PDA

View Full Version : การป้องกันรักษาโรคกับสมาธิ


telwada
30-12-2004, 01:46 AM
ในระยะนี้มีการหลอกลวงโดยอ้างเอากล้องถ่ายรูปของพวกฝรั่งที่ใช้เทคนิคภาพซ้อน แถมยังเอามาทำนายอุปนิสัยใจคอของบุคคลและสัตว์บางชนิดโดยใช้ชื่อภาพที่ถ่ายออกมาได้ว่า แสงออร่า การกระทำเยี่ยงนั้นเป็นการกระทำแบบล่อลวงให้บุคคลที่รู้เท่าไม่ถึงกาลหลงเชื่อคิดไปว่ามีจริง ซึ่งในทางที่เป็นจริงนั้น มนุษย์และสัตว์ไม่มีแสงออร่าอะไรเหล่านั้นอย่างเด็ดขาดและแน่นอน
ความรู้เกี่ยวกับสรีระร่างกายเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายนี้เป็นญาณอันนับเข้าในวิปัสสนาอย่างหนึ่งที่บรรดาผู้ปฏิบัติธรรมทุกสายควรได้ศึกษาหาความรู้เอาไว้ ไม่ใช่ว่า ปฏิบัติธรรมแล้วไม่เกี่ยวกับสุขภาพอนามัย ซึ่งในทางที่เป็นความจริงนั้นการป้องกันรักษาโรคภัยไข้เจ็บเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง อย่าหลงคิดว่า การปฏิบัติธรรมในทุกสายไม่เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ มันเป็นหนทางเป็นมรรคที่จะทำให้หลุดพ้นจากความทุกข์ได้ในระดับหนึ่ง ส่วนหนึ่ง รูปแบบหนึ่ง ดังจะได้อธิบายต่อไปนี้
การที่บุคคลใดใดจะสามารถป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้ในระดับหนึ่งนั้น ย่อมต้องประกอบไปด้วยปัจจัยหลายสิ่งหลายประการด้วยกัน ข้าพเจ้าได้ศึกษาค้นคว้าจากหลักการแพทย์ หลักโภชนาการ ศึกษาคันคว้าจากคำบอกกล่าวของผู้หลักผู้ใหญ่ครูอาจารย์และจากผู้รู้หลายพันท่าน ก็พบว่า การที่บุคคลใดใดจะมีสุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บได้ในระดับหนึ่งนั้น ต้องประกอบไปด้วยปัจจัยที่สำคัญ 5 ประการด้วยกันดังต่อไปนี้
1.อาหาร คือปัจจัยประการแรก ทุกคนที่เป็นมนุษย์ และสิ่งมีชีวิตทั้งหลายย่อมต้องมีความต้องการอาหารเพื่อเสริมสร้างซ่อมเสริมส่วนที่สึกหรอ และเสริมสร้างอวัยวะต่างๆ สำหรับอาหารของมนุษย์ย่อมต้องได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ โดยที่ไม่จำเป็นต้องร่ำรวย ก็สามารถรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ได้ อาหารทั้ง 5 หมู่สามารถไปขอรับคำแนะนำได้ตามสาธารณสุขและสถานพยาบาลต่างๆ เพราะอาหารทั้ง 5 หมู่ที่เราได้รับประทานเข้าไปจะไปเสริมสร้างร่างกาย และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอนี้เป็นปัจจัยประการแรกที่จะช่วยในการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บให้กับแต่ละบุคคลได้ในระดับหนึ่ง
2. อากาศ คือปัจจัยประการที่สอง ร่างกายของคนเราและสิ่งมีชีวิตทั้งหลายย่อมต้องการอากาศเพื่อช่วยในการเผาไหม้และสร้างปฏิกิริยาทางเคมีภายในร่างกายของเรา อากาศที่บริสุทธิ์ ย่อมมีประโยชน์ต่อสุขภาพของคนเราเป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อยใน 1 ปี ควรได้รับอากาศที่บริสุทธิ์บ้างเป็นการฟอกปอดและเพิ่มการเผาไหม้และปฏิกิริยาทางเคมีอย่างมีประสิทธิ์ภาพ ในที่นี้หมายถึงอากาศที่บริสุทธิ์ตามป่าเขา หรือที่ห่างไกลมลภาวะเป็นพิษ แต่หากไม่มีเวลาก็สามารถหาอากาศบริสุทธิ์ได้ตามสวนสาธารณะตามจังหวัดต่างๆเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งก็ย่อมสามารถช่วยและป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้ในระดับหนึ่ง
