PDA

View Full Version : สร้างพระ"สีวลี"และยก"ฉัตร์"ต้อนรับตรุษจีน


พสภัธ
06-01-2006, 04:30 PM
เนื่องจากข้าพเจ้าและครอบครัวได้เป็นเจ้าภาพสร้างพระ"สีวลี"ที่สำนักสงฆ์บ่อเงินบ่อทองในวันตรุษจีนที่29/1/2549 และจะมีพิธี"ยกฉัตร์"และอันเชิญ"พระสีวลี"ขึ้นประดิษฐานที่พระแท่นเพื่อเป็นสังฆบูชาและเป็นอนุสติแก่ผู้มาทำบุญทั้งหลาย
จึงขอเรียนเชิญทุกๆท่านไปรวมทำบุญใหญ่ต้อนรับวันตรุษจีนในวันที่29 ม.ค 2549นี้เพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์พูลสุขเทอญ.....
"พระสีวลี"หลือ"พระฉิมพลี"ตำแหน่งเอตทัคคะ "พระอรหันต์ผู้มีลาภมาก" พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้แต่งตั้งด้วยพระองค์เอง ผ่านการทดลอง"บุญบารมีด้านลาภ" ถึง ๘ ครั้งใหญ่ๆ

นะ ชาลีติ ฉิมพาลี จะ มหาเถโร

สุวรรณะ มามา โภชนะ มามา วัตถุวัตถา มามา







พลาพลัง มามา โภคะ มามา มหาลาโภ มามาสัพเพ ชะนา พะหู ชะนา ภะวันตุเม(ให้ฅนอื่น"เต")













ปัจจัยที่ทุกท่านร่ามทำบุญในวันยกฉัตร์จะนำไปเป็นค้าอาหารพระเณรและจะนำไปสร้างโรงเรียนที่พักสงฆ์ทั้งหมด....สัพเพชะนา พะหูชะนา ภะวันตุเต
ขอความเมตตาช่วยต่อชีวิต พระเณร (http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=21733)




ประวัติพระสีวลีเถระ



http://www.sanghathan.co.uk/index_files/dhamma_g_files/image004.gif




พระสีวลีเถระ เป็นพระมหาเถระที่มีประวัติค่อนข้างแปลกไปกว่าพระมหาเถระองค์อื่น ๆ ท่านต้องอยู่ในครรภ์พระมารดาอยู่ถึง ๗ ปี กับอีก ๗ วัน ด้วยอำนาจบุรพกรรมตามมาส่งผล และพระพุทธองค์ทรงยกย่องให้เป็นตำแหน่งเอตทัคคะในบรรดาภิกษุผู้เลิศด้วยลาภ และเลิศด้วยยศทั้งหลาย ในศาสนาของพระองค์ แม้พระมารดาคือ พระนางสุปฺปวาสา ผู้เป็นราชบุตรีของเจ้าโกลิยะ.ก็ทรงเป็นเอตทัคคะผู้กว่าพระสาวิกาทั้งหลายผู้ถวายสิ่งของอันประณีต การที่พระพุทธองค์ได้ทรงยกย่องท่านในตำแหน่งเอตทัคคะดังกล่าวก็เป็นไปตามความปรารถนาของท่านมาแต่ในอดีต

ความปรารถนาในอดีต

ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ ในครั้งนั้น ท่านได้เกิดเป็นกษัตริย์ในพระนครหงสวดี ได้ยินพระพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้งสาวกของพระองค์ชื่อสุทัสสนะ ไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะผู้มีลาภมาก ดังนั้น ทรงปรารถนาในตำแหน่งนั้นบ้าง จึงได้นิมนต์ พระชินสีห์พร้อมทั้งพระสาวก ให้เสวยและฉันถึง ๗ วัน ครั้น ถวายมหาทานแล้วก็ได้ตั้งความปรารถนาว่า ขอให้ท่านเป็นเอตทัคคะผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้มีลาภในอนาคตกาล.พระปทุมุตตระบรมศาสดา จึงทรงพยากรณ์ว่าความปรารถนาของท่านนี้จะสำเร็จในกัปที่แสนแต่กัปนี้ไป ท่านจะบังเกิดในนาม สีวลี ได้บวชในสำนักของพระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่าโคตมะ ซึ่งสมภพในวงศ์ของพระโอกกากราช ดังนี้แล้ว เสด็จหลีกไป
ต่อจากนั้น ท่านก็กระทำกุศลจนตลอดชีวิต ครั้นสิ้นชีวิตแล้วก็ท่องเที่ยวไปกำเนิดในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ครั้นในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ ในกาลของพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า วิปัสสี ท่านได้ถือปฏิสนธิในหมู่บ้านแห่งหนึ่งไม่ไกลพระนครพันธุมดี ในสมัยนั้น ท่านเป็นคนโปรดปรานของสกุลหนึ่งในพระนคร และเป็นคนที่หมั่นขยันขวนขวายในกิจการงาน
สมัยหนึ่งหลังจากที่พระบรมศาสดาเสด็จเที่ยวจาริกไปในชนบท กลับมาสู่พระนครพันธุมดี ครั้งนั้น พระเจ้าพันธุมะซึ่งเป็นพุทธบิดา ได้ทรงเตรียมอาคันตุกทาน เพื่อภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ทรงปรารถนาจะทำมหาทานแข่งกับชาวเมือง ในวันใดที่พระราชาเป็นผู้ถวายทาน เหล่ามหาชนก็จะสังเกตดู และในวันรุ่งขึ้นก็จะเตรียมทานให้ยิ่งกว่านั้น และในวันถัดไป พระราชาก็จะถวายให้ยิ่งขึ้นไปอีก จนกระทั่งถึงวันที่ ๖ ซึ่งเป็นวันของชาวเมือง ชาวเมืองเหล่านั้นทั้งหมดได้จัดเตรียมสิ่งของไว้ทุกสิ่ง โดยตั้งใจจะไม่ให้มีสิ่งใดที่ขาดแม้สักสิ่งเดียว จึงได้ตรวจดูทานที่ตนได้เตรียมไว้ก็ไม่เห็นน้ำผึ้งสด มีเพียงน้ำผึ้งที่เคี่ยวแล้ว ชนเหล่านั้นจึงให้คนถือเอาทรัพย์คนละ ๑ พันกหาปนะแล้วส่งไปเฝ้ายังประตูพระนครทั้ง ๔ เพื่อขอซื้อจากผู้ที่มาจากชนบทนอกพระนคร
ในวันนั้นเอง ท่านเดินทางเข้ายังพระนครด้วยปรารถนาจะเยี่ยมนายบ้าน ในระหว่างทางท่านเห็นรวงผึ้งที่ปราศจากตัวอ่อน ขนาดเท่างอนไถ จึงไล่ตัวผึ้งให้หนีไป แล้วตัดกิ่งไม้ถือรวงผึ้ง ด้วยตั้งใจว่าจะนำไปให้แก่นายบ้าน ฝ่ายผู้ที่ชาวเมืองมอบเงินไปเพื่อหาซื้อน้ำผึ้ง พบท่านถือรวงผึ้งสดเข้ามาจึงขอซื้อในราคาหนึ่งกหาปนะ
ท่านเกิดความคิดว่า ธรรมดารวงผึ้งนี้ย่อมไม่ถึงค่าน้อยกว่าหนึ่งกหาปนะมาก แต่บุรุษนี้ให้ทรัพย์กหาปณะหนึ่ง เห็นจะมีเหตุเบื้องหลังอยู่ จึงตอบปฏิเสธไป บุรุษนั้นจึงขึ้นราคาให้เป็นสองกหาปนะ ท่านก็ยังปฏิเสธอีก บุรุษนั้นก็ขึ้นราคาไปเรื่อย ๆ จนถึงพันกหาปนะ
ท่านได้พิจารณาเห็นเป็นเรื่องผิดปกติมากที่ขอซื้อรวงผึ้งสดด้วยราคาถึงพันกหาปนะ จึงได้สอบถามถึงเหตุผล บุรุษผู้นั้นจึงให้เหตุผลว่า พวกชาวพระนครได้ตระเตรียมมหาทาน เพื่อถวายพระวิปัสสีสัมมาสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีสมณะ ๖ ล้าน ๘ แสนเป็นบริวาร ในมหาทานนั้นยัง ไม่มีน้ำผึ้งดิบอย่างเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้น เขาจึงขอซื้อ ในราคาเช่นนั้น.
ท่านเห็นเป็นโอกาสที่จะได้ทำบุญอันยิ่งใหญ่ จึงขอมีส่วนร่วมในมหาทานนั้น บุรุษนั้นไปบอกเนื้อความแก่ชาวเมือง. ชาวเมืองทราบในศรัทธาของเขาจึงอนุโมทนา ท่านจึงได้เอากหาปณะที่ตนเก็บไว้เพื่อเสบียงเดินทางจากบ้านไปซื้อเครื่องเทศ ๕ อย่างแล้ว ทำให้ป่น นำเอาน้ำส้มมาจากนมส้มแล้ว คั้นรังผึ้งลงในนั้น ปรุงด้วยจุณเครื่องเทศ ๕ อย่างแล้ว ใส่ลงในบัวตระเตรียมสิ่งนั้นเรียบร้อยแล้ว ถือไปนั่งในที่ไม่ไกลพระทศพล เมื่อมหาชนเป็นอันมากนำเอาสักการะไป เขามองดูวาระที่จะถึงแก่ตนในลำดับ รู้ช่องทางแล้วจึงเข้าเฝ้าพระศาสดา กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สักการะอันยากไร้นี้เป็นของข้าพระองค์ ขอพระองค์โปรดอาศัยความอนุเคราะห์ข้าพระองค์ รับสักการะนี้เถิด พระศาสดาทรงอนุเคราะห์เขา ทรงรับสักการะนั้นด้วยบาตรศิลา อันท้าวมหาราชทั้ง ๔ ถวายแล้ว ได้ทรงอธิษฐานให้ไทยธรรมที่ถวายเพียงพอแก่ภิกษุ ๖,๘๐๐,๐๐๐ รูป ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า.น้ำผึ้งนั้นก็มีเพียงพอแก่พระสาวกทั้งสิ้น
ครั้นแล้วท่านถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้กระทำภัตกิจ เสร็จแล้วยืนอยู่ ณ ส่วนข้างหนึ่ง กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ ด้วยผลแห่งกรรมนี้ ขอข้าพระองค์ พึงเป็นผู้ถึงความเป็นผู้เลิศด้วยความเป็นผู้มีลาภ ในภพที่เกิดแล้ว ๆ ดังนี้ พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนกุลบุตร ความปรารถนาของท่านจงสำเร็จอย่างนั้น ดังนี้แล้ว ทรงกระทำภัตตานุโมทนาแก่เขาและชาวเมืองแล้วเสด็จหลีกไป.
บุรพกรรมที่นำไปสู่อเวจีและต้องอยู่ในครรภ์พระมารดา ๗ ปี ๗ วัน

