View Full Version : สาระน่ารู้เกี่ยวกับ อาหารการกิน เพื่อสุขภาพ
paang
06-01-2006, 04:40 AM
กินตะไคร้ไกลมะเร็ง
http://www.balavi.com/image/01-03-48/food_big01.jpg
ปลูกตะไคร้ติดบ้านไว้ไม่เสียหาย เพราะไม่ได้มีดีแค่เติมกลิ่นสร้างรสชาติในอาหารเท่านั้น แต่ตะไคร้ยังช่วยป้องกันมะเร็งได้อีกด้วย ยืนยันแล้วจากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า ตะไคร้สกัดสามารถยับยั้งอาการเริ่มแรกที่นำไปสู่โรคมะเร็งลำไส้ คือ หลุมในลำไส้ และการผิดเพี้ยนของดีเอ็นเอ การรักษาอาการเหล่านี้จะส่งผลดีแก่คนไข้มาก เพราะเป็นการรักษาก่อนที่เนื้อร้ายจะก่อตัว
จากความสำเร็จในการทดลองในหนูพบว่า ตะไคร้สกัดสามารถลดอาการผิดปกติในลำไส้ได้มากกว่า 60 % ทำให้นักวิจัยตั้งสมมุติฐานว่า ตะไคร้อาจมีผลยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ ของแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่งทำให้ร่างกายดูดซึมสารก่อมะเร็งน้อยลงได้ด้วย
paang
06-01-2006, 04:41 AM
http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=211266
ชา เป็นยาวิเศษ รักษาสารพัดโรค ล่าสุดนักวิจัยชาวญี่ปุ่น ทดลองให้คนไข้ที่มีปัญหาผิวหนังอักเสบเป็นผื่นแดงพุพอง ซึ่งมักมีอาการคัน ทดลองดื่มชาอูหลง หรือชาแดงทุกวัน หลังจากดื่มได้นาน 1 สัปดาห์ ปรากฎว่าร้อยละ 36 ของคนไข้มีอาการดีขึ้นพอสมควร นักวิจัยอธิบายว่ากระบวนการหมักชาแดง ทำให้มีสารโพลิฟินัล ปริมาณสูง ซึ่งมีคุณสมบัติรักษาโรค นอกจากนั้นสารแทนนิน ในชายังช่วยลอการอักเสบ หากคุณมีปัญหาผิวหนังอักเสบเรื้องรัง นอกจากรักษาด้วยวิธีการปกติแล้ว จะหายเร็วยิ่งขึ้นถ้าดื่มชาแดงวันละ 4-5 แกว
paang
06-01-2006, 04:43 AM
http://www.thaiislamic.com/pinonlines/news/0014049_1.jpg
จากงานวิจัยพบว่า ผู้ที่มีธาตุเหล็กพอเพียงในร่างกาย จะมีพละกำลังทนทานต่อความเมื่อยล้า ได้ดีกว่าผู้ที่ขาดธาตุเหล็ก เหล็กเป็นตัวนำออกซิเจนไปสู่กล้ามเนื้อ ในขณะที่ออกกำลังกาย ถ้ามีธาตุเหล็กไม่เพียงพอกล้ามเนื้อจะล้าได้ง่าย และถ้าฝืนออกกำลังกายต่อ กล้ามเนื้อจะทำงานหนักมากจนอาจเป็นตะคริวได้ ภาวะขาดธาตุเหล็กนอกจากจะเกิดจากการออกกำลังกายหนักแล้ว ยังเกิดจากการอดอาหาร โดยเฉพาะผู้หญิงสูยเสียเหล็กมากในช่วงมีประจำเดือน และตั้งครรภ์
จากขาดธาตุเหล็กป้องกันได้โดยกินอาหารประเภทถั่วเม็ดแห้ง ข้าวไม่ขัดสี หอยแครง เต้าหู้ เนื้อหมู ตับสัตว์ และผักใบเขียว เช่น ผักบุ้งจีน ตำลึง ฝักโขม ฯลฯ ร่วมกับอาหารที่มีวิตามินสูง เพราะดรกในวิตามินซี ช่วยให้ร่างกายดูดซึมเหล็กได้มากขึ้น
paang
06-01-2006, 04:45 AM
กระเทียมป้องกันมะเร็ง
และสร้างสุขภาพหัวใจ
http://www2.doae.go.th/library/vegetable/www/Plant/Image_pl/krateam_1.jpg
