภวังค์จิต=สภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่นถูกไหมคะ
ดิฉันเป็นอยู่บ่อยมากคือ ทำสมาธิจนจิตเข้าสู่ภวังค์ แล้วสะดุ้งตกใจตื่น
จะว่าหลับไปก็ไม่ใช่ ตื่นแล้วก็ตั้งต้นภาวนากำหนดลมหายใจต่อ
แล้วก็เข้าสู่ภวังค์ แล้วก็สะดุ้งอีก
ทำไมต้องสะดุ้งด้วยคะ
kingkaewmath
01-03-2006, 09:45 AM
ก็เป็นประสบการณ์นะครับ อยู่ที่ว่าเราปฎิบัติเพื่ออะไร ขั้นไหน ลองถามดูครับเดี๋ยวจะต่อกรรมฐานให้
ต่อกรรมฐานยังไง
ใบไม้นอกกำมือ
01-03-2006, 10:04 AM
คุณ kingฯ ครับ
" พระอรหันต์ที่นิพพานแล้วท่านสร้างรูปขึ้นมาติดต่อกับกายทิพย์ของเราที่ถอด ออกไปอยู่ในปรโลกได้จริงใช่ไหมคะ "
ตอบว่าใช่ครับ
คุณเว็ปสโนท่านพูดถูกแล้วครับ ท่านก็เคยถูกไล่จากเว็บพันทิพย์ เลยมาเปิดเว็บพลังจิต ผมก็ถูกไล่ด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ถูกไล่แค่เว็บพันทิพย์ แต่ถูกไล่จากเว็บธรรมะไทย และเว็บมาสเตอร์ รวมทั้งขาประจำในเว็บเมเนเจอร์เขาก็พยายามจะไล่ผม แต่ผมไม่ไปอย่างเดียว สิ่งที่ผมรับรู้จากโลกวิญญาณ มันเกินกว่าที่คนจะเชื่อได้
ความรู้ที่คุณเว็บสโนว์ได้รับ มาจากฌานในระดับสูงที่ท่านเข้าถึง เรื่องพวกนี้ปถุชนเข้าถึงไม่ได้หรอกครับ
ใบไม้นอกกำมือ
01-03-2006, 10:13 AM
คุณVICHIANครับ
ผมจะบอกคุณว่า พระแบบพระธรรมปิฎกมีมากทีเดียว พระพวกนี้ได้ทำให้พุทธศาสนาแตกแยกมา 2300 ปีแล้ว ตั้งแต่การเข้ามาร่วมในการสังคายนาครั้งที่ 2 ที่อนุญาตพระที่ไม่ใช่พระอรหันต์เข้าร่วม การตีความโดยใช้แค่หัวสมองคิด ไม่สามารถเข้าถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าได้อย่างถูกต้อง
พุทธทาสภิกขุท่านก็เป็นอีกคนหนึ่ง ท่านแค่ใช้หัวสมองคิด จึงไปไม่ถึงโลกวิญญาณ นรกสวรรค์ของจริงท่านจึงไม่รู้ไม่เห็น บอกแต่เพียงสวรรค์อยู่ในอกนรกอยู่ในใจ ขำจริงๆ
ใบไม้นอกกำมือ
01-03-2006, 10:25 AM
อ.บรรพต ครับ
อ่านแล้วงง " ถ้ายังไม่ตายจากความเป็นคน เป็นเทวดา พรหม ก็ไปสรรค์ได้ครับถ้าได้มโนยยิทธิ
แต่ถ้าพระอรหันต์ที่ตายจากความเป็นคน หรือเทวดาแล้วก็มาไม่ได้ครับ "
ยังไม่อยากโต้แย้ง เพราะไม่เข้าใจภาษาของท่าน แต่คิดว่าท่านกำลังสับสนบางอย่าง
peaceful
01-03-2006, 10:56 AM
คุณใบไม้นอกกำมือคะ สนใจอยากปรึกษาค่ะ ช่วยติดต่อหน่อยค่ะที่ winnature9@yahoo.com หรือไม่ก็ทิ้งเมล์ไว้หน่อยค่ะ จะเมล์ไปปรึกษาค่ะขอบคุณค่ะ
felies
01-03-2006, 11:12 AM
ผมว่าถ้า สนใจเรื่องของการปฏิบัติธรรม
ของศึกษาจากคำสอนของหลวงพ่อ เพื่อกันหลงก่อนดีกว่าครับ
http://www.praruttanatri.com/book.php
แล้วก็ จุดมุ่งหมายเบื้องต้นสุดคือ ความเป็นพระโสดาบัน
http://www.palungjit.com/smati/books/index.php?cat=189
และถ้าสนใจในการปฏิบัติธรรมแนวสติปัฏฐาน 4 ก็ลองดูที่นี่ครับ
http://www.dungtrin.com
ถ้า พี่ยังหาอาจารย์ไม่ได้ ผมแนะนำว่า พระพุทธเจ้า เป็น อาจารย์ที่ดีที่สุดครับ ทำตามพระองค์สอนโดยตรง จะหาจากไหนก็จาก ลิงค์ที่ผมแนะนำครับ ผมว่าเวิร์คนะครับ
:)
