ผู้เฒ่าเล่าประสบการณ์
25-12-2004, 01:58 PM
เรื่องนี้เกิดขึ้น ๖ โมงเช้าวันจันทร์ที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๖ หลังจากหยุดทำการค้าขายพักผ่อนวันอาทิตย์ที่ ๒๙ มิถุนายน ตามปกติ นายเก้าได้ออกจากบ้านพัก ผ่านประตูหลังบ้านเข้าร้านค้าข้าวสารซึ่งอยู่ติดกัน จะเข้าห้องกระจกซึ่งสร้างเป็นสถานที่ทำงานการค้าภายในร้านค้าข้าวสาร ขณะเปิดประตูห้องกระจกยังไม่ทันก้าวเท้าเข้าห้อง เกิดมีกลิ่นเหม็นคล้ายยาฆ่าแมลงฉุนจัดพร้อมไอเย็น พุ่งจากภายในห้องเข้ามาปะทะเต็มหน้าเต็มตัวนายเก้าจนขนลุกและช็อคไปชั่วขณะหนึ่ง ตอนกลิ่นเหม็นและไอเย็นแตะถูกตัว บริเวณหน้าอกที่ห้อยพระเครื่อง ๓ องค์ ได้เกิดความอบอุ่นขึ้นอย่างกระทันหันและขยายไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็วยิ่งกว่ากลิ่นเหม็นและไอเย็น จนตัวสะดุ้งสติจึงกลับคืนสู่ปกติอย่างรวดเร็ว (รอดภัย๑๐ ) นายเก้าก้าวเข้าห้องอย่างประหลาดใจมาก ไม่เข้าใจว่ากลิ่นเหม็นฉุนจัดเหล่านี้เข้ามาในห้องสำนักงานได้อย่างใด เพราะตลอดวันอาทิตย์ปิดทำการค้าขายไม่มีผู้ใดเข้าออกสำนักงานห้องกระจกและร้านค้าข้าวสารเลย
สถาน ที่ตั้งร้านค้าข้าวสารของนายเก้าตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ จังหวัดขอนแก่น หน้ากว้าง ๑๒ เมตร ลึก ๒๔ เมตร ด้านหน้าเปิดประตู ๓ บาน ห้องกระจกขนาด ๔ x ๘ เมตรภายในอาคารเป็นสำนักงาน เวลากลางคืนและวันหยุดทำการค้าขายจะไม่มีคนอยู่ในร้านข้าวสารเลย จึงไม่เข้าใจว่ากลิ่นเหม็นยาฆ่าแมลงฉุนจัดเหล่านี้มาจากไหน
หลังเปิดร้านทำการค้าขาย คนงานมาพร้อม จึงให้ทุกคนช่วยทำความสะอาดและสืบหาแหล่งที่มาของกลิ่นเหม็น แต่ไม่พบ ปัดกวาดเช็ดถูทั่วห้องอย่างใด กลิ่นเหม็นนั้นยังวนเวียนอยู่ภายในห้องกระจกไม่ยอมไปไหน ได้นำกระปุกน้ำหอมดับกลิ่นในรถยนต์ ๒ กระปุกมาเปิดหวังดับกลิ่นเหม็น โดยเปิดแอร์และพัดลมช่วยขับไล่อีกแรงหนึ่ง ได้ผลตรงกันข้าม กลิ่นหอม ๒ กระปุกกลับกลายเป็นกลิ่นเหม็นทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จนต้องรีบยกกระปุกกลิ่นหอมออกจากห้องกระจกทันที
เวลาประมาณ ๑๐ น. พี่สาวได้มาเยี่ยมนายเก้า พอเธอเดินเข้าห้องกระจก กลิ่นเหม็นหลบไปตามซอกมุมห้องทันที ระหว่างนั่งคุยสนทนากัน หากมีผู้คนเข้ามาในห้องกระจกมาก กลิ่นเหม็นจะเบาบางลง ผู้คนออกจากห้องกลิ่นเหม็นจะรุนแรงขึ้น นายเก้าสังเกตเห็นช่วงใดที่พี่สาวขยับตัวจนพระเครื่ององค์เล็ก ๆ ที่ห้อยคอทะลักออกนอกเสื้อ กลิ่นเหม็นจะหลบมุม ช่วงใดที่พระเครื่องกลับเข้าไปอยู่ภายในร่มเสื้อกลิ่นเหม็นจะออกจากมุมห้อง ต่อมาพี่สาวได้ก้มตัวไปหยิบหนังสือพิมพ์เก่าใต้โต๊ะมุมห้อง พระเครื่องทะลักออกจากร่มเสื้อไปแตะกองหนังสือพิมพ์เก่า กลิ่นเหม็นได้ฟุ้งออกจากกองหนังสือพิมพ์เก่าผ่านหน้านายเก้าตรงไปเข้าเครื่อง