จากงานวิจัยพบว่า ผู้ที่กินกระเทียมเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นกระเทียมสดหรือกระเทียมปรุงแล้ว จะมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลดลง ผู้วิจัยยังได้รวบรวมงานวิจัยทั่งโลกกว่า 300 ชิ้น เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างการกินกระเทียมเป็นประจำ กับการเกิดโรคมะเร็ง ได้ผลว่าสามารถลดการเกิดมะเร็งที่กระเพาะอาหารได้ ร้อยละ 50 และมะเร็งลำใส้ถึงสองในสามอีกด้วย
นอกจากป้องกันมะเร็งแล้ว จากการวิจัยยังพบอีกว่า กระเทียมมีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ เช่นลดปริมาณของโคเลสเตอรอลในเลือด และผลการศึกษาจากประเทศเยอรมนี ยังระบุอีกว่ากระเทียมช่วยป้องกัน และลดการเกาะตัวของคราบไขมันบริเวณผนังหลอดเลือดหังใจ
paang
06-01-2006, 04:47 AM
แม่กินไข่ลูกสมองดี
http://www.thaihof.org/herb/womherb/images/face4_1.jpg
ช่วงการครรภ์ และให้นมลูกน้อย เป็นช่วงที่ร่างกายของแม่ต้องใช้โคลิน อันเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งมากเป็นพิเศษ ยิ่งกว่านั้นการเจริญเติบโตของสมองทารกในครรภ์มารดา ลูกน้อยยังจำเป็นต้องได้โคลินอย่างเพียงพอจากแม่ การวิจัยในหนูทดลอง ยืนยันว่าโคลินช่วยพัฒนาสมองและความจำของลูกหนู ซึ่งเชื่อว่าโคลินในคนมีความจำเป็นต่อสมองของทารกเหมือนกัน นักวิจัยบอกว่าในระหว่างตั้งครรภ์และให้นมทารก หากกินใข่วันละ 2 ฟอง จะได้โคลินเพียงพอ ถ้าเบื่อไข่ ก็อาจเปลี่ยนไปกินจมูกข้าวสาลี ถั่วเหลือง กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก และเครื่องในสัตว์ ก็ได้
paang
06-01-2006, 04:49 AM
ผักโขมช่วยให้ตาแก่ช้า
http://www2.doae.go.th/library/vegetable/www/Plant/Image_pl/pugkhom1.jpg
จักษุแพทย์ สตีเวน จี แพรตต์ แห่งโรงพยาบาลสคริปป์เมโมเรียล ในแคลิฟอร์เนีย ได้ศึกษาพบว่าผักโขมมี ลูทีน และ เซอักแซนทิน อยู่จำนวนมาก โดยสารแคโรทีนนอยด์ ทั้งสองนี้มีสรรพคุณช่วยชะลอความเสื่อมของดวงตา ซึ่งสาเหตุใหญ่ทำให้คนอายุ 65 ปี ขึ้นไปสูญเสียการมองเห็น
งานวิจัยนี้สอดคล้องกับการศึกษาของแพทย์หญิง โจฮันนา เซดดอน และเพื่อนนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ระบุว่า ผู้ได้รับลูทินวันละ 6 มิลลิกรัม จะลดความเสี่ยงจากโรคดวงตาเสื่อมได้ถึง ร้อยละ 43 เที่บยกับพวกที่ได้รับลูทินต่ำกว่านี้ นอกจากผักโขมแล้ว ผักสดที่อุดมไปด้วยลูทิน และเซอักแซนทินก็มี คะน้า ผักบุ้ง แครอท ฟักทอง เทอร์นิป ฯลฯ
paang
06-01-2006, 04:51 AM
กินนมกระดูกดีจริงหรือ
http://web.ku.ac.th/king72/2541-2/p41_15.gif
