View Full Version : การรักษาศีลและหมั่นทำสมาธิจะทำให้ผิวสวย
บูริณ
27-12-2004, 05:07 PM
ผมเคยได้ยินมานะครับว่าคนที่รักษาศีลสมาธิเป็นประจำจะมีผิวพรรณที่สวยสดใส ดูดีจริงหรือเปล่าครับ แต่ต้องเห็นผลในชาตินี้นะครับ ไม่ใช่ชาติหน้า
กระสือข้างส้วม
29-01-2005, 09:58 PM
จิตใจจะมีความสัมพันธ์กับร่างกายอย่างลึกซึ้ง อย่างเคยมีตัวอย่างอยู่หลายเคสในผู้ป่วยหลายๆโรค ถ้าผู้ป่วยที่มีกำลังใจดีและมีจิตใจที่เข้มแข็งจะสามารถดีขึ้นอย่างรวดเร็ว บางเคสก็หายป่วยจากโรคนั้นได้เลยก็มี....
ที่ยกตัวอย่างนี้เพราะต้องการจะบอกคุณบูริณว่า จิตใจของเราเป็นสิ่งที่ควบคุมการทำงานในทุกระบบของร่างกาย สังเกตง่ายๆเวลาคนที่กำลังทุกข์ใจจะมีสีหน้าที่ไม่สดใส ผิดกับคนที่กำลังมีความสุขสีหน้าจะดูสดใส
การทำสมาธิมีผลกับร่างกายโดยตรงเพราะขณะที่จิตนิ่งสงบนั้นระบบเซลล์เม็ดเลือดในร่างกายจะถูกจัดระเบียบใหม่หมด การหมุนเวียนเลือดจะดีขึ้น จะมีการเพิ่มขึ้นของเซลล์เม็ดเลือดขาวซึ่งเป็นตัวสร้างภูมิต้านทานในร่างกาย ระบบการขับล้างสารพิษจะทำการขจัดของเสียในร่างกายอย่างต่อเนื่อง
ก็ถ้าระบบการทำงานของร่างกายทำงานได้ดีขึ้นขนาดนี้ การที่จะมีผิวพรรณที่สวยสดใสขึ้นก็ไม่น่าจะใช่เรื่องแปลกใช่ไม๊คะ แนะนำอีกนิดว่าถ้าได้ละเนื้อสัตว์มาทานเป็นพวกอาหารธรรมชาติได้มากขึ้นจะยิ่งทำให้เห็นผลได้ทันตาแบบไม่ต้องรอชาติหน้าเลยคะ
อันนี้เป็นเหตุผลสนับสนุนว่าการรักษาศีลและการทำสมาธิจะส่งผลดีทั้งในด้านจิตใจ โดยความสงบจะทำให้เกิดสติปัญญาและส่งผลตามมาให้กับร่างกายสุขภาพแข็งแรงขึ้นเพราะระบบต่างๆจะทำงานได้ดีขึ้น
น่าจะเป็นเรื่องของจิตใจสงบทำให้เกิดความสุขใจเมื่อใจสุขกายก็สุขตามมา
tummaism
10-08-2008, 01:28 PM
น่าจะเป็นอย่างนั้นครับ
kriengkripob
10-08-2008, 03:45 PM
อนุโมทนา ลองถ่ายภาพตนเอง เวลาโกรธเป็นอย่างไร เวลาสุขเป็นอย่างไร แล้วจะเห็นเอง สาธุ
ป.วิเศษ
10-08-2008, 04:45 PM
เล่าให้ฟังแบบขำ ๆ นะ เรื่องวงจรของผิวหนังอ่ะค่ะ
(http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E:Skin.jpg)http://www.ploysuyonline.com/images/1169751525/Skin2.jpg
ผิวหนังชั้นนอกมี ๕ ชั้น
ผิวหนังจะผลัดเซลล์ผิวทุก ๔ สัปดาห์ ผิวที่ผลัดออกจะกลายเป็นขี้ไคลไป
ผิวใหม่ ก็จะขึ้นมาแทนที่ การที่ผิวจะสวยต้องประกอบด้วย อาหาร การพักผ่อน
อารมณ์ ฮอร์โมน อายุ สภาพแวดล้อม
===================================
ถ้ารักษาศีล : ผิวหน้าผิวกายใส เพราะจิตใจไม่หม่นหมอง ถูกต้องตามปัจจัย
"อารมณ์" เพราะผู้รักษาศีลได้ ต้องมี "สติ" พอไม่ผิด ก็สบายใจทั้งวัน
===================================
ถ้าปฏิบัติธรรม : ผิวหน้าผิวกายใส เพราะจิตใจไม่หม่นหมอง ถูกต้องตามปัจจัย คร่าว ๆ ดังนี้