เมื่อท่านได้สิ้นอายุในสมัยนั้นแล้ว ท่านก็ได้ไปบังเกิดในเทวโลก ท่องเที่ยวอยู่สิ้นกาลนาน ต่อมาในสมัยหนึ่งท่านได้จุติจากเทวโลก บังเกิดเป็นราชโอรสแห่งพระเจ้ากาสี (อรรถกถาบางแห่งว่า พระเจ้าพรหมทัต) ผู้ครองกรุงพาราณสี ต่อมาพระเจ้าโกศลทรงกรีธากองพลใหญ่มายึดกรุงพาราณสี ทรงปลงพระชนม์พระเจ้ากาสีและได้สถาปนาพระอัครมเหสีของพระราชานั้นให้เป็นอัครมเหสีของพระองค์. ฝ่ายพระราชโอรสของพระเจ้าพาราณสี ในเวลาที่พระบิดาถูกปลงพระชนม์ ได้ทรงหนีออกทางประตูระบายน้ำ รวบรวมญาติมิตรและพวกพ้องของพระองค์ไว้เป็นอันเดียวกัน รวมกำลังโดยลำดับแล้วเสด็จมายังกรุงพาราณสี ตั้งค่ายใหญ่ไว้ในที่ไม่ไกล ทรงส่งพระราชสาสน์ถึงพระราชาองค์นั้นว่า จะคืนราชสมบัติหรือจะรบ.
พระมารดาได้สดับสาสน์ของพระราชกุมารแล้ว จึงส่งพระราชสาสน์ลับแนะนำไปว่า จงอย่ามีการต่อสู้ จงตัดขาดการสัญจรทั่วทุกทิศ โดยการล้อมกรุงพาราณสีไว้ พวกคนในกรุงก็จะพากันลำบากเพราะหมด ไม้ น้ำและอาหาร และจะจับพระราชามาถวายเอง พระราชกุมารได้สดับสาสน์ของพระมารดาแล้ว จึงล้อมประตูใหญ่ทั้ง ๔ ด้านไว้ ๗ ปี.แต่การณ์ก็มิได้เป็นอย่างที่ทรงดำริ เนื่องจากพวกคนในกรุงพากันออกทางประตูเล็ก นำเอาไม้และน้ำเป็นต้น มาทำกิจทุกอย่าง.
ครั้นพระมารดาของพระราชกุมารทรงสดับเรื่องนั้นแล้ว จึงส่งพระราชสาสน์ลับถึงพระโอรส ตำหนิพระโอรสว่า ลูกเราโง่เขลาไม่รู้อุบาย จงปิดประตูน้อยล้อมกรุงไว้. พระราชกุมารทรงสดับพระราชสาสน์ของพระมารดา จึงได้ทรงกระทำอย่างนั้นถึง ๗ วัน ชาวพระนครเมื่อออกไปข้างนอกไม่ได้ วันที่ ๗ จึงได้เอาพระเศียรของพระราชานั้นไปมอบแต่พระราชกุมาร พระราชกุมารได้เสด็จเข้ากรุงยึดราชสมบัติ.
ท่านได้กระทำกรรมนี้แล้ว ในกาลที่สุดแห่งอายุ ไปบังเกิดในอเวจี หมกไหม้อยู่ในนรกตราบเท่ามหาปฐพีนี้หนาขึ้นได้ประมาณโยชน์หนึ่ง
เพราะผลกรรมที่ล้อมพระนครไว้ถึง ๗ ปีในครั้งนั้น บัดนี้พระองค์จึงอยู่ในโลหิตกุมภี กล่าวคือพระครรภ์ของมารดา ๗ วัน. แต่เพราะล้อมกรุงไว้ถึง ๗ วันโดยเด็ดขาด จึงถึงความเป็นผู้หลงครรภ์ถึง๗ วัน. ส่วนในอรรถกถาชาดกท่านกล่าวว่า เพราะผลกรรมที่ล้อมกรุงยึดไว้ถึง ๗ วัน. พระองค์จึงอยู่ในโลหิตกุมภีถึง ๗ ปีแล้วถึงความเป็นผู้หลงครรภ์ถึง ๗ วัน. ก็พระองค์เป็นผู้เลิศด้วยลาภเพราะอานุภาพที่ถวายมหาทานแล้วตั้งความปรารถนาที่บาทมูลของพระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ขอเป็นผู้เลิศด้วยลาภ และที่ถวายน้ำอ้อยและนมส้มมีค่า ๑,๐๐๐กหาปณะพร้อมชาวเมือง แล้วได้ตั้งความปรารถนาในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี. ฝ่ายพระนางสุปปวาสา อุ้มครรภ์อยู่ถึง๗ ปี หลงครรภ์อยู่ถึง ๗ วัน เพราะที่ส่งสาสน์ไปว่า พ่อจงล้อมพระนครยึดไว้. พระมารดาและบุตรเหล่านั้น ได้เสวยทุกข์เช่นนี้อันสมควรแก่กรรมของตน ด้วยประการฉะนี้.
กำเนิดในพุทธกาล