c p u ของชุดคอมพิวเตอร์ซึ่งอยู่ร่วมกัน ๓ ชิ้น ตั้งห่างจากตัวนายเก้าไม่ถึงครึ่งเมตร โดยปกติแม้ยังมิได้ใช้งานพิมพ์คอมพิวเตอร์ ก็จะเสียบไฟติดเครื่องอยู่ตลอดเวลา เมื่อกลิ่นเหม็นเข้าเครื่อง c p u ชุดคอมพิวเตอร์จึงดับไฟหมดใช้การมิได้ เหตุการณ์ดำเนินมาถึงขั้นนี้ นายเก้ารู้แล้วว่า กลิ่นเหม็นนี้คงมิใช่สสารวัตถุในแดนมนุษย์ โดยเข้าใจว่า น้องภรรยาที่ลาโลกมาลงโทษตน เพราะก่อนหน้านี้ ๕ - ๖ เดือน นายแพทย์ตรวจพบว่าน้องภรรยาเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย เธอยังมิได้สมรสมีครอบครัว พี่น้องและหลาน ๆ จึงทำหน้าที่ดูแลรักษาเธอ จนถึงกลางเดือนมิถุนายน นายแพทย์เจ้าของไข้บอกให้ญาติทุกคนทำใจนำตัวเธอออกจากโรงพยาบาลกลับไปรอวาระสุดท้ายที่บ้าน ก่อนเสียชีวิตเธอเกิดอาการเจ็บปวด พี่ชายสั่งให้นำเธอไปโรงพยาบาลเข้าห้อง I c u เพื่อต่อชีวิต นายเก้าได้คัดค้านเต็มที่ ถือว่าโรคร้ายนี้หมดทางรักษาให้หาย การต่อชีวิตกลับเป็นการทรมานกายใจไม่เกิดประโยชน์ เพียงแนะนำให้เพิ่มยาระงับแก้ปวดที่นายแพทย์ให้มาอีก ๒ - ๓ เท่าเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดของเธอ ผลสุดท้ายน้องภรรยาได้สิ้นลมหายใจในวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๔๖ ภรรยาและบุตรทุกคนเดินทางไปช่วยจัดงานศพน้องที่กรุงเทพ เมื่อรู้ว่ากลิ่นเหม็นฉุนจัดเหล่านี้ต้องหลบพระเครื่องของพี่สาวย่อมมิใช่กลิ่นเหม็นในแดนมนุษย์ แต่แปลกใจที่ไม่เหมือนกลิ่นเหม็นซากศพที่เคยพบเห็น จึงโทรทางไกลไปถามภรรยากลางงานศพน้องได้บรรจุยาฆ่าแมลงไว้ในโลงศพน้องหรือเปล่า ? คำตอบหรือเปล่า / ตัวนายเก้ายังเชื่อสนิทใจว่า น้องภรรยามาลงโทษ จึงยอมก้มหน้ารับโทษทนดมกลิ่นเหม็นตลอดทั้งวัน และรุ่งเช้าทำบุญใส่บาตรไปให้น้องภรรยา เย็นวันนั้นเวลา ๑๘.๐๐ น.ปิดร้านค้าข้าวสาร นายเก้านั่งทำงานในห้องกระจกเพียงลำพังคนเดียว กลิ่นเหม็นรุนแรงขึ้น ทันใดนั้นมีไอเย็นฟุ้งออกจากเครื่อง c p u ของชุดคอมพิวเตอร์เข้าปะทะแขนซ้ายนายเก้า ซึ่งนั่งห่างจากตัวเครื่องเพียงเล็กน้อย ขณะเดียวกันพระเครื่อง ๓ องค์ที่ห้อยอยู่หน้าอกได้เกิดความอบอุ่นขึ้นอีกครั้งหนึ่งจนสามารถหลอมไอเย็นกลายเป็นความอบอุ่นทั่วร่างกาย โดยที่กลิ่นเหม็นได้เบาบางลงเช่นเดียวกัน วันที่ ๑ กรกฎาคม ยกเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง ๓ ชิ้นออกไปปัดกวาดทำความสะอาดกลางแจ้งหวังกำจัดกลิ่นเหม็นให้ออกจากเครื่องและออกจากห้องกระจก แต่กลิ่นเหม็นยังติดอยู่ในเครื่องตามเดิมแต่เบาบางจางลงมาก เวลา ๑๖.๐๐ น. ทำการประชุมเพลิงน้องภรรยาที่กรุงเทพเรียบร้อย คืนนั้นเหตุการณ์ปกติ