<TABLE id=HB_Mail_Container height="100%" cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0 UNSELECTABLE="on"><TBODY><TR height="100%" UNSELECTABLE="on" width="100%"><TD id=HB_Focus_Element vAlign=top width="100%" background="" height=250 UNSELECTABLE="off">ผู้พ้นแล้ว ซึ่งวังเวียนแห่งสังสารวัฏอันไม่มีเบื้องต้น และเบื้องปลายนี้ คือ เอาชนะความเกิด อันเป็นเหตุแห่งทุกข์ พระอริยเจ้าทั้งหลายคือผู้ที่มีคติแน่นอน แล้วว่ามีพระนิพพานเป็นที่ไป </TD></TR><TR UNSELECTABLE="on" hb_tag="1"><TD style="FONT-SIZE: 1pt" height=1 UNSELECTABLE="on">
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ใบไม้นอกกำมือ
01-03-2006, 12:35 PM
คุณpeacefulครับ
เบอร์อีเมลผม phonsakw@ksc.th.com ครับ
ใบไม้นอกกำมือ
01-03-2006, 12:35 PM
คุณpeacefulครับ
เบอร์อีเมลผม phonsakw@ksc.th.com ครับ
พัชรวัฒน์
01-03-2006, 01:48 PM
โมทนา สาธุ
ไม่ว่าจะไปจริงหรือแค่ฝัน แต่ก็เป็นนิมิตรหมายที่ดี เป็นสังฆานุสสติครับ สังโฆอัปมาโณ
วิปจิตัญญู
03-03-2006, 02:35 PM
โมทนากับผู้เจริญในธรรมทุกๆท่านครับ
สำหรับความคิดของผู้ที่ยังห่างไกลจากนิพพานอย่างผมคิดว่า ขอให้ตั้งมั่นอยู่ในนิพพานเป็นที่สุด
ภาพที่เห็นในจิตจะเป็นจริงหรือไม่ ไม่สำคัญอย่าสับสนครับ เพราะความลังเลสงสัยเป็นนิวรณ์5จะทำให้เกิดอุปาทาน ลองดูครับ ถ้าได้ไปสัมผัสของที่เป็นทิพย์มาแล้ว ไปนิพพานไปกราบสมเด็จพระพุทธองค์ท่าน ไป พบหลวงพ่อท่านมาแล้ว หรือแม้แต่รู้สึก จิตจะอิ่ม จิตจะตัดกิเลสได้มากขึ้นเยอะ จิตจะเกิดปีติ จิตจะเกิดพรหมวิหาร 4 จิตจะปรารถนาพระนิพพาน อย่างน่าอัศจรรย์
ขอโมทนาไว้ ณ ที่นี้ครับ
อย่าวิตก ถ้าวิตกให้ใช้ พุทธานุสติกรรมฐาน ระลึกถึงพระพุทธองค์อยู่เป็นนิต จะใช้ ผสมกับกสินก็ได้ครับ หรือที่เรียกว่า เพ่งพระพุทธรูปครับ คำภาวนา นะมะ พะธะ ครับ วิธีนี้จะมีกำลังถึง ณาน 4 ทำให้ไปพระนิพพานง่ายขึ้นด้วยครับ
ถ้าทำแล้วก็เก็บตัวหน่อย อย่าอยู่กับสิ่งยั่วยุต่างๆ ก่อนทำก็ตั้งใจว่าจะทำกี่นาที ตั้งนาฬิกาไว้ด้วยก็ได้ แต่น่าอัศจรรย์จิตสามารถรู้โดยไม่ต้องมองนาฬิกาว่าหมดเวลาที่ตั้งใจไว้แล้วครับ
ขอบคุณครับ
ขอให้ได้นิพพานในชาตินี้กันทุกท่านครับ ท่านใดปรารถนาพุทธภูมิก็ขอให้ได้ดังใจหมายและง่ายได้ ไม่มีมารมาขวาง ไม่มีอุปาทานมากั้น ครับ[b-wai]
ยายทองประสา
03-03-2006, 04:59 PM
บรรพต อ. สอนคนให้ไม่เกิดได้ <--- ตอนนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะยังสอนผิดอยู่
บรรพต อ. บอกว่า ---> แต่ถ้าพระอรหันต์ที่ตายจากความเป็นคน หรือเทวดาแล้วก็มาสวรรค์ไม่ได้ครับ
เพี้ยนๆ นะ
ผมว่าควรจะพูดว่า ---> พระอรหันต์ที่ตายแล้ว ไปนิพพานโดยตรง ส่วนจะกลับมาสงเคราะห์ใครต่อใคร สงเคราะห์พรหม เทวดา สัตว์นรก ก็ทำได้ทั้งสิ้น
ใบไม้นอกกำมือ
03-03-2006, 05:38 PM
คุณยายทองประสาครับ
ผมก็ว่าจะแย้งอ.บรรพตเขาไปในประเด็นนี้ แต่ผมเพิ่งเข้ามาในเว็บนี้ไม่กี่วัน จึงยังไม่อยากขัดแย้งกลับท่านอ.บรรพต คุณพูดถูกแล้ว
" พระอรหันต์ที่ตายแล้ว ไปนิพพานโดยตรง ส่วนจะกลับมาสงเคราะห์ใครต่อใคร สงเคราะห์พรหม เทวดา สัตว์นรก ก็ทำได้ทั้งสิ้น "