ครั้นพ้นจากนรกอเวจีแล้ว ก็เที่ยวเกิดไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย จนถึงสมัยพระพุทธเจ้าของเรานี้ จึงได้ถือปฏิสนธิในครรภ์ของ พระนางสุปปวาสา ราชบุตรีของเจ้าโกลิยะ กษัตริย์พระนครโกลิยะ ซึ่งทรงอภิเษกกับเจ้าศากยวงศ์พระองค์หนึ่ง พระนางนั้นพระบรมศาสดาได้ทรงสถาปนาพระนางไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะเป็นเลิศกว่าพวกอุบาสิกาผู้ถวายของมีรสประณีต และได้ทรงปฏิบัติธรรมจนบรรลุโสดาบันปัตติผล
ด้วยกุศลกรรมแห่งการที่ท่านเป็นผู้เลิศด้วยลาภเพราะอานุภาพที่ถวายมหาทานแล้วตั้งความปรารถนาในสมัยแห่งองค์พระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ขอเป็นผู้เลิศด้วยลาภ และอานิสงส์ที่ถวายน้ำอ้อยและนมส้มมีค่า ๑,๐๐๐กหาปณะพร้อมชาวเมือง แล้วได้ตั้งความปรารถนาในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี.นับแต่วันที่ท่านถือปฏิสนธิ ก็มีคนถือเอาเครื่องบรรณาการมาให้พระนางสุปปวาสา วันละร้อยเล่มเกวียน ทั้งในเวลาเย็นและในเวลาเช้า
ครั้งนั้น คนทั้งหลายด้วยความปรารถนาจะลองบุญนั้น จึงให้นางเอามือจับกระเช้าพืช.พืชแต่ละเมล็ด ผลิตผลออกมาเป็นพืชตั้งร้อยกำ พันกำ พืชที่หว่านลงไปในที่นาแต่ละกรีส (หน่วยวัดที่นาในสมัยพุทธกาล) ก็เกิดผลประมาณ ๕๐ เล่มเกวียนบ้าง ๖๐ เล่มเกวียนบ้าง แม้ในเวลาขนข้าวใส่ยุ้ง คนทั้งหลายก็ให้นางเอามือจับประตูยุ้ง ด้วยบุญของราชธิดาเมื่อมีคนมารับของไป ของที่พร่องไปนั้นก็กลับเต็มเหมือนเดิม เมื่อคนทั้งหลายพูดว่า บุญของราชธิดา แล้วให้ของแก่ใคร ๆ จากภาชนภัตรที่เต็มบริบูรณ์ ภัตรย่อมไม่สิ้นไป จนกว่าจะยกของพ้นจากที่ตั้ง
ด้วยผลกรรมของพระนาง ที่ได้ส่งสาส์นลับไปแนะนำพระราชโอรส ร่วมกับวิบากกรรมของพระโอรสในอดีตที่ได้ล้อมกรุงพาราณสีไว้เป็นเวลาถึง ๗ ปี ทำให้เวลาล่วงไปถึง ๗ ปี.ก็ยังไม่มีพระประสูติกาล
ครั้นเมื่อครบกำหนด ๗ ปีแล้ว ด้วยวิบากกรรมร่วมกันของพระนาง กับ พระโอรสที่ได้ปิดล้อมประตูเล็กของกรุงพาราณสีไว้เป็นเวลา ๗ วัน ทำให้ชาวเมืองไม่สามารถออกจากเมืองมาหาอาหารและสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ได้รับความลำบากมาก ทำให้พระนางเสวยทุกข์หนักตลอด ๗ วัน
พระนางปรารภกับพระสวามีปรารถนาจะถวายทานก่อนที่จะตาย จึงส่งพระสวามีไปเฝ้าพระศาสดาเพื่อไปกราบทูลเรื่องนี้ แล้วนิมนต์พระบรมศาสดา และถ้าพระบรมศาสดาตรัสคำใด ขอให้ตั้งใจจดจำคำนั้นให้ดีแล้วกลับมาบอกพระนาง พระสวามีจึงเดินทางไปแล้วกราบทูลข่าวแด่พระพุทธองค์ พระบรมศาสดาทรงตรัสว่า พระนางสุปปวาสาโกลิยธิดาจงมี ความสุข จงมีความสบาย ไม่มีโรค จงคลอดบุตรที่หาโรคมิได้เถิด พระสวามีได้ยินดังนั้นจึงถวายบังคมพระศาสดา ทรงมุ่งหน้าเสด็จกลับพระราชนิเวศน์
ในเวลาเมื่อพระบรมสุคตตรัสเสร็จ พระกุมารก็คลอดจากพระครรภ์ของพระนางสุปปวาสาอย่างสะดวก เหล่าพระญาติและบริวารที่นั่งล้อมอยู่เริ่มหัวเราะ ทั้งที่หน้านองด้วยน้ำตา มหาชนยินดีแล้ว ร่าเริงแล้ว ได้ไปกราบทูลข่าวที่น่ายินดีแด่พระสวามีที่กำลังเดินทางกลับ พระราชาทรงเห็นอาการของชนเหล่านั้นทรงดำริว่า พระดำรัสที่พระทศพลตรัสเห็นจะเป็นผลแล้ว พระองค์จึงกราบทูลข่าวของพระทศพลนั้นแด่พระราชธิดา พระราชธิดาตรัสให้พระสวามีไปนิมนต์พระทศพล ตลอด ๗ วัน พระสวามีทรงกระทำดังนั้นและได้มีการถวายทานแด่พระภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานตลอด ๗ วัน การประสูติของทารก ได้ดับจิตที่เร่าร้อนของพระประยูรญาติทั้งหมด เพราะฉะนั้น พระประยูรญาติจึงเฉลิมพระนามของกุมารนั้นว่า “สีวลีทารก”
พระสีวลีบวชเมื่อเกิดได้ ๗ วัน

ตั้งแต่เวลาที่ได้เกิดมาแล้ว ทารกนั้นได้เป็นผู้แข็งแรง อดทนได้ในการงานทั้งปวง เพราะค่าที่อยู่ในครรภ์มานานถึง ๗ ปี ครั้นถึงวันที่ ๗ พระนางสุปปวาสาตกแต่งพระสีวลีกุมารผู้โอรส ถวายบังคมพระศาสดา และพระภิกษุสงฆ์ เมื่อพระกุมารถูกนำเข้าไปสักการะพระสารีบุตรเถระเจ้านั้น พระเถระเจ้าได้กระทำปฏิสันถารกับเธอว่า สีวลี เธอยังจะพอทนได้หรือ ? สีวลีกุมาร ได้ตรัสตอบพระเถระเจ้าว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ กระผมจะมีความสุขที่ไหนได้เล่า กระผมนั้นต้องอยู่ในโลหกุมภีถึง ๗ ปี
พระเถระได้กล่าวกะสีวลีทารกนั้นอย่างนี้ว่า ก็ถ้าเธอได้รับความทุกข์ถึงขนาดนั้นแล้ว บวชเสียไม่สมควรหรือ สีวลีตอบว่าถ้าบวชได้ก็จะบวช พระนางสุปปวาสาเห็นทารกนั้นพูดอยู่กับพระเถระ ก็คิดว่าบุตรของเราพูดอะไรหนอกับพระธรรมเสนาบดี จึงเข้าไปหาพระเถระถามว่า บุตรของดิฉันพูดอะไรกับพระคุณเจ้า เจ้าคะ พระเถระกล่าวว่า บุตรของท่านพูดถึงความทุกข์ที่อยู่ในครรภ์ที่ตนได้รับ แล้วกล่าวว่า ถ้าท่านอนุญาต ก็จะบวช
พระนางสุปปาวาสาตรัสว่า ดีละเจ้าข้า โปรดให้เขาบรรพชาเถิด พระเถระนำทารกนั้นไปวิหาร ให้ ตจปัญจกกัมมัฎฐาน (กรรมฐาน 5 กอง คือ เกศา โลมา นขา ทันตา ตโจ) และได้กล่าวว่า สีวลี เราไม่จำต้องให้โอวาทดอก เธอจงพิจารณาทุกข์ ที่เธอเสวยมาถึง ๗ ปีนั่นแหละ ในขณะที่โกนผมปอยแรก พระสีวลีก็บรรลุโสดาปัตติผล และในขณะโกนปอยที่ที่ ๒ ก็บรรลุสกทาคามิผล และในขณะโกนผมปอยที่ ๓ ก็บรรลุอนาคามิผล และก็ได้บรรลุพระอรหัตผลพร้อมกันกับที่โกนผมหมด
ส่วนอาจารย์บางพวก กล่าวถึงการบรรลุพระอรหัตของพระเถระนี้ไว้ดังนี้ว่า เมื่อพระธรรมเสนาบดีสารีบุตร ให้โอวาทโดยนัยดังกล่าวแล้วข้างต้น เมื่อสีวลีกุมารกล่าวว่า กระผมจักรู้กิจกรรมที่กระผมสามารถจักกระทำได้ (ด้วยตนเอง) ดังนี้ แล้วจึงบำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐาน เห็นกุฏิหลังหนึ่งว่าง (สงบสงัด) จึงเข้าไปสู่กุฏินั้นในวันนั้นแหละ ระลึกถึงทุกข์ที่ตนเสวยแล้วในท้องมารดาตลอด ๗ ปี แล้วพิจารณาทุกข์นั้น ในอดีตและอนาคต โดยทำนองนั้นแหละอยู่ ภพทั้ง ๓ ก็ปรากฏว่า เป็นเสมือนไฟติดทั่วแล้ว สีวลีสามเณรหยั่งลงสู่วิปัสสนาวิถี เพราะญาณถึงความแก่รอบ ทำอาสวะแม้ทั้งปวงให้สิ้นไป ตามลำดับมรรค บรรลุพระอรหัตแล้ว ในขณะนั้นเอง ส่วนพระเถระก็เป็นผู้แตกฉานในปฏิสัมภิทา ได้อภิญญา ๖
พระสีวลีทดลองบุญ

