View Full Version : ขออนุ_าตแนะนำตัว(ถ้าไม่ล่มอีกนะครับ)
winyoochanok
28-09-2004, 03:25 AM
เผลอไปตอบกระทู้คุณป้ายังสาวก่อนแนะนำตัว:D
ที่จริงเคยตั้งกระทู้ถามเรื่องกรรมเก่าแต่บอร์ดล่ม
เลยยังไม่ได้เรื่องเท่าไหร่เลยผม:(
แนะนำตัวครับชื่อ วิ__ูชนก ตามชื่อที่สมัคร อ่านบอร์ดนี้มาเป็นปี
แต่คิดว่าอ่านไปเรื่อยๆจนกว่าจะพอมีความเข้าใจในเรื่องที่คุยๆกันอยู่
จะได้พอร่วมสนทนาบ้าง:o
อันที่จริงคุณพ่อปัจจุบันก็เป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งที่ลำปาง
คงสมกับที่ท่านอยู่เมืองนอกเมืองนามานานพอเกษียณก็จึงบวช
(ท่านเกษียณแบบเอกชนครับ)
ผมเองก็มีโอกาสไปเยี่มท่านบ่อยๆท่านมากทม.บ้างผมไปบ้างตลอดสิบปีกว่าปีที่ท่านอุทิศตนให้กับบวรพุทธศาสนา
ลำพังตอนเด็กก็อยู่โรงเรียนประจำแห่งหนึ่ง จบมาก็อยู่มหาวิทยาลัยแบบเรียกว่าเหมือนโรงเรียนคืออยู่ประจำเหมือนกัน พอคุณพ่อกลับมาเมืองไทยได้สักพัก คุณแม่ก็ไปทำธุรกิจที่ยุโรปแทน
ก็ดีเหมือนกันลำพังปกติผมก็อยู่กับเพื่อนจนชิน อีกทั้งเล่นกีฬาตั้งแต่เด็กเลยไม่ได้มีปั_หาหรือรู้สึกอะไร เพื่อนๆกลับชอบที่จะได้ของฝากมาต่างแดนเสมอๆ:)
ปัจจุบันทำงานหลายอย่างเช่นProduction houseเพราะคุณลุงเป็นเจ้าแรกๆของเมืองไทย ก็ได้วิชาตรงนี้ติดตัวมาตั้งแต่ประถม
มีสปาอยู่กลางเมืองแถวสุขุมวิท พร้อมทำเรื่องให้คำปรึกษาและศูนย์ฝึกด้วย
เรื่องตรงนี้เพราะคุณแม่เขาถนัดมาก
มีสินค้าส่งออกไว้วันหลังจะบอกว่าอะไร
บ้ารถมากชอบขับรถ แต่งรถ มีสมาชิกเพื่อนๆกลุ่มรถที่สนิทๆ กลุ่มให_่ๆสามกลุ่ม
คือกลุ่มรถอิตาลี,ซาฟิร่า,และกลุ่มBangkok Classic
แต่สิ่งที่ภูมิใจที่สุดคืองานค้นคว้าประวัติโรงเรียนที่ตั้งหน้าตั้งใจทำมาตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัย แต่กรรมเก่าที่เกิดขึ้นกับคุณครูที่ท่านให้โอกาสผมทำสิ่งที่สำคั_สิ่งนี้ ทำให้ผมอยากหาคำตอบของเรื่องราวทั้งหมด
ว่าชะตากรรมที่เคยเกิดขึ้น หน้าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกหรือไม่?
ผมเชื่อว่าสังคมที่น่ารักตรงนี้คงไม่เบื่อเรื่องโบราณๆที่ผมเองอยากมองทั้งด้านทางโลกและทางธรรม ยอมรับว่าตัวเองยังมีกิเลศ(หนามาก)
และยังปลงไม่ได้ ยังสงบไม่ได้ แต่ก็เข้าใจได้ ถึงจะทำใจยากก็ตามที
บ่นมาเยอะครับเพื่อจะได้รู้จักกันได้ดีขึ้น สมาชิกทุกคนผมว่าผมก็อ่านกระทู้สนทนากันมาตลอด เรียกว่าพอจะรู้จัก เพื่อไม่ให้ได้เปรียบเสียเปรียบจึงขอแนะนำตัวแบบยาวไปสักนิด
ไปตามผมกลับไปอ่านเจอผมที่บอร์ดไหนก็ทักทายได้ครับ
ผมนอนน้อย ตื่นสายนอนดึก งานการกุศลเยอะ
สำหรับที่นี้ ไม่แน่ใจว่าจะคุยได้พอรู้เรื่องแค่ไหน
:(
แต่หากมีเรื่องข้องใจสงสัยในเรื่องที่ผมถนัดๆ(ตามที่ว่ามา)ถามได้เลยนะครับ
ยินดีๆ
winyoochanok
28-09-2004, 03:35 AM
ลืมไปว่าตัว ยอยิ๋งที่นี้ตัวไม่ขึ้น
ชื่อผมอ่านตามในรูปสนามรักบี้นะครับ
ดังที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่รัชกาลที่๗ทรงรับสัง่ว่า
อังกฤษชนะสงครามwaterlooที่สนามโรงเรียนEton
หมายถึงโรงเรียนแบบPublic schoolมีการฝึกคนตั้งแต่พื้นฐานของจิตใจโดยให้มีความเป็นลูกผู้ชายและมีความเป็นสุภาพบุรุษ
จะนอกเรื่องอีกแล้วผม
:cool:
MissyKelly
28-09-2004, 04:01 AM
ยินดีต้อนรับค้า
พี่วิน รูปที่มาโพสต์นั้น รูปใครคะ
แล้วพี่ค้นคว้าประวัติโรงเรียนทำไมคะ
winyoochanok
29-09-2004, 12:58 AM
กว่าจะได้ตอบ ตอนนี้อยู่ห้องตัดต่อ เลยเอาnotebookมาต่อสายดุงานไปเล่นnetไป
รูปเล่านี้เป็นรูปรุ่นคุณปู่ครับ แต่ละท่านหากมีโอกาสจะนำชื่อท่านมาลง
เรื่องการค้นคว้านั้นเพื่อนำไปจัดทำหอประวัติของโรงเรียน ซึ่งเดิมค้นคว้ามา
ตั้งแต่ไหนแต่ไรนะครับ
เด็กนักเรียนในปัจจุบันจะได้ภูมิใจในสถาบันและปฎิบัติตนให้สมกับเป็นนักเรียนในพระบรมราชูปถัมป์
ขอบคุณครับที่สอบถาม
winyoochanok
29-09-2004, 01:52 AM
:o ชักง่วง นั่งกันอยู่กับEditorแค่2คน
พอได้เปิดเว็บดูค่อยตาสว่าง
พอดีไม่ได้ตัดเองนะครับ สั่งน้องเขาให้ทำตามบท
หนังออกจะโบราณ(ตามรูป)
เรื่องรูปมีรูปที่มีคุณค่าซึ่งได้จากห้องบุรฉัตร หอจดหมายเหตุ
เพื่อนำมาประกอบในแต่ละส่วนของTime line
ถ้าหากให้ความสนใจจะขออนุ_าตเล่าเรื่องจากภาพ
เพราะถือว่าฝึกการบรรยายไปด้วยครับ...
(อย่าเพิ่งหลับกันนะ);)
winyoochanok
29-09-2004, 03:47 AM
พอดีทางeditorถ่านหมด ขอพักนัดกันใหม่ตอนเที่ยง
ผมเลยต้องกลับบ้านก่อนที่จะเล่าเรื่องเก่าโบร่ำโบราณให้ฟังน่ะครับ
ผมเลือกขับรถกลับมาทางวังพ_าไทหรือรพ.พระมงกุฎ และสถานที่สำคั_ๆ
ในหน้าปะวัติศาสตร์อีกหลายจุด
คืนนี้ท้องฟ้าดูสว่างๆยังไงบอกไม่ถูก เหมือนกับจะบอกว่า
เจ้าห_ิงนิทราของผมที่หาดให_่อาจจะตื่นในไม่ช้า
เล่าไปอาจจะ งงๆกัน
คือขอย้อนความหลังสักหน่อย
ในสมัยที่ผมเลี้ยงมหาวิทยาลัย เด็กที่จบจากโรงเรียนไปแล้วประมาณ2ปี
ทุกรุ่นจะต้องจัดงานราตรีให้กับสมาคมนักเรียนเก่า
ด้วยความต้องการคือฝึกให้เด็กนั้นเป็นทั้งการแบ่งหน้าที่ การทำงานใสงคมอีกแบบ และมีโลกทัศน์ใหม่ๆเพิ่มขึ้น
ในวาระนั้นทางโรงแรมที่เราไปจัดงานได้เสนอเครื่องฉายไสลด์แบบมัลติวิชั่น
ซึ่งไม่ค่อยจะมีคนรู้จักด้วยซ้ำ
อาศัยว่าผมคงจะคุ้นกว่าเพื่อนจึงโดนคำสั่งจากในรุ่นให้ไปหาเรื่องทำมาฉายในงาน
นั้นคือจุดเริ่มต้นในการค้นคว้าครับ
ผมอาศัยการบอกเล่าของผู้ให_่ หนังสือประวัติต่างๆของโรงเรียนผสมๆกันไป
แต่ในตอนนั้นยังอ่อนต่อความเข้าใจ และทุนก็ต่ำ
แต่ตัวงานออกมาเป็นที่น่าพอใจ คงเพราะไม่มีใครเคยทำมาก่อน
จากนั้นอีกเจ็ดปีต่อมา มาสมาคมต้องการจัดงานให_่ จึงมีแนวคิดที่จะทำหนังของประวัติโรงเรียน คุณครูจันทร์เพ็_ซึ่งท่านเป็นครูเก่าซึ่งสอนอยู่ที่โรงเรียนถึง38ปี ท่านจะเป้นผู้คัดสรรค์คนที่มีคุณสมบัติได้รับเกียรติมาทำงานนี้
ที่จริงรุ่นพี่หลายๆคนก็อยู่ในวงการเช่นพี่นก ฉัตรชัย เปล่งพานิช พี่ดลกมล พี่ชูพงษ์ บอสให_่ของแกรมมี่ฟิลม์ หรืออย่างรักษ์ ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ที่เรียนกันมาแต่ป.5 ยังมีพวกนักร้องนักดนตรีแบบพี่จุ้ย สุ บุ_เลี้ยง เชษฐา ยารสเอก ..เยอะนะครับ
สำหรับโนเนมแบบผมก็ไม่มีอะไรเด่น ก็แค่ทำงานในส่วนของการเตรียมงานสำหรับถ่ายทำ แต่ส่วนตัวก็ฝันหาโอกาสเช่นกัน
ผมทำงานผลิตภาพยนต์โฆษณาโดยมีตำแหน่งPreproduction manager
ในความฝันของคนทำงานแบบนี้ก็อื่นอย่างจะทำงานที่ได้รางวัลหรือมีผลงานฝากไว้
สมัยที่เรียนก็ได้ประกวดหนังและได้รับคำชมบ้าง แต่งานที่ภูมิใจที่สุดก็คือ
การทำSlide multi vision ประวัติของโรงเรียนในงานราตรีที่รุ่น16จัดเมื่อปี30
ซึ่งตรงกับครบรอบ90ปีของโรงเรียนราชวิทยาลัยพอดีตามที่เล่าไปนั้น
งานในตอนนั้นคงทำให้คุณครูจันทร์เพ็_จำผมได้แม่นว่าถ้ามีเรื่องแบบนี้ คงต้องเรียกผม
7ปีผ่านไป รุ่น16จะเลี้ยงรุ่นประมาณสามเดือนครั้ง หลังๆเราก็เริ่มที่จะเชิ_ครูมาร่วมงานด้วย
และในครั้งแรกผมก็ไปเชิ_ครูที่สนิทกับรุ่นเราที่โรงเรียน
อ้าว..วิ__ูชนก ครูจันทร์เพ็_ถามครูว่าจะติดต่อเราได้ยังไง? ถามเมื่อเช้า เธอก็มาเลย
ผมทำหน้างงๆ
ครูมีอะไรกันหรือครับ ผมถามด้วยความสงสัย
เห็นพี่เพ็_บอกว่าทางสมาคมจะจัดงานให_่ เลยอยากให้วิ__ูชนกมาคุยว่ามีอะไรที่ทำได้บ้าง..