พูดไปใครจะเชื่อว่า นมนั้นให้แคลเซี่ยมสูงและป้องกันโรคกระดูกพรุน และกรดูกเสื่อมได้ดี แตาจากการศึกษาประวัติสุขภาพของพยาบาสในสหรัฐฯ จำนวน 80000 คน เป็นเวลา 12 ปี พบว่าผู้หญิงที่ดื่มนมวันละ 2 แก้ว หรือมากกว่านั้น มีอัตราเสี่ยงต่ออาการกระดูกสะโพกหักมากขึ้นถึงร้อยละ 45 เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ดื่มนมเพียงวันละแก้ว หรือน้อยกว่านั้น
นมมีแคลเซี่ยมมากก็จริง แต่ก็มีโปรตีนจากสัตว์มากด้วย ซึ่งจะขัดขวางการดูดซึมแคลเซี่ยมของร่างกายที่ต้องการถึงวันละ 1200 มิลลิกรัม ต่างจากโปรตีนพืชที่ไม่ขัดขวางการดูดซึมแคลเซี่ยมของร่างกาย
ต่อไปนี้เป็นรายการอาหารแคลเซียมสูงชนิดที่พอหากินได้ง่ายคือ เต้าหู้ คะน้า ผักกาดขาว ผักกาดหางหงส์ ผักกวางตุ้ง บรอกโคลี ปลาซาร์ดีน งาคั่ว สาหร่ายทะเลแห้ง เป็นต้น
paang
06-01-2006, 04:53 AM
เคี้ยวหมากฝรั่งความจำดี
http://www.thaihealth.or.th/cms/upload/MainContent2/library/f-07.jpg
หมากฝรั่งอาจมีผลดี มากกว่าจะเลอะเทอะ กำจัดยาก และเคี้ยวหยับๆ มารยาทไม่งามอย่างที่คอดเสียแล้ว ผลวิจัยพบว่าคนที่เคี้ยวหมากฝรั่งมีความจำดีกว่าคนไม่เคี้ยว การเคี้ยวช่วยการเต้นของหัวใจ ทำให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น นอกจากนั้นยังกระตุ้นการผลิตอินซูลิน ทำให้เซลล์สมองเปิดรับกลูโคสจากกระแสเลือด มาเลี้ยงสมองส่วนที่เป็นความจำได้มากขึ้น
สรุปว่าการเคี้ยวมากๆบ่อยๆ เป็นผลดีกับสมอง แต่ไม่จำเป็นต้องเคี้ยวหมากฝรั่ง เคี้ยวอาหารอย่างน้อย 20 ครั้งก่อนกลืนก็ช่วยให้สมองดี และช่วยในการย่อยได้ด้วย ถ้าเพื่อสุขภาพแท้จริงแล้ว ควรเคี้ยว 50 ครั้งก่อนการกลืนแต่ละคำ
paang
06-01-2006, 04:54 AM
โซบะ เส้นสุขภาพจากบัควีต
http://www.chezplayers.com/mavie/soba.jpg
โซบะ เส้นก๋วยเตียวญี่ปุ่น เป็นเส้นสุขภาพที่ทำมาจากแป้งเมล็ดต้นบัควีต ธัญพืชคนละตระกูลกับข้าว ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ผสมกับแป้งสาลีอีก 30 เปอร์เซ็นต์ โปรตีนในแป้งบัควีตมีประโยชน์ต่อร่างกายคนเรามาก เพราะประกอบด้วยกรดอะมิโน ที่จำเป็นสูงถึง 74 เปอร์เซ็นต์ สูงยิ่งกว่าเต้าหู้ 66 เปอร์เซ็นต์ หรือกระทั่งข้าวกล้อง 70 เปอร์เซ็นต์ และเป็นรองปลา 80 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม เมื่อผสมกับแป้งสาลีเป็นแป้งโซบะก็ยิ่งทวีคุณค่ายิ่งขึ้น เพราะสัดส่วนกรดอะมิโนที่จำเป็นของเส้นโซบะเพิ่มขึ้นเป็น 84 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้น โซบะยังมีสารชนิดหนึ่งชื่อรูติน สรรพคุณช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรงและยืดหยุ่นดี เป็นที่รู้จักในหมู่คนญี่ปุ่นและคนจีนว่า บัควีตกินแก้ปัญหาความดันโลหิตสูงได้ดี และยังมีวิตามิน บี 1 และ บี 2 มากพอสมควร
paang
06-01-2006, 04:56 AM
องุ่นต้านมะเร็ง
http://www.centerresort.com/images/1105605170/1108550147centerresortcom1.jpg