วันที่ ๒ กรกฎาคม ภรรยาโทรมาบอกว่าได้เก็บอัฐิน้องสาวไปลอยอังคารเรียบร้อยแล้ว หวังว่ากลิ่นที่ไม่พึงปรารถนาคงจะหายหมดสิ้นไป เวลา ๑๘ น. ก่อนปิดประตูร้านค้า ภายในร้านได้เปิดไฟนิออนด์ ๕ ดวง ภายในห้องกระจกได้เปิดไฟนิออนด์ ๒ ดวงและเปิดโทรทัศน์พร้อมแอร์ในห้อง พอปิดประตูร้านค้าเสร็จ เหลือนายเก้าเพียงลำพังคนเดียวจะเดินเข้าห้องกระจก มีผีเสื้อสีดำตัวประมาณ ๒ - ๓ นิ้วบินจากไหนไม่รู้มาวนเวียนอยู่แถวหน้าหัวเข่าคล้ายกับห้ามมิให้เปิดประตูเข้าห้องกระจก สร้างความรำคาญ นายเก้า เปิดประตูแล้วหยิบปฎิทินตั้งโต๊ะมาปัดไล่ผีเสื้อสีดำให้พ้นทาง เดินเข้าห้องหันหลังปิดประตู ทันใดนั้นกลิ่นเหม็นเต็มห้องพร้อมไฟนิออนด์ในห้อง ๒ ดวงได้ดับลงทันที ในขณะที่ไฟนิออนด์นอกห้อง ๕ ดวงและแอร์โทรทัศน์ในห้องยังทำงานได้ตามปกติ สร้างความตกใจให้นายเก้ามาก จึงร้องเสียงดังเหมือนฟ้าผ่าว่า เล่นแรงขนาดนี้หรือ พร้อมควักพวงพระเครื่อง ๓ องค์ออกมานอกเสื้อเพื่อป้องกันตัวเตรียมต่อสู้เต็มที่ กลิ่นเหม็นกลับเข้าเครื่อง c p u ไฟนิออนด์ ๒ ดวงที่ดับติดแสงสว่างขึ้นตามเดิม ผีเสื้อสีดำไม่รู้บินไปไหน นายเก้าแข็งใจนั่งทำงานต่อหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์จนเรียบร้อย จึงกลับเข้าห้องพัก เหตุการณ์ดำเนินมาถึงขั้นตอนนี้ นายเก้าเชื่อแน่ว่ากลิ่นนเหม็นเหล่านี้คงไม่เกี่ยวกับน้องภรรยาที่เสียชีวิตแน่นอน
รุ่งเช้าเชลล์แมนประจำร้านมาขับรถยนต์ออกจากร้านเพื่อไปประกอบธุรกิจค้าขายเหมือนทุกวันที่ผ่านมาทำเป็นประจำ ปรากฎว่ากลิ่นเหม็นส่วนหนึ่งได้เข้าไปอยู่ในตัวรถข้างคนขับจนขนลุกทั้งตัว ทั้ง ๆ ที่ภายในรถยนต์คันดังกล่าวมีปฎิทินพิมพ์ภาพพระรูปดังและเหรียญพระรับแจกจากงานศพอยู่ ๒ เหรียญ แต่กลิ่นเหม็นก็ไม่หลบเหมือนพระเครื่องของนายเก้าและพี่สาว เมื่อได้รับรายงานจากเซลล์แมน นายเก้าสั่งให้นำรถยนต์จอดไว้กลางแจ้งปิดแอร์เปิดประตูรับแสงอาทิตย์ให้เต็มที่ เมื่อพบกับแสงแดดจ้า ๆ กลิ่นเหม็นจึงกระจายออกจากรถยนต์คันดังกล่าว
หลังจากปล่อยให้กลิ่นเหม็นยึดครองห้องกระจกสำนักงานและยอมก้มหน้าทนดมกลิ่นเหม็นอยู่ ๓ วันเต็ม ๆ แม้เช้าวันนี้กลิ่นเหม็นส่วนหนึ่งจะย้ายไปอยู่รถยนต์จำหน่ายสินค้าของร้านและถูกกำจัดโดยแสงอาทิตย์แล้วก็ตาม ส่วนที่ยังสถิตย์อยู่ในชุดเครื่องคอมพิวเตอร์ยังยึดครองห้องสำนักงานอยู่ เช้าวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๔๖ นายเก้าได้อัญเชิญพระบูชาประจำบ้านพักมาประทับบนเครื่อง c p u ของชุดคอมพิวเตอร์ กลิ่นเหม็นได้หลบออกจากที่สถิตย์ ย้ายไปเข้าเครื่องสำรองไฟ u p s ซึ่งตั้งเรียงติดกัน นายเก้า เลยย้ายพระบูชาประจำบ้านมาประทับเผชิญหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง ๓ ชิ้น ควบคุมอยู่นานหลายวัน กลิ่นเหม็นหลบลงรูใต้ฐานสำรองไฟ u p s ไปหลอมติดอยู่หน้าโต๊ะตั้งรองรับชุดคอมพิวเตอร์ และไม่สามารถเคลื่อนไหวต่อไป แต่กลิ่นยังฉุนจัดติดหน้าโต๊ะและไม่สิ้นฤทธิ์