ผมจึงถึงบางอ้อ
อือ..ก็ทำได้หลายแบบ แค่ค่าใช้จ่ายมันก็พอควรนะครับ..ผมคิดคำนวนหนังและการจัดงานที่ผมทำให้ลูกค้าประจำ
ไปที่ใต้บ้านครูพวงพะเยียกัน ครูจันทร์เพ็_นั่งคุยกับครูจรีรัตน์ที่นั้น
จากหน้าตึกม.ต้นไปบ้านครูพวงก็แค่อึดใจเดียว
พอกู่ขันหาไก่ไก่ก็มาเชียวนะ คุณครูจันทร์เพ็_รับไหว้ผม พร้อมกระเซ้าด้วยสำนวนไทย
คุณครูจันทร์เพ็_จะให้ผมทำอะไรหรือทำ
เธอมีอะไรเสนอบ้างล่ะ ครูคุยกับพวกพี่ๆ เขาก็บอกว่าอยากให้มีอะไรแปลกๆ ครูจำได้ที่เธอทำไสลด์
ฉายที่โรงแรมนารายณ์ ครูอยากให้มีอะไรแบบนั้น เพราะทางสมาคมจะจัดงานครบรอบ30ปี ที่ย้ายโรงเรียนมาที่สามพราน
ผมตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดให้นาน
ถ้าให้เป็นสากลก็ต้องมีวีดีโอประวัติโรงเรียนฉายในงาน มีจอ มีโปรเจเตอร์ มีเครื่องเสียงดีๆครับ
แล้วมันใช้เงินเยอะมั้ย คุณครูจันทร์เพ็_สนใจ แต่ก็อยากรู้งบ
เป็นแสนครับ ถ้าเราจัดกลางแจ้งต้องทำอย่างดีไม่งั้นก็ดึงดูดคนไม่ได้ผมอธิบายตามประสบการณ์ของผม
คุณครูจันทร์เพ็_พยักหน้า เอาแบบนี้วิ__ูลองไปคุยไปประชุมที่บ้านพี่อ่องซอยราชครูจะได้คุยกับพี่ๆเขา
ผมรับคำที่ คุณครูจันทร์เพ็_แนะนำ และเก็บความรู้สึกภูมิใจที่ คุณครูจันทร์เพ็_ยังนึกถึงผลงานผมได้แม้
เวลาจะผ่านไปนานขนาดนั้น
เรื่องใหม่ๆ สิ่งแปลกๆใหม่ๆก็ใช่ว่าจะเริ่มต้นกันง่ายๆ
ผมได้เข้าประชุม ต้องตอบคำถามของพี่ๆที่ไม่ได้อยู่ในวงการโฆษณา หรือวงการผลิตสื่อ แต่ด้วยการมองการณ์ไกลของคณะทำงาน ทำให้งานในฝันของผมเป็นจริงขึ้นมาได้
ขณะที่ผมนั่งทำบทหนัง คุณครูจันทร์เพ็_ก็นั่งเขียนต้นฉบับหนังสือ30ปี เราคุยโทรศัพท์แลกเปลี่ยนข้อมูลกันตลอด จนถึงวันถ่ายทำผมเชิ_ คุณครูจันทร์เพ็_มาร่วมเข้าฉาก โดยถือว่า คุณครูจันทร์เพ็_เป็นครูที่ลึกซึ้งกับ
ธรรมเนียมของราชวิทยาลัยท่านหนึ่งอย่างแท้จริง
ในทะเลก็ต้องมีคลื่นลมมีพายุ ในการทำงานก็เช่นกัน น้องใหม่อย่างผมก็มีอุปสรรคมาทำให้งานสะดุด
ครูเชื่อเธอว่าเธอต้องทำได้ ทำให้สำเร็จ ผลงานคือสิ่งที่จะพิสูจน์ว่าเธอเป็นคนทำงานที่แท้จริง
คุณครูจันทร์เพ็_เตือนสติและให้กำลังใจผม..ในวันที่ผมรู้สึกกดดันจากคลื่นใต้น้ำ
งบประมาณที่ค่อนข้างต่ำ เวลาทำงานที่น้อย และต้องทำในเรื่องที่ไม่มีใครเคยทำ ประวัติโรงเรียนตั้งเกือบร้อยปี..
ผมหมกตัวในห้องตัดต่อสี่วัน ห้องอัดเสียงอีกสองวัน..โดยในใจหวังเพียงว่าในวันงาน ..หนังเรื่องนี้คงทำให้
งานมีคุณค่ามากขึ้น..
ค่ำคืนงานครอบรอบ30ปี ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัยนั้น จัดที่สนาม200จุ
คนกว่า5,000คน ทั้งนักเรียนเก่า นักเรียนปัจจุบัน คณะครู ผู้ปกครองและผู้ที่สนใจ
ต่างมุ่งสายตาไปยังจอวีดีทัศน์ในตัวงานที่มีความยาวเกือบ50นาที
ตัวหนังมีครบรส ทั้งความภาคภูมิใจ สนุก ซาบซึ้ง...ปิดท้ายด้วยเพลงโรงเรียน ..มีหลายๆคนที่นั่งร้องไห้
ด้วยความกินใจ.. ผมเองก็คงไม่ต่างกัน พี่นวย(เวชสิทธิ์ สุขมาก) เดินมาจับมือผมแล้วกล่าวว่า
ต้องอย่างนี้สิ เมื่อ7ปีที่แล้ว พี่นวยก็พูดและทำแบบนี้เช่นกัน คงถือว่าผมสอบผ่าน
วิ__ูดีมากๆ เสียง คุณครูจันทร์เพ็_พูดกับผมเพราะเดินเข้ามากอดผมแบบเต็มวงรัด..
ผมรู้สึกอบอุ่นเหมือนกับแม่กำลังกอดและให้กำลังใจกับลูก
หายเหนื่อยเลยครับครู
ผมพูดพลางจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่..ผมยังจำภาพและความรู้สึกนั้นได้ตราบจนวันนี้
วันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ผมก็ยังติดต่อและเรียนปรึกษากับ คุณครูจันทร์เพ็_ในเรื่องการค้นคว้าประวัติโรงเรียน เพราะหลังจากงาน30ปีไป สมาคมได้ให้งบประมาณมาหนึ่งหมื่นบาท และพี่สุกิจ ศรีบัวทองรุ่น1
มอบให้อีกหนึ่งหมื่นบาทเพื่อเป็นงบค้นคว้าประวัติ
ทุกครั้งที่ผมค้นพบเรื่องใหม่ๆ สิ่งที่น่าภาคภูมิใจ หนังสือ เอกสาร รูปภาพต่างๆผมจะโทรไปหาคุณครูจันทร์เพ็_
ยิ่งตอนที่ผมพบ พระราชหัตเลขาของร.5ที่มีข้อความเกี่ยวกับโรงเรียนเรา ทั้งคุณครูจันทร์เพ็_และครูอรทิพย์
ได้เดินทางมาดูกับตาตัวเองที่หอจดหมายเหตุ ตามคำเชิ_ของผม
อีกสิบปีผ่านไป จากงาน30ปีมาถึงงาน72ปีสมาคมราชวิทยาลัย
ผมก็ได้มีโอกาสทำงานแบบที่ตัวเองถนัดอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้น่าจะสมบูรณ์กว่างานที่ผ่านมา เพราะทางโรงเรียนได้จัดทำหอประวัติของโรงเรียน
โดยท่านผู้อำนวยการสุทธิศักดิ์ เฟื่องเกษม ท่านได้ให้งบผมมาจัดและค้นคว้าประวัติ
(ขณะนี้จัดทำโถงให_่ไปแล้วส่วนหนึ่ง กำลังเริ่มห้องสามสมัยแรกของราชวิทยาลัย)
คุณครูจันทร์เพ็_เป็นผู้แนะนำผมและรับรองกับท่านผู้อำนวยการว่าผมสามารถ
ที่จะทำงานตรงนี้ได้อย่างแน่นอน ท่านผู้อำนวยการจึงตัดสินใจที่จะเลือกคน
ที่เข้าใจและลึกซึ้งมากกว่าที่จะจ่ายเงินซื้อ งานตกแต่ง
ทุกครั้งที่เรือออกทะเล มันก็มีคลื่นลมมีพายุเสมอ ปีนี้ถึงผมจะอายุมากกว่าเก่าสิบปี มีความรู้ที่ค้นคว้ามามากขึ้น
แต่คนที่ผมจะขาดไม่ได้เลยคือ ..คุณครูจันทร์เพ็_
บทหนังทั้ง2เรื่องที่เขียนขึ้นมา คุณครูจันทร์เพ็_ก็เป็นผู้ตรวจทาน ตรวจสอบให้ ทั้งให้คำแนะนำต่างๆมีมากมาย
ผมจัดทำงานจนเสร็จเรียบร้อย ใช้เงินส่วนตัวจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆไปก่อน ผมหยุดงานทุกอย่างเพื่อให้งานนี้สำเร็จ
อีกทั้งต้องเร่งงานของหอประวัติโรงเรียนที่ต้องเปิดแนะนำตัวในวันที่1มิถุนายนด้วย
..ยอมรับว่าเม็ดเงินที่ทำงานไปก็หลายแสนอยู่ จ่ายไปจนผม งงๆว่าจะต้องจ่ายไปเยอะแยะขนาดนั้น
นี้ขนาดเงินที่ทำหอนั้นท่านผู้อำนวยการให้เงินล่วงหน้ามาทำแล้วตั้งนาน ..เรื่องไปถึงหู คุณครูจันทร์เพ็_..
วิ__ูถ้าเงินหมุนไม่ทัน เอาเงินที่ครูไปจ่ายค่าแรงคนก่อนก็ได้ พอได้เงินแล้วค่อยมาคืนครู
คุณครูจันทร์เพ็_กล่าวพลางยืนซองเงินสด30,000บาทมาให้ผม
ครูครับเงินอื่นๆผมก็จ่ายไปเกือบหมดก็ติดที่ค่าแรงคนนี้แหละ แต่ผมคงรับไม่ได้
ผมคิดว่าเป็นการรบกวน คุณครูจันทร์เพ็_....
คนทำงานก็ต้องได้ค่าแรง เอาเงินครูไปจ่ายก่อนไป คุณครูจันทร์เพ็_พูดแล้วยิ้มๆ
.เงินจำนวนนี้เป็นเงินประเดิมก้อนแรกอย่างแท้จริง
ที่ คุณครูจันทร์เพ็_หยิบยื่นให้..ซึ่งมีค่ามากกว่าเงินจำนวนใดๆทั้งสิ้น
เย็นวันนั้นผมนำเงินทั้งหมดไปจ่ายให้กับค่าใช้จ่าย ค่าแรงที่ยังติดค้างอยู่ พลางชี้แจงว่า
นี้เป็นเงิน คุณครูจันทร์เพ็_นะ
จากนั้นอีกไม่กี่วันก็เป็นงานงาน72ปีสมาคมราชวิทยาลัย คุณครูมาร่วมงานในชุดสีบานเย็น สดุดตา
หนังที่ผมทำทั้ง2เรื่องรวมทั้งเพลงโรงเรียนที่ทำดนตรีใหม่ ก็ได้จัดฉายเป็นเกียรติอีกครั้ง
งานทุกครั้งเมื่อเสร็จงานผุ้ทำก็ย่อมมีความปิติยินดี แต่ในงานนั้น
คุณครูจันทร์เพ็_ไม่ได้อยู่จนถึงเลิกงานจึงไม่ได้อยู่ฟังเพลงโรงเรียน
ครูอยากฟังเพลงที่เธอทำใหม่ คุณครูจันทร์เพ็_ปรารภ
ได้ครับ รอวันที่1มิถุนายน ผมจะเอาไปฉายอีก
แต่จนแล้วจนรอด คุณครูจันทร์เพ็_ก็กลับไปก่อนงานเลิก.ในงานวันเกิดโรงเรียน
ครูครับผมได้เงินมาส่วนหนึ่งแล้ว ผมจะโอนไปให้ครูนะครับ
ไว้ให้ครูกลับมาก่อนก็ได้ ตอนนี้ครูเลี้ยงหลานอยู่ที่สงขลา
ได้ครับ กลับมาจะได้ทำงานหอประวัติกันต่อผมคิดถึงงานที่ คุณครูจันทร์เพ็_กับผมจะทำกันต่อ..
