โมฆบุรุษ
26-01-2006, 02:19 PM
ก่อนที่จะลืมนะครับ
ขอนำโอวาทที่หลวงพี่เล็กท่านเมตตามอบให้มาช่วงบ่ายๆวันปีใหม่นะครับ
ผมจำถ้อยคำจริงๆไม่ได้
เลยขอเรียบเรียงใหม่ตามความเข้าใจนะครับ
หากใครได้ฟังพร้อมกัน ช่วยแก้ไขให้ผมด้วยนะครับ
หลวงพี่ท่านบอกว่า
ในหลวงท่านก็จะมีพระชนมายุ ๘๐ พรรษาแล้วครับ
ถ้าเป็นคนธรรมดา น่าจะได้เกษียณออกมาเลี้ยงหลานได้ ๒๐ ปีแล้ว
แต่นี่ไม่ใช่ ท่านยังต้องดูแลลูกๆอยู่ ลูกทั้ง ๖๐ กว่าล้านคน
พ่อทั่วๆไปมีลูก ๒-๓ คน หากลูกไม่เชื่อฟัง พ่อก็หมดกำลังใจเอาได้ดื้อๆ
แต่นี่ลูกมีตั้ง ๖๐ ล้านคน
ถ้าไม่ใช่กำลังใจของพระโพธิสัตว์ ท่านไม่อยู่แล้วครับ
แต่เราก็อย่าประมาทนะครับ
อย่างหลวงพ่อ ที่จริงแล้ว อายุขัยของท่านมีถึง ๑๒๐ ปี
แต่ช่วงที่ตัดสินใจละขันธ์ ๕ นั้น ก็เพราะว่า ลูกหลานของท่านทั้งพระทั้งฆราวาสเริ่มแตกความสามัคคีกันครับ
นี่เป็นเพียงเหตุผลหนึ่งในหลายๆเหตุผลนะครับ
ในหลวงท่านก็อาจจะมีอายุขัยถึง ๑๒๐ พรรษาเช่นกัน
แต่ว่าถ้าลูกๆมัวแต่ดื้ออยู่อย่างนี้ ท่านก็อาจจะหมดกำลังใจเอาได้ง่ายๆ และละสังขารปัจจุบันไปก็ได้นะครับ
หลวงพี่ท่านแนะให้พวกเราช่วยกันตั้งใจทำความดี
แล้วอุทิศผลบุญนี้ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนะครับ
เพราะหลวงพี่ท่านเองก็ทำอยู่เป็นประจำเช่นกันครับ
และอย่าทำให้"พ่อ"ของเราต้องเหนื่อยใจเกินไปกว่าที่สังขารท่านจะรับไหวนะครับ
หลวงพี่เล่าว่า เมื่อก่อน หากบ้านเมืองเกิดอาเพธ ประชาชนก็จะร้องเรียนให้พระราชาตั้งใจรักษาศีลเป็นเวลา ๑ สัปดาห์ เป็นต้นครับ
แต่ประเทศเรา มีในหลวงซึ่งตั้งอยู่ในทาน ศีล ภาวนาแล้วครับ
พวกรองๆลงมานั่นแหละที่ยังไม่ค่อยจะ...เท่าไหร่ครับ (จำคำที่ท่านใช้ไม่ได้ครับ)
หลวงพี่ท่านยกตัวอย่างประเทศภูฐานมา
ว่าพระราชาของที่นั่น อายุ ๕๐ กว่าๆเท่านั้นเอง
แต่ท่านกำลังจะสละราชสมบัติ เพราะประชาชนของท่านเริ่มจะสบายกันแล้วครับ
คือท่านวางรากฐานของระบบอะไรต่างๆไว้หมดแล้ว
คนของท่านจะไม่รวยมากนะครับ
แต่จะมีความสะดวกสบายกันถ้วนหน้า
(ผมเดาว่า คงคล้ายๆกับเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงเราครับ)
หลวงพี่บอกว่า ไม่ใช่แต่ประเทศไทยของเราที่มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรมเท่านั้น
ประเทศอื่นก็มีครับ
แต่ของเขาจะออกไปทางมหายานมากกว่าครับ
หลวงพี่ท่านเคยไปต่างประเทศครับ
ไปเจอฝรั่งคนหนึ่ง ห้อยเหรียญพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงครับ
ห้อยเดี่ยวด้วยครับ