เช้าวันที่ ๓ กรกฎาคม หลังจากกลิ่นเหม็นถูกพระบูชาควบคุมอยู่กับที่เคลื่อนไหวมิได้แล้ว ภรรยานายเก้าเดินทางจากกรุงเทพ ฯ กลับถึงบ้าน ประมาณ ๑๐ น. ร้องว่ากลิ่นเหม็นเช่นนี้จะทนอยู่ได้อย่างใด พูดจบจะเดินเข้าบ้านพักได้สดุดขาตนเองล้มเป็นครั้งที่ ๑ เจ็บไม่มาก เช้ามืดวันที่ ๔ ลุกจากบ้านพักมาเอากุญแจรถยนต์ที่ห้องกระจกหกล้มเป็นครั้งที่ ๒ เจ็บมากกว่าครั้งที่ ๑ เช้าวันที่ ๕ หกล้มในห้องน้ำอีกเป็นครั้งที่ ๓ คราวนี้บาดเจ็บกึ่งสาหัส จนต้องรีบไปหาพระเครื่องมาห้อยคอป้องกันตัว และนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปปรึกษาหลวงพ่อแจ้งแห่งวัดพุฒาราม ท่านนั่งทางในดูแล้วบอกว่า สถานที่ตั้งร้านค้าข้าวสาร ๓ คูหาพร้อมสำนักงานห้องกระจก มิได้ตั้งศาลพระภูมิเจ้าที่หรือพระบูชาใด ๆ ส่วนศาลเจ้าและพระบูชาที่ตั้งในบ้านพัก ท่านได้ให้ความคุ้มครองเฉพาะบริเวณบ้านพักเท่านั้น เจ้าที่เจ้าธรณีประจำร้านค้า ๓ คูหา ต้านทานกลิ่นเหม็นร้ายฉุนจัดเหล่านี้ไม่ไหว จึงเข้ามาเต็มห้องกระจก ตัวนายเก้าจิตแข็งและห้อยพระเครื่องคุ้มครองเป็นประจำจึงปลอดภัย การใช้สถานที่แห่งนี้ทำการค้าขายมากว่า ๒๐ ปี โดยไม่เคยทำบุญบ้าน ควรทำบุญบ้านเลี้ยงพระให้เป็นศิริมงคลสักครั้ง ครอบครัวนายเก้าได้จัดงานทำบุญบ้าน เลี้ยงพระตามที่หลวงพ่อแนะนำในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๔๖ ไปเป็นที่เรียบร้อย
วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๔๖ หลังจากภรรยาหกล้มเป็นครั้งที่ ๓ นายเก้าได้สั่งย้ายชุดเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง ๓ ชิ้นออกจากร้านค้าไปไกล ๆ ช่างซ่อมเครื่องตรวจสอบแล้วปรากฏ ว่า จอภาพและเครื่อง c p u ยังใช้งานได้ตามปกติ ส่วนสายไฟฟ้าภายในเครื่องสำรองไฟ u p s หลอมละลายหมดเหลือเพียงเส้นลวดล้วน ๆ ติดกลิ่นเหม็นยางไหม้เล็กน้อยอยู่ภายในกล่องเหล็กเครื่อง u p s ส่วนกลิ่นเหม็นยาฆ่าแมลงฉุนจัดหลอมละลายติดอยู่หน้าโต๊ะรองรับชุดคอมพิวเตอร์มีรอยเรอะเหมือนทำน้ำกาแฟหก ติดหน้าโต๊ะเช็ดถูไม่ออก จำต้องนำไปพึ่งแสงแดดกลางแจ้งอาศัยแสงอาทิตย์จ้า ๆ กำจัดกลิ่นให้หมดสิ้นไปได้ในที่สุด ตอนยังมิได้ขนย้ายชุดเครื่องคอมพิวเตอร์ออกจากบ้าน ภรรยาหกล้มได้ทุกวันไม่มีเว้น หลังจากขนย้ายเครื่องคอมฟิวเตอร์พร้อมโต๊ะออกจากบ้านและเลี้ยงพระทำบุญบ้านในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๔๖ตามพระท่านแนะนำแล้ว เหตุการณ์ทุกสิ่งทุกอย่างจึงกลับเข้าสู่ปกติเรียบร้อย ส่วนชุดคอมพิวเตอร์พร้อมโต๊ะรองรับที่กลิ่นเหม็นหลอมติดอยู่นั้น ได้ยกไปถวายวัดศรีนวล จังหวัดขอนแก่น ให้พระ-เณรนำไปศึกษาเล่าเรียน ..