ครูอยากกลับไปไวๆรู้สึกว่ามีอะไรต้องทำอีกเยอะ คุณครูจันทร์เพ็_พูดอย่างแปลกๆ
ตอนนี้ผู้ให_่ที่จะพอคุยพอปรึกษาได้ก็มีแต่ครูนะครับ มาไวๆก็ดีผมสมทบ
แล้วเจอกัน ครูกลับวันที่18... หลานมันตีกันแล้ว คุณครูจันทร์เพ็_พูดพลางหันไปเรียกหลาน
ครับๆแล้วคุยกันใหม่ครับ เสียงนั้นเป็นเสียงสุดท้ายที่ผมคุยกับ คุณครูจันทร์เพ็_เมื่อวันเสาร์ที่10ตอนเย็นๆ
วันจันทร์ที่12มิถุนายน ผมไปที่โรงเรียนเพื่อเข้าพบท่านผู้อำนวยการเพื่อรายงานความคืบหน้า
งานหอประวัติและขั้นตอนของงานต่อไป.. จากนั้นผมก็ไปหาครูอรทิพย์เพื่อหาเด็กมาเป็นหุ่นปั้น
ตัวหุ่นต้นแบบสำหรับใส่ชุดนักเรียนราชวิทยาลัยในอดีตทั้ง6ชุด..
........เสียงโทรศัพท์มือถือผมดังและเป็นเบอร์ของท่านผู้อำนวยการ?? ผมเพิ่งลาท่านมาไม่ถึงยี่สิบนาที..
วิ__ูข่าวร้ายนะ
ใจผมเสียเพราะคิดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับหอประวัติ..
คุณครูจันทร์เพ็_ผ่าตัดสมองอยู่ ..โดนรถชนที่ตลาดกิมหยง หาดให_่......
ผมตะลึง..รู้สึกโลกหมุน ไม่อยากจะเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง..
ท่านผู้อำนวยการท่านได้เล่าเหตุการณ์ตามที่คุณครูสมยศ สามีคุณครูจันทร์เพ็_โทรมาแจ้งเรื่อง
ผมแทบจะทรุดลงหน้าอาคารม.ต้น จุดที่เคยนั่งคุยกับคุณครูจันทร์เพ็_และครูอรทิพย์
ในวันที่คุณครูจันทร์เพ็_เคยกู่่ขันหาไก่ ไก่ก็มา..
แต่ในวันนั้น ผมมาโรงเรียน..เพราะอะไรดลใจให้ผมต้องมาในวันนั้น?
ผมเดินเข้าไปหาครูอรทิพย์ในห้องแนะแนวและเล่าเรื่องอุบัติเหตุ
ไม่จริงๆ พี่เพ็_ไม่จริง ครูอรทิพย์อุทานเสียงดัง..
ผมเองก็ไม่อยากให้จริงครับครู
เราต่างตาแดง ครูอรทิพย์จึงบอกว่า
งั้นเราไปไหว้พระบรมรูปร.5กันก่อนขอให้ท่านช่วย
ทุกวันนี้ผมต้องขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้คุณครูจันทร์เพ็_กลับมา กลับมาเป็นคุณครูจันทร์เพ็_
ที่ให้โอกาสผม ให้คำแนะนำชี้แนะ ให้สิ่งที่สนับสนุนเกื้อกูล ให้แต่สิ่งที่ดีๆ
ถ้าในวันนั้น ถ้าคุณครูจันทร์เพ็_ไม่กู่รียกผม ผมก็คงไม่มีโอกาสได้ทำงานแสดงฝีมือในวันนี้
และในวันนี้ผมขอกู่่เรียกคุณครูจันทร์เพ็_กลับมาบ้างครับ..
ผมได้ทำหนังในคุณครูจันทร์เพ็_ตั้งแต่คุณครูเกษียณประมาณเมื่อสี่ปีที่แล้ว ชื่อหนังว่า
บทประพันธ์ของครูจันทร์เพ็_
ได้จัดฉายในงานเลี้ยงเกษียณคุณครูจันทร์เพ็_ที่ร้านปลาวาฬ ถนนราชดำเนินซึ่งจัดโดยพี่ๆรุ่น2และรุ่น16
ร่วมกัน งานความยาวไม่มากราวๆแปดนาทีกว่าๆ แต่ก็พอที่จะเรียก น้ำตาให้มาคลอเบ้าได้
คืนงานวันที่1มิถุนายน ผมเอางานมาทำเป็นVCDให้คุณครูจันทร์เพ็_ เพราะคุณครูบ่นว่าม้วนวีดีโอ
มันยืดแล้ว ผมส่งแผ่นให้คุณครูจันทร์เพ็_แล้วสั__ากับครูว่าจะทำแผ่นหนัง72ปีให้ครูด้วย..
ครูครับ เพลงโรงเรียนครูยังไม่ได้ฟังเลยนะครับ หนังของครูก็ยังไม่เคยเปิดให้คนดูกันเยอะๆเลย
ครูกลับมาฟังนะครับ สิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้ของผมคือทำงานตามเจตนารมณ์ที่ครูเคยสั่งสอนไว้
ในคำว่าราชวิทยาลัยเป็นที่รู้จักในภาพที่ชัดเจนและถูกต้องครับ
ถ้าวันนั้นไม่ใช่คุณครูจันทร์เพ็_ ก็คงไม่มีผมในวันนี้เช่นกัน
ผมจะขอจดจำพระคุณของคุณครูตราบชั่วชีวิตครับ
ใครจะลองเล่าแบบผมก้ลองดูนะครับ กระแสจิตเวลาเรานึกจะช่วยครูได้นะครับ...
เรื่องทั้งหมดที่เล่ามาอาจจะยังไม่ได้เข้าเรื่องงานที่ตัดต่ออยู่
เพียงแต่ผมยังค้างคาใจกับกรรมเก่าของคุณครูจันทร์เพ็_ที่ยังติดตามท่านอยู่
ท่านทั้งดีแสนดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผมถึงกับซึ่มไปนานทีเดียว
ทุกครั้งที่พระจันทร์ส่องสว่างผมก็หวังให้ครูฟื้นคืนสติ
ผมโทรไปหาหลวงพ่อให้ท่านช่วยสวดมนต์ให้คุณครูด้วย
ตามธรรมเนียมไทยก่อนทำอะไรต้องไหว้ครู
ผมถือโอกาสนี้เล่าเรื่องนี้ให้ฟังก่อนนะครับ
จะได้เข้าใจว่ามรดกที่คุณครูให้ผมมาค้นคว้านั้นมีค่าสำคั_มาก
หากที่คำถามว่าโรงเรียนนี้ในอดีตสำคั_เพียงใดผมจะเล่าให้ฟังต่อไปนะครับ
ถ้าไม่เบื่อที่จะฟังกันก่อน
ถ้าสมาชิกท่านใดมีคำแนะนำหรือคำชี้แนะเรื่องกรรมเก่าแบบนี้ รบกวนชี้แนะด้วย
ช่วงที่ผมเศร้าก้ได้ที่นี้แหละมีเนื้อหาทำให้ผมทำสมาธิทางใจได้มากขึ้น..
เลยยังไม่ได้เล่าเรื่องเก่าให้ฟังเลยครับคุณศดานัน
เฉพาะงานหนังโบราณๆที่ทำไปให้สถาบันมีรายการดังนี้
1.ราชวิทยาลัย สู่ ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ฯ
2.บทประพันธ์ของครูจันทร์เพ็_
3.Esprit De Corps'
4.เกียรติสถิตย์ราชวิทยาลัย
5.เพลงประจำโรงเรียนภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ฯ
6.ราชวิทยาลัยรำลึก King's College Memorial (กำลังตัดต่ออยู่)
งานที่ทำมาทั้งหมดนั้นทำตามมาตรฐานงานชั้นสูง จะฉายในงานเฉพาะงานนั้นๆครับ ซึ่งยังไม่มีโอกาสเผยแพร่สู่สาธารณะชนอย่างจริงจัง หากมีโอกาสจะนำบางส่วนมาให้ชม
ผมคงเล่ามายาวมากไปแล้วขออนุ_าตไปนอนก่อนครับ เที่ยงนี้ต้องทำให้เสร็จเพราะวันพฤหัสจะลงเพลง วันจันทร์ที่จะถึงจะฉายในงาน
อำลาสถาบันของท่านผู้อำนวยการ To Sir with love...
คนดีๆที่ผมรักเดินจากไปทีละคนสองคน ช่างเป็นงานที่หว้าเหว่และเดียวดายจริงๆ เพราะทุกครั้งที่นั่งดูไมโครฟิลม์หรือค้นเอกสารในห้องเงียบๆ คิดถึงครุทุกครั้งเลยครับ
แค่นี้แล้วกันชักเศร้าแล้ว
ปล.ภาพดังกล่าวเป็นปกซีดีเสียงที่ผมทำส่งให้ลูกคุณครูซึ่งเป็นหมอที่หาดให_่เปิดให้คุณครูฟัง ถือว่าเป็นการกระตุ้นระบบประสาทอย่างหนึ่งครับ
ศดานัน
29-09-2004, 04:22 AM
เสียใจด้วยนะคะ แก้วเป็นคนหาดให_่เหมือนกันค่ะ
เกิดและเรียนจบม.ปลายที่โรงเรียนหาดให_่วิทยาลัย
จากนั้นก็สอบเอ็นท์ติดมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพ ก็เลยมาเรียนต่อและทำงานที่กรุงเทพ ยาวเลย
เรื่องของกรรมเป็นเรื่องที่ มีเหตุต้นผลกรรมแน่นอนค่ะ
เพียงแต่บางครั้ง...เป็นเรื่องที่ มีที่มาและที่ไปค่อนข้างซับซ้อน
เกินปุถุชนจะรู้แจ้งแทงตลอดได้ทั้งหมดทั้งสิ้น
เราเกิดกันมาตั้งไม่รู้กี่หมื่นกี่แสนชาติแล้วค่ะ
เป็นกันมาทุกแบบ อาศัยมาเกือบทุกภพภูมิเลยทีเดียว
เราที่เป็นเราแบบสามั_ทั่วๆไป ไม่มีใครจะสามารถล่วงรู้สายโซ่กรรมที่ยาวเกินคณานับนั้นได้หมด
กรรมเก่าไม่ใช่จะมองได้ พิจารณาตัดสินได้เพียงในปัจจุบันชาติเท่านั้น
สายกรรมนั้นเนิ่นยาวมามากนักค่ะ เราเพียงพิจารณาได้คร่าวๆเหมือนแสงตะเกียงยามกลางคืนเท่านั้น
ว่าผู้นี้เคยเป็นอย่างไร ทำอะไรมาบ้างในภพก่อน โดยดูได้จากสิ่งที่เค้าเป็นในปัจจุบัน
และหากพิจารณาจากกรรมที่ผู้ใดสร้างทำในภพปัจจุบัน
เราก็อาจจะรู้ได้คร่าวๆเช่นกันว่า ภพชาติต่อไปผู้นั้นจะเป็นอย่างไร
www.dungtrin.com
http://dungtrin.com/whatapity/
กระเจียว
29-09-2004, 05:27 AM
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ เห็นบอกว่าคุณพ่อคุณไปบวชที่ลำปาง วัดไหนเหรอคะ กระเจียวเป็นคนลำปางนะ
ยินดีที่ได้รู้จักครับ
ขอให้งานประสบผลสำเร็จนะครับ
winyoochanok
29-09-2004, 08:57 PM
เพิ่งรู้ว่าคุณกระเจียวเป็นสาวเมืองรถม้าชามตราไก่ หลวงพ่อผมเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีชุม ถนนทิพวรรณครับ
เป็นสยามปฐมสมภาร คือเจ้าอาวาสคนไทยคนแรกของวัดพม่าที่ให_่ที่สุด และสวยงามที่สุดในประเทศไทย