น้ำองุ่นสีม่วงมีคุณสมบัติยอดเยี่ยม ช่วยลดการอุดตันของเลือด และการเกาะตัวของ โคเลสเตอรอลตัวร้าย ที่เป้นภัยต่อหลอกเลือดหัวใจ เป็นน้ำองุ่น 100 เปอร์เซ็นต์ จากองุ่นพันธุ์คอนคอร์ด ช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดและการลดโคเลสเอตรอลในเลือด เพราะมีสารแอนติออกซิแดนท์ ที่มีประโยชน์ตัวเดียวกันกับที่มีอยู่ในไวน์แดง น้ำองุ่นสีม่วงยังช่วยต้านมะเร็งได้ โดยไปเพิ่มสารแอนติแดนท์ในร่างกาย ขณะเดียวกันก็ลดการสร้างอนุมูลอิสระ การวิจัยได้ให้ชายหญิง 20 คน ดื่มน้ำองุ่นวันละ 2 แก้ว หลังจากดื่มไปได้ 2 สัปดาห์ วิตามินอี ซึ่งเป็นสารแอนติออกซิแดนท์เพิ่อมขึ้นในกระแสเลือด 13 เปอร์เซ็นต์ การผลิตอนุมูลอิสระลดลง 1 ใน 3 เป็นผลมาจากสารฟลาโนนอยด์ในองุ่นนั่นเอง
paang
06-01-2006, 04:59 AM
อาหารสร้างกระดูก
http://www.rakbankerd.com/shopping_mall/images/kp_universal/soap_t.jpg
ปัจจุบันภาพโฆษณาผู้หญิงดื่มนมกลายเป็นสิ่งที่เราเห็นจนชินตา เนื่องจากความตื่นตัวเกี่ยวกับการป้องกันโรคกระดูฏพรุน ด้วยการให้ร่างกายได้รับแคลเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อการเสริมสร้างกระดูก แต่ผลจากการวิจัยล่าสุดพบว่าวิตามินและเกลือแร่ชนิดอื่น นอกเหนือจากแคลเซียม ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันโรค กระดูกพรุน จากผลการวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่ชอบกินผลไม้และผักที่อุดมด้วยแร่ธาตุและวิตามินบางประเภท เช่น สังกะสี โพแทสเซียม แมกนีเซียม เบต้าแคโรทิน และวิตามัน ซี จะเป็นผู้หญิงที่มีกระดูกแข็งแรง วิธีง่ายๆที่จะทำให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเสริมสร้างกระดูก คือ บริโภคผัก ผลไม้ อย่างน้อยวันละ 5 ครั้ง
paang
06-01-2006, 05:00 AM
กินขมิ้นดีอย่างไร
http://skn.ac.th/skl/project/spice87/a16.GIF
ขมิ้น เครื่องเทศสีเหลืองยอดนิยมช่วยเพิ่มสีสัน และรสชาติในครัวภาคใต้ และแกงแขกอินเดีย มีชื่อเสียงทางสรรพคุณยามากขึ้นเรื่อยๆ เดิมทีพบว่าสาร คูร์คุมิน ในขมิ้นช่วยต้นาการอักเสบ รักษาโรคมะเร็งในลำใส้ใหญ่ได้ และเป็นแอนติออกซิแดนท์ต้านอนุมูลอิสระ แต่ล่าสุด ผลการวิจัยในหนูนทดลองพบว่า ขมิ้นอาจช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ในคนแก่ได้
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย พบว่าขมิ้นช่วยชะลอความหนาแน่นของเมํดตะปุ่มตะป่ำ ซึ่งเป็นอาการของอัลไซเมอร์ในหนูทดลอง เป็นสาเหตุหนึ่งที่คนอินเดียเป็นอัลไซเมอร์น้อยกว่าฝรั่ง เพราะคนอินเดียนิยมกินขมิ้นกันมาก
paang
06-01-2006, 05:02 AM
กินเบอร์รี ต้านมะเร็งหลอดอาหาร
http://www.pooyingnaka.com/images/picture/brain_food_1.jpg