ในเวลาต่อมา พระบรมศาสดาได้เสด็จไปยังพระนาครสาวัตถี พระสีวลีเถระถวายอภิวาทพระบรมศาสดาแล้ว กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์จักทดลองบุญของข้าพระองค์ ขอพระองค์จงมอบภิกษุ ๕๐๐ รูปแก่ข้าพระองค์ พระศาสดาตรัสสั่งว่า จงรับไปเถิด สีวลี.ท่านพาภิกษุ ๕๐๐ รูป เดินทางบ่ายหน้าไปสู่หิมวันตประเทศ เดินทางผ่านดง เทวดาที่สิงอยู่ที่ต้นไทร ที่ท่านเห็นเป็นครั้งแรก ได้ถวายทานตลอด ๗ วัน เทวดาทั้งหลายได้ถวายทานทุก ๆ ๗ วัน ในสถานที่ทั่ว ๆ ไป ที่ท่านเห็นต่างกรรม ต่างวาระ กันดังนี้ คือ
ท่านเห็นต้นไทรเป็นครั้งแรก เห็นภูเขาชื่อว่าปัณฑวะเป็นครั้งที่ ๒ เห็นแม่น้ำอจิรวดี เป็นครั้งที่ ๓ เห็นแม่น้ำวรสาครเป็นครั้งที่ ๔ เห็นภูเขาหิมวันต์เป็นครั้งที่ ๕ ถึงป่าฉัททันต์ เป็นครั้งที่ ๖ ถึงภูเขาคันธมาทน์เป็นครั้งที่ ๗ และพบพระเรวตะ เป็นครั้งที่ ๘.
ประชาชนทั้งหลาย ได้ถวายทานในที่ทุกแห่งตลอด ๗ วันเท่านั้น.ก็ในบรรดา ๗ วัน นาคทัตตเทวราช ที่ภูเขาคันธมาทน์ ได้ถวายบิณฑบาตชนิดน้ำนม (ขีรบิณฑบาต) สลับวันกับ ถวายบิณฑบาตชนิดเนยใส (สัปปิบิณฑบาต) วันเว้นวัน ลำดับนั้นภิกษุสงฆ์จึงถามท่านเทวราช ว่า ของที่ท่านนำมาถวายนั้นเกิดขึ้นได้อย่าไร ในเมื่อ แม่โคนมที่เขารีดนมถวายแด่เทวราชนี้ก็มิได้ปรากฏ การบีบทำน้ำนมส้มก็มิได้ปรากฏ .เนาคทัตตเทวราชตอบว่า นี้เป็นอานิสงส์แห่งการถวายสลากภัตรน้ำนมในกาลแห่งพระกัสสปทศพล.
ในกาลต่อมา พระศาสดาทรง เอาเหตุแห่งการที่พระขทิรวนิยเถระจัดการต้อนรับ ให้เป็นอัตถุปบัติ (เหตุเกิดแห่งเรื่อง) ในการที่ทรงแต่งตั้งพระสีวลีเถระไว้ในตำแหน่งแห่งภิกษุผู้เลิศ ในบรรดาภิกษุผู้เลิศด้วยลาภ และเลิศด้วยยศทั้งหลาย ในศาสนาของพระองค์ ในเรื่องนี้ มีเหตุเกิดขึ้นอย่างนี้
เหตุเกิดแห่งเรื่องที่ทรงแต่งตั้งพระสีวลีเถระไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะในบรรดาภิกษุผู้เลิศด้วยลาภ และเลิศด้วยยศทั้งหลาย ในศาสนาของพระองค์

ในสมัยหนึ่ง พระขทิรวนิยเรวตเถระ ซึ่งเป็นน้องชายของพระสารีบุตร ได้หนีการแต่งงานที่บิดามารดาจัดการให้ มาขอบวชในสำนักพระภิกษุ ซึ่งมีภิกษุอยู่ประมาณ ๓๐ รูป เหล่าพระภิกษุสอบถามดู ทราบว่าเป็นน้องชายของพระสารีบุตร ที่ท่านได้เคยแจ้งไว้ก่อนว่าถ้าน้องชายมาขอบวชก็อนุญาตให้บวชได้ จึงได้ทำการบวชให้แล้วส่งข่าวมายังท่านพระสารีบุตร
ครั้งนั้น เมื่อพระสารีบุตรทราบข่าวดังนั้น จึงกราบทูลพระศาสดาเพื่อขอไปเยี่ยม พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงทราบว่าพระเรวตะเริ่มทำความเพียรเจริญวิปัสสนา จึงทรงห้ามพระสารีบุตรถึง ๒ ครั้ง ในครั้งที่ ๓ เมื่อพระสารีบุตรทูลอ้อนวอนอีก ทรงทราบว่า พระเรวตะบรรลุพระอรหัตแล้วจึงทรงอนุญาตและตรัสว่าจะทรงไปด้วยพร้อมเหล่าพระสาวกอื่น
ดังนั้น พระศาสดาพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่เป็นบริวาร ก็ได้เสด็จออกไปด้วยพระประสงค์ว่าจะไปเยี่ยมพระเรวตะ.ครั้นเดินทางมาถึง ณ ที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นหนทาง ๒ แพร่ง
พระอานนเถระกราบทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญตรงนี้มีหนทาง ๒แพร่ง ภิกษุสงฆ์จะไปทางไหน พระเจ้าข้า
พระศาสดาตรัสถามว่า อานนท์หนทางไหน เป็นหนทางตรง
พระอานนท์กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญหนทางตรงมีระยะประมาณ ๓๐ โยชน์ แต่เป็นหนทางที่มีอมนุษย์ ส่วนหนทางอ้อมมีระยะทาง ๖๐ โยชน์ เป็นหนทางสะดวกปลอดภัย มีภิกษาดีหาง่าย.
พระศาสดาตรัสว่า อานนท์ สีวลีได้มาพร้อมกับพวกเรามิใช่หรือ
พระอานนท์กราบทูลว่า ใช่ พระสีวลีมาแล้วพระเจ้าข้า
พระศาสดาตรัสว่า ถ้าอย่างนั้นพระสงฆ์จงไปตามเส้นทางตรงนั้นแหละ เราจักได้ทดลองบุญของพระสีวลี.
พระศาสดามีพระภิกษุสงฆ์เป็นบริวาร เสด็จขึ้นสู่เส้นทาง ๓๐ โยชน์ เพื่อจะทรงทดลองบุญของพระสีวลีเถระ.
จำเดิมแต่ที่ได้เสด็จไปตามหนทาง หมู่เทวดาได้เนรมิตพระนครในที่ทุกๆ โยชน์ ช่วยกันจัดแจงพระวิหารเพื่อเป็นที่ประทับและที่อยู่แด่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข
พวกเทวบุตร ได้ถือเอาข้าวยาคูและของเคี้ยวเป็นต้น ไปเที่ยวถามอยู่ว่า พระผู้เป็นเจ้าสีวลีไปไหน ดังนี้แล้ว จึงไปหาพระเถระ พระเถระจึงให้นำเอาสักการะและสัมมมานะเหล่านั้นไปถวายพระศาสดา พระศาสดาพร้อมทั้งบริวารเสวยบุญของพระสีวลีเถระผู้เดียว ได้เสด็จไปตลอดทางกันดารประมาณ ๓๐ โยชน์
ฝ่ายพระเรวตเถระทราบการเสด็จมาของพระศาสดา จึงนิรมิต พระคันธกุฎีเพื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า นิรมิตเรือนยอด ๕๐๐ ที่จงกรม ๕๐๐ และที่พักกลางคืนและที่พักกลางวัน ๕๐๐ พระศาสดาประทับอยู่ใน สำนักของเรวตะเถระนั้นสิ้นกาลประมาณเดือนหนึ่งแล แม้ประทับอยู่ ในที่นั้น ก็เสวยบุญของพระสีวลีเถระนั่นเอง แม้พระศาสดาทรงพาภิกษุสงฆ์ไป เสวยบุญของพระสีวลีเถระ ตลอดการประมาณเดือนหนึ่งนั่นแลอีก เสด็จเข้าไปสู่บุพพาราม ลำดับ
ในกาลต่อมา พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่พระอริยเจ้าแล้ว ทรงสถาปนาพระเถระนั้นไว้ในตำแหน่งอันเลิศว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระสีวลีเป็นผู้เลิศกว่าพวกภิกษุสาวกของเราผู้มีลาภ.

http://dharma-gateway.com/image/rosebar-2.gif

เกิดร่วมสมัยกับพระโพธิสัตว์

ท่านได้เกิดร่วมชาติกับพระโพธิสัตว์ ดังที่ปรากฏในชาดก คือ
เกิดเป็นราชกุมารผู้ล้อมพระนครแล้วสืบราชสมบัติ พระพุทธองค์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าพาราณสีผู้เป็นพระราชบิดา ใน อสาตรูปชาดก

http://dharma-gateway.com/image/bar-red-lotus-small.jpg


http://dharma-gateway.com/monk/great_monk/pra-sivalee.htm
<!--BEGIN WEB STAT CODE----><SCRIPT language=javascript1.1> page="ประวัติพระสีวลีเถระ";</SCRIPT><SCRIPT language=javascript1.1 src="http://truehits1.gits.net.th/data/i0017685.js"></SCRIPT><SCRIPT language=javascript1.2>sv=1.2;ss=screen.width+'*'+screen.height;sc=(bn=='MSIE')?screen.colorDepth:screen.pixelDepth;if(sc==udf){sc='na';}</SCRIPT><SCRIPT language=javascript1.3>sv=1.3;</SCRIPT>

พสภัธ
06-01-2006, 04:52 PM
ตอนเช้าจะมีพิธี"บวงสรวงใหญ่"ถวายสังฆทาน เลี้ยงพระ-เณร หลังจากนั้น"บวงสรวง"อีกรอบแล้วจึงอันเชิญขึ้นประดิษฐานบนแท่น และ ยกฉัตร์