3.ออกกำลังกาย คือปัจจัยประการที่สาม สรีระร่างกายของคนเราต้องได้รับการออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายขับของเสียออกมาทางเหงื่อนอกเหนือจากการขับถ่ายของเสียตามปกติ การออกกำลังกายจะเป็นการกระตุ้นให้อวัยวะต่างๆทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งยังช่วยทำให้เกิดการซ่อมแซมส่วนต่างๆขึ้นหลังจากออกกำลังกายแล้ว รวมไปถึงร่างกายสามารถได้ใช้พลังงานที่สะสมไว้ป้องการโรคภัยไข้เจ็บได้เป็นอย่างดียิ่ง
4.อารมณ์ไม่เคร่งเครียด คือปัจจัยข้อที่4 อารมณ์หรือความเคร่งเครียดหรือความเครียดของมนุษย์นั้นเกิดจากการทำงาน เกิดจากเศรษฐกิจการครองเรือน เกิดจากความคิด ความเคร่งเครียดของมนุษย์นั้นจะนำพลังงานต่างๆมาใช้ ณ ที่สมองและหัวใจเป็นส่วนใหญ่ทำให้อวัยวะอื่นๆได้รับพลังงานน้อยลงไปทำให้บุคคลนั้นๆเกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้นได้ ความเคร่งเครียดนั้นสามารถแก้ไขได้หลายวิธี เช่น ก่อนจะนอนให้นั่งสมาธิสัก 5 นาที 10 นาที หรือนอนสมาธิไม่คิดสิ่งใดจนหลับไปโดยไม่รู้สึกตัว ตอนแรกๆอาจจะฝืนเล็กน้อยพอนานไปก็จะเคยชินอย่างนี้เป็นต้น อีกทั้งการทำงานใดใด ก็ให้รู้สึกตัวมีสติไปเคร่งเครียด ให้คิดอยู่เสมอว่า ทำไปแบบเล่นทำไปแบบดูหนังดูละคร ทำแล้วเกิดความสนุก หรือทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบ ความเคร่งเครียดก็จะไม่เกิด และย่อมสามารถป้องกันรักษาโรคภัยได้ในระดับหนึ่ง
5. พักผ่อนให้เพียงพอ คือ ปัจจัยข้อที่ 5 สำหรับข้อ 5 นี้ เนื่องจากข้าพเจ้าเคยเป็นทหารหน่วยรบมาก่อน จึงไม่ค่อยคำนึงถึงข้อนี้ แต่ในบุคคลทั่วไปเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นมาก เพราะหากเราพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็จะพลอยทำให้ปัจจัยข้ออื่นๆลดน้อยลงไปด้วย ดังนั้นข้อนี้ก็เป็นปัจจัยสำคัญอีกข้อหนึ่งที่มองข้ามไปไม่ได้ สามารถป้องกันและรักษาโรคได้ในระดับหนึ่งเช่นกัน เมื่อกล่าวมาถึงข้อนี้จึงขอบอกกล่าวท่านทั้งหลายที่ปฏิบัติธรรมโดยการนั่งสมาธิว่า อย่าฝืนสังขารตัวเอง อย่าหลงคำที่เขาสอน อย่าหลงว่าต้องนั่งนานที่สุดเท่าที่จะนานได้ จริงอยู่การนั่งสมาธิเป็นการพักผ่อนสมองเป็นการฝึกตนให้มีสติสัมปชัญญะ แต่หากเป็นการนั่งในเวลากลางคืน หลายๆชั่วโมง จะเป็นการบังคับร่างกายไม่ให้พักผ่อนตามปกติ หากจำเป็นต้องนั่งในตอนกลางคืนหลายชั่วโมง ก็ควรมีเวลาพักผ่อนในตอนกลางวัน หรือจะนั่งตอนใกล้รุ่งสางตั้งแต่เวลาตี 5 คงจะพอเหมาะ ไม่อย่างนั้นแทนที่จะเป็นการนั่งสมาธิเพื่อป้องกันและรักษาโรคจะกลายเป็นนั่งสมาธิเพื่อทรมานร่างกายตัวเอง
ที่กล่าวไปทั้งหมดแล้วนั้น คือวิธีป้องกันและรักษาโรคภัยไข้เจ็บที่ได้ผลดีที่สุดได้ในระดับหนึ่งซึ่งจะประกอบด้วย