มะเร็งหลอดอาหารเป็นภัยคุกคามสิงห์ขี้ยาและนักดื่ม เป็นมะเร็งอันดับต้นๆ เพราะร้อยละ 88 เสียชีวิตภายใน 5 ปีหลังจากตรวจพบ โดยเฉพราะเพศชายที่ซึ่งพฤติกรรมเสี่ยงสูงกว่าเพศหญิง จากสถิติในแต่ละปี ผู้ชายอเมริกันตายด้วยโรคมะเร็งหลอดอาหาร เกือบ 10000 คน ความหวังที่จะป้องกันมะเร็งชนิดนี้เริ่มสดใสมากขึ้น ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอพบว่า กินผลไม้จำพวก เบอรี่ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ และราสเบอร์รี่ อย่างน้อยครึงถ้วยทุกวัน จะช่วยลดอัตราเสี่ยงโรคมะเร็งหลอดอาหารได้ เพราะในเบอร์รี่มีสารจำพวก phytochemicals หลายชนิดที่ช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งหลอดอาหร
paang
06-01-2006, 05:04 AM
น้ำมันปลาช่วยรักษาโรคประสาท
http://www.matichon.co.th/newsphoto/youth/you30021247p1.jpg
ผลการวิจัยยืนยันสอดคล้องกันมากขึ้นเรื่อยๆว่า น้ำมันปลารักษาโรคประสาทได้ ล่าสุดมีการเปรียบเทียบการรักษาคนไข้วิกลจริตสลับกับอาการซึมเศร้า ด้วยน้ำมันปลาและน้ำมันมะกอก พบว่าในน้ำมันปลาช่วยทำให้คนไข้มีอารมณ์ปกติ ได้นานกว่าน้ำมันมะกอกอย่างมีนัยสำคัญ การวิจัยอีกชิ้นหนึ่งรักษาคนไข้อัลไซเมอร์ 30 คน ด้วยน้ำมันปลานาน 12 สัปดาห์ พบว่าคนไข้ 1 ใน 3 อาการลดลงมากจนกระทั่งไม่ต้องกินยาระงับประสาทเลยตลอดช่วงการทดลอง นักวิจัยคาดว่าน้ำมันปลาช่วยปรับอารมณ์ให้คงที่ได้ เพราะมีกรดไขมัน ที่ช่วยลดความตื่นตัวมากเกินไปของเซลล์ประสาทบางส่วนในสมอง
paang
16-01-2006, 05:10 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=3 width="95%" align=center border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD height=40>http://modernine.mcot.net/images/art521.jpg</TD></TR><TR vAlign=top><TD>http://modernine.mcot.net/images/i_redarrow.gif รับประทานพืชผักช่วยลดความดันได้ (http://modernine.mcot.net/view.php?news_id=521&tk=art#)
</TD></TR><TR vAlign=top><TD class=th_normal>
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอนพบว่า การรับประทานไขมันพืชสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้ ผลการศึกษาครั้งนี้บ่งชี้ว่า การรับประทานผัก ธัญพืช และผลไม้เป็นผลดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต และหัวใจมากกว่าการรับประทานเนื้อสัตว์ การศึกษาครั้งนี้ ใช้ตัวอย่างการวิจัย 4,700 ตัวอย่าง อายุระหว่าง 40 ถึง 59 ปี จาก 4 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐ อังกฤษ, จีน และญี่ปุ่น โดยใช้การสอบถามการรับประทานอาหารจากกลุ่มตัวอย่างเป็นเวลา 6 สัปดาห์
อย่างไรก็ดี นักวิจัยยังไม่สามารถระบุเหตุผล ที่การรับประทานไขมันพืช ช่วยลดความดันโลหิตได้ แต่ตั้งสมมติฐานว่า พืชมีกากและแมกนีเซียมมาก น่าจะมีส่วนสัมพันธ์กับการรักษาระดับความดันให้อยู่ในระดับปกติ.