แต่เดิมหลวงพ่อผมทำงานกับบริษัทข้ามชาติตั้งแต่นมนาน จึงมีการเดินทางไปๆไปมาต่างประเทศเป็นประจำ
บางโครงการก็ต้องไปอยู่ทีนานๆ แต่เราก็ติดต่อกันทางจดหมายอยู่ตลอด มีโอกาสแวะไปทำบุ_กับท่านได้ท่านอารมณ์ดี และสมถะมาก
สมัยเด็กที่ยังเรียนที่โรงเรียน เมื่อเวลาทางโรงเรียนที่การแข่งกีฬาเช่น รักบี้ กรีฑา ฟุตบอล หลวงพ่อซึ่งท่านทำงานอยู่ต่างประเทศก็จะตัดข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทย ที่มีขายในต่างประเทศส่งมาให้ที่โรงเรียนเพื่อติดบอร์ด ซึ่งทางโรงเรียนจะนิยมชมชื่นมาก(ตอนเด็กๆผมก็สงสัยว่าทำไมในโรงเรียนไม่มีใครทำ) ปีใหม่ และวันโอกาสดีๆท่านจะส่งการ์ดมาให้ผมและทางโรงเรียนเสมอ เวลากลับมาเมืองไทยก็มักบริจาคเงินให้ทางโรงเรียนและซื้อของฝากให้ครูที่สนิทสนมกันเสมอ
ชื่อหลวงพ่อจะดังกว่าชื่อผมอีก ผมคงเป็นเด็กที่ไม่มีใครจะกล้าล้อชื่อพ่อด้วยมั๊ง เพราะด้วยเหตุที่ว่านี่แหละ
หลายๆครั้งที่หลวงพ่อค่อยเตือนสติและให้กำลังใจ ซึ่งไม่ค่อยเหมือนคุณแม่ผมที่มักจะเถียงกันประจำ
(ทุกวันนี้ถ้าผมโทรไปหาที่Bremen ก็มักมีเรื่องบ่นเถียงกันอยู่เรื่อย)
สมัยก่อนคุณแม่ผมจะได้สัปทานพวกร้านอาหารในกฟผ.จะเป็นร้านคาเฟทีเรียให_่ๆ ซึ่งคุณกระเจียวคงคุ้นเคยดีนะครับมีทั้งที่บางกรวยและแม่เมาะ ช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่ผมเรียนในระดับอุดมศึกษาแล้ว
เวลาว่างจากอยู่หอเก็บตัวนักรักบี้ก็จะมาช่วยที่ร้านกทม.บ้าง ปิดเทอมก็ไปที่ลำปางบ้าง จนต้องซื้อบ้านไว้ที่นั้นอีกหลัง
การมีร้านอาหารทำให้ผมชอบทำอาหาร เพราะมันเป็นเรื่องที่มีความสุขเวลาเห็นคนทานอาหารที่เราทำแล้วชมว่าอร่อย และเรื่องเครื่อมดื่มที่ผมเองโปรดปรานเช่นกัน
ที่จริงตึกที่เลครัชดาก็มีร้านอาหาร ซึ่งเปิดไว้สำหรับกลุ่มพวกๆกลุ่มรถที่มาจัดงานกัน ตอนนั้นได้ส่งพ่อครัวไปนอกเพราะเพราะปรับที่เป็นโรงเรียนสอนการฝึกสปา
หลังจากที่หลวงพ่อเกษียณ(ต้องนั้นอายุราวๆเพิ่งจะห้าสิบ)ท่านก็บวชและไปจำวัดที่วัดป่าหินดาดแถวโคราช
ซึ่งเป็นวัดที่กันดารมากอย่างยิ่ง เรื่องกิจวัตรของสงฆ์เช่นการบิณบาตร การโปรดสัตว์ ท่านต้องเดินวันละเกือบสิบกิโล ซึ่งจะมีชาวบ้านใส่บาตรเป็นเพียงข้าวเหนียวปั้นแบบการใส่บาตรแบลาวและน้ำพริกเท่านั้น บางบ้านที่พอจะมีกินบ้างก็จะมีปลาแห้งมาใส่บาตรทำบุ_
การจำวัดที่กันดารอย่างมากเช่นนี้ท่านผอมซูบและดำไปมาก จนวันหนึ่งท่านป่วยเป็นไข้ป่า ผมรู้ว่าท่านกำลังหาทางสายกลางอยู่ คุณยายผมซึ่งยังมีชีวิตอยูในขณะนั้น จึงขอนิมนต์ให้ท่านไปอยู่วัดที่ลำปางซึ่งทางบ้านผมไปทำบุ_ถวายพระประธานและถวายปัจจัยอยู่เสมอ
เมื่อท่านได้ลองเดินทางที่ตึงไปท่านจึงรับนิมนต์ไปอยู่กับหลวงพ่อปฐมที่สำนักสงฆ์ที่แม่เมาะ
จากนั้นไม่นานด้วยความเป็นพระนักพัฒนา เก่งทั้งภาษาและความรู้ตั้งแต่ทำงานทางโลก ทางคณะจังหวัดจึงให้ท่านไปจำวัดที่วัดเจดีย์ซาวซึ่งเป็นวัดที่สวยงามและเก่าแก่เช่นกัน เชื่อว่าคุณกระเจียวต้องเคยไปทำบุ_แน่ๆ
ในขณะเดียวกันทางวัดศรีชุม เจ้าอาวาสก็มามรณภาพเพราะถูกไฟคลอก โบสถ์หลังงามก็พลอยไฟไหม้ไปด้วย ทางกรมศิลปต้องมาบูรณะและทางคณะจังหวัดต้องจัดหาเจ้าอาวาสที่มีความพร้อมที่จะบูรณะวัด สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ และมีพื้นฐานเรื่องการก่อสร้างด้วย
หลวงพ่อจึงได้เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีชุมโดยมิได้ใช้เส้นสายแต่อย่างไร และทุกวันนี้ท่านเป็นยังเป็นพระที่ไม่สะสม มุ่งแต่จะโปรดสัตว์ บ่อยครั้งที่ผมและน้องสาวถวายปัจจัย ท่านจะให้เด็กวัดไปซื้อพวกยาสามั_ประจำบ้าน ไว้แจกชาวบ้านที่ป่วยเวลาบิณบาตร ท่านไม่มีและไม่เคยคิดจะมีรถประจำตำแหน่ง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเงินบูรณะวัดที่มีจำนวนหลายสิบล้าน
หากแต่ท่านได้ทำโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเด็กๆในจังหวัดสำหรับวันเสาร์อาทิตย์
อีกทั้งมุ่งอนุรักษ์และซ่อมแซมวัดในคงสภาพตามลักษณะของศิลปกรรมพม่า ซึ่งใครได้ก้าวเข้าไปก็จะรู้สึกได้ว่าร้อยกว่าปีที่แล้ววัดนี้เป็นเช่นใดและวันนี้ก็ยังคงเป็นเช่นกัน
ล่าสุดผมเพิ่งไปเยี่ยมท่านเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมาและเอา ลัมโบกินี่คุงลูกหมา(ที่โตแล้ว)ไปอยู่ที่นั้น เพราะผมไม่มีค่อยได้กลับบ้าน มันต้องกินอาหารเม็ดจนเบื่อ และต้องวิ่งอยู่แต่ในบ้านจนเซ็ง
หลวงพ่อจึงให้เอามันไปอยู่กับท่านที่นั้น เจ้าลัมโบกินี่คุงแสนจะดีใจที่วิ่งขึ้นวิ่งลงกุฎิหลวงพ่อ เริงร่ายิ่งนั้น
ผมเองต้องโทรไปถามหลวงพ่อว่า ลัมโบกินี่คุงโดนใครแกล้งมั้ย ท่านบอกว่าเจ้านี้มาถึงก็คุมวัด แถมพวกเณรก็เลี้ยงดูมันอย่างดี ..เจ้า ลัมโบกินี่คุงนี้มันมีบุ_จริงๆ
ทุกวันนี้ท่านก็เดินทางไปๆมาๆลำปาง กรุงเทพ มาเลย์ ปีนัง เพราะที่นั้นจะมีวัดพม่าเปิดใหม่ ท่านจึงต้องไปดูแลด้วย
ผมยังจำคำที่ท่านพูดกับผมตอนที่ท่านบวชใหม่ๆ เมื่อสิบกว่าปีก่อน
ผมไปส่งท่านขึ้นรถไฟที่หัวลำโพง ผมยืนเกาะข้างโบกี้รถไฟโดยมีรถสาวผมอยู่ข้างๆ
หลวงพ่อถามเราว่า
ถ้าหลวงพ่อไม่อยู่จะอยู่กันได้นะ
น้องสาวผมถึงกับน้ำตาร่วง ส่วนผมก็ยังน้ำตาคลอ
ผมรู้ดีว่าท่านตั้งใจที่จะบวชไม่สึก ซึ่งก็สมตามความตั้งใจตั้งแต่ท่านยังเป็นฆารวาส
หลายครั้งที่มีเรื่องขุ่นใจ เช่นตอนรับงานค้นคว้า ทำงานให้สถาบันแรกๆซึ่งมากยากกว่างานหนังโฆษณา
ไม่รู้กี่เท่า คนที่จ้องจะจ้องโจมตีสารพัด
ผมขับรถจากบ้านพักที่ลำปางไปหาท่านกลางดึก เพราะเครียดและนอนไม่หลับ
ท่านพูดกับผมสั้นๆว่า
ถ้าเราไม่ทำก็ไม่มีใครทำอีกแล้ว เราเกิดมาเพื่อหน้าที่นี้
จากคำนั้นสิบปีผ่านไป ผมไปพัฒนาจากเด็กนักศึกษาที่สนใจเรื่องประวัติของโรงเรียน
จนได้รู้จักและเข้าไปร่วมค้นคว้ากับผู้เชี่ยวชา_ในระดับประเทศโดยไม่รู้ตัว
ผมเคยคุยกับคุณลุงผม รศ.เสนอ นิลเดช พระอาจารย์ของสมเด็จพระเทพ
ซึ่งคุณลุงจะเป็นผู้เชี่ยวชา_ประวัติศาสตร์ศิลป์แนวหน้าของเมืองไทย
ท่านบอกว่าถ้าคนไทยจะเติบโตขึ้นโดยขาดสำนึกในศิลปะวัฒนธรรมของไทยแล้ว
ขนมธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดมายาวนานหลายร้อยปีก็คงต้องขาดคนสืบทอดไปด้วยเช่นกัน
winyoochanok
29-09-2004, 09:06 PM
ด้วยแนวคิดดังกล่าวผมจึงได้นำความรู้ ความสามรถที่มีนำมาพัฒนาเป็นสินค้าส่งออกตัวหนึ่ง
ซึ่งได้จดอนุสิทธิบัตรได้ด้วย ซึ่งตลอดสามปีของการทำตลาด ได้ออกโทรทัศน์และผ่านสื่อต่างๆไปอย่างมากมาย
อาจสงสัยว่าสิ่งนั้นคืออะไร
สิ่งนั้นคือ..สบู่ครับ คุณกระเจียวอาจจะ งง?สบู่อะไรจะจดทะเบียน และเกี่ยวข้องอะไรกับประวัติศาสตร์
เริ่มแรกทีเดียวผมมีน้ำมันหอมระเหยกลิ่นดอกไม้ไทยอยู่หลายกลิ่น ก็นั่งคิดดีกว่าจะทำอะไรดี ในส่วนตัวก็ยังคิดไม่ออก พอดีแฟนของน้องสาวอีกคนซึ่งเป็นลูกคุณลุง เขาจบเคมีจากจุฬามา ก็เลยถามว่าเจ้าตัวนี้ทำอะไรได้บ้าง เขาบอกว่าเอามาผสมทำสบู่ก็ได้ ผมก็บอกอยากได้สบู่ที่ดีที่สุด นุ่มนวลหอมและสวยด้วย
เขาบอกว่าสบู่ที่ดีที่สุดต้องเป็นกรีเซอรีน ที่จะต้องทำขึ้นเองด้วยโดยใช้ของที่เป็นธรรมชาติทั้งหมด ส่วนกลิ่นก็เอาน้ำมันดอกไม้ที่พี่ว่ามาใส่
ผมก็เห็นดีด้วย ขณะที่ผมนั่งอ่านหนังสือโบราณเล่มหนึ่งอยู่ ความคิดก็เกิดสว่างขึ้นมา...