ผมจะบอกให้ว่าทำไม เพราะนิพพานนั้นมันเป็นเรื่องของจิตที่เคยมีอวิชชาปกคลุมอยู่ มันได้เปลี่อนเป็นจิตที่ไม่มีอวิชชา หรือเป็นโลกุตตระจิต โลกุตตระจิตในนิพพานเป็นอสังขตธาตุ สามารถสร้างรูปที่เป็นอัพยากฤต คือ เป็นกลาง ไม่มีปัจจัยปรุงแต่งขึ้นมารองรับ เพื่อติดต่อสื่อสารกับวิญญาณในภพภูมิต่างๆได้
ใบไม้นอกกำมือ
03-03-2006, 05:38 PM
คุณยายทองประสาครับ
ผมก็ว่าจะแย้งอ.บรรพตเขาไปในประเด็นนี้ แต่ผมเพิ่งเข้ามาในเว็บนี้ไม่กี่วัน จึงยังไม่อยากขัดแย้งกลับท่านอ.บรรพต คุณพูดถูกแล้ว
" พระอรหันต์ที่ตายแล้ว ไปนิพพานโดยตรง ส่วนจะกลับมาสงเคราะห์ใครต่อใคร สงเคราะห์พรหม เทวดา สัตว์นรก ก็ทำได้ทั้งสิ้น "
ผมจะบอกให้ว่าทำไม เพราะนิพพานนั้นมันเป็นเรื่องของจิตที่เคยมีอวิชชาปกคลุมอยู่ มันได้เปลี่อนเป็นจิตที่ไม่มีอวิชชา หรือเป็นโลกุตตระจิต โลกุตตระจิตในนิพพานเป็นอสังขตธาตุ สามารถสร้างรูปที่เป็นอัพยากฤต คือ เป็นกลาง ไม่มีปัจจัยปรุงแต่งขึ้นมารองรับ เพื่อติดต่อสื่อสารกับวิญญาณในภพภูมิต่างๆได้
ยายผีป่า
03-03-2006, 09:55 PM
ลูกเอ๊ย ทุกอย่างเป็นปัตจัตตัง เจ้าจงทำจิตของเจ้าให้ล่ะ วาง เดินสายกลางไปนะลูก อย่าไปยึดติดกับอะไรที่ไม่ควรติด เจ้าจงพิจารณาให้เป็น อย่าเอาแต่เห็นแล้วไม่มีสติ ไม่มีปัญญา
ทำให้มันเกิดปัญญาสิลูกเอ๊ย
ไม่ต้องถามใครหร๊อก ทำให้มันเบา แล้วจะได้คำตอบเองลูกเอ๊ย
ดีแล้วที่เจ้าตั้งใจอยากปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ
เจ้าเป็นอย่างไร เจ้าค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเจ้าเองเน้อ
ฤทธิ์หรือเดช มันไม่หลุดดอกลูกเอ๊ย เอาทานปุรณมีเข้าไว้ลูก ศีลนี่อย่าให้พร่อง อย่ากระเจิง เอามันให้อยู่ อย่าแหกเหมือนยายผีป่า มันเอาดียากอีนางเอ๊ย
เออ...เอ็งเนี่ยมันผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะเนี่ย หึ หึ หึ เก่งลูกเก่ง หากเอ็งทำได้ดี ก็ดี อย่าหลุดนะลูกนะ
ไปล่ะ มาคุยสักพัก คุยนานไม่ได้ เดี๋ยวชาวบ้านชาวช่องเค้าจะว่าเอ้า ว่ามาสอนไม่เข้าใจ จะมาทำไม แก่แล้ว สอนไม่เข้าใจใช่ไหมลูก
หึ หึ หึ
vichian
04-03-2006, 10:18 AM
คุณVICHIANครับ
ผมจะบอกคุณว่า พระแบบพระธรรมปิฎกมีมากทีเดียว พระพวกนี้ได้ทำให้พุทธศาสนาแตกแยกมา 2300 ปีแล้ว ตั้งแต่การเข้ามาร่วมในการสังคายนาครั้งที่ 2 ที่อนุญาตพระที่ไม่ใช่พระอรหันต์เข้าร่วม การตีความโดยใช้แค่หัวสมองคิด ไม่สามารถเข้าถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าได้อย่างถูกต้อง
พุทธทาสภิกขุท่านก็เป็นอีกคนหนึ่ง ท่านแค่ใช้หัวสมองคิด จึงไปไม่ถึงโลกวิญญาณ นรกสวรรค์ของจริงท่านจึงไม่รู้ไม่เห็น บอกแต่เพียงสวรรค์อยู่ในอกนรกอยู่ในใจ ขำจริงๆ
คุณ ใบไม้นอกกำมือครับ คุณลองกลับไปอ่านกระทู้ที่ผมแนะนำคุณด้วยความเมตตาอีกทีนะครับ ผมไม่ได้หมายถึงพระองค์ไหนตามที่คุณกล่าวถึงเลยนะครับ ผมเพียงแต่กล่าวถึงท่านพระจักขุบาล เพื่อเป็นตัวอย่างเท่านั้น เพราะผมยังไม่ได้คุณธรรมขั้นสูงสุดที่จะตรวจสอบได้ว่าพระองค์ใดเป็นอย่างไรตามที่คุณวิจารณ์ ถึงแม้ผมจะได้คุณธรรมขั้นสูงสุด ผมก็ไม่วิจารณ์อีกเหมือนกัน เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล
สวัสดี
ใบไม้นอกกำมือ
04-03-2006, 07:46 PM
คุณVICHIAN ครับ
เพราะความกลัวในเรื่องบาป ทำให้พระที่ไม่เข้าถึงการปฏิบัติแท้จริง แต่มีอำนาจทางการบริหารในหมู่สงฆ์ เขียนตำราจากสมอง และตีความคำตรัสสอนของพระพุทธเจ้าผิดๆถูกๆมานานเป็นเวลาหลายพันปี
ศาสนาพุทธในปัจจุบันไม่ใช่มี 2 นิกายแบบที่คุณคิดนะครับ แต่มี 3 นิกายคือ
1 มหายาน
2 หินยานของพระและฆราวาสที่เข้าไม่ถึงแก่นธรรม พวกนี้มีจำนวนมากมายมหาศาลเลย
3 หินยานของพระอริยะสงฆ์ที่เข้าถึงแก่นธรรมแล้ว
โชดดียุคนี้ยังมีตำราและเทปบันทึกภาพ เสียง และคำสอนต่างๆของพระอริยะสงฆ์ ผมแนะนำคุณพยายามศึกษาของจริงของพระเหล่านี้ไว้มากๆ พระที่เป็นนักวิชาการ เขียนแต่ตำรา ไม่ได้เรื่องอะไรหรอกคุณวิเชียร
ใบไม้นอกกำมือ
04-03-2006, 07:55 PM
คุณVICHIAN ครับ
อย่าเคารพพระเพราะท่านใส่ผ้าเหลือง และอย่าเคารพพระเพราะท่านชื่อดัง เขียนตำราพุทธศาสนามามาก แต่ให้เคารพเพราะท่านได้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เช่นไปธุดงส์ และเป็นพระป่า หรือผู้ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน
ธรรมะของพระพุทธเจ้าต้องปฏิบัติครับ ไม่เช่นนั้นคุณก็จะได้แค่ศีล 5 ศาสนาพุทธของเราไม่แตกต่างกับศาสนาอื่นที่จุดนั้นครับ ต่างกันที่การปฏิบัติ
kingkaewmath
05-03-2006, 11:02 AM
คุณVICHIAN ครับ
อย่าเคารพพระเพราะท่านใส่ผ้าเหลือง และอย่าเคารพพระเพราะท่านชื่อดัง เขียนตำราพุทธศาสนามามาก แต่ให้เคารพเพราะท่านได้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เช่นไปธุดงส์ และเป็นพระป่า หรือผู้ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน
ธรรมะของพระพุทธเจ้าต้องปฏิบัติครับ ไม่เช่นนั้นคุณก็จะได้แค่ศีล 5 ศาสนาพุทธของเราไม่แตกต่างกับศาสนาอื่นที่จุดนั้นครับ ต่างกันที่การปฏิบัติ เ็ห็นด้วยอย่างยิ่งคะ
ข้าพเจ้าเรียนทางสายวิทยาศาสตร์มา(และก็ยังได้เรียน ปรัชญา และศาสนามาพอสมควร)
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เริ่มตั้งแต่ ตั้งปัญหาจนถึงสรุปผล
เทียบได้กับหลักอริยสัจ 4 ที่พระพุทธองค์ค้นพบเลย
ถ้าขาดกระบานการปฏิบัติ ทดลอง(เีทียบได้กับมรรค 8) แล้วละก้อ ศาสนาพุทธจะเป็นได้แค่อภิปรัชญาเท่านั้น ซึ่งทำได้แค่มานั่งถกปัญหากัน ตีความหมายของอะไรต่างๆนาๆ และก็ยังไม่ได้ข้อสรุปอะไรสักอย่าง ถกกันไม่มีสิ้นสุดสักที
สิ่งที่ได้มาก็เป็นแค่ทัสนะของคนๆหนึ่งหรือของคนกลุ่มหนึ่ง
อย่างเช่น นักปรัชญาในอดีตทั้งหลาย เช่น อริสโตเติล โสเครติส เพลโต ขงจื้อ
ลัทธิก็มีนะคะ เช่น ลัทธิโซฟิส ลัทธิสุขนิยม เป็นต้น
นักปราชพวกนี้จึงได้รับสมญานามว่า Armchair philosophy = พวกนั่งเทียนเขียน,พวกนั่งนึก
ยังไงละคะ