สถาน ที่ตั้งร้านค้าข้าวสารของนายเก้าตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ จังหวัดขอนแก่น หน้ากว้าง ๑๒ เมตร ลึก ๒๔ เมตร ด้านหน้าเปิดประตู ๓ บาน ห้องกระจกขนาด ๔ x ๘ เมตรภายในอาคารเป็นสำนักงาน เวลากลางคืนและวันหยุดทำการค้าขายจะไม่มีคนอยู่ในร้านข้าวสารเลย จึงไม่เข้าใจว่ากลิ่นเหม็นยาฆ่าแมลงฉุนจัดเหล่านี้มาจากไหน
หลังเปิดร้านทำการค้าขาย คนงานมาพร้อม จึงให้ทุกคนช่วยทำความสะอาดและสืบหาแหล่งที่มาของกลิ่นเหม็น แต่ไม่พบ ปัดกวาดเช็ดถูทั่วห้องอย่างใด กลิ่นเหม็นนั้นยังวนเวียนอยู่ภายในห้องกระจกไม่ยอมไปไหน ได้นำกระปุกน้ำหอมดับกลิ่นในรถยนต์ ๒ กระปุกมาเปิดหวังดับกลิ่นเหม็น โดยเปิดแอร์และพัดลมช่วยขับไล่อีกแรงหนึ่ง ได้ผลตรงกันข้าม กลิ่นหอม ๒ กระปุกกลับกลายเป็นกลิ่นเหม็นทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จนต้องรีบยกกระปุกกลิ่นหอมออกจากห้องกระจกทันที
เวลาประมาณ ๑๐ น. พี่สาวได้มาเยี่ยมนายเก้า พอเธอเดินเข้าห้องกระจก กลิ่นเหม็นหลบไปตามซอกมุมห้องทันที ระหว่างนั่งคุยสนทนากัน หากมีผู้คนเข้ามาในห้องกระจกมาก กลิ่นเหม็นจะเบาบางลง ผู้คนออกจากห้องกลิ่นเหม็นจะรุนแรงขึ้น นายเก้าสังเกตเห็นช่วงใดที่พี่สาวขยับตัวจนพระเครื่ององค์เล็ก ๆ ที่ห้อยคอทะลักออกนอกเสื้อ กลิ่นเหม็นจะหลบมุม ช่วงใดที่พระเครื่องกลับเข้าไปอยู่ภายในร่มเสื้อกลิ่นเหม็นจะออกจากมุมห้อง ต่อมาพี่สาวได้ก้มตัวไปหยิบหนังสือพิมพ์เก่าใต้โต๊ะมุมห้อง พระเครื่องทะลักออกจากร่มเสื้อไปแตะกองหนังสือพิมพ์เก่า กลิ่นเหม็นได้ฟุ้งออกจากกองหนังสือพิมพ์เก่าผ่านหน้านายเก้าตรงไปเข้าเครื่อง c p u ของชุดคอมพิวเตอร์ซึ่งอยู่ร่วมกัน ๓ ชิ้น ตั้งห่างจากตัวนายเก้าไม่ถึงครึ่งเมตร โดยปกติแม้ยังมิได้ใช้งานพิมพ์คอมพิวเตอร์ ก็จะเสียบไฟติดเครื่องอยู่ตลอดเวลา เมื่อกลิ่นเหม็นเข้าเครื่อง c p u ชุดคอมพิวเตอร์จึงดับไฟหมดใช้การมิได้ เหตุการณ์ดำเนินมาถึงขั้นนี้ นายเก้ารู้แล้วว่า กลิ่นเหม็นนี้คงมิใช่สสารวัตถุในแดนมนุษย์ โดยเข้าใจว่า น้องภรรยาที่ลาโลกมาลงโทษตน เพราะก่อนหน้านี้ ๕ - ๖ เดือน นายแพทย์ตรวจพบว่าน้องภรรยาเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย เธอยังมิได้สมรสมีครอบครัว พี่น้องและหลาน ๆ จึงทำหน้าที่ดูแลรักษาเธอ จนถึงกลางเดือนมิถุนายน นายแพทย์เจ้าของไข้บอกให้ญาติทุกคนทำใจนำตัวเธอออกจากโรงพยาบาลกลับไปรอวาระสุดท้ายที่บ้าน ก่อนเสียชีวิตเธอเกิดอาการเจ็บปวด