พสภัธ
06-01-2006, 05:31 PM
http://www.palungjit.com/gallery/data/500/medium/map.jpg



ปัจจัยที่ทุกท่านร่ามทำบุญในวันยกฉัตร์จะนำไปเป็นค่าอาหารพระเณรและจะนำไปสร้างโรงเรียนที่พักสงฆ์ทั้งหมด....สวัสดี

นักเดินทาง
06-01-2006, 06:53 PM
โมทนาด้วยเน้อคุณโต ผมอาจจะไปร่วมงานด้วย องค์พระนี่เสร็จแล้วรึยังครับ
ถ้ายังไม่เสร็จผมขอถวายพระธาตุพระสิวลีบรรจุลงในองค์พระ

Bajang
06-01-2006, 07:01 PM
โมทนาด้วยครับ

ศักดิ์
06-01-2006, 07:18 PM
ขอร่วมอนุโมทนาด้วยครับ (สีวะลี จะ มหาเถโร เทวะตานะระปูชิโต โสระโห ปัจจะยา ทิมหิ สีวะลี จะ มหาเถโร ยักขา เทวาภิปูชิโต โสระโห ปัจจะยา ทิมหิ อะหังวันทามิ ตังสะทา สีวะลี เถรัสสะ เอตัง คุณัง สวัสดิลาพัง ภะวันตุเมฯ)

LittleAngle
06-01-2006, 08:00 PM
โมทนาสาธุด้วยนะคะ

พสภัธ
06-01-2006, 08:58 PM
คุณโต้ง
องค์พระ"สีวลี"เป็นทองเหลืองสูงเท่าคน เอามาเลยบรรจุได้ๆๆที่ในองค์พระตอนจะยกประดิษฐานบนแท่น สาธุๆๆ

นักเดินทาง
06-01-2006, 09:05 PM
ครับ ไกล้วันจะโทรไปหานะ

พสภัธ
07-01-2006, 05:28 PM
แท่นพระจะเป็นแท่นสูงกลางแจ้งสีขาว พระ"สีวลี"จะตั้งอยู่บนแท่น รอบๆจะยกพื้นปูกระเบี่องขาว ข้างหน้าแท่นจะก่อเป็นบ่อปูน2บ่อ ทาสีทองบ่อหนึ่งและสีเงินบ่อหนึ่งปลูก"บัวแดง"เอาไว้เพราะ"ดอกบัวแดง"หมายถึงความ"สมหวัง" อีกอย่างจะได้เป็นสัญลักษณ์ของวัด"บ่อเงินบ่อทอง" และเพื่อเป็นเครื่องหมายของความอุดมสมบูรณ์ ทุกๆท่านที่ไปกราบไหว้จะได้มีเงินมีทองใช้กันไม่ขาดมือและด้วยอนุถาพของพระ"สีวลี"พระ-เณรจะได้ไม่"อด"กัน.....สวัสดี

jenny
08-01-2006, 02:54 AM
ขอร่วมโมทนาด้วยค่ะ....ไม่ทราบการเดินทางไปยังไงอยู่ดอนเมืองค่ะ

oyoyo554
08-01-2006, 10:38 AM
โมทนาสาธุ

visarutsak
08-01-2006, 10:46 AM
ขออนุโมทนาด้วยครับ

พสภัธ
08-01-2006, 02:51 PM
ข้าพเจ้าอยากจะเชิญชวน ทุกๆท่านไปร่วมงานกันมากๆจะได้ร่วมทำบุญกัน...สาธุๆๆ

tamsak
08-01-2006, 03:56 PM
ขอโมทนาบุญด้วยครับ หากมีโอกาสจะไปร่วมงานด้วยครับ

เติมบุญ
08-01-2006, 06:27 PM
ขออนุโมทนาด้วยค่ะ.....

พัชรวัฒน์
09-01-2006, 04:53 PM
โมทนา สาธุ

non_KMITL
09-01-2006, 06:10 PM
ขอนุโมทนาครับ

บ.ใบไม้
10-01-2006, 04:49 AM
ขออนุโมทนาด้วยครับ

ยายผีป่า
10-01-2006, 02:58 PM
ยายผีป่าอยากไปร่วมงานจ๊ะ แต่ยังไม่ทราบว่าจะมีเหตุให้ไม่สามารถไปได้หรือไม่ ขออนุโมทนาค่ะ มีหลายคนที่อยากไปร่วมพิธี

พสภัธ
10-01-2006, 03:00 PM
แบบ"ฐาน"ที่ประดิษฐานพระ"สีวลี"ออกมาแล้ว สวยมากๆๆ เป็นเหมือนที่"ครูบาศรีวิชัย"ที่ทางขึ้น"ดอยสุเทพ" ฐานจะเป็น3ชั้นมีฉากหลังเป็นเหมือน"ซุ้มแก้วของสมเด็จองค์ปฐม" บนซุ้มแก้วมีฉัตร์ 5 ชั้นเหนือพระเศียน"พระสีวลี" .....โต

พสภัธ
10-01-2006, 03:08 PM
และจะมีบ่อน้ำพุ2บ่ออยู่ข้างๆหน้าพระแท่น....สาธุ

Tom_cool9
11-01-2006, 09:31 AM
อนุโมทนาด้วยครับ

Ayuraveda
11-01-2006, 12:39 PM
โมทนาด้วยคนครับ

พสภัธ
11-01-2006, 06:56 PM
ในการสร้างพระ"สีวลี"ครั้งนี้ พระ-เณรที่สัมนักสงฆ์"บ่อเงินบ่อทอง"อยากที่จะมีส่วนร่วมในบุญกุศลครั้งนี้ ท่านทั้งหลายจึงได้ออกแรงกันทุกรูป รวมความว่า"ค่าแรง"ช่างไม่มีเพราะ"พระ-เณร"ช่วยกันทำด้วยความศัTธา.......สวัสดี

praelim
12-01-2006, 08:31 PM
อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

Hma
12-01-2006, 10:01 PM
ขอโมทนาบุญด้วยครับ

Hma
12-01-2006, 10:01 PM
ขอโมทนาบุญด้วยครับ

พสภัธ
13-01-2006, 01:17 PM
ถ้าว่างก็ขอเชิญทุกท่านจ้ะ พระ-เณรยังคงรอคอยธารน้ำใจจากทุกๆท่าน....สวัสดี

praelim
14-01-2006, 07:39 AM
ขอร่วมบริจาคปัจจัย กับงานบุญนี้ โดยได้โอนเงินเข้าบัญชีคุณ ฐิติวรรณ เ็ป็นจำนวนเงิน 500 บาทค่ะ

ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
ชื่อบัญชี นางสาวฐิติวรรณ คุณานพรัตน์ (สังฆทานบิณฑบาท-ข้าวสาร-อาหารแห้ง)
สาขา บางนา
เลขที่บัญชี 015-4 32192-6
ประเภทบัญชี ออมทรัพย์

<!-- / message --><!-- edit note -->

พสภัธ
14-01-2006, 06:01 PM
ได้รับแล้วขอโมทนาสาธุๆๆ วันนี้ไปดูพระ"สีวลี"มา องค์ท่านสวยจริงๆ หน้าตาท่านอิ่มเอิบมาก หน้าหว้านนนนนนนนหวานนนนน 555555555555 พระ"สีวลี"ต้องดูอิ่มๆจึงจะดี และมีเรื่องแปลกจะมาเล่าให้ฟังคือว่า ขณะที่กำลังดูพระ"สีวลี"กันอยุ่ที่โรงหล่อ ท่านอาจารย์พระมหาแผนก็โทรมาพอดี ท่านโทรมาว่าตอนนี้พระ-เณรทั้ง90รูปกำลังช่วยกัน"เทปูน"อยู่เพื่อทำ"ฐาน"และก่อแท่นพระ"สีวลี" ท่านว่าเหมือนมีอะไรดนใจให้โทรมาถามเพราะถ้าก่อฐานเล็กไปจะไม่สามาดตั้งพระได้ฐานแต่ละพิมไม่เหมือนกันมีทั้งทรงลีและทรงกลม รวมความว่าทุกอย่างสมบูรณ์บริบูรณ์ทุกๆอย่าง ส่วน"ฉัตร"เป็น"ฉัตรทอง" 5ชั้นถามพระมหาท่านว่าเอา3หลือ5ดี ท่านว่าเอา5ดีกว่า เพราะพระ"สีวลี"เป็น
"เอตทัคคะ"และทรงมีชาติกำเนิดเป็น"พระองค์ชาย"หลือ"เจ้าชาย" ฉัตร5ชั้นสมควรอย่างยิ้ง......สวัสดี

anko
16-01-2006, 02:05 PM
อนุโมทนากับทุกๆคนด้วยนะคะ โดยเฉพาะคุณโตที่เป็นหัวแรงใหญ่ในครั้งนี้