<TABLE id=HB_Mail_Container height="100%" cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0 UNSELECTABLE="on"><TBODY><TR height="100%" width="100%" UNSELECTABLE="on"><TD id=HB_Focus_Element vAlign=top width="100%" background="" height=250 UNSELECTABLE="off">สงสารคนอ่าน เพราะการโพสข้อความของคนบาคน ทึกทักเอาเองว่าตัวบรรลุธรรมขั้นโน้นขั้นนี้ แต่เอาเข้าจริง โดนอุปาทาน+อวิชชาทั้งเพ และโมทนาข้อความของคุณยายทองประสา และคุณยายผีป่า คุณใบไม้นอกกำมือ คุณวิปจิตัญญู ขอกราบโมทนา</TD></TR><TR UNSELECTABLE="on" hb_tag="1"><TD style="FONT-SIZE: 1pt" height=1 UNSELECTABLE="on">
</TD></TR></TBODY></TABLE>
ชา ใคร่รู้
05-03-2006, 09:02 PM
.....การถอดจิตจริงๆต้องใช้กำลังระดับฌาน 4 ครับ เพราะจิตจะแยกจากกายอย่างเด็ดขาด หากยังมีความผูกพันกับร่างกายอยู่จิตมันจะไม่ยอมออกครับ เพราะมันเห็นว่าร่างกายมันดีน่าอยู่แล้วมันจะออกไปทำไมล่ะครับ แต่ทีนี้บางท่านเคยได้ฌาน4 และเคยถอดจิตได้มาตั้งแต่ชาติก่อนๆ อาจจะมีอาการที่จิตออกจากร่างในขณะใกล้จะหลับได้ครับ เนื่องจากความเคยชินในอดีตชาติ และเป็นการสงเคราะห์จากครูบาอาจารย์ สิ่งศักสิทธิ์ทั้งหลายครับ เช่น ศิษย์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งส่วนใหญ่จะฝึกวิชาด้านนี้กันมาหลายชาติมากแล้ว ท่านก็มักจะสงเคราะห์เมื่อถึงเวลาอันควรครับ
.....อีกวิธีที่ทำได้คือไปฝึกมโนฯเต็มกำลังที่วัดท่าซุงครับ คือวันนั้นจะมีทั้งพระ ทั้งเทพ พรหม มาช่วยเหลือมากมาย จะมีแรงดึงจากเบื้องบนสูงมาก ถ้าใครเคยไปฝึกน่าจะนึกออกนะครับ เราเพียงแค่ตัดร่างกายให้ได้เท่านั้นเอง(แต่บางทีก็ยากอ่ะครับ) เมื่อสมาธิถึงจุดที่เหมาะสมแล้วจะมีครูฝึกมาช่วยเราอีกที แต่เราต้องตัดสินใจให้เด็ดขาดว่าจะออกแล้วโว้ย ตายเป็นตาย เดี๋ยวก็ได้เรื่องครับ ไม่มีที่ไหนจะให้คุณได้มากเท่านี้อีกแล้ว 555
.....โมทนากับทุกท่านในธรรมทานและความปรารถนาดีต่อกันครับ
thank you
06-03-2006, 10:24 PM
ถึงคุณใบไม้นอกกำมือโดยเฉพาะ
สิ่งที่คุณพูดมาทั้งหมดถูกต้องหมดเหมือนในตำรา ทั้งๆที่คุณบอกให้ยึดถือการปฎิบัติมากกว่าท้องตำราก็ตาม เห็นคุณบอกว่าปฎิบัติเห็นนรก
kingkaewmath
07-03-2006, 12:34 PM
<table id="HB_Mail_Container" unselectable="on" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" height="100%" width="100%"><tbody><tr width="100%" unselectable="on" height="100%"><td id="HB_Focus_Element" unselectable="off" background="" height="250" valign="top" width="100%">สงสารคนอ่าน เพราะการโพสข้อความของคนบาคน ทึกทักเอาเองว่าตัวบรรลุธรรมขั้นโน้นขั้นนี้ แต่เอาเข้าจริง โดนอุปาทาน+อวิชชาทั้งเพ และโมทนาข้อความของคุณยายทองประสา และคุณยายผีป่า คุณใบไม้นอกกำมือ คุณวิปจิตัญญู ขอกราบโมทนา
ระวังคำพูดหน่อยนะคะ
รู้สึกว่าค่อนข้างส่อเสียด เดี๋ยวจะแตกคอกันเปล่าๆ
ฉันเชื่อว่าทุกคนที่มาโพสข้อความยังไม่บรรลุธรรม หรือบรรลุนิพพาน
ทุกคนยังมี อวิชชา ตัณหา อุปาทาน อยู่และยังต้องพยายามอีกมากเพื่อจะตัดสิ่งเหล่านี้ บางที่ต้องเกิดอีกไม่รู้กี่ร้อยกี่พันชาติ
แต่ทุกท่านก็มีสิทธิโพสข้อความออกความเห็น
ผิดบ้างถูกบ้างก็ไม่ว่ากันนะคะ