พี่ชายสั่งให้นำเธอไปโรงพยาบาลเข้าห้อง I c u เพื่อต่อชีวิต นายเก้าได้คัดค้านเต็มที่ ถือว่าโรคร้ายนี้หมดทางรักษาให้หาย การต่อชีวิตกลับเป็นการทรมานกายใจไม่เกิดประโยชน์ เพียงแนะนำให้เพิ่มยาระงับแก้ปวดที่นายแพทย์ให้มาอีก ๒ - ๓ เท่าเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดของเธอ ผลสุดท้ายน้องภรรยาได้สิ้นลมหายใจในวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๔๖ ภรรยาและบุตรทุกคนเดินทางไปช่วยจัดงานศพน้องที่กรุงเทพ เมื่อรู้ว่ากลิ่นเหม็นฉุนจัดเหล่านี้ต้องหลบพระเครื่องของพี่สาวย่อมมิใช่กลิ่นเหม็นในแดนมนุษย์ แต่แปลกใจที่ไม่เหมือนกลิ่นเหม็นซากศพที่เคยพบเห็น จึงโทรทางไกลไปถามภรรยากลางงานศพน้องได้บรรจุยาฆ่าแมลงไว้ในโลงศพน้องหรือเปล่า ? คำตอบหรือเปล่า / ตัวนายเก้ายังเชื่อสนิทใจว่า น้องภรรยามาลงโทษ จึงยอมก้มหน้ารับโทษทนดมกลิ่นเหม็นตลอดทั้งวัน และรุ่งเช้าทำบุญใส่บาตรไปให้น้องภรรยา เย็นวันนั้นเวลา ๑๘.๐๐ น.ปิดร้านค้าข้าวสาร นายเก้านั่งทำงานในห้องกระจกเพียงลำพังคนเดียว กลิ่นเหม็นรุนแรงขึ้น ทันใดนั้นมีไอเย็นฟุ้งออกจากเครื่อง c p u ของชุดคอมพิวเตอร์เข้าปะทะแขนซ้ายนายเก้า ซึ่งนั่งห่างจากตัวเครื่องเพียงเล็กน้อย ขณะเดียวกันพระเครื่อง ๓ องค์ที่ห้อยอยู่หน้าอกได้เกิดความอบอุ่นขึ้นอีกครั้งหนึ่งจนสามารถหลอมไอเย็นกลายเป็นความอบอุ่นทั่วร่างกาย โดยที่กลิ่นเหม็นได้เบาบางลงเช่นเดียวกัน วันที่ ๑ กรกฎาคม ยกเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง ๓ ชิ้นออกไปปัดกวาดทำความสะอาดกลางแจ้งหวังกำจัดกลิ่นเหม็นให้ออกจากเครื่องและออกจากห้องกระจก แต่กลิ่นเหม็นยังติดอยู่ในเครื่องตามเดิมแต่เบาบางจางลงมาก เวลา ๑๖.๐๐ น. ทำการประชุมเพลิงน้องภรรยาที่กรุงเทพเรียบร้อย คืนนั้นเหตุการณ์ปกติ
วันที่ ๒ กรกฎาคม ภรรยาโทรมาบอกว่าได้เก็บอัฐิน้องสาวไปลอยอังคารเรียบร้อยแล้ว หวังว่ากลิ่นที่ไม่พึงปรารถนาคงจะหายหมดสิ้นไป เวลา ๑๘ น. ก่อนปิดประตูร้านค้า ภายในร้านได้เปิดไฟนิออนด์ ๕ ดวง ภายในห้องกระจกได้เปิดไฟนิออนด์ ๒ ดวงและเปิดโทรทัศน์พร้อมแอร์ในห้อง พอปิดประตูร้านค้าเสร็จ เหลือนายเก้าเพียงลำพังคนเดียวจะเดินเข้าห้องกระจก มีผีเสื้อสีดำตัวประมาณ ๒ - ๓ นิ้วบินจากไหนไม่รู้มาวนเวียนอยู่แถวหน้าหัวเข่าคล้ายกับห้ามมิให้เปิดประตูเข้าห้องกระจก สร้างความรำคาญ นายเก้า เปิดประตูแล้วหยิบปฎิทินตั้งโต๊ะมาปัดไล่ผีเสื้อสีดำให้พ้นทาง เดินเข้าห้องหันหลังปิดประตู