ข้อมูลข่าว : สำนักข่าวไทย
</TD></TR></TBODY></TABLE>
paang
16-01-2006, 05:12 AM
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=3 width="95%" align=center border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD height=40>http://modernine.mcot.net/images/art534.jpg
</TD></TR><TR vAlign=top><TD>http://modernine.mcot.net/images/i_redarrow.gif แนะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ป้องกันสมองเด็กฝ่อ (http://modernine.mcot.net/view.php?news_id=534&tk=art#)
</TD></TR><TR vAlign=top><TD class=th_normal>
นพ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่าในน้ำนมแม่มีสารต่าง ๆ มากกว่า 200 ชนิด ช่วยสร้างเซลล์สมอง เส้นใยประสาท จอประสาทตา และสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของเนื้อสมอง การให้ลูกได้กินนมในอ้อมกอดแม่ จะช่วยกระตุ้นการทำงานของประสาทสัมผัสทุกส่วนของลูก ทำให้เซลล์สมองแตกแขนงมากขึ้น สมองจะไวต่อการรับรู้ สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งลูกได้กินนมในอ้อมกอดบ่อยแค่ไหน สมองจะได้รับการกระตุ้นมากเท่านั้น หากทำอย่างน้อยวันละ 8 10 ครั้ง จะเป็นการซ้ำวงจรสมองให้มีการจดจำและเกิดการเรียนรู้ที่ตอกย้ำมากขึ้น แต่ถ้าไม่มีการสัมผัสเช่นนี้สมองจะเสียการโยงใยและฝ่อไป
ทั้งนี้สมองของมนุษย์ มีความสามารถในการเพิ่มสมรรถนะเช่นเดียวกับร่างกายส่วนอื่น ๆ และพัฒนาได้ตามการใช้งาน เช่น การคำนวณ การสร้างสรรค์ศิลปะ การตัดสินใจ เป็นต้น สมองเด็กแรกเกิดมีการพัฒนาตามวัยโดยช่วงสำคัญ คือ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ถึง 6 ขวบ สมองจะมีการเจริญเติบโตและพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ.
ข้อมูลข่าว : สำนักข่าวไทย
</TD></TR></TBODY></TABLE>
paang
16-01-2006, 06:25 AM
กินๆๆ อิอิ
เดี๋ยวอ้วนไม่รู้ด้วยนะ...:cool:
paang
16-01-2006, 06:26 AM
ขึ้นฉ่าย พืชสวนครัว มีคุณค่าแก่เราอย่างไร
http://www.bangkokbiznews.com/2006/01/16/images/pic_no_1584_ppgg.jpg
มีคุณสมบัติในการคุมกำเนิด ช่วยลดจำนวนสเปิร์ม เป็นพืชล้มลุกที่มีมานานตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 มีผู้นำจากป่าในยุโรปมาปลูกรับประทานเป็นอาหาร
ซึ่งในยุโรปจะมีขึ้นฉ่าย 3 ชนิดใหญ่ๆ มีสีขาว สีเขียว และน้ำตาลเขียว ชาวยุโรปจะปรุงโดยการนำไปต้มหรือรับประทานสดๆ ส่วนขึ้นฉ่ายในทวีปเอเชีย เป็นพันธุ์ที่นะมาจากประเทศจีน
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aqium graveolens L. vat. Dulce Pers.