ใช้วิจารณญานเอา
</td></tr><tr unselectable="on" hb_tag="1"><td style="font-size: 1pt;" unselectable="on" height="1">
</td></tr></tbody></table>
ใบไม้นอกกำมือ
09-03-2006, 05:07 PM
คุณthank youครับ
ถ้าผมเห็นนรกมาด้วยตา หรือด้วยจิต มันอาจจะเป็นการหลอนของจิต แต่นี่ผมได้สัมผัสร่างวิญญาณของคนที่ตกนรก อยู่ในอบายภูมิ หรือสวรรค์มาจริงๆ นับจำนวนได้หลายพันดวง
กายของวิญญาณได้เก็บความทุกข์ความสุขที่เขาได้รับเองไว้ในตัวเอง เมื่อเขาสัมผัสเรา เราจะพลอยรับรู้ความทุกข์ความสุขในภูมิของเขาไปด้วย เมื่อเราทำบุญหรือนั่งสมาธิแผ่เมตตาให้วิญญาณดวงใด กฎของฟ้าทำให้เขาต้องมาขอบคุณเราด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง นอกจากเราไม่ต้องการให้เขามา เช่น กลัวผี เขาก็จะไม่มา
เรื่องอื่นๆ ผมยังไม่อยากเข้าไปลึกในรายละเอียด
<TABLE id=HB_Mail_Container height="100%" cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0 UNSELECTABLE="on"><TBODY><TR height="100%" UNSELECTABLE="on" width="100%"><TD id=HB_Focus_Element vAlign=top width="100%" background="" height=250 UNSELECTABLE="off">ระวังคำพูดหน่อยนะคะ
รู้สึกว่าค่อนข้างส่อเสียด เดี๋ยวจะแตกคอกันเปล่าๆ
ฉันเชื่อว่าทุกคนที่มาโพสข้อความยังไม่บรรลุธรรม หรือบรรลุนิพพาน
ทุกคนยังมี อวิชชา ตัณหา อุปาทาน อยู่และยังต้องพยายามอีกมากเพื่อจะตัดสิ่งเหล่านี้ บางที่ต้องเกิดอีกไม่รู้กี่ร้อยกี่พันชาติ
แต่ทุกท่านก็มีสิทธิโพสข้อความออกความเห็น
ผิดบ้างถูกบ้างก็ไม่ว่ากันนะคะ
ใช้วิจารณญานเอา
โมทนาในความกรุณา ที่ช่วยเตือนสติครับ แต่ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะส่อเสียดใครให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจ เพราะมิได้กล่าวชื่อผู้ใด พูดโดยภาพรวม
</TD></TR><TR UNSELECTABLE="on" hb_tag="1"><TD style="FONT-SIZE: 1pt" height=1 UNSELECTABLE="on">
</TD></TR></TBODY></TABLE>
พลรัฐ
12-03-2006, 09:53 PM
เรียนเพื่อได้รู้
ฝึกจึงเข้าใจ
สุดท้ายใช้ปัญญาตัด
Carbonato
15-03-2006, 08:31 AM
ในขณะที่เรา ตั้งจิตกราบพระ
...อธิษฐานไปเลย ว่า ข้าพเจ้าขอตั้งจิตกราบพระพุทธองค์ 3 ครั้ง
แล้วถ้าใจมันเชื่อ และบอกว่ากราบเสร็จแล้ว...ก็ให้ดูจิตที่กราบได้เลย ว่ามันมีอีกจิตหนึ่ง ที่ไม่ได้อยู่กายเนื้อกราบพระอยู่ ... นั่นก็เป็นการถอดจิตวิธีหนึ่ง ... แต่ขณะนั้น ต้องมีสติรู้ตัวแหละพยายามสืบค้นกายที่กราบพระอยู่ให้เจอ
เป็นเทคนิคการฝึกมโนมยิทธิที่ผมลองๆ ใช้กะหลายคน และใช้ได้ผล นั่นคือ "การอธิษฐานจิตกราบพระด้วยจิตจริงๆ"
autporsss
08-09-2006, 11:23 PM
ผมเคยได้ยินมาว่า นิพพาน ไม่มีตัวตน สามารถอยู่ได้ทุกหนทุกแห่งจริงป่ะครับ
konmaikeng
26-09-2006, 06:59 PM
ถ้า ฝัน ก็คือ ฝันครับ มีทั้ง จริง และ ไม่จริง
ขึ้นอยู่กับ ตัวผู้ฝันเอง ตราบใดที่เรา ยังไม่สามารถ
รับรู้ได้ด้วย สติ ตราบนั้น ก็ ยังถือ แค่เป็น นิมิตร
ที่ อาจจริง และ ไม่จริง
เพิ่มเติมความรู้อีกนิด บนสวรรค์ ถ้าเราไปจริงๆๆ