ทันใดนั้นกลิ่นเหม็นเต็มห้องพร้อมไฟนิออนด์ในห้อง ๒ ดวงได้ดับลงทันที ในขณะที่ไฟนิออนด์นอกห้อง ๕ ดวงและแอร์โทรทัศน์ในห้องยังทำงานได้ตามปกติ สร้างความตกใจให้นายเก้ามาก จึงร้องเสียงดังเหมือนฟ้าผ่าว่า เล่นแรงขนาดนี้หรือ พร้อมควักพวงพระเครื่อง ๓ องค์ออกมานอกเสื้อเพื่อป้องกันตัวเตรียมต่อสู้เต็มที่ กลิ่นเหม็นกลับเข้าเครื่อง c p u ไฟนิออนด์ ๒ ดวงที่ดับติดแสงสว่างขึ้นตามเดิม ผีเสื้อสีดำไม่รู้บินไปไหน นายเก้าแข็งใจนั่งทำงานต่อหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์จนเรียบร้อย จึงกลับเข้าห้องพัก เหตุการณ์ดำเนินมาถึงขั้นตอนนี้ นายเก้าเชื่อแน่ว่ากลิ่นนเหม็นเหล่านี้คงไม่เกี่ยวกับน้องภรรยาที่เสียชีวิตแน่นอน
รุ่งเช้าเชลล์แมนประจำร้านมาขับรถยนต์ออกจากร้านเพื่อไปประกอบธุรกิจค้าขายเหมือนทุกวันที่ผ่านมาทำเป็นประจำ ปรากฎว่ากลิ่นเหม็นส่วนหนึ่งได้เข้าไปอยู่ในตัวรถข้างคนขับจนขนลุกทั้งตัว ทั้ง ๆ ที่ภายในรถยนต์คันดังกล่าวมีปฎิทินพิมพ์ภาพพระรูปดังและเหรียญพระรับแจกจากงานศพอยู่ ๒ เหรียญ แต่กลิ่นเหม็นก็ไม่หลบเหมือนพระเครื่องของนายเก้าและพี่สาว เมื่อได้รับรายงานจากเซลล์แมน นายเก้าสั่งให้นำรถยนต์จอดไว้กลางแจ้งปิดแอร์เปิดประตูรับแสงอาทิตย์ให้เต็มที่ เมื่อพบกับแสงแดดจ้า ๆ กลิ่นเหม็นจึงกระจายออกจากรถยนต์คันดังกล่าว
หลังจากปล่อยให้กลิ่นเหม็นยึดครองห้องกระจกสำนักงานและยอมก้มหน้าทนดมกลิ่นเหม็นอยู่ ๓ วันเต็ม ๆ แม้เช้าวันนี้กลิ่นเหม็นส่วนหนึ่งจะย้ายไปอยู่รถยนต์จำหน่ายสินค้าของร้านและถูกกำจัดโดยแสงอาทิตย์แล้วก็ตาม ส่วนที่ยังสถิตย์อยู่ในชุดเครื่องคอมพิวเตอร์ยังยึดครองห้องสำนักงานอยู่ เช้าวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๔๖ นายเก้าได้อัญเชิญพระบูชาประจำบ้านพักมาประทับบนเครื่อง c p u ของชุดคอมพิวเตอร์ กลิ่นเหม็นได้หลบออกจากที่สถิตย์ ย้ายไปเข้าเครื่องสำรองไฟ u p s ซึ่งตั้งเรียงติดกัน นายเก้า เลยย้ายพระบูชาประจำบ้านมาประทับเผชิญหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง ๓ ชิ้น ควบคุมอยู่นานหลายวัน กลิ่นเหม็นหลบลงรูใต้ฐานสำรองไฟ u p s ไปหลอมติดอยู่หน้าโต๊ะตั้งรองรับชุดคอมพิวเตอร์ และไม่สามารถเคลื่อนไหวต่อไป แต่กลิ่นยังฉุนจัดติดหน้าโต๊ะและไม่สิ้นฤทธิ์