อาหาร : ทานอาหารก็กำหนดสติ จึงเคี้ยวอาหารละเอียด (ย่อยง่าย อิ่มเร็ว ร่างกาย
สามารถดูดซึมสารอาหารได้ง่าย) ถ้าทานมังสวิรัต หรือ อาหารเจ ก็จะช่วยระบบ
การย่อยอาหาร และลดสารพิษ เหมือนเป็นการ DETOX ร่างกายค่ะ
การพักผ่อน : การนั่งสมาธิเป็นการพักผ่อนร่างกายได้ดี เพราะถ้าเข้าสมาธิ
การเต้นหัวใจ การหายใจ เหมือนคนนอนหลับ ลมหายใจยาววววว สงบ
และจิต ก็ไม่ฟุ้งซ่าน ทำให้จิตไม่เหนื่อย จิตสงบ ร่างกายสงบ พักผ่อน
อารมณ์ : นั่งสมาธิอารมณ์ไม่ไปตามกระแสโลก โลภ โกรธ หลง อารมณ์ก็ดี
ไม่ทรมานกับไฟ ๓ กอง ไม่อยู่ร้อนนอนทุกข์ อารมณ์สงบ ละเอียด สบายยยย
แต่ไม่ได้ นั่งสมาธิทะลุ เวทนา นะจ๊ะ
ฮอร์โมน : นั่งสมาธิ Growth Hormone จะงอกออกมา "สารหน้าเด็ก"
ซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ (GH จะออกมาตอนนอนหลับสนิท 8 ชั่วโมง
ออกกำลังกายเหนื่อยสุด ๆ อายุยิ่งมาก GH ยิ่งไม่งอก แก่ไวววว)
===================================
รวมคร่าว ๆ ผิวหนังเหมือนขนมชั้น ผิวค่อย ๆ ผลักออกมาเป็นชั้น ๆ
เพราะ เซลล์ที่สร้างใหม่จะเคลื่อนที่ขึ้นมาเป็นชั้นภายนอก และมีการเปลี่ยน
รูปร่าง (จากเซลล์กลม ๆ เป็นรี ๆ ต่อมาเป็นแบน ๆ ) และองค์ประกอบ
และกลายเป็นคีราติน (ขี้ไคล นั่นเอง)
เล่ามาทั้งหมด ก็จะบอกว่า ผิวชั้นในสุด ก่อนจะเป็นผิวชั้นนอกสุด
ถ้าประกอบด้วยปัจจัยด้านบน เซลล์ที่เกิดใหม่ จะสวยสมบูรณ์ เมื่อเซลล์
เรียงตัวกันทั้งหมด อย่างเป็นระเบียบ ผิวกายผิวหน้าก็สว่างสดใส ผ่องใส
มาก ๆ ค่ะ
อนุโมทนา
ขอขอบคุณอาจารย์เสริมศิลป์ ขอนวงค์
Jintasak
12-08-2008, 01:14 PM
จิตกับกาย สัมพันธ์กัน ...จิตใจสงบ ร่างกายก็สงบตาม
อกุศลจิต เช่น โกรธ เร่าร้อน ฟุ้งซ่าน กังวล หรือที่เรียกรวมๆ ว่า เครียด ...ทำให้ร่างกายเสียสมดุล จักระต่างๆ ทำงานผิดปกติ (จักระที่ว่า คือ ต่อมไร้ท่อตำแหน่งต่างๆ ที่ผลิดฮอร์โมนเป็นหมื่นชนิด)
การภาวนา ทำให้จิตพ้นจากอกุศลจิต แม้ชั่วขณะที่ฝึก หรืออาจมีพลังงานเหลือเป็นการเจริญสติ ต่อเนื่องไปได้สักระยะหนึ่ง ...ก็ย่อมมีผลต่อร่างกายให้ได้พักผ่อนและปรับสมดุลของร่างกายได้
เทียบกับวิชาบำบัดโรคต่างๆ เช่น โยคะ ชี่กง ไทเก็ก พลังจักรวาล หรือแม้แต่ดนตรีบำบัด ก็เพื่อให้จิตใจเข้าสู่ความสงบ (สมถะสมาธิ ระดับต่างๆ) จึงให้ผลไม่ต่างกันครับ
ที่น่าสนใจกว่านั้น การฝึกรู้สึกตัว (วิปัสสนาภาวนา) ก็ให้ผลเช่นเดียวกัน เพราะการมีสติแต่ละครั้ง (การมีสติ เป็น ภาวะที่จิตเป็นกุศล) ก็มีผลดีต่อจิตใจและร่างกาย ...และสามารถทำได้ตลอดเวลา ยกเว้นเวลานอนหลับ
ธรรมวิวัฒน์
12-08-2008, 01:36 PM
ขอบคุณสำหรับสาระความรู้นะครับ
vBulletin® v3.7.1, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.