MOUNTAIN
17-01-2006, 07:59 AM
คุณโต ครับ ผมมีพระธาตุสิวลี ขนาดใหญ่กว่าไข่นกกระทาหน่อย สวยงามมาก เท่าที่เคยพบมา คิดว่าจะนำไปร่วมบรรจุไว้ใต้ฐานองค์พระสิวลี นะครับ

พสภัธ
17-01-2006, 10:07 AM
ขอโมทนา สาธุ ด้วยพี่Mountain ดีใจจริงๆ

พสภัธ
19-01-2006, 05:34 PM
มีคุณพี่จาก"ศรีราชา"ร่วมทำบุญพระสีวลี 1000 สาธุๆๆ

พสภัธ
20-01-2006, 07:50 PM
สวัสดีทุกๆท่าน
วันนี้ที่หายหน้าไปเพราะไปทำเรื่องของงาน"พระสีวลี"มา มีเรื่องแปลกๆจะมาเล่าให้ทุกท่านฟังกัน คือเมื่อตอนเย็นพระ"สวลี"มาถึง คนแห่กันมาดูแล้วก็ทำบุญให้เงินมามากมาย แล้วก็ยืนชื่นชมท่านกัน คนเค้าว่าหน้าท่านสวย หน้าใจดี ก็แปลกยังไม่ถึงบ้านก็มีคนแห่กันมาทำบุญมากมาย วันนี้ต้องจัดของอีกมากไว้พรุ้งนี้จะมาเล่าให้ฟังกันอีก....สวัสดี

Kenichi
21-01-2006, 10:51 AM
อยากไป อยากไป อ่ะคับ...
แต่เป็น stand by duty จะพยายาม อธิษฐานขอนะคับ...
ขับรถไกลมั้ยคับพี่ ผมไม่คอยรู้ทางไหร่ ประมาณกี่ชั่วโมงคับ....
ขออนูโมทนาด้วยนะคับ......

พสภัธ
21-01-2006, 11:09 AM
งานพิธีจะมีไป7วันคือ29ม.ค-5ก.พ ในงานจะเป็นงานบุญจริงๆคือไม่มีการแสดงใดๆ จะมีแต่การถวาย(สังฆทาน) ถวาย(พระไตรปิฏก) ถวายทานต่างๆ จะไม่มีมหรสพใดๆทั้งสิ้น

พสภัธ
21-01-2006, 11:12 AM
วันนี้โตจะไปซื้อ ผ้า3สีเพื่อให้ทุกท่านที่มาร่วมงาน"ยกฉัตร"พระสีวลี ได้ผูกองค์"ฉัตร"แล้วก็"พวงมาลัยผ้า" คนที่มาร้วมงานจะได้ซื้อไปบูชาพระสวลีและผูกฉัตร รายได้จากการจำหน่าย"พ้า3สี"และ"พวงมาลัย" จะนำไปเป็น(ค้าอาหารพระเณร)และเพื่อเอาไปสร้าง(โรงเรียนพระปริญัตและที่พักสงฆ์) ช่วงวันที่27-28ก็ต้องเตืยม"บายศรี"เพื่อใช้ในการบวงสรวง"ยกฉัตร"

พสภัธ
21-01-2006, 11:19 AM
เรียนคุณkenichi
ขอโมทนาด้วย ด้วยอนุภาพของพระพุทธเจ้าและพระสีวลีและหลวงพ่อพระราชพรหมยาน"toe"เชื่อว่าคุณต้องได้ไป การเดินทางก็ไม่ไกลเท่าไหล่จากหลวงพ่อโสธรขึ้นไปอีกไม่เท่าไหล่ก็ถึง ขอให้มีความสุขมากๆจ้ะ......สวัสดี

พสภัธ
22-01-2006, 08:18 PM
เมื่อวานพระมหาโทรมาหา ท่านว่ามีเรื่องแปลกเกิดขิ้น คือพระได้ถ่ายรูปครอบครัวข้าพเจ้าในวันทอดผ้าป่าครังแรกเมื่อวันที่1/1/49 ปรากดมีรูป"ธรรมจักร์"เกิดขิ้นที่หัวไหล่ท่าน และ "ธรรมจักร์" มีสีรุ้งรอบๆ ก็เกิดขิ้นอีกในรูปตอนพระ-เณรช่วยกันแทปูนที่"ฐาน"พระแท่นพระ"สีวลี" เป็นธรรมจักร์กลมๆเกิดขิ้นเต็มไปหมด รูปภาพถ่ายต่างเวลาต่างวาละ แต่มี"ธรรมจักร์"เกิดเหมือนกัน พระเณรทั้งหลายต่างปิติยินดีมากๆพระ-เณรทุกรูปและครอบครัวข้าพเจ้ามีกำลังใจกันมากๆ พระ"สีวลี"ได้อันเชิญมาตั้งที่บ้านข้าพเจ้า3วัน วันนี้พระ-เณรมาอันเชิญไปวัดแล้ว ....ไครอยากดูรูป"ธรรมจักร"เชิญไปที่วัดในวัน"ยกฉัตรพระสีวลี"ในวันที่29นี้ ได้ทำบอดรูปเอาไว้ให้ทุกท่านชมกันมี5-6รูปที่มีดวง"ธรรมจักร".....สวัสดี

พสภัธ
23-01-2006, 02:42 PM
คุณอาทิตย์ร้วมสร้างแท่นพระสีวลี 5000 คุณบุญชัย 5000 คุณผ่องพรรณ 1000บาท ขอโมทนาสาธุๆๆ

mahathat
23-01-2006, 06:09 PM
ขอร่วมบริจาคปัจจัย กับงานบุญนี้ โดยได้โอนเงินเข้าบัญชีคุณ ฐิติวรรณ เ็ป็นจำนวนเงิน 500 บาทค่ะ

ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
ชื่อบัญชี นางสาวฐิติวรรณ คุณานพรัตน์ (สังฆทานบิณฑบาท-ข้าวสาร-อาหารแห้ง)
สาขา บางนา
เลขที่บัญชี 015-4 32192-6
ประเภทบัญชี ออมทรัพย์

<!-- / message --><!-- edit note -->
เมื่อกี้ลองโอนจาก ตู้ ATM แบงก์กรุงเทพในกทม. ๒ ครั้ง เลือกธนาคาร ไทยพาณิชย์ และเบอร์ 015-4 32192-6 มีข้อความ error msg ขึ้น เลยไม่แน่ใจว่าเลขที่บัญชีนี้ถูกต้องหรือไม่ครับ

พสภัธ
23-01-2006, 08:01 PM
สวัสดีคุณmahathat
เลขบันชี015-4321926 ในวันยกฉัตรพระสีวลีจะมีบวงสรวงก่อนยกฉัตร ผู้มาร่วมงานจะได้กิน"ข้าวมธุปายาสและข้าวยาคู"หลังจากบวงสรวงเส็ดเพื่อเป็นสิริมงคลและจะได้สุขภาพดีๆกัน

MOUNTAIN
24-01-2006, 08:40 AM
(คาถาบูชา...พระสิวะลีทุกวัน ซื้อง่ายขายคล่อง)

คำอาราธะนาขอโชคลาภว่าดังนี้----
1. สีวะลีจะมะหาเถโร ปัจจะยะลาภะปูชิโตมะนุสโสเทวะตาอินโท พรมมายะโม ยักขาวา ปิตัสสะ นิรันตะรัง ปะนะลาภะสักกาเรอาเน็นติ นิจจัง สิวะลิดเถรัสสะลาโภจะสักกาโรโหติ สิวะลีมะหาเถรันจะปูชะกัสสะ สะทาวาปิ คาถันจะ สังวัดตะนัสสะ ลาโภจะ สักกาโรโหติเถรัสสะ อานุภาเวนะลาโภเมโหตุสับพะทาเอเตนะสัจจะวัดเชนะ ลาโภเมโหตุ สับพะทา ฯ--

เมื่อกล่าวคำอาราธนาขอลาภสักการะตามความปรารถนาจบแล้วจงสวดคาถา.....พระสิวะลีต่อไป ให้ได้วันละ 3 ครั้ง 7 ครั้ง จะเกิดโชคลาภตามความปรารถนาทุกประการว่าดังนี้---

2. สีวะลีจะมะหาเถโร เทวะตานะระปูชิโตโสระโหปัจจะยาทิมหิ สีวะลีจะมะหาเถโร ยักขาเทวาพิปูชิโต โสระโหปัจจะยาทิมหิ อะหังวันทามิตังสะทา สีวะลีเถรัสสะ เอตังคุณัง สะวัสดิลาภังภะวันตุเม ฯ-

พระคาถาบูชาทั้ง 2 บท คอยบูชาสวดประจำเป็นกิจจวัตร์ ประจำวันอยู่ จะเกิดลาภสักการะซื้อง่ายขายคล่อง ต่อไปจะล่ำลวย(ร่ำรวย)เป็นเสรษฐี มะหาเสรษฐี และจะมีโชคชะตาราสี ดีขึ้นทุกวัน
ฉันเองสวดประจำทุกคืนวันมิได้ขาดเลย ฯ-