เช้าวันที่ ๓ กรกฎาคม หลังจากกลิ่นเหม็นถูกพระบูชาควบคุมอยู่กับที่เคลื่อนไหวมิได้แล้ว ภรรยานายเก้าเดินทางจากกรุงเทพ ฯ กลับถึงบ้าน ประมาณ ๑๐ น. ร้องว่ากลิ่นเหม็นเช่นนี้จะทนอยู่ได้อย่างใด พูดจบจะเดินเข้าบ้านพักได้สดุดขาตนเองล้มเป็นครั้งที่ ๑ เจ็บไม่มาก เช้ามืดวันที่ ๔ ลุกจากบ้านพักมาเอากุญแจรถยนต์ที่ห้องกระจกหกล้มเป็นครั้งที่ ๒ เจ็บมากกว่าครั้งที่ ๑ เช้าวันที่ ๕ หกล้มในห้องน้ำอีกเป็นครั้งที่ ๓ คราวนี้บาดเจ็บกึ่งสาหัส จนต้องรีบไปหาพระเครื่องมาห้อยคอป้องกันตัว และนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปปรึกษาหลวงพ่อแจ้งแห่งวัดพุฒาราม ท่านนั่งทางในดูแล้วบอกว่า สถานที่ตั้งร้านค้าข้าวสาร ๓ คูหาพร้อมสำนักงานห้องกระจก มิได้ตั้งศาลพระภูมิเจ้าที่หรือพระบูชาใด ๆ ส่วนศาลเจ้าและพระบูชาที่ตั้งในบ้านพัก ท่านได้ให้ความคุ้มครองเฉพาะบริเวณบ้านพักเท่านั้น เจ้าที่เจ้าธรณีประจำร้านค้า ๓ คูหา ต้านทานกลิ่นเหม็นร้ายฉุนจัดเหล่านี้ไม่ไหว จึงเข้ามาเต็มห้องกระจก ตัวนายเก้าจิตแข็งและห้อยพระเครื่องคุ้มครองเป็นประจำจึงปลอดภัย การใช้สถานที่แห่งนี้ทำการค้าขายมากว่า ๒๐ ปี โดยไม่เคยทำบุญบ้าน ควรทำบุญบ้านเลี้ยงพระให้เป็นศิริมงคลสักครั้ง ครอบครัวนายเก้าได้จัดงานทำบุญบ้าน เลี้ยงพระตามที่หลวงพ่อแนะนำในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๔๖ ไปเป็นที่เรียบร้อย
วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๔๖ หลังจากภรรยาหกล้มเป็นครั้งที่ ๓ นายเก้าได้สั่งย้ายชุดเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง ๓ ชิ้นออกจากร้านค้าไปไกล ๆ ช่างซ่อมเครื่องตรวจสอบแล้วปรากฏ ว่า จอภาพและเครื่อง c p u ยังใช้งานได้ตามปกติ ส่วนสายไฟฟ้าภายในเครื่องสำรองไฟ u p s หลอมละลายหมดเหลือเพียงเส้นลวดล้วน ๆ ติดกลิ่นเหม็นยางไหม้เล็กน้อยอยู่ภายในกล่องเหล็กเครื่อง u p s ส่วนกลิ่นเหม็นยาฆ่าแมลงฉุนจัดหลอมละลายติดอยู่หน้าโต๊ะรองรับชุดคอมพิวเตอร์มีรอยเรอะเหมือนทำน้ำกาแฟหก ติดหน้าโต๊ะเช็ดถูไม่ออก จำต้องนำไปพึ่งแสงแดดกลางแจ้งอาศัยแสงอาทิตย์จ้า ๆ กำจัดกลิ่นให้หมดสิ้นไปได้ในที่สุด ตอนยังมิได้ขนย้ายชุดเครื่องคอมพิวเตอร์ออกจากบ้าน ภรรยาหกล้มได้ทุกวันไม่มีเว้น หลังจากขนย้ายเครื่องคอมฟิวเตอร์พร้อมโต๊ะออกจากบ้านและเลี้ยงพระทำบุญบ้านในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๔๖ตามพระท่านแนะนำแล้ว เหตุการณ์ทุกสิ่งทุกอย่างจึงกลับเข้าสู่ปกติเรียบร้อย ส่วนชุดคอมพิวเตอร์พร้อมโต๊ะรองรับที่กลิ่นเหม็นหลอมติดอยู่นั้น ได้ยกไปถวายวัดศรีนวล จังหวัดขอนแก่น ให้พระ-เณรนำไปศึกษาเล่าเรียน ..