สบู่รูปทรงดอกบัว ซึ่งเป็นดอกไม้น้ำที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยกัน รูปทรงก็ถนัดกระชับมือ
ส่วนกลิ่นที่มีก็มีจำปี จำปา ดอกแก้ว ดอกบัว และชมนาด
จากนั้นผมก็สร้างบุคลิกของสบู่โดยใช้มรดกของชิตคือวรรคดีเป็นแนวคิด
โดยมีลำดับดังนี้
กลิ่นดอกจำปีอั_เชิ_พระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ารัชกาลที่๕ ได้แก่เรื่องเงาะป่า ผมเลือกนางลำหับมาเป็นรูปนางบนกล่องสบู่ คนเงาะป่าซาไกนั้นจะเปลือยอกและมีใบตองนุ่ง ผมจะวางแบบให้นางลำหับหอบดอกบัวกำให_่บังทรวงอกแทนอาภรณ์พรรณ
กลิ่นดอกจำปาอั_เชิ_พระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ารัชกาลที่๖ ได้แก่เรื่องศกุนตลา ผมเลือกนางศกุนตลามาเป็นรูปนางบนกล่องสบู่ โดยมีได้หนังสือโบราณซึ่งล้นเกล้ารัชกาลที่๖องค์อุปถัมภ์โรงเรียน ทรงโปรดมีจัดการแสดงที่โรงโขนหลวงสวนมิสกวัน (ซึ่งเป็นเรื่องสุดท้ายก่อนไฟไหม้โรงโขน) ชุดในรูปจะเป็นชุดที่นางศกุนตลาหนีท้าวทุษยันต์ออกมาจากวัง โดยถอดมงกุฎกษัติย์ตรีออก และนำดอกจำปามาร้อยคล้องไว้ที่มวยผม
กลิ่นดอกบัวอั_เชิ_พระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ารัชกาลที่๒ ได้แก่เรื่องอิเหนาเป็นตอนที่นางบุษบากำลังลงสรงน้ำในสระบัว โดยมีอิเหนแอบดูอยู่ใต้ใบบัวครับ ชุดของนางจึงเป็นชุดสไบผาดบางๆไม่มีเครื่องทรงเต็มชุดแบบตอนปกติ
กลิ่นดอกชมนาด อั_เชิ_พระนิพนธ์ของกรมหมื่นนราธิปประพันธ์พงษ์ เสด็จพ่อของกรมหมื่นนราธิปพงษ์ประพันธ์ นายกสมาคมรชาวิทยาลัยหรือสมาคมนักเรียนเก่าของโรงเรียนในสมัยก่อน โดยพระนิพนธ์นี้เป็นเพียงเรื่องเดียวที่กล่าวถึงดอกชมนาดคือโครงลิลิตมหามงกุฎคุณานุสรณ์ ซึ่งไม่มีตัวนางซึ่งเชิ_นางพิมพิลาไลยจากขุนช้างขุนแผนมาแทนครับ
สุดท้ายกลิ่นดอกแก้ว ผมเลือกบทนิพนธ์ของสุนทรภู่ ได้แก่เรื่องพระอภัยมณีเป็นตอนที่พระอภัยโดนนางผีเสื้อสมุทรจับตัวไป ทางศรีสุวรรณและพรามณ์ทั้งหลายเมื่อตื่นขึ้นหลังจากมนต์สะกดของเสียงปี่พระอภัย จึงออกมาตามหาพระอภัยโดยเอาฟางมาเสกเป็นเรือยนต์ลอยขึ้นฟ้า จนเรือยนต์ลอยมาตกที่เมืองรมจักร เพื่อความปลอดภันศรีสุวรรณก็ปลอมตัวเป็นพรามณ์ ศรีสุวรรณก็เดินหลงเข้าไปในอุทยาน ซึ่งบังเอิ_กับที่นางแก้วเกษราธิดาท้าวเมืองรมจักรได้นั่งเกี้ยวออกมาเก็บดอกไม้พอดี ซึ่งนางนั่งได้เก็บดอกแก้วที่อยู่ร่วงจากต้นอยู่บนพื้น พลันสายตาไปเห็นศรีสุวรรณก็พลันหลงรักในบันดล
ภาพจึงเป็นนางนางแก้วเกษรานั่งบรรจงหยิบดอกแก้วอยู่ครับ
ภาพที่จัดแสดงบนกล่องเป็นภาพสีน้ำวาดโดยคุณจตุรพิศ จิตกรภาพปักงานต้นแบบซึ่งวาดถวายงานในสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ภาพมีความอ่อนช้อยสวยงามถึงขนาดมีคนมาขอซื้อเฉพาะภาพซึ่งทางผมก็คงไม่สามารถให้ได้(อยากได้ให้เอาที่กล่องสบู่แทน)
ด้วยตัวสบู่เป็นทรงดอกบัวแนวตั้ง รูปนางในวรรคดีอยู่บนกล่องพร้อมกลิ่นดอกไม้ไทย ก็ยิ่งสร้างเอกลักษณ์อย่างดีให้กับสบู่แห่งสยามประเทศอันมีนามว่าวรรผกา ซึ่งเป็นการสมานคำของวรรณคดีและผกาครับ
จะด้วยความบังเอิ_มีลูกค้าคนหนึ่งที่สปามาซื้อสบู่ไปทีละจำนวนมากซึ่งปกติจะมีแต่ส่งออก และส่งโรงแรม สถานที่สำคั_ๆเท่านั้น พอได้สอบถามจึงรู้ว่าแฟนของลูกค้าทำงานอยู่กับคุณ วรรณ และคุณห_ิงผกา ซันซื่อ ซึ่งทั้งสองท่านมีกิจการมากมาย และหนึ่งในกิจการนั้นชื่อ บ้านวรรณผกา(Wanpaka House) ซึ่งเป็นService Apartment ระดับห้าดาวที่อยู่เยื้องกับม.ธุรกิจ
คุณวรรณและคุณห_ิง ผกาสนใจในตัวสบู่เพราะบังเอิ_ชื่อไปตรงกันโดยไม่มีการเจตนา ดังนั้นในช่วงปีใหม่ท่านจะสั่งในชุดของขวั_ในกล่องนารายาไปเสมอครับ
สิ่งที่ภูมิใจมากคือคำนิยมจากผู้ที่มีชื่อเสียง บุคคลสำคั_ในวงการประวัติศาสตร์ วงการศิลป์
ทั้งคุณลุงผม(รศ.เสนอ) คุณเอนก นาวิกะมูล อ.เกริกบุระ ยมนาค แม้แต่สมเด็จพระมหาวีรวงษ์ วัดสัมพันธ์วงศ์
ท่านก็เจิมโมสบู่ให้เป็นสิริมงคลสำหรับกิจการและผู้ใช้
เล่ามายืดยาวเพราะอีกไม่กี่วันจะได้คัดสรรค์เข้าOTOPครับ ที่เขตคลองเตยได้ข่าวมานอนมาแน่นอน เพราะเขตเองก็สั่งไปเป็นของขวั_ผู้ให_่เสมอๆ ผมเลยต้องฝึกบรรยายไว้ให้กรรมการฟัง
แค่เล่าให้คุณกระเจียวฟังเรื่องหลวงพ่อ เรื่องยาวมาจบที่แนวคิดของสบู่ คงไม่เบื่อผมนะครับ
:o
winyoochanok
29-09-2004, 09:42 PM
เรื่องกรรมเก่าที่คุณแก้ว..ศดานันถ่ายทอดมา..ผมขอบคุณมากครับ ทราบว่ามีแม่ชีองค์หนึ่งที่วัดพิชัย_าติสามารถบอกถึงกรรมเก่าของแต่คนได้ ผมก็อยากถามว่าคุณครูของผมท่านมีกรรมหนักเพียงใดถึงทำให้ในช่วงท้ายของชีวิตต้องมาประสบกรรมขนาดนี้
พูดถึงหาดให_่ที่คุณศดานันบอกว่าเป็นคนหาดให_่ผมเองก็มีความทรงจำเกี่ยวกับหาดให_่หลายเรื่องเช่นกัน
ทีมรักบี้เพิ่งไปกันมาเพิ่งสองอาทิตย์ก่อน ซึ่งเป็นการแข่งขันรักบี้7คนที่สนามจิระนคร
ซึ่งสมัยผมเรียนก็จะไปแข่งกันทุกปี มีทั้งทีมของมหาวิทยาลัย ทีมสมาคม ทีมเอกชนมากมาย ปีนี้ทางโรงเรียนและสมาคมไปด้วยกันและแวะไปเยี่ยมครูจันทร์เพ็_ที่รพ.ของมอ. ในจังหวะนั้นผมโทรไปหารุ่นพี่คนหนึ่งพอดี
ซึ่งเขาอยู่ข้างเตียงครูจันทร์เพ็_ ผมจึงขอให้พี่เขาส่งโทรศัพท์ไปข้างหูครู ซึ่งผมได้มีโอกาสพูดความในใจที่อยากจะบอกครูในช่วงที่ครูต้องเป็นเจ้าห_ิงนิทรา
หาดให_่มีความทรงจำหลายๆอย่างที่เกิดขึ้น ในสมัยเด็กๆผมจะอยู่กับคุณยายตั้งแต่เกิด(หลังหย่านมแม่)
ผมจึงติดปากที่จะเรียกคุณยายว่าคุณแม่ และเรียกคุณแม่เป็นชื่อเล่นแทน
คุณยายมักจะพาพบไปเที่ยวโดยผ่านการทอดกฐินทอดผ้าป่าไปไกลๆนานๆบ่อยๆ ซึ่งในตอนเด็กๆนั้นสนุกมาก ผมจำได้ที่หาดให_่คุณยายซึ่งรถF1แบบวิ่งแล้วมีควันให้ที่ตลาดกิมหยง และอีกปีคุณยายก็ซื้อปืนเหล็กของอังกฤษอย่างดีให้ ซึ่งทุกวันนี้ของเหล่านี้ผมยังเก็บไว้อย่างดีในตู้โชว์
แต่ความทรงจำที่ค่อนข้างจะเศร้าๆก็คือผู้ห_ิงคนที่ผมคบหากันตั้งแต่สมัยเรียนจวนจะจบ ก็เป็นคนหาดให_่ครับ บ้านอยู่หัวถนนเชื่อมรัฐอุทิศ สมัยเด็กเรียนที่โรงเรียนธิดาครับ ตอนหลังมาเรียนที่โรงเรียนวัฒนาครับ
เราคบหากันได้ประมาณสี่ปี แต่ด้วยพ่อแม่ทางเขาไม่เห็นด้วยจึงต้องจากกันด้วยความเศร้าทั้งสองฝ่าย
ผมเคยไปเยี่ยมเธอที่บ้าน สมัยก่อนที่บ้านเขาทำร้าน จีซีฟาร์มาซีนครับ
คงด้วยทั้งคู่ไม่เคยคบใครมาก่อนทำให้เขอะเขินๆกันในตอนแรกๆ ผมจำได้แม่นว่าวันแรกที่เจอหน้าเธอช่วงนั้นเป็นเทอมต้นของปีสุดท้ายของผม ปกติผมจะเก็บตัวนักรักบี้ที่หอเก็บตัวที่วิทยาเขตรังสิต ช่วงเช้าพอซ้อมเสร็จก็จะมีรถตู้ของมหาวิทยาลัยมารับไปเรียนที่กล้วยน้ำไท ซึ่งทำเป็นกิจวัตรตลอดสี่ปี
ชั่วโมงแรกผมจึงเข้าเรียนช้าไปบ้าง วันนั้นผมรีบวิ่งขึ้นไปบนอาคารเรียน สายตาก็ไปพบกับสาวคนหนึ่งยืนยิ้มกริ่มมองวิวอยู่คนเดียว? เธอก็หันมามองหน้าผม
ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยใจสั่นขนาดนี้ เพราะหน้าตาท่าทางกิริยาถูกชะตาผมมาก
ตาโตหน้ารูปไข่จมูกโด่ง ปากเรียวบาง ผมยาวผิวขาวใส รูปร่างรูปโปร่ง
พลันจะให้แข้งขาเดินไม่ออกเอา
ผมเก็บภาพเธอไว้ในใจ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะรู้จักได้อย่างไรหรือเธอมีแฟนหรือยัง
ตอนบ่ายจึงเดินไปดูตารางเรียนของห้องที่เธอยืนอยู่จึงรู้ว่าเป็นรุ่นน้องของคณะนิเทศที่ผมเรียน
ถามกับเด็กในชมรมรักบี้ก็ไม่มีใครรู้จัก
จนวันหนึ่งบนหอประชุมผมขึ้นไปนั่งฟังบรรยายก็เจอเธอนั่งฟังอยู่เช่นกัน เลยให้เพื่อนที่มีกล้องถ่ายรูปจึงขอให้แอบบเก็บภาพให้
ไม่กี่วันก็ได้รูป จึงให้น้องๆและแฟนๆน้องๆช่วยดู มีอยู่คนที่รู้จักบอกว่าคนนี้ไม่มีแฟน แต่เขาจะเงียบๆไม่ค่อยคุยกับใคร
ผมเลยบอกว่าไปลองขอทำความรู้จักแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง จึงให้เด็กไปขอเบอร์ที่บ้านมา
ทางเขาก็ไม่รู้นึกว่าเพื่อนขอก็ให้มา แต่ผมก็ยังไม่ได้โทร เพราะต้องเตรียมตัวสอบและเตรียมแข่งกีฬามหาวิทยาลัยในปีสุดท้ายที่มข.