1.อาหา
2.อากาศ
3.ออกกำลังกาย
4.อารมณ์ไม่เคร่งเครียด
5.พักผ่อนให้เพียงพอ
จึงขอจบกระทู้นี้เพียงเท่านี้ในระยะนี้มีการหลอกลวงโดยอ้างเอากล้องถ่ายรูปของพวกฝรั่งที่ใช้เทคนิคภาพซ้อน แถมยังเอามาทำนายอุปนิสัยใจคอของบุคคลและสัตว์บางชนิด การกระทำเยี่ยงนั้นเป็นการกระทำแบบล่อลวงให้บุคคลที่รู้เท่าไม่ถึงกาลหลงเชื่อคิดไปว่ามีจริง ซึ่งในทางที่เป็นจริงนั้น มนุษย์และสัตว์ไม่มีแสงออร่าอะไรเหล่านั้นอย่างเด็ดขาดและแน่นอน
แต่การที่บุคคลใดใดจะสามารถป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้ในระดับหนึ่งนั้น ย่อมต้องประกอบไปด้วยปัจจัยหลายสิ่งหลายประการด้วยกัน ข้าพเจ้าได้ศึกษาค้นคว้าจากหลักการแพทย์ หลักโภชนาการ ศึกษาคันคว้าจากคำบอกกล่าวของผู้หลักผู้ใหญ่ครูอาจารย์และจากผู้รู้หลายพันท่าน ก็พบว่า การที่บุคคลใดใดจะมีสุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บได้ในระดับหนึ่งนั้น ต้องประกอบไปด้วยปัจจัยที่สำคัญ 5 ประการด้วยกันดังต่อไปนี้
1.อาหาร คือปัจจัยประการแรก ทุกคนที่เป็นมนุษย์ และสิ่งมีชีวิตทั้งหลายย่อมต้องมีความต้องการอาหารเพื่อเสริมสร้างซ่อมเสริมส่วนที่สีกหรอ และเสริมสร้างอวัยวะต่างๆ สำหรับอาหารของมนุษย์ย่อมต้องได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ โดยที่ไม่จำเป็นต้องร่ำรวย ก็สามารถรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ได้ อาหารทั้ง 5 หมู่สามารถไปขอรับคำแนะนำได้ตามสาธารณสุขและสถานพยาบาลต่างๆ เพราะอาหารทั้ง 5 หมู่ที่เราได้รับประทานเข้าไปจะไปเสริมสร้างร่างกาย และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอนี้เป็นปัจจัยประการแรกที่จะช่วยในการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บให้กับแต่ละบุคคลได้ในระดับหนึ่ง
2. อากาศ คือปัจจัยประการที่สอง ร่างกายของคนเราและสิ่งมีชีวิตทั้งหลายย่อมต้องการอากาศเพื่อช่วยในการเผาไหม้และสร้างปฏิกิริยาทางเคมีภายในร่างกายของเรา อากาศที่บริสุทธิ์ ย่อมมีประโยชน์ต่อสุขภาพของคนเราเป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อยใน 1 ปี ควรได้รับอากาศที่บริสุทธิ์บ้างเป็นการฟอกปอดและเพิ่มการเผาไหม้และปฏิกิริยาทางเคมีอย่างมีประสิทธิ์ภาพ ในที่นี้หมายถึงอากาศที่บริสุทธิ์ตามป่าเขา หรือที่ห่างไกลมลภาวะเป็นพิษ แต่หากไม่มีเวลาก็สามารถหาอากาศบริสุทธิ์ได้ตามสวนสาธารณะตามจังหวัดต่างๆเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งก็ย่อมสามารถช่วยและป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้ในระดับหนึ่ง
3.ออกกำลังกาย คือปัจจัยประการที่สาม สรีระร่างกายของคนเราต้องได้รับการออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายขับของเสียออกมาทางเหงื่อนอกเหนือจากการขับถ่ายของเสียตามปกติ การออกกำลังกายจะเป็นการกระตุ้นให้อวัยวะต่างๆทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งยังช่วยทำให้เกิดการซ่อมแซมส่วนต่างๆขึ้นหลังจากออกกำลังกายแล้ว รวมไปถึงร่างกายสามารถได้ใช้พลังงานที่สะสมไว้ป้องการโรคภัยไข้เจ็บได้เป็นอย่างดียิ่ง