(คัดลอกจากลายมือเขียนของหลวงพ่อกวย ชุตินธโร วัดโฆสิตาราม สรรคบุรี ชัยนาท ครับ)
ถ้าจะให้ดีนำพระคาถานี้ไปสวดต่อหน้าองค์พระสิวลี ที่คุณโต จะประกอบพิธี ในวันที่ 29/1/49 นี้ แล้วนำมาสวดเป็นประจำที่บ้าน ผมว่าน่าจะเป็นผลดียิ่งๆขึ้นนะครับ

พสภัธ
24-01-2006, 02:04 PM
วันนี้ได้รับข่าวดีก็คือ มีผู้ใหญ่หลายๆท่านเมื่อทราบว่าจะมีพิธีในวันที่29/1/49นี้ ก็ได้โทรมาหาท่านมหาแผน บอกว่าจะมาร่วมงานด้วย และ ชาวบ้านต่างอำเภอก็จะมาร่วมด้วย ......นี้ไงอนุภาพของ พระพุทธานุภาพ พระธรรมานุภาพ พระสังฆานุภาพ และ เทวานุภาพ............สาธุ ๆ ๆ

mahathat
24-01-2006, 11:01 PM
ได้โอนเงินร่วมทำบุญ ๑๐๐ บาทเข้าบัญชีน.ส.ฐิติวรรณผ่านธ.กรุงไทยสาขาย่อยเทเวศน์ เวลาประมาณ ๙ น. วันนี้
อภิชาติ กิระนันทวัฒน์ และครอบครัว

พสภัธ
25-01-2006, 11:27 AM
ขอโมทนากับคุณอภิชาติ กิระนันทวัฒน์ และครอบครัว เป็นอย่างสูง วันนี้มีผู้โอนมาอีก500-50-100-1500 สาธุๆๆ

visarutsak
26-01-2006, 09:19 AM
เรียนคุณtoe26/1/06
วันนี้ผมได้โอนเงิน 500 บาทจาก6501717เข้า0154321926เช่นเดิมครับขอร่วมบุญสร้างพระสีวลีและยกฉัตรครับตั้งใจทำบุญวันเกิดล่วงหน้า7/02/49 วิศรุต ชูรัตน์

Kenichi
26-01-2006, 10:04 AM
อีกไม่กี่วันแล้วคับ
ทำไงดี วันนี้หยุด เป็น stand by อีก 3 วัน.....
เอาเป็นว่าถ้าไม่ได้ไป เดี๋ยวฝากทำบุญนะครับ
รบกวนถามพี่โตหน่อยคับ พวกเครื่องเขียน สมุด สำหรับ เณรน้อย
ยังขาดอยู่หรือเปล่าครับ.......

ขออนุโมทนาด้วยคับพี่
ผมเคารพ รัก พระสีวลีมากๆ (ส่วนตัวคับ)
เจอทุกครั้งเลย เวลาปฏิบัติ อยากไป อยาก ไป.....

พสภัธ
26-01-2006, 02:55 PM
สวัสดีคุณkenichi
ขอโมทนากับน้องด้วย สาธุๆๆ เคื่องเขียนเป็นสิ่งจำเป็นมากเพราะ"สัมนักสงฆ์บ่อเงินบ่อทอง"เป็นโรงเรียนพระ-เณรท่านต้องใช้ทุกๆวันถ้าน้องkenichiช่วยเหลือได้พระ-เณรก็จะได้มีใช้ตรอดปี พี่โตขอโมทนาบุญกับน้องอีกครั้ง สาธุๆๆ ขอให้น้องและครอบครัวจงมีแต่ความสุขตรอดจนกว่าจะเข้าถึงพระนิพานเทอญ.......
มีโอนมาอีก 500-1000-200 ขอโมทนาเป็นอย่างสูง

พสภัธ
26-01-2006, 03:00 PM
เกือบลืมน้องkenichi เข้าไปดูรูปที่กระทู้"ช่วยต่อชีวิตพระเณร" พี่เอารูป"ดวงธรรมจักร"ที่พระท่านถ่ายได้คณะพระเณรช่วยกันทำแท่นพระสีวลี

MOUNTAIN
27-01-2006, 07:31 AM
ผมมีพระสิวลี ลอยองค์ ขนาดห้อยคอ รมดำ 1 องค์ ของวัดเขาสมโภชน์ ลพบุรี สมัยหลวงพ่อคง ยังอยู่ เก็บมานานกว่าสิบปี สวยมากๆ จะติดไปในวันงาน 29/1/49 ด้วย ใครจะได้เป็นเจ้าของ ต้องไปลุ้นกันถึงที่นะครับ

พสภัธ
27-01-2006, 11:16 AM
มีผู้โอนมาอีกดังนี้ 1000-599-537-200 ขอโมทนาเป็นอย่างสูง สาธุๆๆ
พี่mountain มีของดีมากจริงๆ วันที่29จะจับตัวไปเรียกค้าถ่าย555555555

นักเดินทาง
27-01-2006, 01:22 PM
คุณเม้าตาอินเอาไปเยอะ ๆ เลยครับ ที่นั่นอันตราย มีอสุรกายของท่านพระมหา ต้องหาของดีติดตัวไปเยอะ ๆ ไม่งั้นโดนอสุรกายงาบแน่ ๆ 5555

พสภัธ
27-01-2006, 05:16 PM
วันนี้6โมงเย็นพระเณรจะสวดคาถาพระสีวลี 999 จบ เพื่อฉลองพระ

visarutsak
28-01-2006, 08:01 AM
ขอทุกท่านเดินทางกลับโดยปลอดภัย(bb-flower

MOUNTAIN
28-01-2006, 11:34 AM
ขอบคุณครับคุณ visarutsak แล้วจะถ่ยภาพมาให้ชมกัน นะครับ

พสภัธ
28-01-2006, 12:41 PM
สวัสดีทุกๆท่าน
บารมีขององค์พระสีวลีมากจริงๆ นี้ถ้าไม่ได้เกิดกับตัวก็คงจะไม่ทราบ ตั้งแต่วันแรกที่คุณแม่ไปที่สัมนักสงฆ์บ่อเงินบ่อทองและได้บอกว่าจะสร้างพระสีวลีจนมาถึงวันนี้ ของทุกอย่างที่จะใช้ในพิธีจะต้องเกินทุกๆอย่างไม่ว่าจะของบวงสรวงยันไปของบูชา จะต้องเกินจากที่คิดเอาไว้ มีมากสมบูรณ์ บริบูรณ์มากจริงๆ ของทุกอย่างจะต้องใหม่หมดพาชนะต่างๆของใช่ต่างๆซื้อใหม่หมด แม่กระทั้งผ้าปูโต๊ะ ยังต้องหามาใหม่ ....สาธุๆๆ

นักเดินทาง
29-01-2006, 05:40 AM
ซักพักจะออกเดินทางแล้ว เจอกันที่วัดครับ ทุกท่าน

นักเดินทาง
29-01-2006, 05:46 PM
เพิ่งกลับมาถึงบ้านครับ พิธีเริ่มตอนเที่ยงเศษ ๆ ใช้เวลาไม่นานนัก มีเรื่องแปลก ๆ เยอะ แล้วพรุ่งนี้จะมาเล่าให้ฟังครับ

poysian
29-01-2006, 06:36 PM
หากมีปัจจัยที่ไม่เกินวิสัยจะโอนไปทำบุญบ่อยๆนะคุณโต(เพิ่งเจอตัวจริงวันนี้เอง)....ไม่ขออะไรมาก.ขอวิมานแก้วหย่ายๆเป็นที่สถิตน์ก็แล้วกัน..