ทั้งเรียนหนัก ซ้อมหนัก เพราะเทอมนี้ผมลงหลายตัวเรียกว่าเทอมหลังแทบจะไม่ต้องเรียนเลย ซ่อมกีฬาก็หนักเพราะเมื่อเรียนเสร็จรถจะรับกลับมาที่รังสิต เปลี่ยนชุดกีฬาซ้อมรักบี้ตั้งแต่สี่โมงกว่าถึงสองสามทุ่ม
ทานข้าวอาบน้ำ กว่าจะได้อ่านหนังสือสอบก็ห้าทุ่ม บ่อยๆครั้งที่เผลอหลับไป
หลังสอบเสร็จซึ่งคะแนนเก็บส่วนมากจะได้ท๊อปคงพอช่วยได้กับการสอบในช่วงปลาย
ยังไม่ทันหายใจก็ต้องเก็บของเดินทางไปขอนแก่น ซึ่งปีนี้ถ้าชนะ ผมจะได้เสื้อสามารถสีขาวเป็นตัวที่สาม
(เรียงจากน้ำตาล น้ำเงิน และขาว)
คู่แข่งก็ไม่ใช่ใครอื่นเพื่อนร่วมโรงเรียนสมัยเด็กด้วยกันทั้งนั้น ทั้งภ.ปร.ราชวิทยาลัยฯและวชิราวุธวิทยาลัย
ในนัดชิงผมได้รับเกียรติเดินนำลงสนามและเราก็ชนะมศว.ไปแบบสนุกมาก
เมื่อได้รับเหรีย_ทองผมก็หาเรื่องโทรไปคุยกับเธอจนได้โดยให้แฟนรุ่นน้องต่อสายให้
ถึงจะได้คุยกันสั้นๆก็พอรู้ว่าไมตรีที่มีให้ก็ เธอก็ไม่ปฎิเสธ
จากนั้นเมื่อกลับมากทม.และเปิดเทอมแล้ว ผมก็เทียวไล้เทียวขื่อไปรับไปส่ง แรกๆก็เอารถไปจอดแอบในซอย
เพื่อจะดักร่วมเดินทางไปด้วย แต่ก็แห้วเพราะที่บ้านเธอไปส่งในบางที
จนวันหนึ่งก็ได้สบโอกาสไปด้วยกัน วันนั้นถ้าทางจะตื่นสาย กลัวไปไม่ทันผมเลยถือโอกาสวิ่งไปเอารถที่จอดซ่อนอยู่มารับไปส่งทันเข้าห้องเรียน ตั้งแต่นั้นมาเราจึงไปมากันสะดวกใจขึ้น
จนผมเรียนจบและเธอขึ้นปีสี่เราก็คบหากันไปอย่างราบรื่น ซึ่งคงเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่สุดช่วงหนึ่ง
ซึ่งผมคงจะลืมไม่ได้
และในที่สุดเมื่อสุดทางของช่วงเวลาของเรา ในตอนนั้นเธอเรียนจบมาได้สักพัก ผมฝากงานให้เธอทำที่ศูนย์โทรศัพท์ในเครือชินวัตร เธอไปทำงานได้เพียงไม่กี่วัน ในจังหวะที่ผมไปส่งที่เธอบ้าน คนที่บ้านเห็น พ่อแม่เธอไม่พอใจมากให้เธอออกจากงานและส่งกลับไปอยู่ที่หาดให_่
ผมตกใจกับเหตุการณ์นี้มากพยายามจะติดต่อทั้งทางโทรศัพท์และจดหมายแต่ก็ไม่มีอะไรตอบกลับมา
ผมตั้งใจจะตามไปที่หาดให_่เพราะบ้านนั้นผมก็เคยไปเยี่ยม แต่ก็คงไร้ผลถ้ามีการกีดกันเช่นนี้
ผมตัดสินใจโทรไปที่บ้านเธอที่กรุงเทพ บังเอิ_ที่น้องสาวเธอรับสาย ผมได้คุยกันสอบถามแต่น้องเธอก็แบ่งรับแบ่งสู้
จนในที่สุดผมตัดสินใจไปพบเธอที่วันรับปริ__า ในเวลาสั้นๆนั้นคงไม่มีอะไรจะแย่ไปกว่านั้นอีกแล้ว
เธอบอกว่าเราคงไม่มีโอกาสจะคบกันได้ พ่อแม่เธอก็ไม่ให้คบกับใครทั้งนั้น และอย่าพยายามติดต่อมาอีก
ผมรู้ดีว่าทางบ้านเธอเป็นอย่างไรกับไข่ในหินใบนี้
การงมเข็มในทะเลยังยากกว่าหาจุดตำหนิของเธอ
ผมใช้เวลานานมากกว่าจะรักษารอยสลักลึกในความรู้สึก
อีกหนึ่งปีผ่านไปน้องสาวผมและน้องสาวเธอซึ่งเรียนที่มธ.ท่าพระจันทร์เหมือนกัน ผมไปงานรับพระราชทานปริ__าบัตรของน้องผม และได้บังเอิ_ไปพบกับเธออีกครั้ง
ใช่ว่าความรู้สึกผมจะดีขึ้นหลังจากที่พยายามทำใจแล้ว
เธอบอกว่ากลับไปเถอะ ถ้าพี่ชายเธอมาพบจะยิ่งมีปั_หามากขึ้น
ผมจึงบอกไปตรงๆว่า ถ้าตราบใดที่ยังต้องทนอยู่แบบนี้ผมคงยากที่จะทำใจได้ ผมจึงตัดสินใจที่จะไปอยู่กับแม่ที่ยุโรปสักพักหนึ่ง ในวันนี้คงเป็นวันที่เราได้พบกันเป็นครั้งสุดท้าย
แม้จะต้องจากกันโดยที่ไม่มีใครต้องการ แต่เราก็ไม่มีสิ่งใดๆที่ขุ่นเคืองต่อกัน
วันนั้นผมเดินก้มหน้าโดยไม่หันหลังกลับไปมองเธออีก เพียงเพื่อไม่ให้อาลัยมากไปกว่านี้
นับแต่นั้นมาหาดให_่เป็นที่ต้องห้ามสำหรับผม ไม่ว่าจะมีงานถ่ายทำหรืองานใดๆก็ตามผมยืนยันเสมอว่าผมจะไม่ไปที่นั้นเด็ดขาด เพราะผมรู้ดีว่าแม้วันนี้ผมไปที่นั้นผมก็คงต้องแวะไปดูว่า คนที่เราเคยรักและยังรู้สึกดีอยู่เสมอเธออยู่อย่างปกติสุขดีแค่ไหน
จะด้วยชะตาลิขิตที่ทำให้คุณครูจันทร์เพ็_ไปประสบอุบัติเหตุและนอนนิทราอยู่ที่นั้น
ลูกศิษย์แทบทุกคนต่างไปเยี่ยมคุณครูจันทร์เพ็_แม้ครูจะไม่รู้สึกตัว
ทั้งที่ผมเป็นลูกศิษย์ที่คุณครูจันทร์เพ็_ตั้งใจให้สืบทอดการค้นคว้าและรักษาธรรมเนียมของราชวิทยาลัยแต่ผมกลับยังไม่ไป(สามเดือนแล้ว)
เพราะเรื่องที่เล่ามาทั้งหมดนี้แหละครับทำให้ผมคิดหนัก และไตร่ตรองว่าการไปในครั้งนี้ผมจะเจอเจ้าห_ิงนิทรากับเจ้าห_ิงที่สาบสู_ของผมหรือเปล่า?
คิดแล้วก็ถอนใจ ดีนะครับที่สองสามวันนี้ผมอยู่สั่งงานที่ห้องตัดต่อจึงมีเวลาเรียบเรียงเรื่องที่เล่ามา
พอได้มานั่งอ่านเองก็ยาวยืดจริงๆ
เรียกว่าถามคำ แต่ตอบแบบบุ_ชู ยาวเหยีด
โดยใจจริงถ้าไม่มีติดขัดอะไรหลังจากการคัดเลือกOTOPผมคงจะไปเยี่ยมคุณครูจันทร์เพ็_ เพราะทุกวันนี้ผมก็ทูลขอพรจากดวงพระวิ__านแห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่ให้ทรงดลบันดาลให้จิตของครูกลับเข้าร่างสักที
จากลำปางไปหาดให_่ท่าทางอีกหน่อยคงจะไม่มีใครถามอะไรเพราะถามคำเล่าเป็นวัน
ก็มีครับนั่งดูงานที่ตัดต่อไป พิมพ์ไปก็เพลินดี พรุ่งนี้จะลงเพลงที่ห้องเสียงก็คงเสร็จเรียบร้อยครับ
ได้มีโอกาสมีเวลาเล่าเริ่องวันที่ผ่านไปในชีวิตแล้วรู้สึก...อือ..บอกไม่ถูกเหมือนกัน
ขอบคุณคุณ Peetสำหรับกำลังใจครับ:cool:
winyoochanok
29-09-2004, 10:30 PM
สบู่ของอภัยภูเบศมาปรับสูตรในช่วงหลัง
ช่วงแรกๆจะให้เกร็ดสบู่ต้ม ซึ่งมีเคมีค่อนข้างมาก
ภายหลังทำได้ค่อนข้างดีครับ
โรงเรียนธิดาก็เข้มงวดพอควรตามที่เธอเคยเล่า
แต่ที่วัฒนายิ่งหนักกว่า พอๆกันราชินีที่น้องผมเรียน
ผมก็ชอบพวกทัวร์หาของกิน ไปทำงานที่ไหนๆก็ต้องลองหาของแปลก
ที่หาดให_่ร้านประจำก็มีร้านนายยาว
จำได้ว่าเธอเคยซื้อน้ำตะไคร้หรือตะไคร่...:confused: ให้ผมลองทานสีเขียวๆเป็นรถเข็นนะครับมันนานมากพอดูเลยเลือนๆ
ล่าสุดผมโทรไปหารุ่นพี่ที่อยู่ที่นั้น แกเคยเป็นนายกสมาคมสถาปานิคแห่งประเทศไทย คุยกันหลายๆเรื่องเพราะพี่เขาก็สนใจเรื่องที่ผมค้นคว้าเสร็จกัน
ตอนเที่ยงที่ผ่านมาแวะไปรับเอกสารที่หอจดหมายเหตุแล้วจึงมาหมกตัวที่ห้องตัดต่อ
ยังไม่เสร็จเลย:(
แต่ก้ดีมีเวลาที่จะคิดอะไรเพลินๆครับ รื้อรูปในHDมาดูก่อนนะเรียงข้อมูลใหม่
คืนนี้คงนอนในห้องตัดเพราะเช้าจะลงเพลงที่ลัมมินารี อยู่ใกล้ๆกัน
คืนนี้ใครไม่นอนอยู่เป็นเพื่อนด้วยแล้วกัน
กระเจียว
29-09-2004, 11:29 PM
อ๊อ วัดศรีชุม ตอนอยู่มัธยมต้น กระเจียวไปเรียนพิเศษที่แอลพีอ้ะค่ะ ไปทุกเย็น แล้วจะไปซื้อพวกไก่ทอดลุกชิ้นทอดในวัดตลอดเลยค่ะ เด็กไปเรียนภาษาอังกฤษกับครูพม่าในวัดก็มีค่ะ (กระเจียว จบจากโรงเรียนบุ_วาทย์วิทยาลัย สายวิทย์)
พอมัธยมปลายเรียนพิเศษที่ดิวดรอปอ้ะ ไม่รุ้คุณจะรู้จักรึเปล่านะ :D
อ่า.... เยี่ยมมาก สบู่ดีไซน์ได้โดนใจสุดๆเลยค่ะ น่าเหมาะที่จะนำเป็นของฝากอย่างยิ่งเลยค่ะ
winyoochanok
29-09-2004, 11:42 PM
โรงเรียนบุ_วาทย์วิทยาลัยกับวัดศรีชุมนี้แทบจะรั้วเดียวกันเลยนะครับ
อ.ที่สอนภาษาคืออ.เอล็กซานเดอร์
ที่แท้ก็ไม่ได้เป็นคนอื่นคนไกลที่ไหน
สบู่คนซื้อไปไม่ค่อยกล้าใช้เขาว่าสวยและหอมเกินไปครับ:(
หนังตัดไปได้เยอะแล้วดีใจจัง :p
MissyKelly