4.อารมณ์ไม่เคร่งเครียด คือปัจจัยข้อที่4 อารมณ์หรือความเคร่งเครียดหรือความเครียดของมนุษย์นั้นเกิดจากการทำงาน เกิดจากเศรษฐกิจการครองเรือน เกิดจากความคิด ความเคร่งเครียดของมนุษย์นั้นจะนำพลังงานต่างๆมาใช้ ณ ที่สมองและหัวใจเป็นส่วนใหญ่ทำให้อวัยวะอื่นๆได้รับพลังงานน้อยลงไปทำให้บุคคลนั้นๆเกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้นได้ ความเคร่งเครียดนั้นสามารถแก้ไขได้หลายวิธี เช่น ก่อนจะนอนให้นั่งสมาธิสัก 5 นาที 10 นาที หรือนอนสมาธิไม่คิดสิ่งใดจนหลับไปโดยไม่รู้สึกตัว ตอนแรกๆอาจจะฝืนเล็กน้อยพอนานไปก็จะเคยชินอย่างนี้เป็นต้น อีกทั้งการทำงานใดใด ก็ให้รู้สึกตัวมีสติไปเคร่งเครียด ใหคิดอยู่เสมอว่า ทำไปแบบเล่นทำไปแบบดูหนังดูละคร ทำแล้วเกิดความสนุก หรือทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบ ความเคร่งเครียดก็จะไม่เกิด และย่อมสามารถป้องกันรักษาโรคภัยได้ในระดับหนึ่ง
5. พักผ่อนให้เพียงพอ คือ ปัจจัยข้อที่ 5 สำหรับข้อ 5 นี้ เนื่องจากข้าพเจ้าเคยเป็นทหารหน่วยรบมาก่อน จึงไม่ค่อยคำนึงถึงข้อนี้ แต่ในบุคคลทั่วไปเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นมาก เพราะหากเราพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็จะพลอยทำให้ปัจจัยข้ออื่นๆลดน้อยลงไปด้วยเพราะร่างกายต้องใช้พลังงานจากอาหารมากเกินปกติ ดังนั้นข้อนี้ก็เป็นปัจจัยสำคัญอีกข้อหนึ่งที่มองข้ามไปไม่ได้ สามารถป้องกันและรักษาโรคได้ในระดับหนึ่งเช่นกัน เมื่อกล่าวมาถึงข้อนี้จึงขอบอกกล่าวท่านทั้งหลายที่ปฏิบัติธรรมโดยการนั่งสมาธิว่า อย่าฝืนสังขารตัวเอง อย่าหลงคำที่เขาสอน อย่าหลงว่าต้องนั่งนานที่สุดเท่าที่จะนานได้ จริงอยู่การนั่งสมาธิเป็นการพักผ่อนสมองเป็นการฝึกตนให้มีสติสัมปชัญญะ แต่หากเป็นการนั่งในเวลากลางคืน หลายๆชั่วโมง จะเป็นการบังคับร่างกายไม่ให้พักผ่อนตามปกติ หากจำเป็นต้องนั่งในตอนกลางคืนหลายชั่วโมง ก็ควรมีเวลาพักผ่อนในตอนกลางวัน หรือจะนั่งตอนใกล้รุ่งสางตั้งแต่เวลาตี 5 คงจะพอเหมาะ ไม่อย่างนั้นแทนที่จะเป็นการนั่งสมาธิเพื่อป้องกันและรักษาโรคจะกลายเป็นนั่งสมาธิเพื่อทรมานร่างกายตัวเอง
ที่กล่าวไปทั้งหมดแล้วนั้น คือวิธีป้องกันและรักษาโรคภัยไข้เจ็บที่ได้ผลดีที่สุดได้ในระดับหนึ่งซึ่งจะประกอบด้วย
1.อาหาร
2.อากาศ
3.ออกกำลังกาย
4.อารมณ์ไม่เคร่งเครียด
5.พักผ่อนให้เพียงพอ
จึงขอจบกระทู้นี้เพียงเท่านี้

prarahu
30-12-2004, 04:11 AM
รักษาโรคประสาทได้หรือเปล่าครับท่าน

telwada
30-12-2004, 05:18 PM
4 อ กับ 1 พ,คือ อาหาร,อากาศ,ออกกำลังกาย,อารมณ์ไม่เคร่งเครียด,พักผ่อนให้เพียงพอ ย่อมสามารถป้องกันโรคจิตและประสาทได้อยู่แล้ว อีกทั้งวิธีการนี้ เขาก็ใช้เป็นเครื่องช่วยในการรักษาโรคเกือบทุกชนิด นอกเหนือจากการให้ยารักษาโรคอยู่แล้วนะคุณ