เวลา เราอยู่ บนนั้น ไม่มีคำว่า ไม่รู้ เมื่อเราอยากรู้อะไร
จะรับรู้ได้หมด เช่น เห็น นางฟ้าองค์หนึ่งลอยมา เพียงแค่
อยากรู้ เราก็ รู้ได้เลยว่า ชื่ออะไร เคยรู้จักกับเราชาติไหน
เคยเป็น อะไรกับเราไหม เราจะรู้ได้ทันทีเลย เพราะ จิต
เราเป็น ทิพย์ อยู่ ยกตัวอย่างเรื่องของผม นะ
เคยมีอยู่ ครั้งหนึ่ง ไปเห็น ยักษ์ องค์หนึ่ง เป็นแก้วผลึก
ใส มองทะลุได้เลย สูงประมาณ 3 เมตร ได้ ผมก็สงสัย
ว่า ยักษ์ องค์นี้คือใคร จิตมันก็ บอกเลยว่า ที่เราเห็นอยู่นี้
คือ เสด็จพ่อท้าวเวสสุวรรณ จิตเรา สามารถรับรู้ได้ อัตโนมัติเลย
แต่ถ้าสิ่งที่คุณเล่ามา บอกตอนไปเจอ หญิงท่านหนึ่ง แต่จำไม่ได้
ว่าเป็นใคร เอ้ ผมว่า บางที อาจจะโดน กิเลสในใจเรา กิเลส นี้มีชื่อว่า
ความ อยาก หลอกได้นะครับ ให้คอยสังเกตุ และ ลองแยกแยะดู
ที่ผมสอนชี้แนะนี้ ไม่ได้อวดตัวนะครับ ผมยังเป็นผู้ต่ำต้อยอยู่ แต่ถ้า
สิ่งไหน ผมรู้ สอน ได้ ผมก็ ชี้แนะไปตามที่รู้ นะครับ
ผมอยากทำบ้างอ่าครับ ไม่ทราบว่าพอจะสอนผมได้รึปล่าวครับ
den_siam2523
26-09-2006, 11:15 PM
สาธุ ครับ อยากไปบ้างจังเลยยยยยยยยยยย
thongchat
27-11-2006, 02:07 PM
เรียน คุณใบไม้นอกกำมือ
น่าจะโพสท์ข้อความบ่อยๆ นะครับ อยากจะทราบแนวทางปฏิบัติและ ประสบการณ์ของคุณมากๆ หน่อย คิดเสียว่าเป็นธรรมทาน และเจริญศรัทธาญาติโยมเถอะคุณ
ผู้ยังอยู่ไกลฝั่ง
jakarat
02-12-2006, 09:27 PM
โมทนาสาธุครับ
InWจัunSา
02-12-2006, 09:40 PM
โมทนา สาธุ ครับ ดีแล้วครับ แต่อย่าหลงนะสวรรค์มันสวยงามมากทีเดียว ......อิอิ...
den_siam2523
19-03-2007, 11:25 PM
อิอิ
hamanokun
05-04-2008, 09:02 AM
คุณ king ควรปฎิบัติให้ชินและคล่องตัวถอดจิตไปเที่ยว นรกสวรรค์ให้ได้บ่อย ๆ
และถ้าอยากไปนิพพานก็เจริญวิปัสนาญานต่อท้ายหน่อย
ทำใหคล่องตัวทุก ๆวัน ไม่นานความสงสัยต่าง ๆ ก็จะกระจ่างจะรู้และเข้าใจแจ่มแจ้ง
ถ้าถามคนอื่น ๆอาจจะเกิดความไม่แน่ใจว่าจะเชื่อใครดี
(เน้นการรู้จริงที่เกิดจากการปฏิบัติเองเมื่อรุ้เห็นได้ทุก ๆวันเมื่อนั้นจะพบพระทุกอย่างจะกระจ่างแจ้ง)
noolegza
05-04-2008, 11:52 AM
ดูคุณ king จะยึดติดกับเหตุการณ์นี้มากไปหน่อยนะคับเนี่ย ถ้าคิดว่าใช่ก็เป็นแรงใจ
ให้ทำต่อไป ถ้าไม่ใช่ก้เริ่มทำใหม่ อย่าติดกับสิ่งเหล่านี้มากเลยครับ มองเป็นของ
สนุก เป็นเครื่องเล่นของจิตก็น่าจะดีนะผมว่า หรือคุณว่าไง...
Aunyasit
04-08-2008, 02:43 PM
ประสบการณ์แบบของ คุณ Carbonato นั้นก็มีอยู่จริงครับ หากเข้าถึงสัมผัสที่หก จะสนุกกว่านี้มาก
ในหลายๆวาระ ผมก็กราบพระในแบบที่คล้ายๆกัน คือ บางครั้งขับรถ แต่อยากจะกราบพระศักดิ์สิทธิ์ ที่ขับรถผ่าน ก็แยกจิต(กายทิพย์ไปกราบ) ก็ทำได้เช่นกัน หากมีสัมผัสที่หก เมื่อสัมผัสภายใน ก็จะมากระทบสัมผัสภายนอกด้วย เป็นการตรวจสอบไปในตัว หากจะคุยหรือสนทนา กับสิ่งเหล่านั้น ก็ทำได้ในขณะนั้นๆ ครับ อยากรู้ว่าอะไรอยู่ในภูเขา ทะเล แม่น้ำ พื้นดิน หรือในวัตถุธาตุต่างๆ ก็ส่งกระแสจิตเข้าไปครับ