30-09-2004, 03:11 PM
พี่วิน คู่กันแล้วไม่แคล้วกันค่ะ
อาจจะยังไม่ถึงเวลา
ถ้าพี่วินรักจริง ก็รอ ......จนกว่าเธอจะไม่ต้องอยู่ใต้คำบั_ชาของ
ครอบครัว
เพื่อนของชมพูก็ประสบเหตุการณ์ประมาณนี้ค่ะ
คบกันมา 6-7 ปี แม่ของผู้ห_ิงบอกให้เลิก
เพื่อนเกือบตายเลยค่ะ ลงแดง บ้าไปพักนึงตอนที่พยายามทำใจ
เพื่อนของชมพูทีแรกก็รอ ไม่มีแฟนใหม่มา 4 ปีได้
สุดท้ายผู้ห_ิงรู้ว่า รักเพื่อนของชมพูจริงๆ
ยอมที่จะขัดใจแม่ของเค้า
ที่แต่ก่อนกึดกัน มาขอคืนดี
แต่เพือนของชมพูเผอิ_ไปลองคบกับอีกคนไปแล้ว
แต่ก็เลิกกับผู้ห_ิงคนใหม่ไม่ได้ เพราะว่าเธอไม่ได้ผิดอะไร
เค้าเป็นคนดีมากค่ะ ทั้งๆที่ในใจยังรักแฟนเก่าอยู่
แล้วอีกอย่าง
ก็คือกลัว กลายเป็นขยาด เลยไม่กล้ารักแฟนเก่าอีกครั้ง
เรื่องของเรื่องคือว่า
คงจะมีสักวัน ที่พี่ผู้ห_ิงคนนี้ เค้าจะรู้ว่า
ชีวิตของเรา เราจะต้องเลือกเอง
เค้าจะรู้ และเข้าใจ ว่า
ใครจะไปรู้ว่า อะไรทำให้เรามีความสุขเท่ากับตัวเราเอง
พี่ผู้ห_ิงเค้ามีความอดทนดีมากเลยค่ะ นับถือเลย
กตั__ูโดยไม่นึกถึงตัวเอง
ก็ขอภาวนา อย่าให้เค้าทุกข์ ถ้าเป็นชมพู คงน้ำตาตกในเป็นสายเลือดแน่ๆๆ
การที่เรารักใคร แต่ต้องทำเป็นไม่รักนั้น
เจ็บยิ่งกว่าสิ่งใด
(จากประสบการณ์ค่ะ)
MissyKelly
30-09-2004, 03:42 PM
พี่วิน
แต่ถ้าทุกครั้งที่พี่เสียใจ
พี่ก้อง เคยบอกชมพูให้อ่าน ลูกศิษย์บันทึกเล่ม ๔
คุณป้า นิภา คงสุข ท่านถามหลวงพ่อว่า จะทำยังไงให้ท่านไม่ร้องไห้เมื่อท่านรู้ว่าหลวงพ่อได้มรณะภาพแล้ว
หลวงพ่อท่านบอกว่า "ก็อย่าปรุงแต่งสิ"
winyoochanok
30-09-2004, 06:43 PM
ขอบคุณครับคุณชมพู ในเรื่องของเราที่เป็นความทรงจำนั้น
คงจบลงไปที่ท่าพระจันทร์ตั้งแต่วันนั้นแล้ว
เพราะสิ่งที่สำคั_ของลูกผู้ชายคือสั__าครับ
วันนี้งานเสร็จแล้วกำลังขนของกลับบ้าน
แล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อครับ:)
winyoochanok
30-09-2004, 11:19 PM
ตอนเย็นฝนตกหนักมาก
ผมนั่งซึ่มๆอยู่ที่ห้องรับแขกของห้องตัดต่อ
"พี่ยังไม่กลับหรือ"
เจ้าเติม editorคนโปรดผมถาม
ผมหันไปตอบแบบเนื่อยๆ
"ยังง่ะ..มันเหงาๆไงไม่รู้"
"ทำไมละพี่"เจ้าเติมสงสัย
"เหมือนบ่าย พอพี่คองแกใส่เพลงให้..พี่รู้สึกเศร้าๆ..ไม่เชิงมันหดหู่
ไม่รุ้จะเข้าใจมั้ย เวลาเราทำหนังครอบรอบสถาบัน หนังเฉลิมฉลอง อะไรพวกนี้ เราจะรู้สึกคึกคัก สนุกสนานไปด้วย เพราะงานที่จะไปฉายคืองานที่มีความสุข..แต่หนังเรื่องนี้คือการจากลาโดยที่ไม่มีใครต้องการ"
เจ้าเติมพยักหน้า.."ก็จริงพี่ผมผมยิงเทปลงดีวี ..ดูแล้วมันก็หงอยๆครับ มันไม่ถึงร้องไห้ แต่ก็มันจุกๆที่คอ"
ผมลุกขึ้นหิ้วข้าวของและลังเทปไปใส่รถ แล้วขับออกไป
ใจผมคิดเรื่องต่างๆไปเรื่อยๆ
ผมเลือกทางกลับบ้านเส้นเดินกับเมื่อคืนก่อนนั้นและแวะราชวัตร
ถิ่นบ้านเก่าสมัยอยู่อนุบาล เพื่อทานก๋วยเตี๋ยวไก่..
แถวนี้ก็ยังดูไม่เปลี่ยนไปเท่าไหร่ ผมคิดในใจ
จนสามทุ่มกว่าผมก้ถึงบ้าน อาน้ำอาบท่าเสร็จ บ้านเงียบดีจริงๆ
ผมเปิดดน๊คบุ๊คเพื่อเลือกรูปปกของDVDที่จะทำให้ท่านผู้อำนวยการ
ผมเลือกไม่ถูกจริงๆ เพราะเป็นคนทำเองเลยเสียดายไปซะทุกแบบ
รบกวนสมาชิกช่วยดูและช่วยVoteให้ด้วยสิครับ ช่วยหน่อย
หลายหัวดีกว่าหัวเดียว
ขอเริ่มแบบที่หนึ่ง ครับเกือบลืมหนังชื่อ
ราชวิทยาลัยรำลึก king's college Memorialครับ
winyoochanok
30-09-2004, 11:24 PM
แบบที่สองครับ
winyoochanok
30-09-2004, 11:29 PM
แบบที่สามครับ:)
winyoochanok
30-09-2004, 11:32 PM
แบบที่สี่;)
winyoochanok
30-09-2004, 11:36 PM
แบบที่ห้าครับ:cool:
winyoochanok
30-09-2004, 11:40 PM
แบบที่หก:o
winyoochanok
01-10-2004, 12:01 AM
แบบที่เจ็ด
winyoochanok
01-10-2004, 05:08 AM
สุดท้าย
winyoochanok
01-10-2004, 05:12 AM
ตอนส่งแบบที่เจ็ดผมเผลอหลับไป ดูใหม่นะครับ:(
MissyKelly
01-10-2004, 10:55 AM
พี่วิน ชมพูชอบไม่หกก็เจ็ดหล่ะค่ะ
ชอบภาพที่หก เพราะมีภาพท่านทั้งหน้าตรง และหน้าข้าง
เหมือนว่าท่านมีหลายบทบาท
มีรูปนักเรียนเข้าแถว ทำให้ระลึกถึงความสามัคคี ความเป็นปึกแผ่น
หนึ่งเดียว ความหนักแน่นในอุดมการณ์
MissyKelly
01-10-2004, 11:00 AM
ภาพที่เจ็ดให้ความรู้สึก ระลึกถึง
จะซึ้งกว่าภาพที่หก เหมือนกับยกย่องความเป็นมาของชีวิดท่าน
เป็นการเสนอผลของอดึตและปัจจุบัน ความแตกต่างของวันเวลา
winyoochanok
01-10-2004, 12:45 PM
ขอบคุณครับคุณชมพูให้เหตุผลดีทีเดียว กำลังจะรูปไปอัดปกพอดี:)
winyoochanok
01-10-2004, 06:24 PM
ได้ข้อแนะนำของคุณน้องชมพู
เลยกลับมานั่งคิดถึงภาพของอีกมุมหนึ่ง มุมที่เราไม่ได้มองแต่คนเดียว
เลยนำภาพมาปรับ เพราะต้องไปทำโปสเตอร์ด้วย
ขอบคุณ คุณน้องชมพูมากครับสำหรับคำแนะนำ:)
ชิชิฯ
01-10-2004, 09:13 PM
สนุกดีค่ะ อ่านซะเพลินเลย เอาไว้มาเขียนอีกนะคะ
ภาพสุดท้ายลงตัวดีค่ะ แต่รู้สึกว่าสีมันจะจางไปนะคะ ไม่รู้เหมือนกันมองในนี้ แล้วรู้สึกมันขาวโพลนเกินไปหน่อย (สวยแต่ focus ไม่ชัดเท่าที่ควรน่ะ ) มองไกลจะไม่เห็น ไม่มีอะไรโดดเด่น ปรับสีอีกนิดให้พื้นหลังเด่นขึงขังอีกสักนิด เหมือนโทนสีแผ่นป้าน ภปร. ราชวิทยาลัย ในรูปแรก ก็คลาสสิกไปอีกแบบค่ะ อันนี้รู้สึกเองคนเดียวอ่ะนะ
winyoochanok
01-10-2004, 11:57 PM
พอแก้ภาพปรับภาพเสร็จ ก็เลยเข้าnet
คุณชิชิฯคิดเหมือนที่ผมได้ปรับไปเลยครับ(ใจตรงกัน)
ผมนั่งทำอยู่สักพัก แต่เมื้อกี้กว่าจะกลับถึงบ้านฟ้าถล่ม ตกหนักมากๆ
ถ้าชอบเรื่องที่อ่านมา อีกโอกาสจะขอรำลึกอีกครั้งครับ
winyoochanok
02-10-2004, 12:07 AM
แบบนี้ดูโปร่งๆ
ผมอยากสารภาพว่าผมทำพวกภาพแบบนี้ไม่เป็นมาก่อนเจ้าPhotoshopเนี่ย
แต่วันที่ผมแวะไปหาท่าน(ผอ.)เพื่อเอางานไปให้ท่านดูความคืบหน้า
ท่านกำลังจะไปถ่ายรูปที่ห้องโสตพอดี
ครูผ่องศรีเลขาหน้าห้องเลยให้ผมใช้ช่วยถ่ายด้วย
ผมเลยกลับมาเอากล้องที่รถแล้วไปช่วยถ่าย
พอถ่ายเสร็จ ท่านก็บอกผมว่า
"วิ__ูชนก ตราพวกนี้(ชี้รูป)ผอ.ไม่มีนะไปใส่ให้ครูด้วย"
ผมรับภาพมาก็รับปากท่านด้วย
ที่นี้วันนั้นผมจะไปหาหลวงพ่อในตอนเย็นครับจึงแวะกลับบ้านไปรับลัมโบกินีคุง ขับรถไปคิดไป
ที่คิดคือผมอยากทำเองกับมือ เพราะผมรักและศรัทธาท่านมาก
ท่านให้โอกาสผม และให้คำแนะนำให้การริเริ่มหอประวัติ
ตอนอยู่ที่ลำปางผมก็ไปเดินสายเชียงใหม่อยู่พักแล้วกลับมากรุงเทพ
แล้วก็ซื้อตำรามาสองเล่ม มาหัดทำครับ
หัดได้สองสามวันก็ได้ผลงานแบบนี้
มือใหม่แต่ใจรัก สมัครเล่นแต่คิดเป็น
คิดว่าคร่าวนี้พวกลูกน้องผมถ้าจะตกงานกันแล้ว:D
ชิชิฯ
03-10-2004, 09:24 PM
อืม ภาพสุดท้ายดู โปร่งโล้นยิ่งกว่าเดิมจริงๆๆด้วย
เอาเพลงมาฝากค่ะ เหมาะกะเรื่องเล่าของคุณเลยอิๆๆๆ เก่าไปหน่อยแต่ใช่เลย
สั__าใจ
ไปหาดให_่คราวนั้นฉันยังจดจำ คำที่เคยสั__าให้ไว้สองเรา
ยามนี้เราไกลกันใจฉันยังคอยเฝ้า ว่าเมื่อไรสองเราเคล้าเคลียคู่กัน