ลักษณะของพืช เป็นพืชล้มลุกมีอายุ 1 2 ปี สูง 40 60 ซม. ทั้งต้อนอ่อนนิ่มมีกลิ่นหอมเฉพาะ ใบประกอบแบบขนนกออกตรงข้าสีใบเป็นสี
เหลืองอมเขียว ในย่อยเป็นรูปลิ่มหยัก ขอบใบหยักก้านใบยาวแผ่ออกเป็นกาบ ดอกช่อสีขาว เป็นช่อดอกแบบซี่ร่ม (compound umbles) ผลมีขนาดเล็กมาเป็นสันสีน้ำตาล ทุกส่วนของต้นจะมีกลิ่นหอม
ขึ้นฉ่ายมี 2 พันธุ์ พันธุ์หนึ่งเป็นขึ้นฉ่ายจีน (Chinese celery) มีขนาดลำต้นเล็กสูง 30 ซม. ใบค่อนข้างแก่ อีกพันธุ์เป็นขึ้นฉ่ายฝรั่ง ต้นอวบใหญ่มาก ลำต้นสูงถึง 40 60 ซม. สีลำต้นค่อนข้างขาวเหลือง ใบสีเหลืองอมเขียว ส่วนที่ใช้เป็นยา ได้แก่ ต้น และเมล็ดที่แก่
สรรพคุณและวิธีใช้
ทั้งต้นสด เจริญอาหาร แต่งกลิ่นอาหาร ลดความดันช่วยลดจำนวนสเปิร์ม ถ้ารับประทานขึ้นฉ่ายที่หุงต้มแล้ววันละประมาณ 85 กรัม/กก. (น้ำหนักตัว) จำนวนสเปิร์มลดอย่างรวดเร็วใน 1 2 สัปดาห์ และกลับคืนสู่สภาพปกติใน 9 15 สัปดาห์ (งานวิจัยของภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล) เมล็ดช่วยขับลม ระงับความกระวนกระวาย แก้อาการบวมน้ำ
ขึ้นฉ่ายในเมืองไทยมีอยู่ 2 ชนิด คือพันธุ์จีนและพันธุ์ฝรั่ง ที่เรียกว่าเซเลอรี่ ซึ่งจะมีลำต้นอวบใหญ่กว่าพันธุ์จีนมาก
ส่วนประโยชน์ของขึ้นฉ่ายนั้น นอกจากใช้ประกอบอาหารยังนำมาทำเครื่องดื่มคือ น้ำคั้นขึ้นฉ่ายผสมแครอต ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก เช่น ช่วยต้านการเกิดมะเร็ง ทำให้ร่างกายสดชื่นเป็นต้น
การเลือกซื้อ เลือกดูต้นที่มีใบสีไม่แก่จัด เพราะขึ้นฉ่ายสามารถปลูกในร่มได้ ใบจะเป็นสีเขียวอ่อน ไม่หนา นิ่ม แต่ถ้าหากปลูกกลางแจ้งใบจะเขียวจัดและแข็ง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ไม่ควรซื้อ
สรรพคุณทางยา
ทั้งต้น ลดความดัน ขับนิ่ว ลดจำนวนเชื้ออสุจิในน้ำเชื้อของชาย
ต้น เมล็ด ช่วยขับลม ทำให้เจริญอาหาร แก้การนอนไม่หลับ ขับปัสสาวะ ราก แก้ปวดข้อ โรคเกาต์ และช่วยขับปัสสาวะ
ที่มา: นิตยสาร Lisa
vBulletin® v3.8.0 Beta 3, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.