หลวงพี่ท่านก็ทักว่า เฮ้ย นั่นพระมหากษัตริย์ของผมนี่ คุณเอาไปห้อยได้อย่างไร
ฝรั่งก็ตอบกลับมาว่า ในหลวงท่านไม่ใช่คนของชาวไทยเท่านั้นครับ
แต่ท่านเป็นวีรบุรุษของโลกครับ เพราะฉะนั้นเขาจึงเคารพศรัทธาในตัวท่านครับ
หลวงพี่ท่านก็เลยบอกให้เราดูว่า ขนาดฝรั่งยังเห็นความดีของในหลวง
ทำไมคนไทยอย่างเราถึงไม่ค่อยเห็นความสำคัญของท่านบ้างเลย
ส่วนผมมองต่อไปเองอีกครับ
ว่าครูบาอาจารย์หลายๆท่าน ก็ใช่ว่าจะมีสังขารที่สมบูรณ์แข็งแรงเท่าใดนัก
ไม่ว่าจะเป็นหลวงพี่เล็ก หลวงพี่สมปอง หลวงตาวัชรชัย (ขอยกตัวอย่างสำหรับสมาชิกที่ศรัทธาท่านนะครับ) และหลวงพ่อบุญรัตน์ พระอุปัชฌาย์ของผม
ท่านก็มีโรคร้ายติดตัวด้วยกันทุกองค์นะครับ
ส่วนพระมหาเถระในวัดท่าซุงก็คงจะมีเช่นกันครับ
เพราะติดตามร่วมรบกับหลวงพ่อมานาน
เพียงแต่ผมไม่ทราบเท่านั้นเองครับ
เพราะฉะนั้น ก็ช่วยๆกันถนอมขันธ์ ๕ ของครูบาอาจารย์ของพวกเราด้วยนะครับ
สมมุติว่าชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของท่าน เราก็จะได้มีโอกาสซึมซับธรรมะขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาที่ท่านนำมาถ่ายทอดไว้ให้มากที่สุดไงครับ
และให้ท่านอยู่เป็นเนื้อนาบุญเพื่อสืบสานพระบวรพุทธศาสนาให้ยั่งยืนนานจนครบ ๕,๐๐๐ ปีด้วยครับ
ขอนำโอวาทที่หลวงพี่เล็กท่านเมตตามอบให้มาช่วงบ่ายๆวันปีใหม่นะครับ
ผมจำถ้อยคำจริงๆไม่ได้
เลยขอเรียบเรียงใหม่ตามความเข้าใจนะครับ
หากใครได้ฟังพร้อมกัน ช่วยแก้ไขให้ผมด้วยนะครับ
หลวงพี่ท่านบอกว่า
ในหลวงท่านก็จะมีพระชนมายุ ๘๐ พรรษาแล้วครับ
ถ้าเป็นคนธรรมดา น่าจะได้เกษียณออกมาเลี้ยงหลานได้ ๒๐ ปีแล้ว
แต่นี่ไม่ใช่ ท่านยังต้องดูแลลูกๆอยู่ ลูกทั้ง ๖๐ กว่าล้านคน
พ่อทั่วๆไปมีลูก ๒-๓ คน หากลูกไม่เชื่อฟัง พ่อก็หมดกำลังใจเอาได้ดื้อๆ
แต่นี่ลูกมีตั้ง ๖๐ ล้านคน
ถ้าไม่ใช่กำลังใจของพระโพธิสัตว์ ท่านไม่อยู่แล้วครับ
แต่เราก็อย่าประมาทนะครับ
อย่างหลวงพ่อ ที่จริงแล้ว อายุขัยของท่านมีถึง ๑๒๐ ปี
แต่ช่วงที่ตัดสินใจละขันธ์ ๕ นั้น ก็เพราะว่า ลูกหลานของท่านทั้งพระทั้งฆราวาสเริ่มแตกความสามัคคีกันครับ
นี่เป็นเพียงเหตุผลหนึ่งในหลายๆเหตุผลนะครับ
ในหลวงท่านก็อาจจะมีอายุขัยถึง ๑๒๐ พรรษาเช่นกัน
แต่ว่าถ้าลูกๆมัวแต่ดื้ออยู่อย่างนี้ ท่านก็อาจจะหมดกำลังใจเอาได้ง่ายๆ และละสังขารปัจจุบันไปก็ได้นะครับ
หลวงพี่ท่านแนะให้พวกเราช่วยกันตั้งใจทำความดี
แล้วอุทิศผลบุญนี้ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนะครับ
เพราะหลวงพี่ท่านเองก็ทำอยู่เป็นประจำเช่นกันครับ
และอย่าทำให้"พ่อ"ของเราต้องเหนื่อยใจเกินไปกว่าที่สังขารท่านจะรับไหวนะครับ
หลวงพี่เล่าว่า เมื่อก่อน หากบ้านเมืองเกิดอาเพธ ประชาชนก็จะร้องเรียนให้พระราชาตั้งใจรักษาศีลเป็นเวลา ๑ สัปดาห์ เป็นต้นครับ
แต่ประเทศเรา มีในหลวงซึ่งตั้งอยู่ในทาน ศีล ภาวนาแล้วครับ
พวกรองๆลงมานั่นแหละที่ยังไม่ค่อยจะ...เท่าไหร่ครับ (จำคำที่ท่านใช้ไม่ได้ครับ)
หลวงพี่ท่านยกตัวอย่างประเทศภูฐานมา
ว่าพระราชาของที่นั่น อายุ ๕๐ กว่าๆเท่านั้นเอง
แต่ท่านกำลังจะสละราชสมบัติ เพราะประชาชนของท่านเริ่มจะสบายกันแล้วครับ
คือท่านวางรากฐานของระบบอะไรต่างๆไว้หมดแล้ว
คนของท่านจะไม่รวยมากนะครับ
แต่จะมีความสะดวกสบายกันถ้วนหน้า
(ผมเดาว่า คงคล้ายๆกับเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงเราครับ)
หลวงพี่บอกว่า ไม่ใช่แต่ประเทศไทยของเราที่มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรมเท่านั้น
ประเทศอื่นก็มีครับ
แต่ของเขาจะออกไปทางมหายานมากกว่าครับ
หลวงพี่ท่านเคยไปต่างประเทศครับ
ไปเจอฝรั่งคนหนึ่ง ห้อยเหรียญพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงครับ
ห้อยเดี่ยวด้วยครับ
หลวงพี่ท่านก็ทักว่า เฮ้ย นั่นพระมหากษัตริย์ของผมนี่ คุณเอาไปห้อยได้อย่างไร
ฝรั่งก็ตอบกลับมาว่า ในหลวงท่านไม่ใช่คนของชาวไทยเท่านั้นครับ
แต่ท่านเป็นวีรบุรุษของโลกครับ เพราะฉะนั้นเขาจึงเคารพศรัทธาในตัวท่านครับ
หลวงพี่ท่านก็เลยบอกให้เราดูว่า ขนาดฝรั่งยังเห็นความดีของในหลวง
ทำไมคนไทยอย่างเราถึงไม่ค่อยเห็นความสำคัญของท่านบ้างเลย
ส่วนผมมองต่อไปเองอีกครับ
ว่าครูบาอาจารย์หลายๆท่าน ก็ใช่ว่าจะมีสังขารที่สมบูรณ์แข็งแรงเท่าใดนัก
ไม่ว่าจะเป็นหลวงพี่เล็ก หลวงพี่สมปอง หลวงตาวัชรชัย (ขอยกตัวอย่างสำหรับสมาชิกที่ศรัทธาท่านนะครับ) และหลวงพ่อบุญรัตน์ พระอุปัชฌาย์ของผม
ท่านก็มีโรคร้ายติดตัวด้วยกันทุกองค์นะครับ
ส่วนพระมหาเถระในวัดท่าซุงก็คงจะมีเช่นกันครับ
เพราะติดตามร่วมรบกับหลวงพ่อมานาน
เพียงแต่ผมไม่ทราบเท่านั้นเองครับ
เพราะฉะนั้น ก็ช่วยๆกันถนอมขันธ์ ๕ ของครูบาอาจารย์ของพวกเราด้วยนะครับ
สมมุติว่าชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของท่าน เราก็จะได้มีโอกาสซึมซับธรรมะขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาที่ท่านนำมาถ่ายทอดไว้ให้มากที่สุดไงครับ
และให้ท่านอยู่เป็นเนื้อนาบุญเพื่อสืบสานพระบวรพุทธศาสนาให้ยั่งยืนนานจนครบ ๕,๐๐๐ ปีด้วยครับ