บางทีไปกราบครูบาอาจารย์ พระเกจิ แต่ว่ามีคนเยอะ เราอยู่ไกลๆแล้วก็พนมมือกำหนดทางใน(กายทิพย์)ไปกราบท่าน พระสงฆ์ที่ท่านมีภายในสูงๆท่านก็จะส่งกระแสตอบรับมา หรือบางรูปท่านก็กวักมือเรียกเลย บางท่านเราแค่กำหนดไปหรือบอกไปทางจิต ว่าหลวงพ่อผมจะไปกราบหลวงพ่อ เวลา เท่านั้น เท่านี้ บางครั้งไปหาตอนดึก ก็ไปเห็นท่านนั่งรออยู่ ก็ถามว่าหลวงพ่อรออะไรอยู่ตอนดึกยังไม่จำวัด ท่านก็ตอบว่า ก็โยมมาก่อนหน้านี้ไม่เช่นเหรอ แล้วท่านก็ยิ้มๆแล้วก็บอกว่า รู้กันนะ
บางทีก็แอบใช้เป็นอวิชชาเหมือนกัน คือ เอาไว้จับโกหกคน ว่าเรื่องที่เขาพูดกับเราจริงหรือไม่จริง โดยเฉพาะตอนโทรศัพท์นี่ ส่วนมากจิตส่วนนึงจะแยกไปทำงานแล้ว ตอนนี้กำลังศึกษาเรื่องของการที่จิตแยกออกไปทำงาน ก็น่าสนใจดีเหมือนกันครับ ถ้าติดตามครูบาอาจารย์ไปไหนมาไหน นี่สนุกเลย เราใช้จิตตรวจเช็คแล้วก็แอบถามครูบาอาจารย์ ก็ได้ผู้รับรองการรู้เห็นของเราอีกชั้นนึง
การสัมผัสภพภูมิก้ใช้วิธีแบบเดียวกันแหละ ถ้าภูมที่ต่ำกว่าเราและเขารับกระแสเรา ก็สามารถเรียกเขามาสอบถามได้ บางครั้งที่อยู่อาศัย บ้านเรือนหรือโรงงานมีปัญหาต่างๆ ถ้าเป็นคนสนิทหรือมีบุญคุณต่อกันก็จะแอบถามภพภูมิที่อยู่ในเขตนั้น เขาก็จะบอก พร้อมทั้งวิธีแก้ไขมาพร้อมเลย
และหากจะใช้สำหรับรักษาโรคเวรโรคกรรมก็แบบเดียวกัน ก็ถามเจ้ากรรมที่กำลังกระทำการอยู่ว่าเขาต้องการอะไร หากทำตามที่เขาต้องการแล้วโรคก็จะเบาบางหรือหายไปได้ ส่วนใหญ่พวกเจ้ากรรมนี่ต้องการบุญกุศลตอบแทนทั้งนั้นครับ
ทีนี้มีคนบางกลุ่ม เมื่อคนใกล้ชิดตายก็มักชอบสอบถามว่า ญาติที่ตายแล้วไปอยู่ที่ไหน ก็ใช้จิตวิธีคล้ายๆกัน คือกำหนดส่งจิตไปปั๊บ สักประเดี๋ยวก็ไปสัมผัสได้ว่า ทุกข์ สุข อยู่ที่ไหน เป็นต้น
สิ่งสำคัญก็คือ ควรปฏิบัติให้มีสัมผัสที่หก เอาไว้ตรวจสอบ ไม่งั้นก็อาจจะเจอพวกภายในหลอกเอาบุญเราได้ แต่ถ้าเราฝึกดีๆ มีครูบาอาจารย์คอยชี้แนะเป็นระยะๆ เมื่อจิตเข้าสู่กระแสศีลธรรม หรือวิถีมรรคได้แล้ว ระบบจิตจะแยกพวกผู้ดี ผู้ร้าย ออกจากกันได้โดยอัตโนมัติ เพราะผู้ร้ายจะไม่มีกระแสศีลธรรม
ทั้งนี้และทั้งนั้น ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นการแชร์ประสบการณ์กัน และผมก็ถือว่าเป็นของเล่นเพลินๆสำหรับนักปฏิบัติ เท่านั้น หากใครละทิ้งสิ่งเหล่านี้ได้ก็จะเป็นหนทางเข้าใกล้กระแสศีลธรรมมากขึ้น สุดท้ายจะทำได้แบบไหนๆก็สู้การสั่งสมบารมีเพื่อการหลุดพ้นไม่ได้ และสิ่งที่แต่ละคนฝึกได้แล้ว แม้เราจะละไปแล้ว เมื่อจะใช้ก็สามารถทบทวนกลับมาใช้ได้งานได้ง่าย(ถ้าจำเป็น) หากเราไปยึดติดในสิ่งที่เราฝึกได้นั่นได้นี่ สุดท้ายก็จะสามารถตกเป็นเบี้ยล่าง(เป็นฐาน)การทำบารมีของภพภูมิที่ไม่มีธาตุสี่ได้ง่ายมากครับ แค่หาวสามครั้งนี่ก็เสร็จเขาแล้วครับ ความไม่ประมาทดีที่สุดครับ
siantseiya
24-08-2008, 08:03 PM
ยังไม่เห็นอะไรกับเขาเลย สงสัยเราต้องปฏิบัติอีกนาน หุหุหุ โกด์ลเซนต์
ศิษย์น้อย
27-08-2008, 09:45 PM
พระที่นิพานแล้ว เข้ามาที่สวรรค์ได้หรือป่าว???
ไปได้ ทั้ง 36 ชั้นฟ้า หรือมากกว่านั้น ครับผม
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.