Hma
29-01-2006, 10:20 PM
ขอโมทนาด้วยครับ
วันนี้ผมไปตอนจบพอดี

MOUNTAIN
30-01-2006, 07:57 AM
http://img226.imageshack.us/img226/7350/digitalcam0020or.jpg
พระธาตุสิวลี บรรจุใต้ฐานองค์พระสิวลี

MOUNTAIN
30-01-2006, 08:04 AM
http://img9.imageshack.us/img9/417/digitalcam0038nf.jpg

องค์พระสิวลี ก่อนพิธียกขึ้นประดิษฐานบนแท่น

MOUNTAIN
30-01-2006, 08:08 AM
http://img213.imageshack.us/img213/3141/digitalcam0069rb.jpg

หลังจากยกพระและบวงสรวงแล้ว เณรทุกรูปจะมากราบองค์พระที่หน้าแท่น

MOUNTAIN
30-01-2006, 08:11 AM
http://img213.imageshack.us/img213/6221/digitalcam0143li.jpg

เครื่องบวงสรวง

MOUNTAIN
30-01-2006, 08:14 AM
http://img9.imageshack.us/img9/2345/digitalcam0154ug.jpg

พระเณร ร่วมประกอบพิธี

MOUNTAIN
30-01-2006, 08:17 AM
http://img9.imageshack.us/img9/7537/digitalcam0209ns.jpg

เสร็จพิธี พระมหาแผน แจกของมงคล แก่ผู้ไปร่วมงาน

MOUNTAIN
30-01-2006, 08:19 AM
http://img219.imageshack.us/img219/7306/digitalcam0100vy.jpg

พ่อครัวแม่ครัว ทำอาหารเลี้ยงผู้มาร่วมงานบุญ ด้วยอารมณ์แจ่มใส อิ่มบุญ

MOUNTAIN
30-01-2006, 08:24 AM
http://img219.imageshack.us/img219/8710/digitalcam0058eo.jpg

อาคารหลังแรกที่สำเร็จด้วยความร่วมแรงร่วมใจของพวกเรานะครับ ใช้เป็นอาคารสำนักงาน รับรองแขกผู้มาเยือน จะเรียกว่าอาคารอเนกประสงค์ก็น่าจะได้

visarutsak
30-01-2006, 08:29 AM
อยากเห็นรูปที่ใหญ่กว่านี้อะครับอนุโมทนาครับ
เมื่อคืนฟังเทศมหาชาติ 2กันฑ์จากเวบครับ ทศพร กับหิมพานต์ดีมากๆเลยครับ[b-wai]

MOUNTAIN
30-01-2006, 08:34 AM
เดี๋ยวรอคุณ นักเดินทาง ก่อนนะครับ ยังมีรูปอีกเยอะเลยครับ คงจะได้เห็นภาพใหญ่ๆ จากคุณ นักเดินทาง อีกมุมหนึ่ง

MOUNTAIN
30-01-2006, 10:15 AM
งานประดิษฐานองค์พระสิวลี และยกฉัตร เมื่อวันที่ 29/1/49 ณ สำนักสงฆ์บ่อเงินบ่อทอง สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ต้องขอชม คุณโต พ่องาน จัดได้สมบูรณ์แบบ จริงๆ ได้ฟังเสียงสวดของหลวงพ่อฤาษีฯ ยิ่งขลังมากขึ้น ความตั้งใจดีของคุณโต และครอบครัว ครั้งนี้ จะเป็นพลวปัจจัย นำส่งให้ชีวิตครอบครัวทุกคน เจริญสุข ทั้งกายและใจ เจริญปัญญา นำพาชีวิตให้พ้นทุกข์ได้โดยทั่วหน้ากันทุกคน กุศลอันใดที่จะพึงเกิดแก่เพื่อนร่วมบุญทั้งหลายในครั้งนี้ ขอกุศลนั้นจงนำพาชีวิตของเพื่อนร่วมบุญทุกท่าน จงประสบพบแต่ความสุข คำว่าไม่มี ไม่ได้ ไม่สำเร็จ อย่าพึงบังเกิด จิตวิญญาณของทุกท่านที่ทำกุศลในครั้งนี้ เทวดา เทพพรหม ได้ร่วมกันอนุโมทนา แล้วในวันนั้น ฟ้า ได้เปิดทางสว่างไสว ปราศจากความมืดมน ดิน ประทานความเย็นแผ่ซ่านไปทั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เห็นประจักษ์ คือ แท่นรองรับองค์พระสิวลี ที่ตากแดดอยู่ตั้งแต่เช้าจนบ่าย ไม่มีความร้อนหลงเหลือติดอยู่เลย อัศจรรย์จริงๆ ทุกท่านที่ขึ้นไปประกอบพืธี ไม่มีความรู้สึกร้อน แต่กลับเย็นผิดปกติของธรรมชาติ ผู้ไปร่วมงานเป็นผู้ได้สัมผัสเอง พระแม่ธรณีก็ร่วมอนุโมทนา กุศลนี้ เป็นมหากุศล จริงๆ สาธุ สาธุ สาธุ

visarutsak
30-01-2006, 02:44 PM
ขอโมทนาบุญกับคุณโตด้วยนะครับ[b-wai]

พสภัธ
30-01-2006, 02:46 PM
สวัสดีทุกๆท่าน
เมื่อคืนกลับมาด้วยความเพลีย วันนี้ตื่นมาเลยไปนวดตัว 2 ช.ม นวด เท้า 1 ช.ม 55555เบาตัวไปแยะ งานบุญเมื่อวานต้องขอขอบคุณและโมทนากับทุกๆท่านเป็นอย่างสูง พี่mountain พี่โต้ง พี่tamsak คุณpoysian น้องfirst และทุกๆท่านที่มาช่วยงานกัน งานบุญครั้งนี้มีเรื่องดีๆมากมาย ตอนบวงสรวงมีความสุขมากจริงๆมีความรู้สึกอบอุ่นมาก มีความรู้สึกไม่ต่างจากความรู้สึกเหมือนตอนที่หลวงพ่อคือ(ท่านเจ้าคุณพระราชพรหมยานยังอยู่) ท่านแม่ศรีทั้ง3 ท่านปู่ท่านย่า พระใหญ่ทุกๆพระองค์ พระสีวลี ท่านลุง(ท้าวมหาราชทั้ง4) มาโมทนาอวยพรให้ผวกเราทำการทุกๆอย่างได้ราบรื่นสมความปราดถนาทุกๆอย่าง หลังจากบวงสรวงเส็ดก็ถึงเวลาอันเชิญพระสีวลีขึ้นแท่น ก็ปรากฎมีลมแรงมากๆพัดมาเสียงไมรที่ท่านพระมหาถืออยู่ดัง"ฟูๆ"แต่เทียนที่โต๊ะบวงสรวงและที่หน้าพระสีวลีไม่ดับ กับพุ่งสูงขึ้น ข้าพเจ้าและครอบครัวรู้สึกดีใจมากและที่พื้นแท่นพระสีวลีที่ตากแดดอยู่ทั้งวันคึดว่าต้องร้อนแน่ๆเพราะแดดแรงมากกลับเย็นเจียบ ความรู้สึกของทุกท่านและตัวข้าพเจ้ารู้สึกฟูมากๆ ที่ได้เห็นความอัศจรรณ์ทั้งหลายด้วยตาเนื้อ พระมหาท่านพูดกับคุณแม่และครอบครัวของข้าพเจ้าว่า ในชีวิตนี้ได้สร้างพระมาเป็นร้อยองค์(พระ4ศอกชำละหนี้สงฆ์) แต่นี้เป็นครังแรกในชีวิตที่ได้สร้างแท่น"พระสีวลี"ได้สร้างพระสีวลีในวัดที่ท่านอยู่ ท่านว่าท่านมีความปิติมาก"ต่อไปพระ-เณรก็จะไม่อดอีก"...........สาธุๆๆ

นักเดินทาง
30-01-2006, 07:22 PM
เอารูปบางส่วนมาให้ชมครับ

http://www.palungjit.com/board/showpost.php?p=186654&postcount=300

the_club
30-01-2006, 09:51 PM
เสียดายมากๆเลยครับที่ไม่ได้ไป พอดีไม่รู้ว่าจะไปยังไงอ่ะครับ
ก็ขออนุโมทนากับทุกท่านด้วยนะครับ เอาไว้งานหน้าถ้าใครไปจากกรุงเทพก็แวะรับผมด้วยนะครับ...

พสภัธ
01-02-2006, 03:19 PM
ไคร"รวย"บ่างๆๆๆ เลขของพระ"สีวลี"ออกตรงๆ 729 งานตรงกับวันที่29 ยกฉัตรเวลา 12.29 เลขประจำองค์พระสีวลีคือเลข 7 ออกตรงๆเลย....729 สาธุๆๆ

MOUNTAIN
01-02-2006, 06:38 PM
ขำขำ ครับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีจริง ไม่ใช่นิยายเล่าขาน พิสูจน์แล้ว ณ สำนักสงฆ์บ่อเงินบ่อทอง................ ตั้งแต่นี้ไปอย่ากระพริบตา........... เศรษฐีใหม่จะเกิดที่นี่...........บุญมหากุศลใหญ่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องกันไป ผมเชื่อครับ

นักเดินทาง
01-02-2006, 07:40 PM
จะเป็นใครหนอ...........??? ลุ้น ลุ้น ลุ้น ......

tamsak
03-02-2006, 08:09 AM
ไคร"รวย"บ่างๆๆๆ เลขของพระ"สีวลี"ออกตรงๆ 729 งานตรงกับวันที่29 ยกฉัตรเวลา 12.29 เลขประจำองค์พระสีวลีคือเลข 7 ออกตรงๆเลย....729 สาธุๆๆ



แหม...เสียดายจังนิ....ไม่ได้ซื้อไว้เสียด้วยสิ มีคนบอกไว้ล่วงหน้าว่า ให้นำฤกษ์พิธีบวงสรวงมาแทงหวย ...เฮ้อ...ไม่น่าลืมเลยนะเรา เสียด๊าย...เสียดาย.... เลยอดเป็นเศรษฐ๊ใหม่เลย...หุ..หุ..หุ...