เฝ้าคร่ำครว_ทุกลมหายใจ นานอีกสักเท่าไรจะขอรอดู
ถึงแม้โลกมลายกายฉันยังคงอยู่ จิตรั_จวนหาคู่เพียงเธอผู้เดียว
ถ้าเธอเป็นดังเช่นเมฆน้อยลอยเลื่อนในท้องนภา
ฉันจะเป็นฟ้าคุ้มครองผองภัยให้เธอ สุขเสมอทั้งวันและคืน
ใจอยากเอ่ยว่าฉันรักเธอเท่าฟ้า เกรงวาจาที่ให้ไม่ซึ้งใจเธอ
รักของฉันคงมั่นนานวันรักยิ่งล้นเอ่อ มอบดวงใจให้เธอไม่เผลอรักใคร
ภาพความหลังยังฝังซึ้งใจไม่เลือน เมฆคอยเป็นเพื่อนใจให้ท้องนภา
เสียงรถไฟสายใต้ มันคล้ายคำบั_ชา อีกไม่นานแล้วหนาฉันต้องกลับไป
ชาตรี
เพลงนี้เพราะมากชอบมากเลยค่ะ
ชิชิฯ
03-10-2004, 09:30 PM
อื้ม ลืมชมไปอีกอัน ชื่อเพราะมากค่ะ ชอบจัง
winyoochanok
03-10-2004, 11:41 PM
ขอบคุณครับสำหรับเพลง
ได้ยินที่ไหนเดินหนีทุกที
คือไม่ค่อยชอบฟัง
แต่ไม่ได้เกลียดนะครับ
สำหรับชื่อผม พระท่านตั้งให้ครับ ท่านคงเติม ก.ไก่ไปอีกตัวจากวิ__ูชน
คงเพราะชื่อนี้มั๊งครับ ทำให้คนจดจำได้ดี เพราะมีชื่อเดียวแน่ๆ
พรุ่งนี้จะเอาหนังท่านไปฉายแล้ว ..แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกทีครับ
ชิชิฯ
04-10-2004, 06:47 AM
อ๋อย สะกิดแผลใจเข้าอย่างจัง !!!! sorryๆๆๆๆ กั๊บ
Kamen rider
04-10-2004, 11:15 AM
เหอ เหอ เหอ
winyoochanok
06-10-2004, 03:02 AM
http://www.rajchavit.com/board/photo/22062206.jpg
งานเสร็จสิ้นไปแล้วครับ
ผมคงบรรยายได้ไม่ดีเท่ากับภาพ
แต่คืนนี้ขอนอนก่อนครับ
เช้าจะต้องไปอำเภอทำบัตรประชาชนและทำเรื่องให้เด็ก(ทารก)อาศัยชื่อในทะเบียนบ้าน
ราชวิทยาลัยรำลึก (http://www.rajchavit.com/board/show.php?Category=rajchavit&No=239)
tpanya
13-10-2004, 08:40 AM
เป็นกำลังใจให้คุณวินนะครับ
ไว้กลับไปแล้วจะหาซื้อสบู่มาลองใช้นะครับ แต่ไม่รู้ว่าจะหาได้รึเปล่า
winyoochanok
13-10-2004, 10:53 PM
ช่วงนี้ยุ่งเรื่องงานทั้งนัน้เลยไม่ค่อบได้ตอบ แต่อ่านอยู่บ่อยๆครับ
เรื่องสบู่ตอนนี้ผ่านด่านแรก เช้านี้จะไปด่านสำคั_คือOTOPระดับกทม.
จะได้รู้ว่าเป็นไงคงไม่นานนี้ครับ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ
winyoochanok
15-10-2004, 12:29 AM
ขณะที่ผมนั่งทำรายงานประวัติโครงการศึกษาโรงเรียนภ.ป.ร.ราชวิทยาลัยฯอยู่ เมื่อทำเสร็จจึงเสร็จเมล์ ผมได้รับจดหมายจากน้องแนน(ลูกคนเล็กของคุณครูจันทร์เพ็_)โดยมีข้อความดังนี้..
สวัสดีค่ะ พี่วิ__ู
มีเรื่องรบกวนพี่หน่อยค่ะฝากพี่ลงขอบคุณเรื่องสมทบทุนค่ารักษาพยาบาลแม่ให้ด้วยค่ะ ทั้งสมาคมราชวิทยาลัย นักเรียนเก่า ว่าครอบครัวภูริภัสสรกุลขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจ และคอยถามไถ่ถึงอาการของแม่ค่ะ ตอนนี้แม่ก็เริ่มดีขึ้นบ้างคือสามารถกระดิกเท้าได้เมื่อถามเช่นถามว่าคิดถีงลูกไหม แม่จะกระดิกเท้าอย่างแรงเลยทำให้คิดเข้าข้างตัวเองว่าแม่ดีขึ้น ทุกวันนี้ก็คุยกับแม่ร้องเพลงให้ฟัง ก็เหมือนแม่จะรู้เรื่อง แต่พี่นัทบอกว่าแม่ยังไม่รู้สึกตัว ซึ่ง คุณหมอบอกว่าต้องใข้เวลา หมั่นพูดคุย แต่บางทีครั้งก็หมดเรื่องคุยเหมือนกัน ถ้าพี่มีเวลาก็มาคุยกับครูบ้างนะ ครูจะได้ไม่เบื่อได้ยินแต่เสียง แนน พี่นัท แล้วก็ครูสมยศ อาทิตย์น้าก็จะใส่ท่อdrain เพราะว่าในสมองมีน้ำเพิ่มขึ้น ก็หวังว่าหลังจากใส่ท่อแล้วแม่น่าจะรู้สึกตัวมากกว่านี้ พี่อย่าลืมลงขอบคุณให้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ
ผมอ่านแล้ว ผมรู้สึกทั้งดีใจที่คุณครูตอบสนองได้ และก็รู้สึกเสียใจที่ตัวเองยังไม่สามารถไปเยี่ยมครูได้
ในวันนี้ผมโทรหาพี่ตั้ว วรฉัตรเหราบัตร รุ่น๑เรื่องการจัดทำสำเนาวีดีทัศน์ "บทประพันธ์ของครูจันทร์เพ็_" ซึ่งพี่ตั้วจะเป็นผู้สนับสนุนค่าทำสำเนาเพื่อจัดแจกให้กับผู้ร่วม สมทบกองทุนสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลคุณครูจันทร์เพ็_
ผมขอกราบของพระคุณพี่ตั้วที่ให้ความกรุณากับผมเพื่อเอื้อให้กระแสแห่งจิตรของชาวราชวิทย์จะเชื่อมไปถึงคุณครูจันทร์เพ็_
ผมได้ทราบจากคุณครูวีระพลว่า หม่อมย๋อย หรือพี่พรหรม สนิทวงศ์ Producerชื่อดัง หนึ่งในสมาชิกของตาวัน ได้จัดทำอัลบั้มพิเศษมีเพลงบ้านทั้งสี่บ้าน เพลงพิเศษของโรงเรียน และเพลงของคุณครูจันทร์เพ็_ จัดทำขึ้นโดยรายได้ทั้งหมดจะเข้าสมทบกองทุนสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลคุณครูจันทร์เพ็_
กว่าคุณครูจะฟื้นผมคาดว่าคงต้องใช้เงินมูลค่าหลักล้านบาทอย่างแน่นอน
และผมเชื่อในพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระบารมีขององค์อุปถัมภ์โรงเรียนจะส่งผลให้ทุกอย่างคลี่คลายได้ในที่สุด
พรุ่งนี้หลังจากผมได้ส่งรายงานประวัติโครงการศึกษาแล้ว ผมคงต้องมานั่งทบทวนเวลาที่จะเดินทางไปหาคุณครูที่หาดให_่ครับ
ผมมีเรื่องที่จะให้ให้คุณครูฟังมากมาย มากจริงๆครับครู และขอให้ครูชี้แนะกลับมาด้วยนะครับ
ล่าสุดผมได้หนังสือพระราชทานเพลิงศพของ คุณนาค เทพหัสดิน ณ อยุทธยา ผมตกใจมากกับความเข้าใจผิดที่นึกว่าท่านเป็นนักเรียนเก่า เพราะท่านมีตำแหน่งเป็นเลขาราชวิทยาลัยมูลนิธิเพื่อการศึกษา ปรากฎว่าท่านเป็นศิษย์เก่าสวนกุหลาบ ผมจึงโดรไปหา ดร.อ่อง เกตุสิงห์ บุตร ดร.อวย เพราะพี่อ่องแกบอกผมว่า คุณนาคแต่งงานกับคุณป้าของพี่เขา และมีหนังสือประวัติตอนที่คุณนาคอายุครบ๖รอบ..ต้องตามไปดูที่บ้านสวนบัวซอยราชครูครับ
แล้วผมได้หนังสือภัทรเล่นปีการศึกษาปี๒๕๑๐มีภาพถ่ายทางอากาศของโรงเรียนที่พ.ต.ท. ม.ร.ว.สมชนก กฤดากร ผู้ปกครองพี่ หทัยชนก กฤดากร รุ่น๕ เป็นผู้ถ่ายด้วยครับ
ล่าสุดผมได้กฤตภาพของหนังสือต่างๆในวันที่ในหลวงและพระราชินีเสด็จพระราชดำเนินเปิดโรงเรียน และที่สำคั_หลักฐานของทำเนียบสามพราน แต่ละเรื่องสนุกมาก..แต่ผมไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง เพราะปกติผมต้องโทรเล่าให้ครูฟังแทบทุกวันครับ
ทุกวันนี้ถ้าผมคิดถึงครูผมจะไปค้นคว้าที่หอจดหมายเหตุตั้งแต่เช้าจนถึงสี่โมงเย็นและไปต่อที่หอให_่ห้องหนังสืองานศพจนหนึ่งทุ่มถึงกลับบ้าน แต่ก็ทำได้แค่วันละครั้งสองครั้งต่อสัปดาห์ครับเพราะงานผมก็มากมายเหลือเกิน
ทุกวันนี้ถ้าทางโรงเรียนมีคำขอเรื่องต่างๆที่ผมค้นคว้าอยู่มา ผมจะรีบจัดทำให้ เพราะผมรู้ดีว่ามรดกที่ครูให้ผมมามีค่ามากกว่าสิ่งใดๆอีกครับ..ถ้าจิตของครูได้สัมผัสข้อความทั้งหมด ผมคงสงบใจได้บ้างครับ ก่อนผมไปหาครูผมจะโทรไปเรียนครูสมยศก่อนนะครับ
ผมรักและระลึกถึงครูเสมอครับ :b2:
zipper
15-10-2004, 11:17 AM
เขียนแนะนำได้ยาวดีครับ อ่านตั้งนาน ตอนแรกที่เห็นสบู่รูปทรงดอกบัว ก็รู้สึกชอบใจในรูปทรงที่ทำสวยดี อ่านกระทู้แล้วพึ่งรู้ว่าคุณเป็นคนทำ
winyoochanok
16-10-2004, 12:24 AM
28ตุลาคมนี้ประกาศผลOTOP คงได้อย่างน้อยก็ห้าดาว
แล้วจะมาแจ้งให้ทราบครับ
zipper
16-10-2004, 05:31 PM
ก็ขอให้ได้ดังหวังนะครับ
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.